xs
xsm
sm
md
lg

ผู้บริหารเอเอฟฯ แจง ไม่ได้ขายรัก "ตี๋ - พะแพง"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้บริหารทรูฯ แจงข่าว เปล่าส่งเสริมนักล่าฝันมีความสัมพันธ์ในบ้าน ส่วนกรณี "พะแพง - ตี๋" ที่ดูเหมือนจงใจขายสัมพันธ์เจ้าตัวบอกเป็นแค่เรื่องการตลาด ยันถ้ายังอยู่ในเกมการแข่งขันรับรองไม่มีเลยเถิดแน่ ส่วนถ้าจบเกมแล้วทั้งคู่จะไปสานสัมพันธ์กันต่อก็เป็นสิทธิส่วนตัว

ถูกจับตาอีกครั้งสำหรับรายการเรียลิตี้โชว์ "ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเซีย" ซีซั่น 4 หลังมีคนตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ของ 2 นักล่าฝัน "ตี๋-วิวิศน์ บวรกีรติขจร (V12)" และ "พะแพง-ศุภรดา เต็มปรีชา (V3)" ที่ดูเหมือนจะเกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อน ในขณะที่ตัวรายการเองก็ดูเหมือนจะโปรโมททั้งคู่อย่างจงใจหลายต่อหลายครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่เสนอภาพทั้งสองมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้กระทั่งล่าสุดการขึ้นโชว์คอนเสิร์ตที่ได้ร้องเพลงคู่กันแถมทีมงานยังตัดเอาภาพของทั้งสองมาสร้างบรรยากาศให้ดู ซึ่งเรื่องของเรื่องคงจะไม่มีอะไร หากทางรายการจะไม่มีกฏห้ามในเรื่องชู้สาวนี้อยู่ ส่วนการเรียกทั้งสองไปตักเตือนโดยครูใหญ่ในบ้านก็ดูจะไม่จริงจังสักเท่าไหร่

สอบถามไปยัง "อรรถพล ณ บางช้าง" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายรายการ บมจ.ทรู วิชั่นส์ และเอ็กซ์เซ็กคลูทีฟ โปรดิวเซอร์ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเซีย" ชี้แจงว่ากับกระแสข่าวนี้ทางรายการไม่ได้คิดที่จะจับคู่ให้ใครเลย
"คือรายการเราเป็นเหมือนกันโรงเรียนเท่านั้นเองและพอดีในโรงเรียนของเรามันมีเด็กสองคนนี้ที่มาคุยกันมากเป็นพิเศษ ส่วนอีกสามคนมาเล่นดนตรีกัน แล้วทางกล้องของเรามันก็ต้องจับภาพไปยังกลุ่มคนที่คุยกันเท่านั้น จะให้มานั่งจับภาพกลุ่มคนที่เล่นดนตรีอยู่นั้นรายการก็คงจะดูไม่มีสีสัน คือผมก็พูดในทำนองของคนทำรายการนะ"

"ส่วนในคอนเสิร์ตวีคนี้นั้นที่เราให้ทั้งคู่มาร้องเพลงและได้มีการประมวลภาพของทั้งคู่ประกอบเพลงนั้น เราก็ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นการตอกย้ำอะไรเลย คือจริงๆ แล้วบนคอนเสิร์ตนั้นเราจะเห็นได้ว่าอาต้อย เศรษฐา ก็ยังพยายามเล่นไปตามมิวสิกวิดีโออีกและพยายามพูดว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน"

"อยากบอกว่านั้นอาต้อยเป็นคนเล่นเองหมดเลย เพราะตอนที่ผมเขียนสคริปต์รายการบทตรงนี้ไม่มีแน่นอน มันก็เลยทำให้คนดูยิ่งรู้สึกว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันหรือเปล่า"

กรณีการตัดภาพทั้งคู่มาเป็นมิวสิกวิดีโอนั้นอรรถพลบอกว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเพลงเท่านั้น..."เราเล่นมุกว่าเป็นเจ้าหญิงวุ่นวาย กับเจ้าชายนิทรา ถ้าเกิดจะให้เราเอาภาพในละครมาเล่นก็คงจะไม่ได้ เพราะมันติดตรงในเรื่องของลิขสิทธิ์ เราก็เลยคิดว่ามันน่าจะเอาภาพที่เรามีอยู่มาเล่นดีกว่า"

"แต่เผอิญคนดูคิดมากไปเองเลยมาคิดว่าเราต้องการทำให้สองคนนี้ชอบกัน จริงๆ แล้วอยากบอกว่าให้คนดูๆ แล้วต้องคิดตามไปด้วยว่าภาพบางครั้งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ภาพที่ออกมามันอาจจะเป็นภาพจากสถานการณ์ต่างๆ มันพาไปก็ได้นะ"

"จริงๆ แล้วในบ้านเราก็จะมีกฎกติกากำหนดไว้อยู่แล้ว ดังนั้นบอกได้เลยว่าเราไม่ได้อยากที่จะมาขายในเรื่องอะไรตรงนี้เลย รายการเราต้องการที่จะขายตรงความพัฒนาให้นักเรียนในบ้านให้ออกมาเป็นศิลปินมากกว่า ไม่ได้ต้องการที่จะสร้างออกมาให้เป็นดราม่าในเรื่องของความรักหรอก"

"จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้มันก็มีหลายคู่นะตั้งแต่วันที่เราเริ่มเปิดบ้าน อีกอย่างหนึ่งที่มันดูเป็นกระแสที่แรงก็เพราะว่าคนดูอินมากจริงๆ ในเรื่องของการที่จะจับคู่เด็กในบ้าน คือทุกสถานการณ์และเหตุการณ์ทุกอย่างมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราไม่ได้ไปเขียนหรือคิดไว้ก่อนเลย"

ยันไม่ได้ขายกระแสรักของทั้งสอง..."ลองคิดดูให้ดีนะว่าถ้าเกิดเรามัวแต่มาจับคู่เขามากๆ คะแนนเขาก็อาจจะตกก็ได้นะ อันนี้มันเป็นเรื่องของเขาเอง เพราะเราคงจะไปห้ามเขาไม่ให้คุยกันในบ้านไม่ได้หรอกนะ แต่สิ่งที่เราห้ามได้นั้นก็คงจะเป็นการห้ามเพื่อไม่ให้เขาทั้งคู่มีความสัมพันธ์เกินแบบเลยเถิดตลอดระยะเวลาที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน"

"แต่หลังจากที่ออกไปนอกบ้านแล้วเขาทั้งคู่จะไปสานต่อความสัมพันธ์กันอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องของเขาอันนี้เราไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว"

คุยเข้มตลอดระยะเวลาที่เหล่านักล่าฝันทุกคนอยู่ในบ้านและเกมการแข่งขันนี้ หากนักล่าฝันคนไหนทำผิดหรือละเมิดกฏกติกาที่ระบุเอาไว้นั้นก็จะต้องโดนเตือนแน่นอน แต่ถ้าหากสิ่งนั้นแรงจนเกินกว่าจะใช้การตักเตือนได้นักล่าฝันคนนั้นก็คงจะต้องออกจากบ้านทันที

"เพราะกติกาทุกอย่างเราได้ระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คือตอนแรกเราจะส่งครูใหญ่เข้าไปเตือนก่อน แต่หลังจากนั้นเราก็จะมาพิจารณาอีกทีหนึ่งว่าความผิดที่นักล่าฝันทำนั้นมันแรงแค่ไหนอันนี้มันก็คงต้องดูกันต่อไป..."