xs
xsm
sm
md
lg

คอนเสิร์ตสุดอาร์ตของ “จี ดรากอน” ผ่านฉลุย!สมกับที่เคยลั่นอาจเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นตัวตนของ “ควอนจียง”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นับว่าเป็นคอนเสิร์ตที่เหมือนได้ดูโชว์งานศิลปะทีเดียวสำหรับคอนเสิร์ต “เถ้าแก่น้อย พรีเซนท์ส จี-ดรากอน 2017 เวิลด์ ทัวร์ <แอคท์ 3, ม็อทเท>” (Tao Kae Noi Presents G-DRAGON 2017 WORLD TOUR ) ที่จัดขึ้นวันแรกเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยโชว์วันแรกก็ทำเอาแฟนๆจุใจเมื่อได้ชมโชว์อลังการที่ขนมาให้ดูแบบจัดเต็ม

คอนเสิร์ต “เถ้าแก่น้อย พรีเซนท์ส จี-ดรากอน 2017 เวิลด์ ทัวร์ <แอคท์ 3, ม็อทเท>” ครั้งนี้นับเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่สามของจี-ดรากอน โดยจัดขึ้นที่ประเทศไทย 2 วันคือวันที่ 7 - 8 ก.ค. ณ. อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี ซึ่งถือเป็นคอนเสิร์ตส่งท้ายก่อนที่เขาจะลาเข้ากรมรับใช้ชาติด้วย

โดยคอนเสิร์ตวันแรกก็ต้องเรียกได้ว่าผ่านไปอย่างสนุกสนานสมการรอคอย เมื่อทางเกาหลีเคยยืนยันว่างานนี้จัดเต็ม แสง สี เสียง เพื่อให้แฟนเพลงชาวไทยประทับใจ ซึ่งก็ถือว่าไม่ผิดหวัง เพราะตั้งแต่เริ่มเปิดตัวจนจบการแสดงก็ทำให้เราได้ว้าวกับการพรีเซนท์บทเพลงแต่ละเพลงของเขาผ่านแสงสีเสียงได้อย่างสวยงาม

แม้คอนเสิร์ตครั้งนี้จะใช้ชื่อว่า ‘จี-ดรากอน 2017 เวิล์ดทัวร์’ แต่เจ้าตัวก็อยากให้ทุกคนได้รู้จักกับเขาในนามของ ‘ควอนจียง’ ชื่อจริงๆที่นำมาเป็นชื่ออัลบัมอีพีล่าสุดด้วย โดยจี-ดรากอน หรือ ควอนจียง ก็เคยเปรยถึงคอนเซ็ปท์เวิล์ดทัวร์ครั้งนี้ที่เรียกแบบเก๋ๆว่า ACT III MOTTE ที่ภาษาเกาหลี “มอตเต” มีความหมายว่ามดลูกของแม่ในภาษาเกาหลี และยังมีความหมายว่า ตั้งแต่เกิด นอกจากนั้น แต่ละตัวอักษรของ MOTTE ยังย่อมากจาก Moment Of Truth The End จะสื่อให้เห็นถึงช่วงเวลาแห่งความเป็นจริงของชีวิต ที่เขาต้องเผชิญกับความจริงที่มีทั้งความอ้างว้างโดดเดี่ยวและความอัดอั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชีวิตอันเริ่ดหรู ที่ได้มาจากความสำเร็จอันสูงสุดของเขา โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้ จี-ดรากอน จะแสดงให้แฟนๆ ได้เห็นถึงตอนที่ 3 ของช่วงชีวิตของเขา ควอน จี ยง (Kwon Ji Yong) หนุ่มในวัย 30 ปี และเป็นทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่ 3 ของเขาในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วย

ดังนั้นรูปแบบคอนเสิร์ตครั้งนี้จึงทำให้เหมือนช่วงชีวิตและการค่อยๆเปิดเผยตัวตนของคนที่ชื่อ ควอนจียง โดยมีการแบ่งออกเป็น 3 แอ็คด้วยกัน โดยช่วงแอ็คแรกก็เหมือนพาร์ทถือกำเนิดโดยขนเพลงฮิตในอดีตที่ชื่อเพลงให้ความหมายในลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Heartbreaker, Breath และ A Boy มาให้แฟนๆได้ตื่นตัวกับเวทีที่มีจอแอลอีดีขนาดยักษ์สูงจากพื้นจรดเพดานเพื่อแสดงกราฟฟิกและวิดีโอเพิ่มความอลัง โดยจียงได้ออกมาจากช่องกลางเวทีท่ามกลางเลเซอร์สีแดงสีประจำตัวที่สาดไปทั่วบริเวณ

