xs
xsm
sm
md
lg

ไดมอนด์อายส์ ตา-สัมผัส-ผี 2 ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไดมอนด์อายส์ ตา-สัมผัส-ผี 2 ตอนที่ 4 : ผีอาม่า!
ชื่อสากล :Diamond Eyes 2
บทโทรทัศน์ : สายขิม

ณ สถานที่เกิดเหตุ ตอนกลางวัน ที่ตาขาวเห็นเป็นรอยเส้นเลือดชัดเจน
ศพวัยรุ่นชายตัวแข็งทื่อ ลักษณะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเอามาผ้ามาคลุมศพ มีคนมุงดูศพอยู่เต็ม บางคนถึงกับเอาโทรศัพท์ขึ้นมาไลฟ์
คนมุง1 “คนที่ตายใครอ่ะ”
คนมุง2 “นักท่องเที่ยวจีนอ่ะ”
เจ้าหน้าที่กู้ภัยกับตำรวจ รวม 3-4 คนกำลังพยายามช่วยกันยกศพอยู่
“เอานะ พร้อมกัน 1 2 3 ฮึบ”
เจ้าหน้าที่กู้ภัยออกแรงยกเต็มที่ จนผ้าคลุมศพหล่นหมด แต่ศพไม่กระดิกเลยแม้แต่เซ็นเดียว
เจ้าหน้าที่กู้ภัยกับตำรวจหมดแรงนั่งลง
“เฮ้อ ทำไมมันหนักอย่างงี้เนี่ย” ตำรวจว่า
“เอาอีกทีนะ”
เจ้าหน้าที่กู้ภัยกับตำรวจลองยกศพอีกที ก็ยกไม่ขึ้น

ต่อมา ตำรวจกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวกรณีข่าวการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยว
นักข่าวถาม“คุณตำรวจคะ ผู้เสียชีวิตเป็นใครคะ”
“เป็นนักท่องเที่ยว ชาวจีนที่มาเที่ยวในประเทศไทยครับ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เราสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการเสพยาเกินขนาดครับ”
“พอจะบอกได้ไหมคะ ว่าเป็นยาอะไร”
“ในหมู่นักท่องเที่ยวเขาเรียกว่า ยาซอมบี้ แต่ที่เราตรวจสอบได้ คือ ทั้ง 4 ราย ซื้อทัวร์ที่รีสอร์ทเดียวกันครับ”

ตำรวจเดินมากับเฮียกวงออกมาจากโรงพัก พ.ต.ท. แดเนียล ซาโต้เดินขนาบข้างมาด้วย
ตำรวจ1พูดกับเฮียกวง “นักท่องเที่ยวที่ตายก็เป็นลูกทัวร์เฮียอีกแล้วนะ.. เฮียหนีไม่รอดแน่”
“หนีอะล๊าย.. ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยคุณตำรวจ.. เนี่ยก็พาไปที่เกาะด้วยกันเลย บริสุทธิ์ใจสุดสุ๊ด” เฮียกวงทำเสียงสูง
เฮียกวงเถียงเสียงดัง แต่เหงื่อแอบแตกพลั่กๆ
“ทำไมต้องเสียงสูง” ตำรวจถามก่อนพูดกับแดน “งั้นผมขอล่วงหน้าไปที่เกาะก่อนนะครับท่าน จะได้ไปควบคุมสถานการณ์ก่อน”
“โอ้ย เบาๆก็ได้คุณตำรวจ ไม่งั้นผมแจ้งข้อหาข่มขู่ทำร้ายพยานเรียกค่าเสียหายเพิ่มนา”
ตำรวจ 1 เดินลากเฮียกวงออกไป
“คนที่ตายเป็นนักท่องเที่ยวหมดเลยหรอ” แดนถาม
ตำรวจ2 บอก “เหมือนเป้าหมายของคนขายจะขายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาพักชั่วคราว ไม่มีที่ขายเป็นหลักแหล่ง เลยทำให้ยังสืบต้นตอไม่พบเลยครับ”
“ไปพักเถอะ แจ้งด้วยนะว่าเดี๋ยวผมจะตามไปดูที่เกาะ”
ตำรวจเดินลับหายไป แดนเดินออกไป

ที่ใดที่หนึ่ง เวลากลางคืนเสี่ยวิทย์ ตบหน้า ข่มขู่ลูกชายเฮียกวง
“มึงจำเอาไว้นะ ถ้าพ่อมึงปากโป้งเอาเรื่องกูไปบอกตำรวจละก็ มึงได้เป็นเด็กกำพร้าก่อนวัยอันควรแน่”
“รับรองว่าเตี่ยผมไม่พูดแน่ๆ”
“ดี แล้วเรื่องยา ตอนนี้หยุดปล่อยไว้ก่อน รอฉันสั่ง อีกอย่างหนึ่ง คอยสังเกตให้ดีนะ ว่ามีใครแปลกหน้าปะปนมาบ้างหรือเปล่า เผื่อมันจะเป็นสายตำรวจ”
“ได้ครับ”

