xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) “ซันนี่ ยูโฟร์” กรวดน้ำคว่ำขัน ซัดวงการบันเทิงเลว! ปั้นให้ดังแต่ทอดทิ้ง 20 ปี ไม่เคยได้งาน เครียดป่วยหมดเงินรักษาเป็นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ซันนี่ ยูโฟร์” เครียดอ้วนขึ้น 100 กิโล จนไม่กล้าออกจากบ้าน รับไทรอยด์เป็นพิษ เนื้องอกในถุงน้ำดีแต่ยังไม่ใช่มะเร็ง สู้ค่ารักษาที่เมืองนอกไม่ไหว เลยต้องกลับเมืองไทย ไม่มั่นใจหมอ รพ. ขอใช้วิธีเอนไท เอจจิ้ง แทน มั่นใจไม่เกิน 2 อาทิตย์หายแน่นอน บอกหมดเป็นล้านกับค่ารักษา เผย มีฝรั่งแก่มาจีบ ต่อให้รวย 150 ล้าน แต่ต้องมานั่งเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวก็ไม่เอา เดือดแตกใส่ไม่ยั้ง วงการบันเทิงเลว ปั้นขึ้นมาเป็นนักร้องดัง แต่ถูกทอดทิ้ง 20 ปี ไม่เคยได้งาน ก่อนกรวดน้ำขออโหสิกรรมให้


“ซันนี่ ยูโฟร์” กรวดน้ำคว่ำขัน ซัดวงการบันเทิงเลว! ปั้นให้ดังแต่ทอดทิ้ง 20 ปี ไม่เคยได้งาน เครียดป่วยหมดเงินรักษาเป็นล้าน

กลับมาพร้อมกับความแซบเสมอ สำหรับอดีตนักร้องบอยแบนด์ “ซันนี่ ยูโฟร์” ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจกลางรายการ ยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ ณ สตูดิโอ 1 อสมท ถึงข่าวต่างๆ ว่า หลบไปเกาะเพื่อนกินที่ประเทศออสเตรเลีย ป่วยหนักเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ หนี้สินรุมเร้า ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่าป่วยเป็นไทรอยด์เป็นพิษจริง และบวกกับเจอเนื้องอกในถุงน้ำดี ทำให้ตัวบวม น้ำหนักขึ้นมาร่วม 100 กิโลกรัม

“สิ่งที่ซันนี่เป็นอยู่ คือ ในส่วนของไทรอยด์สูง เพราะประวัติคนในบ้านเป็นหมดเลย คือ เป็นคนที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์จริงๆ เป็นเด็กกำพร้า เราก็ไปถามจากคนที่เขารู้ว่าคนที่บ้านเราเป็นอะไรบ้าง และทราบมาว่าคนในบ้านลงในใบมรณบัตรหมดเลยว่าหัวใจล้มเหลวบ้าง การหายใจล้มเหลวบ้าง แต่จริงๆ มันคือเบาหวาน คือ ไทรอยด์เป็นพิษ คือ เส้นเลือดในสมองแตก และมันคือมะเร็ง คือ ไม่มีใครเลยที่มีสายเลือดเดียวกันแล้วไม่เป็นโรคพวกนี้ ฉะนั้น ก็ไม่ได้ตกใจอะไร ตอนนั้นกำลังหมดข่าวเกี่ยวกับเรื่องแฟนพอดี เราก็กำลังเตรียมโครงการจะไปเมืองนอกไปทำอะไรสักหน่อยแล้วกัน แล้วค่อยกลับมารับงานเหมือนเดิมเป็นพิธีกรตามช่องอะไรอย่างนี้”