หลังจากนั้นก็ได้กล่าวทักทายแฟนๆสักเล็กน้อยก่อนตามด้วยเพลงที่เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยแห่งความรัก But I Love You และ Obsession ซึ่งในเพลงหลังยังได้มีการทำกราฟฟิกบนจอแอลอีดีเป็นภาพของสุสานพร้อมกับที่จียงค่อยๆก้าวเข้าไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดเสมือนเรากำลังนั่งดูการแสดงละครเวทีในฉากใหญ่ๆยังไงยังงั้น

จากนั้นก็ตามด้วยแอ็คที่สอง ช่วงที่เขาประสบความสำเร็จและอยู่ในช่วงกลางๆเของชีวิตที่เริ่มพยายามตามหาตัวตนจนสับสนทั้งความป็นจี-ดรากอน สมาชิกจากวงบอยแบนด์ดังและควอนจียง ชายหนุ่มธรรมดาผู้หลงใหลในการใช้ชีวิตหลายๆด้าน โดยมาพร้อมกับบทเพลงที่ทำเอาฮอลล์ลุกเป็นไฟอีกครั้งกับ Michigo และ One of a kind รวมถึงเพลง R.O.D ที่ Feat. กับ ซีแอล ซึ่งตอนแสดงที่เกาหลี ซีแอลไปร่วมแจมถึงบนเวทีแต่แม้ว่าที่ไทยซีแอลจะไม่ได้มาด้วย แต่จอยักษ์ด้านหลังก็ปรากฏภาพของซีแอลขนาดใหญ่มาร้องแจมให้แฟนๆได้กรี๊ดด้วยเช่นกัน

เข้าสู่ช่วงใหม่เมื่อจียงเปลี่ยนชุดเป็นสูทสีแดงเข้ม ออกมานั่งบนบัลลังก์สีขาว พร้อมกับเพลง That XX , Black และ Missing You ที่ Feat. กับสาวไอยู ซึ่งงานนี้ไอยูก็มาแค่เสียงเหมือนเดิม ก่อนตามด้วย Who You และ I Love it

และก็มาถึงช่วงที่เริ่มเข้าสู่พาร์ทเพื่อบ่งบอกตัวตน เมื่อถูกคั่นด้วยวิดีโอที่บันทึกภาพของคนใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมวง, เพื่อนร่วมงาน, เพื่อนร่วมวงการ ไปจนถึงสมาชิกในครอบครัว ที่ต่างมาพูดความรู้สึกที่มีต่อจีดรากอน และ ควอนจียง โดยต่างยืนยันว่าตัวตนที่แท้จริงในฐานะควอนจียงนั้นแตกต่างจากไอดอลที่ชื่อ จีดรากอนอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะพ่อของเขาที่บอกว่า “จียงคือลูกชายที่มีแต่คำว่าครับ ไม่เคยปฏิเสธความต้องการของพ่อแม่เลย” ซึ่งก็สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แฟนๆประทับใจไปตามๆกัน

และพอวิดีโอจบลงไฟก็สว่างขึ้นเผยให้เห็นภาพของจียงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เขียนว่า Kwon Ji Yong : Director หันหลังให้ผู้ชมนั่งมองจอ ชมวิดีโอคลิปไปพร้อมๆกัน ก่อนจะพาเข้าสู่เพลง Today และตามด้วย Crayon ที่มีการเรียบเรียงใหม่ให้มีจังหวะที่ดิบขึ้น โตขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำเอาแฟนๆลุกขึ้นเต้นไปกับเขาได้เช่นกัน

แล้วก็มาถึงข้อความจากใจของ จียง บ้างเมื่อจอแอลอีดีเผยภาพของเขาออกมาแนะนำตัวด้วยชื่อจริง พร้อมบอกถึงความแตกต่างระหว่างการเป็นจีดรากอนและควอนจียงในมุมมองของตัวเขาเอง ที่เขายืนยันว่าในบางครั้งการเป็นจีดรากอนสำหรับเขามันคือภาระที่หนัก ต้องพยายามดูดีในฐานะของจีดีที่หลายๆคนรู้จัก ที่แม้จะอยากถอดหัวโขนนี้ออกแต่ก็กลัวที่จะถอดมัน ก่อนจะพาเข้าสู่เพลง Superstar และ Middle Finger Up ที่บอกเล่าเรื่องของการที่เขาเป็นคนดังและมีหลายคนพยายามที่จะเข้าหาเพราะอยากที่จะอาศัยชื่อเสียงของเขา