หมวดสารินอยู่ในสาย กำลังคุยกับแดน
“หมวดรินคุณอยู่ไหนคุณทราบข่าวเรื่องยาซอมบี้หรือยัง”
“สายของเราแจ้งมาว่า ยาซอมบี้มีต้นตอมากจากผู้มีอิทธิพลในเครือข่าย เดอะซัน”
“ยังไงผมฝากคุณตามเรื่องนี้ด้วยนะ”
“เดี๋ยวผมตามเรื่องนี้ต่อที่พัทยา” สารินบอก

บริเวณริมทะเล แสนแสบโดนจับผูกไว้กับต้นไม้ เอมิ ซิน ทำพิธีทั้งรดน้ำมนต์ และ ปากระเทียมใส่
แสนแสบร้อง “โอ้ย”
“ร้อนหรอ พี่แสบ” เอมิถาม
“ไม่ร้อนหรอก เจ็บ จะบ้าหรอ ไม่ใช่แดกคูล่านะมาปากระเทียมเนี่ย”
แดนเดินเข้ามา
“นี่เล่นอะไรกันเนี่ย” แดนถาม
“พอดีพวกเราเห็นพี่แสบโดนซอมบี้กัดนะครับ เลยช่วยมัดไว้ก่อน เดี๋ยวกลายร่างเป็นซอมบี้แล้วไล่กัดพวกเรา” ซินว่า
“นี่คะ หนูเตรียมมีดไว้ด้วยนะคะ เพื่อพี่แสบจะทำร้ายเรา หนูจะเชือดเลยคะ”
แดนบอก“ไปกันใหญ่แล้ว มันมีแต่ในหนังทั้งนั้นละ”
“แต่ว่าคุณคะ คือท่าทางคนที่มาทำร้ายเรา เหมือนซอมบี้มากเลยนะคะ ขนาดฉันยังอดใจกลัวไม่ได้เลย” หมอก้อยว่า
“คุณ..มันเป็นแค่การเปรียบเปรยทั้งนั้นล่ะ ยามันทำลายประสาทรับรู้ความเจ็บปวด พอเขาคลั่งโดนตีไม่เจ็บ เลยไปทำร้ายคนอื่น แต่เปรียบเปรยว่ามีอาการคล้ายซอมบี้ในหนังก็เท่านั้น” แดนบอกหมอก้อย
“อย่างงี้พี่แสบจะเป็นซอมบี้ไหมครับ” ซินถาม
“จะเป็นได้ยังไง มันไม่ใช่เชื้อโรคมันเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง”
“บุญของไอ้แสบ” แสนแสบว่า
“คุณปล่อยให้เด็กทำแบบนี้ได้ไง”
“นี่คุณคะ ถึงฉันเป็นหมอ ก็ไม่ได้จะรู้ทุกเรื่อง ทุกโรคนะคะ”
หมอก้อยทำหน้าไม่พอใจแดน
“จริงๆ เรื่องนี้หนูผิดเองคะ หนูตื่นตูมไปหน่อย ขอโทษนะคะ”
เอมิ ทำท่าทีให้แดนหันไปง้อหมอก้อย
“อะไร เอมิ”
เอมิ ชี้ไปที่หมอก้อย ให้แดนง้อ
“ผมก็ไม่ตั้งใจจะว่าคุณหรอกนะ คนไม่รู้ก็ไม่ผิดจริงไหม”
“คะ..คงงั้น”
“ลุง มีอะไรจะพูดเพิ่มไหมคะ”
เอมิพยายามบิ้วให้แดนง้อหมอก้อยให้สำเร็จ
“มี..เดี๋ยวลุงจะไปสืบคดีที่เกาะนะ”
“งั้นพวกหนูไปด้วยนะคะ ไหนๆก็มาแล้วจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน นะนะนะ”
“ป่ะ”

