xs
xsm
sm
md
lg

ลึกสุดใจแม่ “นัท-แพท” ใครคือผู้ชายของ “ปู ไปรยา”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ตกเป็นข่าวฉาวชิงรักหักสวาทหนึ่งหญิงสองชายกับทายาทไฮโซตระกูลดัง “นัท-ณัฐพล สารสาส” และ “แพท-ประกาสิทธิ์ พรประภา” ทำเอานางเอกสาวอึ๋มรวยเสน่ห์ “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้” ดังระเบิดเป็นที่รู้จักยิ่งกว่าตอนเล่นละครเสียอีก ขนาดสอบติดออกซฟอร์ดก็ยังไม่มีใครสนใจเท่าข่าวฉาวรายวัน

ล่าสุดก็เห็นว่าจะบินไปเรียนต่อในเดือนตุลาคม แต่จนแล้วจนรอดก็เจอโรคเลื่อนอีกแล้ว งานนี้หลายๆ คนก็เลยสงสัยว่า ไอ้ที่เลื่อนนี่เป็นเพราะปัญหาคาราซังเรื่องของหัวใจหรือเปล่า งานนี้ “บันเทิง ผู้จัดการ” ก็เลยจัดให้ บุกไปสัมภาษณ์ “คุณแม่ฉวี ซิมมอนด์ส” คุณแม่ของปู ไปรยา ถึงที่บ้าน เรียกว่าล้วงแคะแกะเกาแบบลึกสุดใจเลยทีเดียว

“นัท-แพท” ใครจะอยู่ใครจะไป ใครคือผู้ชายของปู คงต้องไปฟังจากปากของคุณแม่...

“เร็วๆ นี้น้องจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เรียนทางด้านบริหารธุรกิจ ปูเขาเรียนเกรดค่อนข้างดีในระดับคลาสของเขา ยิ่งตอนที่ยังไม่ได้ล่นละครเกรดจะดีมาก ได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ตลอดเลย แต่พอเล่นละครก็ขึ้นๆ ลงๆ เหลือ 3 กว่าๆ บ้าง ปูเขาจะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ เวลาที่เขาว่างจะอ่านหนังสือซะส่วนใหญ่ ถ้าอยู่บ้านกับมามี้จะเจอกันแค่เวลาทานข้าวนะ เพราะเขาจะอ่านหนังสือตลอด พอเขาเรียนจบที่โรงเรียนนานาชาติที่นี่เขาก็เลยส่งหนังสือทำเรื่องไปให้ที่ อ๊อกฟอร์ด แล้วเขาก็ตอบรับมา ถ้าเป็นบ้านเราก็เหมือนกับว่า เราเรียนดีทางโรงเรียนก็จะให้โควตาอยู่ที่ว่าใครจะเลือกเรียนที่ไหน”

“จริงๆ เราอยากให้เขาเรียนเมืองไทยจะได้ทำงานง่ายด้วย แต่พอมานั่งคิดอีกทีเราให้เขาเรียนโรงเรียนนานาชาติมามันไม่คุ้มกันถ้ามาอยู่เมืองไทย เพราะที่เมืองนอกกับที่เมืองไทยเงินเดือนมันต่างกันเยอะมาก อีกอย่างไปอยู่ที่โน่นน่าจะได้ประสบการณ์หลายๆ แบบชีวิตจะมีความสุขมากกว่าเป็นดารา”

“ใจของแม่อยากให้น้องปูเรียนหนังสือเพื่ออนาคต การเป็นดาราก็ถือว่าได้เงินดี แต่ว่ามันเหนื่อยนะอะไรหลายๆอย่างบางทีน้องเขากลับมาร้องไห้ ที่บ้านก็อึดอัดด้วยปูเป็นข่าวเยอะมากไปไหนก็ไม่สะดวก คนรักเยอะคนเกลียดก็เยอะมันมองได้สองแบบ”