“ทีนี้พอเราไม่ได้ตรวจตั้งแต่แรก พอไทรอยด์ค่ามันสูงมากๆ มันมีตัวอย่างบุคคลอยู่แล้ว คือ คนที่ซันนี่นับถือและไปไหว้เป็นประจำ คือ แม่พุ่มพวง ถ้าเราปล่อยให้เป็นขนาดนั้นเราก็จะช่วยอะไรเราเองไม่ได้ แต่การแพทย์สมัยนี้ยังรักษาได้ เพราะยังเป็นระยะแรกอยู่ เราก็ไม่ตกใจกับไทรอยด์เลย ถึงมันจะเริ่มบวมขึ้นมาก็จริง เพราะเราเป็นคนกินผัก กินมังสวิรัติ หมอบอกว่า คุณกินมาจน 15 ปีแล้ว มันไม่มีอะไรจะมาย่อยเนื้อสัตว์ได้ มันอาจจะมีอะไรบกพร่องอยู่ ก็เลยลองตรวจดู ปรากฏว่าเป็นชิ้นเนื้องอกอยู่เต็มถุงน้ำดีเลย ซึ่งถุงน้ำดีมันมีหน้าที่จะต้องขับเอนไซม์ไขมันออกมา เพราะฉะนั้นสองตัวนี้ที่เป็นภัยกับเราอยู่เนี่ยทำให้น้ำหนักเราขึ้นมา”

“ตอนแรกไม่กล้ากลับมาเลย เพราะตอนนั้นอยู่เมืองนอกช่วงกลางปีที่แล้ว ก็จะมีแอบกลับมาช่วงหนึ่งแล้วก็ไป 4 เดือนไปที แล้วก็ฝังตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่กล้าออกจากห้องเลยเพราะมันดูไม่ได้เลยค่ะ มาเป็น 100 กิโลเลย ภายใน 2 - 3 อาทิตย์เอง ก็เริ่มใจสั่นว่าจะทำยังไงดี เราก็แก่ป่านนี้แล้ว ไม่ได้ประกันอะไรเลย อยู่เมืองนอกด้วย เราก็เริ่มรักษาที่เมืองนอกก่อน ปรากฏว่า แพงมาก เงินที่หามาได้ก็กระเด็นไปหมด ก็เลยลองบินกลับมาไทย เราก็ไม่รู้ว่าต้องเป็นโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชน ก็ไปตามสตางค์ที่มี ปรากฏว่า มันมีความมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง ซันนี่เชื่อว่ามันเป็นโรคเวรโรคกรรมนะ เพราะการตรวจออกมามันแปลกมาก ค่าตรวจเลือด ปัสสาวะ อัลตร้าซาวนด์ไม่ตรงกันเลย งงเหมือนกัน นั่นคือ หนึ่งโรงพยาบาลที่เราเสียไปแล้ว ตังค์ก็ไม่ได้คืน (หัวเราะ)”

“ก็ไปอีกหนึ่งโรงพยาบาล ไปถึงก็ไปนอนสแกน MRI เลย คือ เราเป็นคนรักสวยรักงามไม่อยากแก่ก็เลยต้องตรวจ ค่าตรวจก็แพงมาก ก็เอา ตังค์ยังไม่หมดก็สู้ตาย ก็ให้ยามาแบบซื้อร้านขายยาหน้าบ้านได้น่ะ ก็เลยงงว่ามาก เพราะตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงประมาณช่วงคริสต์มาส ความดันมันอยู่ที่ 180 สลับกับ 160 ตลอด คนนั้นบอกออกกำลังกายได้ คนนี้บอกออกไม่ได้ ก็งงไปหมดว่าตกลงฉันจะทำอะไรกับตัวฉันดี แต่เราก็งงว่าเรากินมังสวิรัตินะ คุณหมอก็เลยบอกว่าลองกลับมาดู ก็กลับมาได้ช่วง 2 อาทิตย์นี้มาทำเอนไท เอจจิ้ง ไปเลย คือ ไม่ต้องมาซ่อมอวัยวะทีละส่วนแล้ว ก็นำเครื่องเข้ามาเลย และรักษาโดยการไปดูฮอร์โมนจริง 11 ตัวหลักของเราว่าจริงๆ แล้วมันขาดอะไรอยู่ เพราะอวัยวะเวลามันอักเสบมากๆ มันก็จะขึ้น แล้วก็มีจุดดำ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ใครเป็นก็ได้ แต่สำหรับซันนี่ปล่อยให้มันเป็นไม่ได้”

