xs
xsm
sm
md
lg

รถไฟ..ปู๊น.ปู๊น... / นพวรรณ สิริเวชกุล

เผยแพร่:   โดย: นพวรรณ สิริเวชกุล


โดย นพวรรณ สิริเวชกุล

คลิกที่ไอคอนด้านบนเพื่อ ชม และ ฟัง ในรูปแบบ MULTIMEDIA

ข่าวการประท้วงหยุดเดินรถของรถไฟไทยยังมีให้เห็นกันอยู่นะคะ แว่วว่าคงต้องใช้เวลาเจรจากันอีกหลายวัน...หลังจากมีข่าวรถไฟตกรางที่กลายเป็นกรณีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศดูจะเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดเท่าที่ปรากฏมาของรถไฟไทย....

รถไฟ พาหนะที่เคลื่อนไปบนราง แต่เดิมขับเคลื่อนด้วยการใช้หม้อต้มน้ำจนเดือดให้เกิดไอน้ำ ส่งผลให้เกิดแรงดันที่จะไปขับเคลื่อนกลไกทำให้ล้อรถไฟเคลื่อนที่ออกไปได้ กล่าวกันว่าเพราะใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงนี่เอง จึงพากันเรียกเจ้าพาหนะชนิดนี้ว่า รถไฟ...

แรกเริ่มเดิมทีมนุษย์เราก็พยายามจะสรรหาวิธีผ่อนน้ำหนักการบรรทุกของ ของตัวเอง อีกทั้งหาหนทางย่นเวลาในการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งมากมายหลายวิธีนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการนำสัตว์มาฝึกเป็นพาหนะอย่าง ช้าง ม้า วัว ควาย แม้กระทั่งสุนัขแล้ว มนุษย์เราก็เริ่มซุกซนต่อไปด้วยการสรรหาพาหนะชนิดอื่นๆ เพื่อมาตอบสนองความสะดวกสบายของตัวเอง

รถไฟก็เป็นหนึ่งในพาหนะที่ตอบสนองความต้องการของคนเราในยุคหนึ่งค่ะ กล่าวกันว่ารถที่แล่นไปบนรางนั้นเกิดขึ้นก่อนปี 1550 ที่ประเทศเยอรมันนี ก่อนจะมีการคิดค้นพัฒนาต่อมาเรื่อยๆที่ประเทศอังกฤษ โดยริชาร์ด เทรวิธิค Richard Trevithick ชาวอังกฤษ ที่ต้องการหาพาหนะบรรทุกสิ่งของในกิจการเหมืองแร่ถ่านหิน แรกเริ่มที่ริชาร์ดคิดขึ้นมานั้นเป็นเพียงเครื่องจักรไอน้ำ ในปี 1802ด้วยการทำให้เกิดไอน้ำ แรงดันเพื่อไปบังคับให้ล้อหมุน รถจักรไอน้ำคันแรกของโลกจึงเกิดขึ้นในปีนั้น แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างดีนัก ด้วยว่ายังไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี

ตามคำบอกเล่าในหนังสือประวัติรัถยาน โดยยศ วัชรเสถียร ได้กล่าวไว้ว่ารถจักรไอน้ำคันแรกถูกนำไปขนแร่ซึ่งมีน้ำหนักมากไปยังแม่น้ำและท่าเรือ แต่ปรากฏว่าภูมิประเทศที่ใช้นั้นเป็นเนิน ทำให้แล่นไม่สะดวก ความหนักของแร่ที่บรรทุกเต็มอัตราที่ส่งผลให้รถจักรไอน้ำคันนั้นแล่นไปได้เชื่องช้ามาก


เมื่อมีคนเริ่มต้นนับหนึ่ง... ผู้ต่อยอดก็ย่อมจะตามมา ในปี1811 จอห์น บลิงกินสอพ john blinkinsop
ก็ได้พยายามประดิษฐ์รถจักรไอน้ำขึ้นอีกแบบหนึ่ง และได้ขอจดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา รถจักรไอน้ำที่ว่านี้มีลูกสูบตั้งตรง 2 สูบขับเคลื่อนเพลาซึ่งติดกับล้อที่มีฟันเฟืองวิ่งไปบนราง ซึ่งเป็นฟันเฟืองเช่นเดียวกัน ถูกนำมาใช้ในเหมืองถ่านหินเช่นกัน

กระทั่งปี 1813 วิลเลียม เฮดเลย์ William hedley ได้พัฒนารถจักรไอน้ำต่อไป โดยอาศัยความฝีดระหว่างล้อกับรางเหล็ก จนกระทั่งในที่สุด เอ็ดเวิร์ด พีส Edward pease ได้เชิญให้ยอร์จ สตีเฟนสัน George Stephenson มาสร้างรถไฟวิ่งระหว่างเมืองสต๊อกตันกับดาร์ลิงตัน ได้สำเร็จและทำพิธีเปิดในวันที่ 27 กันยายน 1825 ถือเป็นรถไฟสาธารณะสายแรกในโลกที่ลากจูงด้วยรถจักรไอน้ำและให้บริการรับส่งทั้งสินค้าและผู้คน

เมืองไทยเราเองมีรถไฟครั้งแรกในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในราวปี 1886 ตรงกับรัตนโกสินทร์ศกที่ 105 ด้วยการให้สัมปทานบริษัทจากประเทศเดนมาร์คมาสร้างทางรถไฟสายแรกจากกรุงเทพมหานครไปยังสมุทรปราการ เป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร ในเดือนตุลาคม 1890

และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯให้ตั้งกรมรถไฟหลวงขึ้น โดยสังกัดกระทรวงโยธาธิการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 1896 และพระองค์ยังทรงเสด็จประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่างกรุงเทพมหานครถึงอยุธยาเป็นระยะทาง 71 กิโลเมตรอีกด้วย

หลังจากวันนั้นมากระทั่งวันนี้...รถไฟไทยยังคงทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารทั่วประเทศให้สัญจรไปมาอย่างสม่ำเสมอ...หลายคนบอกว่ารถไฟมีเสน่ห์ยามได้นั่งชมวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆ บางคนติดใจรสชาติข้าวผัดรถไฟ บ้างก็ชอบบรรยากาศซื้อขายยามรถจอดในแต่ละสถานี...

แม้ส่วนใหญ่ เวลาที่ตัดสินใจเลือกใช้บริการรถไฟไทย มักจะต้อง ‘ทำใจ’ ก่อนใช้บริการด้วยไม่เคยถึงที่หมายตรงเวลาเลยสักครั้ง... ความกลัวเช่นนี้ ติดดิฉันไปยังสถานที่อื่นๆ ด้วยคิดว่ารถไฟแผ่นดินอื่นจะเหมือนบ้านเรา...แต่เอาเข้าจริงแล้ว...ที่ไหน ที่ไหน ก็ไม่มีเหมือนรถไฟบ้านเราเลยค่ะ..เพราะทุกที่เขาตรงเวลา!