xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อพ่อ! ขอปกป้องสถาบันจนตัวตาย “กาละแมร์” กลั้นน้ำตาไม่ไหว ยกบุญทั้งหมดถวาย “ในหลวง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“กาละแมร์” ตื้นตันใจ เปิดบูธให้คนยืมชุดแน่นทุกวัน รับยังขาดแคลนชุดเด็ก อยากได้จิตอาสามาช่วยซักผ้า ไม่ท้อมีคนพูดไม่ดีใส่จิตอาสา ยันทุกฝ่ายมาด้วยใจ ภูมิใจรับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ “ในหลวง” เผยเป็นมหามงคลที่สุดในชีวิต นั่งอธิษฐานจิตถวายเป็นพระราชกุศล ยกบุญทั้งหมดให้พ่อ สุดกลั้นน้ำตายึดพระองค์เป็นกำลังใจ เหนื่อย-ท้อเมื่อไหร่จะคิดถึงพ่อหลวง

เป็นอีกหนึ่งวันที่เห็นพิธีกรสาวมากความสามารถอย่าง “กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ” ง่วนกับการเลือกชุดให้กับผู้ที่มาขอยืมชุดเพื่อเข้าไปกราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ในพระบรมมหาราชวัง ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งเจ้าตัวเผยว่ามีคนเข้ามาขอยืมชุดอยู่ตลอด เหล่าจิตอาสาที่มาช่วยแทบไม่มีเวลาพัก จึงขอเชิญชวนผู้ที่อยากมาร่วมเป็นจิตอาสาให้มาช่วยกันที่บูธ 43 โซนใต้ได้เลย

“ถือว่ายุ่งกว่าทุกวันค่ะ แต่มันมีช่วงแถวว่าง ทางเจ้าหน้าที่ก็เลยประกาศว่าถ้าแถวสั้นๆ ใครมาก็เข้าได้เลย ฉะนั้นบางคนเขามาเขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปก็เลยไม่ได้แต่งตัวมาให้ถูกต้อง ทุกคนก็เลยมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บูธกันหมดเลยเยอะมากค่ะ แมร์มาถึงตั้งแต่ 11 โมง คนเยอะตลอด ตอนแรกมีรองเท้า ตอนนี้มีครบชุดเลย มีบริจาคเข้ามาเยอะมากค่ะ จิตอาสาก็มาช่วยกันเยอะมาก แต่เรายังต้องการจิตอาสาอีกนะคะ เพราะตอนช่วงคนเยอะๆ มันไม่ทันจริงๆ ฉะนั้นใครอยากมาเป็นจิตอาสามาได้เลย ตั้งแต่ 8.00 - 20.00 น. ก็มาช่วยได้ อยากทำอะไรก็มาได้เลย”

“สิ่งที่ยังขาดตอนนี้มีชุดเด็ก กางเกงเด็ก แล้วก็เสื้อไซส์ใหญ่มากๆ และที่สำคัญคือคนช่วยซักผ้า เพราะทุกวันนี้เรามีจิตอาสาที่มาช่วยซักเป็นร้านซักแห้ง แล้วก็คนที่อยู่บ้านมาบอกว่าอยากขอช่วยซักก็มี ซึ่งเราก็อยากได้อีก เพราะผ้าทุกวันมันต้องเปลี่ยนและต้องซักมันเยอะมาก ปัญหาก็มีแบบไม่มาคืนชุดกัน คือเราว่าเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาแลกบัตรประชาชนไว้ ซึ่งถ้าต้องไปทำบัตรประชาชนใหม่มันก็เป็นเรื่องเสียเวลา เสียเงินด้วย เขาอาจจะกราบเสร็จ และด้วยอารมณ์ปิติดีใจก็อาจจะลืม หรืออาจจะหาทางกลับมาไม่เจอ เดินไม่ไหว เพราะว่าทางจากทางออกมาที่บูธมัน 3 กิโลนะ เพราะฉะนั้นดีที่สุดเลยคือแต่งตัวมาให้พร้อมดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตัวคุณด้วย”

