“เอ อัญชลี” ท้องโต 4 เดือน เผยพ่อเด็กไม่รับผิดชอบ ยันสามารถเลี้ยงลูกเองได้ ด้าน “โย” แฉแทนพี่สาวบอกพี่สาวคบกับแฟนได้ 2 ปี ฝ่ายชายบ่นอยากมีลูก แต่พอมีก็ชิ่งเฉยเลย ยอมรับพี่สาวเข้มแข็งมาก และทำดีที่สุดแล้ว
ทำเอาช็อกวงการเลยทีเดียวเมื่อจู่ๆ "เอ อัญชลี หัสดีวิจิตร" พี่สาวของนางแบบก้านยาว “โย ยศวดี หัสดีวิจิตร” ก็หอบท้องโตมาร่วมงานนิทรรศการภาพถ่าย The Naked Faces ของ “ใหญ่ อมาตย์ นิมิตภาคย์” ทำเอาสื่อมวลชนแตกตื่นรุมสัมภาษณ์กันยกใหญ่ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า ได้ตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้ว แต่ฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ พอรู้ว่าท้องก็ชิ่งทันที
เอ : “ก็เป็นข่าวดีนะคะ เป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิตเอตอนนี้ ก็ยอมรับค่ะว่าเอตั้งท้องได้ 4 เดือนครึ่งแล้วค่ะ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องสละโสดก็ยังไม่ได้สละนะคะ จริงๆ แล้วก็คบกับคนๆ หนึ่งอยู่ กับแฟนเรานี่แหละค่ะ และพอเรื่องดีๆ มันเกิดขึ้นเราก็ต้องยอมรับ เราก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น และเอก็คิดว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องนะคะ ยังไงก็ขอให้พี่ๆ สื่อมวลชนเข้าใจเอด้วยนะคะ”
“ตอนนี้ก็ปฏิบัติตัวเหมือนคุณแม่ทุกคนนะคะ ก็ทานอาหารที่มีประโยชน์ แล้วก็ไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลเองค่ะ ตอนนี้ฝากท้องแล้วค่ะ ฝากที่เมืองไทยนี่แหละค่ะ ส่วนเรื่องพ่อของลูกก็คือแฟนที่คบกันมานะคะ แต่ว่าจะเป็นใครยังไง คือมันก็จะมีข่าวออกไปบ้าง แฟนที่เอคบเขาทำรีสอร์ทอยู่ภาคใต้ค่ะ แต่ ณ ตอนนี้แล้วเอก็คงต้องเป็นคุณแม่ที่ต้องรับผิดชอบลูกคนเดียวค่ะ ซึ่งเขาก็ทราบค่ะว่าเอท้อง เขาทราบดีทุกอย่าง”
โย : “อย่างที่บอกว่ามันเป็นการคบกันของคนสองคน ซึ่งทุกคนก็รับรู้นะคะ แต่โยว่ามันคงมาถึงจุดที่ว่าเราต้องรับผิดชอบอยู่ฝ่ายเดียว คำถามต่อไปก็คงจะว่าผู้ชายไม่รับผิดชอบเหรอ หรือผู้ชายมีตัวตนหรือเปล่า โยว่าสิ่งที่รู้ดีที่สุดคงเป็นเรื่องระหว่างเขาสองคน แต่โยถือว่าพี่โยเข้มแข็ง แล้วก็ทำดีที่สุดโดยมีโยอยู่ข้างๆ”
ยอมรับว่าฝ่ายชายไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น แต่ตนก็เข้มแข็งพอ และมีน้องสาว ครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นกำลังใจให้อยู่ตลอด
เอ : “ถามว่าเขาแสดงความรับผิดชอบมั้ย คือมาถึง ณ ตอนนี้ก็ไม่ค่ะ แต่เราก็เข้มแข็งพอที่จะดูแลลูกได้ค่ะ(เสียงสั่น)”
โย : “ยอมรับว่าช่วงแรกๆ เขาก็ค่อนข้างแย่ เพราะว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นกะทันหันที่อยู่ดีๆ ก็มีอันต้องเปลี่ยนแพลน และเราก็ยังไม่ทันตั้งหลัก เนื่องจากว่าการที่จะมีน้องเป็นความตกลงปลงใจของทั้งสองคนที่เขาอยากจะมี แต่เมื่อมีแล้วอยู่ดีๆ อีกฝ่ายหนึ่งก็ไปเฉยๆ โดยที่ไม่ได้คิดถึงจิตใจคนอื่น โยว่าตรงนี้เขาทำดีที่สุดแล้ว และก็อยากจะให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้ว่าสิ่งที่ถูกต้องบางครั้งมันก็ไม่ถูกต้องเสมอไปหรอก โลกของเรามันก็เป็นแบบนี้ แต่เราทำในสิ่งที่มันดีที่สุดสำหรับชีวิตใหม่ที่จะเกิดขึ้นเท่านั้นก็เพียงพอ”
เอ : “เอไม่โกรธเขาค่ะ ใครทำดีก็ได้ดี อย่างตอนนี้ก็คิดว่าเอทำสิ่งที่ดีที่สุด เราเป็นลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าเกิดเราจะต้องมารับผิดชอบสิ่งใหญ่ๆ อย่างนี้ เอก็คิดว่ามันมีค่ามหาศาลกับการที่เราจะสามารถทำได้ และยอมรับที่จะรับสิ่งมีค่าอันนี้ไว้ค่ะ”
โย : “เขาคบกันมา 2 ปีแล้วค่ะ แล้วก็เพิ่งไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์เอง”
เอ : “อย่าไปพูดถึงเรื่องเก่าดีกว่า เอาเรื่องว่านับจากนี้ไปเอก็คงจะต้องดูแลลูกของเอเองให้ดีที่สุดค่ะ โดยที่มีน้อง มีคุณแม่ มีเพื่อนๆ ทุกคน พี่ๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจเอ และเอก็รู้สึกว่าแค่นี้เอก็พอแล้ว แต่นี่ไม่แพ้ท้องเลยค่ะ แปลกมาก เขาบอกว่าท้องแรกต้องแพ้ท้อง แต่เอไม่แพ้เลย ยังช่วยที่บ้านทำงาน ช่วยน้องขับรถ แล้วก็ไปเกาหลีกับโยก็ไปเป็นผู้จัดการเขายังเดินตามเขา จนบางครั้งโยรู้สึกว่าใช้พี่เกินไปรึเปล่า ก็แข็งแรงดีค่ะ ก็ตื่นเต้นค่ะ”
โย :“เมื่อวานไปอัลตร้าซาวด์แล้วค่ะ รู้ว่าเป็นผู้หญิงแล้ว”
เอ : “ได้ลูกสาวก็ดีใจค่ะ ก็คงจะเอาประสบการณ์ทุกอย่างที่เรามีอยู่สอนเขา โอบอุ้มเขา แล้วก็ให้ความรักเขาดีที่สุด อยากให้เขาโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีครบทุกอย่าง อบอุ่นเลยค่ะ”
โย : “เอเขารักแม่มาก เขาก็ต้องรักเอมาก”
เอ : “คุณแม่เอให้กำลังใจเอมาก ในที่สุดบ้านเราก็เป็นครอบครัวของเรา แม่ก็บอกต้องสู้นะ คุณแม่ก็ไม่โกรธ(เสียงสั่น) เพราะว่าเป็นการตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้วด้วยค่ะว่าจะมีลูกด้วยกันค่ะ”



