"น้องทราย" ไม่หวั่นคนตราหน้าเนรคุณ ลั่นไม่ได้ต้องการให้พ่อนักร้องชื่อดัง “ทาทา ยัง” รับรองเป็นบุตรเพราะผลประโยชน์แค่อยากให้สังคมยอมรับว่าตนไม่ได้สร้างกระแสอยากดัง เสียงแข็งให้กี่สิบล้านก็ไม่ต้องการ ด้านผู้จัดการส่วนตัวโต้ข้อหากุข่าวสร้างชื่อ ส่วน "เสี่ยเจียง" เหน็บสื่อชอบทำให้คนตีกัน
กลายเป็นเรื่องที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูทีเดียวกรณีที่ "ทราย สุภัสรา เรืองวงศ์” และมารดานาง "นุชนารถ เรืองวงศ์" ได้ส่งทนายไปเป็นตัวแทนยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อให้นาย "ทิม ยัง" บิดาของนักร้องชื่อดัง "ทาทา ยัง" เซ็นยอมรับตนเองเป็นบุตรโดยยินดีที่จะตรวจดีเอ็นเอหากอีกฝ่ายหนึ่งต้องการพิสูจน์ความจริง
ในวันนี้(20)ระหว่างเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรณรงค์การซื้อเทปผีซีดีเถื่อนร่วมกับเพื่อนดาราในสังกัดและผู้บริหารของค่ายสหมงคลฟิล์มรวมถึงเครือข่ายบันเทิงนักแสดงหญิงหน้าใหม่ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งโดยตอบโต้กระแสข่าวที่ว่าเธออยากจะเป็นน้องสาวของนักร้องดังก็เพราะผลประโยชน์เรื่องเงินๆ ทองๆ และชื่อเสียงว่าไม่เป็นความจริง หากแต่ที่ทำไปก็เพราะอยากจะให้สังคมรู้ว่าความจริงนั้นเป็นเช่นไร ลั่นต่อให้เงินเป็นสิบๆ ล้านก็ไม่เอา
“อกกตัญญูยังไง...ถึงขั้นฟ้องไปเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรอยู่แล้ว แค่อยากรู้ผลเฉยๆ ถึงจะให้ตังค์ทรายก็ไม่เอา 5ล้าน10 ล้านทรายก็ไม่เอา ทรายปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ตอนแรกทรายติดต่อไปแค่ตรวจเฉยๆ ทีนี้สังคมก็รอว่ายังไง จะมาว่าทรายสร้างกระแส ทรายก็อยากรู้ว่าความจริงเหมือนกันว่าใช่หรือเปล่า”
“ส่วนตัวทรายคงไม่คิดบีบเขาน่ะค่ะ ทรายโดนบีบกว่าเยอะ หนูโดนว่าเยอะมากว่าสร้างกระแส ตรงนี้ทรายไม่ทราบเหมือนกัน ก็คุณลุง แม่ ป้า คนในครอบครัวคือทรายก็บอกกับคนในครอบครัวไปว่าอยากรู้ความจริง เขาก็เลยยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลไป คราวนี้มันก็ถึงเรื่องของศาลแล้ว ทรายก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของศาลแล้วกัน”
“ทรายก็เลยบอกว่าไม่ได้อยากให้เป็นพ่อค่ะแค่อยากรู้ผลเฉยๆ ก็ถ้าผลออกมาแล้วผลว่าใช่ คนก็อาจจะมองว่าทรายไม่ได้สร้างกระแสจริงๆ ก็ได้ ไม่ได้พลิกเลยไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย ก็อย่างที่บอกว่าทรายไม่ได้ต้องการให้มารับรองบุตรนะคะ คือถ้าได้อ่านอย่างละเอียดที่ร้องขอไป ทรายไม่ได้ต้องการให้ทางคุณทิมยังมารับรองบุตร ทรายอยากตรวจเฉยๆ คือเราคุยกันดีๆแล้วเขาไม่ออกมาตรวจ ทรายก็เสียใช่มั้ย ทีนี้จะให้ทรายทำอย่างไร ในเมื่อเราติดต่อไปเขาไม่ติดต่อกลับมาเลย”
ถ้าผลออกมาเขาไม่ยอมรับอีกล่ะจะเสียใจมั้ย?
