xs
xsm
sm
md
lg

“เก้า” สุดทนเฉดหัวอดีต ผจก.แฉโกงเงินร่วมล้าน! ปั่นหัวจนครอบครัวแตกแยก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“เก้า จิรายุ” ควงคุณแม่ตั้งโต๊ะแถลง แฉหมดเปลือกถูกอดีต ผจก. โกงเงินร่วมล้าน อีกฝ่ายอ้างป่วยใกล้ตาย แถมปั่นหัวจนครอบครัวแตกแยก รู้สึกแย่ทำให้ตนทะเลาะแม่ เฉดหัวพ้นสภาพผู้จัดการ ด้านทนายรวบรวมหลักฐานเตรียมฟ้องแพ่ง - อาญา เชื่อทำกันเป็นขบวนการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค. พระเอกหนุ่ม “เก้า จิรายุ ละอองมณี” ได้จูงมือ “แม่ก้อย” และทนายความส่วนตัวออกมาตั้งโต๊ะเพื่อแถลงข่าว ณ ร้าน BOB EYE VIEW STUDIO แฉอดีตผู้จัดการส่วนตัวสิ้นไส้ เผยโกงเงินจำนวนมหาศาล หลอกว่าตันเองป่วยใกล้ตาย และยังปั่นหัวให้ตนกับแม่แตกแยกถึงขั้นไม่คุยกัน

เก้า : “เริ่มจากผู้หญิงคนหนึ่งมาจากงานอีเวนต์ เหมือนเป็นเจ้าของแบรนด์ที่จ้างเราไปงานอีเวนต์ประมาณ 3 ปีกว่าแล้ว จ้างงานเรื่อย ๆ 2 - 3 ครั้ง เขาจะสนิทกับแม่ก่อน เจอกันมาเรื่อย ๆ ชวนแม่ทำธุรกิจร่วมกัน”

แม่ : “เขาชวนว่าสนใจทำธุรกิจกับเขามั้ย เพราะน้องทำงานมานานแล้ว ถ้ามีธุรกิจมาซัปพอร์ตก็จะวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น ทำมาสักระยะหนึ่งเขาเริ่มบอกว่าเขามีปัญหาซึ่งเราเชื่อใจ เขาบอกว่าเขาโดนอีกคนโกงมา จนมาวันหนึ่งบอกว่าธุรกิจมีปัญหานะ แต่ไม่ได้ล้มนะ เพียงแต่บริษัทแม่โดนเข้ามาตรวจสอบ สมุดบัญชีเขาโดนรวบไปด้วย ซึ่งเราก็เชื่อก็รอเงินมาเรื่อย ๆ”

“เขาก็บอกจะมาช่วยดูงานน้องนะ เพราะตอนนั้นมีข่าวที่แม่ดูงาน ก็บอกว่าถ้ายังดูคิวเก้าอยู่เดี๋ยวต่อไปเรื่อย ๆ น้องจะไม่มีงานนะ แต่เขาบอกจะช่วยเคลียร์ให้ เพราะรู้จักนักข่าวเป็นอย่างดี มาช่วยดูโดยไม่หวังผลตอบแทน ดูงานให้เรื่อย ๆ เราก็ไว้ใจและเชื่อใจประมาณปีกว่า เรื่องการรับเงินปกติค่ะ เพราะเก้าจะรับเงินผ่านบริษัทเก้าจิราเท่านั้นอยู่แล้ว”

บอกปั่นหัวยุยงให้ตนมีปัญหากับแม่ อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่คุยกัน
เก้า : “เขาจะมีอะไรที่ทำให้เราเอะใจหน่อย ๆ เขาจะพูดเรื่องส่วนตัวของแม่ ประมาณว่าแม่มาปรึกษาเขาแบบนี้แต่แม่ไม่อยากให้บอกเรา พอมาคุยตอนหลังเคลียร์กับแม่แล้ว มารู้ทีหลังว่าเขาพูดแบบเดียวกับแม่เหมือนกัน ทำให้ผมกับแม่มีปัญหากัน อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่คุยกันเพราะมาจากเรื่องที่เขาปั่น”

อ้างป่วยหนักใกล้ตาย ต้องใช้เงินรักษาเดือนละหลายแสน สูบเงินร่วมล้าน
แม่ : “อย่างเรื่องที่เขาป่วยก็ไม่ให้บอกเก้า บอกว่าเป็นโรค SLE ใช้เงินรักษาเดือนละหลายแสน สั่งยาจากต่างประเทศ เราก็ช่วยดูแลประคับประคองไป เพราะเขาทำงานให้เรา เงินที่สูญเสียไปมีหลายส่วน อย่างแรกคือเงินที่ลงทุนธุรกิจ ค่ารักษาเขาด้วย แต่เขาจะไม่บอกว่าขอยืมโดยตรงแต่จะบอกว่ากำลังจะตาย จะไม่รักษาแล้วปล่อยให้เป็นแบบนี้ ฝากน้องด้วยนะอะไรแบบนี้ เราก็ออกค่ายาให้ก่อนรวม ๆ แล้วก็ 7 หลัก เริ่มมาเอะใจตอนต้นปี แล้วก็มีผู้ใหญ่ในวงการเตือนว่าทำงานกับคนนี้เหรอ เราก็ยังไม่กล้าพูดเพราะยังเชื่อใจเขา ก่อนหน้านี้ประวัติที่ทราบมาก็จากตัวเขาบอก ไม่ได้เช็กก่อน”

เก้า :ช่วงหลัง ๆ ที่รู้สึกอย่างเดียวเลยคือมีปัญหากับแม่แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้เราไม่คุยกันเลย ตอนยังไม่รู้เรื่องราวก็คิดว่าเขาน่าจะโอเค พอผู้ใหญ่มาบอก เรื่องราวมันกระจ่างก็ต้องเชื่อแล้วแหละ”