ภายในแผนก DEI
หมวดสารินวางโทรศัพท์พูดขึ้นมากลางห้อง ที่มีตำรวจหลายคน แต่มีผู้หญิงคนเดียวคือจ่าวาว
“ท่านรองมอบหมายให้พวกเราแฝงตัวเข้าไปสืบต้นตอของยาตัวใหม่ในผับชื่อผับเอลิสท์”
จ่าจักรบอก“ร้านเครือข่ายเดอะTHE SUN เหรอครับ แต่การรักษาความปลอดภัยเข้มมากเลยนะหมวด พวกการ์ดนี่ตรวจกันละเอียดยิบเลย ตั้งแต่ซอกรองเท้ายันขี้เล็บเลยนะครับ”
“นั่นไง เลยเหลือแค่วิธีเดียว พวกเราต้องปลอมตัว” สารินว่า
“โห หมวด ถ้าปลอมเป็นการ์ดพวกมันก็รู้อยู่ดีแหละ หรือจะปลอมเป็นลูกค้า” จ่าจักรมองไปรอบๆ ก่อนเอ่ยปาก“แต่หน้าตาพวกเรานี่ออกแนวโจรกันทั้งนั้น ต้องดูไฮโซหรือถ้ามีสาวสวยๆนี่ยิ่งง่าย แต่จะหาที่ไหน”
“ใช่ สาวสวยไฮโซนี่แหละจุดอ่อนของเสี่ยเจ้าของผับเอลิสท์” สารินว่า
“นั่นสิครับ แล้วจะหาสาวสวยจากไหนล่ะ ถ้าแอ๊บบี้อยู่ก็ไปอย่าง หรือจะให้ผมปลอมเป็นเลดี้บอย กาลังอินเทรนด์นะครับ กระเทยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” จ่าจักรว่า
จ่าจักรทำท่าตุ๊ดเบาๆ โดนหมวดสารินเบิ๊ดกะโหลกไปที
“แหม่จ่า...หนวดเฟิ้มขนาดนี้”
จ่าจักรร้อง“อ่าว เผื่อชอบของแปลก”
หมวดสารินมองไปทางจ่าวาว ผู้หญิงคนเดียวในห้อง ตำรวจทุกคนมองตาม
จ่าวาวที่ยืนหน้าตูมไม่สนใจหมวดสารินที่พูดอยู่ก็เริ่มรู้ตัว หันมามองรอบห้อง หมวดสารินยิ้ม
“งั้นก็เหลือคนเดียว ..จ่าวาว.. แต่จะไหวเร้อออ”
จ่าวาวเห็นทุกคนมอง หันมองซ้ายขวางงๆว่าฉันเหรอ??
“ฉันเหรอ ?” จ่าวาว หน้าตึงยังงอนอยู่ พูดประชด “ฉันคงไม่สะดวกค่ะเพราะทำย้ายหน่วยอยู่ ฉันคงไม่มีความสามรถขนาดนั้น”
จ่าวาวพูดจบ ปิดแฟ้มที่โต๊ะทำงาน เก็บของกำลังจะเดินออก หมวดสารินพยักหน้าทำท่าเย้ย
“นั่นสิ ..ผมก็คิดว่าแบบคุณคงไม่เหมาะ ใจไม่ถึง ไม่กล้า ทำไม่ได้ สวยไม่พอ” สารินหันไปพูดกับจ่าจักร “ยังไงเดี๋ยวเราลองติดต่อหน่วยอื่นดูละกันนะ ว่าจะมีคนมาช่วยมั้ย”
จ่าวาวที่กำลังจะเดินพ้นประตูเม้มปากแน่น เพราะโกรธที่โดนสบประมาท ก่อนจะหันกลับมา
“ถ้าจะหยามกันขนาดนี้ .. ก็ด้าย ถือซะว่าสั่งลา ตกลงฉันรับงานนี้”
จ่าวาวพูดจบก็เดินสะบัดออกไปเลย ท่ามกลางสายตาอึ้งๆของทุกคนที่จ่าวาววันนี้สู้สุดตัว
จ่าจักรถาม“ไหวหรอหมวด ให้จ่าวาวไปแบบนั้น.. คือ...ให้ปลอมตัวเป็นสาวสวยเนี่ยะนะ”
หมวดสารินพยักหน้ายิ้มๆอย่างท้าทาย จ่าวาวฮึด
“คอยดูก็แล้วกัน หน้าแบบนี้แหละ จะสวยโลกตะลึง” จ่าวาวว่า


ทุกคนกำลังเดินลงจากเรือ และ กำลังไปยังโรงแรมที่พัก
แสนแสบรีบวิ่งเข้ามาที่ห้องพัก แต่พนักงานทำความสะอาดห้องเดินออกมากจากห้องพอดี
“จะไปไหนคะ” พนักงานถาม
“จะไปเข้าห้องน้ำน่ะซิ”
“ยังเข้าไม่ได้คะ ห้องน้ำยังไม่ได้ทำความสะอาด”
เอมิเดินหาสัญญาณโทรศัพท์
“แถวนี้ไม่มีสัญญาณเลยนะคะเนี่ย”
แสนแสบถาม“ที่โรงแรม มี WIFI ไหมเนี่ย”
“ไม่มีคะ ที่นี่เป็นเกาะ”
“แล้วจะแชร์คลิปยังไงเนี่ย”
หมอก้อยบอก“ตัดขาดจากโลกโซเซียลบ้างก็ได้นะ”
“ก็ดีจะได้เงยหน้าคุยกันบ้าง” แดนว่า
เอมิถาม“งั้นเราไปเดินเล่นกันไหมคะ”
“เดี๋ยวลุงต้องไปทำคดี ชวนหมอก้อยไปซิ”
“ไปเดินกันคะ หมอก้อย”
“ไปด้วยซิ” ซินว่า
“นี่ๆๆ ไม่ต้องเลยเฝ้ากระเป๋าไปเลย”
เอมิ เดินควงแขนหมอก้อยออกไป
ซินถาม“งั้นเราฝากกระเป๋าไว้กับพนักงานโรงแรมดีไหม”
“ได้ๆๆเดี๋ยวเรียกก่อน”
แสนแสบเคาะประตูเรียกพนักงานโรงแรม
“ว่ายังไงคะ”
“ฝากกระเป๋าหน่อยซิ”
แม่บ้านบอก“ได้คะ แต่ไม่รับประกันนะ ว่าจะหายหรือเปล่า”
“เอ้า...ยังงี้ก็ได้หรอ”
แม่บ้านรับกระเป๋าไป ซินและแสนแสบรีบเดินตามเอมิ

