xs
xsm
sm
md
lg

Scoop : มากกว่าดาร์คไซด์จากซีรีส์ “ปัญหาบูลลี่” ส่งผลนักแสดง 3 เรื่อง!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



By AnsurLady

5 ปีผ่านไป หลังจากหน้าปกนิตยสารไทม์ สื่อผู้ทรงอิทธิพลของโลกจากสหรัฐอเมริกา ได้เคยยกย่องให้เหล่า “The Silence Breaker” หรือกลุ่ม “ผู้ทำลายความเงียบงัน” จากทั่วโลก ให้เป็น “บุคคลแห่งปี” จากปรากฎการณ์รวมพลัง ส่งเสียงบอกสังคมถึงความเจ็บปวดที่เคยได้รับด้วยการติด #Metoo ลุกขึ้นสู้ ทวงคืนความยุติธรรมจากปัญหาการถูกกดขี่ทางเพศ

จวบจนปัจจุบัน แรงกระเพื่อมของกระแส #Metoo ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของการออกมาเรียกร้องความชอบธรรมของผู้ตกเป็นเหยื่อ และดูเหมือนจะช่วยเพิ่มแรงผลักดันไปยังผู้ตกเป็นเหยื่อในปัญหาอื่นๆ ที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้หน้าฉากสังคมที่สวยหรูและดูดีในหลายๆ ประเทศชั้นนำของโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในชาติชั้นนำของเอเชียอย่าง “เกาหลีใต้” ประเทศที่ได้รับการยอมรับถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการปลุกปั้นอุตสาหกรรมบันเทิงจนก่อเกิดวัฒนธรรม K-POP และ K-Series สร้างเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศจากความสามารถของเหล่าคนบันเทิงรุ่นใหม่ที่กลายเป็นต้นแบบ “ไอดอล” ในอุดมคติของเหล่าแฟนๆ ที่ทั้งเพอร์เฟกต์ในเรื่องหน้าตา บุคลิก ไลฟ์สไตล์ ความสามารถที่หลากหลาย ซึ่งค่ายต้นสังกัดมักลงทุนเจียระไนเพชรเม็ดงามเหล่านี้ให้มีความพร้อมในเรื่องรูปร่างหน้าตาและความสามารถรอบด้านมากที่สุด เพื่อให้ก้าวสู่การเป็นนักแสดงหรือศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับซูเปอร์สตาร์ และทำเม็ดเงินมหาศาลจากกระแสความนิยมกลับสู่ต้นสังกัดในที่สุด

หากแต่สิ่งหนึ่งที่มักจะกลายเป็น “ช่องโหว่” ที่ค่ายต้นสังกัดต่างๆ แดนกิมจิ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือลบล้างให้สวยหรูได้อย่างใจนึก คือ นิสัยส่วนตัวปูมหลังการเลี้ยงดูของครอบครัว และพื้นฐานทางการศึกษาในอดีต ที่ช่วยขัดเกลาและบ่มเพาะเหล่าไอดอลเหล่านั้นในอดีตว่าเป็นบุคคลที่ถึงพร้อมและมีคุณภาพทั้งภายนอกและภายใน ก่อนก้าวสู่บันไดดาว
ทั้งที่พื้นฐานของบริบทสังคมเกาหลีมักมีบทลงโทษทางสังคมที่โหดและต่อต้านรุนแรงต่อเหล่าคนดังที่ฝ่าฝืน หรือทำผิดต่อกฎหมาย หรือสิ่งที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีอย่างเด็ดขาด ถึงขั้นกลายเป็น “ดาวดับ” หมดอนาคตได้ง่ายๆ เพียงชั่วข้ามคืน แต่การเช็คประวัติส่วนตัวย้อนหลังของเด็กในสังกัด กลับดูเป็นเรื่องที่ถูกละเลยอย่างเห็นได้ชัดว่า บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้สุ่มเสี่ยงหรือเข้าข่ายมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อการก้าวสู่การเป็น “สตาร์” ที่ควรได้รับศรัทธาความนิยมจากแฟนๆ จริงหรือไม่

