xs
xsm
sm
md
lg

เสาร์นี้เลิกดูละครน้ำเน่า เปิดช่อง "โมโน" เชียร์ "อำนาจ" กันเถอะ/ไก่ อำนาจ

เผยแพร่:   โดย: อำนาจ เกิดเทพ

อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะรู้กันแล้วครับว่าผลการแข่งขันการชกมวยชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์)ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ระหว่าง "เจ้าเพชร" อำนาจ รื่นเริง (อำนาจ เกษตรพัฒนา) แชมป์ชาวไทยกับผู้ท้าชิง "ซู ชิหมิง" จากจีนที่จะมีขึ้นที่เดอะเวเนเชียนมาเก๊าวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้จะออกมาเป็นเช่นไร?

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร? ตอนนี้ชื่อของนักมวยชาวไทยคนนี้คงจะถูกบันทึกไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการกำปั้นบ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

ย้อนกลับไปดูอดีต ผมว่าเรื่องราวของอำนาจกับชีวิตบนสังเวียนผืนผ้าใบของเขาที่ต้องใช้คำว่า "โชกโชน-โลดโผน" สุดๆ นั้นถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีเลยครับสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์ท่านใดที่คิดจะทำหนังที่เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตชีวประวัติของคนสักเรื่องหนึ่ง

หลังลืมตามาดูโลกในปีพ.ศ. 2519 ก่อนต้องมาเจอกับสภาพครอบครัวที่แตกแยก พ่อแม่แยกทางกัน นั่นเองที่มีส่วนบ่มเพาะทำให้เด็กเมืองชลฯ คนนี้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความเกไร ไม่สนใจเรียน เที่ยวเตร่กับเพื่อนๆ ไปวันๆ

ครั้งหนึ่งเจ้าตัวพร้อมเพื่อนได้แอบเข้าไปเตะต่อยกระสอบทรายเล่นในค่ายมวยแห่งหนึ่งที่ อ.ศรีราชา จนถูกคนดูแลไล่ตะเพิดออกมา แต่ด้วยความเกเรและชอบเรื่องชกต่อย เขากับเพื่อนๆ ก็ยังคงแอบเข้าไปอีกกระทั่งเจ้าของค่ายมาเห็นและได้ชักชวนให้เจ้าตัวฝึกซ้อมและรับเป็นนักมวยของและนี่เองคือจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญของอำนาจ

ผลการชกครั้งแรกของเด็กชายอำนาจในวัย 7 ขวบจบลงที่ความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน แต่นั่นกลับยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เด็กน้อยคนนี้ยิ่งมุมานะขยันซ้อมจนมีผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ

กระทั่งเจ้าตัวได้มีโอกาสเข้ามาชกในเมืองหลวง ก่อนเป็นที่ถูกใจของค่ายมวยดัง "ส.เพลินจิต" ที่ได้ตัดสินใจซื้อตัวเด็กน้อยในวัย 10 ขวบมาอยู่ในสังกัดและนั่นเองที่ทำให้ชีวิตการเรียนของอำนาจต้องจบลงระหว่างเรียนชั้นป.4 เนื่องจากในช่วงเวลานั้นเจ้าตัวก็กำลังมีปัญหากับทางโรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องเอกสารใบเกิดของตนเองอยู่ด้วย

หนทางในกรุงเทพฯ แทนที่จะไปได้ดี แต่กลายเป็นว่าเด็กน้อยกลับทนคิดถึงบ้านไม่ไหว ทำให้เขาตัดสินใจหนีออกจากค่ายกลับบ้านเกิด มาช่วยยายขายขนมอยู่พักหนึ่งเจ้าตัวก็กลับมาตระเวนชกมวยหาเงินจนมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งในช่วงวัยรุ่นหลังไปติดยางอมแงมจนต้องถูกส่งไปรักษาที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี

เมื่อเลิกยาได้ อำนาจก็กลับมาชกมวยอีกครั้ง ก่อนมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มาอยู่กับค่าย "ก.บูรพา" ตอนนี้เองที่ชีวิตในวัย 20 ต้นๆ บนเส้นทางของการเป็นนักมวยไทยชื่อดังของเขาเหมือนจะสดใสหลังคว้าแชมป์มวยไทย เวทีลุมพินีมาครอง แต่แล้วจู่ๆ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดก็มาถึงเมื่อเขาไปก่อคดีวิ่งราวกระชากสร้อย ซึ่งแม้ภายหลังจะเข้ามอบตัวด้วยตนเองแต่ก็ต้องถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปีด้วยกัน

การต้องเข้าไปช้ชีวิตในคุกประกอบกับวัยที่โตขึ้นทำให้อำนาจเริ่มคิดได้ และที่นี่เองที่เขาได้หันมาฝึกชกมวยสากลในค่ายมวยของกรมราชทัณฑ์ และขึ้นชกจนได้เหรียญทองกีฬาราชทัณฑ์ รวมถึงคว้าเอาเหรียญทองรายการชิงแชมป์ประเทศไทยในปี 2550 มาครอง

