xs
xsm
sm
md
lg

"เอก โอรี" กับ ชีวิตที่ยังติดลบ(อยู่)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ฟุตบอลโลกที่เยอรมันกำลังแข่งกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่บ้านเราเองข่าวคราวที่เกี่ยวกับการพนันก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ โดยหนึ่งในที่ตกเป็นข่าวดังกล่าวที่มีเสียงลือกันอย่างหนาหูก็คืออดีตนักแสดงดัง เอก โอรี" (ยิ่งรักเธอ, กขค โรงเรียนนอก (2539), แดดร้อน ลมแรง ความรักกำลังจะมา (2536),หล่อ ซ่า เซอร์กับเธอผู้หวานใจ (2536)) ที่ว่ากันว่าสาเหตุที่เจ้าตัวหายหน้าหายตาไปจากวงการนานกว่า 4 ปี นั้นเป็นเพราะถูกอุ้มฆ่าเนื่องจากติดหนี้พนันบอล

เจอหน้าเจ้าตัวในงานบวงสรวงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของสหมงคลฟิล์ม เรื่อง “ปืนใหญ่จอมสลัด” อดีตนักแสดงดังเลยถือโอกาสเคลียร์ข่าวที่ออกมาโดยชี้แจงถึงสาเหตุของการหายหน้าไปจากวงการบันเทิงว่าเป็นเพราะการทำธุรกิจส่วนตัวที่ล้มเหลวกระทั่งต้องเป็นหนี้ที่สูงเฉียดล้านบาทนั่นเอง ไม่ได้เกี่ยวกับการเล่นพนันแต่อย่างได

"ห่างวงการประมาณ 3 - 4 ปีได้ ที่ห่างไปเพราะไปธุรกิจของตัวเอง ก็จะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเปิดเป็นร้านอาหาร แต่ไปไม่รอด ก็ปิดไปประมาณ 4 - 5 ปีแล้ว สาเหตุก็เพราะว่าทำไม่ตรงจุดกับตลาด และเราเปิดกระจายมากเกินไป ไม่เปิดที่เดียวทำที่เดียว ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง ตอนนี้ก็ยังเป็นหนี้เพื่อนๆ พี่ในวงการอยู่เลย ก็ร่วมๆ 6 - 7 แสนได้ ซึ่งสำหรับผมก็ถือว่าเยอะมากๆ ถ้าเราไม่มีเงินมาใช้คืนเขา”

ยอมรับช่วงเวลาที่ว่าเป็นช่วงเวลาที่ตนเองมีความเครียดมากๆ ไปของานแสดงก็ไม่มีใครสนใจ แต่มาถึงตอนนี้รู้สึกปลงเสียแล้ว
“ช่วงนั้นเครียดมากแต่ตอนนี้ผมปลงแล้ว เพราะคิดว่าเครียดไปเราก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ปล่อยวางบ้างแล้ว จะใช้วิธีโทร.บอกพี่ๆ เพื่อนๆ ว่าตอนนี้ยังไม่มีงานนะ ยังไม่มีเงินคืนนะขอเลื่อนไปก่อน ช่วงนั้นที่ไหนที่เราเคยร่วมงานผมก็เข้าไปของานทำทุกที่เลย แต่ก็โดนปฏิเสธ อาจจะเป็นเพราะคาแร็กเตอร์ไม่ตรงกับงานด้วย และส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะเขามีคนที่วางตัวไว้อยู่แล้ว”

เผยอย่างไม่อายว่าเคยบากหน้าไปของานทำ+ยืมเงินเพื่อนฝูง จนสุดท้ายรู้สึกอายในความหน้าด้านของตัวเอง พร้อมลั่นแม้ชีวิตเจอวิกฤตหนักแค่ไหนก็ไม่คิดจะฆ่าตัวตายหนีปัญหา ตรงกันข้ามขอฮึดสู้สุดใจเพื่อครอบครัว
“คิดสั้นไม่มีเลยครับ มีแต่มีกำลังใจมากขึ้น เคยไปหาแล้วใช่มั้ย ไม่ได้ก็ไปหาซ้ำอีกครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ไปหาซ้ำๆ จนรู้สึกว่าตัวเองหน้าด้านมากแล้วนะ ทำขนาดนี้ยังไม่มีงานอีกถ้าอย่างนั้นก็อยู่เฉยๆ ใจเย็นๆ ยอมรับว่าท้อมากแต่ไม่ถอย พยายามหาทางอื่น ทางนี้ไม่ได้ก็วิ่งหาเพื่อนๆ ขอยืมตังค์หน่อยนะ เพื่อนๆ เห็นเบอร์โทร.เข้ารู้เลยว่าจะมายืมตังค์”

