xs
xsm
sm
md
lg

ดรามาสตรอเบอร์รี่ และมหกรรมรุมกินโต๊ะ “ใหม่ ดาวิกา”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


" พาพวกมาเยอะ #จะรุม.....?"

แคปชั่นที่มาพร้อมกับรูปสตรอเบอร์รี่สีแดงสด ที่ปรากฏอยู่ในไอจีของนางเอกตัวแม่ “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ถูกตีความไปในทันทีว่า เธอแฝงนัยหมายถึงนางเอกร่วมช่อง “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ที่ใครๆ ก็รู้ดีว่า ทั้งคู่มีเรื่องบาดหมางร้าวลึกกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมอยู่ รร. เดียวกัน กระทั่งมาโด่งดังในวงการในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เพียงแต่อยู่กันต่างช่อง และต่างกลุ่ม

ชมพู่อยู่แก๊ง “น้ำแข็งไส” สังกัดช่อง 7 สี ขณะที่เจนี่อยู่แก๊ง “นางฟ้า” สังกัดช่อง 3
จากความบาดหมางสมัยคอซองของทั้งคู่ ลุกลามมาจนเมื่อเจนี่เกิดมีปัญหากับ “แตงโท-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์”

เกี่ยวกับกรณีเรื่องของการจ่ายเงินค่าส่งรถ "บิทเทิล" ซึ่งมีการพาดพิงไปถึงเจนี่กับมารดาว่าเป็นคนนำเรื่องนี้ไปพูด ตอนนั้นแตงโมเป็นน้องเลิฟอยู่ในแก๊ง “น้ำแข็งไส” ก็เลยพลอยทำให้ชมพู่กับเจนี่ยิ่งไม่กินเส้นกันหนัก

สมัยที่ต่างคนต่างอยู่กันคนละช่อง ก็ไม่มีปัญหา เพราะโอกาสที่จะมาเจอะเจอ หรือร่วมงานกัน เรียกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่วันดีคืนดีเมื่อชมพู่ย้ายมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับเจนี่ แถมยังควบหน้าที่เป็นพิธีกรรายการทอล์กโชว์อย่าง “3 แซ่บ” จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับเจนี่ ที่มาเป็นแขกรับเชิญพูดคุยในรายการเพื่อโปรโมตละคร (แต่ก็มีหลายครั้งที่ชมพู่อ้างว่าติดงานต่างประเทศ จึงไม่ได้มาทำหน้าที่พิธีกรในวันที่มีเจนี่มาเป็นแขกรับเชิญ)

ประเด็นเรื่องสตรอเบอร์รี่ และแคปชั่นยกพวกมารุม ถูกโยงมาถึงเจนี่ ก็เพราะบังเอิญมีข่าวว่าเจนี่ กับ 2 สาว “จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา” กับ “หญิง-รฐา โพธิ์งาม” ที่เพิ่งตั้งกลุ่ม “JYJ” แท็คทีมกันแอนตี้ “ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา” ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊ง “น้ำแข็งไส” เมื่อครามาออกรายการ “ทูเดย์โชว์” เพื่อโปรโมตละคร “กำไลมาศ” ที่ทั้ง 4 สาวแสดงร่วมกัน ประกอบกับเจนี่เอง ก็โพสต์รูปสตอเบอร์รี่ในไอจีตัวเองในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ที่มาที่ไปมันเป็นอย่างนี้ และก็ดูจะสมเหตุสมผลดีไม่น้อย ที่จะผูกเรื่องเข้าหากัน

แต่สุดท้ายเป็นไปได้ว่าทุกคนอาจจะตีความผิด เพราะลึกลงไปแล้ว การโพสต์รูปสตอเบอร์รี่ของชมพู่ครั้งนี้ อาจจะหมายถึง “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่”

แล้วใหม่มาเกี่ยวอะไรกับสตอเบอร์รี่ในโพสต์ของชมพู่ เพราะรู้กันดีว่า ทั้งคู่สนิทสนมกลมเกลียวกันขนาดไหน ในงานแต่งงานของชมพู่ ใหม่ยังเป็นหนึ่งในแก๊งเพื่อนเจ้าสาวเลยด้วยซ้ำ ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่ชมพู่จะต้องโพสต์รูปและข้อความเพื่อแขวะน้องสุดเลิฟคนนี้

หรือว่า ณ บัดนาว สถานะความเป็นน้องเลิฟ อาจจะไม่เลิฟเหมือนเก่า !!

