"สุกี้ - โจอี้ บอย" ประสานเสียง ไม่มีเจตนานำบทสวดจากคัมภีร์อัลกุรอานมาทำเป็นเพลงแร็พ ยืนยันเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและเตรียมทำหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานจุฬาราชมนตรีอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
กลายเป็นประเด็นที่เป็นที่จับตาขึ้นมาทันที กรณีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของชาวมุสลิมในหลายๆ ส่วนเฉพาะอย่างยิ่งในเว็บไซต์ www.muslimthai.com ถึงความไม่เหมาะสมกรณีการนำเอาหนึ่งในบทสวดจากคัมภีร์อัลกุรอาน ที่ชื่อ “ซูเราะห์อัล-อิคลาส” ไปไว้ในเพลงที่ชื่อว่า “เฉย” ของศิลปินแร็ปชื่อดัง “โจอี้ บอย” ก่อนที่บางส่วนจะได้ทำหนังสือไปถึงสำนักจุฬาราชมนตรีเพื่อร้องเรียนดังกล่าว
ขณะที่ทางฝ่ายนักร้องหนุ่มเองได้ออกมาบอกว่าตนไม่ทราบจริงๆ ว่าได้มีการนำเอาบทสวดไปไว้ในเพลงดังกล่าว และรู้สึกตกใจมากๆ ที่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาเนื่องจากเพลงดังกล่าวเป็นเพลงเก่าที่ตนทำไว้กับค่ายเบเกอรี่ มิวสิค เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้วในอัลบั้มที่ชื่อว่า BANGKOK โดยทางต้นสังกัดอย่างโซนี่ บีเอ็มจี ซึ่งเข้าได้ไปเทกกิจการของค่ายเบเกอรี่ฯ และได้เป็นผู้นำเอาเพลง “เฉย” มาบรรจุใหม่ในอัลบั้มรวมฮิตกระทั่งกลายเป็นข่าวขึ้นมาก็ได้สั่งงดจำหน่ายอัลบั้มดังกล่าวในทันที
นอกจากเว็บไซต์ www.muslimthai.com แล้ว ที่เว็บไซต์ www.muslimcampus.com เองก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้อย่างรุนแรงเช่นกัน โดยแหล่งข่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวมุสลิมบอกกับบันเทิงออนไลน์ว่า โดยส่วนตัวตนเองไม่เชื่อว่าทางนักร้องหนุ่มนั้นจะไม่รู้ว่าเพลงนี้มีบทสวดอยู่ ส่วนจะเป็นเพราะอะไรนั้นตนเองก็ไม่ทราบ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริหารค่ายเบเกอรี่ฯ นั้นล้วนแล้วแต่นับถือศาสนาคริสต์ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งตนก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าหรือจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดความไม่รู้ดังกล่าวขึ้นมา
“อย่างหนึ่งที่ผมว่าก็คือ เรื่องนี้ทางผู้รับผิดชอบเองต้องรีบออกมาชี้แจงหรือว่าทำอะไรทันทีเพื่อให้มันจบลงไป เพราะเราเองก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วจากที่หนังสือพิมพ์ของเดนมาร์กฉบับหนึ่งที่ไปทำการ์ตูนล้อเลียนศาสดามุฮัมหมัด กระทั่งคนที่นับถือศาสนาอิสลามต้องลุกขึ้นมาประท้วงและก็วุ่นวายกันไปทั่วในตอนนี้ อย่างเมื่อวานรู้มั้ยว่ามีมุสลิมในไทยไปประท้วงหน้าสถานทูตเดนมาร์ก ประมาณ 500 คนเลยนะ"
"ซึ่งเรื่องแบบนี้ผมว่าละเอียดอ่อน และเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าสามารถทำให้จบได้อย่างรวดเร็วก็จะดีมากครับ”