“ก็เลยคิดว่าช่วงหนึ่งเป็นมะเร็งไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะว่ามันอ้วนและโทรมจัดมาก คือ ไม่ออกมาจากห้องเลย แม้กระทั่งจะมาทิ้งขยะ เพราะรับตัวเองไม่ได้จริงๆ และไม่รู้จะไปรักษาที่ไหน ก็สรุปว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษกับเป็นเนื้องอก ซึ่งสามารถกลายได้ เป็นมะเร็งได้ แต่ตอนนี้ตั้งแต่กลับมาและเข็ดกับหมอแล้ว ก็เลยกลายเป็นเอนไท เอจจิ้งแทน คือหันมาบำบัดในเรื่องของฮอร์โมน 11 ตัวที่เราขาดไป พอเซลล์เราได้ปรับก็เหมือนไปสะกิดเซลล์ข้างๆ ให้มันดีขึ้นด้วย”

“ตอนนี้ซันนี่คงจะเชื่อหมอได้น้อยลงแล้ว ขอเชื่อเป็นคนๆ ดีกว่า เพราะตอนคุณเรียนคุณอาจจะได้ที่โหล่ของห้องก็ได้ใครจะไปรู้ อาจจะไม่ได้เก่งจริงก็ได้ จะให้กะเทยเป็นมะเร็งท่าเดียวเลย เป็นกะเทยก็พิการทางเพศพอแล้ว จะให้ดิฉันเป็นมะเร็งอีก แล้วดิฉันจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงเนี่ย แต่ถ้าถามว่าส่วนตัวคิดว่าตัวเองเป็นอะไร ถ้าตรวจตามดวงซันนี่ว่าเราไปยุ่งกับดวงคนอื่น คือ ไปหวังดีกับเขามากเกินไปแล้วมันก็กลับมาหาเรา แล้วมันก็มาสะกิดเราตรงที่ทั้งบ้านเป็นอยู่แล้วด้วย ทยอยกันไปหมดแล้ว”

บอกสุขภาพตนจะหายเป็นปกติในอีกไม่เกิน 2 อาทิตย์แน่นอน
“ตอนนี้สุขภาพก็ไม่ต้องห่วงแล้ว ภายใน 2 อาทิตย์นี่จะหายขาด โดยที่เอนไท เอจจิ้งเท่านั้น หมอในเมืองไทยจะยอมรับหรือเปล่าไม่รู้ เพราะว่ามันมีอยู่ไม่กี่ที่เอง ตอนนี้ก็มีไปตรวจเช็กกับหมอที่หาอยู่เท่านั้นค่ะ แต่โรงพยาบาลทั่วไปน่ะไม่ไปแล้ว มั่นใจว่าอีก 2 อาทิตย์หาย เพราะอัลตราซาวนด์แล้วจุดดำๆ ที่เคยมีมันเหมือนเป็นผดขึ้น ก็ด้วยวิธีการทานฮอร์โมนที่เราขาดไป 11 ตัวนี่แหละค่ะ ซึ่งทุกคนเกิดมาต้องมีฮอร์โมนพวกนี้อยู่แล้ว ก็เลยมานั่งคิดว่ามันคือดวงตกเหรอ หรือตกอับ หรืออาจจะจุดประกายว่าเราเป็นคนแรกที่หันมาทำทางด้านนี้ก็ได้”

