วุ่นไม่เลิก คู่กรณี “แตงโม” เฉ่งแหลกไม่ใช่เรื่องเล็ก ใครก็ไม่อยากเสียเครดิต โต้นางเอกสาวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไม่ชัดเจน ยันที่ต้องร้องผ่านสื่อ เพราะเคลียร์พ่อนางเอกไม่ลงตัว จ่ายค่างวดช้าถึง 5 ครั้ง เหน็บตัวเองยังค้ำลูกไม่ได้ น่าจะเข้าใจเรื่องเครดิตคนอื่นบ้าง พร้อมฝากถึงนางเอกโตแล้วต้องมีความรับผิดชอบ วอนอย่าลาก “เจนี่” มาเกี่ยว ด้านแม่เจนี่บอกไม่เคยเมาท์ใคร เชื่อนางเอกเบี่ยงเบนประเด็นมากกว่า
ทำท่าจะบานปลายจริงแล้วสำหรับกรณีที่ดาราสาววิก 7 สี “แตงโม ภัทรธิดา พัชระวีรพงษ์” แถลงผ่านสื่อถึงกรณีที่เจ้าของรถเก่าตระกูลแสงสนิท โวยกรณีดาราสาวค้างค่างวดจนทำให้ฝ่ายคู่กรณีเสียเครดิต โดยบอกว่า ที่จริงตนจ่ายช้าเพียงงวดเดียวไม่น่าจะเป็นเรื่อง พร้อมทั้งพาดพิงสาวเจนี่ และมารดาที่เอาเรื่องของตนไปเมาท์ในทางเสียหาย
แต่เมื่อมีการแถลงข่าวออกไป ยิ่งทำให้ฝ่ายคู่กรณีอย่าง “นางจิราพร แสงสนิท” เจ้าของรถบีทเทิล อยากจะชี้แจงซ้ำถึงสาเหตุทั้งหมด ที่เกิดขึ้น อ้างนางเอกดังให้ข้อมูลไม่ครบ จึงขอชี้แจง เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ร้าน Flow พร้อมกับ นายวรพจน์ และ สุนาฎ เพื่อนสนิท ทั้งนี้ ยังยืนยันรถเป็นรถใหม่ป้ายแดง ณ วันซื้อขาย ลั่นดีใจด้วยซ้ำที่ดารามาซื้อรถ แถมยังขอถ่ายรูปไม่นึกจะมีปัญหาภายหลัง แจงผิดชำระตั้งแต่งวดแรก ถึง 5 ครั้ง และใช้รถมาร่วม 11 เดือน
จิราพร : “ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนนะคะที่มาวันนี้ที่จริงมีคนบอกแล้วว่าเจี๊ยบไม่ใช่ดาราแถลงข่าวแล้วใครจะมาฟัง คือ เรื่องแรกที่จะขอพูดคือเรื่องทะเบียนนะคะ เจี๊ยบขอยืนยันว่าเรื่องทะเบียนเนี่ยที่มันต้องมี 2 ทะเบียน เพราะว่าเจี๊ยบจะเปลี่ยนรถใหม่”
“ซึ่งจริงๆ ก็ยี่ห้อเดิม แต่เปลี่ยนรุ่นใหม่ มันจะสิ้นปีแล้ว ก็เลยอยากจะจดทะเบียนคันใหม่ ก็เลยอยากจะมีทะเบียนอันใหม่ จอ 9999 ก็เลยมาจดทะเบียนเอาไว้ ทั้งที่คันเก่ายังไม่ได้โอน ไม่ใช่มีการซื้อขาย หรือรถเก่านะคะ เป็นรถป้ายแดงจริงๆ เราไม่ได้ย้อมแมวขาย แล้วเขากับรับรู้มาตลอด”
"บอกตามตรงว่าดีใจมาก ชอบดารา ชอบคนสวยบอกน้องว่าอยากเจอตัวจริง อยากคุยด้วย อยากถ่ายรูปเป็นที่ระลึก มองน้องด้วยภาพที่สวยงามมาตลอด ที่จริงขายรถไปให้น้องไปวันที่ 15 มีนาคม วันที่น้องเขามาซื้อเนี่ยรถใหม่ค่ะ วิ่งได้รถมาแค่ 800 กิโลเมตรเท่านั้น ที่ต้องมีทะเบียนสองอัน เพราะเราจะเอาทะเบียนสวย 9999 ของเรา น้องเขาต้องได้ทะเบียนใหม่คืออันที่เขาใช้อยู่"
