ค่านิยมเรื่อง(ผู้)ชายเป็นช้างเท้าหน้าดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับหญิงเก่งในยุคนี้เสียแล้ว
สังเกตได้จากการก้าวขึ้นไปมีบทบาททั้งในด้านการเมือง - เศรษฐกิจ - สังคม ของสตรีในหลายๆ ประเทศ ที่รู้จักกันดีก็อย่างเช่น นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี หรือจะเป็นน.ส.ซากอรีน รอยัล ที่ขับเคี่ยวอย่างสูสีกับผู้ชายอกสามศอกในการขึ้นเป็นประธาธิบดีของฝรั่งเศส(คนแรก)
กลับมาที่บ้านเรา มองเข้ามาในโลกแห่งมายา ตีวงแคบลงมาในส่วนของรายการทีวี ต้องยอมรับว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการดึงสตรีเพศเข้ามารับหน้าที่ดำเนินรายการมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งแบบโชว์เดี่ยวและแทคทีม
แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าทุกคนและทุกรายการจะประสบความสำเร็จไปซะทั้งหมด เพราะในขณะที่บางคนทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ลงตัว ทว่าก็มีพิธีกรหญิงอีกไม่น้อยที่ดูแล้วหากมีความพยายามมากกว่าที่เป็นอยู่ก็น่าจะดีกว่านี้
เริ่มกันตั้งแต่ช่อง 3 ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบของรายการประเภทผู้หญิงโชว์เลยก็ว่าได้ ที่ต้องพูดถึงก่อนใครก็คงจะหนีไม่พ้นรายการ "ผู้หญิงถึงผู้หญิง" ซึ่งประกอบไปด้วย 4 สาว กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ, ไก่ มีสุข แจ้งมีสุข, นีน่า กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ และ ปุ้ย พิมลวรรณ ศุภยางค์ (อรปรียา หุ่นศาสตร์)
ระยะแรกๆ รายการนี้ถือว่ามาแรงกระแสดีมากๆ ด้วยรูปแบบของรายการที่ค่อนข้างจะได้ใจเพศหญิงด้วยกันเองจากการยืนอยู่ตรงข้ามกับบุรุษเพศ ทว่าระยะหลังดูเหมือนว่า "ผู้หญิงถึงผู้หญิง" จะมีอาการ "มุกหมด" แถมยังเหมือนกับว่าที่พิธีกรทำเป็นพูดแรงๆ วิพากษ์วิจารณ์ผู้ชายในระยะแรกๆ นั้นหาได้มาจากความรู้สึกที่แท้จริงไม่แต่อย่างใด หากแต่เป็นการเรียกร้องความสนใจกันเสียมากกว่า
ซ้ำร้าย หลังชักชวนกันไปเล่นหนังเรื่อง "แก๊งค์ชะนีกับอีแอบ" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บางส่วนเลยพากันเรียกพิธีกรของรายการนี้แบบสั้นๆ ที่ค่อนข้างฟังแล้วน่าตกใจทีเดียวว่า "แก๊งค์ชะนี"
ขณะที่อีก 2 รายการที่แตกย่อยออกมาจาก "ผู้หญิงถึงผู้หญิง" ทั้ง "30 ยังแจ๋ว" (ปอ อรปรียา หุ่นศาสตร์, ปราย มั่นนาค, ดาว อภิสรา นุตยกุล, กระเต็น วราภรณ์ สมพงษ์) และ "ผู้หญิงถึงผู้หญิงสวย" (จอย ศิริลักษณ์, ธัญญ่า ธัญญาเรศ, วิกกี้ สุนิสา, เข็ม รุจิรา, เบนซ์ พรชิตา และวุ้นเส้น วิริฒิพา) เองก็ยังไม่มีอะไรที่โดดเด่นให้น่าจดจำ โดยเฉพาะรายการหลังนั้นต้องบอกว่ามีพัฒนาการที่ค่อนข้างจะช้ามาก ไม่ลงตัว การพูดการสนทนาของพิธีกรเองก็ไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่