ความเฟื่องฟูของซีรีส์เกาหลีตลอด 17 ปีที่ผ่านมา จนกลายมาเป็นหนึ่งในละครกระแสหลักที่ผู้คนกว่าค่อนโลกคลั่งไคล้ เราต่างต้องได้เสพภาพการ “บูลลี่” ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กมัธยมวัยใส โดยเฉพาะกับ “เหยื่อ” ที่มักมีข้อด้อยในเรื่องหน้าตา เรียนไม่เก่ง ฐานะไม่ค่อยดี หรือมีบุคลิกภาพไม่มั่นใจ ยอมคนอยู่เสมอ บุคคลเหล่านี้กลายเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจให้เราได้เห็นกันจนเหมือนเป็นเรื่องปกติ ผ่านซีรีส์เกาหลีชื่อดังมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพชัดมากว่า เหตุใดละครในแดนกิมจิจึงเลือกที่จะสอดแทรกเรื่องราวในเชิงลบแบบนี้มาไว้ในซีรีส์อยู่เสมอ หรือในบางเรื่องก็เลยเถิดไปถึงการบูลลี่ในสังคมผู้ใหญ่ที่มีควรมีวุฒิภาวะมากขึ้นแล้ว อย่างเด็กมหาวิทยาลัย หรือคนในสังคมวัยทำงานด้วยซ้ำ

“ดาร์คไซส์” จากการถูกบูลลี่เหล่านี้ ได้รับการถ่ายทอดผ่านซีรีส์ยอดนิยมหลายเรื่อง อาทิ ซีรีส์ Boys over flowers, School 2015, My ID is Gangnam Beauty, She was pretty และโดยเฉพาะซีรีส์ฮิตที่เพิ่งลาจอไปเมื่อปลายปีก่อนอย่าง True Beauty นั้น เลือกที่จะกะเทาะปัญหาการถูกบูลลี่ในโรงเรียนจนสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิต และความหวาดกลัวต่อการกระทำความรุนแรงในโรงเรียนจนกลายเป็น “ปมด้อย” ใหญ่ในชีวิต เพียงเพราะการมีหน้าตาที่ไม่สวยออกมาให้เห็นกันตลอดเรื่องเลยทีเดียว
แต่น่าแปลกที่แม้ปัญหาเรื่องการถูกบูลลี่จะถูกหยิบยกมาบอกเล่าผ่านซีรีส์มากเพียงใด ก็กลับเป็นเหมือนปัญหาที่พากันมองไม่เห็น ไม่เคยได้รับการนำมาพูดถึงในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรมในเชิงของปัญหาทางสังคม เป็นเหมือน “หลุมดำ” ในสังคมเกาหลีใต้ จนในที่สุดปัญหาเรื่องนี้ก็ถูกระเบิดออกมาชนิด “ช็อก” ความรู้สึกแฟนๆ ซีรีส์ครั้งใหญ่ พร้อมกับมีข่าวลบแบบอาฟเตอร์ช็อกเรื่อง “การบูลลี่” ในอดีตสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อเหล่าไอดอลติดต่อกันมากมายกว่า 20 รายในปีนี้ ! โดยส่วนใหญ่ค่ายต้นสังกัดออกมาปฏิเสธว่า การกล่าวหาไม่เป็นความจริง

จากจุดเริ่มของแรงกระเพื่อมเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า มีคนดังในแวดวงกีฬาและวงการเพลงแดนกิมจิเกี่ยวพันกับปัญหาการบูลลี่ในอดีตจนกลายเป็นข่าวทอล์คออฟ เดอะ ทาวน์ในเกาหลี ก่อนจะค่อยๆ ลามมาถึงคนดังในแวดวงการแสดงในเดือนมีนาคม อาทิ นางเอกน้องใหม่ “พัคฮเยซู” ที่มีข่าวฉาวว่าพัวพันกับการบูลลี่และใช้ความรุนแรงข่มเหงผู้อื่นในสมัยเรียน จนเป็นเหตุให้ซีรีส์ DEAR.M ถูกเลื่อนฉายและเลื่อนงานแถลงข่าวออกไปก่อนพร้อมกับที่ทางต้นสังกัดของพัคฮเยซูได้ออกมาปฏิเสธว่า เป็นการกล่าวหาจากบุคคลปริศนาที่ไม่มีมูลความจริง และเตรียมดำเนินการฟ้องร้องกลับแล้ว จึงจะประกาศกำหนดการฉายใหม่ของซีรีส์อีกครั้ง