"ล่าสุดทางคุณพ่อขอแถลงข่าวแบบไม่พาดพิงเรา ไม่อะไรทั้งนั้น แต่ฟังแล้วดูจากสื่อเท่าที่มองดูมันบิดเบือนไปมาก คือน้องไม่ได้ชำระช้าแค่ครั้งเดียวนะ มัน 5 ครั้ง ผิดนัดมา 5 ครั้งขอย้ำตรงนี้ ไม่ใช่เอามาพูดเล่นๆ ว่าช้าครั้งเดียวทางเราได้แจ้งไปแล้วว่าต้องรับผิดชอบในเดือนถัดไป วันที่ 1 - 5 ต้องไปจ่าย ไม่งั้นจะโดนปรับด้วย"
"เขาจะมีจดหมายเตือนมาที่เจี๊ยบว่าไปจ่ายเงินหรือยัง มีการขาดชำระ จะได้รับโทรศัพท์จากคอลเซ็นเตอร์ประจำ เราก็รับโทรศัพท์จากเต็นท์ประจำ เราก็เลยบอกไปตามที่น้องได้มั้ย ทีนี้เขาบอกไม่ได้ เพราะว่าเวลากดทะเบียนขึ้นมาเนี่ย กดทะเบียน ส ว 3049ขึ้นมาเนี่ยมันเป็นทะเบียนของคุณจิราพร แสงสนิท เป็นเบอร์โทรเรา ทีนี้ก็มีพนักงานโทรมาทุกครั้ง เราก็อธิบายไปทุกครั้ง"
"แถมเดือนที่เขาซื้อไปเนี่ย เขาไม่ต้องจ่ายด้วยนะคะ ทางเจี๊ยบไปจ่ายแล้ว งวดแรกที่ต้องจ่ายคือ 1 เมษายน ครั้งแรกเขาก็ทำให้เจี๊ยบผิดหวังเล็กน้อย ไปจ่ายวันที่ 21 เมษายน กว่าเงินจะเข้าก็วันที่ 24 เมษาโน่น เราก็เลยบอกผ่านทางเต็นท์ทางน้องชายว่า ให้จ่ายให้ตรงเวลาแล้วกัน ครั้งที่ 2 ก็จ่ายอีกเดือนหนึ่งเลย งวดที่ 3 กับงวดที่ 4 ก็จ่ายรวมกัน ไปจ่ายเอาเดือนกรกฎาคมโน่นเลย ในแต่ละครั้งที่มีเรื่องแบบนี้ก็ได้ประสานทางเต็นท์ให้เร่งรัดให้น้องไปโอนกรรมสิทธิ์ด้วย"
"เรียนตามตรงว่าที่บ้านของเราซื้อรถมาใช้ไม่เคยเสียเครดิตแม้แต่ครั้งเดียวนะคะ ยังบอกพ่อน้องแตงโมเลยว่าลองเช็คข้อมูลได้ ทีนี้ครั้งล่าสุดตอนเดือนธันวาคมเนี่ย พ่อของน้องกับน้องบอกว่าไปเที่ยวปีใหม่กลับมาจ่ายไม่ทัน ทั้งที่จริงๆเซ็นต์เช็คมาตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม แต่ให้ลูกน้องไป แต่ไม่ได้เอาไปจ่ายให้ ก็โกรธคุณพ่อเขานะเลยว่าไปว่านี่คือความรับผิดชอบนะ"
"เรื่องเครดิตของคนที่ไม่เคยเสียเครดิตแม้แต่ครั้งเดียวเนี่ย เชื่อว่าไม่มีใครอยากมีตัวแดง ถ้าติดต่อเข้าไปที่เต็นท์รถแต่เครดิตเก่าเป็นชื่อของเจี๊ยบอยู่ มันจะขึ้นเลยว่าจ่ายช้ากี่งวดมันจะขึ้นเลยว่า 5 งวด อยากให้เข้าใจตรงนี้ด้วย บางคนอ่านหนังสือพิมพ์แล้วงงว่าทำไมงวดเดียวต้องเป็นเรื่องขนาดนี้ ที่จริงไม่ใช่นะคะ สำหรับตัวคุณพ่อเองอาจจะมองว่าการเสียเครดิตแบบนี้มันเล็กๆ"
"แต่ว่าในทางตรงกันข้ามเจี๊ยบมองว่า คุณพ่อมีประสบการณ์ด้านการเงินเป็นอย่างดี การเสียเครดิตของพ่ออาจไม่มีปัญหา คือมันทำให้ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า ทำไมคุณพ่อน้องแตงโม ถึงไม่สามารถมาค้ำประกันให้น้องแตงโมได้ เพราพ่อก็ไม่มีเครดิตมาค่ำน้องเช่นกัน ถึงได้ต้องไปหาผู้ค้ำ จึงอยากให้คุณพ่อ และน้องเข้าใจตรงนี้ด้วยว่า ทำไมพูดว่าขอโทษแล้วเนี่ยถึงได้ไม่จบซักที อยากให้เข้าใจตรงนี้"
