เป็นข่าวที่ค่อนข้างจะสร้างความสนใจได้ไม่น้อยทีเดียว สำหรับการเกิดอุบัติเหตุของนักร้อง - นักแสดงหนุ่มชื่อดัง "หนุ่มศรราม เทพพิทักษ์" หลังเจ้าตัวมีอาการหลับในอันมาจากสาเหตุของฤทธิ์ยาแก้หวัดบวกกับความอ่อนเพลียของร่างกาย จนขับรถเก๋งพุ่งเข้าชนหญิงที่มีอาชีพเก็บขยะผู้หนึ่งเสียชีวิตคาที่!
ขึ้นชื่อว่า "อุบัติเหตุ" คงไม่มีใครที่ "ตั้งใจ" อยากจะให้มันเกิดขึ้นมา
แต่ถึงแม้จะตั้งอยู่บนความ "ไม่ความตั้งใจ" แต่ก็ใช่ว่าผู้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุอันนำมาซึ่งการสูญเสียทรัพย์หรือโชคร้ายถึงชีวิตของบุคคลอื่นจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อให้ตนมิต้องรับผิดชอบหรือรับโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
เพราะความไม่ตั้งใจที่ว่าอาจจะเกิดขึ้นมาจากความ "ประมาท" ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์เราพึงสามารถที่จะควบคุมได้
ด้วยเหตุผลที่ว่านี้เองที่ทำให้เกิดกฏหมายที่จะเอาผิดกับคนเหล่านี้ขึ้นมา แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว นอกเสียจากความรู้สึกผิดในการกระทำซึ่งเป็นเรื่องของจิตสำนึกและความรู้สึกเฉพาะบุคคลแล้ว กฎหมายที่มีบทลงโทษที่ค่อนข้างจะรุนแรงถึงการจองจำอิสระภาพที่ว่านี้ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมันเองสักเพียงใด ที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปได้ระลึกด้วยความเกรงกลัว จนเกิดความมีสตินึกถึงความสูญเสียของผู้อื่นที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความประมาทของตนเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวบุคคลที่เป็นจำเลยนี้เป็นคนมีเงิน เป็นคนดัง เป็นคนมีชื่อเสียง หรือเป็นคนที่ประกอบอาชีพที่มีบทบาทในสถานะที่ถูกมองว่าเป็น "งานเพื่อสังคม"
กรณีของนักแสดงดัง "หนุ่ม ศรราม" ว่ากันว่า ต่อให้เจ้าตัวไม่ต้องมีภาพของการเป็นดาราที่ดี มีความกตัญญู พ่อ - แม่ไม่ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ ต่อให้เขาเมาแล้วขับ ฯ เอากันเฉพาะเพียงแค่สถานะของดารากับบทบาทหน้าที่การทำงานที่ถูกมองว่าเป็นการกระทำเพื่อสังคมด้วยการเป็นนักแสดงที่สร้างความสุขให้กับประชาชน เพียงเท่านี้บทลงโทษที่มีก็คงจะต่างไปจากคนทั่วไปอย่างแน่นอน
แม้จะเป็นการมองแบบด้านลบ ประชดประชัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยเมื่อมองย้อนกลับไปถึงอุบัติเหตุในเรื่องการขับรถของเหล่าดารา - นักร้องที่มีมาตั้งแต่ในอดีตไม่ว่าจะหนักหรือจะเบาก็ตามที
ไล่ไปตั้งแต่กรณีที่ดูเหมือนจะรุนแรงของนักร้องหนุ่ม "โดม ปกรณ์ ลัม" ที่ขับรถฝ่าไฟแดงชนแท็กซี่ แถวแยกตึกชัยฯ ดับคาที่ ซึ่งแม้จะทำผิดกฎหมายแบบปฏิเสธไม่ได้รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาเมาแล้วขับ ทว่าเรื่องราวที่ว่านี้ก็มิได้ส่งผลกระทบกับหนุ่มโดมสักเท่าไหร่นัก
หลังเกิดเหตุขึ้น ทางนักร้องดังก็ได้เดินทางไปอยู่ต่างประเทศ ก่อนจะกลับมาเมืองไทยอีกครั้งพร้อมกับงานเพลงชุดใหม่
ไม่ต่างอะไรจากกรณีของหนุ่ม "พีท ทองเจือ" ที่มีข่าวและเสียงลือออกมามากมายเกี่ยวพฤติกรรมการขับรถนอกสนามแข่งที่ค่อนข้างจะเร็วของเขากระทั่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุในหลายๆ ครั้ง
รุ่นเล็กอย่าง “เบียร์ สรณัฐ มัสยวาณิช” เคยซิ่งรถหนีคู่กรณีที่มีเรื่องกันจนพุ่งชนรถจักรยานยนต์พังไป 20 คัน เฉี่ยวปิกอัพ 1 คัน แถมยังทำ ตร. ที่มาช่วยเคลียร์คดีบาดเจ็บไปอีก 1 ทว่าเจ้าตัวกลับโดนปรับแค่ 500 บาท ปล่อยให้เจ้าทุกข์โวยวายเพราะรู้สึกไม่เป็นธรรมแถมดาราวัยรุ่นกลับไม่ถูกตรวจแอลกอฮอลล์อีกต่างหาก ขณะที่ดาราหนุ่มใหญ่ “แอ๊ด ชัยรัตน์ จิตธรรม” (ภ."เปรอะเจอเปรี้ยว" ภ. "คำมั่นสัญญา") รุ่นเดียวกับ "หนุ่ม สันติสุข" คนนี้ก็เคยซิ่งวอลโว่หรูไปประสานงานรถจักรยานคู่หนุ่มสาวกลางเมืองเชียงใหม่จนอีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส
ดาราในสังกัดจากค่ายโพลีพลัส "เจมมี่ จามร ตันธนะศิริวงศ์" นี่ก็เคยขับรถเก๋งชนรถที่จอดติดไฟแดงพังยับไปถึง 3 คัน โดยอ้างว่าฝนตกถนนลื่น แต่หลังจากตรวจวัดแอลกอฮอล์ปรากฏว่าสูงถึง 177 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์เลยทีเดียว
อุบัติเหตุจากดารา - นักร้องที่รุนแรงอีกกรณีหนึ่งก็คือ นักร้องค่ายอังกอร์ในสังกัดแกรมมี่ฯ "แอนนิต้า พงศ์ทรง" ที่ขับรถหักหลบรถมอเตอร์ไซค์ก่อนจะพุ่งเข้าชนนางประทานพร บุญปิตานนท์ จนถึงแก่ความตาย ขณะที่ลูกสาววัยขวบเศษและเพื่อนที่เดินมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขึ้นในช่วงประมาณต้นเดือนเมษาฯ ปี 47
ประเด็นที่สำคัญก็คือนักร้องหญิงขับรถฯ ทั้งที่ตนเองยังไม่มีใบขับขี่ เป็นเหตุให้ต้องรับโทษจำคุก(แต่)รอลงอาญา 2 ปี ถูกควบคุมความประพฤติ และทำงานบริการสังคม 36 ชั่วโมง
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เมื่อในภายหลังสามีของผู้เสียชีวิตได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุนักร้องค่ายแกรมมี่ฯ คนนี้ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนผู้บาดเจ็บหรือแสดงความเสียใจแต่อย่างใด แต่กลับไปให้ข่าวร้องไห้กับสื่อฯ พร้อมกับการสร้างภาพด้วยการไปบวชชีพราหมณ์แทน ส่วนในเรื่องของเงินช่วยเหลือก็มิได้เป็นไปตามที่ตกลง เป็นเหตุให้ตนต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง ก่อนที่ข่าวจะค่อยๆ เงียบไป
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของดาราสาว "เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น" นางเอกละครเรื่อง "ปี่แก้วนางหงส์" ซึ่งประกบคู่กับ "หนุ่ม ศรราม" เผยว่าส่วนตัวแล้วมองว่าดาราไม่ได้มีอภิสิทธิ์นอกเหนือใดๆ จากการทำผิดอย่างแน่นอน พร้อมยกกรณีคนดังของฮอลลีวูด "ปารีส ฮิลตัน" เป็นตัวอย่าง
"เอ๊ะว่าเรื่องอภิสิทธิ์นี่มันมียากเหมือนกันนะคะ เหมือนปารีส ฮิลตันน่ะค่ะ เขาก็โดนยำเละเหมือนกัน เพราะว่าคำว่าอภิสิทธิ์เนี่ย บางทีการที่สื่อเสนอข่าวว่าออกมา สมมติถ้ามันเกินไป ดาราเป็นคนสาธารณะ มันย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้ว เอ๊ะว่ามันค่อนข้างชัดเจนนะคะ ไม่น่าจะได้อภิสิทธิ์หรอกค่ะ ไม่น่าจะใช่ ว่ากันไปตามกฎหมาย เพราะว่ามันอยู่ในความสนใจ"
แนะเพื่อนๆ ในวงการ อย่าหักโหมรับงานมากจนเกินไป หากเพลียก็ควรพัก หรือเลือกใช้รถกองถ่ายสะดวกและปลอดภัยกว่า
"ดาราเองก็ต้องเซฟตัวเอง เพราะว่าเราทำงานต่างจังหวัดเยอะ ถ้าไม่มั่นใจก็ใช้รถกองไปเลยดีกว่า ส่วนใหญ่ที่ดารามักขับกันเองเพราะมันสะดวกสบายน่ะค่ะ เป็นตัวของตัวเองด้วยจะไปไหนอะไรอย่างไร สะดวกกว่ายิ่งในกรณีที่เป็นต่างจังหวัดเอ๊ะจะให้รถกองมารับค่ะ เอ๊ะไม่ขับรถต่างจังหวัดอยู่แล้ว"
"เพราะแม่ก็ไม่ยอมด้วยเพราะว่าแม่จะบอกเลยว่าเอ๊ะไม่มีความรับผิดชอบพอ ถ้าไม่ให้รถกองมารับแม่ก็จะขับไปให้ ถามว่ากลัวมั้ย ก็กลัวแหละนะ เพราะว่าเราทำงานตั้งแต่เช้า เลิกดึก สายตาเอ๊ะสั้นด้วย เลือกให้รถกองมารับดีกว่า" ถ้าเราเหนื่อยมากๆ เราก็ไม่ขับรถน่ะค่ะ เพราะเวลาเราเหนื่อยเนี่ย มันวูบเดียวเลยค่ะ"
"คำว่าอุบัติเหตุมันคาดคะเนไม่ได้นะคะ บางทีมันเกิดขึ้นได้ เราก็ต้องป้องกันไว้หลายๆ ทาง เสียใจทั้งสองฝ่าย ตอนนี้พี่หนุ่มเองสภาพจิตใจก็คงแย่เหมือนกัน..."


