xs
xsm
sm
md
lg

นิทานเรื่อง "อีปุ๊กลุก"/ไก่ อำนาจ

เผยแพร่:   โดย: อำนาจ เกิดเทพ

กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีหมาวัดตัวหนึ่ง ชื่อ "กะปุ๊กลุก" ซึ่งคงจะตั้งตามลักษณะรูปร่างที่ค่อนข้างอวบ-เตี้ยของมัน

แต่ทั้งนี้คนในหมู่บ้านนี้มักจะเรียก "กะปุ๊กลุก" สั้นๆ ว่า "ปุ๊กลุก" ประกอบกับ "ปุ๊กลุก" เป็นตัวเมีย เลยมีคำนำหน้าว่า "อี" ตามประสาคนบ้านนอกที่ไม่ได้เรียกสัตว์เลี้ยงว่า "ลูก" เหมือนกับคนเมืองส่วนใหญ่เรียกกัน

เพราะฉะนั้นหมาเพศเมีย ชื่อกะปุ๊กลุก โดยสรุปมันจึงถูกเรียกอย่างติดปากว่า "อีปุ๊กลุก"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเป็นลูกครึ่งแม่หมาวัด+พ่อหมาบ้านหรือเปล่า ถึงได้ทำให้อีปุ๊กลุกแม้จะมีหุ่นที่เตี้ยไปหน่อยแต่ก็มีใบหน้าที่ค่อนข้างจะน่ารัก สวย เซ็กซี่ ผิวพรรณขนสีขาวเป็นมันสะอาดสะอ้าน

อีปุ๊กลุกคงจะรู้ตัวดีในคุณสมบัติข้อนี้ เพราะไม่ว่าจะทำอะไร จะเห่า หอน กิน เกาคาง เลียขน ฉี่ อึ ฯ มันจะทำด้วยความมั่นใจ จนท่วงท่าที่ออกมาแลดูสง่าเฉิดฉายกว่าหมาวัดตลอดจนหมาบ้านรุ่นราวคราวเดียวกันในหมู่บ้านอย่างเห็นได้ชัด

ในวัยสาวผลิเบ่งบาน อีปุ๊กลุกถูกแมวที่เป็นคนมองเห็นคุณสมบัติความสวยความงาม นำมันไปเข้าประกวดประชันโฉมชิงมงกุฏหมางามกับหมาตัวอื่นๆ ในหมู่บ้าน ความสวย ความเฉิดฉาย ความมั่นใจ ของอีปุ๊กลุกโดดเด่นกินขาดหมาตัวอื่นกระทั่งได้เป็นตัวแทนหมางามของหมู่บ้านไปชิงชัยในระดับจังหวัด

เรื่องดังกล่าวนำความยินดีมาให้ทั้งคนทั้งหมู่บ้านเป็นล้นพ้นต่างพากันคาดหวังว่าอีปุ๊กลุกจะนำมาซึ่งชื่อเสียงของหมู่บ้าน

ระหว่างการเก็บตัวในการประกวดระดับจังหวัด คนทั้งหมู่บ้านต่างให้ความสนใจติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของของอีปุ๊กลุกรวมถึงคอยส่งกำลังใจให้อยู่ตลอดเวลา

แต่แล้วหลายคนก็เริ่มพบเห็นความผิดปกติของอีปุ๊กลุก

เพราะนอกจากใบหน้าที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นตัวละตัวแล้ว แทนที่อีปุ๊กลุกจะยืนสี่ขาเหมือนหมาทั่วๆ ไป มันกลับยืนแหกสองขาโพสต์ท่าถ่ายภาพเหมือนคนซะอย่างนั้น

กรณีดังกล่าวทำเอาเสียงคนในหมู่บ้านแตกเป็นสองส่วน โดยที่บางส่วนก็รับไม่ได้เพราะรู้สึกว่าอีกปุ๊กลุกทำอะไรเกินความน่ารักอย่างที่ธรรมชาติของหมาควรจะเป็น ขณะที่บางส่วนก็ชื่นชมอีปุ๊กลุกว่าเป็นหมาที่มีความทันสมัย มีความมั่นใจ พร้อมกับต่อว่าไปยังพวกที่รับไม่ได้ว่าเป็นพวกคร่ำครึ โบราณ