ส่วนกรณีดาราสาวพาดพิงถึงนางเอกข้ามช่องอย่างเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับมารดาเม้าท์ตนนั้น ด้านคู่กรณีนางเอกแจงได้เบอร์มาจากคนอื่น และไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเคยทำงานบันเทิงมาก่อน ไม่อยากให้เอามาปนกันเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น
"อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่น้องเขาให้สัมภาษณ์ไปพาดพิงบุคลลที่ 3 คือน้องเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับคุณแม่เขา เจี๊ยบได้ทราบข่าวนี้ ก็ค่อนข้างแรง เหมือนน้องกับคุณแม่ไปยุ่งเกี่ยว มาเม้าท์ว่าเบี้ยวค่างวด วันนี้ขอบอกเลยว่า น้องไม่ได้เบี้ยวค่างวด แต่เป็นการชำระล่าช้า ทำให้เจ้าของเดิมเสียเครดิตค่ะ"
"ใช้ประโยคนี้จะดีกว่าที่ได้ฟังมาทำนองว่าน้องเบี่ยงประเด็นไปทางชู้สาว ถึงแม่ทางตัวน้องเจนี่จะรู้จัก กับทางที่บ้าน เป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายนะคะ ตรงนี้น้องแตงโมไม่น่าเอาน้องเจนี่กับแม่เขามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าอยากจะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ก็เอาไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอื่น เหมือนน้องพยายามจะเบี่ยงประเด็นหรือเปล่า"
"ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันแต่ไม่เคยรู้จักกับแม่น้องเจนี่เป็นการส่วนตัว ไม่เคยมีเบอร์ มาก่อน เจอกันแค่บางครั้งคราว และขอขอบคุณน้องแตงโมที่ทำให้มีโอกาส ขอเบอร์จากทางพี่บั๊ดคุยทางมือถือ ขอโทษน้องไปที่ทำให้ตัวน้องและแม่ลำบาก เราเองก็พร้อมชี้แจง"
"อยากจะบอกว่าพ่อและน้องแตงโมว่าเบอร์ที่ได้มาเนี่ย ได้มาจากเพื่อนสนิท ที่เมื่อก่อนเราเคยทำงานในสายบันเทิงมาก่อน เราทำอีเว้นท์ที่เราเองก็สามารถติดต่อกับใครได้อยู่แล้ว ทางศิลปินดาราก็ร่วมงานกันเป็นประจำ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้เบอร์มาอยากให้เข้าใจน้องเจนี่เสียใหม่ ไม่อยากให้ไปโจมตีน้องเจนี่ อยากให้เข้าใจตรงนี้ด้วย"
พร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าตกลงกันไม่ได้ จึงตามไปหานางเอกดังที่มหาวิทยาลัย ไม่ได้เอาตำรวจไปล้อมจับตามที่นางเอกดังแถลงข่าว...
