“เอสเธอร์” เผยครั้งแรก! หลังเกิดดรามา “ฌอห์ณ” ไม่ขอร่วมงาน รับรู้สึกแย่ - เสียความรู้สึก เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต สงสารแม่ได้รับผลกระทบไปด้วย เผยแม่ลูกงดเสพสื่อ ทำตัวไม่ถูก ถูกสาดสตรอว์เบอร์รี ต่อจากนี้คงไม่มีใครกล้าจ้างคู่ ย้ำไม่ต้องถามเหตุผล “ฌอห์ณ” เพราะไม่จำเป็นต้องรู้ ไม่ฟ้องชาวเน็ตเล่นแรงด่าแม่ จิกไม่ต้องมาเดือดร้อนแทน เปิดใจจับมือ “เคน” แน่นขึ้น ชมเป็นกำลังใจที่ดีในวันที่ตนย่ำแย่ ยิ่งคุยยิ่งคลิก ชนะใจแม่
มีประเด็นร้อนแรงมาหลายวัน แต่ก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงสักครั้ง สำหรับ “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” กรณีดรามา “ฌอห์ณ” จินดาโชติ” ถูกออร์แกไนซ์ออกมาแฉว่าเป็นฝ่ายไม่ขอร่วมงานกับสาวเอสเธอร์ แต่กลับออกมาให้สัมภาษณ์คล้ายสาวเอสเธอร์เป็นฝ่ายเลี่ยงเจอ แถมดรามายังลุกลามบานปลายแบ่งฝ่ายแบ่งทีม และลามไปถึงภาพพระเอก “เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ” นั่งตัก ทั้งด่าแรง ทั้งโดนโซเชียลสาดสตรอว์เบอร์รีให้เป็นไร่ ล่าสุด สาวเอสเธอร์ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก โดยยืนยันว่า ตนมีความเป็นมืออาชีพ ส่วนกรณีที่ออร์แกไนซ์ต้องออกมาชี้แจงแทนนั้น เพราะข่าวทำให้ภาพลักษณ์ของตนเสียหาย กระทบอาชีพของตน
“เริ่มแรกทางออร์แกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้น ก็โทร.มาแคนเซิลกับคุณแม่ เราก็แคนเซิลไม่เป็นไร เราเข้าใจ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา เหมือนกับว่าเราเบี้ยวงานไม่ไปตามงาน กลายเป็นเราเสียหายเราไม่ได้เบี้ยวงาน เราไม่ได้แคเซิลแค่นี้เอง ถ้าแบบนี้ก็กลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน”
“ซึ่งก็ตามที่ออร์แกไนเซอร์ชี้แจงเลย เราต้องขอขอบคุณมากๆ คือ ด้วยการที่เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ด้วยข่าวค่อนข้างจะแรงและคนตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันงานปุ๊บทางออร์แกไนซ์ก็คุยกับคุณแม่ว่าจะออกมาขอโทษด้วยตัวเอง เขาก็ออกมาชี้แจงที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบเราต้องขอขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ เราไม่ได้แคนเซิลงาน แต่ออแกไนซ์เป็นคนแคนเซิล ส่วนเหตุผลก็ตามที่ออแกไนเซอร์บอกเลย ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไป เขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งแม่ก็ไม่ได้บอกว่าเหตุผลที่เขาแคนเซิลเพราะทางโน้นไม่อยากร่วมงาน แค่บอกว่าแคนเซิล หลังจากนั้นหนูก็รู้จากออร์แกไนเซอร์”
ยอมรับเสียความรู้สึก “ฌอห์ณ” ไม่ขอร่วมงานด้วย งงเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เสียใจถูกตัดสินแค่ข่าว รับข่าวทำให้กระทบหลายฝ่าย
“ก็ (ทำหน้าอึ้ง) เหรอ (อึ้ง) ตัวเราไม่ได้คิดอะไรเลย คอนเฟิร์มทุกอย่างแล้ว ในใบรายชื่อก็มีชื่อเราด้วย พอออกมา เราก็งง เรื่องเสียความรู้สึกก็นิดหนึ่งมันก็ต้องมีบ้าง พอทราบเหตุผลแล้วไม่เป็นไร ถือว่าไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต”
“กับเขาก็ไม่ได้คุยนานมาก ตอนถ่ายละครเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้ายคือละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่าเป็นยังไงบ้างได้ดูละครมั้ย เราก็ตอบตามปกติว่าดู พี่ดูเปล่า แค่นั้น หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยกันอีกเลย กับเหตุการณ์ที่เกิดเราเครียดมากเลย เรารู้สึกแย่ รู้สึกเสียใจ เรายังไม่ได้ออกมาพูดคนก็เลือกตัดสินจากภาพข่าวแล้ว มันไม่ได้กระทบต่อตัวเราคนเดียว มันกระทบต่ออีกหลายๆ คน ช่างหน้าช่างผม เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแลเราคอนเฟิร์มไว้แล้วก็ต้องยกเลิกกะทันหันมากๆ กลายเป็นเราต้องรู้สึกเกรงใจที่เขาจะเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย มันกระทบหลายฝ่ายมากๆ”