“ตอนนี้การรักษาแบบเอนไท เอจจิ้งนี่ผลวิจัยออกมาแล้วค่ะ เขาไปถึงองค์การนาซาเยอะแยะไปหมด เขาใช้กันหมดแล้ว แต่ถามว่าเนื้องอกนี่เกี่ยวกับที่เราทำศัลยกรรมมั้ย ไม่เกี่ยวเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นต้องงอกที่หน้าสิ เพราะว่าซิลิโคนครึ่งประเทศอยู่ที่หน้าซันนี่หมดแล้ว ฉะนั้น เรื่องป่วยเราก็เบาใจได้แล้ว จากวันที่ 15 มกราคม จนถึงวันนี้มันหายไป 6 กิโลแล้ว ซึ่งไม่มีทางที่จะลดน้ำหนักได้หรอกวันละ 1 กิโล แต่นี่เรารักษาถึงขั้นปรับระบบเซลล์ให้มันเป็นเซลล์ใหม่ แล้วมันอาจจะเป็นกิจการที่เราจะต้องทำก็ได้ คือต้องเป็นคลินิกจริงๆ”

บอกถ้าหมดเงินรักษากินยาฆ่าตัวตาย จะได้ไม่ต้องทรมาน
“ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายนะ เพียงแต่คิดว่าถ้าหมดเงินเมื่อไหร่ แล้วเรายืมเงินคนไม่เป็นน่ะเราก็พร้อมนะ เทผสมอะไรกินง่ายๆ แล้วไม่ต้องทรมานน่ะ จะให้ไปโดดตึกก็ไม่เอาหรอก ถนนเขาจะยุบอีก ก็ถ้ามันสุดๆ ก็คิดว่าตายแล้วกัน ตามไปอยู่กับพ่อกับแม่”

เผยจากที่เคยมีเงินเป็นล้าน แต่หมดกับค่ารักษาไปเหลือแค่หลักหมื่น
“ที่ขึ้นเฟสว่าเหลืออยู่ 4 หมื่นกว่าบาท แต่ตอนที่มาเจอกันเรื่องแฟนเก่ามีอยู่หลักล้านนะ คิดดูแล้วกัน นี่คือหมดกับค่ารักษาเลย ไม่มีเรื่องกินเหล้าเมายาเลย ซันนี่กินแต่ผัก ไม่กินเหล้า แล้วยิ่งหน้าตามันน่าเกลียดขนาดไม่อยากออกไปไหนเลยน่ะ เคยเป็นลมอยู่ในห้องคนเดียว จำได้ว่าตอนนั้นบ่ายสองลุกมาอีกทีฟ้ามันมืดแล้ว อาจจะตรงนี้มั้งที่เรารู้สึกสงสารตัวเอง นอยด์ ลองมาเป็นลมแบบไม่มีใครรู้สิ จากนั้นก็เลยบอกป้าที่มาส่งข้าวว่าต้องมาส่งข้าวให้หนู 3 เวลานะ คืออย่างน้อยมีใครแวะมาดูบ้างก็ดี เผื่อเป็นอะไรไป”

“ถามว่ายังมีภาวะเสี่ยงเป็นมะเร็งมั้ย ในดวงมันมีอยู่แล้วค่ะ ถึงตอนนี้จะหาย แต่พออายุ 85 ซันนี่ก็ต้องเป็นมะเร็งตายอยู่ดีตามดวง ถ้าอยู่ถึงคอยดูได้เลย ฉันไม่เคยดูอะไรไม่แม่น เพียงแต่ไม่ได้โฆษณาแข่งกับหมอดูทั่วไปเท่านั้นเอง รอพวกเขาดวงตกลงก่อนค่ะ”

“แต่มันก็มีผลจากความเครียดครั้งที่แล้วเหมือนกันนะ ข่าวเรื่องเลิกแฟน ก็อย่าเขียนเรื่องนี้อีกเลย เพราะนี่เขาก็กลับมาหาเรื่องว่าเราไปโยงพูดถึงเขาอีก ต่อไปนี้อยากพูดว่า เปลี่ยนสังคมของเราจากการให้กำลังใจเป็นความเข้าใจดีกว่า กลับมาก็ได้รับข่าวดีเลยว่าได้เล่นละครแล้ว ดวงก็ยังดูอยู่ทุกวันค่ะ ค่าดู 999 บาทค่ะ”