ยอมรับข่าว “นัท” กับ “แพท” ค่อนข้างมีผลกระทบกับปูและทางบ้านพอสมควร
“ข่าวค่อนข้างมีผลกระทบเยอะเหมือนกัน ไปไหนใครก็ถาม ข่าวบอกว่าแม่เกลียดนัท จริงๆ ที่บ้านไม่มีใครเกลียดนัท ไม่ว่าจะเป็นโจอี้ แพทก็ไม่ได้เกลียด เพราะไม่ซีเรียสเรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงมีแฟนแต่อายุมากๆ ก็เคยถามเขาเหมือนกันว่า เพื่อนหน้าตาดีรุ่นๆ เดียวกันไม่มีให้เลือกเหรอ เขาก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน เขารู้สึกว่ารักเหมือนเพื่อน”

“ตอนแรกนึกว่ามีแฟนอายุเยอะแล้วจะดีไม่น่าห่วง แต่นี่กลับต้องเป็นห่วงหนักกว่าเก่า เพราะทุกคนไม่ค่อยโตกันเท่าไหร่ คือเหมือนทุกคนเกิดมามีเงินมั้งสบายเกินไป เข้าใจว่าเขาไม่แคร์ แต่บางทีเราต้องแคร์สังคม พวกเขาอาจไม่แคร์อะไรคนเกิดมาครอบครัวมีเงินเอาแต่ใจ แต่เราเป็นห่วงลูกเราไง เพราะลูกเราก็ไปอยู่กับเขาตรงนี้”

“แต่อย่างโจอี้ก็ถือว่าค่อนข้างดีนะ แม่จะบอกเขาตลอดว่า อย่าพาน้องไปเสียคนไปไหนก็บอกหน่อย โจอี้นี่ต้องชมเขานะคบน้องปูมา 3 ปี น้องปูไม่มีเรื่องอะไรเลย สมัยปูคบโจอี้นี่เบียร์ยังไม่ดื่มเลย ต้องชมเขาถึงเขาจะเป็นคนที่ไม่กรีนแมนเท่าไหร่ แต่เขาไม่พาน้องไปเสียคน คือเขาเป็นนักร้องเขามีครบสูตรของเขา(หัวเราะ) แต่เขาไม่พาน้องเสีย คุณพ่อเป็นฝรั่งยังบอกชมโจอี้ ตอนคบกันเขาพาน้องไปแต่จะสอนคอยกันอะไรแบบนี้ แต่หลังๆ พอคบกับนัทเขาเครียดมีภาพสูบบุหรี่ออกมา พ่อเขาโกรธปูมากเวลาเครียดๆ ปูก็เอาเรื่องเหมือนกันนะ มันทำให้เราเครียดไปด้วย”

เผยความสัมพันธ์ระหว่าง “ปู” กับ “นัท” ไม่ค่อยราบรื่น เนื่องจากนัทเป็นนักดื่มเมาแล้วนิสัยเปลี่ยน แถมยังไม่ค่อยให้อิสระปู

“น้องปูเป็นคนจะไม่ค่อยคบใคร ถ้าชอบกับพี่นัทก็จะอยู่กับพี่นัทไม่เปิดใจให้เพื่อนฝูงเข้ามา เขาชอบไปตกลงกันว่า ยูไม่ไปเที่ยวไอก็ไม่ไปเที่ยว นัทก็จะไปสัญญากับปูว่าจะไม่ไปเที่ยว แล้วเขาทำได้ที่ไหนล่ะ มันเป็นไปไม่ได้ ถึงได้บอกนัทว่า อย่าไปสัญญาอะไรกับน้อง แล้วน้องจะเป็นคนถือคำพูดมาก ถ้ายูไปเที่ยวน้องก็จะไปเที่ยวบ้างทางบ้านก็จะเดือดร้อน สู้สองคนโอเคไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างไปเที่ยวกันเองบ้างใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วๆ ไป ไม่ใช่ว่าน้องไปกับเพื่อนไม่ได้ไม่ให้น้องไป น้องอยู่คนเดียวมันเหงา อยู่กับบ้านก็มีแม่อยู่คนเดียวจะคุยอะไรกับแม่ทั้งวัน(หัวเราะ) คนเราชอบกันต้องไว้ใจกัน”

