xs
xsm
sm
md
lg

“ติ๊นา” 50 ปียังฟิตเป๊ะ โนศัลยกรรม โนสามี พร้อมแล้วกับคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“คริสติน่า อากีล่าร์” แดนซิ่งควีนวัย 50 เป๊ะเวอร์ หน้า ผิว หุ่น ฟิตระเบิด โนศัลยกรรม เตรียมลุยคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย เผยสุขที่สุดเวลาอยู่บนเวที ไม่มีสามีไม่เป็นไร แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

“#แม่ก็คือแม่” แฮชแท็กนี้ยังก้องอยู่ในหูของบรรดาลูกๆ ทั้งหลาย เมื่อแม่ตัวจริง เสียงจริงอย่าง “คริสติน่า อากีล่าร์” ออกมาประกาศกับการถึงเวลารวมตัวเหล่าลูกๆ ในคอนเสิร์ต Christina Kingdom Concert ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 21-22 พค. นี้ ณ สยามพารากอน ฮอล์ล ที่บอกเลยว่าอาจจะเป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายหรือไม่ ก็เพราะวัยที่ปาเข้าไปเลข 5 แล้ว

แต่ถึงจะทะยานสู่เลข 50 แต่ก็ต้องบอกว่า เป็นการก้าวย่างเข้าสู่วัย 50 อย่างสวยงาม เพราะทุกวันนี้ติ๊นายังเป๊ะเวอร์ ทั้งหน้าตา ผิวพรรณ และหุ่น สุดแซ่บ

อยากสวย อยากเป๊ะ!! ต้องงดแป้ง งดน้ำตาล ทานแอปเปิ้ลเขียว โยเกิร์ต
“ที่ยอมใจอ่อนกลับมาเล่นคอนเสิร์ตอีกครั้ง ก็เพราะว่าเวลาทุกครั้งที่เล่นคอนเสิร์ตเป็นเวลาที่ติ๊นามีความสุขมากค่ะ ต้องบอกเลยว่าทุกครั้งที่อยู่บนเวทีที่ได้แสดงมันบอกไม่ถูก เหนื่อยนะเหนื่อยแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าเราไม่ได้แบบว่าเป็นนักร้องที่ต้องเป็นแบบยืนร้องเฉยๆ ต้องมีการซ้อม ต้องมีการอะไรหลายๆ อย่าง แต่ว่าทุกอย่างในความเหน็ดเหนื่อยนั้น มันคือความสุขของติ๊นาจริงๆ การที่เราได้ยืนร้องและได้เห็นคนข้างล่างนั้นมีความสุข จะยังไงก็แล้วแต่คือยอมอดทุกอย่างค่ะ”

“คือช่วงนี้ต้องงดแป้ง งดน้ำตาล งดช็อคโกแลต ต้องทานแอปเปิ้ลเขียวอย่างเดียว อย่างมื้อเช้าเขาก็จะมีคล้ายๆ โยเกิร์ตขวดเล็กๆ ให้เราขวดนึง และจะเป็นข้าวมัน จะเป็นพาสต้าซึ่งปกติ ตอนเช้าติ๊นาไม่ทานเยอะอย่างนั้น มื้อเที่ยงก็จะเป็นข้าวนิดๆ แล้วก็จะเป็นพวกปลาแบบปลาย่างนิดนึง ส่วนมื้อเย็นเนี่ยคือจะไม่มีข้าวเลย จะเป็นแต่สลัดและก็จะเป็นเต้าหู้ปลา 6 ชิ้นหรือไม่ก็จะเป็นสลัดและก็มีทูน่าสลัด กับอะไรที่ย่างๆ คือไม่มีข้าวเลย”

“แล้วการที่เราจะลดน้ำหนัก สิ่งที่สำคัญคือการกิน กิน 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 30 เปอร์เซ็นต์นี่คือการออกกำลังกายนะ เพราะฉะนั้นช่วงนี้เป็นช่วงที่เวลาไปออกกำลังกาย ก็หิ้วอาหารไปกินด้วย ก็มีน้ำผลไม้อีกขวดนึงให้ทาน แต่แบบว่ามื้อเย็นบางมื้อ ถ้าเราไม่ได้อยู่บ้าน เราจะหิ้วออกมาทุกอย่างไม่ได้ ถ้าเราต้องทานนอกบ้าน เราก็จะเลือกอาหารญี่ปุ่นกับอาหารเกาหลี อย่างอาหารญี่ปุ่นเราก็จะกินพวกปลาดิบ ถ้ากินแต่ซูชิก็แค่คำหรือสองคำคือจบ นอกนั้นก็คือเป็นพวกปลาดิบแล้วก็ถ้าเป็นเกาหลีก็คือไม่กินข้าวคือเนื้อห่อผักอย่างเดียวอะไรอย่างนี้”

