หลังจากออกแถลงข่าวเมื่อวานถึงวีซีดีฉาวว่า ยังไม่ได้ดูคงตอบคำถามได้ไม่มากนัก มาวันนี้ "โจอี้บอย" นักร้องแร็พชื่อดังก็เปิดแถลงข่าวอีกรอบพร้อมกับ "ประธาน สมฤดี" และ "ชัชวาล เฟื่องคอน" ผู้จัดการฝ่ายนิติกรรม และผู้จัดการฝ่ายกฎหมายบริษัทแกรมมี่ ภายหลังจากที่ได้ดูวีซีดีดังกล่าว โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ภาพที่อยู่ในวีซีดีนั้นเป็นตัวเองจริงๆ พร้อมทั้งเปิดเผยถึงเหตุการณ์ในวีซีดีว่า...
"เมื่อคืนนี้ผมได้ให้น้องๆ ไปหาวีซีดีมาให้ดู แล้วผมก็ไปนั่งดูกับพ่อแม่ซึ่งเห็นเป็นตัวผมเนี่ยแหละ ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เหตุการณ์นี้มันเกิดเมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้ว เป็นงานวันเกิดของเพื่อนของเพื่อน เจ้าของวันเกิดซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนผม เค้าไหว้วานให้ผมไปร้องเพลงอวยพรวันเกิดที่ราชบุรี"
"พอไปถึงปุ๊บสาวๆ ที่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นบางคนก็แก้ผ้าต่างก็วิ่งมาหาผม เค้าก็เรียกโจอี้ๆ ซึ่งผมมารู้ภายหลังว่าสาวๆ เหล่านี้เป็นคณะจ้ำบ๊ะมาแสดงวันเกิด ตอนแรกผมก็ตกใจประหลาดใจ พยายามปลีกตัวออกมา ผมอยู่ในงานไม่นานไม่ถึงชั่วโมง ผมเห็นแล้วรู้สึกว่าไม่น่าอยู่เพราะคิดว่าคงไม่มีโอกาสไปร้องเพลงแน่ พออวยพรวันเกิดเสร็จผมก็เลยบอกเจ้าของบ้านและขอตัวกลับ"
โจอี้ยืนยันว่าไม่ได้อยู่ร่วมงานตั้งแต่ต้นและโดยส่วนตัวก็ไม่สันทัดเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว....
"ในช่วงแรกของวีซีดีถ้าใครดูจะเห็นว่าผมไม่ได้อยู่ในงาน ผมมาช่วงหลังพอมาถึงผู้หญิงที่เต้นอะโกโก้ซึ่งเป็นแฟนเพลงของผมเค้าก็วิ่งเข้ามา จากนั้นพอโชว์จบเค้าก็มานั่งตักผม ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมไม่ถนัดทำอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว ผมพยายามจะเลี่ยง"
ส่วนกรณีที่หลายๆ คนตั้งข้อสงสัยว่า งานนี้อาจมีการเสพยาหรือสิ่งของมึนเมาโจอี้ยืนยันว่า แค่ดื่มเหล้าพอเป็นพิธี...
