วันจันทร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมามีงานสัมนางานหนึ่งที่น่าสนใจ
เป็นงานสัมมนาวันเยาวชนแห่งชาติ เรื่อง "เสียงสะท้อนจากเยาวชน" โดยมีตัวแทนสมัชชาเยาวชนจากทุกภาคเข้าร่วม งานจัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
เรื่องพูดคุยในวงสัมนาที่ฮิตมากๆ ก็หนีไม่พ้นเรื่องเซ็กซ์ของวัยรุ่น
เห็นแล้วก็น่าตกใจและฟังดูเกินกว่าที่ผู้หลักผู้ใหญ่จะเข้าใจเพราะว่ามีทั้งเรื่องค่านิยมของการเปลี่ยนคู่นอน วัยรุ่นสาวยุคใหม่ใจกล้าจีบผู้ชายก่อน การแสดงออกทางเพศอย่างเปิดเผยใช้โรงเรียนแทนโรงแรม เรื่อยไปจนถึงเรื่องของครูตุ๊ดที่ใช้เกรดล่อบังคับนักเรียนชายมีเซ็กซ์, ความคิดของเด็กบางส่วนที่เข้าใจผิดว่าการเล่นหนังโป๊จะทำให้ตนเองมีเงินมีชื่อเสียง ฯลฯ
เช้าวันเดียวกันก็มีข่าวที่เกี่ยวข้องกันเมื่อเด็กสาววัย 19 คนหนึ่งได้เข้าแจ้งความว่าตนเองถูกสองวัยรุ่นเพื่อนสาวล่อลวงไปให้เพื่อนชายอีกกว่า 10 กว่าคนเรียงคืวข่มขืนก่อนจะคว้าเอาเงินสด 2 พันบาทและสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงไปด้วยโดยเหตุเกิดขึ้นที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ใกล้ๆ กับโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม
ที่น่าสนใจก็คือคำให้การของฝ่ายหญิงที่บอกว่าเพิ่งจะรู้จักกับหญิงวัยรุ่นทั้งสองได้ไม่นานแต่ก็เชื่อใจถึงขนาดที่ออกมานั่งเล่นในช่วงตีสอง!!
เรื่องทำนองเดียวกันแต่เป็นที่อเมริกา
ที่นั่นมีรายการผลการศึกษาพฤติกรรมการดูโทรทัศน์กับกิจกรรมทางเพศออกมาด้วยวิธีการสอบถามจากหนุ่มสาวอายุ 12 - 17 ปีจำนวน 1,792 คน พบว่าเนื้อหาเรื่องเพศในรายการโทรทัศน์นั้นถือได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ให้เด็กหนุ่มสาวเริ่มที่จะสนใจจะมีเพศสัมพันธ์และกิจกรรมทางเพศอื่นๆ ก่อนวัยอันควร
ว่ากันว่าโดยเฉลี่ยแล้วเด็กสหรัฐฯ จะดูโทรทัศน์ 3 ชั่วโมงต่อวัน และ 2 ใน 3 ของรายการโทรทัศน์ปัจจุบันที่ออกอากาศในช่วงที่เด็กนิยมดูนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศซึ่งวัยรุ่นของเขาที่ดูโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาทางเพศบ่อยๆ นั้นจากการสำรวจพบว่ามีโอกาสที่จะเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าวัยรุ่นทั่วๆ ไปเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว
กลับมาที่บ้านเรา...แม้จะไม่มีการทำสำรวจเรื่องนี้เหมือนกับอเมริกาแต่ใครจะปฏิเสธบ้างว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในทีวีบ้านเรามานานเป็นสิบยี่สิบปีทั้งละครที่มีฉากเซ็กซ์ (เนื้อหาพูดถึงแต่เรื่องแย่งผู้ชาย - ผู้หญิง), รายการทีวีที่มีพิธีกร/ดารารับเชิญแต่งตัวเปิดโน่นนิดโชว์นี่หน่อยชอบพูดจาสองแง่มสองง่าม เกมโชว์ที่ทำให้คนเพ้อฝันอยากจะแต่งตัวหล่อๆ สวยๆ ไปทำบ้าๆ บอๆ แลกเงินหมื่นเงินแสน