รับมีเศรษฐีชาวออสซีมาจีบจริง แต่บอกไม่ชอบคนแก่ ถึงมี 150 ล้านก็ไม่เอา
“ข่าวที่ว่ามีเศรษฐีออสเตรเลียมาตามจีบ คือ เราไม่ชอบคนแก่ ไม่สามารถไปมีเพศสัมพันธ์กับเขาได้ ไม่ชอบเลย ต่อให้ ริชาร์ด เกียร์ ฉันจะคลั่งขนาดไหนมาขอจริงๆ ฉันก็ไม่เอา เพราะอารมณ์เราไม่ไป คือ ต้องอธิบายว่าถึงจะมี 150 ล้าน แล้วให้ฉันทำแซนด์วิชทุกเช้า ไปได้แค่ซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดมูลนิธิก็ไม่ได้ ทำงานอะไรก็ไม่ได้เลย จะเก็บดองไว้แล้วคอยเช็ดตัว หนักไปคอยเช็ดอึเช็ดเยี่ยวไปด้วย เอามั้ยล่ะ 150 ล้านนี่มันไม่ได้ใช้น่ะสิ ถ้าได้แล้วได้ใช้ฉันจะไป”

“หนี้สินตอนนี้เหลือแค่รถ ก็ต้องขอบคุณแม่ เพราะแม่อุตส่าห์เก็บเงินเอาไว้ แล้วบอกว่าไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวค่ารถจะมาเก็บทุกวันที่ 4 หรือ 5 เตือนแม่หน่อย เดี๋ยวแม่จะเอาตังค์ไปจ่ายค่ารถให้ก่อน (น้ำตาซึม) ก็สมควรที่แม่เขาอยากจะช่วยแล้วล่ะ เพราะเขาเลี้ยงเรามา พอเราโตเราก็เลี้ยงเขากลับ นับวันเราก็ยิ่งรู้ว่ากตัญญูไม่ได้เสียหายเลย และค่าที่จะทำเอนไท เอจจิ้ง นี่จริงๆ มันแพง แต่เพื่อนก็อุตส่าห์รวมตัวกันแล้วบอกว่าซันนี่เธออยู่เฉยๆ เธอชี้นิ้ว ใช้สมองของเธอทำกิจการขึ้นมาเลย ถ้ามันเป็นกิจการได้ก็จะทำ แต่ถ้าเป็นกิจการไม่ได้ก็บริจาคเลยค่ะ ยังไม่รู้ว่าจะทำแบบคลินิกหรือสมาคม หรืออาจจะทำฟรีไปเลย”

รับกลับมาเพราะแม่เสียชีวิต เศร้าแม่-หมา และทุกอย่างที่รักตายในเดือน ม.ค. หมด ตั้งเป้าปรับสภาพดูดวง
“ที่กลับมาครั้งนี้ หลักๆ เลยคือแม่เสียเมื่อวันที่ 6 มกราคม ยังไงก็ต้องกลับ และวันเกิดเรา คือ 16 มกราคม คือ แม่ หมา ทุกอย่างที่เรารักมาตายในเดือนมกราคมหมด มันคงเป็นเดือนอะไรสักอย่างในชีวิตเรา ก็ตั้งเป้าไว้ว่าคงต้องปรับสภาพการดูดวง คือ ให้รู้เลยว่า 999 บาทนี่ ดูให้ทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะลูกเต๋า ไพ่ จะดูอะไรฉันดูได้หมด”