"ผมดื่มเหล้าชนแก้วพอเป็นพิธีเพื่ออวยพรวันเกิดมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ยืนยันว่าไม่ได้เมาเพราะเวลาทำงานผมจะไม่ดื่มเหล้าเดี๋ยวทำงานไม่จบ ส่วนเรื่องที่ทางเจ้าภาพมีการบันทึกภาพผมไม่สนใจ แต่ตกใจน้องๆ ที่ไม่ใส่เสื้อผ้ามากกว่า ผมรู้ตัวว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องราวใหญ่โต"
สำหรับปฏิกิริยาผู้ใหญ่ในแกรมมี่ต้นสังกัดโจอี้นั้นเจ้าตัวบอกว่า ทุกคนค่อนข้างเข้าใจ
"ทุกคนดูกันหมดแล้ว พ่อแม่ผมก็ดูแล้ว เค้าก็บอกว่า เออ เอ็งก็ไม่ได้ทำอะไรนี่หว่า พี่นักข่าวก็คงจะดูแล้ว ก็คงเห็นว่าผมไม่ได้ทำอะไร ผมไม่ได้แก้ตัว ผู้ใหญ่ทางแกรมมี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมอยากให้เรื่องนี้เปิดเผยออกมา ใครทำผิดก็ควรได้รับความผิด ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ผิดก็เลยอยากออกมาพูด ผู้ใหญ่เองเค้าก็เข้าใจ เค้ามอบหมายให้ผมเป็นผู้บริหารบริษัท ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเค้าไว้ใจเรา"
นอกจากนั้นแล้วโจอี้ก็ยังเปิดเผยว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่แม้ที่ผ่านมาทางตำรวจกองทะเบียนจะให้สัมภาษณ์ว่าวีซีดีดังกล่าเข้าข่ายอนาจาร
"ถ้าตำรวจเรียกเข้าไปผมก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ในขั้นแรกอยากจะพูดให้ทุกคนรู้ว่าอยากพูดให้ทุกคนเข้าใจ ส่วนเรื่องอนาจารนั้นใครที่ดูในวีซีดีจะเห็นว่าผมไม่ได้ทำอะไร เรื่องอนาจารน่าจะเป็นคนที่โชว์มากกว่า"
ส่วนเรื่องการดำเนินคดีผู้ที่นำวีซีดีดังกล่าวมาเผยแพร่คงต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมาย นอกจากนั้นแล้วโจอี้ก็ยังฝากขอโทษไปยังแฟนเพลงทุกคนด้วย
"ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าใครเป็นคนปล่อยภาพ ในส่วนของการฟ้องร้องก็คงต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายก่อน ยังไงผมก็ตกเป็นเหยื่อของขบวนการวีซีดีเถื่อนไปแล้ว การฟ้องร้องมันอยู่นอกเหนือ ผมไม่อยากให้เกิดกับใครอีก ในเมื่อภาพออกมาแบบนี้ผมก็อยากจะขอโทษทุกคนที่เอาตัวไปอยู่ในที่อโคจร ดูยังไงมันก็ไม่น่าจะ แต่ถ้าเป็นไปได้ย้อนเวลากลับไปได้ผมก็จะพยายามเอาตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด คงไม่ปล่อยไว้นานขนาดนั้น"
"ต่อไปคงต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาผมก็ระมัดระวังตัวมาตลอดอยู่แล้ว ในการทำงานของผม ผมต้องเป็นตัวอย่างต้องเป็นต้นแบบให้กับน้องๆ หลายๆ คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องสุดวิสัย ผมมีหน้าที่ไปพบปะผู้คนก็คงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม โดยส่วนตัวผมก็ไม่เที่ยวผับมา 2 ปีแล้ว ผมโตแล้ว ผมเปลี่ยนแปลงชีวิตผมค่อนข้างเยอะ ผมเคยแต่งเพลงในผับตอนนี้ก็เลิกแล้ว ผมทำงานเป็นผู้บริหาร ผมเลิกดื่มสุราและในวันเกิดปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะเลิกสูบบุหรี่"
ส่วนฝ่ายกฎหมายก็ได้กล่าว...
"คงต้องไปดูในรายละเอียดและประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองทะเบียนก่อนว่า ตรงนี้สามารถดำเนินการพิจารณาไปถึงต้นตอผลิตได้ยังไงหรือเปล่า ส่วนกรณีที่รองวิสุทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการเรียกตัวโจอี้บอยมาให้ข้อเท็จจริง ผมก็ได้สอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ปรากฎว่าทางตำรวจต้องการปราบปรามขบวนการวีซีดีลามก ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับโจอี้ถ้าเค้าเรียกตัวมาเราก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่"