“จริงๆ แล้วนัทเขาก็ไม่ได้เลวร้ายนะ ข้อดีเขาก็มีแต่ค่อนข้างใจร้อนหงุดหงิดง่าย อาจมีใช้คำพูดไม่สุภาพบ้าง เท่าที่แม่รู้นะเวลาดื่มเหล้านิสัยจะเปลี่ยน ถ้าไม่ดื่มนิสัยจะไม่เปลี่ยน แต่ทั้งแพททั้งนัทก็นักดื่มทั้งคู่ เพราะเขามีเงินคงเป็นปกติของลูกคนมีเงิน ประกอบกับเป็นผู้ชายด้วย ฉะนั้นเวลาน้องไปอยู่กับกลุ่มเขาแม่ก็จะเป็นห่วงมาก ส่วนใหญ่เขาจะบอกว่าไปอยู่ที่ผับโน่นผับนี่ แม่ก็จะไปรับเขา บางทีพ่อก็แวะไปรับ”

นอกจากเรื่องเมาแล้วนิสัยเปลี่ยนแล้ว ก็ยังมีความว่า “นัท” ซ้อม “ปู” ซึ่งเรื่องนี้คุณแม่ยืนยันว่าไม่จริง

“ข่าวทำร้ายเคยได้ยินมาเหมือนกัน แม่เคยถามนัทเหมือนกัน นัทก็บอกว่าไม่เคยครับ นัทสาบานได้เลย นัทจะกล้าทำลูกมามี๊เหรอ แต่แม่ก็ไม่เห็นมีร่องรอยอะไรนะ เป็นไปไม่ได้ที่นัทตีแล้วปูจะไม่บอกพ่อกับแม่ เพราะปูก็ไม่ใช่คนยอมคนนะ แม่เลี้ยงลูกมาทำไมจะไม่รู้ว่าปูเป็นคนยังไง ขนาดนัทพูดไม่สุภาพเขายังมาเล่าให้แม่ฟังเลย ปูเขาจะป็นคนที่ไม่พูดโกหกพ่อกับแม่มีอะไรก็เล่าให้ฟังตลอด”

ส่วนข่าวที่ว่า “นัท” ยืมเงินคุณแม่ไป 5 แสนแล้วไม่ยอมคืน จนเป็นเหตุให้ครอบครัวของปูไม่พอใจนั้น แม่ปูบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ห่างจากกันน่าจะเกิดจากการที่นัทเมาแล้วชอบบอกเลิกปูอยู่บ่อยๆ แต่จนแล้วจนรอดทุกวันนี้ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้เลิกกัน!

“เรื่องนั้นมันนานมากแล้ว ตอนนั้นเขามีปัญหานิดหน่อยเขายืมแค่วันสองวันเขาก็คืนแล้ว ยังแปลกใจอยู่ว่าข่าวรอดไปได้ยังไง เพราะไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยเรื่องนี้นอกจากพ่อกับแม่ แม้แต่ปูก็ไม่รู้ แม่รักนัทเหมือนลูกและเขาก็เคารพนับถือเรา คนเรามันไม่มีอะไรเพอร์เฟกต์ไปหมดหรอก เขาไม่อยากรบกวนพ่อ เราก็ช่วยเขาไปก็เท่านั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“แต่ประเด็นก็คือเรื่องของนัทกับปู การทะเลาะกันมันน่าเบื่อ คนเราเป็นแฟนกันจะมาบอกเลิกกันทุกวีคทุกเดือนไม่ได้แม่ถือ ถ้าเลิกกันก็เลิกเลย เวลาดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยนัทเขาจะนิสัยเปลี่ยน แม่ก็เลยบอกว่า คนเราเป็นแฟนกันต้องถนอมน้ำใจกัน น้องโดนบอกเลิกตลอดเมามาก็มาบอกเลิก น้องเลยรู้สึกเบื่อและพอดีมีแพทเข้ามาแล้วเขาเป็นคนที่สู้ได้ เวลาน้องปูคบกับแพทอาจจะสบายใจเท่าที่แม่เห็นนะ”

