xs
xsm
sm
md
lg

สิ้นข้อครหาพ่อของลูก "ต่อ" ลั่น! อโหสิกรรม! "แนน-อมิตดา"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<STRONG>ภาพสวีท แนน-อมิตดาและต่อ-เรืองฤทธิ์  </STRONG>
"ต่อ" เปิดใจพ้นข้อครหาลูกคนอื่น เผยอดทนรอมากว่า 10เดือนเพื่อพิสูจน์ความจริง แจงไม่โกรธหรือคิดจะฟ้อง "แนน" รู้ที่ทำไปเพราะมีเหตุจำเป็น ย้ำหลังจากนี้อย่าเอาเรื่องไม่จริงมาทำใครเสียอีก ลั่นครั้งนี้อโหสิกรรมให้ วอนทุกคนเห็นใจและอย่าซ้ำเติม พร้อมขอบใจที่ทำให้ทุกคนทั่วประเทศได้รู้ว่าตนบริสุทธ์


หลังจากที่เจ้าของหนังสือสุดฉาว "ต้องลองรัก...สักกี่ครั้ง" อย่างสาว "แนน-อมิตดา ชินสำเร็จ" ได้ออกมายอมรับต่อสื่อมวลชนแล้วว่าภาพที่เธอกำลังอุ้มเด็กทารกซึ่งถูกระบุว่าเป็นลูกสาวของเธอแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นเรื่องที่เธอแต่งขึ้นมาทั้งหมด ทำเอางานนี้เห็นทีคนที่น่าจะดีใจกับเรื่องทั้งหมดคนจะหนีไม่พ้นกับนักแสดงหนุ่ม "ต่อ-เรืองฤทธิ์ วิสมล" ที่ก่อนหน้านี้โดนกระแสวิจารณ์อย่างหนักว่าตนเป็นพ่อของเด็กในท้องสาวแนน หลังจากสาวแนนได้แถลงข่าว ทาง "ผู้สื่อข่าวบันเทิงออนไลน์" ได้สอบถามไปยังนักแสดงหนุ่มเพื่อสอบถามความรู้สึก หนุ่มต่อได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า...

"สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่มีมานานกว่า 10 เดือน เป็นเรื่องที่ทำให้ผมต้องตกเป็นจำเลยของสังคม โดนหลายคนประนามต่างๆ นานานั้น ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากสำหรับชีวิตผม เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นผมไม่สามารถที่จะพูดอะไรเลย คือไม่มีใครที่จะเชื่ออะไรกับคำพูดของผมเลย มีแต่คนเชื่อในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำมาโดยตลอด"

"แถมช่วงนั้นยังมีบุคคลต่างๆ ออกมาประณามผมออกรายการทีวีอีกว่า "ขนาดหมามันยังรักลูกมันเลย" ผมฟังแล้วตอนนั้นคำนี้มันแรงมากเลยนะ เพราะมันออกอากาศและมีคนดูทั่วประเทศ คือผมอยากบอกคนคนนั้นว่าทีหลังจะพูดอะไรให้คิดและหาข้อพิสูจน์มาให้ได้ก่อนว่าคนที่คุณพูดถึงเขาผิดจริงหรือเปล่าอย่ามากล่าวหากันสุ่มสี่สุ่มห้าเลย เพราะมันจะทำให้คนอื่นเสียหาย คำครหาต่างๆ นั้น มันทำให้ผมกดดันนะจนถึงขั้นที่ผมกล้าที่จะยอมออกพิสูจน์ความจริงต่างๆ เพราะผมมั่นใจมากว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องทั้งหมด"
<STRONG>ต่อ-เรืองฤทธิ์ วิสมล  </STRONG>
"ตลอดระยะเวลาที่มีเรื่องราวต่างๆ นี้ผมไม่เคยคิดที่จะโกรธอะไรเขานะ ผมว่าที่เขาทำไปเขาน่าจะมีเหตุผล แต่ผมรู้อยู่ตลอดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดนั้นมันไม่เป็นความจริง คือถ้าใครอ่านข่าวและติดตามข่าวมาโดยตลอดจะรู้เลยว่าผมจะพูดเสมอว่าผมขอรอเวลาเพื่อพิสูจน์ความจริงทั้งหมดและวันนั้นมันก็มาถึง เป็นวันที่ทุกคนทั่วประเทศจะได้รู้เสียทีว่าผมคือผู้บริสุทธ์"

"และที่ผมออกมาพูดในแต่ละครั้งผมก็ไม่ได้คิดที่จะไปทำร้ายอะไรน้องเขานะ แต่บางทีมันก็ไม่ไหวจริงๆ เพราะสถานการณ์ทุกอย่างมันบีบบังคับให้ตัวผมต้องออกมาพูดอะไรบ้าง แต่ผมก็ให้อภัยเขานะและไม่คิดจะไปฟ้องร้องอะไรเขาด้วย"

"ผมก็ไม่รู้นะว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้นเขาทำไปเพื่ออะไร ที่ผ่านมาผมอยากบอกเขาว่าหลังจากเรื่องนี้ผ่านไปอยากบอกว่าอย่าไปทำอะไรให้ใครต้องมาเดือดร้อนอีกเลย"

"แต่การที่แนนออกมาพูดในครั้งนี้ ผมถือว่าดีนะที่เขาทำแบบนี้ ผมว่าเขาคงคิดและไตร่ตรองอะไรทุกอย่างมาดีแล้ว จริงๆ แล้วเขาก็คงจะอึดอัดใจอยู่เหมือนกันที่ทำไปแบบนั้น ผมอยากให้กำลังใจเขาอยากให้เขาสู้ต่อไปกับปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นและหวังว่าทุกคนน่าจะให้อภัยแนนเหมือนที่ผมให้อภัย"

"คือตอนนี้ผมว่าชีวิตแนนก็น่าจะทุกข์พอแล้ว ผมพร้อมที่จะให้อภัยและอโหสิกรรมให้เขาทุกอย่างที่เขาได้ทำเอาไว้กับผม เพราะผมถือว่าเขาเป็นคนที่ทำให้สังคมรับรู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนผิดและเป็นผู้บริสุทธ์ หลังจากที่ผมเป็นจำเลยของสังคมมานานกว่า 10 เดือน ตอนนี้ผมสบายใจขึ้นมากเลยที่รู้ข่าวนี้ ผมหายใจได้เต็มปอดมากขึ้นและสามารถคุยและไปไหนมาไหนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น"