xs
xsm
sm
md
lg

Review ซีรีส์ : “Money Heist” [2022] ปล้นครั้งประวัติศาสตร์บนฉากหลัง “รวมชาติเกาหลี”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Money Heist (2022) ปล้นอย่างไรให้คว้าใจมหาชน 
โจรอัจฉริยะปล้นครั้งประวัติศาสตร์บนฉากหลังการรวมชาติเกาหลี

Money Heist: Korea – Joint Economic Area (2022) เป็นซีรีส์รีเมคที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ La Casa de Papel (สเปน) ออนแอร์ทาง Netflix ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมา (2021) ซีรีส์ว่าด้วยการโจรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี โดยกลุ่มโจรที่รวมตัวกันเฉพาะกิจภายใต้การกุมบังเหียนของ ‘ศาสตราจารย์’ ผู้วางแผนการปล้นอย่างรัดกุมและฉลาดแกมโกมขั้นสุด
ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ในเวอร์ชั่นเกาหลี อยู่ที่การนำเสนอแนวคิดการรวมชาติเกาหลีเหนือ-ใต้ตีแผ่ดาร์คไซต์ของมนุษย์ การชิงไหวชิงพริบ มิตรภาพ ความกล้าหาญ ความแตกต่างทางความคิดของผู้คนจากสองระบอบการปกครอง และการท้าทายอำนาจรัฐทั้งสองแผ่นดิน ที่ดูแล้วคุณอาจจะเผลออินเข้าข้างโจรโดยไม่รู้ตัว!

‘Money Heist’ เจาะแผนปล้นจนผู้ชมลุ้นกันเหนื่อย
ซีรีส์มีชื่อไทยว่า ‘ทรชนคนปล้นโลก: เกาหลีเดือด’ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเดือดสมชื่อจริงๆ ซีรีส์ 6 ตอนออนแอร์ทาง Netflix ดำเนินเรื่องกระชับ ฉับไว ตัวละครหลักมีคาแร็กเตอร์โดดเด่นไม่แพ้เวอร์ชั่นสเปน และเนิบเนือยในบางซีนดราม่าสไตล์เกาหลี
แม้บทอาจจะดูแล้วหลวมไปบ้างเมื่อเทียบกับหนังแนวโจรกรรมระดับชาติของฮอลลีวูด แต่ซีรีส์ก็ถ่ายทอดดาร์คไซต์และการชิงไหวชิงพริบระหว่างฝั่งผู้ร้ายกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้อย่างน่าติดตามชนิดที่ผู้ชมคงอาจจะลุ้นเอาใจช่วยให้ฝ่ายโจรรอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตในทุก Ep.

พล็อตเรื่องว่าด้วยแก๊งโจรที่รวมตัวกันเฉพาะกิจ โดยมี ‘ศาสตร์จารย์’ (รับบทโดย ยูจีแท) เป็นแม่ทัพในการวางกลยุทธ์การปล้นอย่างละเอียดรอบคอบทว่าการโจรกรรมครั้งนี้เป็นเพียงมิชชั่นเฉพาะกิจเขาจึงสร้างสตอรี่ให้ทุกคนเลือกชื่อตัวเองใหม่จากเมืองบนแผนที่โลก นั่นคือ เบอร์ลิน (รับบทโดย พัคแฮซู) โตเกียว (รับบทโดย จอนจงซอ) มอสโก (รับบทโดย อีวอนจง) เดนเวอร์ (รับบทโดย คิมจีฮุน) ไนโรบี (รับบทโดย จางยุนจู) ริโอ (รับบทโดย อีฮยอนอู) เฮลซิงกิ (รับบทโดย คิมจีฮุน) และ ออสโล (รับบทโดย อีคยูโฮ)

โจรแต่ละคนล้วนมีประวัติส่วนตัวน่าสนใจแตกต่างกัน หากเรามองในภาพรวมจะเห็นว่าแก๊งนี้ครบตั้งแต่ระดับมันสมอง แรงงาน จนถึงผู้คุมกฎเพราะเป็นการรวมพลคนเก่งแต่ละสาขามาปล้นครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การรวมชาติ

ถึงอย่างนั้นบางตัวละครก็อ่อนแอและเป็นจุดบอดของทีมด้วยพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ ในแต่ละ Ep. จึงเปิดเรื่องด้วยประวัติแบบรวบตึงของแต่ละคน เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจเหตุผลการร่วมปล้นจนถึงปมชีวิตที่เป็นแรงจูงใจในการแสดงออกต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในยามคับขัน พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยแผนโจรกรรมล้ำลึกที่หลอกให้ผู้ชมคาดเดาไปว่า พวกเขาอาจจะเพลี่ยงพล้ำให้กับเจ้าหน้าที่เป็นแน่...แต่เอ๊ะ! รอดเฉย

หนึ่งในตัวละครที่น่าสนใจต้องยกให้ ‘เบอร์ลิน’ (เด่นขนาดที่เวอร์ชั่นสเปนอาจมีสตอรี่แยกเป็นของตัวเอง) อดีตนักโทษแหกคุกเกาหลีเหนือ ที่ทั้งเลือดเย็นและปกครองด้วย ‘ความกลัว’ ตามสไตล์คอมมิวนิสต์
แม้จะดูโหดไปบ้างแต่ก็ต้องยอมรับว่า เบอร์ลินมองดาร์คไซต์ของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง เมื่อกว่าครึ่งชีวิตของเขาอยู่ในคุกจึงคลุกคลีกับด้านมืดของคนและมองเกมขาดในหลายสถานการณ์ การควบคุมแบบ “แตกแยกเพื่อปกครอง” ของเบอร์ลินจึงใช้ได้ผลดีในหลายครั้ง แล้วยังเข้าขากับการปกครองแบบประชาธิปไตยของศาสตราจารย์ได้อย่างน่าคิด