รวมไปถึงโฆษณาที่มีแต่ของฟุ่มเฟือย สอนให้อยากใช้ของฟุ้งเฟ้อเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนที่หล่อหลอมให้เด็กบ้านเรา(บางส่วน)ให้กลายเป็นวัยรุ่นที่มีค่านิยมมีความคิดที่ผิดๆ ฝักใฝ่เรื่องเซ็กซ์ และมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสม
กระทั่งรุดหน้าไปไกลขนาดที่ประพฤติตัว - ก่อเหตุโดยไม่แคร์ทั้งกฏระเบียบของสังคม ตั้งแก๊งขี่มอเตอร์ไซค์ เที่ยวกลางคืน ชนิดที่บางครั้งเองพวกเขาอาจจะไม่รู้สึกเลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นมันเป็นเรื่องที่ผิดหรือเสียหายแต่อย่างไร
ได้เห็นสว.บางท่านออกมารณรงค์เกี่ยวกับเรื่องผัวเดียวเมียเดียว ออกมามาพูดเรื่องการรักนวลสงวนตัว บางทีก็ตกเป็นข่าวทะเลาะกับนักร้องที่แทบจะแก้ผ้าร้องเพลงไม่เว้นแต่ละวัน รวมไปถึงการพยายามให้มีการเรียนการสอนวิชาจริยธรรม วิชาพุทธศาสนาให้กับเด็กๆ เพิ่มมากขึ้น ฯลฯ จนได้ชื่อว่าเป็นมือปราบเมียน้อย กลายเป็นเต่าล้านปี ถูกมองว่าเป็นคนแก่หัวโบราณไปแล้วก็ให้รู้สึกเห็นใจท่านอยู่เหมือนกัน
บางทีสังคมที่แต่ละคนต่างก็ต้องแข่งขันเพื่อการมีชีวิตที่สุขสบายมันก็ทำให้เราลืม(กระทั่งตั้งใจที่จะลืม)ไปว่ามาตราการบางอย่าง โครงการบางโครงการ ฯ จะได้ผลหรือไม่ได้ผลปัจจัยในเรื่องของ "เวลา" มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง
แต่นับวันดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งที่เรารอไม่ได้เลย
จริงๆ การ(มีความคิด)ถอยหลังแบบท่าน มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเดินตกคลองเสมอไปหรอก...
แต่ถ้าโชคร้ายจะตกไปจริงๆ ผมว่ามันก็คงจะยังดีกว่าการเดินไปข้างหน้าโดยที่เราไม่เห็นว่ามีเหวรออยู่ดีนั่นแหละ
เป็นงานสัมมนาวันเยาวชนแห่งชาติ เรื่อง "เสียงสะท้อนจากเยาวชน" โดยมีตัวแทนสมัชชาเยาวชนจากทุกภาคเข้าร่วม งานจัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
เรื่องพูดคุยในวงสัมนาที่ฮิตมากๆ ก็หนีไม่พ้นเรื่องเซ็กซ์ของวัยรุ่น
เห็นแล้วก็น่าตกใจและฟังดูเกินกว่าที่ผู้หลักผู้ใหญ่จะเข้าใจเพราะว่ามีทั้งเรื่องค่านิยมของการเปลี่ยนคู่นอน วัยรุ่นสาวยุคใหม่ใจกล้าจีบผู้ชายก่อน การแสดงออกทางเพศอย่างเปิดเผยใช้โรงเรียนแทนโรงแรม เรื่อยไปจนถึงเรื่องของครูตุ๊ดที่ใช้เกรดล่อบังคับนักเรียนชายมีเซ็กซ์, ความคิดของเด็กบางส่วนที่เข้าใจผิดว่าการเล่นหนังโป๊จะทำให้ตนเองมีเงินมีชื่อเสียง ฯลฯ
เช้าวันเดียวกันก็มีข่าวที่เกี่ยวข้องกันเมื่อเด็กสาววัย 19 คนหนึ่งได้เข้าแจ้งความว่าตนเองถูกสองวัยรุ่นเพื่อนสาวล่อลวงไปให้เพื่อนชายอีกกว่า 10 กว่าคนเรียงคืวข่มขืนก่อนจะคว้าเอาเงินสด 2 พันบาทและสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงไปด้วยโดยเหตุเกิดขึ้นที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ใกล้ๆ กับโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม
ที่น่าสนใจก็คือคำให้การของฝ่ายหญิงที่บอกว่าเพิ่งจะรู้จักกับหญิงวัยรุ่นทั้งสองได้ไม่นานแต่ก็เชื่อใจถึงขนาดที่ออกมานั่งเล่นในช่วงตีสอง!!