ด้วยความสามารถที่เป็นที่ประจักษ์ ทันทีที่ได้รับการอภัยโทษหลังติดคุกนานร่วม 18 เดือน เจ้าตัวก็ถูกสมาคมมวยฯ ดึงตัวไป ก่อนได้ติดทีมชาติขึ้นชกในรายการคิงส์คัพในปี 2550 โดยรายการนี้ถือว่าเป็นรายการ "แจ้งเกิด" ของอำนาจก็ว่าได้ เพราะแม้จะได้เพียงเหรีญเงินเท่านั้นแต่เจ้าตัวในวัย 31 ปีก็สร้างความประหลาดใจด้วยการเอาชนะนักชกคนดังของจีนคู่ปรับที่กำลังจะเจอกันอย่าง "ซู ซีหมิง" ที่ตอนนั้นมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกและแชมป์เอเชียนเกมส์ได้ในรอบรองชนะเลิศนั่นเอง

หลังจากนั้นความสำเร็จอันมาจากความทุ่มเทในการซ้อมของอำนาจก็มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง เหรียญทองแดงเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ พ.ศ.2550 (สหรัฐอเมริกา), เหรียญทองซีเกมส์ พ.ศ.2550 (โคราช), เหรียญทองซีเกมส์ พ.ศ.2552 (เวียงจันทร์), เหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ พ.ศ.2553 (กวางโจว) ฯ

ปีพ.ศ.2556 อำนาจที่หันมาชกมวยสากลอาชีพก็คว้าแชมป์รุ่นฟลายเวท ของสหพันธ์มวยนานาชาติเอเชีย (IBF ASIA) ด้วยการเอาชนะคะแนน "ไมเคิล โรดริเกวซ" ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2557 จะคว้าแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) มาครองด้วยการชนะคะแนน "ร็อคกี้ ฟูเอนเตส" จากฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ที่ผ่านมาเจ้าตัวยังได้รับการยกย่องให้เป็น นักมวยยอดเยี่ยมของทวีปเอเชีย รวมถึงถูกจัดอันดับให้เป็นนักมวยที่เก่งที่สุดของโลกอันดับที่ 37 เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ โดยนิตยสารเดอะริง ประจำปี 2557 อีกต่างหาก

ที่ผ่านมาอำนาจเคยขึ้นชกกับซู ชิหมิงมาแล้ว 3 ครั้ง ผลก็คือชนะ 1 และแแพ้ 2 ซึ่งการชกครั้งนี้สำหรับนักชกชาวไทยต้องถือว่าเดิมพันสูงมากๆ เพราะด้วยอายุที่ 38 ของเจ้าตัวนั้นหากพ่ายแพ้ก็เท่ากับว่าเกือบจะปิดฉากชีวิตวงการบนผืนผ้าใบอย่างไม่เป็นทางการเลยก็ว่าได้

ไม่นับรวมถึงความคาดหวังจากคนไทยที่หลายคนยังคงจำกันได้ดีว่านักชกจีนคนนี้เคยทำเจ็บแสบไว้อย่างไรกับนักมวยชาวไทย "แก้ว พงษ์ประยูร" ในกีฬาโอลิมปิคเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แถมต้นปีที่แล้วนักชกจากแดนมังกรคนนี้เองก็เพิ่งจะสร้างความผิดหวังให้กับชาวไทยด้วยการชนะน็อค "หยกทอง ก่อเกียรติยิม" มาอีกต่างหาก

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีต หรือทุกสิ่งอย่างที่ดูอย่างไรก็เป็นรองไปผู้ท้าชิงชาวจีนไปซะทั้งหมด แถมยังไปชกนอกบ้าน เช่นนี้คงไม่มีเหตุผลอะไรเลยครับที่เราจะไม่ร่วมส่งกำลังใจไปเชียร์อำนาจในการทำหน้าที่ครั้งสำคัญครั้งนี้ของตนเอง ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงจะต้องยกความดีความชอบให้กับช่อง "โมโน 29" ที่ถ่ายทอดสดครั้งนี้ให้เราได้ชมกันถึงจอทีวีที่บ้าน

เสาร์นี้สองทุ่มครึ่งอย่าลืมเปิดทีวีไปช่อง 29 สำหรับกล่องทีวีดิจิตอล และช่อง 39 สำหรับบรรดาผู้ที่ใช้กล่องรับสัญญาณดาวเทียมสารพัดยี่ห้อรวมถึงสมาชิกเคเบิ้ลทีวีทั้งหลาย

หรือถ้าใครไม่อยู่บ้านก็ยังสามารถดูผ่านได้ทางคอมพิวเตอร์-สมาร์ทโฟนที่เวบไซต์ www.mono29.com และ Application MONO 29 ที่ถ่ายให้ชมกันแบบจุใจตั้งแต่เวลา 19.30 น.- 22.30 น.

งดเรื่องน้ำเน่ากันสักวันแล้วหันไปดูชีวิตจริงที่รับรองครับว่าจะตื่นเต้น เร้าใจ และได้ลุ้นยิ่งกว่าละครเป็นร้อยเท่าพันเท่าอย่างแน่นอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...