xs
xsm
sm
md
lg

“บรู๊ค” ถูกแม่บ่น! ปล่อย “ณดล” เล่นละคร ภูมิใจเล็กๆ “ณดา” สู้งาน เดินตามรอยพ่อแม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“บรู๊ค ดนุพร” ภูมิใจ “ณดล - ณดา” ลูกไม้ใต้ต้นเดินตามรอยเท้าพ่อแม่เล่นละคร บอก “ณดล” มีความอึดและอดทน ส่วน “ณดา” ไม่อยากเล่นบทร้องไห้ เพราะเครียดเกินไป เปิดใจเนื้อหอมผู้จัดรุมทาบอื้อ แถมถูกจองตัวตั้งแต่อยู่ในท้องทั้งคู่ ยันไม่เคยห้าม แต่อยากให้เป็นงานที่เหมาะสม เผยแม่ตนบ่นอุบ ทำไมให้ลูกเล่นละคร อยากให้เน้นเรื่องเรียนมากกว่า



หลังจากที่ปล่อยให้ลูกสาวคนโต “น้องณดา” ลองชิมลางละครเทิดพระเกียรติไปแล้ว ตอนนี้ “พ่อบรู๊ค ดนุพร ปุณณกัณต์” ก็ไฟเขียวให้ลูกชายคนเล็ก “น้องณดล” ได้ลองเล่นละครบ้าง ซึ่งบรู๊คเผยว่า จริงๆ แล้วโดน “ลอร์ด สยม สังวริบุตร” จองไว้ตั้งแต่อยู่ในท้อง พอถึงเวลาที่เหมาะสมจึงอยากให้ลองดู

“ไม่ได้ใจอ่อนหรอกครับ เพียงแต่พี่ลอร์ดทางดีด้าจองณดลตั้งแต่ยังอยู่ในท้องเลยครับ (หัวเราะ) ณดาก็จอง แล้วก็ยังไม่อยากให้เล่นเพราะเกรงใจกองถ่าย แล้วพี่ลอร์ดก็จองน้องณดากับณดลไปเล่นหนังเจ้าก่อน เราก็บอกว่าเล่นไม่ได้หรอก เพราะเขาเด็กมาก แต่ก็จองตั้งแต่แบเบาะจนโต พี่ลอร์ดก็บอกว่าลองดูแล้วกัน พอดีมีเรื่องที่พี่ลอร์ดเขียนเพิ่มให้มีแค่ 1 - 2 ฉาก ก็เลยบอกว่าอยากจะให้ณดลลองไปดูบรรยากาศว่าไหวไม่ไหว”

“ก็น่ารักดีครับ สนุกดี ให้เด็กวิ่งไปวิ่งมาหาคนนั้นคนนี้ ก็พอได้อยู่ครับ แต่ณดลเขาเขินน้องพอร์ช (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) (หัวเราะ) กำลังงงเหมือนกัน แต่เวลาผมถามว่าพี่พีค (ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ) สวยมั้ย เขาก็จะเขิน แล้วก็บอกสวยๆ และผมว่าน้องพอร์ชเล่นกับเด็กเก่ง เขาก็เลยมีความรู้สึกเขิน เพราะพอร์ชชอบแหย่ (ยิ้ม) ถามว่าใครพอจะมีแววเหรอ ผมว่าแล้วแต่เขานะ อยู่ที่บท อย่างณดาก็เล่นได้ แต่จะให้ร้องไห้ทุกฉากก็คงไม่ไหว เด็กเขาเครียด เขาบอกไม่ชอบร้องไห้ แต่เขาเล่นได้ เขาร้องได้ แต่เขาไม่ชอบ เขาบอกหนูเครียด เราก็จะรู้แล้วว่าเขาไม่ชอบ”

