xs
xsm
sm
md
lg

อย่าให้มีที่ยืน! “บอล” ร่วมขบวนการลากไส้อดีต ผจก. “เก้า” ซัดแหลกพวก 18 มงกุฎ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“บอล อัศนัย” ปาดเหงื่อ! เกือบตกเป็นเหยื่ออดีต ผจก. “เก้า จิรายุ” ซัดแหลกเป็น 18 มงกุฎ แฉหลอกมาจากออสเตรเลีย ที่แท้เป็นแม่ค้าแพลตินัม เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล เป่าหู “แม่เก้า” ว่าตนและพวกรุมกลั่นแกล้ง รับมีจิตวิทยาสูง ทำตนหวิดทะเลาะ "กันต์"

จากกรณีที่นักแสดงดัง “เก้า จิรายุ ละอองมณี” ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมคุณแม่ เฉดหัวอดีตผู้จัดการ ลากไส้ถูกหลอกอ้างป่วยหนักใกล้ตาย ต้องใช้เงินรักษาแถมยังโกงเงินร่วม 10 ล้านบาท ล่าสุด “บอล อัศนัย เทียนทอง” ออกมาเผยว่าตนก็เป็นหนึ่งในคนที่เกือบตกเป็นเหยื่อ แฉเป็นแค่แม่ค้าแพลตินัมแต่อ้างเป็นนักธุรกิจมาจากออสเตรเลีย

“ของผมก็มีการคุยกันกับคุณแม่น้องเก้าแล้ว ก็คือ สรุปเป็นคน ๆ เดียวกัน ที่ผมกล้าพูดเนี่ยเพราะว่าผมได้คุยกับคุณแม่น้องเก้าแล้ว คือ ตอนแรกเราไม่กล้าโพสต์ลงไอจี กลัวว่า ทางคุณแม่น้องเขาอาจะมีกระบวนการกฎหมายหรือว่ารูปคดีอะไร แต่พอได้คุยคุณแม่ก็อนุญาต คือ ผมกับผู้จัดการน้องเก้ารู้จักกันมาตั้งแต่ปี 2555 ที่เขาทำมักกี้เซิร์ฟ กับกันต์ กันตถาวร แล้ว หลังจากนั้น กันต์มีปัญหาและออกมา เขาก็มาชวนผมเหมือนรีแบรนดิ้งจากมังกี้เซิร์ฟ เป็นมังกี้เซิร์ฟโกเพลย์ เขาจะบอกว่าใช้ชื่อว่าคุณแพชมพู หนุนภักดี ชื่อเล่นพิงค์ แล้วเขาจะอ้างว่าเป็นลูกท่านหลานเธอ จะมีคำพูดที่น่าเชื่อถือ ระหว่างนั้นเขาจะมีคำพูดที่ทำให้เราไม่อยากคุยกับกันต์เลย ไม่ใช่ว่าโกรธกันนะ เขามีจิตวิทยาสูง ไม่งั้นคงไม่ทำแม่ลูกสองคนผิดใจกันได้ เกือบที่จะธุรกิจร่วมกันแล้ว ซึ่งมังกี้เซิร์ฟโกเพลย์ไม่ได้มีบอลคนเดียว แต่มี คุณอ้วน รังสิต ด้วย”

“ประเด็นก็คือ พอมีการจัดอีเวนต์เมื่อปี 55 เขาก็ค้างเงิน จ่ายแค่ค่ามัดจำ เสร็จแล้วก็ให้บอลดีลกับดารารุ่นพี่ท่านหนึ่งที่มาร่วมงานอีเวนต์ ขอไม่เอ่ยชื่อดาราคนนั้นนะครับ พอเราดีลงานเสร็จเขาดันไปจ่ายเช็คเด้ง เขาเป็นรุ่นพี่ มันก็ทำให้เราเสีย เราก็รู้สึกว่าเอ๊ะแปลก ๆ เราก็เลยมีการมาคุยกัน จากเดิมที่ไม่เคยคุย เพราะเขาจะมีการบลัฟเหมือนกับว่าคอยพูดจาไม่ให้เราไปคุยกับคนนั้นคนนี้ อย่าไปฟังใครจนเราก็แบบมันเกิดอะไรขึ้น ก็มาคุยกัน มีการสืบสวน สุดท้ายโป๊ะแตก เพราะเขาเป็นแม่ค้าขายของอยู่แพลตินัม เขาโกหกคนอื่นว่ามาจากออสเตรเลีย แล้วก็นำแบรนด์มังกี้เซิร์ฟเข้ามาขาย จริง ๆ แล้วมังกี้เซิร์ฟพอซื้อไปซื้อมาแล้วมันก๊อบ เราก็สงสัยว่าเอ๊ะตอนนั้นทำไมมีเงินเป็นล้านมาลงทุน คือ สืบไปสืบมาว่าช่วงนั้นเขาอาจจะไปเหมาล็อกแบบเป็นเจ้าแรก ๆ แบบไปเทขาย ก็เลยได้เงินมาในหลักล้าน ก็เลยเอามาชวนกันทำธุรกิจ พอมาสืบเขาก็มีประวัติเยอะเลย เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลอะไรอย่างนี้”