“อย่างในช่วงที่เราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต ก็มีบ้างที่เราจะละเลย แต่เราก็มีพวกงานอีเว้นท์อะไรบ้าง แต่ว่าก็จะมีเวลาไปกินข้าวกับครอบครัว ก็อาจจะมีสบายๆ ไปบ้างนิดนึง แต่ว่าพอเราต้องรู้ว่าเราต้องทำงานชิ้นใหญ่เนี่ย คือแน่นอน ติ๊นาบอกพ่อแม่เลยว่าช่วงนี้จะไม่ค่อยเจอนะ จะบอกเลยว่าไม่ต้องตามนะ เพราะพ่อติ๊นาจะเป็นคนแบบว่าจะกินอะไรนะลูก จะไปไหนอะไร คือพ่อแบบติดมาก ซึ่งไม่รู้ทำไม อย่างช่วงนี้ช็อคโกแลตไม่ค่อยได้ทาน แต่อย่างเมื่อก่อน ก่อนที่ทำคอนเสิร์ต 20 ปี ติ๊นาติดโอรีโอ้มาก กินจนแบบลืม บางทีกินจนหมดแพ็คเลย จริงๆ มันเผละขนาดนั้น แต่ทุกคนจะจำในรูปทรงของติ๊นา ว่าติ๊นาจะต้องหุ่นแบบนี้ แต่ก็มีบ้างนะ แต่พอเราเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว หรือมันเริ่มไม่ได้แล้ว คือเราก็พยายามคุมอาหารก็เริ่มออกกำลังกายบ้าง”

ยันไม่ยืดติดภาพลักษณ์ “ควีนออฟแดนซ์” ขำๆ เรื่องทำศัลยกรรมดึงหน้า เปรยริ้วรอยตีนกายคือประสบการณ์และเสน่ห์อย่างหนึ่ง เผยความสุขทุกวันนี้คือการได้โชว์บนเวที

“ยึดติดกับภาพลักษณ์ไหม ติ๊นาคิดว่าผู้หญิงทุกคนก็กังวลเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นติ๊นาคนเดียวนะค่ะ ติ๊นาคิดว่าด้วยธรรมชาติของผู้หญิงแล้ว ทุกคนอยากจะดูดีไม่มีใครอยากจะอ้วน แต่ว่าบางครั้งเนี่ยร่างกายของแต่ละคน มันไม่เหมือนกัน อย่างของติ๊นาเนี่ย ติ๊นาเป็นลูกครึ่ง เพราะฉะนั้นติ๊นาจะเป็นคนที่มีเคิร์ฟมาก ถึงจะผอมในบางส่วนแต่มันก็ไมได้ผอมไปทุกสัดส่วน หรืออย่างติ๊นาเป็นคนมีสะโพก ระบบเผาผลาญของคนเราไม่เหมือนกัน ของติ๊นาเนี่ยถ้าจะให้ลงจริงๆ ติ๊นาต้องเผาผลาญแบบหนักมากๆ หรือว่าแบบต้องคุมแบบจริงจัง ต้องมีวินัยมาก”

“อย่างซ้อมเต้นตอนคอนเสิร์ต 20 ปี อันนั้นติ๊น่าก็ไม่ได้ผอมนะ เพราะก่อนที่จะทำคอนเสิร์ต ติ๊นาผอมมาก่อนสัก 2-3 อาทิตย์ก่อนแสดงจริง และด้วยความที่เราซ้อมเต้น มันก็คือการเผาผลาญที่ดีที่สุด เพราะติ๊นาเป็นคนเหงื่อเยอะมาก เวลาติ๊นาเต้นทีนึง แป๊ปเดียวเนี่ยเหงื่อไหลลงพื้น แล้วมันจะไม่หยุดเดี๋ยวนั้น คือเราต้องหยุดพักมันก็ยังเผาผลาญอยู่ โชคดีที่ยังเป็นแบบนั้น”