รับมีละครติดต่อมาเยอะ และภูมิใจที่เห็นลูกๆ ทำได้ สอน “ณดา” ให้ภูมิใจเล่นละครเทิดพระเกียรติเพื่อในหลวง บอกพ่อกับแม่อยากเล่นยังไม่มีโอกาส เป็นความยิ่งใหญ่ของลูก
“ก็คงไม่ถึงกับเบรกงานครับ แต่ดูงานที่เหมาะสม จริงๆ ก็มีละครติดต่อเข้ามาค่อนข้างเยอะหลังจากที่ละครเรื่องแรกของณดาได้ออกอากาศ แต่เนื่องจากตอนนี้เขาเรียนหนังสือ ก็ให้เขาเรียนไปก่อน ก็จะมีแค่ถ่ายโฆษณาที่ไม่ได้ใช้เวลาเขาเยอะมากน่ะครับ แต่ถ้าให้เล่นละครอาทิตย์ละ 3 - 4 วันคงไม่ไหว หวงมั้ยเหรอ ไม่ได้หวงเลย ต้องเรียนว่าละครเทิดพระเกียรติที่ณดาเล่นไม่ได้คุยเรื่องค่าตัวเลย ผมกับน้องกบจะบอกกับลูกเสมอว่าเป็นละครให้ในหลวงนะลูก พ่อกับแม่อยากเล่นยังไม่ได้เล่นเลย นี่ถือว่าเราทำถวายท่าน เราก็เลยไม่คุยเรื่องค่าตัว แต่ถ้าผู้ใหญ่จะให้เราก็แฮปปี้แล้ว เพราะลูกได้ลองในสิ่งที่เราอยากจะให้เขาลองอยู่แล้ว”

“เขาเข้าใจและภูมิใจนะครับ เพราะพอบอกว่าพอกับแม่อยากเล่นแต่ก็ยังไม่ได้เล่น ลูกได้เล่นละครให้ในหลวง มันยิ่งใหญ่มากนะ เขาก็เข้าใจครับ เรื่องเข้าวงการผมแล้วแต่เขาครับ ไม่ได้ห้ามเลย ถ้าโตขึ้นถามเขาแล้วเขาบอกไม่เอาเราก็ไม่บังคับ แต่น้องกบเขาอาจจะยังไม่อยากให้เล่น เพราะทั้งผมกับน้องกบได้ทำงานกับเด็กมาค่อนข้างเยอะครับ เราก็รู้ว่าเวลาเด็กเล่นไม่ได้มันค่อนข้างกดดันทีมงานพอสมควร ผมก็คิดว่าถ้าเป็นลูกผม พี่ๆ อาจจะไม่กล้าว่าไม่กล้าดุ เราก็เกรงใจทีมงาน แต่ผมโอเคนะ ฉากที่เขาต้องร้องไห้ผมเดินหลบเลย บอกตามสบาย เพราะผมเข้าใจว่าเขาต้องมีวิธีหลอกล่อให้เด็กร้องไห้”

“ถามว่าเข้ากองแล้วกลัวลูกลำบากมั้ย ผมอยากให้ลูกเจอแบบนี้บ้างนะ แต่มันก็เป็นธรรมชาติของพ่อแม่ไม่มีใครอยากให้ลูกลำบากหรอกครับ แต่ในความเป็นจริงมันหลีกเลี่ยงอย่างนั้นไม่ได้ จะคิดว่าชีวิตสวยงามตลอดไม่ได้ ต้องออกแดดได้ อยากให้เขามีความอดทนว่าวันหนึ่งเขาโตขึ้นเขาต้องเจอแดด เจอร้อน เจอความลำบาก แต่สิ่งที่ดีที่สุด คือ ทุกวันนี้ลูกผมได้รู้จักคุณค่าของเงิน ก็อย่างเช่นบอกกับเขาว่าถ้าอยากไปเที่ยวช่วงปิดเทอม พ่อกับแม่ไม่มีเงินพาหนูไปเที่ยวนะ เวลาไปทำงานหนูต้องยิ้มนะ แล้วเราจะเก็บเงินไปเที่ยวกัน เขาเข้าใจและทำนะ เขาจะได้รู้ค่าของเงิน ไม่ใช่ว่าอยากไปไหนแล้วจะได้ไป”

บอกคุณย่าโวยแหลกให้ลูกเล่นละคร หวงหนักนั่งเฝ้าหลังมอนิเตอร์
“สำหรับณดลจริงๆ ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ห่วงหมดแหละ เพราะเขายังเด็ก ยังไม่รู้อันไหนถูกผิด แต่เวลาไปถ่ายทีก็ยกกันไปหมด คุณปู่คุณย่าก็จะไปเชียร์กัน (หัวเราะ) คุณย่าเป็นห่วงหลาน บอกสงสาร เพราะตอนณดาถ่ายละครเราก็ถ่ายรูปส่งไปให้ ตอนเย็นๆ คุณย่ามาบ่นแหลกเลย คุณย่าบอกว่าสงสาร เพราะรูปที่ถ่ายไปมันก็เป็นบ้าน แต่ซีนจริงๆ มันเป็นฉากละคร ยุงก็เยอะ แม่เขาก็ห่วงว่าจะฉีดยากันยุงหรือยัง พ่อกับแม่ก็จะไปนั่งเฝ้าอยู่หลังมอนิเตอร์ เอาจริงๆ คุณแม่ผมไม่อยากให้เล่นหรอก ท่านเป็นห่วงเรื่องเรียน บอกว่าถ้าถ่าย 2 - 3 โอเค แต่ถ้าเกิดต้องไปเป็นประจำยังไม่เอา เอาเรื่องเรียนเป็นหลักก่อน”