โต้กลับมาดรามาเพื่อเรียกงาน บอกต้องการแฉให้เห็นว่าวงการบันเทิงเลวยังไงบ้าง
“ถ้าดรามาแล้วได้งานก็ดี แต่นี่ดรามาแล้วไม่ได้งานเลย แล้วที่ดรามามาตลอดชีวิตสร้างข่าวมาเคยได้ตังค์เหรอ ถามหน่อยเกิน 5 ปีแล้ว ฉันเคยได้งานในวงการมั้ย เคยเจอฉันตามอีเวนต์เหรอ คือ งานมันก็มีมา แต่หนังเนี่ยให้ไปออก 2 ซีน ทำไมไม่ให้ถ่ายจนจบเรื่องล่ะ แล้วค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เนี่ยไปทำงานด้วยตั้งหลายหนแล้ว แต่งให้สักเพลงได้มั้ยล่ะ หรือเรานิสัยไม่ดี หรือพูดตรงไปเหรอ”

“ถามว่าน้อยเนื้อต่ำใจมั้ย มัน 20 ปีแล้วนะ ชินแล้ว เพราะเราเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงจริงๆ แต่ร้องอยู่ในอาบอบนวดน่ะ ร้องแล้วเขาต้องเดินผ่านเราไปเพื่อจะขึ้นไปข้างบน ขึ้นไปทำอะไรกันก็นึกภาพกันเอาเอง แต่ฉันก็อยู่อย่างนี้มา และที่โพสต์ก็เพื่อต้องการที่จะบอกให้รู้ว่าวงการบันเทิง มันมีความเลวอะไรบ้างเท่านั้นเอง คุณทิ้งฉัน คุณรับฉันเข้ามาในฐานะ ซันนี่ ยูโฟร์ แล้วคุณปล่อยฉันอยู่อย่างนี้ รอนั่งรถเข็นแล้วค่อยมาบริจาคอย่างนั้นเหรอ ถุยเถอะ”

“ไม่เคยได้งานจากวงการเลย จ้างเป็นมั้ยล่ะ เล่นละครไม่ได้เหรอ หรือเล่นได้ค่ายเดียวเหรอ ฉันมีเซ็นสัญญาเหรอ ฉันร้องเพลงไม่ได้เลยเหรอ แล้วรายการที่ต้องมาร้องเพลงไม่ต้องเชิญมาอีกแล้วนะ ระดับอย่างนี้ควรจะเป็นคอมเมนเตเตอร์แล้ว ยังจ้างต่ำๆ กันอยู่เลย ก็ปั้นสิ แต่ดวงเราคนไม่เข้ามาปั้นน่ะ ไม่แบ็กอัพเรา แกรมมี่ปั้นซันนี่หน่อยได้มั้ยล่ะ ถ้าปากหมามากก็บอกสิ เพราะเห็นข้างในปากก็หมากันหมดทุกคนอยู่แล้ว (หัวเราะ)”

“ที่เอาที่กรวดน้ำมาด้วย เพราะว่าถ้าสิ่งไหนที่พูดล่วงเกินไปก็กรวดตอนนี้ได้เลยค่ะ เจ้ากรรมนายเวรของทุกๆ คน ขอให้อภัยให้ดิฉัน ก็ขออุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าเอง ซันนี่ ยูโฟร์ ชื่อในวงการบันเทิง และเจ้ากรรมนายเวรของศัตรูและหมู่มิตรทั้งหลาย ทั้งในอดีตชาติและชาตินี้ และกับผู้ที่มาดูดวงทุกๆ คน กระทั่งคนที่จ่ายเงินหรือไม่จ่ายเงินก็ตาม คนที่หวังดีหรือหวังร้าย หรือไม่เข้าใจในข่าว ไม่เข้าใจในการสื่อสาร ไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ที่รู้จักเราและต้องรับตรงนี้ไปก็ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทุกๆ คน และต่อจากนี้ไม่ว่าจะรักมากรักน้อย แต่ขอให้เปลี่ยนจากการให้กำลังใจเป็นความเข้าใจ สาธุค่ะ (กรวดน้ำ)”






กำลังโหลดความคิดเห็น...