“อู” แจงข่าวฉายา “พระเอกตกกระป๋อง” เผยรู้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาเยอะ ตนก็ต้องทำใจ บอก “พระเอก-นางเอก” ทุกช่องก็โดนเหมือนกันไม่ใช่แค่ตน ย้ำไม่อยากเครียด หาเวลามาสนใจงานที่ได้รับดีกว่า
เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งพระเอกหนุ่มที่หากหน้าหายตาไปนานจากจอโทรทัศน์สำหรับ “อู-ภาณุ สุวรรณโณ” ล่าสุด หลังจากที่กลับเข้ามาในวงการอีกครั้งหนุ่มคนนี้ก็ได้รับแต่บท “พระรอง” ตลอด พอมีโอกาสเจอหน้าหนุ่มอูเลยเข้าไปสอบถามถึงความรู้สึกจาก “พระเอก” กลายมาเป็น “พระรอง” ว่า
“สำหรับเรื่องนี้ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนผมก็เคยคิดครับ แต่เดี๋ยวนี้ก็มันทำให้ผมเข้าใจในระบบการตลาดว่าถ้าหากเราเห็นหน้าใครบ่อยๆ เราก็คงจะเบื่อ คือเราก็เข้าใจว่าคนก็อยากที่จะเห็นเด็กรุ่นใหม่เข้ามาอย่างเนี้ย คือ ดารารรุ่นใหม่ๆ เขาก็จะมาสร้างสีสัน”
“ส่วนตัวผมแล้วถึงจะได้รับบทอะไรก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จริงๆ แล้วถ้าใครได้ดูบทผมมันก็ไม่ได้หงอยซะทีเดียว ตัวบทมันเป็นอะไรที่หน้าสนใจมันมีมุขตลกมาช่วยเสริมตลอด กับงานละครถ้าหากเราได้รับบทอะไรมา ไม่ว่าจะเป็นตัวแสดงตัวไหนเราก็คงต้องทำมัน เราต้องทำเพราะมันคืองานของเรา”
“ถึงแม้ว่าเราจะเล่นเป็นตัวอะไร มันก็คือการทำงานเหมือนกัน ผมทำงานค่าตัวผมก็ไม่ได้ลดถูกไหม อันนี้คือพูดจริงๆ ทำงานแล้วมันก็แฮปปี้แล้วมันมีความสุข มันก็ดีกว่าเราไม่มีงานทำจริงไหม เรื่องนี้มันอยู่ที่ศักดิ์ศรีของแต่ละครมากกว่าที่มันทำให้เรารู้สึกว่าทำไหมเราถึงได้มาเล่นตัวรอง”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าเป็นเพราะว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่ากระแสของตัวเองกำลังตกก็เลยจำใจยอมรับ พระเอกหนุ่มเผยว่า
“ใช่จำใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราจำใจต้องทำอย่างน้อยผมคิดว่ามันคือละครอย่างไรมันก็คือละคร บ้างครั้งเราดูละครช่องอื่นก็ยังเห็นเลยว่าเอานางเอกมาเล่นเป็นนางร้าย เอาพระเอกมาเป็นตัวร้ายเหมือนกันนโยบายใหม่เท่าที่เราฟังมาก็ดูว่ามันก็เป็นเหมือนกับเราคืนกำไรให้กับคนดูไงคิดแบบนี้นะ”
“ทุกอย่างมันเป็นงานที่ผมรัก ทุกอย่างมันก็คืองาน มันก็คือละครหลายคนถามว่าทำไมผมต้องไปเล่นละครตอนเย็น ผมก็ตอบไปทุกครั้งว่าผมอยากเป็นนักแสดง ผมอยากทำอาชีพนักแสดง มีละคร มีหนังเล่นนั้นมันก็คือมีงาน คือคำว่านักแสดงมากกว่าจะไปคิดตรงนั้นแล้วมันทำให้เราปวดหัวมากกว่า”
เผยไม่เคยคิดอยากจะสร้างกระแสกลับมาดัง บอกอยากอยู่วงการให้ได้นานเหมือนพระเอกตลอดกาล “นก-ฉัตรชัย” มากกว่า...“ผมว่าหากใครที่ไม่ยอมแล้วพยายามที่จะหาทางทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้ตัวเองกลับมาดังให้ความดังมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ผมว่ามันฟุ้งซ่านนะ สู้เราเอาเวลาตรงนั้นมาว่าทำงานที่เขามอบหมายดีกว่า เราก็จะได้ไม่เครียดด้วย”
“คือ ผมไม่อยากคิดที่จะดังแค่ช่วงเดียว แต่ผมอยากที่จะดังเหมือนพี่นก ฉัตรชัย ดีกว่า เห็นไหมล่ะว่าขนาดพี่เขาอายุมากเท่าไหร่เล่นละครทีไรเขาไม่เคยเป็นรองใครเลย เราจะเห็นได้ตลอดว่าทุกครั้งที่เขาเล่นเขาจะดูโดดเด่นเสมอ”