ภายในแผนก DEI
จ่าวาวเปิดเอกสารนั่งอ่านอยู่ที่โต๊ะทำงาน หมวดสารินเดินมาพร้อมวางเอกสารแฟ้มหนึ่งวางลงบนโต๊ะ
“อะไรคะ”
“นี่คือข้อมูลและประวัติคร่าวๆของเสี่ยวิทย์ เจ้าของผับเอลิสท์ ผมคิดว่าคุณควรรู้เอาไว้”
จ่าวาวกระชากแฟ้มไป ก่อนจะปิดลงไม่ยอมเปิดอ่าน
“ฉันทำไว้เองบ้างแล้วค่ะ ไม่ได้แย่ขนาดที่ไม่รู้ว่าต้องหาข้อมูลอะไร ก่อนปลอมตัว”
“ทฤษฏีไม่สำคัญเท่าปฏิบัติ ท่องจำอย่างเดียวไม่เวิร์คหรอก”
จ่าวาวโมโห ปิดแฟ้มดังปัง! เงยหน้ามองหมวดริน
“นี่จะเป็นงานภาคสนามงานแรกและงานสุดท้ายของฉันที่นี่ เพราะฉะนั้นฉันใส่เต็ม ทิ้งทวน คอยดูก็ละกันค่ะ หมวด”
จ่าวาวหยิบแฟ้มแล้วกระแทกกระทั้นจากไป หมวดสารินมองตามอย่างกังวลหน่อยๆ

แดนกับตำรวจเดินเข้าไปตรวจสอบที่บังกะโล หมายเลข 4
แดนมองเข้าไปในห้องสำรวจทั่วแต่ไม่เจออะไรเลย แม้แต่กระเป๋า ห้องโล่งมาก
"กล้องวงจรปิดเห็นนักท่องเที่ยวล่าสุดที่หน้าห้องนี้ แต่มันห่างจากตอนเกิดเหตุหลายชั่วโมงมาก มีใครเห็นผู้ตายก่อนหน้านี้อีกมั้ย"
เฮียกวงพูดขึ้น"คุณตำรวจบอกแล้วไงอั๊วะเป็นแค่ไกด์ วันวันพาเที่ยวก็ซี้แล้ว.. กลับที่พัก ใครจะไปไหน อั๊วะก็ไม่รู้เลี้ยว ไม่ใช่เซเว่น เปิดบริการ 24 ชม นา"
"แต่นี่ก็บังกะโลของคุณ.. ไม่ใหญ่โต มีแค่สัมปทานเดียว ใครไปไหนมาไหนจะไม่เห็นได้
ยังไง"
"แหม่ เพราะมันมินิแบบนี้ นักท่องเที่ยวเขาก็อยากออกไปเที่ยวกลางคืนบ้าง ไรบ้าง"
นักท่องเที่ยวฝรั่งสองคนจากห้องข้างๆ แบกกระเป๋าเดินออกไป ผ่านหน้าตำรวจและเฮียกวง
เฮียกวงวิ่งไปขวางหน้านักท่องเที่ยวฝรั่งเอาไว้
"เดี๋ยวๆๆ นี่ ลื้อจะไปไหนกัน จะเช็คเอ้าท์แล้วเหรอ"เฮียกวงบ่น
"We need to get out. Get away!" ฝรั่งท่อวเที่ยวเดินหนีเฮียกวง
"ยูวววว .. แวร์ โก สลีปวิท มี สิ ฟรี.. ฟรีไรวะ" เฮียกวงวิ่งตาม "โอ้ย.." หันมาหาตำรวจ "ความผิดของคุณตำรวจทั้งนั้นไง ตำรวจมาแบบกองทัพขนาดนี้ ใครจะกล้าพัก!"
เฮียกวงบ่นดินบ่นฟ้าอยู่ แดนก็เห็นว่ามีเงาผ่านแว้บ แดนหันไปมองตามสัญชาตญาณทันที
แดนเห็นเงานักท่องเที่ยวจีน ตาตี๋ เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น ใส่หมวก แต่งตัวสมัยนิยม เดินวนเวียนอยู่แถวบังกะโล ตาแดงก่าจ้องมองเฮียกวงแบบแค้นๆ
แดนพึมพา "นักท่องเที่ยวที่ตายหรอ"
แดนเหลือบมอง เฮียกวงแคะหู ผิวปากไม่สะทกสะท้านอะไร
ตำรวจเดินเข้ามาถามแดน
"เราไปดูที่เกิดเหตุกันดีมั้ยครับท่าน"
แดนพยักหน้าให้ตำรวจ ตำรวจเดินนำไป เฮียกวงเห็นตำรวจกับแดนออกเดินก็รีบตาม
"นี่ๆ อั๊วะต้องไปด้วยนะ รอกันด้วยซี่"