"เรื่องที่เจี๊ยบเอาตำรวจไปล้อมจับน้องแตงโมเนี่ยไม่ใช่นะคะ วันนั้นเจี๊ยบไปรอน้องที่มหาวิทยาลัย ซึ่งมีคนแนะนำว่าเวลาเจรจาเรื่องแบบนี้เอาคนกลางไปคนหนึ่งมั้ย เอาตำรวจไปคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เอาตำรวจไป 5-6 คนล้อมจับอะไรขนาดนั้น รอน้องเขายังไม่ได้แสดง ทางตำรวจเลยเดินไปแจ้งทางหน้างานว่าเดี๋ยวหลังแสดงเราขอพบน้องแตงโม สื่อเนี่ยไปอยู่อีกที่หนึ่ง"
"ซึ่งเขารู้ว่าการจะเข้ามาสัมภาษณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยเขาก็ขอมาแล้ว เขาก็นั่งรอ พอน้องแสดงเสร็จทางเพื่อนเจี๊ยบก็รออยู่ข้างหน้า แต่เจี๊ยบรออยุ๋หลังเวที ไปรอน้อง เรารออยุ๋คนเดียว ตรงนี้อยากให้เขาระวังคำพูดที่ว่าเราพยายามหลอกล่อน้องออกมา น้องก็บอกว่าหนุจะออกมาได้อย่างไร ตำรวจก้มาล้อมหนุอยุ่ นักข่าวก็มาเต็มเลย ซึ่งไม่มีทางที่ตำรวจจะไปล้อมได้"
"วันนั้นบังเอิญเจอแม่น้องแตงโมด้วย ใครต่อใครก็ให้เล่าเลยเล่าเลย อยากจะรู้ เราก็ไม่อยากพูดตรงนั้น เพราะถ้าพูดตรงนั้นคนเยอะขอคุยกับน้องเป็นการส่วนตัวเพราะถ้าพูดแล้วน้องอาจจะเสียหาย เป็นวันแรกทีได้เจอแม่น้องแตงโมด้วย ตำรวจก็เสนอว่าไปคุยกันที่โรงพักดีกว่าย้ายสถานที่ เพราะมหาวิทยาลัยจะปิดแล้ว ต้องไปตกลงข้างนอก"
"แต่น้องไม่ได้ไปนะคะ เราไปก่อน พอไปถึงทางคุณพ่อจะขอเป็นคนคุย เพราะน้องแตงโมให้พ่อมาแทน ก็เล่าให้ฟังจนจบสารวัตรก็ขอให้ทางพ่อน้องเขาแจ้งว่าจะเอาอย่างไร แต่พ่อไม่คุยประเด็นนี้เลย จะขอลงบันทึกประจำวันอย่างเดียวเลยว่าเราไปรบกวนลูกเขา เจี๊ยบไม่ได้ไปล้อมจับ หรือจะไปให้สื่อถ่ายรูปอะไร ไม่ใช่อย่างที่เขาพูดน่ะค่ะ ไม่ได้ไปเจตนาทำให้เขาเสียชื่อเสียง"
"ทีนี้อยากจะเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าเรื่องราวมันมีอะไรบ้าง ได้รับคำบอกน้องแตงโม ซึ่งก็ผลัดมาตลอด เพราะผลัดมาตลอด รออีกแป๊บนึง ใกล้จะหาคนค้ำได้แล้ว น้องเขาเป็นถึงดาราการเป็นพระเอกนางเอกรายได้เดือนนึงก็ไม่ใช่น้อย เขายังเป็นพรีเซ็นเตอร์อีก"
"หลังจากที่ผลัดมาตลอดเจี๊ยบย้ำไปแล้วว่าอย่าทำอีก อย่าพลาดอีก ล่าสุดก่อนที่จะมีงวดปีใหม่ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้จะเอารถคืนแล้วนะ เราเองก็มีภาระเพิ่มทุกเดือนต้องโทรไปเต็นท์รถว่าเงินเข้าหรือยัง เปลี่บนเชื่อรึยังโอนตั้งนานแล้ว ขู่ไปเล็กๆ ว่าจะเอารถคืนแต่ก็ยังช้าอีก"