“ข้อดีของแพท คือเขาไม่ค่อยเถียงกันซักเท่าไหร่ แต่กับนัทนี่เขาเถียงกันบ่อยมาก แพทเขาไม่ค่อยจุ๊กจิ๊ก น้องจะไปเที่ยวกับเพื่อนเขาก็ให้ไป แต่ขออย่างเดียวให้บอกว่าไปที่ไหน จะไม่เข้าไปวุ่นวายกับน้องให้น้องมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง ไปไหนมาไหนเองไม่ต้องมีใครมาคอยคุม แพทจะให้อิสระกับน้องปูมากกว่า”

“แพทเขาเหมือนเป็นเพื่อน ซึ่งแม่คิดว่าความเป็นเพื่อนมันดีกว่าเป็นแฟนแล้วมานั่งทะเลาะกันงอนกัน พอมีปัญหาก็เถียงกันตลอดเวลา ถึงได้บอกปูว่า ถ้าคบกับนัทเป็นแฟนแล้วมีปัญหาก็คบกันเป็นเพื่อนไปก่อน ปัญหาเรื่องงอนกันมันจะได้ไม่เกิดขึ้นผู้ใหญ่ก็สบายใจทั้งสองฝ่าย”

“ทุกวันนี้กับนัทเค้าก็ยังไม่ได้เลิกกันนะ ยังคุยกันอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ที่นัทห่างไปเพราะกลับไปช่วยพ่อทำโรงแรม เวลามาแม่ก็ให้มาคุยกันที่บ้าน แต่แพทอนุญาตให้ไปข้างนอกได้ แต่ก็ต้องมีลุงน้องปูไปด้วย”

ถึงแม้ว่าเวลานี้นัทจะกลับตัวกลับใจและขอโอกาส “ปู” และครอบครัวอีกครั้ง แต่คุณแม่ก็ยังอยากจะให้เป็นแค่เพื่อนกันอยู่ดี
เหมือนอย่างที่แม่บอกไงว่า เวลาเขาดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยแล้วเขาชอบบอกเลิก แล้วน้องก็จะเสียใจ แม่เลยบอกน้องปูว่าถ้าพี่นัทเขาบอกอย่างนั้นหนูก็เลิกกับเขาไปเลยลูก เดี๋ยวพอหายเมาแล้วก็มาขอโทษ ตอนหลังเลยบอกเขาว่า เอาไปคิดดูดีๆ อย่าให้สิ่งเหล่านี้มาทำให้ลูกเราไม่สบายใจ เพราะเวลาเราเห็นลูกเราเสียใจเราก็เสียใจด้วย แม่เรียกนัทมาเคลียร์เลยถ้ารักน้องจริงก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ใช่เจอกันก็ชวนทะเลาะกัน เขาก็บอกว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

“วันนี้เขาก็ทำตัวดีขึ้น กลับไปทำงานช่วยคุณพ่อของเขา แต่ก็ยังอยากให้คบกันเป็นเพื่อนให้น้องปูเรียนจบก่อนแล้วค่อยเลือก และถ้าสองคนนี้รักน้องปูจริงก็ต้องรอน้องปูได้ ทั้งแพททั้งนัทก็อายุเยอะแล้วเป็นผู้ใหญ่แล้ว น่าจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ บางทีเขาตามกันมากเกินไปแม่ไม่ชอบแบบนี้ บางทีเราต้องแยกงานของนัทก็งานของนัท งานของแพทก็งานของแพท ถ้างานของปูก็ต้องเป็นงานของปู คนเราจะมาเฝ้ากันตลอดได้ไงไม่ทำมาหากินกันเหรอ ถึงพ่อแม่จะรวย แต่ก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่กัน”

“คือที่บ้านแม่จะมองอย่างนี้ ถ้าเป็นใจของพ่อกับแม่นะ เขาโตแล้วทำไมไม่ไปรับผิดชอบช่วยงานพ่อแม่กันบ้าง เขาโตขึ้นมาจะได้ดูแลลูกเราได้ด้วย คิดว่าพ่อแม่เขารวยชาตินี้เขาคงกินไม่หมดนะ แต่ว่าคนเรามันต้องมีความรับผิดชอบ เพราะชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน ถ้าเกิดตอนนี้เขาไม่คิดทำเวลามีครอบครัวเขาจะรู้มั้ยว่าต้องทำอะไร จะมาตามเฝ้ากันเกินไปมันน่าเบื่อ”