“พอเวลาแต่งตัวไม่พร้อมแล้วกรูกันมาเยอะๆ ก็จะวุ่นเลย นี่จิตอาสาก็ไม่ได้พักกินข้าวกันเลย ก็โปรดเห็นใจจิตอาสา เวลาที่เขาไปบอกว่าพี่คะ พี่แต่งตัวแบบนี้มันเข้าไม่ได้นะคะ ก็อย่าไปโกรธเขา อย่าไปเถียง มีเหมือนกันบอกว่า ทำไมล่ะ ยังงั้นยังงี้ คือคนดื้อน่ะ ถ้าคนดื้อแบบนี้พวกเราก็จะปล่อยเข้าไปเลย แล้วเดี๋ยวเขาก็จะไม่ได้เข้า และเขาจะรู้เองว่าที่เขาต่อคิวมาทั้งวันน่ะสุดท้ายเขาไม่ได้เข้าอยู่ดี ซึ่งมันก็ทำให้เขาเสียเวลาเอง ที่เราไปบอกเขาว่าอันนี้มันไม่ได้นะคะกระโปรงมันสั้นเกินไป ก็จะมาเถียงเราว่าไม่เห็นสั้นเลย คือเถียงกันอยู่นั่นแหละ ก็ถ้าคนไหนเถียงมากเราจะปล่อยให้เข้าไปเลย แล้วเดี๋ยวเขาจะโดนออกมาเอง ส่วนใหญ่ก็จะเถียง ดื้อ พูดไม่ดีใส่จิตอาสา ซึ่งแต่ละคนเขาก็มาด้วยใจ ไม่ได้อะไรเลย ทุกคนมาด้วยใจทั้งหมด”

“ก็อยากเชิญชวนว่าถ้าใครอยากจะมาช่วยกันทำตรงนี้ก็มาได้เลย และขอฝากประชาชนที่จะเข้ากราบพระบรมศพก็คือพยายามแต่งตัวให้เรียบร้อยค่ะ คือถ้าตั้งใจจะมาแล้วก็พยายามแต่งตัวให้ดีเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาทุกคน และรับสมัครจิตอาสาที่จะช่วยซักผ้าค่ะ มาติดต่อที่บูธได้เลย และเบอร์โทรศัพท์ต่างๆ แมร์ลงไว้ในไอจีแล้วเรียบร้อย ไม่ว่าอยากจะบริจาคของ อยากช่วยซักผ้า อยากมาเป็นจิตอาสาได้เลย แมร์ก็มาเรื่อยๆ อยู่แล้วค่ะ มาอาทิตย์ละ 3 - 4 วันค่ะ”

“แต่เดี๋ยวเขาจะมีการย้ายบูธทั้งหมดเพื่อสร้างพระเมรุนะคะ เดี๋ยวคงต้องรอดูทางทหารว่าจะย้ายไปตรงไหน แต่เขาก็จะพยายามให้เราอยู่ในจุดที่ใกล้ที่จะเข้าเคารพพระบรมศพให้มากที่สุด เพราะถ้าสมมติว่าไปในจุดที่ตั้งต้น เสื้อผ้าเราจะอยู่กับประชาชนที่ใส่ 8 - 9 ชั่วโมง ไม่ได้หมุนเวียนออกมาเลย ฉะนั้นเราต้องเอาที่ใกล้ที่สุดให้เขาเปลี่ยน เพราะถ้าสมมติใส่มาตั้งแต่เช้าเสื้อก็จะเหม็นเหงื่อ ดิน ฝุ่น ก็จะใส่ต่อกันลำบาก เพราะฉะนั้นก็เลยจะเอาที่ใกล้ที่สุด เปลี่ยนแล้วก็เข้าไปได้เลย แต่เดี๋ยวถ้าจะย้ายไปตรงไหนคงจะมีการแจ้งกันอีกทีค่ะ”

บอกขอแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดถวายแด่ในหลวง ถึงไม่ทำดีก็อย่าทำชั่วเป็นพอ
“มีทำบุญค่ะ คือช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นอะไรที่แปลกมากเหมือนกันที่เราได้มีโอกาสได้ทำบุญเยอะมาก คือมันเป็นเรื่องที่โดนวางแผนไว้อยู่แล้วก่อนที่เราจะรู้เรื่องราวซะด้วยซ้ำ ก็มีไปอินเดียไปภาวนาไปทำกฐินค่ะ เราก็ได้ทำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านด้วยค่ะ จริงๆ แล้วเราทุกคนสามารถทำให้พระองค์ท่านได้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องมีเงิน ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง ไม่จำเป็นต้องรอโตก่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นใครใดๆ ทั้งสิ้น เราทำได้เลยค่ะ ไม่มีเงินแต่ใช้แรงก็ได้ ไม่มีเงินใช้เวลาก็ได้ ความเสียสละก็ได้อย่างเหล่าจิตอาสาที่มากัน หรืออยู่บ้านเรานั่งปฏิบัติภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลก็ได้เช่นเดียวกัน”