"ยกหูไปคุยด้วยตัวเอง จำได้ว่าวันแรกคือ 19 มกราเราก็คุยกันแนะนำตัวเราอยากคุยน้องอาจไม่ทราบข้อมูลว่าคุณพ่อพลาดนัดมากี่ครั้งแล้ว น้องเขาก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง พี่ช่วยคุยกับพ่อได้มั้ย หนูมีหน้าที่อย่างเดียวคือขับรถ"
"เราก็เคืองเล็กๆ ว่าทำไมพูดแบบนี้ เพราะเขาไม่ใช่เด็กแล้ว น่าจะโตได้แล้ว ไม่น่าจะพูดว่ามีหน้าที่แค่ขับรถ เราก็เลยขอเขาบอกว่าให้เอารถมาจอดที่โชว์รูมหรือสถานีตำรวจ หรือเอากุญแจรถคืนไป เพราะเราไม่มีอะไรหลักประกัน ถ้ารถไปชน เกิดอะไรไม่ดีเราก็ต้องรับผิดชอบ ได้คนค้ำเมื่อไหร่ค่อยมาเอา"
"คุยไปคุยมาคุณพ่อเขาบอกว่ารถเราก็ไม่ได้อะไรเลย ขับไปซ่อมตลอด แต่ทุกครั้งที่ซ่อมก็เอาไปจอดไว้ที่เต็นท์ เขาบอกว่างั้นเอาเงินคืนมาให้หมดแล้วเอารถคืนไป เจี๊ยบก็บอกตามตรงว่าของขึ้นเหมือนกัน ก็เลยบอกว่าถ้าจะให้คืนเงินทั้งหมดคงไมได้ เพราะว่าน้องเอารถไปใช้ 10 เดือนแล้ว แล้วก็ทราบข่าวมาว่าน้องเนี่ยเอารถไปชนมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งหนึ่งก็ชนกับเขตต์ ฐานทัพ เขาบอกเขาดูแลค่าซ่อมเองซึ่งทางเต็นท์ซ่อมแซมดูแลรักษาให้หมด"
"เราก็เลยบอกว่าถ้าตกลงไม่ได้จะอย่างไร เราก็เลยขอไปบันทึกประจำวันไว้ที่สน.ทุ่งสองห้องได้มั้ย พ่อน้องแตงโมตอบมาว่า ตามสบายเลยครับ เพราะสื่อมวลชนไม่มีผลกระทบอะไรกับผมอยู่แล้ว ประโยคนี้ประโยคเดียวก็จุดประกายเลย เพราะโมโหลูกเป็นถึงนางเอกทำไมพูดจาดแบบนี้ น้องก็เป็นถึงนางเอก ไม่กลัวเสียเหรอ"
ช่วงท้ายของการแถลงข่าว "นางจิราพร แสงสนิท" คู่กรณียืนยันว่าไม่คิดเอาเรื่องทางกฎหมาย หากแตงดมไม่ออกมาพาดพิงตนเองอีก พร้อมทั้งฝากเตือนสติโตแล้วต้องมีความรับผิดชอบ และให้สนใจแม่บ้างอย่าฟังแต่พ่อเพียงฝ่ายเดียว
"อย่างที่บอกว่าก่อนหน้านี้ได้คุยกับแม่น้องเขาเป็นระยะ คุยตลอด ไม่เคยได้พบหน้าเลย หลังจากที่ทราบว่ามีข่าวลงไป เราให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ 2 เล่มเราก็เล่าให้ฟัง แม่น้องติดต่อเข้ามาหาเจี๊ยบ แม่น้องเขาก็มาขอความกรุณาด้วยความเป็นแม่ ไม่อยากลูกสาวมีเรื่องมีราวใหญ่โต แม่เขาขอแค่นี้ได้มั้ย"
"เราก็เลยบอกว่าไม่แล้วไม่อยากพูดอะไรแล้ว แต่ขอให้แม่เร่งในการโอนให้หน่อย ไม่อยากยืดเยื้อ แต่พอหลังจากที่เป็นข่าวปุ๊บ น้องจะมาบอกว่าเจี๊ยบไปทำร้ายน้องด้วยวิธีนี้ ไม่ได้ อยากให้รู้ว่าไม่มีการให้สัมภาษณ์กับหนังสือไปเนี่ย น้องจะไม่มีวันออกมาโอนให้เจี้ยบ ที่ผ่านมาก็รอมา 10 เดือน เพื่ออะไร ยังไม่รู้ว่าน้องมีเจตนาใช้ชื่อเจี๊ยบต่อไปเรื่อยๆ หรือเปล่า แต่ก็เห็นคุณค่าของสื่อวันนั้นเลย น้องกับคุณพ่อกระตือรือร้นรีบติดต่อเรื่องโอนทันที นี่ทราบจากไฟแนนซ์นะคะ ว่าตกลงได้คนค้ำแล้วนะ"