“ยิ่งแพทนี่มาเฝ้าตลอดเลย กลัวนัทมาก แม่ต้องบอกว่าไม่ต้องกลัวนัทเลย ไปทำงาน แพทหนักกว่านัทอีก สมัยนัทพ่อนัทก็ยังบอกว่า นัทต้องทำงานนะลูก ไม่ใช่มาเฝ้าน้องปูอยู่อย่างนี้ ตอนนี้พ่อแพทก็มาบอกเหมือนกัน มาคุยกันที่บ้านเลยเขาอยากให้แพทไปทำงาน ไม่ใช่มาตามแต่น้องปู มันทำให้น้องเสียไปด้วย”

นอกจากจะเป็นห่วงเรื่องที่ “แพท” ชอบตามไปเฝ้า “ปู” แล้ว ก็ยังห่วงที่แพทตกเป็นข่าวกับดาราหลายคน แต่ก็ยังมายุ่งกับลูกสาวของตัวเอง
“แพทเขาบอกว่า ชอบน้องเขาปิ๊งตั้งแต่แรกเห็นเลย เขาชอบที่น้องเป็นตัวของตัวเอง เวลาน้องบ่นจะบ่นไม่สนใจใคร แพทจะต้องตามไปง้อ ซึ่งปกติผู้หญิงจะต้องง้อแพท เขาไม่เคยเจอแบบนี้ เวลาน้องปูโกรธแพทจะเดินหนีไปเลยไม่สนใจ แต่ถ้าเป็นนัท ปูจะนั่งฟังพี่นัทบ่น แต่หลังๆ นี่น้องปูก็เริ่มไม่ฟังนัทแล้วเหมือนกัน คงเป็นเพราะน้องปูเริ่มโตขึ้น ได้คิดขึ้นอะไรมากขึ้น”

“เรื่องที่แพทเจ้าชู้แม่ก็รู้ ยังบอกเลยว่าแล้วงี้มาชอบน้องทำไม เขาก็บอกว่าไม่เหมือนกันแม่ เวลารักใครเขารักจริง เขาเคยรักกับคุณเชอรี่(เข็มอัปสร สิริสุขขะ) เขาบอกว่าตอนนั้นผมไม่ดีเอง แต่ว่าพอมาน้องปูเนี่ย ผมก็รักแบบนั้นอีก และผมจะพยายามปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เขาก็พยายามนะ( ..(หัวเราะ) แต่ว่าเขายังกังวลเรื่องนัทอยู่มาเฝ้าทุกวัน แม่ก็จะบอกว่า อย่าเฝ้าเลยนะขอร้องเถอะ เขาก็บอกว่า เขาจะกลับไปเริ่มทำงานตั้งแต่อาทิตย์นี้แล้ว”

ระหว่าง “นัท” กับ “แพท” ยังไม่เลือกใคร เพราะไม่มีใครเพอร์เฟกต์

“พ่อกับแม่ก็เคยถามเขาว่า นัทกับแพทหนูเลือกใคร ปูก็บอกว่าหนูยังไม่เลือกใครเลย นัทก็โอเคนะใจเย็น เขาบอกเขารักน้องมากเขาคอยได้ แพทก็บอกว่าเขาคอยได้ ผมชอบน้องถ้าเกิดน้องเขาเลือกนัทผมก็ถอย แต่ว่าผมก็รักน้องเขาพูดแค่นี้ แต่ถ้าน้องยังไม่ตัดสินใจอะไร แม่ให้น้องไปเรียนผมก็รอได้ เขาก็พูดเหมือนกันเลยก็เลยไม่รู้จะทำไง เราจะไปตัดเขาก็ไม่ได้”

“ตอนนี้นัทก็ไปช่วยพ่อเขาทำงานที่เกาะยาวน้อยแล้ว แต่ถ้าเขามาแม่ก็ให้เจอกันก็มาคุยกันที่บ้าน เร็วๆ นี้เขาก็จะมากรุงเทพแล้ว แม่ก็อยากให้ทั้งนัท แพท ปู มาแถลงข่าว มาให้นักข่าวสัมภาษณ์เลย ข่าวจะได้เงียบ ให้สองคนมาพูดเลยว่าถ้ารักน้องก็ต้องรอน้อง ประกาศตัวเป็นพี่ชายไปเลย ถ้าถามทางบ้านว่าจะเลือกนัทหรือแพทเราก็เลือกไม่ได้หรอก เราก็ยังไม่ได้รักใครทั้งสองคน