“เสียใจอยู่แล้วแต่เราจะทำอย่างไรล่ะค่ะ ที่จริงถ้าผลออกมาว่าใช่ศาลต้องให้รับรองบุตรอยู่แล้ว แต่ทรายคงบอกไปว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องให้รับรองบุตรก็ได้ค่ะ”
ตอนแรกทำท่าเหมือนเรื่องจะเงียบไป แต่พอมาเซ็นสัญญาสังกัดค่ายกับสหมงคลฟิล์ม ของ "เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ" ก็มีเรื่องฟ้องร้องขึ้นมาเลยหนีไม่พ้นคนวิจารณ์ว่างานนี้ผู้ใหญ่หนุนหลังหรือไม่ เพราะเสี่ยเจียงเองก็เคยพูดมาแล้วว่าต้องการปั้นน้องทรายให้ดังกว่า "ทาทา ยัง" เสียอีก
“ไม่มีค่ะ ไม่มีใครแนะนำอะไร เสี่ยก็ไม่ได้เรียกคุยอะไร ส่วนตัวทรายก็อยากรู้อยู่แล้วน่ะค่ะว่าคนนี้ใบพ่อรึเปล่า ถ้าไม่ใช่แล้วเราจะทำให้เขามาลำบากอย่างนี้ต่อไปทำไม เขาก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต ทรายก็มีชีวิตต่อ เรื่องนี้ไม่เกี่ยว ทรายจะไม่ตรวจก็ได้ ทรายจะปิดข่าวให้เงียบไปเลยก็ได้ ทีนี้คนข้างนอกจะมองทรายยังไง เหมือนกุข่าวขึ้นมาเพื่ออยากดัง ก็ให้รู้ไปเลยว่าใช่ไม่ใช่ ดีกว่าจู่ๆ ก็เงียบไป”
ก่อนเซ็นสัญญาก็ไม่เห็นอยากตรวจเลย?
“จริงๆ เรียกร้องไปนานแล้ว แต่ทางทนายต้องทำหลายขั้นตอนไม่ใช่ปุบปับก็ทำเลย”
ด้านผู้จัดการส่วนตัว “สมุย ไกรสุข” ออกตัวแทนว่าเข้าใจการเขียนข่าวของสื่อมวลชนว่าข่าวไหนขายได้ไม่ได้ พร้อมยืนยันไม่ได้มีการจัดฉากเรื่องน้องทรายเลยตั้งแต่เรื่องหายตัวจนถึงตรวจดีเอ็นเอ ก่อนที่สาวทรายเองจะยืนยันสำทับ
"อย่างเราเคยอยู่วงการบันเทิงก็เหมือนเราเป็นคนวางแผน แต่ความจริงก็คือความจริง เราเข้าใจมุมมองของทุกคนนะว่าจะทำข่าวอย่างไรถึงจะขายได้ ถ้าใครได้สัมผัสตัวของผมกับทรายแล้วจะรู้ว่าไม่ใช่ไม่ได้สร้างกระแส แต่ว่านักข่าวจะเอาข่าวเราก็ยินดีให้ข้อมูล เราจะเลียนแบบคนอื่นก็ได้ แบบถามคำตอบคำแต่เราไม่ทำ คือว่าอยู่วงการเดียวกันมีอะไรก็คุยกันได้ วันนี้วันหน้ายังพึ่งพากันได้”
""ทรายเคยได้ยินค่ะว่าทรายเข้ามาวงการบันเทิงแบบไม่สวยนัก ได้ยินมาเยอะมาก ตอนนี้ทรายเครียดมาก แต่ไม่ใช่จะมายืนยันว่าตรวจดีเอ้นเอแล้วจะทำให้หนทางบันเทิงมันง่ายขึ้น ไม่ใช่นะคะ ก็ย้อนกลับไปเรื่องเดิมว่าทุกคนมองทรายสร้างกระแส ใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่รุ้ ทรายก็ต้องการผลออกมา ถ้าไม่ใช่ก็ว่าเลยค่ะ ว่าเลย ว่าเลย อันนี้ทรายยอมรับ แต่ถ้าผลใช่ทรายก็ถือว่าไม่ได้โกหกสังคม"
ในขณะที่ “เสี่ยเจียง” ผู้บริหารของสหมงคลฟิล์มฯ เผยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวที่ตนไม่ทราบเรื่อง ก่อนจะเหน็บสื่อชอบทำให้คนทะเลาะกัน
"โอ๊ย...อย่าพูดอย่างนั้นเลยน่า พวกคุณน่ะชอบหาเรื่องให้คนทะเลาะกัน ผมไม่รู้เรื่องเขาเลย เป็นเรื่องของครอบครัวเขาเรื่องไปฟ้องผมก็ไม่รู้ เขายังไม่ได้บอกผมเลย คุณอย่าไปคิดอย่างนั้น เขามาเซ็นสัญญาต่างคนก็ต่างคุยกันเรื่องสัญญา ก็ให้เขาปฏิบัติตามสัญญาก็แล้ว เรื่องส่วนตัวก็ไม่จำเป็นต้องมาแจ้งผม เขาอยากจะมาปรึกษาก็มาปรึกษาได้ แต่นี่เขาก็ยังไม่เห็นมาปรึกษา”
ทั้งนี้สำหรับการตรวจดีเอ็นเอของน้องทราย แม่ และนายทิม ยัง หากมีการตรวจกันจริงๆ นั้นนาย “วีระ เรืองรอด” ลุงของน้องทรายเปิดเผยว่าตนอยากให้หมอพรทิพย์เป็นผู้ตรวจเพราะน่าจะมีความยุติธรรมที่สุด
"ที่ต้องเป็นหมอพรทิพย์ เพราะหมออยู่ในนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งขึ้นตรงกับกระทรวงยุติธรรม ก็น่าจะให้ความยุติธรรมกับเราได้มากที่สุดครับ”