เรื่องทำนองเดียวกันแต่เป็นที่อเมริกา
ที่นั่นมีรายการผลการศึกษาพฤติกรรมการดูโทรทัศน์กับกิจกรรมทางเพศออกมาด้วยวิธีการสอบถามจากหนุ่มสาวอายุ 12 - 17 ปีจำนวน 1,792 คน พบว่าเนื้อหาเรื่องเพศในรายการโทรทัศน์นั้นถือได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ให้เด็กหนุ่มสาวเริ่มที่จะสนใจจะมีเพศสัมพันธ์และกิจกรรมทางเพศอื่นๆ ก่อนวัยอันควร
ว่ากันว่าโดยเฉลี่ยแล้วเด็กสหรัฐฯ จะดูโทรทัศน์ 3 ชั่วโมงต่อวัน และ 2 ใน 3 ของรายการโทรทัศน์ปัจจุบันที่ออกอากาศในช่วงที่เด็กนิยมดูนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศซึ่งวัยรุ่นของเขาที่ดูโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาทางเพศบ่อยๆ นั้นจากการสำรวจพบว่ามีโอกาสที่จะเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าวัยรุ่นทั่วๆ ไปเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว
กลับมาที่บ้านเรา...แม้จะไม่มีการทำสำรวจเรื่องนี้เหมือนกับอเมริกาแต่ใครจะปฏิเสธบ้างว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในทีวีบ้านเรามานานเป็นสิบยี่สิบปีทั้งละครที่มีฉากเซ็กซ์ (เนื้อหาพูดถึงแต่เรื่องแย่งผู้ชาย - ผู้หญิง), รายการทีวีที่มีพิธีกร/ดารารับเชิญแต่งตัวเปิดโน่นนิดโชว์นี่หน่อยชอบพูดจาสองแง่มสองง่าม เกมโชว์ที่ทำให้คนเพ้อฝันอยากจะแต่งตัวหล่อๆ สวยๆ ไปทำบ้าๆ บอๆ แลกเงินหมื่นเงินแสน
รวมไปถึงโฆษณาที่มีแต่ของฟุ่มเฟือย สอนให้อยากใช้ของฟุ้งเฟ้อเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนที่หล่อหลอมให้เด็กบ้านเรา(บางส่วน)ให้กลายเป็นวัยรุ่นที่มีค่านิยมมีความคิดที่ผิดๆ ฝักใฝ่เรื่องเซ็กซ์ และมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสม
กระทั่งรุดหน้าไปไกลขนาดที่ประพฤติตัว - ก่อเหตุโดยไม่แคร์ทั้งกฏระเบียบของสังคม ตั้งแก๊งขี่มอเตอร์ไซค์ เที่ยวกลางคืน ชนิดที่บางครั้งเองพวกเขาอาจจะไม่รู้สึกเลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นมันเป็นเรื่องที่ผิดหรือเสียหายแต่อย่างไร
ได้เห็นสว.บางท่านออกมารณรงค์เกี่ยวกับเรื่องผัวเดียวเมียเดียว ออกมามาพูดเรื่องการรักนวลสงวนตัว บางทีก็ตกเป็นข่าวทะเลาะกับนักร้องที่แทบจะแก้ผ้าร้องเพลงไม่เว้นแต่ละวัน รวมไปถึงการพยายามให้มีการเรียนการสอนวิชาจริยธรรม วิชาพุทธศาสนาให้กับเด็กๆ เพิ่มมากขึ้น ฯลฯ จนได้ชื่อว่าเป็นมือปราบเมียน้อย กลายเป็นเต่าล้านปี ถูกมองว่าเป็นคนแก่หัวโบราณไปแล้วก็ให้รู้สึกเห็นใจท่านอยู่เหมือนกัน
บางทีสังคมที่แต่ละคนต่างก็ต้องแข่งขันเพื่อการมีชีวิตที่สุขสบายมันก็ทำให้เราลืม(กระทั่งตั้งใจที่จะลืม)ไปว่ามาตราการบางอย่าง โครงการบางโครงการ ฯ จะได้ผลหรือไม่ได้ผลปัจจัยในเรื่องของ "เวลา" มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง
แต่นับวันดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งที่เรารอไม่ได้เลย
จริงๆ การ(มีความคิด)ถอยหลังแบบท่าน มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเดินตกคลองเสมอไปหรอก...
แต่ถ้าโชคร้ายจะตกไปจริงๆ ผมว่ามันก็คงจะยังดีกว่าการเดินไปข้างหน้าโดยที่เราไม่เห็นว่ามีเหวรออยู่ดีนั่นแหละ