บริเวณชายหาด เอมิเดินเล่น เอาเท้าเตะน้ำ หมอก้อยเห็นก็หัวเราะยิ้มให้
"สวยจังเลยค่ะ เกาะเมืองไทยน้ำใส๊ใส เอมิยังไม่ค่อยอยากกลับเลยค่ะ .. ตอนนี้หมอเป็นยังไงบ้างคะ งานเยอะมั้ย"
"ก็ทั้งงานหลัก งานอาสา เหมือนเดิมแหละจ้ะ ทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า"
"ก็...อยากให้หมอแวะมาที่บ้านบ่อยๆน่ะค่ะ อยู่กันสองคนกับลุง บอกตรงๆเอมิไปไม่เป็น เข้าไม่ถึงเลย หน้านิ่งอึนทั้งวัน กินข้าวกันสองคนนี่บางทีเงียบจนได้ยินเสียงยุงเลย"
หมอก้อยขำๆ "พูดซะเห็นภาพเลย"
"งั้นไว้กลับไป เอมิชวนออกมากินข้าวได้มั้ยคะ เนี่ย มีร้านอาหารอิตาลีร้านนึงเอมิ อยากไปมากเลย อยากหมอก้อยกับลุงไปด้วยกัน"
เอมิเน้นที่คำว่า “ลุง” อย่างชัดเจน หมอก้อยหันขวับทำหน้าสงสัย
"อันนี้เอมิอยากชวนหมอไปกินเองจริงๆใช่มั้ยจ๊ะ"
"แฮะๆ" ... เอมิกลบเกลื่อน "อาหารอร่อยนะคะ หมอก้อยต้องชอบแน่ๆเลยค่ะ เอมิรับรอง"
เอมิยิ้มเจื่อน ทั้งคู่เดินชายหาดต่อ เอมิไม่รู้จะไปต่อยังไง ตัดสินใจลองอีกครั้ง
"แล้ว... เรื่องคุณพ่อ ตอนนี้หมอทำใจได้รึยังคะ"
หมอก้อยยิ้มอ่อนให้เอมิ เอมิรีบแก้ตัว
"คืออย่าเข้าใจผิดนะคะ เอมิแค่ไม่อยากให้ใครเศร้าเรื่องคุณพ่ออีกแล้ว"
"เรื่องความเศร้าน่ะมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะเอมิ หมอเข้าใจว่าคนเราก็ต้องไปต่อ แต่จะไปต่อทางไหนเนี่ย ตอนนี้.. หมอเองก็ยังไม่รู้หรอกจ้ะ"
หมอก้อยจ้องหน้าเอมิพร้อมพูดไปด้วย เอมิเหมือนเข้าใจความหมาย ก็ยิ้มแห้งๆ

เวลาเดียวกัน ตำรวจเดินนำแดนมาถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจแหวกทางชาวบ้านที่กำลังมุงดูศพให้แดนเข้าไป
"ขอทางหน่อยครับ"
แดนเดินเข้าไป เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังใช้เชือกผูกติดกับศพ และรถ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเบิ้ลเครื่องเต็มที่ ก่อนเหยียบมิด แต่ศพก็ยังไม่ขยับ
เสียงฮือฮาของชาวบ้านดังขึ้น เฮียกวงตามเข้ามาเห็นศพก็หน้าซีด
"โอ้ย .. ทำไมยกไม่ขึ้นอ่า.. มานอนแบบนี้ธุรกิจอั๊วะก็จมไปกับน้ำทะเลเลยซี่ พยายามหน่อย.. เบิ้ลให้มันแรงๆ"
เฮียกวงเหลือบไปในกลุ่มชาวบ้านมีลูกชายตัวเองอยู่ ก็หน้าเสียกว่าเดิม รีบวิ่งหายไปในฝูงชน
ซินเห็นชาวบ้านฮือฮา เลยเข้ามาดู แสนแสบงงๆเดินตามเข้ามา
"เค้าดูอะไรกันวะ"
"ศพอ่ะ" ซินว่า
แสนแสบเพิ่งหันไปเจอศพอยู่บนพื้นก็สะดุ้งตกใจ
"เฮ้ย อะไรวะเนี่ย ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่เก็บศพไปดีๆอ่ะ ไป ซิน ไปบอกเจ้าหน้าที่แถวนี้หน่อยดิ๊ อย่าให้เสียชื่อคนมูลนิธิอย่างเรา"
"เดี๋ยวก่อน"
"อ่าว ไมอ่ะ"
ซินชี้ให้แสนแสบเห็นเชือกที่ผูกศพกับรถลาก รถกำลังเร่งเครื่องอีกครั้ง
"ดูนั่นดิ เขาเอาศพผูกกับรถยังลากไม่ไปเลย"
แสนแสบยกมือไหว้"เออว่ะ เฮ้ย หรือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เอาแล้วได้ข่าวอีกแล้วกู"
แสนแสบจะยกมือถือขึ้นถ่าย ซินห้ามไว้
"นี่ก็เอะอะก็ถ่ายจังเลย สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรล่ะ ผีเนี่ยแหละ"
ซินมองเห็นผีอาม่าที่นั่งทับศพอยู่
ซินหันไปอีกทาง เห็นแดนยืนหน้าเครียดคุยกับตำรวจ
"ถ้าไม่ให้เอาศพไป ผมจะกลับ"
แดนพูดจบก็จ้องไปที่ผีอาม่า เหมือนจะสื่อสารให้ผีอาม่ารู้ตัว
ซินเห็นแดนสบตากับผีอาม่า ก่อนที่ผีอาม่าจะหายวับไป
จู่ๆก็มีตำรวจร้องขึ้นมา
"เฮ้ย ยกได้แล้ว"
มีตำรวจคนนึงยกขาศพขึ้นมาได้ ทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันใหญ่
ซินมองที่แดนอย่างสงสัย


