เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเป็นเรื่องอย่างยิ่งสำหรับการจากไปของ "สมชาย จันเจือ" หรือ "โจ้ มกจ๊ก" ตลกแคระหนึ่งในสมาชิกของคณะ "เหลือเฟือ มกจ๊ก" หลังถูกก้อนหินจากแก๊งมอเตอร์ไซค์อันธพาลทุ่มเข้าใส่ที่ศีรษะอย่างจัง เหตุเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมาบริเวณ ถนนสายเอเชีย กม.72 ก่อนถึงห้างสรรพสินค้าโลตัส จ.อยุธยา
หลังพยายามช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถของแพทย์ ร.พ.ราชธานี เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ตลกแคระผู้โชคร้ายก็สิ้นลมหายใจ
"ถ้าโดนคนขับผมว่าก็อาจจะไปเกือบทั้งคณะ" เสียงจาก "ไก่ สุพจน์ ขวัญดี" ตลกแคระเพื่อนซี้ของโจ้เปิดเผยกับทีมข่าวบันเทิงของ MGR Online
ไก่ที่นั่งรถมากับหัวหน้าคณะ "เหลือเฟือ" โดยขับตามหลังรถตู้คันที่เกิดเหตุเล่าต่อไปว่าหลังจากเสร็จจากการแสดงที่พระราม 9 คาเฟ่ประมาณ 4 ทุ่ม ทางคณะฯ ได้ก็เดินทางออกจากกทม.เพื่อที่จะไปทำการแสดงต่อที่จังหวัดลำปางและได้แวะเข้าที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพื่อรับประทานอาหาร
"ปรากฏว่าที่ปั๊มนั้นไม่มีร้านข้าว พอเสร็จธุระที่ปั๊ม ขับรถไปได้ระยะหนึ่งก็มีมอเตอร์ไซค์ขับสวนย้อนศรขึ้นมาแล้ว เปิดไฟสูงเข้ามาเลย เป็นพวกวัยรุ่น ก็มีคนหนึ่งขว้างก้อนหินก้อนใหญ่ทะลุกระจกด้านหน้าเข้ามาไปถูกโจ้ซึ่งเขานั่งอยู่แถวที่สองหลังคนขับ"
ไม่รู้จักกัน ไม่มีเรื่องบาดหมาง ทั้งหมดเกิดจากความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว
"ยืนยันเลยครับว่าไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครทั้งนั้น โจ้เขาเป็นคนรักสนุก ร่าเริง นิสัยดีมากๆ ไม่ทานเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แล้วก็ไม่มีเรื่องของการพนันอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน"
เป็นการตายที่ไร้สาระแต่นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ต่อเพื่อนฝูงที่ได้รับทราบข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัว "จันทร์เจือ" ของเขา
"โจ้ มกจ๊ก" พื้นเพเป็นคนจังหวัดหนองคาย อำเภอเซกา ต.ท่าสะอาด เริ่มต้นเข้าสู่แวดวงของคนบันเทิงด้วยการเป็นตลกอยู่ในคณะหมอลำของ "เฉลิมพล มาลาคำ" ก่อนจะเข้ามาอยู่ที่คณะตลก "เหลือเฟือ มกจ๊ก" เมื่อประมาณ 4 ปีทีแล้วตระเวนเล่นตามคาเฟ่และรายการทีวีต่างๆ
"โจ้" แต่งงานแล้วมีภรรยา(ซึ่งเป็นคนแคระเหมือนกัน)ชื่อ "จอน สุภาพิชญ์" มีทายาทเป็นบุตรสาววัยเพียงหนึ่งขวบกับอีก 7 เดือนชื่อว่าน้อง "เจนนี่" จากปากคำของเพื่อนๆ บวกกับเรื่องราวของครอบครัวที่เขาถ่ายทอดออกมาในรายการ "ตีสิบ" เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมาถ้าใครได้รับรู้ก็จะเข้าใจว่าแม้ร่างกายของพวกเขาจะไม่สมบูรณ์แต่ความรักของตลกแคระคนนี้อบอุ่นที่สุด
ด้วยความที่รู้จักสภาพร่างกายทั้งของตนเอง ภรรยา และบุตรสาวที่ไม่ปกติเหมือนกับคนอื่นๆ ความฝันอันสูงสุดของตลกแคระคนนี้จึงไม่ได้ยิ่งใหญ่และทะเยอทะยานมากมายนัก โดยเขาหวังเพียงจะเก็บเงินสักก้อนหนึ่งไปซื้อที่ดินเพื่อทำร้านขายของชำสักร้านหนึ่งที่บ้านเกิดเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับที่จะสร้างความสุขให้กับครอบครัวเล็กๆ ของเขา
"รักมากๆ ครับเป็นคนรักเมียรักลูกมากๆ คือบอกตรงๆ ว่าทั้งคณะเนี่ยยังทำใจกันไม่ได้เลย ส่วนเรื่องครอบครัวของเขาไม่มีปัญหาเพราะพวกเราเหมือนครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ไม่ทิ้งกันแน่นอน"
สำหรับศพของตลกแคระผู้โชคร้ายนี้ตั้งอยู่ที่วัดนครชื่นชุ่ม พุทธมณฑลสาย 4 และจะมีการสวดพระอภิธรรมไปจนถึงคืนวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคมก่อนจะทำการฌาปนกิจในวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน โดยในคืนวันนี้ (26 ตุลาคม) ทางทีมงานของรายการ "ตีสิบ" ซึ่งมีความสนิทสนมกับตลกแคระผู้นี้(เนื่องจากเจ้าตัวไปเล่นตลกที่รายการเป็นประจำ ล่าสุดก็คือเทปที่ออกอากาศในวันที่ 6 ตุลาคม) ในฐานะของเจ้าภาพก็จะได้ถ่ายทอดบรรยากาศจากที่วัดให้ได้รับชมกันในรายการคืนนี้ด้วย
ส่วนความคืบหน้าทางด้านคดีนั้นรายงานล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนร้ายได้แล้วเป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 17 ปีโดยเจ้าตัวสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ขับขี่ รถจยย.มากัน 3-4 คัน เพื่อกลับบ้านในมือถือก้อนหินมาเพื่อที่จะเตรียมไว้ขว้างสุนัข เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ได้มีรถตู้ขับสวนทางมา และเปิดไฟสูง จึงเกิดรู้สึกหมั่นไส้ และได้ขว้างก้อนหินใส่รถคันดังกล่าวไป ไม่ได้ตั้งใจจะทำเพื่อชิงทรัพย์และก็ไม่รู้ว่าก้อนหินจะกระเด็นเข้าไปถูกคนที่นั่งอยู่ในรถจนเสียชีวิต