“บางครั้งเราต้องยอมรับความเป็นธรรมชาตินะค่ะ คือจะมาให้ติ๊นาเป็นอย่างนี้ตลอดชีวิตจนถึง 80 มันก็ไม่ใช่ไงนึกออกไหม คือถามว่าเราก็ถือว่าเราดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะสามารถดูแลได้สำหรับคนอายุอย่างติ๊นานะ เพราะเพื่อนๆ เขาก็ล้ำหน้าติ๊นาไปทุกคนแล้ว แต่อาจจะเป็นที่ว่าเราทำงานตรงนี้ เราต้องดูแล แล้วติ๊นาเป็นคนให้ความสำคัญกับการดูแลผิว ตินาคิดว่าสำคัญที่สุดคือผิวของผู้หญิง”

“ส่วนเรื่องศัลยกรรมคิดว่าบางครั้งเนี่ยริ้วรอยบางอย่างมันคือเสน่ห์ มันบ่งบอกถึงประสบการณ์ของชีวิตของแต่ละคน มันต้องมีบ้างนึกออกไหมคะ คือมันต้องมีว่าเฮ้ย...ไม่ใช่ 80 แล้ว แต่หน้ายังตึงอยู่มันไม่ใช่ ติ๊นาคิดว่าให้สมวัยคือเราจะอายุมากขึ้น แต่เราจะทำยังไงให้แบบหน้าเราดูดีสำหรับอายุเรา ณ ตอนนั้น เราว่าอันนี้สำคัญที่สุดหรือไม่ว่ากระทั่งรูปร่างของเราเอง คือถ้าเราเป็นคนที่ออกกำลังสม่ำเสมอ คือบางช่วงติ๊นาอาจจะละเลยช่วงเวลางานยุ่งๆ คือเวลารับงานก็ไม่ได้เข้าไปออกกำลังกาย แต่ว่าตอนนี้มีเทนเนอร์จ่ายไปเลย 100 ครั้ง นี่ออกกำลังกายเกินกว่า 50 กว่าครั้งแล้ว”

“ถามว่าทำไมถึงยังดูดี ก็คงจะเป็นจากประสบการณ์จากการทำงานอะไรหลายๆ อย่าง การใช้ชีวิตของติ๊นาไม่ใช่คนเที่ยว นึกออกไหมค่ะ คือไม่ได้เป็นคนเที่ยวกลางคืน เพราะส่วนใหญ่ก็จะมักอยู่บ้านอยู่กับหลาน ทำจิตใจให้เบิกบานให้แฮปปี้ คือเรื่องเครียดทุกคนมีเรื่องให้เครียดอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะกำจัดความเครียดยังไงให้มันอยู่กับเราได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด อันนี้สำคัญที่สุด เพราะความสุขของติ๊น่าคือทำงานเนี่ยแหล่ะ คือทุกครั้งที่เราทำงาน ทุกครั้งที่เราได้อยู่บนเวที เป็นอะไรที่แบบมันคือความสุขที่บอกไม่ถูก”

อยากมีแฟน แต่โลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบไปเที่ยวที่ไหนเลยไม่เจอใคร พ่อหวง แต่ไม่ซีเรียสถ้าต้องโสดตลอดไป

“แต่ถ้าในมุมของครอบครัว ติ๊นามีความรู้สึกว่าติ๊นาโชคดีที่มีครอบครัวค่อนข้างที่จะใกล้ชิด อบอุ่นจนร้อนไปนิดนึง (ยิ้ม) เพราะว่าพ่อติดมากแบบว่าห่วง โทรหาตลอด ประมาณว่า you อยู่ไหน จะไปไหน ทำอะไร กินข้าวที่ไหน มื้อนี้จะกินอะไร ซึ่งเราไปทำงานนะ และก็บอกไปว่าช่วงนี้ไอไม่เจอนะเพราะติ๊นาต้องโฟกัสที่งาน แต่ถ้าวันไหนที่เราอยู่บ้าน โอเคพาเขาไปกินข้าว แล้วเขาจะแฮปปี้ เขาขอให้แบบว่าให้เขาไปด้วยเถอะ ขอให้ไปเดินด้วย เขาชอบมาก เขาชอบที่จะไปกับติ๊นามาก ขนาดไปงานอีเว้นท์ยังบอกว่าไอขอไปด้วยซิ แต่พอบอกไม่ให้ไปเนี่ยฮ่าๆ (หัวเราะ) เราก็บอกว่ารอไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ดีกว่าไหม เพราะนี่มันเป็นงานเล็กๆ แต่คือเขาอยากมาดูทุกอย่างคือเขาภูมิใจ ติ๊นารู้ว่าพ่อภูมิใจในตัวติ๊นามาก แต่ว่าบางทีก็เป็นห่วงเวลาเราไปทำงานด้วยกัน กังวลว่าพ่อจะสบายจะโอเคไหม ”