“ถามว่าเป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดของชีวิตหรือเปล่า ...ก็ไม่ถึงขนาดนั้นเพราะเรายังมีที่อยู่เรายังมีที่กิน ยังมีคนคบ คิดว่าตัวเองยังโชคดีกว่าหลายๆ คนที่เขาไม่เหลืออะไรเลย อาศัยมองดูผู้คนข้างๆ หรือบางทีขับรถผ่านไปเจอคนเก็บของเก่าขาย คนที่หมดเนื้อหมดตัวมากว่าเรา เขายังฮึดสู้เลย ก็บอกตัวเองว่าไม่ถอยต้องอดทนๆ ช่วงนั้นเคยไม่มีเงินในกระเป๋าสักบาทเลยก็มี หยิบยืมจากเพื่อนตลอดก็มีที่เพื่อนไม่ให้ ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจ”

“ดูแลครอบครัวผมพยายามทำสุดความสามารถ เมื่อก่อนเป็นคนไม่ยอมใคร ไม่คิดจะยืมเงินใครเลย แต่ตอนนี้ต้องยอมเพื่อลูก มีทั้งหมด 3 คน คนโต 10 ขวบมีกับแฟนเก่าแต่แฟนเขาดูแลเองก็เลยไม่มีปัญหาอะไร กับคนใหม่มี 2 คน คนโตผู้หญิง 5 ขวบ คนเล็กผู้ชาย 4 ขวบ ภาระก็หนักเอาการ เพียงแต่เราพยายามเก็บความรู้สึกของเราไว้เพราะถึงป่าวประกาศออกไปเดี๋ยวคนโน้นคนนี้ก็พูดไปอย่างนั้นอย่างนี้อีก คนที่ไม่หวังดีเขาก็จะคิดในอีกแง่นึง”

ถือโอกาสโต้เครียดข่าวติดพนันฟุตบอลจนโดนอุ้มฆ่าว่าไม่เป็นเรื่องจริงก่อนจะแจงที่มาของข่าวลือว่าอาจจะเกิดขึ้นเพราะตนเองเป็นคนชอบเล่นฟุตบอลประกอบกับการเป็นหนี้คนเลยอาจจะโยงเป็นเรื่องเดียวกัน พร้อมกับเล่าถึงการกลับมาเล่นหนังเรื่องแรกในรอบ 4 ปี ใน "ปืนใหญ่จอมสลัด" ของสหมงคลฟิล์ม ก่อนขอบคุณไปยังผู้กำกับ “อุ๋ย นนทรีย์ นิมิตรบุตร” ที่ให้โอกาสอีกครั้ง ซึ่งเมื่อถามว่าในตอนนี้ถือได้ว่าเป็นการนับหนึ่งใหม่อีกครั้งได้หรือยัง เจ้าตัวบอกอย่างน่าคิดยอมรับว่าคงจะยัง เพราะชีวิตของตนยังติดลบอยู่

“ช่วงที่ไม่มีงานแรกๆ เพื่อนชวนไปเตะฟุตบอลที่ต่างจังหวัดเพื่อหาเงินไปสร้างวัด หาอุปกรณ์กีฬาไปให้โรงเรียน แต่พอหลายๆ ปากพูดเข้ากลับกลายเป็นว่าผมโดนอุ้มเพราะติดการพนันบอล ผมก็งงว่าคิดออกมาแบบนี้ได้อย่างไง”

“ตอนนี้งานหลักอย่างอื่นไม่มีเลย หนังเรื่องนี้(ปืนใหญ่จอมสลัด)เป็นชิ้นแรกหลังจากที่หายไป พี่อุ๋ยให้ทีมงานติดต่อไปให้มาแคสว่าเหมาะสมกับบทหรือเปล่า ซึ่งพอคาแร็กเตอร์ตรงกับบท พี่อุ๋ยก็เรียกเข้ามา ก็ดีใจที่มีงานเข้ามา ยิ่งพอได้อ่านบทแล้วยิ่งรู้สึกว่าพี่อุ๋ยให้เกียรติเรา มอบบทที่ดีให้เรา ถามรู้สึกที่กลั่นกรองจากสมองเลย ก็อยากให้หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนการปูทางให้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ที่ว่าคนดูจะชื่นชอบหนังมากน้อยแค่ไหนมากกว่า พูดอีกอย่างนึงคงเหมือนเด็กหน้าใหม่ที่ลุ้นว่าจะสามารถแจ้งเกิดได้หรือเปล่า(ยิ้ม)”

“ยังนับหนึ่งใหม่ไม่ได้ครับ เพราะผมยังติดลบอยู่เลย”
กำลังโหลดความคิดเห็น...