xs
xsm
sm
md
lg

DOGFIGHT : อีกบทที่น่าจดจำของริเวอร์ ฟีนิกซ์

เผยแพร่:   โดย: ธีปนันท์ เพ็ชรศรี


ริเวอร์ ฟีนิกซ์ เสียชีวิตในคืนของวันที่ 31 เดือนตุลาคม ปี 1993

เขาล้มลงหน้าคลับไวเพอร์ รูมของจอห์นนี เดปป์ ระหว่างที่เพื่อนๆ ของเขาหลายคนอยู่ในอารมณ์เฮฮาสนุกสนาน เขาสลบไปเฉยๆ เสียอย่างนั้น และไม่ฟื้นขึ้นมาอีก ผลการชัณสูตรระบุชัดว่าฟีนิกซ์ใช้สารเสพติดมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว

หลังจากเขาตาย เพื่อนสนิทและแฟนหนังต่างพากันพร่ำร้อง ถ้าวันนั้นเขาไม่ออกไปนอกบ้าน หรือถ้าเพียงแต่เขาไม่ใช้ยาอย่างที่เขาเคยต่อต้านมันมาตลอด เหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

แต่ไม่ว่าจะพูดกันอีกสักกี่ถ้า - - ริเวอร์ ฟีนิกซ์ก็จากไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ

นับจนถึงวันนี้ครบ 11 ปี ชื่อของนักแสดงหนุ่มผู้มากความสามารถเริ่มจางหายไปจากความทรงจำของผู้ชม อาจเพราะอารมณ์ของยุคสมัยที่ไม่ได้ทำให้การจากไปของเขากลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตเหมือนกับที่ เจมส์ ดีน เป็น ทั้งๆ ที่หากจะพูดกันเรื่องผลงานแล้วฟีนิกซ์ก็มีเครดิตสะสมชนิดไม่น้อยหน้า

ดูเหมือนจะเป็นจอห์น วิลลิส เจ้าของหนังสือ Screen World ที่บอกว่า ถ้าฟีนิกซ์ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะเป็นซูเปอร์สตาร์ในระดับเดียวกับแบรด พิตต์ เหตุผลนั้นมาจากผลงานในรอบไม่กี่ปีที่เข้าวงการ ไม่มีนักแสดงวัยรุ่นคนไหนได้บทดีและได้ร่วมงานกับผู้กำกับระดับแนวหน้าบ่อยเท่ากับเขา

บท คริส แชมเบอร์ ใน Stand by Me (1987, ร็อบ ไรเนอร์) น่าจะเป็นบทที่ทุกคนชื่นชอบมากที่สุด คริสเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ มีพ่อเมาหยำเปไร้ความรับผิดชอบ เขาเลยกลายเป็นผู้ใหญ่เกินตัวและพยายามปกป้องคนที่เขารักในแบบที่เขาไม่เคยได้รับมันมาเลย

คริส แชมเบอร์ เป็นบทที่โรแมนติก ร็อบ ไรเนอร์ ให้คนดูเห็นฟีนิกซ์ครั้งสุดท้ายด้วยการเลือนภาพของเขาให้หายไปหลังจากที่เสียงบรรยายเล่าว่า คริสโตขึ้นเป็นทนายสมใจ แต่การพยายามทำสิ่งผิดให้กลายเป็นถูกของเขา ด้วยการไปช่วยไกล่เกลี่ยคนทะเลาะกันในบาร์ ทำให้เขาต้องแลกมันมาด้วยชีวิต หนังบอกให้รู้อย่างเป็นนัยว่า บางทีโลกก็โหดร้าย โดยเฉพาะกับคนดีๆ

ผมคิดว่าที่คนทั่วไปชอบตัวละครคริส เพราะเขาดูเป็นพระเอกจริงๆ และการจากไปของเขาก็ดันพ้องกับชีวิตจริงของริเวอร์ ฟีนิกซ์จนน่าใจหาย ผมเองก็ชอบบทนี้ และรู้สึกเศร้าทุกครั้งที่ได้ดูฉากที่เล่ามา

ริเวอร์ ฟีนิกซ์สำหรับผมแล้วคือไอดอลแบบเดียวกับที่เคิร์ต โคเบนเป็น ผมเพิ่งอยู่ม.ต้นเองตอนที่ทั้งคู่จากไป มันเหมือนกับเรามีความสุขกับอะไรอยู่ครู่หนึ่งแล้วสัจธรรมของโลกก็สอนเราว่า "ความสุขมันก็แค่นี้แหละ" คล้ายๆ กับตอนที่เห็นดาวตก มันสว่างวาบอยู่ครู่เดียวจนพอผ่านไปก็ไม่แน่ใจแล้วว่า มันเกิดขึ้นตรงไหน