ก็เกือบโดนด้วยแล้วครับ คือ ทำบุญมาดี เรื่องมันดันมาโป๊ะแตกตรงที่เขาค้างเงินออแกไนซ์แล้วก็ให้ผมดี่ลงานกับดารารุ่นพี่ท่านหนึ่งแล้วก็ไปจ่ายเช็คเด้งเขา แต่โชคดีว่าเขาเคลียร์ให้ผมก็เลยรอดตัวไป ไม่งั้นต้องมารับผิดชอบ”

เผยไม่เคยคุยกับ “แม่เก้า” เพราะอีกฝ่ายเป่าหูถูกตนและพวกรุมกลั่นแกล้ง
“เราไม่เคยคุยกับน้องเก้า เรื่องมันผ่านไปแล้วทุกคนมาเฉลย ก็พยายามตามตัว โฮมออฟฟิศเขาก็ปิดไป เราก็คิดว่าสงสัยคงหนีกลับบ้านไปแล้ว เพราะบ้านเขาอยู่กาญจนบุรี เราก็คิดว่าคงไม่ได้มาหากินในวงการอีก สุดท้ายมาบอกว่าเปลี่ยนชื่อเป็นกี้ให้เข้ากับเก้า บอกว่าเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของน้องเก้า คืออันนี้ได้คุยกับคุณแม่เขา ตอนแรกอ่านจากทางเว็บก่อนมันข่าวอะไรทำไมเคยเกี่ยวข้องกับการพี่เปิ้ล นาคร ก็เลย โทร.ไปหาพลอย แฟนกันต์ ว่าใช่คนนี้หรือเปล่า สุดท้ายก็เป็นคนเดียวกัน ก็เลย โทร.คุยกับแม่เขา เขาก็เล่าแบบที่เป็นข่าว เขามีจิตวิทยาสูงสามารถทำให้คนทะเลาะกันได้”

“หลักฐานเพิ่มเติมไม่มี แต่ว่ามันคือเรื่องจริงถึงกล้าลง คือ ที่ลงเพราะว่ามันคือเรื่องจริง ไม่กลัว การใช้คำ 18 มงกุฎ เพราะมันคือเรื่องจริง เขาบอกว่ามีลูกน้องที่คอยขับรถให้ แต่จริง ๆ แล้วคือสามีเขาชื่อพี่มีเกียรติ ตอนนั้นเราทุกคนจะเข้าใจว่าเป็นลูกน้องเขา เขาเล่นละครเก่งมากจริง ๆ พูดเลย ตอนนี้เหมือนกับคุณแม่เขาบอกว่าเขาหายไปเลยคุณแม่เขาก็บอกทำใจเรื่องเงินในระดับหนึ่งแล้ว”

“ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของตำรวจ ผมแค่อยากแชร์แค่นั้น ผมคุยกับพลอยแฟนกันต์นะ ก็บอกว่าเราแชร์ดีกว่า เขาหายไปจากวงจรชีวิตเรา ก็ถือว่าจบ แต่ไม่คิดว่าจะยังมาหากินในวงการบันเทิง เปลี่ยนชื่อมาหลอกแม่เก้า เคยมีครั้งหนึ่งที่เขาหวิดมาเจอผมที่พารากอน แม่เก้าบอกว่าเขารีบหายไปเลย ผมก็เพิ่งได้คุยกับเขา เขาก็ไม่ให้คุณแม่มาคุยกับพวกเรา ทำให้ไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง บอกว่าถูกพวกเรากลั่นแกล้ง แต่ความจริงคือความจริง กล้าพูดเลยว่ามันคือเรื่องจริง ไม่กลัวโดนจับ”