“ที่สำคัญคือเราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เรามีหน้าที่อะไรในชีวิตทำมันให้ดีที่สุด ถามตัวเองว่าเราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง และเมื่อเราทำตัวเองให้ดีที่สุดแล้วมันเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านอยากเห็น ให้คนไทยหรือลูกของท่านมีชีวิตที่ดี จงทำชีวิตของตัวเองให้ดีเพื่อเป็นของขวัญของท่าน เพื่อให้ท่านมองลงมาแล้วจะได้ไม่เป็นห่วง ไม่กังวลใจ และเมื่อเราทำตัวเองให้ดีแล้ว เราก็ช่วยเหลือคนอื่นได้อีกตามกำลังความสามารถของเรา ถ้ามีเงินบริจาคเงินก็ได้ มีแรงลงแรงก็ได้ มีเวลาใช้เวลาก็ได้ ถ้าทำอะไรไม่ไหวจริงๆ ให้กำลังใจก็ยังดี ให้ความเข้าใจก็ยังดี คือไม่ใช่ว่าใครเขาทำอะไรแล้วไปวิจารณ์ว่าใส่เขา คือมือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ถ้าทำอะไรไม่ได้เลย งดทำความชั่วก็ยังดี คือถ้าทำดีไม่เป็นก็ลดทำความชั่วก็ได้ ลองตรวจสอบตัวเองว่าเราจะทำอะไรกับชีวิตเราให้มันดีขึ้นต่อไปนี้ได้บ้าง”

“จริงๆ เราไม่ค่อยได้สนใจว่าในโซเชียลมันเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ เพราะเราก็ไม่ค่อยได้อ่าน คืออะไรที่มันไม่ได้สำคัญกับชีวิตหรือว่าจำเป็นเราไม่ค่อยได้รู้ แต่ก็ง่ายๆ เลยว่าถ้ารักพระองค์ท่านจริงอย่างที่เราได้โพสต์ อย่างที่เราได้เขียน หรืออย่างที่เราได้พูด หรืออย่างที่เราได้เสียน้ำตา อย่าทำเพียงแค่นั้น ถ้าบอกว่ารักขอให้ลงมือทำ ทำอะไรก็ได้ที่มันเห็นเป็นรูปธรรม เห็นว่าเราทำครั้งนี้อยากให้ท่านได้เห็น ขอให้ลงมือทำด้วย เพราะสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำเป็นตัวอย่างให้พวกเรา เราเห็นมาตลอดชีวิตเราอยู่แล้ว พระราชดำรัส สิ่งที่ท่านได้เคยบอกเคยสอนพวกเรา หรือแม้กระทั่งพระองค์ท่านทำเป็นตัวอย่างให้เราเห็นน่ะมันมีเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราเอาท่านเป็นไอดอลได้เลย เป็นต้นแบบได้เลย เราจะรู้เลยว่าที่เราทำมาทั้งหมดน่ะ เราไม่ได้เท่าธุลีดินของท่านเลย ทำวันนี้เริ่มต้นก็ยังไม่สาย ขอให้ลงมือทำ”

เผยวันที่รับพระราชทานปริญญาบัตรจากในหลวง ถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิต
“ตัวแมร์ไม่เคยมีโอกาสได้ถวายงานท่านเลย เคยมีโอกาสคือรับพระราชทานปริญญาบัตรตอนเรียนจบนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้นเองที่ได้พบพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ตอนที่ขึ้นไปรับกับพระองค์ท่านจะมีเจ้าหน้าที่กรมวังบอกว่าห้ามสบพระเนตรนะ ห้ามมองพระพักตร์นะ เราก็โอ้โห นี่มันครั้งเดียวในชีวิตเรานะ เราขอเห็นหน่อยเหอะ แต่เราก็รู้สึกว่าเราต้องเกรงในพระบารมีแน่นอน ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือเราจะตกตะลึง เราเข้าใจแล้วว่าทำไมทางกรมวังเขาไม่ให้มอง เราก็เลยอาศัยมองเอาตอนก่อนที่จะถึงคิวเรา แอบมองก่อน (ยิ้ม) แล้วพอถึงเราก็มองแต่พระหัตถ์ท่าน เราก็ไม่กล้าสบพระเนตรท่านจริงๆ เพราะเรากลัวตกตะลึงแล้วทำอะไรไม่ถูก แต่เราก็ได้มองก่อนที่จะถึงคิวเรา ความรู้สึกคือเป็นความปลื้มปิติที่สุดแล้ว เป็นมหามงคลของชีวิตแล้ว และบอกกับตัวเองเลยว่าเราจะตอบแทนคืนสู่แผ่นดินตราบชีวิตจะหาไม่ เราจะปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จนกว่าชีวิตเราจะหาไม่”

“เป็นมหามงคลที่สุดของชีวิตจริงๆ ค่ะ ท่านเป็นพระกำลังใจให้กับเหล่านิสิตเป็นอย่างดี ว่าตลอด 4 ปีพอเรียนจบแล้วเราจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะทำให้เราจดจำและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสำนึกในบุญคุณของแผ่นดิน เพราะเราเรียนโรงเรียนของรัฐ คือเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา เราเรียนมหาวิทยาลัยของรัฐก็คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรารู้เลยว่าเงินที่เราเรียนเนี่ยคือเงินภาษีของประชาชน เป็นเงินแผ่นดิน”

