"แตงโม" เหวอ ไฮโซโผล่ทวงสิทธิ์ความเป็นแม่ เจ้าตัวตอบงงๆ เจอแม่เป็นปกติ แถมยังยัน แม่อยู่ลาดพร้าว ไม่ใช่อเมริกา แต่กลับอ้ำอึ้ง ไม่คอนเฟิร์มคนที่อ้างตัวใช่แม่ตัวจริงหรือเปล่า? บอก ขอเวลาเช็คข้อมูลและปรึกษาพ่อก่อน พร้อมให้ความกระจ่างเร็วๆ นี้
ทำเอานางเอกสาว "แตงโม ภัทรธิดา วัชะวีรพงษ์" ถึงกับเหวอกับข่าวที่ทางหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่า ไฮโซนามว่า "พนิดา ศิริยุทธโยธิน" ภรรยาท่านทูตไทยในสวิสเซอร์แลนด์ ได้ออกมาทวงสิทธิ์ความเป็นแม่ และอยากจะขอเลี้ยงดู หลังจากได้ทอดทิ้งเนื่องจากหย่าร้างกับพ่อของสาวแตงโม ตั้งแต่สาวแตงโมยังเด็กๆ ครั้นพอเจ้าตัวได้เจอผู้สื่อข่าวก็เลยขอเคลียร์เรื่องดังกล่าว โดยยอมรับยังงงๆ กับข่าวนี้อยู่ว่าออกมาได้อย่างไร ก่อนปัดที่จะคอนเฟิร์มว่าสาวไฮโซคนนี้คือแม่ตนจริงๆ หรือเปล่า บอกขอเวลาหาข้อมูล และปรึกษาพ่อก่อนออกมาชี้แจง
"เรื่องของคุณแม่เป็นเรื่องที่ภายในครอบครัวของโม ยังไม่มีการเจรจากัน ยังไม่มีการพุดถึงเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นโมขออนุญาตในการสรุปเรื่องนี้ ขอเวลาหาข้อมูลเรื่องนี้ขอใช้เวลากับมันให้นานกว่านี้หน่อย เพราะว่ามันก็ค่อนข้างสำคัญมากๆ สำหรับเรื่องครอบครัวเรื่องแม่ แล้วตอนนี้โมยังไม่มีข้อมูลอะไรที่ให้สัมภาษณ์ได้เลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ครอบครัวโมก็ค่อนข้างแปลกใจ ที่มีข่าวแบบนี้ลงทั้งๆ ที่ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กันเลย"
"คือตอนนี้โมงงๆ เพราะข่าวนี้ลงหนังสือพิมพ์ โดยที่บ้านโมยังไม่มีการพูดเรื่องนี้กันเลย คุณพ่อคุณแม่ยังไม่เคยพูดเรื่องนี้กันเลย โมก็ไม่เข้าใจว่า เรื่องที่ลงหนังสือพิมพ์มาจากไหน สาเหตุมาจากไหน ปลายเหตุอยู่ที่ไหนโมไม่ทราบเลย เพราะว่าในครอบครัวโมยังไม่มีการพูดเรื่องนี้ ทุกวันนี้ครอบครัวโมยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่เราแค่แปลกใจว่าข่าวมันออกมาได้อย่างไง มันก็คงต้องใช้เวลา เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนโมยังไม่มีข้อมูลจะตอบเลยคะ"
"ส่วนหนึ่งโมงงว่าโดยความจริงแล้วเรื่องมันเป็นอย่างไร มันควรจะมีเหตุ ควรจะมีมูลก่อนที่หนังสือพิมพ์จะลง แต่เรื่องนี้บ้านเราไม่ทันที่จะพูดถึงกันเลย โมก็เลยไม่ทราบว่ายังไงที่มาที่ไปเป็นอย่างไง และโมเองก็ไม่ได้ถามไม่ได้ศึกษา ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรใดๆ คนในครอบครัวก็ยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ จนถึงทุกวันนี้แค่สงสัยกันเฉยๆ แต่เรายังไม่ได้ตกลงอะไรกัน"
"สักวันหนึ่งคงต้องเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะหลายคนก็อยากทราบข่าวความเป็นมา ว่าความจริงคืออะไรและตัวโมเองก็อยากรู้ที่มาที่ไปเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่การที่ลงหนังสือพิมพ์ไปคงเป็นการที่ใครบางคนไม่อยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว เพราะฉะนั้นโมอยู่ในวงการคนที่อยู่ในวงการเต็มตัวคือโม ไม่ใช่พ่อแม่หรือคนในครอบครัว มันมีผลกระทบต่อโมค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันก็เลยถูกหยิบมาเป็นกระแส”
“แต่เราจะอธิบายจะสื่อสารอย่างไรให้คนทางบ้านเข้าใจ เพราะคนทางบ้านบางบ้านอาจจะใช้ครอบครัวเราเป็นตัวอย่างก็ได้ เพราะฉะนั้นขอโอกาสคิดนึดนึง เพราะมันก็ค่อนข้างจะสำคัญ และมันก็จะอยู่ในใจทุกคนตลอดไป และจะอยู่ในใจของโมตลอด เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดมากๆ ถ้าโมพูดอะไรไปอาจจะมีผลต่อโมในอนาคต อาจจะมีผลกระทบต่อคุณพ่อคุณแม่ด้วย"