“นึกว่าหวงอยู่นะ ถ้าไม่หวงมากขนาดนี้ ป่านนี้อาจจะมีใครไปแล้วก็ได้ (หัวเราะ) แต่มันก็ไม่ได้มีส่วนมากขนาดนั้นหรอก เพราะด้วยนิสัยของติ๊นา ติ๊นาไม่ค่อยได้ออกไปไหน ไม่ได้เป็นคนมีเพื่อนเยอะ ส่วนใหญ่ก็คือจะไปกับครอบครัวน้องสาว ติ๊นาอาจจะติดน้องสาว แล้วทีนี้น้องสาวมีหลาน เราก็จะติดหลาน เพราะฉะนั้นยังมีความรู้สึกว่านี่แหละคือความแฮปปี้แล้ว คือไม่จำเป็นต้องมีแฟนก็ได้ แต่ถ้ามีแฟนก็ดีนะ แต่ถ้าถามว่ามีลูกนะไม่มีไม่เอาอยู่แล้ว”

“อยากมีแฟนไหม คือถ้ามีจริงๆ ก็อยากมี แต่ว่าไม่ได้ออกไปหาไงนึกออกไหม คือไม่ต้องหาว่ามีหรือไม่มี ถ้ามีจริงๆ แล้วเข้ามาติ๊นาพิจารณา แต่เผอิญว่าเป็นคนที่ชอบคนยากมาก แต่นั่นคือปัญหาของติ๊นาแล้วเป็นคนที่แบบว่าขี้รำคาญ เป็นคนชอบคนยากมากและเราไม่ได้ออกไปไหน ก็เลยยิ่งไม่เจอไปอีก อีกอย่างติ๊นาระวังตัวเองมาก น้องสาวยังบอกเลยว่าถ้าระวังไปมากกว่านี้อีกนะ ก็คงไม่มีใครมาคบแล้ว ตอนนี้ก็เลยอยู่กับน้องๆ ตลอดเวลา และก็ไม่ได้มีใครเข้ามา เพราะติ๊นาไม่ได้ออกไปไหน ถ้ามีก็มีแบบโทรมาหาเรา ติ๊นาก็แมนใส่เลยถ้าเรารู้ว่าไอนี่มาแบบจีบ คือเราแมนใส่เลย เฉยๆ สำหรับเรื่องพวกนี้ คือถ้ามันจะมี มันก็มี คือถ้ามันจะไม่มีก็คือไม่มี”

“ติ๊นาเฉยๆ นะไม่ได้แบบเป็นคนขี้เหงาง่าย ติ๊นาเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง คือสามารถที่จะอยู่บ้านคนเดียวไม่คุยกับใครได้ อยู่ในห้องคนเดียวได้เลยนะ เพราะจริงๆ แล้วเวลาที่ติ๊นาไม่ได้ทำงาน ติ๊นาจะอยู่บ้าน ติ๊นาไม่เจอใครเลย ติ๊นาเป็นอย่างนี้ชอบอยู่ในห้อง และห้องนอนนี่คือที่ของติ๊นา เราจะทำโน่นทำนี่จะฟังเพลงจะดูทีวี และก็ไม่คุยกับใครได้เลย ซึ่งสบายมากและถ้าใครมาอะไรกับเรามาก เราก็จะรำคาญไง”

นอกจากวัยจะเข้าสู่คุณแม่แล้ว ในด้านการทำงานก็ต้องยอมรับว่า “ติ๊นา” เธอคือตัวแม่แห่งวงการเพลงแดนซิ่ง เรียกว่าเมืองนอกมีตัวแม่อย่าง “มาดอนน่า” เมืองไทยก็ติ๊นาเป็นตัวแม่

“แม่ก็คือแม่ใช่ไหม ก็ตอนแรกบอกเลยว่า อุ้ย...แม่เลยเหรอ แต่โอเคเข้าใจอะไรอย่างเงี้ย ก็ต้องบอกว่าถือว่าเขาก็ให้เกียรติเราเป็นคุณแม่นะคะ ก็อยากจะให้คุณลูกมาให้กำลังใจคุณแม่เยอะๆ แล้วก็มาจัดเต็มกับคุณแม่ด้วย ลูกติ๊นาเบาๆ ไม่ได้นะ ต้องแรงๆ ต้องเต็มที่”