“ทางออร์แกไนเซอร์ก็ขอโทษคุณแม่โดยตรงซึ่งน่ารักมาก อันนี้ต้องขอบคุณมากๆ เพราะจริงๆ ออร์แกไนซ์ไม่จำเป็นต้องออกมาด้วยตัวเอง มาขอโทษช่วยชี้แจง”
บอกอย่าเลือกทีมใคร ออแกไนซ์ออกมาชี้แจงเพราะไม่อยากให้ตนเสียหาย กลายเป็นดิสเครดิตอาชีพตัวเอง
“อย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน หรือเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงานแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเราคืออาชีพนักแสดง เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของตัวเอง เพราะเราต้องทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้ เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย”
บอกทำตัวไม่ถูก ถูกชาวเน็ตเข้ามาสาดสตรอว์เบอร์รี ขำๆ เก็บได้เกือบพันไร่
“เก็บได้เกือบจะพันไร่แล้ว (หัวเราะ) ยอมรับว่า ตอนนั้นเครียดมากๆ ทำตัวไม่ถูกเลย ตอนนั้นไม่เข้าโซเชียลเลยไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไร ด้วยโซเชียลเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก คนเราเลือกตัดสินก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำ โดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตา ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้”
“สงสารแม่ แม่เขาแก่แล้วนะคะ อายุ 50 ปีแล้ว ส่วนตัวหนูไม่โทร.ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลแค่กับออร์แกไนซ์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอห์ณเลย ไม่จำเป็นต้องโทร.ไป”
ไม่อยากถามเหตุผล “ฌอห์ณ” บอกไม่จำเป็นต้องรู้! ได้ประสบการณ์ชีวิต โซเชียลมีผลต่อความรู้สึก ต่อไปจะระวังมากขึ้น
“ถ้าขนาดนี้ก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว สำหรับเรื่องที่ทางออแกไนซ์บอกว่าฌอห์ณมาสายด้วย เราว่าออแกไนซ์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้นไม่เกี่ยวกับเรา เราไม่รู้ แต่อยากจะบอกว่ากับทางออแกไนซ์เราไม่รู้จัก เหรียญมีสองด้านอยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรเป็นอะไร ความจริงก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองแล้วกันว่ามันเป็นอย่างไร กับออร์แกไนซ์เราไม่สนิทกัน พี่เคนก็เพิ่งไปกับเรา เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน”
“ข่าวนี้ก็ให้อาชีพการทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอย่างหนึ่งที่เราเพิ่งประสบว่าคนภายนอก คนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก ต่อจิตใจเรามาก แค่เขาแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็มีความรู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่กลายเป็นว่าเราเครียดได้ มันก็เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังจะดูดีๆ จะระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้นในการเล่นโซเชียลให้มากขึ้น คนมองในแง่ลบมากค่ะ”
ย้ำไม่ได้เป็นคนที่มีปัญหา แต่ถึงตอนนี้คงไม่มีใครกล้าจ้างคู่กันแล้ว
“เรื่องพี่เอกกี้ออกมาปกป้องพี่ฌอห์ณอันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เราไม่ได้เจอพี่เอกกี้ และวันนั้นเราก็ไม่ได้ไปทำงาน เลยไม่รู้ในส่วนของตรงนั้นเลย สำหรับตัวเราอย่างที่บอกตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ถ้าตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นแบบนี้แล้วคงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้วแหละค่ะ”
“ส่วนเรื่องละครคู่กัน อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ผู้ใหญ่ก็ไม่มีติดต่อมา ด้วยปีนี้เราแพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะละครคู่กันไม่มี ผลงานคู่กันก็ไม่มี”