สำหรับความคืบหน้าต่อเรื่องนี้ ในวันนี้ที่อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ ทางค่ายโซนี่ บีอีซีเทโร บริษัท แกรมมี่ฯ ต้นสังกัดนักร้องหนุ่ม ทั้ง "สุกี้ กมลสุโกศล แคลปป์” และนักร้องหนุ่ม "โจอี้ บอย" ได้จัดให้มีการแถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวขึ้น โดย "สุกี้" ในฐานะของคนที่ดูแลการผลิตงานเพลง "เฉย" เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตนเอง พร้อมกับแสดงความเสียใจและบอกว่าในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) ตนจะไปยื่นหนังสือถึงองค์จุฬาราชมนตรีอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“เป็นเพลงที่เราทำไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว สมัยที่อยู่กับเบเกอรี่มิวสิค ซึ่งอยู่ในช่วงต้นของเพลง มีดนตรีประกอบซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นบทสวดในคัมภีร์อัลกุรอาน เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการเลือก ที่นำเพลงมาใช้จากแผ่นวีซีดีเวิร์ลซาวนด์ ซึ่งในฐานะนักดนตรีคงรู้จักกันดี ว่าคืออะไร"
"กรณีนี้ผมรู้สึกเสียใจมาก และคงต้องขอโทษชาวมุสลิมทุกคน ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ ผมเองก็ไม่ทราบเรื่องของคัมภีร์อัลกุรอานมาก่อน และไม่ทรายเลยว่ามีบทสวดแบบนี้ ต้องขอโทษชาวมุสลิมทึกคนใน ณ ที่นี้ด้วย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ผมจะไปยื่นหนังสือกับสำนักจุฬาราชมนตรีอย่างเป็นทางการ และการเลือกเพลงครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้เรามีวิจารณญาณในการเลือกเพลงมากขึ้น”
เช่นเดียวกับทางนักร้องหนุ่มที่ขอแสดงความเสียใจในสิ่งที่ทำไป และยืนยันว่าไม่ทราบเช่นกันว่าเสียงดนตรีนั้นคือบทสวดจากคัมภีร์อัลกุรอาน
"ผมร้องเพลงนี้มาตั้งแต่อยู่กับเบเกอรี่มิวสิค ซึ่งตอนนี้ผมก็มาทำงานกับแกรมมี่แล้ว แต่ยังไงเสียผมก็เป็นคนร้องเพลงนี้มา ผมรู้สึกเสียใจมาก แต่ผมก็ขอยืนยันว่าผมเองร้องเฉพาะท่อนเพลงไทย ส่วนท่อนเพลงที่เป็นทำนองอัลกุรอานเป็นท่อนแรกที่เปิดในเพลง"
"แต่อย่างไรก็ตามผมต้องขอโทษชาวมุสลิมทุกท่าน และผมก็เสียใจกับกรณีนี้ และเสียใจทุกครั้งที่เป็นข่าวแล้วทำให้เดือดร้อนถึงสังคม เสียใจกับทุกข่าวที่ออกมากระทบจิตใจคนอื่น แต่ผมก็ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่น ต้องขอโทษชาวมุสลิมอย่างจริงใจ แล้วสำหรับวันพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปสำนักจุฬาราชมนตรีด้วยตัวเอง แล้วจะให้ทางต้นสังกัดอย่างเบเกอรี่ เก็บแผ่นเพลงที่จำหน่ายไปแล้วกลับคืนมา”
สำหรับในส่วนเพลง “เฉย” นั้นได้นำเอาบทสวดของช่วงต้นบท “ซูเราะห์อัล-อิคลาส” ซึ่งเป็นบทที่ 112 ในคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ของศาสนาอิสลามมาใส่ไว้ในช่วงนำ (อินโทร) ของเพลง และเล่นวนซ้ำ 2 รอบ โดยมีเนื้อหาดังนี้ คือ ... บิสมิลลาฮิรเราะห์มาน นิร รอฮีม (ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ), กุลฮุวัลลอฮุอะฮัด (จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) พระองค์อัลลอฮ์คือผู้ทรงเป็นหนึ่งเดียว), อัลลอฮุสซอมัด - อัลลอฮ (ทรงเป็นที่พึ่งของโลกทั้งผอง) (ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.thaiislamic.com/ShowSurah.asp?SurahNo=112)