“ส่วนที่พูดถึงติ๊นากับมาดอนน่า เขาเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก ซึ่งแต่ละคนก็มีสไตล์ที่มันไม่เหมือนกัน เพราะว่าเขาก็เป็นตัวจริงในแบบของเขานึกออกไหม แล้วต้องถามว่าเขาเป็นผู้หญิงที่อายุเท่าไหร่แล้ว แต่ว่ากับการแสดงของเขา เขาแข็งแรงกว่าเด็กอีกหลายคน เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์ แล้วเวลาเขาอยู่บนเวทีก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น เห็นกล้ามเขาไหมล่ะ ก็เลยบอกท่าเต้นเขาเนี่ยไม่ใช่ง่ายๆ เลย แข็งแรงยิ่งกว่าเด็ก”

“คือติ๊นาไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบกับเขา ติ๊นาคือติ๊นา มาดอนน่าก็เป็นมาดอนน่านึกออกไหมค่ะ แต่ในรุ่นติ๊นาก็มีติ๊นาคนเดียวที่อาจจะยังทำเพลงแนวนี้ที่ยังเต้นอยู่ ในเมืองไทยนักร้องที่ทำได้แนวนี้ได้นานที่สุดก็โอเคก็เป็นติ๊นาใช่ไหมค่ะ หรือว่ามีคนอื่นหรือเปล่า ส่วนฉายาควีนออฟแดนซ์ ก็เป็นฉายาที่สื่อและแฟนเพลงเป็นคนให้เราเพราะฉะนั้นเราก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างหนึ่งที่เขามอบให้ เราก็โอเค คำว่าควีนออฟแดนซ์หรือแดนซิ่งควีนเนี่ยจะต้องบอกเลยว่ามันอาจจะเป็นภาพรวม เวลาที่เขาเห็นติ๊นาอยู่บนเวทีเพราะว่าหนึ่งโอเคด้วยเพลงของเราเป็นป็อปแดนซ์ ซึ่งแน่ๆ มันก็ต้องมีการเต้นรำ พอเต้นรำเสร็จปุ๊ป ด้วยฟิวส์ของติ๊นาส่วนตัวแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็มีไม่เหมือนกันนะค่ะ แล้วก็นับว่าเป็นองค์ประกอบรวมของการแสดงของติ๊นา ซึ่งทำให้คนจดจำมากจนถึงทุกวันนี้จนเป็นตัวแม่ (ยิ้ม)”

“ติ๊นาเองก็ต้องแข่งกับตัวเองตลอดเวลา ติ๊นาถึงบอกว่าแต่ละคน แต่ละสไตล์เปรียบเทียบกันไม่ได้เพราะว่าด้วยตัวเพลง ด้วยอายุของแต่ละคน สไตล์ใครสไตล์มันใช่ไหม ติ๊นาถึงบอกว่าเพราะฉะนั้นเราต้องแข่งกับตัวเองทำยังไงให้ดีกว่าที่ทำไปเมื่อวานนี้ เพราะมันต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น อย่างเวลามีคอนเสิร์ต ติ๊นาก็จะบอกเลยว่าต้องเรียนท่าเต้นใหม่ๆ คือจะมาใช้ท่าเดิมๆ ก็ไม่ใช้นะ ก็ต้องเรียนต้องมีท่าใหม่ๆ ให้ติ๊นาได้ฝึก และเวลาเราซ้อมเต้นกัน เราจัดเต็มมาก และก็เราก็มาดูว่าท่านี้เราทำสวยหรือไม่ เราก็ต้องดูตัวเองด้วยว่าท่านี้ ฉันทำได้หรือทำไม่ได้ ถ้าทำแล้วไม่สวยปรับมาให้ติ๊นาได้ประมาณนึงได้ไหม คือปรับแบบไหนให้เข้ากับเรา”

“สำหรับคอนเสิร์ตคราวที่แล้ว ติ๊นาจะเล่นเหมือนเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย ส่วนครั้งนี้ติ๊นาก็จะบอกว่าเล่นคอนเสิร์ตเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน เพราะว่าติ๊นาต้องทำมันให้ดีที่สุดเท่าที่ติ๊นาทำได้ ณ เวลานั้นคือต้องใส่ให้หมด”







กำลังโหลดความคิดเห็น...