พร้อมกันนั้นเจ้าตัวยังได้บอกกล่าวถึงพาร์ทสุดท้ายของคอนเสิร์ตที่จะแสดงถึงความเป็นควอนจียง ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง โดยพูดขอบคุณแฟนๆที่มาชมคอนเสิร์ตในวันแรกและชวนให้มาดูคอนเสิร์ตของเขาต่อในวันที่สอง โดยอยากให้มาดูกันเยอะๆ จนพูดเล่นถึงขนาดว่าให้มาเถอะเดี๋ยวเขาจ่ายเอง ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มจากแฟนๆ แต่สิ่งที่ทำเอาแฟนๆประทับใจไปตามๆกันก็ตอนที่ทุกคนตะโกนบอกรักเขาเป็นภาษาเกาหลี และเขาพยายามจะพูดตอบเป็นภาษาไทยโดยนึกประโยคอยู่นานก่อนจะพูดว่า ”ผมๆๆ...ผมรักแฟนชาวไทยมากๆครับ” ก็เรียกเสียงกรี๊ดไปตามระเบียบ จากนั้นตามมาด้วยการพูดเกี่ยวกับความรู้สึกและตัวตนในฐานะควอนจียงที่ขอให้แฟนๆได้รู้จักและจดจำเขาในฐานะนี้ไว้ด้วย พร้อมกันนั้นเขายังได้ส่งท้ายด้วยเพลง Bullshit ผลงานจากอัลบัมล่าสุดที่ในเพลงหลังนี้มีการถามหาคำแปลเป็นภาษาไทยซึ่งแฟนๆชาวไทยก็ใจดีตะโกนสอนคำสบถให้เจ้าตัวได้พูดออกไมค์แจกสัตว์เลื้อยคลานกันอยู่หลายครั้ง จนเป็นที่ขบขันไปตามๆกัน

เมื่อจียงลาลงเวที ก็เข้าสู่ช่วงอังกอร์ที่แฟนๆต่างพร้อมใจตะโกนเรียกชื่อจริงของเขา “ควอนจียง” ให้เขากลับออกมาอีกครั้ง เมื่อผ่านไปสักพักเขาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเพลง This Love เพลงของวง Maroon 5 ที่เจ้าตัวนำมาเรียบเรียงในเวอร์ชันของเขาเอง และตามด้วย Crooked ก่อนจะกล่าวแนะนำทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังรวมถึงนักดนตรีที่มาเล่นดนตรีสดให้ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อยืนยันว่าคอนเสิร์ตของควอนจียงเป็นการแสดงสดจริงๆ ก่อนส่งท้ายแฟนๆกลับบ้านด้วยเพลงอกหักสุดสะเทือนใจที่เขาแต่งให้คนรักเก่าอย่าง กิโกะ มิซูฮารา อย่าง Untitled แม้เพลงนี้จะมีให้คนรักเก่าแต่การแสดงเพลงนี้ของเขาก็มีเพียงแค่รอยยิ้มเพื่อมอบให้แฟนๆทุกคน ซึ่งเขายังเซอร์ไพร์สแฟนๆโซนบัตร 8,000 ด้านหน้าด้วยการลงจากเวทีมาร้องเพลงต่อหน้าให้ได้สัมผัสตัวกันแบบใกล้ชิด เรียกได้ว่าฟินกันไปเป็นแถบๆก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าหลังเวทีไปเป็นการจบคอนเสิร์ตที่ทำเอาหลายๆคนอารมณ์ค้างไปตามๆกัน

คอนเสิร์ต ACT III MOTTE ของพ่อหนุ่ม ควอนจียง ส่งท้ายก่อนที่เขาจะลาไปรับใช้ชาติจึงถือเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่คุ้มค่าเพราะนอกจากที่เจ้าตัวจะเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่า "มันอาจจะเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ผมแสดงตัวตนในฐานะของ ควอนจียง ไม่ใช่ จี-ดรากอนครับ” มันยังเป็นคอนเสิร์ตที่มีทั้งการเล่นดนตรีสดร้องสด และโชว์ตระการตาที่จะทำให้เราได้อิ่มเอมไปกับแสงสีเสียงที่เขาจัดวางระบบรับส่งกันเป็นอย่างดีในแต่ละเพลง ซึ่งมีเรื่องราวเป็นฉากเป็นตอนดั่งชมละครเวที รวมไปถึงลูกเล่นของเวทีเองที่จอแอลอีดีใหญ่ยักษ์สามารถปรับหมุนมาเป็นสปอตไลท์ไฟหลากสี ยิงสาดใส่กันไปมาให้เกิดลูกเล่นมากมายประกอบบทเพลงดั่งงานศิลปะชิ้นเอกที่เล่าเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่บ่งบอกความเป็น “ควอนจียง” หนุ่มผู้ซึ่งมีชีวิตสุดอาร์ตได้อย่างแท้จริง







กำลังโหลดความคิดเห็น...