xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอยบันเทิงไทย 50 : เสียงเตียงหักดังลั่น

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ใช่ว่าจะเป็นปีทองที่คนบันเทิงต่างพากันจูงมือหมั้น - วิวาห์เท่านั้น หากแต่ปีหมูทอง 2550 ยังเป็นปีร้ายสำหรับคนบันเทิงอีกหลายต่อหลายคู่ที่พากันเลิกราอีกด้วย

เริ่มจากคู่ที่สุดฮือฮากันก่อนอย่างคู่ของ "ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช" กับ "โบ ชญาดา" ที่ฝ่ายชายกดดันอย่างหนักจากการตกเป็นข่าวแอบคั่วสาวโดยมีรูปสวีทออกมาเป็นหลักฐานอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งเจ้าตัวต้องออกมายอมรับกับสื่อฯ ว่าได้แยกเตียงกับอดีตภรรยาร่วม 2 ปีแล้ว

เป็นช่วงระยะเวลา 2 ปีที่เจ้าตัวนั้นปฏิเสธมาโดยตลอดเมื่อถูกซักถามถึงเรื่องดังกล่าวโดยหนุ่มฟลุคให้เหตุผลที่บอกความจริงช้าเพราะต้องการคงสถานะการเป็นพ่อ - แม่ให้กับลูกชายวัย 4 ขวบ "น้องอชิ" นั่นเอง

ข่าวการเลิกราของทั้งคู่แม้หลายคนจะให้การจับตามองทว่าก็ไม่น่าจะยืดเยื้อแต่อย่างใด หากแต่เป็นฝ่ายชายเองที่ทำให้เรื่องนี้ยืดยาวออกไปโดยบอกว่าที่ผ่านมาตนได้ขอโบหย่ามาแล้วแต่ฝ่ายหญิงทำใจไม่ได้เลยยังไม่ได้เลิกรากันอย่างเป็นทางการเสียที งานนี้ทำเอาสาวโบต้องรีบออกโรงโต้ข่าวทันควันว่าสิ่งที่อดีตสามีพูดนั้นเป็นเรื่องโกหก!

ไม่นับรวมถึงอดีตก่อนแต่ง โดยเริ่มจากการคลอดออกมาของน้องอชิ ต้องถือว่าคู่รักคู่นี้มีภาพที่ปรากฏตามสื่อฯ ค่อนข้างจะดูรักกันมากๆ สัมภาษณ์ทีไรก็เข้าใจกันอย่างนั้น - อย่างนี้ คำก็เพื่อเมียสองคำก็เพื่อลูก เพิ่งจะมาในระยะหลังๆ นี้เองที่เริ่มจะมีกระแสข่าวลือของความสัมพันธ์ในทางลบของทั้งคู่ออกมา

ก่อนจะมาถึงบทสรุปที่ว่าข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับทั้งสองในก่อนหน้านี้นั้น มันหาใช่เสียงเล่าลือกล่าวอ้างโดยปราศจากข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

ถัดมาคู่ของอดีตนางสาวไทย “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” กับหนุ่มนักธุรกิจ “วี วีรพงศ์ พิพิธสุขสันต์" ก็เป็นอีกคู่คนบันเทิงที่เสียงเตียงหักนั้นค่อนข้างจะดัง เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสองมักจะมีข่าวหรือบทสัมภาษณชนิดที่หวานเสียจนน้ำตาลยังเรียกพี่, งานแต่งที่ถูกเนรมิตขึ้นอย่างอลังการใหญ่โต มูลค่าสินสอดร่วม 10 ล้านบาท และที่ฮือฮาไม่แพ้กันก็คือชุดแต่งงานที่แพงหูฉี่ราคาเฉียดล้านเลยทีเดียว

แต่ถึงแม้จะมีโซ่คล้องใจอย่าง “น้องอันดามัน” ทว่าสัญญาณอันตรายของการเลิกราก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย เมื่อมองไปถึงความแตกต่างของลักษณะนิสัยของทั้งสอง โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่ค่อนข้างจะกล้าได้กล้าเสีย ตรงไปตรงมา มีความมั่นใจสูง

สำหรับสาเหตุของการแยกกันนั้น หลายฝ่ายต่างมองว่าเป็นเพราะอดีตนางสาวไทยเข้ากับครอบครัวของสามีซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ไม่ได้เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านซะมากกว่า ซึ่งสาวบุ๋มเองก็ไม่ได้ถึงกับปฏิเสธข้อสันนิษฐานนี้อย่างสิ้นเชิงซะทีเดียว

โดยเจ้าตัวยอมรับว่าไลฟ์สไตล์ของตนและสามีค่อนข้างแตกต่างกัน อีกทั้งยังหลุดปากว่าชีวิตตนชอบทำงานบันเทิงซึ่งเป็นการทำงานที่ไม่เป็นเวลาแล้วจะให้ตนกลับไปทำกับข้าวให้ครอบครัวสามีกินทุกวันนั้นตนทำไม่ได้แน่นอน