ส่วนศาสตราจารย์ก็เป็นตัวละครฉลาดล้ำลึกและมีความสามารถในการอ่านใจคนสมกับเป็นนักวิชาการ จนทำให้สองเสาหลักของซีรีส์มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แม้จะแตกต่างกันทางอุดมการณ์อันเกิดจากการเติบโตในระบอบการปกครองที่แตกต่าง แต่ทั้งสองต่างก็ยอมรับการตัดสินใจของกันและกัน เพราะศาสตราจารย์เป็นผู้คุมเกมอยู่ด้านนอก ขณะที่เบอร์ลินเป็นผู้คุมกฎอยู่ด้านใน

ปล้นอย่างไรให้คว้าใจมหาชนและค้นพบ ‘ความรัก’
นอกจากซีรีส์จะเล่าเรื่องราวของตัวละคร การวางแผนโจรกรรม การเจรจาต่อรองอย่างชาญฉลาด และเรื่องคาดไม่ถึงอย่างการตกหลุมรักฝ่ายตรงข้าม ซึ่งซีรีส์วางพล็อตไว้ได้อย่างน่าสนใจ อาทิ หญิงสาวผู้เป็นเมียน้อยของผู้อำนวยการโรงกษาปณ์กับเดนเวอร์ (ฝ่ายชายคลั่งรักฝ่ายหญิงจนเกินต้าน) และคู่รักระดับมันสมองของทีมอย่าง ศาสตราจารย์ VS ซอนอูจิน (รับบทโดย คิมยุนจิน) ผู้เชี่ยวชาญการเจรจาจากเกาหลีใต้จึงมีโมเม้นท์โรแมนติก ๆ บังเกิดขึ้นตามสไตล์ K-Drama

Money Heist ยังสะท้อนแง่มุมลึกไปกว่าการโจรกรรมระดับชาติ อย่างการต่อต้านจุดอ่อนของระบอบการปกครองทั้งแบบทุนนิยมและคอมมิวนิสต์ความเห็นที่แตกต่างของผู้คนทั้งสองฝั่งเมื่อมาอยู่ร่วมกันในที่เดียวจึงเกิดความแตกแยกและแบ่งพรรคแบ่งพวกเป็นธรรมดา จะเห็นได้จากความแตกแยกทางความคิดในฝั่งตำรวจเองที่มีวิธีรับมือกับการก่ออาชญากรรมแตกต่างกันสุดขั้ว ฝั่งใต้นิยมใช้การเจรจา ฝั่งเหนือนิยมใช้การสลายกำลัง ถึงอย่างนั้นการตัดสินใจในสถานการณ์คับขันก็ต้องร่วมมือกัน ปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งเล่นบท ‘ผู้นำ’ โดยมีอีกฝ่ายเป็น ‘ผู้ตรวจสอบ’ อย่างเข้มงวด

เช่นเดียวกับฝั่งผู้ร้ายที่เบอร์ลินเองก็ใช้ความแตกต่างของสองเกาหลี มาแบ่งตัวประกันออกเป็นสองกลุ่มเพื่อให้ตรวจสอบกันเองในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดจะแหกคอก ลอบหนี หรือวางแผนลอบทำร้ายกลุ่มโจรโดยมีผู้อำนวยการโรงกษาปณ์เป็นตัวป่วนและเห็นแก่ตัวขั้นสุด ในเรื่องนี้จะเห็นรูปแบบความคิดของชาวเกาหลีเหนือที่คุ้นเคยกับการทำตามกฎ หัวอ่อน รักพวกพ้อง รักความเสมอภาค และปกป้องคนอ่อนแอกว่า ขณะที่ชาวเกาหลีใต้จะรักอิสระ กล้าหาญต่อต้าน และพยายามหาช่องโหว่เผื่อวางแผนตลบหลังเมื่อสบโอกาส

อีกหนึ่งประเด็นที่ Money Heist วางไข่อีสเตอร์ไว้สำหรับซีซั่นต่อ ๆ ไป เพราะซีซั่นแรกจบแบบคาใจผู้ชมหนักหน่วงนั่นคือแผนการปล้นครั้งนี้มีคะแนนเสียงของมหาชนเป็นตัวตั้ง จนเราอดสงสัยเบื้องหลังการปล้นไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วศาสตราจารย์มีแผนการลับกับใครอยู่กันแน่? ถึงได้แคร์สายตาชาวเกาหลีมากขนาดนั้น ทั้งยังยึดมั่นในข้อตกลงกับทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตลอดซีซั่น เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดใด ๆ ล้มแผนการปล้นครั้งนี้ได้สำเร็จ

ใครอยากดูซีรีส์แนวแอ็กชั่น-ดราม่า สตรีมมิ่งกันได้แล้ววันนี้ที่ Netflix ครบจบทั้ง 6 ตอน



ร้อยเรียงเรื่องราว : Rassarin
อ้างอิงเรื่องและภาพ : https://mydramalist.com/






























กำลังโหลดความคิดเห็น