ส่วนที่ดูแล้วลายตาที่สุดต้องยกให้กับ strawberry cheesecake ดำเนินรายการโดยสาวน้อยหน้าใสทั้ง 12 คน ได้แก่ รมิตา มหาพฤษ์พงศ์ (ยิปโซ), สุชารัตน์ มานะยิ่ง (ออม) สเตฟานี แลรัช / ประมัยพิมพ์ (สเตฟานี), นรรินทร์พร วิวงศ์ศักดิ์ (หยุย), มัลลิกา จงวัฒนา (ทับทิม), จุฑามาศ ปลั่งสุชน (จุ๊), สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ (ป่าน), บุษกร ตันติภนา (เอ๊ก), อภิญญา สกุลเจริญสุข (ป่าน), ฮารุ ยามากูชิ (อารุ), ลลิตา ไพศาล (มิ้น) และ วรรณิสร เลาหมนตรี (ชะเอม) ซึ่งแม้รูปแบบและเนื้อหาในรายการ strawberry cheesecake จะไม่เหมาะเอาเสียเลยสำหรับบรรดาผู้ที่มีอายุทั้งหลาย แต่ผู้ปกครองเองก็น่าที่จะพยายามดูเพื่อที่จะได้รับรู้เอาไว้ว่า ลูกหลานของตนเองมีหลักแนวคิดหรือการมองโลกนี้ไปในทิศทางใด
ผลจากการออกไปของ บ.ไร่ส้มฯ ของ "สรุยทธ สุทัศนะจินดา" และรายการ "ถึงลูกถึงคน" โมเดิร์นไนน์ ทีวี จึงได้ทำการปรับรูปแบบของรายการในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ของวันจันทร์ - ศุกร์เสียใหม่ในคอนเซ็ปต์ "คิดผิด คิดใหม่" ด้วยการดึงรายการที่มีผู้หญิงเป็นพิธีกรมาแทน
ระยะแรกๆ รูปแบบที่ว่าทำท่าว่าจะคึกคัก แต่หลังจากออกอากาศได้ไม่นานต้องบอกว่าทั้งโดยเนื้อหาของรายการ ทั้งเสียงตอบรับนั้นไม่คึกคักเอาเสียเลย
ไล่ไปตั้งแต่ "จันทร์ชวนคิด" รายการที่ผลิตโดยบ.อสมท. มี "อรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล(ชูดี)" รับหน้าที่เป็นพิธีกร ซึ่งแม้จะมีความพยายามนำเสนอเรื่องราวที่มีสาระ อยู่ในกระแส มีแขกรับเชิญที่น่าสนใจ แถมยังอุตส่าห์ประเดิม(ที่ดูเหมือนจะประจบ) รายการด้วยการเปิดตัว "จุล จุลานนท์" บุตรชายคนเล็กของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ทว่าด้วยความสามารถและลีลาของตัวของพิธีกรเองที่หนักไปในเรื่องของเน้นภาพภายนอกมากกว่าคุณภาพภายใน ทั้งการวางท่าวางทาง การพูดการจานั่นเองที่ทำให้ความเข้มข้น ความน่าสนใจ รวมถึงความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่มีอยู่ในรายการลดลงไปกระทั่งกลายเป็นรายการที่เรียกว่า "ถูกลืม" ก็คงจะว่าได้
ความหน่อมแน้มใน "จันทร์ชวนคิด" ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับ "คน คม คิด" ที่มี "อ้อ กฤติกา คงสมพงษ์" รับหน้าที่ดำเนินรายการ แต่ถึงแม้เจ้าตัวจะพยายามจะปรับตัวทำให้รายการดูเครียดน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ ทว่าสุดท้ายหน้าที่ดังกล่าวนี้ก็ตกเป็นของ "บ๊อบ" ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์" แทน
ดูแล้ว "ง่วงนอน" ที่สุดต้องยกให้กับ "เธอถึงเธอ" (share) โดยอดีต ส.ส.พรรคชาติไทย "แบม จณิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์" แม้จะพยายามอิงคอนเซ็ปคล้ายรายการ "ถึงลูกถึงคน" เน้นขายประเด็นหวือหวาทางสังคมที่เกี่ยวกับผู้หญิงซึ่งจับต้องได้และก่อให้เกิดข้อถกเถียงได้ไม่ยาก อาทิ เรื่องเครื่องแบบรัดติ้วของนักศึกษา เรื่องสาวเต้นโคโยตี้ ฯลฯ แต่ด้วยความเนิบๆ นิ่มๆ ราวกับห่วงสวยของผู้ดำเนินรายการนั่นเองที่ทำให้รายการนี้กลายเป็นยานอนหลับชั้นดีไปโดยปริยาย