“ฉะนั้นเมื่อเราเติบโตขึ้นเรามีโอกาสทำงานในอาชีพของเราแล้ว เรารู้เลยว่าจะตอบแทนสู่แผ่นดินให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ มีสื่อลงสื่อ มีเงินให้เงิน ใช้ชื่อเสียงเราให้เป็นประโยชน์ บอกกล่าวเรื่องดีๆ กับทุกคน เชิญชวนคนให้มาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วยกัน ลงแรงของตัวเองให้ทุกคนได้เห็น คือเราไม่ได้ทำแค่ช่วยเขาใส่เสื้อใส่กระโปรง ไม่ได้ทำแค่นั้น แต่ทำให้คนเห็นว่านี่เขายังมาเลย เราไปกันบ้างไหม ให้ได้เห็นเพื่อเป็นแรงใจ ให้เป็นกำลังใจว่าขนาดเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินพระองค์ท่านเสด็จมาทรงทอดไก่ให้เรา เสด็จมาแจกข้าว เสด็จทรงงานตามปกติ มอบกำลังใจ มอบรอยยิ้มให้เรา ท่านทำเพื่ออะไรถ้าไม่ได้ทำเพื่อประชาชน และให้เห็นว่าเราทุกคนควรออกมาทำอะไรดีล่ะ”

“เราเห็นตัวอย่างหรือเห็นสิ่งที่เป็นกำลังใจเป็นแรงบันดาลใจอีกเยอะแยะมากมาย เราเลือกได้เลย เราตัดผมเราจะตัดให้ดี เราทำอาหารเราจะทำให้อร่อย เราเป็นสื่อมวลชนเราจะเป็นสื่อกลางนำเสนอให้ดีที่สุด เราเป็นนักเรียนนักศึกษาเราจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด มีปณิธานเลยว่าเราจะกลับมาพัฒนาบ้านเมือง เราเป็นตำรวจเราจะเป็นตำรวจให้ดีที่สุด เป็นทหารก็จะเป็นทหารให้ดีที่สุด เป็นพ่อค้าเราจะไม่คดโกง คือทุกอย่างทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดได้เพื่อตอบแทนแผ่นดินได้”

บอกนึกถึงพระองค์จะไม่ร้องไห้แล้ว แต่กลับกลั้นน้ำตาไม่ไหว เปิดใจอธิษฐานจิตถวายเป็นพระราชกุศล ยกบุญทั้งหมดให้ในหลวง
“ตอนนี้ไม่ร้องไห้แล้ว เพราะเรารู้แล้วว่าพระองค์ท่านไม่ได้จากเราไปไหน และเรารู้แล้วว่าพระองค์ท่านเฝ้ามองดูพวกเราอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะเป็นคนไทยที่ตัวเล็กแค่ไหน อยู่ที่ไหนในโลกนี้และทำอะไรอยู่ ขอให้รู้เลยว่าพระองค์ท่านมองเห็นเรา แต่ขอให้เราลุกขึ้นมาทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์ ทำตัวให้ดีเพื่อพระองค์ท่านจะได้ไม่เป็นห่วง ร้องไห้แต่ให้รีบลุกขึ้นมา ให้รีบปาดน้ำตาและคิดว่าเราจะทำอะไรดีให้พระองค์ท่านดีใจ มองลงมาแล้วรู้สึกว่าเอาล่ะเราสบายใจแล้ว”

“เวลาเราปฎิบัติภาวนา เราก็จะมอบบุญทั้งหมดที่เราทำถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน และตั้งจิตว่าขอให้พระองค์ท่านทรงเป็นพระกำลังใจในการทำสิ่งดีๆ เพื่อประเทศชาติ (น้ำตาคลอ) ทรงเป็นพลังของเราต่อไปไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามที่มันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอให้เราทำสำเร็จ ขอให้พระองค์ท่านเป็นพลังให้เรา เป็นกำลังใจให้เรา (น้ำตาไหล) ส่วนใหญ่จะนั่งสมาธิตอนเช้าค่ะ ก็จะทำไปตลอด อย่างการทำบุญมันก็มีอุปสรรคบ้าง มันมีเรื่องราวอะไรต่างๆ บ้าง แต่เวลาที่เรามีเรื่องอะไรต่างๆ เราจะบอกกับทีมงานทุกคนเลยว่าใจเย็นนะ อย่าท้อนะ อย่าคิดมากนะ นึกถึงในหลวงไว้ เพราะเราโชคดีมากนะ เราได้อยู่ใกล้พระองค์ท่านเกือบทุกวันเลยนะ และถ้ามันเหนื่อยมันท้อก็ให้นึกถึงในหลวงไว้ (ปาดน้ำตา)”









กำลังโหลดความคิดเห็น...