xs
xsm
sm
md
lg

“น้องทราย” ลั่นไม่มีพ่อก็ไม่ขาดใจ ท้า “ทิม ยัง” ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ทิม ยัง” ฟังไว้ “น้องทราย” บอกไม่มีพ่อก็ไม่ขาดใจ แถลงด่วนชี้แจงกรณีศาลไม่รับฟ้องพ่อของนักร้องสาว “ทาทา ยัง” บอกจะอุทธรณ์ต่อหรือไม่ขอให้แม่กับลุงจัดการ แต่ไม่ขอเกี่ยวต้นสังกัด น้อมรับคำตัดสินศาล แต่ไม่ใช่แพ้ ย้ำเรื่องจะยุติต้องตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์

เปิดแถลงข่าวด่วน ที่ตึกไอบีเอ็ม สหมงคลฟิล์ม เมื่อช่วง 14.30 น.วันนี้ (29 มี.ค.) ที่ผ่านมา สำหรับนักแสดงสาว “น้องทราย สุภัสสรา เรืองวงศ์” นักแสดงสาวที่ยื่นต่อศาลเกี่ยวกับพ่อของนักร้องสาวทาทา ยัง แต่ศาลยกฟ้องไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียด นายทิม ยัง จะขอแถลงข่าวในลำดับต่อไป แต่ในวันนี้ ทางต้นสังกัดอย่างสหมงคลฟิล์ม จัดให้น้องทรายแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยน้องทรายแถลงข่าวเพียงลำพัง ยันน้อมรับถึงผลทางคดีตามที่ศาลตัดสิน แต่อยากตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์มากกว่า บ่นเหนื่อยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ผู้ใหญ่จัดการหลังจากนี้

“ทรายทราบเรื่องเมื่อเช้า ได้อ่านข่าวเมื่อเช้าค่ะ ก็เฉยๆ ค่ะ แต่ผลที่ออกมาก็ไม่ได้หมายความว่าหนูผิด หรือหนูถูก เพราะว่าผลสรุปที่แน่นอน คือ การตรวจดีเอ็นเอ แล้วนี่ก็ยังไม่ได้มีการตรวจดีเอ็นเอเลย ทรายก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ว่า ทำไมไม่ตรวจ ส่วนตัวทรายพร้อมตลอดอยู่แล้ว แต่ว่ายังไม่ทราบเหมือนกันว่าอย่างไร เพราะไม่มีการเรียกไปตรวจเลย”

“หลักฐานของหนูอาจจะยังไม่แน่นพอ แต่หนูคิดว่าก็น่าจะตรวจนะคะ เพราะหนูคิดว่าการตรวจน่าจะเป็นวิธีทีดีที่สุด เพราะผลออกมาเป็นอย่างไร ถึงตรงนั้นแหละถึงจะรู้ว่าใครผิดใครถูก แน่นอนที่สุด”

“อันนี้คงต้องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่แล้วค่ะ เพราะตอนนี้ ก็คือ มี 2 ทาง 1.ก็คือ เหนื่อยกับเรื่องนี้มาเยอะแล้วก็อยากจะหยุดเหมือนกัน อีกทางหนึ่ง คือ มันก็ยังไม่มีผลที่กระจ่าง และยังไม่มีใครรูว่าผลเป็นอย่างไร ก็ต้องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่แหละค่ะ คือ ตัวหนูอย่างไรก็ได้ หนูพร้อมที่จะตรวจอยู่แล้วแหละค่ะ”

ตัวเราอยากอุทธรณ์ต่อไปมั้ย ?
“เฉยๆ แล้วค่ะตอนนี้ มันเหนื่อยแล้วค่ะ ตอนนี้ทรายเบื่อแล้วค่ะ ส่วนตัวทรายอย่างไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่ผู้ใหญ่ค่ะ ตอนนี้หนูก็ไม่รู้แล้วค่ะ เหนื่อยมาก ก็อยากรู้นะคะว่าผลจะออกมาอย่างไร มันสองจิตสองใจค่ะ มันมีทั้งอยากรู้และไม่อยากรู้ด้วย”

“ทรายไม่อยากให้เป็นเรื่องของต้นสังกัด เพราะว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว นะค่ะ ก็คงหมายถึงคุณแม่น่ะค่ะกับทางโน้น” แต่แม่หนูก็เฉยๆ ค่ะ ไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลย

สำหรับผลการตัดสินที่ศาลยกฟ้องนั้น “น้องทราย” ตนน้อมรับ และคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องออกมารูปแบบนี้ แต่ไม่ยอมแพ้ ส่วนจะอุทธรณ์ต่อหรือไม่ ให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ตัดสินเอง ส่วนการตรวจดีเอ็นเอนั้น ตนพร้อมเสมอ แต่เชื่ออีกฝ่ายไม่กล้าตรวจ บอกอยากรู้ว่าใช่พ่อหรือไม่แค่นั้น แต่ไม่ถึงกับขาดใจถ้าไม่มีพ่อ