เฮียกวงลากลูกชายเดินหลบจากผู้คน มองซ้ายมองขวา ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาตำหนิลูกชายยกใหญ่
"อะไรเตี่ย.. ลากมาทำไมเนี่ย" ลูกชายหงุดหงิด
"เตี่ยบอกกี่ครั้งแล้วว่าสองวันนี้ให้เฝ้าบ้าน ไม่ต้องออกมาเผ่นผ่านข้างนอก"
"ไม่มีอะไร.. ก็แค่ อยากออกมาดูเฉยๆ"
ท่าทางสองพ่อลูกแปลกๆ ดูมีลับลมคมใน
"แล้วตำรวจ"
"ลื้อไม่ต้องสน เขาแค่มาสืบคดีเฉยๆ ถ้าไม่เจออะไรก็คงกลับกันไปภายในวันพรุ่งนี้แล้ว ลื้ออะรีบกลับไปได้แล้วปล่อยให้ตำรวจเขาทำงาน ไม่ต้องเข้ามายุ่ง"
"เออๆ ไม่ยุ่งหรอก"
ลูกชายเสยผมอย่างหงุดหงิด เฮียกวง มองลูกชายแบบเป็นห่วงๆ

แดนยืนมองเจ้าหน้าที่กำลังขนศพขึ้นรถไปตรวจสอบ ซินเดินเข้ามาหาแดน
"ท่านรอง.. ก็เห็นใช่มั้ยครับ"
"พูดถึงเรื่องอะไร"
"เอ้า ก็ผีนิสิครับ ที่ศพที่มันยกไม่ขึ้น ต้องเป็นเพราะผีนั่งทับแน่ๆ"
"นายคิดแบบนั้นเหรอ"
ซินเห็นว่าแดนตอบกลับมานิ่งๆ ไม่ได้มีท่าทีว่ารู้เรื่องอะไรเลยเล่าต่อ
"ก็ใช่น่ะสิ ผมเห็นผีอาม่า เหมือนจะเป็นคนจีนสวมชุดเต็มยศ นั่งทับศพอยู่ก็เลยยกกันไม่ขึ้น ผมว่าน่าจะเป็นเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่ๆ"
"แบบนั้นเองหรอ มิน่าตำรวจเขาถึงพยายามกันแทบตายก็ยกไม่ได้"
"ครับ" ซินมองแดน "งั้นผมกลับไปหาแสนแสบก่อนนะครับ ไม่รู้ป่านนี้มันรายงานข่าวศพศักดิ์สิทธิ์อะไรมั่วซัวหรือเปล่า"
แดนพยักหน้าเห็นด้วย ซินเดินออกไปด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ..ว่าแดนเห็นหรือไม่เห็นกันแน่
แดนพึมพา "แปลว่ามีผีสองตัวงั้นหรอ"