เพราะแหล่งข่าววงใน แอบสืบทราบมาว่า ความสัมพันธ์ของชมพู่กับใหม่ ส่อเค้าว่าจะจบไม่สวยเสียแล้ว สืบเนื่องมาจากเรื่องของการ “ปาดหน้า” รับงานพรีเซ็นเตอร์เป็นเหตุ

เรื่องนี้ต้องเล่ากันยาวหน่อย

แต่จะบอกว่าชมพู่กับใหม่มีปัญหากัน ก็ไม่ถูกนัก เพราะจริงๆ แล้ว คนที่เริ่มมีปัญหากันคือผู้จัดการส่วนตัวของทั้งคู่

“หวานเจี๊ยบ” เป็นผู้จัดการของชมพู่ ส่วน “เกล้า” เป็นผู้จัดการของใหม่

แรกเริ่มเดิมทีหวานเจี๊ยบกับเกล้าเป็นเพื่อนเลิฟที่สนิทกันมาก จนไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในภายหลัง เพราะความเป็นเพื่อน มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อสินค้าหลายตัว ถอดชมพู่ออกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ และเปลี่ยนให้ใหม่มารับหน้าที่แทน

แรกๆ ชมพู่อาจจะไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากนัก (แต่หลายๆ ครั้งเข้า จากที่ไม่คิด ก็ต้องเริ่มคิดแล้วล่ะ) เพราะเท่าที่เก็บเกี่ยวมา ก็กินใช้ไม่หมดแล้ว แถมยังวางโครงการว่าจะปลดระวางเตรียมจะอำลาวงการไปใช้ชีวิตแม่บ้านเต็มตัวในเร็ววันอีก

แต่หวานเจี๊ยบเดือดร้อนแน่ เพราะผลประโยชน์ของเธอผันแปรตามรายได้ของชมพู่ เมื่อรายได้ของชมพู่ลด ผลประโยชน์ของหวานเจี๊ยบก็ลดตาม ซึ่งถ้าเล่นกันตามเกมก็ยังพอยอมรับกันได้ แต่ว่ากันว่าความร้าวฉานในครั้งนี้ เป็นเพราะเกล้าที่ไม่ยอมเล่นตามกติกา ถึงขนาดยอมลดค่าตัวการรับงานพรีเซ็นเตอร์ของใหม่ เพื่อให้ได้งานนั้นๆ

ไม่ใช่แค่ปาดหน้าขมพู่คนเดียว แต่ “ปู-ไปรยา” ก็โดนหางเลขนี้ไปด้วย ถึงขนาดชวดงานพรีเซ็นเตอร์แชมพูยี่ห้อหนึ่ง เพราะลูกค้าเลือกใหม่ที่ดังกว่า สดกว่า แถมยังให้ “ราคา” ที่ถูกกกว่าอีกด้วย

และก็ต้องไม่ลืมว่า ชมพู่กับปู-ไปรยาสนิทสนมกันมาก เพราะเป็นสะใภ้ใหญ่-สะใภ้เล็กกันอยู่ มีหรือที่เรื่องนี้จะไม่ถูกขยายความนำมาพูดคุยปรับทุกข์กัน

คำว่า “ยกพวกมารุม” ในความหมายของชมพู่ จึงอาจจะหมายถึงการที่ใหม่กับเกล้า รวมหัวกันวางแผนรุมแย่งงานเธอ ?