"คุณพ่อตอนนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ เพราะทุกวันนี้ก็ทำงานเป็นปกติ กลับบ้านดูละครไปเดินชอปปิ้งตามห้างฯ คือเรื่องนี้มันยังไม่มีการพูดคุยในบ้านโมเลย โมเลยงงว่าหนังสือพิมพ์เอามาจากไหน"
"ยังไม่ขอพูดอะไร ขอให้สัมภาษณ์แค่ครั้งเดียวเพราะฉะนั้นขออนุญาตรบกวน รอไม่นานเกินควร โมขอตอบทีเดียวดีกว่า ถ้าโมพูดไปวันนี้มันอาจจะมีผลหรือไม่มีผล เพราะฉะนั้นวันนี้โมปลอดภัยไว้ก่อน ขอเวลาเพื่อสักวันหนึ่ง โมจะออกมาพูด รู้เรื่องแล้วทุกอย่างจะกระจ่างได้ผลสรุป โมขอหาข้อมูลก่อนว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า โมพร้อมอยู่แล้ว โมพูดได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่อธิบายก็เข้าใจตรงกันแค่นั้นเอง พอเราอธิบายทุกคนก็เข้าใจตรงกับเรา แต่โมยังไม่ทราบเลยว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่"
ยัน ตนจะหาทางออกให้ดีที่สุดสำหรับสองฝ่าย ก่อนที่จะออกมาให้อธิบาย
"โมต้องหาทางออกให้ดีที่สุด สำหรับทุกๆฝ่าย จะพยายามไม่นาน เพราะโมเข้าใจว่าทุกคนรอและโมก็อยากสบายใจด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้มันเคลียร์ให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ขอใช้ความคิด และถ้าโมเป็นคนที่ไม่มีงานในวงการบันเทิงหรือไม่มีงานทำทุกวัน โมคงคิดเรื่องนี่ได้เร็วแล้ว แต่ดันมีงานทำทุกวันโมเลยยังไม่พร้อมที่จะเอาเรื่องนี้มาคิด ภายในวันสองวัน ขอใช้เวลาค่อยๆ คิดเพราะว่าโมต้องทำงาน กลัวมีผลกระทบต่อคนอื่นๆ ต่อตัวเอง เพราะฉะนั้นขอเวลา แต่ว่าสัญญาว่าสักวันต้องอกมาพูด มาอธิบายแน่นอน"
ถามถึงความสัมพันธ์กับคุณแม่ว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาได้เจอหรือพูดคุยกันบ่างหรือไม่ สาวแตงโมบอกว่า....
"เราพูดคุยกันเป็นปกติอยู่แล้วค่ะ ทุกอย่างเป็นไปตามปกติเหมือนกับครอบครัวอื่นที่เขาเป็นกัน เรายังไม่มีเรื่องนี้มาคุยในครอบครัว แต่โมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอามาลง คุณแม่ไม่ได้อยู่อเมริกาคุณแม่อยู่แถวลาดพร้าวค่ะ"
"โมตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะ แต่มันก็ต้องใช้วิจารณญาณ เพราะว่าเรารู้จักคุณพ่อคุณแม่ดีพอมากน้อยแค่ไหนที่เราจะตัดสินใจว่า การกระทำที่แท้จริงหรือว่ามันเป็นแค่ข่าว โมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ในครอบครัวทุกๆ คนรู้จักกันดีหมดอยู่แล้ว จริงๆ แล้วคนในครอบครัวโมให้การดูแลโมเป็นอย่างปกติ เพราะฉะนั้นโมเลยงงว่าข่าวนี้มาจากไหน แล้วโมก็โตแล้วด้วย ถ้าแย่งเด็กเล็กๆ โมก็พอเข้าใจ แต่มาเป็นอย่างนี้โมก็ เอ๊ะ ข่าวนี้..."
สอบถามถึงความรู้สึกที่มีต่อแม่ของตนเอง เจ้าตัวตอบไม่ตรงคำถาม ยังไม่ทราบว่าเป็นแม่ตนจริงหรือเปล่า แต่ตนก็ยังทำชีวิตเป็นปกติ
"ทุกวันนี้ครอบครัวโมยังใช้ชีวิตตามปกติ เหมือนอย่างที่ดำเนินมา ยังไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคิดหรือว่ายังไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องเข้าไปเลย คือตอนนี้หนังสือพิมพ์รู้ข้อมูลข่าวก่อนที่โมและครอบครัวจะรู้ เพราะฉะนั้นโมขอพูดเลยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าโมยังไม่ทราบเลย เขาเป็นแม่จริงๆ หรือเปล่า โมไม่ทราบอะไรเลย และตอนนี้โมก็ยังไม่ได้จัดแจงหรือจัดการอะไรเลยคะ"