แม่ : “ผู้ใหญ่กับญาติเอาหลักฐานมาให้ ครั้งแรกเราไม่เชื่อ แต่เราก็ต้องเชื่อด้วยหลักฐานทุกอย่างที่ชัดเจนมันเหมือนหน้ามือกับหลังมือเลย มีคดีทั้งอาญาและแพ่ง แบล็กลิสต์ด้วย พอแม่รู้ความจริงก็ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนว่าจะทำยังไง ต้องให้เก้าเชื่อก่อน ผู้ใหญ่ก็พาเก้าไปคุย พอรู้แล้วก็หันมาคุยกัน ตัวเขาก็ไปแล้ว มันมีอะไรหลายอย่างผุดขึ้นมา เรื่องลายเซ็น เรื่องบริษัทอีก เราก็ปรึกษาทนาย อย่างวันนี้ก็มาบอกให้คนอื่นรู้”

ประกาศลั่นพ้นสภาพจากการเป็นผู้จัดการแล้ว ต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกันอีก
เก้า : “ตั้งแต่ทำงานกับผู้หญิงคนนี้เขาให้แนะนำว่าเขาเป็นพี่สาว เพราะจะได้ทำงานกันสะดวกมากขึ้น 2 - 3 ปีที่ผ่านมา อาจจะเข้าใจว่าเป็นพี่สาวผมเพราะจะได้มีความน่าเชื่อถือ แต่จริง ๆ แล้วผมเป็นลูกคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด และตอนนี้เขาก็ไม่ได้ดูแลงานอะไรอีกต่อไปแล้ว พ้นสภาพจากการเป็นผู้จัดการแล้ว จากนี้ไปถ้ามีการติดต่องานมาจากคนนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับผมนะครับ”

ทนาย : “เรื่องจำนวนเงินที่สูญเสียไปอยู่ในช่วงรวบรวมหลักฐาน ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ยังไม่ทราบด้วย ซึ่งผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ทำคนเดียว มีอีกหลายคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมให้ทั้งสองท่านไปลงบันทึกประจำวันไว้ด้วย ตอนนี้ยังมีทรัพย์สินของเขาที่อยู่ในออฟฟิศอยากให้มาเอาไปซะ คือเขาอ้างว่าเพื่อดูแลน้องเก้าอย่างใกล้ชิดก็เลยขอเข้ามาพัก ดูแลทั้งอาหารการกิน เรื่องวงดนตรีด้วย”

เก้า : “มีอันหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าจะใช่ เพราะตัวเขาจัดการเรื่องวงดนตรีผมด้วย การแถลงข่าวโปรโมต การทำห้องซ้อมที่ออฟฟิศ เราก็เชื่อใจให้เขาจัดการให้ สมมติเขาเบิกไป 1.5 ล้านแต่ใช้จริง ๆ 7 แสน

เดินหน้ารวบรวมหลักฐาน เชื่อทำกันเป็นขบวนการ
ทนาย : “ตอนนี้เรารวบรวมหลักฐานอยู่ ทั้งพยานบุคคล เอกสาร ก็อยากให้เขาเข้ามาคุย ถ้าไม่มาเปิดเผยกับทางเราว่าเขาได้ไปทำนิติกรรมอะไรไว้บ้าง เราก็คงต้องดำเนินการในส่วนของแพ่งและอาญาต่อไป จากหลักฐานมีผู้ร่วมกระบวนการ 2 - 3 คนที่ค่อนข้างชัดเจน

เก้า : “เขาให้ผมบอกว่าเป็นพี่สาว ก็พยายามเปลี่ยนชื่อเล่นให้คล้องจองกัน ก.ไก่ เหมือนกันให้ดูน่าเชื่อเข้าไปอีก”

แม่ : “มีอยู่คำเดียวเลยคือคำว่าไว้ใจ เก้าเคยบอกว่าถ้าแม่ไม่ไว้ใจ แม่จะทำงานกับคนอื่นได้ยังไง ทำให้เรารู้ว่าไว้ใจก็ต้องตรวจสอบ”

รู้สึกแย่ทำให้ตนกับแม่มีปัญหา
เก้า :ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง พอเคลียร์หมดแล้วก็ทำให้รู้ว่าแม่เขาก็หวังดี ทำสิ่งดีๆ เพื่อผม อย่างน้อยเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เสียไปทั้งหมด ก็ทำให้ผมกับแม่เข้าใจกัน ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ ให้ระวังมีสติอย่าไว้ใจใคร”

“ถ้าเขาดูอยู่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไร สุดท้ายแล้วถ้าเราทำในสิ่งที่ดีก็ต้องได้สิ่งที่ดี ถ้าทำไม่ดีก็ต้องได้ไม่ดี ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้เกิดกับคนอื่นอีก สิ่งที่แย่กว่าเรื่องของเงินคือทำให้ผมกับแม่ต้องมีปัญหา มันไม่ดีเลย

“การติดต่อเรื่องงานของผมตอนนี้ก็เป็นแม่ไปก่อน เราก็ยังทำงานปกติ ก็เป็นกังวลเหมือนกันว่าถ้าใครที่เคยติดต่องานผ่านเขาคนนั้นไว้ ก็รบกวนฝากบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว ขอบคุณพี่ ๆ สื่อมวลชน ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสรับฟัง”

แม่ : “ก่อนหน้านี้ เราเหมือนไม่เข้าใจกัน การที่เราทำงานตรงนี้มาเหมือนว่าเราไม่มีใคร แต่วันนั้นทำให้รู้ว่าเก้าไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ขอบคุณนะคะ”



กำลังโหลดความคิดเห็น...