วงในบางคนเม้าท์กันหนักถึงขนาดที่ว่า เกล้าซึ่งเป็นผู้จัดการที่ชักใยอยู่เบื้องหลังใหม่ทั้งหมด วางแผนจะให้ใหม่โค่นบัลลังก์นางเอกตัวแม่ของชมพู่ อาศัยความสด และโสด ของใหม่เป็นอาวุธ ในขณะที่ชมพู่อายุเริ่มมากขึ้น แถมออกเหย้าออกเรือนไปแล้ว จะอยู่ค้ำฟ้าค้ำวงการไปได้อีกแค่ไหนกันเชียว

การที่เกล้าชักนำให้ใหม่ข้ามห้วยมาช่อง 3 ก็อาจจะมองว่า โค่นบัลลังก์ชมพู่เพื่อชิงความเป็นราชินีประจำช่อง น่าจะง่ายกว่าตายรังอยู่ช่องเดิม ที่ดูทิศทางแล้ว อย่างไรเสีย ศักดิ์ศรีนางพญาก็ยังเป็นรอง “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” อยู่วันยังค่ำ

แต่งงานนี้ตัวละครที่เกี่ยวข้องทั้งหมดพร้อมใจกันปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นปู-ไปรยา ที่ออกปากว่าไม่ได้ซีเรียสกับการที่ พรีเซ็นเตอร์จะหลุดไปอยู่ในมือของใหม่ ขณะที่ชมพู่ ก็บอกว่ายินดีหากว่าปีหน้าใหม่จะเป็นคนเดินพรมแดงในงานภาพยนตร์เมืองคานส์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของลอรีอัล แทนตน

ส่วนใหม่เอง ก็สยบข่าวเกาเหลากับซุปตาร์รุ่นพี่ด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันงานคอนเสิร์ต “รวมวงธงไชย” ที่เธอขึ้นเวทีเป็นแขกรับเชิญ ชมพู่ยังส่งช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี แต่เดี๋ยวก่อน เพราะข่าวว่าชมพู่เอง ก็ให้พี่เบิร์ดด้วยเหมือนกัน คืออาจจะเป็นการให้ตามมารยาทสังคมธรรมดาหรือเปล่า ?

การชิงดีชิงเด่นของชมพู่กับใหม่ ที่มีผู้จัดการส่วนตัวของแต่ละฝ่ายเข้ามาเกี่ยวโยง ดูละม้ายคล้ายพล็อตละคร “มารยาริษยา” อันโด่งดัง ซึ่งขนาดที่เอ็กแซ็กท์ต้องรีเมกกลับมาสร้างเป็นคำรบสอง ในเรื่องเป็นการชิงความเป็นหนึ่งบนแคตวอล์กของ “เพียงดาว” กับ “ดีนี่” โดยผู้จัดการของแต่ละฝั่ง คือ “ป้าอู๋” กับ “ป้ากบ” เป็นตัวชงให้เรื่องเข้มข้นขึ้น แต่บอกเลยว่าชีวิตจริง มันแซ่บกว่าในละครเยอะ

ไม่ใช่จะหมดอยู่แค่นี้ แต่การมาช่อง 3 ของใหม่ ยังอาจจะส่งผลกระทบต่อบรรดานางเอกเบอร์ต้นๆ ของช่อง เพราะดูเหมือนบรรดาผู้จัดจะเห่อของใหม่ ถึงกับประเคนบทละครดีๆ ใส่พานไปให้จนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็น “เรือนมยุรา” หรือ “สายรุ้ง” ซึ่งเป็นบทที่คาดหวังกันว่า ใครเล่นก็ต้องดัง

“เรือนมยุรา” เวอร์ชันแรก เจ้าของบทประพันธ์ “แก้วเก้า” หรือ “ว. วินิจฉัยกุล” ระบุว่าต้องเป็น “แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช” เท่านั้น มาเวอร์ชันนี้ก็ระบุอีกว่าต้องเป็นใหม่ ถ้าไม่ได้ใหม่เล่น ก็ไม่ขายลิขสิทธิ์ให้ ส่วนเรื่อง “สายรุ้ง” ก็ถือเป็นละครแจ้งเกิดของ “แอน ทองประสม” ที่พลิกจากบทนางเอกสายแบ๊ว มาเล่นบทดรามาหนักๆ จนกลายเป็นดรามาควีนในเวลาต่อมา