"พ่อแม่ไม่สั่งสอน..." เสียงคนในหมู่บ้านคนหนึ่งสบถออกมา ซึ่งหาใช่เรื่องผิดเพราะตั้งแต่ที่อีปุ๊กลุกเกิดมาพ่อของมันก็หาไม่ได้มาเหลียวแลด้วยเลยนับจากที่เสร็จสิ้นภาระกิจฉีดน้ำเชื้อใส่รังไข่แม่ของอีป๊กลุก ขณะที่แม่ของอีปุ๊กลุกก็เลี้ยงดูจนมันหย่านม จากนั้นก็หาได้มาสนใจอีปุ๊กลุกแต่อย่างใด

อีปุ๊กลุกจึงเป็นหมาที่ไม่มีพ่อแม่สั่งสอนจริงๆ

เสียงชื่นชมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องยืนสองขาถ่ายภาพของอีปุ๊กลุกมีไปกระทั่งการประกวดเสร็จสิ้นลง ซึ่งแม้จะพลาดรางวัลใหญ่แต่อีปุ๊กลุกก็ไม่กลับมาหมู่บ้านตีนเปล่า มีรางวัลมหาชนที่คนพากันโหวตให้ติดตีนมาด้วย

กลับมาอยู่ที่หมู่บ้าน อีปุ๊กลุกก็กลายเป็นหมาดาราที่มีทั้งงานแสดงละคร มีทั้งงานโฆษณาอาหารหมาที่ติดต่อให้มันไปเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่เป็นระยะๆ พร้อมๆ กับที่มีคนในหมู่บ้านบางส่วนตั้งกลุ่มเป็นแฟนคลับคอยติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและให้กำลังใจ

ก่อนจะมีข่าวออกมาว่าอีปุ๊กลุกมีความรัก

แรกๆ อีปุ๊กลุกก็คล้ายกับจะไม่ยอมรับเรื่องที่ว่าเพราะยังไม่ถึงเดือน 12 โดยพยายามสื่อออกมาในทำนองที่ว่าคบกันแบบเป็นพี่เป็นน้อง แต่มันคงลืมไปว่าสำหรับหมาแล้วต่อให้เป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็สามารถกลายเป็นคู่ผัว-คู่เมียกันได้

ว่ากันว่าทั้งชื่อเสียงและเงินทองนั้นมักจะนำมาซึ่ง "อัตตา" ที่นับวันจะยิ่งโป่งพองในแต่ละตัวตน ความจริงที่ว่านี้หาได้จำกัดอยู่ที่เฉพาะคนไม่

วันเวลาผ่านไป ในขณะที่ชื่อเสียงเริ่มจะเป็นที่รู้จักขึ้นมา หลายคนในหมู่บ้านก็สัมผัสได้ว่าความดุของอีปุ๊กลุกนั้นก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

อีปุ๊กลุกเริ่มพาลหาเรื่องใครต่อใครไปทั่ว ทว่าเพราะความที่มันเป็นหมาที่มีชั้นเชิง แทนที่จะกัดตรงๆ อีปุ๊กลุกกลับใช้วิธีการเห่าหอนแทน

มีบางคนอยากให้คนที่ถูกอีปุ๊กลุกเห่าใส่ออกมาเอาเรื่องกับมัน แต่ก็คงจะเป็นเหมือนกับการเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ เลยไม่มีเหยื่อคนไหนออกมาแสดงตัวเป็นการให้ราคาค่างวดกับเสียงเห่าหอนของอีปุ๊กลุก

ถึงวันนี้อีปุ๊กลุกก็เลยยังคงเห่าหอนไปเรื่อย ครั้นพอมีคนจ้องหน้าถามตรงๆ ว่าเห่าทำไม มันก็ส่ายหน้าแถไปเรื่อยแถมยังทำหน้าตาบ้องแบ๊วแสดงความใส่ซื่อบริสุทธิ์ของตัวเอง จนหลายคนในหมู่บ้านที่แรกๆ ก็ดูจะชิงชังแปลเปลี่ยนความรู้สึกเป็นเอือมระอา และจากความเอือมระอาก็กลายเป็นความสมเพชเวทนาแทน

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะแม้นิทานจะดำเนินมาถึงตอนท้ายของเรื่อง อีปุ๊กลุกมันจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ว่านั้นก็หาไม่?
กำลังโหลดความคิดเห็น