ยันภาพ “เคน ภูภูมิ” นั่งตักแม่น่ารัก ซัดไม่ต้องมาเดือดร้อนแทนเรา ชี้คนจะเกลียดเป็นปกติที่หาเรื่องมาด่า
“คนมันเสียแล้ว คนจะว่าอะไรเราเขาก็ไปขุดเรื่องมาว่าได้อยู่แล้ว แต่อยากจะบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทนเรา (หัวเราะ) เอาจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากเลยนะคะ พี่เขานั่งตักแม่ ไม่ได้ไปนั่งตักสาวที่ไหน และด้วยที่คุณแม่เรารักพี่เขาเหมือนลูกชาย แต่เราว่าคนมันจะเกลียดเขาก็หาเรื่องมาด่าได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามองในทางกลับกันคือแม่แก่แล้ว เขาก็มองเราว่ายังเป็นเด็กในสายตาตลอด และเราว่ามันเป็นการแสดงความรักกัน ไม่ได้ไปทำอะไรที่กระทบต่อคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย”
“ไม่ได้อ่านคอมเมนต์เลยค่ะ ไม่พร้อมที่จะอ่าน ส่วนตัวคุณแม่เองช่วงนั้นก็ไม่เข้าโซเชียลเลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้ลบรูปออกนะคะ จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่มีปัญหาคนยังเข้ามาชมรูปนี้เลยว่าน่ารักมากเลย แต่พอมีปัญหาคนก็มาด่า”
เผยถูกด่าเยอะ ให้ตามฟ้องคงฟ้องไม่ทัน ลั่นไม่อยากทำให้ชีวิตยุ่งยาก
“ตอนนี้สภาพจิตใจคุณแม่ก็ดีขึ้นนิดหนึ่งแล้วค่ะ แต่ก็เป็นห่วงเพราะท่านก็อายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด พอเครียดแล้วเดี๋ยวสุขภาพก็จะตามไปด้วย อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรให้ใครเสียหายหรือน่าเกลียดเลย”
“คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะคะ ด้วยอาชีพการงานเรา เราก็เข้าใจ แต่ถ้าคิดในแง่กลับกันว่าหากคุณมาโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยมันก็ต้องมีเสียความรู้สึก และเครียดอยู่แล้ว”
“แต่ละคำก็แรงเหมือนกันค่ะ แต่จะใช้กฎหมายฟ้องมั้ยอย่าเลยดีกว่าค่ะ มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน ขอเลือกที่จะไม่เสพเลยดีกว่า เราหาความสุขจากคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย คลิกเข้าไปดูตั้งไพรเวต รูปก็ไม่มี คือ เหมือนเขาสร้างไอจีมาเพื่อด่า เราเลยอย่าทำให้มันยุ่งยากเลย แค่นี้ใช้ชีวิตก็ยุ่งยากแล้ว เราไม่เคยคิดที่จะตั้งไพรเวตเลยค่ะ”
จับมือ “เคน” แน่นขึ้น ชมเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ ในวันที่ตนย่ำแย่ ยิ่งคุยยิ่งคลิก ชนะใจแม่
“พี่เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีมากๆ ในวันที่เราย่ำแย่มากๆ ค่ะ เพราะเหมือนเขาเป็นคนเดียวที่เรายึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่เขามีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาเข้ามาทำงานก่อนเรา ทำก็ให้คำแนะนำที่ดีค่ะ จับมือแน่นค่ะ วาเลนไทน์ก็ได้ดอกไม้ค่ะ เราก็ให้สมุดภาพค่ะ คือ เราถ่ายรูปเก็บๆ มา แล้วเอามารวมเป็นสมุดภาพเท่านั้นเอง วาเลนไทน์ก็ให้แม่มาถ่ายรูปคู่ให้ (หัวเราะ) มันอบอุ่นดีค่ะ อย่างถ่ายรูปบางทีเราก็เกรงใจที่จะให้คนอื่นมาถ่ายให้ บางทีเขาไม่รู้มุม ไม่สามารถสั่งได้ว่าเขยิบไปหน่อยนะ มุมนี้นะ แต่คือกับเราเขารู้มุมเราไง ยิงภาพกระหน่ำเลย”
“เราไม่เขินเลยค่ะ เป็นปกติทุกอย่างเลย ถ้าใครได้รู้จักคุณแม่จริงๆ ท่านจะเหมือนวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เราคุยกันได้ทุกเรื่อง แม่จะเข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ ชนะใจแม่มั้ย เรียกว่าเราคุยกันและคลิกกันมากกว่าค่ะ คือชิลๆ ทั้งคู่ สบายๆ ทั้งคู่ค่ะ เดี๋ยวเสร็จงานก็จะไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีเลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่คงยังก่อนดีกว่าค่ะ จริงๆ มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่รู้สึกว่ายังไม่พร้อมค่ะ”