เพราะฉะนั้นก็จงอย่าแปลกใจ หากจะเห็นข่าวว่ามีการไม่กินเส้นกันระหว่างใหม่ กับก๊วนนางเอกลูกหม้อของช่อง 3

และประเด็นสำคัญ ยังเป็นการกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าอย่าง “เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร” ที่ตอนนี้ยึดสัมปทานส่งนักแสดงป้อนช่อง 3 เป็นหลัก

ใหม่เคยเป็นเด็กในคาถาของเอ ที่นำมาฝากฝังให้เป็นนางเอกช่อง 7 แต่วันดีคืนดี ก็เกิดเหตุบาดหมาง เมื่อใหม่ประกาศตนเป็นอิสรภาพ ออกจากสังกัดของเอมารับงานเอง และที่เจ็บช้ำก็ตรงที่ผู้จัดการคนใหม่ ก็คือเกล้า ซึ่งเคยเป็นลูกสมุนของเอมาก่อน ครานั้นสัมพันธภาพของเอกับใหม่ จบลงด้วยการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล และจากนั้น ก็เป็นไปในลักษณะต่างคนต่างอยู่ แต่ลึกๆ แล้ว เชื่อว่าเออาจจะเก็บความแค้นฝังหุ่นเพื่อรอวันชำระความ

ยิ่งเห็นใหม่เจิดจรัส มีแต่คนจ้องจะแย่งตัว ในขณะที่กระแสของเอเริ่มถดถอย ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่แหล่งข่าวนำมาวิเคราะห์ในกรณีดังกล่าว ก็คือการที่เอเลื่อนการจัดงานวันเกิด (25 ธ.ค.) มาจัดในช่วงเทศกาลตรุษจีนในธีมไชน่า ซึ่งล่วงเลยมาเกือบ 2 เดือน นัยว่าครั้งแรกเอจะไม่จัดงานแล้ว แต่คิดสะระตะไปมา การจัดงานวันเกิด แล้วมีดาราซุปตาร์มาร่วมแสดงความยินดี ถือเป็นการประกาศแสนยานุภาพทางอ้อมได้เป็นอย่างดี เรียกง่ายๆ ก็คือเอต้องการจะช่วงชิงพื้นที่สื่อ และกระแสของตัวเองกลับมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะมีสื่อลงข่าวกันอย่างครึกโครมตามคาด แต่ก็ไม่วายมีคนตาดีแอบตั้งข้อสังเกตว่า ลูกรักหลายคนของเอ ไม่ได้มาร่วมงานในปีนี้ ทั้ง “มาริโอ้ เมาเร่อ” ทั้ง “เคน-ภูภูมิ” ที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้ ก็มีเพียง “อั้ม-พัชราภา” , “ณเดชน์-ญาญ่า” , “เจมส์ มาร์” นอกนั้นก็เป็นทีมนักแสดงจาก “ลิขิตริษยา” เป็นไปได้ว่าเยื่อใยบางๆ ระหว่างเอ กับ 2 หนุ่มลูกรัก อาจจะกำลังจะขาดผึง (ชาวเผือกรอติดตามข่าวได้เลย)

ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่เอจะต้องรวบรวมสรรพกำลังเข้ามาเสริมทัพ โดยเฉพาะถ้าเป้าหมายหลัก คือการโค่นใหม่-ดาวิกา จึงจำเป็นจะต้องมีเด็กในสังกัดที่มีความสวย สง่า บารมี และความเจิดจรัสมากพอที่จะสามารถส่งไปต่อกรด้วยได้ แต่มองไปมองมา ถ้าไม่นับอั้ม-พัชราภา (ซึ่งว่าไปแล้วก็ไม่ได้ดูแลเต็มตัว ได้เพียงส่วนแบ่งจากรับงานโฆษณาให้เท่านั้น) เอก็ไม่เหลือใครที่จะมีอำนาจต่อรองพอฟัดพอเหวี่ยงกับใหม่