"ในเบื้องต้นเจี๊ยบก็ให้ทางทนายคุยผ่านคุณพ่อน้องเขาตลอด ไม่ให้มีปัญหากับเราอีก พ่อเขาก็ดำเนินการกับทนายเป็นระยะ เรื่องนี้มันเล็กมากๆ ไม่อยากทำให้มันใหญ่โต ถ้าวันนั้นไม่ได้ออกมาแถลงข่าวพาดพิงจะไม่พูดเลยเพราะได้สัญญากับทางคุณแม่น้องเขาไว้แล้ว"
"ส่วนวันนี้ที่บอกเนี่ย เพราะมันกระทบถึงคนอื่น ท้ายสุดอยากจะบอกว่าน้องอายุ 20 ปีแล้วนะ บรรลุนิติภาวะแล้ว เรียนในระดับชั้นมหาวิทยาลัยแล้ว หันมาใส่ใจเรื่องการเงินของตัวเองบ้าง อยากให้ไปมองคุณแม่บ้างไม่ใช่มีอะไรฉันจะคุยกับคุณพ่อคนเดียว เจี๊ยบเห็นใจคุณแม่น้องที่ไม่มีโอกาสได้คุยกับน้อง แกอยากแสดงความรักและคุยกับน้องบ้าง"
"ซึ่งวันนั้นแม่น้องเขาตั้งใจไปดูน้องเล่นละครเวที เลยได้เจอกัน อยากให้มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่วันนี้ มันหมายถึงวันหน้าด้วย ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว อยากให้รับผิดชอบในทุกเรื่อง อย่าให้กระทบถึงคนอื่น ตอนนี้คงไม่ฟ้องค่ะ ถ้าน้องไม่ออกมาพูดอะไรอีก แต่ถ้าออกมาพูดอีกเนี่ย ก็คงปรึกษาทางทนายอีกครั้งหนึ่ง"
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ผู้เป็นมารดาของสาวเจนี่ก็ได้ออกมายืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักกับสาวแตงโมเป็นการส่วนตัวและไม่ได้โกรธกับกรณีที่เกิดขึ้น ทว่าเจ้าตัวก็ยังบอกด้วยว่าสาเหตุที่นักแสดงหญิงออกมาแถลงข่าวโดยพาดพิงมาถึงตนและลูกสาวก็เพราะต้องการจะเบี่ยงเบนเรื่องของประเด็นข่าวนั่นเอง
"ไม่โกรธ เฉยๆ ค่ะ เพราะไม่รู้จักใครจะไปยุ่งกับเขา เราไม่เคยรู้จักเขา เฉยๆ เพราะไม่รู้จักเขา ให้ไปชี้หน้าว่าคนไหนคือแตงโม เรายังไม่รู้จักเลย ไม่เคยพูดถึง และไม่เคยรู้จักคนชื่อแตงโม รู้แต่ว่ามีดาราชื่อแตงโม แต่ให้มาดูว่าคนไหนคือแตงโม แม่ชี้ไม่ถูกจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะเราไม่ได้อยู่ในวงการ และไม่รู้สึกโกรธกับกรณีดังกล่าว"
"ช่างเขาเถอะ เราเฉยๆ เขายังเด็ก อาจจะยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่โกรธ ที่จริงน้องเจนี่โทรหรือไม่โทรมันก็ไม่เกี่ยว ถ้าเจนี่ให้เบอร์แตงโมไป คุณเจี๊ยบต้องมาขอเบอร์จากน้องเจนี่คนเดียวเหรอ ในเมื่อบริษัทไฟแนนซ์ทั่วประเทศไทย น้องแตงโมเป็นดาราเป็นที่รู้จัก ใครๆ ก็ต้องมีเบอร์เขา ไม่ใช่ว่าเจนี่จะขอได้คนเดียวหรอก"