เย็นวันนั้น แดนเดินนำทุกคนเข้ามาที่บังกะโล หมายเลข 13 อย่างเซ็งๆ
ทุกคนเดินตามเข้าไปข้างใน มอบไปรอบๆห้องพัก
"บ้านหลังนี้อยู่ไกลเหมือนกันนะคะเนี่ย สุดทางเลย" หมอก้อยว่า
"หลังนี้เป็นหลังเดียวที่พักได้ และไม่เกี่ยวข้องกับที่เกิดเหตุ"
"แต่เอมิชอบนะคะ! ดีจังเลยค่ะ ให้บรรยากาศเหมือนมาพักผ่อนเลย"
"ดีอะไรละเรา" แดนเขก "บ้านหลังนี้ถ้าน้ำขึ้นเนี่ย จะข้ามไปอีกฝั่งของรีสอร์ตไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น.. พวกเราคงออกไปไหนไม่ได้ตอนค่ำ" แดนบอกกับทุกคน "ห้ามเถลไถล"
"แต่พวกเราก็คงไม่ได้ไปไหนกันไกล คงไม่เป็นไรมั้งคะ" หมอก้อยว่า
"แต่ผมเห็นเรือหางยาวจอดหน้าหาดเมื่อกี๊ ผมขับเป็นสบ๊าย ใครเค้าออกเดี๋ยวซินจัดให้" ซินว่า
แสนแสบคัดค้าน "แต่ผมว่า มันดูหลอนๆนะ ! ของแรงชัวร์"
"น่าสนุกออกค่ะ ! เหมือนติดเกาะร้าง..." เอมิเหล่แดน "สร้างรัก ไง"
ซินกับแสนแสบเดินไปสำรวจห้อง แสนแสบเห็นห้องสวยก็ตาวาว
"ผมขออยู่ห้องนี้นะ ติดทะเลเลย!"
แสนแสบพุ่งตัวไปสำรวจห้อง เอมิรีบตามไป
"เฮ้ย ได้ไง ให้เอมิเลือกก่อนสิ"
แดนกับหมอก้อยเห็นเด็กๆแย่งกันก็ยิ้มหัวเราะ ทั้งสองมองหน้ากัน
แดนผายมือให้หมอก้อยเดินเข้าไปก่อน
เอมิกับแสนแสบยังทะเลาะกันอยู่
"นี่เอมิรู้ป่าว เคยมีคนเค้าเล่าว่าอยู่ห้องติดทะเล จะมีโอกาสเจอผีเยอะกว่าห้องอื่นนะ"
"ทำไมอ่ะ"
"ก็ผีทะเลไง ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย"
ซินเบิ๊ดกะโหลกแสนแสบไปที

เอมิเดินสำรวจเห็นมีเตาปิ้งย่างอยู่ด้านหลัง เลยตะโกนเรียกทุกคน
"พี่ซิน พี่แสบ มาดูนี่เร็ว"
"มีอะไรเหรอคะ"ซินถาม
"ที่นี่มีเตาปิ้งย่างด้วยนะ"
"โหเจ๋งอ่ะ"
"เรามาทำบาร์บีคิว ปิ้งย่างกันดีมั้ย ไหนๆก็ถือว่ามาพักผ่อนแล้ว เอมิอยากกินกุ้งเผา ป่ะพวกเรา ไปซื้อของทะเลมาดีกว่าค่ะ เห็นสะพานปลาทางโน้นพอดี เอมิจัดให้"
ทั้งสามคนรีบเดินออกไป

ในมุมลึกลับแดนคุยกับเนม
"ได้เบาะแสอะไรมาบ้าง"
"มีครับ มีผู้ชายคนหนึ่งน่าสงสัย"
เนมยื่นโทรศัพท์ให้แดนดูรูปของผู้ชายคนหนึ่ง
"คนนี้ชื่อเซินเจิ่น ลูกชายเฮียกวงผมคิดว่า พ่อลูก 2 คนนี้ ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาซอมบี้แน่"
"ถ้างั้นวันนี้นายลองไปล่อซื้อยาจากคนบนเกาะ เผื่อได้หลักฐานเพิ่มพวกมันจะได้ดิ้นไม่หลุด"
"ได้ครับ"

เวลาเย็น เนมเดินสำรวจรอบบังกะโล เห็นบาร์อยู่ไกลๆ
เนมเห็นเด็กวัยรุ่นจับกลุ่มคุยกันอยู่ เนมลูบหน้า พร้อมแอคติ้งแบบอยากยาก่อนเดินเข้าไปหาแก๊งค์วัยรุ่น
"น้องๆ พอจะมีของเหลือสักหน่อยป่ะ"
เด็กวัยรุ่นมองเนม อย่างเชิง
เด็กวัยรุ่น 1 "ของอะไรพี่"
"ก็.. อะไรก็ได้"
เด็กวัยุร่นหันไปคุยกัน
"ดูท่าจะของขาดว่ะ"
เด็กวัยรุ่น 2 "ให้ตัวใหม่ให้ลองไปเลย"
เด็กวัยรุ่นพยักหน้าให้กัน ก่อนจะเปิดกระเป๋า กำลังล้วงยาออกมา
เนมเห็นเด็กวัยรุ่กำลังหยิบยาแล้ว ก็ยิ้มดีใจ
ทางด้านหนึ่ง ลูกชายเฮียกวง แอบมองเนมอยู่ เขาไม่ไว้ใจเนม
เด็กวัยรุ่น กำลังจะยื่นยาส่งให้เนม
เด็กวัยรุ่น1 "ตัวนี้แพงหน่อยนะพี่"
เนมพยักหน้า "ได้หมด"
เนมกำลังจะหยิบเงิน เพื่อแลกกับยา ลูกเฮียกวงก็มาหยิบยาออกไป
เนมชะงักมอง เด็กวัยรุ่นก็ด้วย
"อ่าว ลูกพี่"
"กูไม่ขาย"
"อ้าว ทำไมอ่ะ"
"อย่าเซ้าซี้ พวกมึงก็ไปได้แล้ว"
ลูกเฮียกวงหันไปสั่งเด็กวัยรุ่น พวกเด็กๆไม่กล้าขัด
เนมมองตาม เซ็งที่แผนไม่สำเร็จ