รับติสต์แตกหลังอิสระ ไม่รับละคร ลุยท่องเที่ยว
“ก็มีช่วงที่หายไป อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ครั้งหนึ่ง มีช่วงที่ติสต์ ก็คือ หลังหมดสัญญากับบริษัท โพลีพลัส ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ปิดกล้องละครไฟรักเพลิงแค้น จากนั้นเราเลยไม่ได้รับงาน ตอนนั้นเรายังไปเที่ยวแล้วก็ไปทำรายการท่องเที่ยวของ พี่ฟลุค เกริกพล กับ คุณนาตาลี รายการท่องเที่ยว คนอาจจะมองว่าหายแต่ส่วนตัวเหมือนว่าช่วงนั้นมันยังไม่อยากเล่น มันเหมือนเราเพิ่งหมดสัญญา อยากจะทำอะไร อยากใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองพักหนึ่ง”

“ก็ต้องบอกว่าเรารักมัน คือ อาชีพแสดงระหว่างนั้นก็มีติดต่อมา แต่บทมันอาจจะดูว่ายังไม่อยากเล่นครับ จนมันมีบทเรื่องปดิวรัดา เพิ่งจบไป ทางช่อง 3 เขาติดต่อไว้เป็นปีแล้วคือจริง ๆ แล้วกว่าจะปิดกล้องมันใช้เวลา เลยทำให้เราเหมือนหาย ๆ จริง ๆ ปกติก็รับงานปีละเรื่อง จะไม่รับพร้อมกัน ปีหนึ่งก็ให้ตัวเองเต็มที่ได้แค่สองเรื่อง”

“ไม่ได้เซ็นครับตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ รับงานทำหลายที่ ก็จะมีละครเรื่องสลักจิตทางช่อง one นะครับ ก็คิดว่าอีกเดือนสองเดือนก็คงจะออนแอร์ครับ แล้วก็มีเรื่องนางฟ้าไร้ปีกทางช่องทรูโฟร์ยู แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเป็นทางช่อง 3 คือผู้จัดติดต่อมาแล้วแต่รอให้เขาสรุปกับทางผู้ใหญ่ทางช่องก่อนครับผม”

ไม่สนเงินมากเงินน้อย ไม่อยากเข้าสังกัดไหน หวั่นติสต์แตกทำงานอีกฝ่ายเสียหาย
พออิสระ ผมว่าเงินน้อยไม่น้อยไม่อยู่ที่ตัวบอลครับ คือ ผมเป็นคนเลือกเอง เลือกที่บทครับ คือ งานมันเข้ามาบางทีตอนที่ เรามีสังกัด บทมันอาจจะปฏิเสธหรืออะไรไม่ได้ ถ้าเราไม่อยากเล่นยังไงเราก็ต้องทำตามสัญญา เราปฏิเสธอะไรไม่ได้ แต่พอมาเป็นแบบนี้ ถ้าบทมาถูกใจเราก็จะรับ ซึ่งเราเลือกที่จะปฏิเสธได้เพราะว่าอย่างที่บอกว่าปีหนึ่งที่เห็นรับงานละครเยอะเต็มที่สองเรื่องแล้วก็รับที่อยากเล่นจริงๆ มันจะได้สนุก อย่างเรื่องนี้มีไปถ่ายต่างประเทศ เยอรมัน เชค แล้วก็ออสเตรีย พอรู้ว่าไปถ่ายต่างประเทศก็เลยรับเดี๋ยวมาดูอีกทีครับผม”

“ก็เคยมีคุยครับแต่ว่าบอกกับทางผู้ใหญ่ว่าต้องขอบคุณที่นึกถึงเรา ไม่ลืมเรา แต่เราบอกกับผู้ใหญ่ว่าอายุเยอะแล้วขอเป็นแบบนี้ดีกว่าเผื่อวันหนึ่งผมอาจจะติสต์แตกขึ้นมาอีก กลัวว่าวันนั้นทำไป ไม่อยากเล่นไม่อยากอะไรขึ้นมามันอาจจะเสีย เราก็เลยบอกว่าเรายินดีรับอย่างนี้ดีกว่า เป็นเรื่อง ๆ ก็ยังดีที่ผู้ใหญ่เข้าใจ ยังมีผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านนึกถึงผมอยู่”


กำลังโหลดความคิดเห็น...