บทบาทของฟีนิกซ์ที่ผมชอบมากที่สุดไม่ใช่บทคริส แชมเบอร์ แต่เป็นบทธรรมดาๆ ที่อยู่ในหนังเล็กๆ เรื่อง Dogfight หนังปี 1991 ของผู้กำกับแนนซี ซาโวคา

ฟีนิกซ์เล่นเป็น เอดดี เบิร์ดเลซ พลทหารหน้าใหม่ที่เฮโลสมัครเข้ากองทัพไปเวียดนามด้วยเหตุผลเพราะ "ใครๆ เขาก็ไปกัน" และด้วยความคิดแบบนี้ เหล่าทหารทั้งกองฯ ก็ดูจะไม่มีใครเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวสักคน พวกเขาเป็นแค่วัยรุ่นคึกคะนองที่ยังไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้าบ้าง

ระหว่างรอรวมกำลังพลเพื่อจะมุ่งหน้าไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใครคนหนึ่งเสนอว่าน่าจะจัดปาร์ตี้ส่งท้ายก่อนออกรบ กติกามีอยู่ง่ายๆ - หาคู่เดตที่หน้าตาน่าเกลียดมา ใครควงสาวขี้เท่อมาถูกใจเพื่อนๆ มากที่สุดก็รับเงินพนันไป

เอดดีไปเจอเอาสาวเสิร์ฟคนหนึ่งที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ผมเธอป่องพองอย่างกับรังนก หน้าตานั้นก็ห่างไกลจากคำว่าสวย การพูดการจาดูเคอะเขิน และเธอก็บอก - อย่างไม่ดูเลยว่าเข้ากับบุคลิกของตัวเองหรือไม่ - ว่า "ฉันชื่อโรส"

โรส (ลิลี เทย์เลอร์) เป็นสาวเก็บตัว วันๆ นอกจากง่วนช่วยงานร้านอาหารของแม่แล้วก็ไม่เคยได้ออกไปไหนเลย เพราะเหตุนี้เธอเลยไม่ไหลไปตามกระแสอย่างที่เด็กสาวในยุคสงครามเวียดนามเป็น เธอเล่าให้เอดดีฟังว่า เธอชอบดนตรีและพยายามหัดเล่นกีตาร์อยู่ เธอพูดถึงโจน บาเอส พีท ซีเกอร์ พูดถึงบ็อบ ดีแลน คนที่เขาไม่รู้จักเลย

หนังสอนบทเรียนสั้นๆ ให้กับเด็กหนุ่มในคืนนั้นว่าเขาจะไปตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ โรสเป็นผู้หญิงประเภทที่ไม่ได้มีไว้คบประเดี๋ยวประด๋าว แต่เธอเป็นคนที่ผู้ชายต้องใช้เวลาในการมองและคบหา เมื่อถึงเวลาความสวยของเธอจะฉายออกมาเอง

แต่บทเรียนข้างต้นก็ยังถือว่าเบาะๆ เมื่อเทียบกับที่เอดดีได้รับที่เวียดนาม เขาสูญเสียเพื่อนรัก และแน่นอน สูญเสียความเยาว์วัยของตัวเอง - ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องสนุกสนานอีกต่อไปแล้ว

ผมเคยนึกถามตัวเองว่า ทำไมถึงชอบหนังเรื่องนี้ (และหยิบมาดูซ้ำค่อนข้างบ่อย) ผมสันนิษฐานเอาว่าคงชอบวิธีการเล่าเรื่องของซาโวคาที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ คงชอบการแสดงของทั้งฟีนิกซ์และเทย์เลอร์ที่เป็นธรรมชาติมากๆ หรืออาจจะชอบเพลงประกอบเพราะๆ ที่หนังใส่เข้ามา

สุดท้ายผมสรุปเอาว่าผมคงชอบเพราะบทเอดดี เบิร์ดเลซของฟีนิกซ์ นั้นชวนให้ทอดถอนหายใจ หนังจบลงโดยให้เอดดีรอดชีวิตกลับมาถึงอเมริกาอย่างไม่น่าเชื่อ ที่นี่แทบไม่มีใครยินดีต้อนรับ "วีรบุรุษ" เลย ยกเว้นโรส ที่เธอเห็นเขาในสภาพที่ต่างออกไปแล้วนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะสวมกอดเขาอย่างแผ่วเบา

ใจจริงผมอยากให้ริเวอร์ ฟีนิกซ์เป็นอย่างเอดดีบ้าง คือไปสนามรบเสียนาน แต่สุดท้ายก็รอดชีวิตกลับมา - - ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้

ความจริงที่ไม่มีช่องโหว่ก็คือริเวอร์ ฟีนิกซ์ได้จากไปแล้ว และไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีกด้วย