ยิ่งมองย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เธอทำหน้าที่เป็น "ฝ่ายรับ" ในรายการ "ตีสิบ" ด้วยแล้ว ต้องบอกว่าสาวแบมยังไม่พร้อมที่จะเป็นตัวหลักสักเท่าไหร่
ส่วนที่ต้องปรบมือให้ก็คือการทำหน้าที่ของพิธีกรรุ่นพี่มากประสบการณ์ "แหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา" ใน "สุริวิภา"(รวมถึงรายการอื่นๆ) และเสียงปรบมือน่าจะดังกว่านี้อย่างแน่นอนหากในบางครั้งบางคราวเธอจะลดดีกรีความดังของน้ำเสียงและท่าทางเวลาดีใจ, การเยินยอแขกรับเชิญ(เฉพาะอย่างยิ่งแขกรับเชิญที่เป็นไฮโซ)หรือแม้กระทั่งความฉูดฉาดของเสื้อผ้าและการแต่งหน้าลงไปบ้าง แต่ที่ค่อนข้างจะหนักไปทางติ๊งต๊องคงต้องยกให้กับรูปแบบของ "ดาวกระจาย" ซึ่งถือว่าน่าเสียดายความสวยและความสามารถของพิธีกรตัวนำอย่าง "นาเดีย นิมิตรวานิช" เป็นอย่างยิ่ง
ปิดท้ายกันที่ "ไอทีวี" หรือที่รู้จักกันในชื่อใหม่ว่า "ทีไอทีวี" ส่วนใหญ่ผู้ดำเนินรายการหญิงของช่องนี้ในเรื่องของฝีไม้ลายมือ ปฏิภาณไหวพริบนั้นต้องถือว่าไม่มีปัญหา แต่ที่น่าคลางแคลงใจก็คือ "วัตถุประสงค์" ในการทำหน้าที่ของคนเหล่านี้
ที่เห็นกันชัดๆ ไม่ต้องใช้หลักการวิเคราะห์อะไรให้ยุ่งยากก็คือรายการ "คืนนี้กับสายสวรรค์" ของพิธีกรหญิงมากรางวัลการันตี "สายสวรรค์ ขยันยิ่ง" ที่ทั้งแขกรับเชิญ ทั้งประเด็นในการพูดคุยส่วนใหญ่นั้นมักจะถูกสรรหามาในลักษณะที่ตรงกันข้ามกับแนวความคิดของรัฐบาลในปัจจุบัน, คมช. รวมไปถึงกลุ่มคน - องค์กรต่างๆ ที่ออกมาต่อต้านกับการกระทำอันส่อไปในทางมิชอบของรัฐบาลชุดที่แล้วอยู่เสมอๆ จนราวกับเป็นการ "หาเรื่อง" กัน
ขณะที่ในส่วนของรายการที่เกี่ยวข้องกับ "บันเทิง" ของช่องนี้ แม้จะมีมากมายทว่าส่วนใหญ่แล้วหาจุดชมได้ยากเหลือเกิน เริ่มที่รายการที่มีดีที่สวยอย่างเดียวอย่าง The Diary
รูปแบบและแขกที่รับเชิญมาออกรายการต้องบอกว่าน่าสนใจแต่ที่ถือเป็นจุดด้อยก็คือตัวของพิธีกรดีกรีระดับนางเอกนักเรียนนอก "ไหม วิสา สารสาส" ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง ความชัดถ้อยชัดคำ รวมถึงจังหวะในการสนทนาและการรับส่งมุกกับแขกรับเชิญหลายครั้งเจ้าตัวมักจะไม่ทันเอาเสียเลย ล่าสุดแม้จะมีการเปลี่ยนมาเป็นพิธีกรคนใหม่มาเป็น "นก สินจัย เปล่งพานิช" แล้ว ทว่าก็ดูจะไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไรยกเว้นการพูดจาที่ชัดขึ้น
"เอิ๊ก พรหมพรม ยุวะเวส" ได้รับฉายา "เจ้าแม่เลื้อย" เมื่อครั้งโด่งดังสมัยอยู่วิกพระราม 4 พอมาใช้มุกเดิมๆ ใน "ต้มยำบันเทิง" ทางทีไอทีวีคนดูเลยไม่มีความตื่นเต้นสักเท่าไหร่ แม้เจ้าตัวจะพยายามสรรหามุมกล้องเปิดตัวที่แปลกตา แหวกแนว และโลดโผน(ชนิดที่บางเทปเห็นลีลาเธอมากกว่าเนื้อหาสาระเสียอีก)แล้วก็ตามที
ไม่ผิดอะไรนักกับการจับคู่กันของ "ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ" และ "ดารุณี กฤตบุญญาลัย" ใน "ปลาเก๋าราดพริก" ขณะที่ "ร้านชำยามเช้า" ของเหล่าอดีตนางสาวไทยทั้ง บุ๋ม ปนัดดา, นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์, หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นั้นต้องถือว่าสอบผ่าน