"ไฟแนนซ์จะตามหาเขา ทำไมต้องโทรหาเจนี่ ประหลาด...อย่างนี้ใครจะตามลูกหนี้ ไม่ต้องโทรหาเจนี่กันหมดเหรอ มันไม่น่าจะเกี่ยวกัน ฉะนั้นเขาไม่ควรจะเบี่ยงประเด็นไปหาคนโน้นคนนี้ เขาควรจะเคลียร์ปัญหาของเขาเอง มันไม่ใช่ปัญหาของคนอื่น มันไร้สาระ ที่พูดชื่อเจนี่คงเบี่ยงประเด็นมั้งคะ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เบี่ยงประเด็นให้คนสนใจคนอื่น ให้นักข่าวไปสัมภาษณ์เจนี่ แทนที่จะไปเจาะที่เขา แม่ไม่รู้ แต่คิดว่าคงไม่รู้จักกัน คงไม่ใช่เพื่อน เพราะตัวแม่เองยังไม่รู้จักเลย"
ไม่หวั่นมองหน้ากันไม่ติด วอนให้แตงโมช่วยจัดการเรื่องตัวเองให้จบดีกว่าอย่าเบี่ยงเบนความสนใจเพราะตนไม่เคยเม้าท์ใคร ออกจะมีนิสัยเก็บเนื้อเก็บตัวด้วยซ้ำ..."เราไม่ได้เกี่ยวอะไรนี่ เราจะไปกลัวเขาทำไม เราไม่รู้เขาเป็นใคร แล้วเราจะไปกลัวเขาเรื่องอะไร มันไม่มีอะไร เขาจะพูดอะไร ก็เรื่องของเขา ฉะนั้นเขาไม่ควรมายุ่งกับเรา ให้เขาไปเคลียร์ปัญหาของเขาให้เรียบร้อยเหอะ อย่ามายุ่งกับเราเลย"
"แล้วไม่น่ากระทบอะไร น้องไม่ได้เกี่ยวอะไร น้องเจนี่ไปเกี่ยวอะไร สมมติว่าถ้าน้องเจนี่เอาเบอร์ไปแล้วยังไง ทำอะไรเขาได้ น้องเจนี่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ แล้วยังไง...แล้วอะไร น้องเจนี่ทำผิดตรงไหน ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ใครๆ ก็ขอเบอร์ใครๆ ได้ ไม่เกี่ยว คนเราทำผิดลงหนังสือพิมพ์ คนอ่านและรู้ทั่วประเทศอยู่แล้ว เรื่องนี้เคยลงหนังสือพิมพ์แล้วไม่ใช่เหรอ เขาจะพูดถึงเจนี่ยังไงก็ช่างเขา"
"เราจะเม้าท์อะไร เราไม่เคยไปไหนเลย เราอยู่แต่บ้าน ไม่เคยไปกอง ไม่เคยไปงานอะไร ไม่เคยเอ่ยชื่อเขา ไม่เคยเห็นเขา ไม่เคยรู้จักเขา แล้วจะไปเม้าท์อะไร แล้วจะไปเม้าท์ให้ใครฟัง กองก็ไม่เคยไป ไม่เคยรู้จักดาราคนไหน เราเป็นคนเก็บตัวจะตาย ไม่เชื่อถามพวกนักข่าวว่าเคยเห็นแม่เจนี่ มานั่งถ่ายรูป เขามาขอแล้วแม่ยอมมั้ย ก็ไม่ยอม แม่ขอเป็นโลกส่วนตัว อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่รู้เรื่องของเขา ช่างเขา เราไม่สนใจ เรื่องของเขา เขาจะพูดอะไรต่อ จบไม่จบก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่เกี่ยวอะไร เราก็ไม่รู้จะพูดอะไร มันไม่ใช่ประเด็น"
เสียความรู้สึกมั้ยกับเรื่องนี้?
"ก็เราไม่รู้จักเขา แล้วจะเสียความรู้สึกทำไม แล้วเราก็ไม่อยากยุ่ง ลูกเราก็ไม่อยากยุ่งหรอก มันไม่เกี่ยวอะไรเลย มันไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องเงินๆ ทองๆ ติดเงินชาวบ้าน แล้วมาเกี่ยวอะไรด้วย ไม่เกี่ยว"