“หนูก็คิดอยู่แล้วแหละ ว่า ผลมันต้องออกมาเป็นอย่างนี้ เพราะเรื่องแบบนี้มันมีหลายตัวแปร ก็ยังไม่ได้หมายความว่า แพ้นี่คะ หนูพูดถูกมั้ย ก็คงต้องใช้หลายๆ อย่างประกอบกัน หนูเป็นเด็กน่ะค่ะ หนูก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรมากมาย ตัวหนูคือกระบวนการตัดสินน้อยใจมั้ย มันออกมาอย่างนั้นก็ต้องเคารพในการตัดสินของศาลค่ะ ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะชีวิตหนูก็ไม่ได้มีเรื่องนี้อย่างเดียว หนูต้องเรียนแล้ว ก็ต้องทำมาหากินด้วยค่ะ สำหรับเรื่องนี้หนูก็ไม่รู้แล้วค่ะ เขาว่าหลักฐานหนูอ่อนค่ะ ถ้ามองได้อีกแง่ ก็คือ หนูไม่ได้เตี้ยมหรือวางแผนเหมือนที่หลายๆ คนคิดเอาไว้ ส่วนตัวหนูถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็มาตรวจซิคะหนูพร้อมที่จะไปตรวจ ไปตรวจวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้”

“ลุงก็บอกหนูว่า ไม่ใช่ว่าเราจะผิดนะ เพราะว่าคำตอบออกมาเป็นอย่างนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครผิดใครถูกใช่มั้ยคะ ส่วนตัวหนูอย่างไรก็ได้ค่ะ ทำก็ได้ สู้ก็ได้ แต่สู้ไปก็เท่านั้น ถ้าฝ่ายโน้นเขาไม่ร่วมด้วยกับเรา ฝั่งเราหนูไม่ทราบว่าจะสู้ต่อมั้ย ต้องถามทางผู้ใหญ่ กับทนาย”

“เรื่องคดีเนี่ยส่วนตัวหนูไม่ค่อยรู้เรื่องมากนัก มีฝ่ายคุณลุงมากกว่าที่รู้เรื่องมากกว่า พอดีคุณลุงต้องเข้าเวร ทำงานน่ะค่ะ เอาเป็นว่าหนูพร้อมที่จะตรวจแล้วกันค่ะ มันต้องหลายๆ ฝ่ายช่วยกัน มันจะดื้อฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่หนูคนเดียวจะเอาผลตรวจเลือดไปให้หมอเหรอค่ะ คนเดียวมันไม่ได้อยู่แล้ว ตบมือข้างเดียวมันก็ไม่ดัง ก็ให้ไปตรวจทั้งสองฝ่าย นั่นแหละถึงจะเรียกว่ายุติ ชีวิตมันอย่างนี้แหละพี่ ต้องมีเรื่องให้ลุ้นกันบ้าง ให้พวกพี่ลุ้นกันด้วย”

“ถ้าตรวจดีเอ็นเอก็แค่รู้ผลว่าเป็นพ่อก็พอแล้วค่ะ เพราะหนูดูจากการกระทำก็ไม่ได้เกี่ยวกันมานานแล้วค่ะ ไม่เรียกร้องอะไร ก็เฉยๆ ค่ะพี่ เพราะหนูก็อยู่กับคุณแม่ได้ ไม่ใช่ว่าหนูจะขาดใจนี่คะ ก็ไม่ได้เกลียดหรอก เพราะเราไม่ได้เจอหน้ากันเลย บอกตรงๆ ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลย”

พร้อมโต้ข่าวกรณีโดนมองอยากดังเลยทำตัวเป็นข่าว ยันไม่เกี่ยวโปรโมตหนังที่กำลังจะออกฉาย แต่ที่ต้องออกมาแถลงข่าว เพราะไม่อยากเจอนักข่าวตามตัวจนไม่มีความเป็นส่วนตัว

“ถามตรงก็ได้ค่ะ พี่ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา มันไม่ใช่ค่ะพี่ไม่เกี่ยวหรอก หนูเหมือนชนวน พวกพี่เป็นไฟ ถ้าหนูอยู่เฉยๆ ถ้าพวกพี่ไม่มาจุดหนูก็ไม่ดังใช่มั้ยคะ สังคมไทยมันต้องช่วยกันจุด ช่วยกันเผาแบบนี้ แบบนี้น่ะค่ะ ส่วนตัวว่าถ้าบริสุทธิ์ใจจริงทำไมถึงไม่มาตรวจ”

“ไม่เกี่ยวกับว่าคุ้มไม่คุ้มนะคะ ชีวิตหนูก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แล้วพวกพี่อยากรู้หรือเปล่าล่ะค่ะ ว่าหนูเป็นลูกใคร เหนื่อยแต่หนูก็ทำต่อได้ เพราะหนูก็อยากรู้นะ ...(ถอนหายใจ) หนูก็อยากทำต่อนะพี่ มันจะได้จบๆ ไป แต่เราจะดื้ออยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้นะคะ ทางโน้นเขาก็ไม่ยอม แต่หนูก็คิด”

“ที่หนูมาแถลงข่าว เพราะหนูจะได้ไม่ต้องคอยหนีพวกพี่ไงคะ ถ้าหนูไม่แถลงพวกพี่ก็จะตามหนูต่อไป ใช่มั้ยคะ ชีวิตหนูก็จะไม่เป็นสุข และไม่มีความเป็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับโปรโมตหนังค่ะ ..(หัวเราะ)”

ทรายอยากได้พ่อแบบไหน?
“อยากได้พ่อที่ให้ความรักมากกว่า ไม่ได้อยากได้พ่อที่ศาลบังคับว่ามาเป็นพ่อเรานะ”

มีอะไรจะฝากถึงพ่อมั้ย?
“ไม่มีค่ะ ไม่ได้โกรธนะคะ แต่ไม่รู้จะพูดอะไร ทรายไม่เคยเจอพ่อเลย เจอตอนนั้นแล้วมาถึงวันนี้ก็ไม่ได้คุยกันเลย”
ทราย แม่ และทิมยัง เมื่อสมัยอดีต
กำลังโหลดความคิดเห็น