ฉะนั้นเอจึงต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์เดิม นั่นคือการดึงเด็กคนอื่นเข้ามาไว้ในคอนโทรล เช่นเดียวกับที่เคยคว้า มาริโอ้จากอกของ “โกโก้-นิรุณ ลิ้มสมวงศ์” มาแล้ว

นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้เอค่อยๆ คืบคลานเข้าไปดูแลการรับงานให้กับ “คิมเบอร์รี่ แอน เทียมศิริ” ในจังหวะที่ผู้จัดการคนเดิมของคิมถอนตัวออกไป ซึ่งแม้ว่าคิมจะให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการแยกกันด้วยดี แต่ใครจะรู้ว่า ลึกๆ แล้วอาจจะมีเอคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตอนมาริโอ้ไม่มีผิด

มองเผินๆ อาจจะเข้าใจว่าเอตั้งใจจะเอาคืน “หมาก-ปริญ” อดีตเด็กในคาถาที่ออกจากสังกัดไป แต่ถ้ามองกันตามเกมแล้ว การดึงคิมเข้ามาในสังกัด น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่จะเอามาชำระแค้นกับใหม่มากกว่า

ทำไมถึงวิเคราะห์เช่นนั้น ?

เพราะถึงไม่มีหมาก แต่เอก็ยังมีณเดชน์ ยังมีเคน-ภูภูมิ และพระเอกอีกหลายคน จึงไม่เจ็บปวดเท่า กับการจากไปของใหม่ เพราะมันทำให้เอไม่มีนางเอกเบอร์ใหญ่อยู่ในมือ

และทำไมต้องคิมเบอร์ลีย์

จริงอยู่ที่คิมอาจจะไม่โดดเด่นถ้าเทียบกับญาญ่า แต่ถึงญาญ่าจะไม่อยู่ในสังกัด ก็เหมือนอยู่ไปแล้วครึ่งตัว เพราะรู้กันดีอยู่ว่าเป็นแฟนกับณเดชน์ คิมจึงเป็นเป้าหมายรองลงมาที่เอจะยึดมาเป็นขีปนาวุธในการดับเครื่องชนใหม่ เพราะความสด ความสวย และฝีไม้ลายมือก็ไม่ได้ทิ้งห่างกัน แถมคิมยังเป็นลูกรักของแอน ทองฯ ที่มีพาวเวอร์ไม่น้อยในช่อง 3 และไม่แน่ว่าถ้าจะส่งผลให้เอได้หมากกลับมาอยู่ในสังกัดเหมือนเดิมได้อีก ก็อาจจะเป็นผลพลอยได้ที่ดี

คิดดูแล้วก็ให้เห็นใจใหม่ไม่น้อย เพราะสู้อุตส่าห์ลี้ภัยจากช่อง 7 มาช่อง 3 สุดท้ายก็กลับเหมือนการหนีเสือปะจระเข้ แถมยังเป็นจระเข้ฝูงใหญ่อีกต่างหาก เพราะช่อง 7 ใหม่มีเพียงอั้มเป็นคู่แข่งทางการค้า แต่การมาช่อง 3 ดูเหมือนจะมีแต่คนรุมจะกินโต๊ะกันทั้งนั้น เพราะดันมีคดีติดตัวอยู่หลายคดี ทั้งเรื่องปาดหน้าเค้กชมพู่ , แย่งบทนางเอกลูกหม้อของช่อง ไหนจะปัญหากับอริเก่าอย่างเออีก

ถ้าไม่ Strong จริง เห็นทีจะอยู่ลำบากเสียแล้ว “ใหม่-ดาวิกา”

ที่มานิตยสาร ผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 329 5-11 มีนาคม 2559















กำลังโหลดความคิดเห็น...