“เราก็ต้องดูบทว่าเหมาะกับลูกเราหรือเปล่า ผมและน้องกบก็จะคุยกันว่ามีคนติดต่อละครเรื่องนี้มา จะไหวมั้ย ก็มีส่งมาเยอะครับ ทั้งช่อง 7 และไม่ใช่ช่อง 7 ครับ แต่เราก็บอกว่าน้องมีคิวแค่เสาร์อาทิตย์ และเราก็สงสารลูก เสาร์อาทิตย์เราก็อยากให้ลูกเราพัก อยากให้ตื่นสาย อยากให้เขาเป็นเด็กปกติน่ะครับ ก็เลยคิดว่าละครนี่รอให้เขาโตอีกหน่อยดีกว่าครับ ให้เขาสนุกกับชีวิตวัยเด็กอีกสักพักหนึ่ง ให้เรียนไปก่อน”

ไม่กล้าเอามาเล่นละครของตัวเอง เพราะคงไม่กล้ากำกับ ภูมิใจลูกไม่หล่นไม่ไกลต้น “ณดล-ณดา” เดินตามรอยเท้าพ่อแม่
“ผมไม่กล้ากำกับ (หัวเราะ) เรตค่าตัวปกติครับ ผมก็แซวกันแหละ แต่จริงๆ ต้องดูบทที่เหมาะมากกว่าครับ แต่ทำงานกับเด็กเหนื่อยครับ แล้วณดามีวันหยุดแค่เสาร์อาทิตย์ น้องกบก็มีเรียนพิเศษของลูก ผมคิดว่ามันอยู่ที่จังหวะมากกว่า ถ้าเรื่องไหนที่มันเหมาะกับน้องกบก็ต้องชวนมาเล่น ถ้ามาเล่นแล้วเรตติ้งจะขึ้นมั้ย ผมว่าก็อาจจะมีผลนิดหน่อย แต่ผมว่ามันอยู่ที่ตัวบทมากกว่าว่าเหมาะกับลูกผมมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ภูมิใจนะครับที่ลูกมีโอกาสได้ลองในงานที่พ่อกับแม่เคยทำ ก็เป็นความภูมิใจเล็กๆ (ยิ้ม) เขาก็โอเคนะ ณดาเขาก็สู้งานนะ เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นก็ได้ เพราะณดาเลิกเรียนประมาณบ่ายสามโมง แล้วก็ไปถ่ายละครที่นครศรีธรรมราช ไปถึงก็ถ่ายยาวจนถึง 4 ทุ่ม ไม่งอแงเลย พอเช้า 10 โมงก็ตื่นมาเข้าฉาก เย็นๆ ก็บินกลับกรุงเทพฯ เลย”

เขาอึดนะ เคยไปโชว์ตัวที่โคราชด้วยกัน 3 คนผม น้องกบแล้วก็ณดา ซึ่งณดาเขาหิวมาก แต่เราก็ลงไปกินไม่ได้เพราะคนเยอะมาก ก็ให้คนลงไปซื้อไก่เคเอฟซีมาให้เขา เขาก็นั่งขัดสมาธิทานในรถ ผมก็มองเขาแล้วถามว่าเหนื่อยมั้ยลูก ก็บอกเขาว่าเมื่อก่อนพ่อกับแม่ก็เป็นอย่างนี้แหละ ก็อยากให้เขาเรียนรู้ชีวิตน่ะครับ คือเราเลี้ยงให้เขาสบายแหละ แต่ชีวิตจริงที่เขาต้องเจอมันไม่ใช่แบบนั้น เราก็สอนเขาว่าชีวิตมันต้องมีสองด้านอยู่แล้ว”




กำลังโหลดความคิดเห็น...