ในขณะที่ซีรีส์พีเรียดฟอร์มดีอย่าง River Where The Moon Rises ต้องถูกรื้อถ่ายทำซ่อมใหม่เกือบทั้งหมด ทั้งที่ถ่ายทำเกือบเสร็จแล้ว จากการต้องเปลี่ยนตัวนายแบบ-พระเอกมาดเท่ “จีซู” ออกเซ่นข่าวบูลลี่ฉาวร้ายแรงในสมัยเรียนของเจ้าตัวมากมายหลายกรณี ที่เจ้าตัวออกมายอมรับผิด พร้อมเขียนจดหมายขอโทษทางอินสตราแกรมส่วนตัวและถูกถอดจากงานพรีเซ็นเตอร์ทุกอย่าง ภาพโปรโมทต่างๆ ถูกนำออกจากโลกออนไลน์เกลี้ยง

ก่อนจะปิดท้ายด้วยซีรีส์ “Taxi Driver” ของช่อง KBS เป็นซีรีส์เรื่องล่าสุด ที่ได้รับผลกระทบจาก การประเด็นบูลลี่ของนักแสดงในเรื่องไปไม่น้อย เพราะมีการถ่ายทำผลงานไปแล้วกว่า 60% แต่ก็ต้องตัดสินใจถอดนักแสดงสาว นาอึน ออกไป จากกระแสข่าวลบที่มีออกมาว่า นาอึนถูกน้องชายของ "ฮยอนจู" อดีตสมาชิกวง ARIL ออกมาเปิดโปงว่าพี่สาวของเขาถูกเพื่อนร่วมวงกลั่นแกล้ง และยังถูกกล่าวหาว่านาอึนเคยบูลลี่เพื่อนร่วมชั้นขณะเรียนอยู่ชั้นประถมด้วย ก่อนที่ต้นสังกัดอย่าง DSP Media ได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ และจะดำเนินการทางกฎหมายกับคอมเมนต์และโพสต์ว่าร้าย

ว่ากันว่า สาเหตุที่กระแสผู้ถูกกระทำออกมาเรียกร้องแบบ #Metoo ต่อเหล่านักแสดงที่กำลังจรัสแสงในครั้งนี้แบบรายวันและถาโถมเปิดโปงกันแบบไม่หยุดหย่อนนั้น น่าจะมาจากการที่สื่อออนไลน์นัมเบอร์วันของเกาหลีอย่างNaverได้ออกมาบอกว่า เตรียมนำปุ่ม most search ออกในวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งปกติปุ่มนี้จะช่วยโชว์คำค้นหายอดฮิตของกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ในเว็บไซต์ของ Naver ให้ได้ทราบแบบไม่มีตกเทรนด์ อัพเดทเป็นรายชั่วโมงกันเลยทีเดียว เหตุนี้จึงเป็นเหมือนชนวนกระตุ้นให้แก่เหยื่อในอดีตหรือชาวเน็ตทั้งหลายให้พากันรีบพาเหรดออกมาบอกเล่า เรื่องราวที่เคยถูกเหล่าคนดังหลายคนบูลลี่ เพราะอยากให้เรื่องราวเหล่านั้นถูกแพร่กระจายให้คนรับรู้ไปมากที่สุด ก่อนที่ Naver จะเลิกใช้ปุ่มการค้นหาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เรียกว่าถ้าอยากปั่นกระแสให้ขาเผือกรู้ โลกรู้ ควรปั่นตอนที่ระบบการค้นหาแบบนี้ยังทำการอยู่นั่นเอง

ทั้งนี้ปัญหาการถูกบูลลี่พบได้ในทุกระดับการศึกษาของสังคมเกาหลี โดยจากสถิติมีการเก็บข้อมูลจากโรงเรียนนอกกรุงโซลถึงจำนวนเด็กที่ถูกบูลลี่เมื่อปี 2018 พบว่าการกลั่นแกล้งส่วนใหญ่เป็นปัญหาการทำร้ายด้วยคำพูดที่รุนแรง และการถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวจนต้องแยกตัวออกจากสังคม ซึ่งมีมากถึง  90.2% โดยคิดเป็นครึ่งหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน และพบว่าคนที่กลั่นแกล้งส่วนใหญ่ คือเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าจำนวนที่น่าจะพบในเมืองใหญ่อย่างกรุงโซลที่ไม่เปิดเผยตัวเลข น่าจะมีจำนวนที่สูงขึ้นกว่านี้แน่นอน