มาถึง “คู่รักต่างวัย” ของนางเอกสาวหน้าแบ๊ว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” กับไฮโซนักธุรกิจหนุ่ม “บั๊ด ลวรรณ แสงสนิท” กันบ้างที่เริ่มคบกันมาตั้งแต่สมัยฝ่ายหญิงยังสวมกระโปรงบานอยู่เลย ข่าววงในแจ้งว่าทั้งคู่พบรักกันในผับแห่งหนึ่งความสวยใสของนางเอกสาวเกิดถูกใจฝ่ายชายเข้าอย่างจังจนได้สานสัมพันธ์กันยาวนานถึง 7 ปี

ตลอดเวลาที่ทั้งคู่คบกันจะมีเสียงเมาท์ออกมาเป็นระลอกว่าฝ่ายไฮโซหนุ่มเป็นพ่อบุญทุ่มถอยรถสุดหรูให้นางเอกสาวใช้บ้าง ช้อปปิ้งทีฝ่ายชายก็เป็นคนจ่ายไม่อั้นทุกครั้งเป็นเหตุให้เจนี่ติดหนึบแม้ช่วงหลังจะมีทั้งภาพปาปารัซซี่และข่าวออกมายืนยันว่าหนุ่มบั๊ดหมดรักสาวเจนี่แล้ว ทั้งภาพควงสาวนอกวงการไปเลือกรถหรู, ข่าวกิ๊กไฮโซ “น้ำฝน” โดยมีภาพโอบกอดออกมาย้ำความสัมพันธ์รวมไปถึงข่าวแอบกิ๊ก “ปุยฝ้าย AF4” และนางงามเชียงใหม่ “มินท์ รยากร สุวรรณ” ที่เจ้าตัวกล้าออกมายืนยันว่าหนุ่มบั๊ดตามจีบจริงอีกด้วย

แต่ในทุกครั้งนางเอกสาวหน้าหวานก็ออกโรงปฏิเสธข่าวแทนแฟนหนุ่มตลอด จนล่าสุดช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมาเธอก็ออกมาเผยว่าเลิกกับแฟนหนุ่มไฮโซแล้วด้วยเหตุผลเพราะไม่มีเวลาให้แก่กันและกันโดยปฏิเสธเรื่องของมือที่สามอย่างสิ้นเชิง

อีกคู่ที่ไม่มีเค้ามาก่อนและทำเอาหลายๆ คนรู้สึกแปลกใจไม่น้อยก็คือของ “คู่รักพลิกล็อค(เลิก)” “ออม นวดี โมกขะเวช” กับ “ชาย ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ” ที่ไม่มีเค้ามาก่อนว่าทั้งสองจะต้องมาจบสัมพันธ์ที่สืบสานกันมายาวนานกว่า 7 ปีเช่นนี้

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่พลิกผันในครั้งนี้มาจากการที่นักแสดงหนุ่มไปตกหลุมเสน่ห์ของนางแบบ - นางเอกสาว “วิกกี้ สุนิสา เจทท์” ซึ่งมาซี้กันในกองละครกองหนึ่งจนมีข่าวรั่วออกมาว่าฝ่ายหญิงทำหวานทั้งกอดคอ - นั่งตักฝ่ายชาย แต่เมื่อสื่อสอบถามถึงข่าวแอบคั่วกันทั้งคู่ก็ปฏิเสธหัวชนฝาเปล่ามีอะไรในกอไผ่

โดยเฉพาะสาววิกกี้ถึงกับกล้าออกปากท้าปาปารัซซี่ให้ถ่ายรูปคู่ตนกับชายให้ได้

และก็เป็นอย่างที่เธอต้องการ เพราะไม่นานก็มีภาพนัวเนียของทั้งสองออกมาประจานความสัมพันธ์ในขณะที่ฝ่ายชายยังไม่ได้เลิกรากับสาวออม สาววิกกี้เลยตกเป็น “มือที่สาม” ไปโดยปริยาย แต่ฟากวิกกี้ก็ให้สัมภาษณ์ต่อสื่ออย่างมั่นใจว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด แถมแทงกั๊กไม่ยอมตอบให้ชัดว่าคบหากับชายในสถานภาพไหนกันแน่ ได้แต่เปรยทิ้งเป็นปริศนาว่าให้ดูที่รูปกันเองละกัน

ด้านฝ่ายสาวออมที่ออกมาบอกว่าถูกเพื่อนแทงข้างหลังช่วงแรกก็ทำใจยอมรับไม่ได้ ยังคงให้สัมภาษณ์กับสื่อว่ายังไม่เลิกรากับชายและมั่นใจมากว่าชายไม่มีทางนอกใจตนก่อนอย่างแน่นอน หากแต่เป็นวิกกี้ที่เดินเข้ามาหาชายเอง

แต่แล้วสาวออมก็ต้องยอมถอดใจและอวยพรให้ “วิกกี้-ชาย” ไปกันด้วยดีเนื่องจากชายค่อนข้างชัดเจนในตัวเองที่ไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับสาวออมอีกต่อไปแล้วเพราะนักแสดงหนุ่มเองก็ไม่เคยปฏิเสธข่าวเลิกรากับ “ออม” เลยแม้แต่ครั้งเดียวเพียงแต่บอกว่าไม่อยากพูดอะไรมากและยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนหลายใจ แต่ขอให้ทุกคนรอดูเองว่าตนเลือกคบใคร