มันยังไม่มีใครเพอร์เฟกต์ทั้งสองคนเลยนะในสายตาของคุณแม่ ถึงเขาจะเป็นลูกคนมีเงิน แต่กลัวอนาคตไงการดูแลอาจจะไม่ยั่งยืน ถ้าแต่งงานกันไปไม่รู้จะเป็นยังไง ใจของแม่กับพ่อยังไม่ยกให้ใครเป็นอันขาด(หัวเราะ)”

“ถ้าจะให้ปูเลือกมันก็ไม่แฟร์กับปูเหมือนกันนะ นัทเขาก็ไม่ได้จะเลวไปซะทุกเรื่อง เขาก็มีดีอยู่บ้าง คนเราต้องให้เวลากัน ถ้าเราสงสารใครคิดว่าเราพูดง่ายมั้ย มันพูดยากนะ ถ้าถามใจเราเป็นผู้หญิงด้วยกันเนี่ยมันยากนะที่จะพูดที่จะต้องตัด เราต้องรอดูสักระยะอีก”

“ตอนนี้ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด ในวันแถลงปูก็จะบอกว่า ไม่เลือกใครเลยรักพี่สองคนนี้แบบเพื่อนและพี่ชาย ถ้ารักน้องปูจริงต้องรอน้องปูได้ เพราะน้องปูเขายังเด็กเกินไปการที่มีข่าวแบบนี้ คนที่เสียคือน้องปู ใครๆ ก็พูดไดคำว่ารักมันพูดง่าย แต่ว่าการแสดงออกการดูแลเอาใจใส่ลูกเราเขาต้องโชว์เหมือนกัน ทำได้อย่างที่พูดมั้ย”

“แต่เวลานี้เวลามันน้อยเกินไปที่จะบอกว่า ใครดูแลลูกเราได้ดีกว่ากัน อย่างแพทเขาเข้ามาแค่ไม่กี่เดือน แต่นัทนี่ปีกว่าแล้วปีนี้ก็เข้าปีที่สองแล้ว อย่างนัทนี่แม่รู้จักเขามาตั้งแต่สมัยที่ปูเป็นแฟนกับโจอี้ เท่ากับปูรู้จักกับนัทมานานพอๆ กับโจอี้ เพราะโจอี้เขาจะพานัทมารู้จักกับน้องปูพามากินข้าวมาเที่ยวด้วยกัน”

“มันเหมือนเป็นช่วงจังหวะชีวิตน้องปูอกหักจากโจอี้ นัทเขาก็อกหักจากอิ่น สองคนก็ปรึกษากัน ไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่พออกหักคุยกันทุกวัน คุยไปคุยมาก็กลายเป็นแฟนกันเอง อย่างกับแพทก็เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน เขาเข้ามาแบบเพื่อน แม่ก็เลยไม่ได้ห้าม แต่มาเฝ้ากันมากเกินไปก็ไม่ไหว แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นหน่อย นัทก็กลับไปช่วยพ่อทำโรงแรมที่เกาะยาวน้อย แพทก็กลับไปทำงาน ต่อไปนี้คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”

***
“นัท” สับ “แพท” ขี้ตู่เป็นแฟน “ปู” โต้ทุกข้อหา ขี้เมา-มือหนัก-จอมไถ

คุณแดงเอือม "ปู" มีแต่ปัญหา-วอนสื่ออย่าฆ่าเด็ก

หวิดมีเรื่อง "แพท" กร้าว! เคลียร์ "ปู" หลังรู้เป็นได้แค่เพื่อน

เคลียร์ทุกข้อสงสัย "แพท" เปิดใจจีบ "ปู" เรื่องจริง

---คลิกชมวีดีโอสัมภาษณ์---
“คุณแม่ฉวี ซิมมอนด์ส”
คุณแม่ของปู ไปรยาได้ที่นี่


ดูวีดีโอประกอบจาก Manager Multimedia