ในส่วนของคนดังของเกาหลีที่เคยเป็นผู้ถูกบูลลี่ตอนสมัยเรียนนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะทั้งหนุ่ม “คัง แดเนียล” และนักแสดงสาว “ยู อินนา” ต่างออกมายอมรับว่า เคยผ่านประสบการณ์แย่ๆ เหล่านั้นในฐานะผู้ถูกกระทำมาแล้ว

เพลงดังในอดีตของนักร้องหนุ่มอเมริกันจัสติน ทิมเบอร์เลก “What goes around comes around” น่าจะเป็นเพลงที่เป็นบทสรุปที่ดีที่สุดของบทเรียนราคาแพงเหล่านี้ของนักแสดงเกาหลีใต้ที่เคยก่อวีรกรรมในอดีตที่ไม่สง่างามไว้เบื้องหลัง เพราะกรรมใดใครก่อไว้ เมื่อถึงเวลา ย่อมได้รับบทเรียนนั้นเองแน่นอน เหล่าคนดังที่ต้องกลายเป็น “ดาวอับแสง” ก่อนเวลาอันควรแบบคาดไม่ถึง เลยต้องถึงเวลาชดใช้ความผิดให้แก่คู่กรณี เหมือนในอีกเพลงดังของจัสตินว่าไว้ในเพลง “Cry me a river”

พัคฮเยซู นางเอกหน้าใสน้องใหม่ จากซีรีส์ Dear.M โดนข่าวฉาวก่อนจะทันได้แจ้งเกิด จนซีรีส์ต้องเลื่อนฉายไปก่อน

ซีรีส์ Dear.M ยังคงไม่ประกาศว่าจะแถลงข่าวเปิดตัวและเริ่มออนแอร์อีกครั้งเมื่อใด

ซีรีส์ River Where the Moon Rises ได้รับผลกกระทบหนักที่สุด หลังต้องเปลี่ยนตัวพระเอก ทั้งที่ถ่ายทำไปแล้วถึง 95% และอยู่ระหว่างออกอากาศ

River Where the Moon Rises อาจกลายเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในวงการบันเทิงของนักแสดงหนุ่ม จีซู หรือไม่

นาอึน จะฝ่าฟันมรสุมข่าวบูลลี่ฉาวครั้งนี้ไปได้หรือไม่ ต้องรอลุ้นกันต่อไป

นักแสดงสาวย โพเยจิน ได้รับเลือกให้มาแสดงแทนนาอึน ในซีรีส์ Taxi Driver

แม้จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เคยบูลลี่เพื่อนร่วมวงและเพื่อนสมัยเรียนตามที่ถูกกล่าวหา แต่ นาอัน วง April ก็ถูกเปลี่ยนตัวจากซีรีส์ Taxi Driver

วงเกิร์ลกรุ๊ปที่เคยสดใส ต้องมาดราม่าจากปัญหาข่าวการบูลลี่ของ นาอึน

นาอึน ได้รับการปกป้องจากเพื่อนร่วมวงการเพลง ที่มีข่าวลือว่าทั้งคู่น่าจะกำลังเดทกันอยู่ แต่ทางต้นสังกัดก็รีบออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

นักแสดงสาวสวย ยู อินนา ยังออกมายอมรับว่า เธอเคยประสบปัญหาการถูกบูลลี่ตั้งแต่สมัยเรียน

อีฮยอนจู อดีตสมาชิกร่วมวง April ของ นาอึน ที่กลายมาเป็นเป้าโจมตีกลับของสมาชิกคนอื่นๆ ในวงที่เหลือและค่ายเพลง

แชทเจ้าปัญหาในอดีตที่ระบุว่า นาอึน เคยแชทข่มขู่ในเชิงคุกคามทางเพศต่อผู้อื่น แต่ทางค่ายต้นสังกัดออกมาปฏิเสธว่าเป็นการตัดต่อภาพขึ้นมา


กำลังโหลดความคิดเห็น...