บริเวณริมถนน หมวดสาริน ปรับจูนวิทยุจนได้เพลงที่ชอบใจ แล้วยกนาฬิกาขึ้นมาดู
"อยู่ไหนเนี่ย นัดไม่เป็นนัดเลย"
หมวดสารินบ่นจบ ก็มีสาวสวยนางหนึ่งใส่แว่นตาดำเดินมาเคาะกระจกฝั่งข้างคนขับ หมวดสารินลดกระจกลง
"มีอะไรปะครับ" หมวดสารินเสียงหงุดหงิด
สาวสวยผมบลอนด์ ใส่ชุดเดรสหนังรัดรูปคนนั้นเปิดรถ ขึ้นมานั่งข้างคนขับ
"เอ่อ คุณขึ้นผิดคันมั้งครับ ผมไม่ใช่อูเบอร์นะ ผมรอเพื่อนอยู่ครับ"
สาวสวยคนนั้นถอดแว่นดำแล้วสะบัดผม สาวคนนั้นคือจ่าวาวนั่นเอง
จ่าวาวยิ้มยั่ว "จำกันไม่ได้เลยเหรอค้า"
หมวดรินขยี้ตา ก่อนจ้องมองตาค้าง จ่าวาวใส่วิกผมบลอนด์ คอนแทคเลนส์สีฟ้า สวยจนจำไม่ได้
"เฮ้ย นี่มัน...จ่าวาวมนุษย์ป้าหนิ!" สารินร้องเสียงหลง
"หมวดช่วยอุทานแบบให้เกียรติชุดหนังนางแมวฉันหน่อยได้มั้ยคะ"
หมวดสารินตะลึงความสวยของจ่าวาวอยู่ จ่าวาวกระแอมให้หมวดสารินรู้สึกตัว
"ฉันพร้อมแล้วค่ะ ออกรถกันได้หรือยัง"
"อ่อ...ๆ ไปๆ" สารินอ้อมแอ้ม
รถเคลื่อนตัวออกไป


หน้าผับเอลิสท์ ตอนกลางคืน มีคนเข้าออกเยอะแยะ
ภายในผับหรู เสียงเพลงดังหระหึ่ม จ่าวาวในลุคเซ็กซี่ ตามหลังมาด้วยหมวดสารินที่แต่งตัวเป็นบอดี้การ์ด เดินเข้าไปหาโต๊ะนั่ง หมวดสารินยืนอยู่ข้างโต๊ะ
หมวดสารินมองไปรอบๆ ไม่เห็นอะไรผิดสังเกต
"คนเยอะจริงๆ" จ่าวาวว่าพลางขมวดคิ้ว
"ไหวมั้ยคุณ เริ่มแรกภาคสนาม คุณต้อง"
จ่าวาวขัด "ค้นหาเป้าหมาย ฉันวิเคราะห์เองได้ ขอบคุณ"
"เป็นไง จากการวิเคราะห์ คุณว่าเสี่ยวิทย์อยู่ที่ไหนในผับ"
"ก็ถ้าเจ้าของจะต้องดูแลกิจการแล้ว เขาก็ต้องนั่งอยู่ในจุดที่เห็นลูกค้าได้ทุกโต๊ะ.. นั่น!"
จ่าวาวมองไปที่มุมหนึ่งของผับ เห็นการ์ดสองคนยืนปิดหน้าโต๊ะอยู่ หมวดสารินมองตามเห็นโต๊ะเจ้าปัญหา
"บอกแล้ว" จ่าวาวบอกกับหมวดสาริน
จ่าวาวยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนเดินไป หมวดสารินเดินตามอย่างระแวง

จ่าวาวเดินไปถึงโต๊ะนั้น แต่การ์ดสองคนบังเอาไว้ ไม่ให้จ่าวาวเข้าไป
"คุณผู้หญิง กรุณาถอยออกไปด้วยครับ"
จ่าวาวมองการ์ด ก่อนจะพูดด้วยเสียงตัดพ้อที่ดังพอควรให้เสี่ยวิทย์ที่อยู่ข้างในได้ยิน
"แหม.. ก็อีแค่อยากจะมายื่นข้อเสนอแบบถึงใจๆให้เสี่ยเค้าสักหน่อย แค่นี้ไม่เห็นต้องไล่กันเลย"
จ่าวาวสะบัดตัวหันหลังกลับแบบที่หมวดสารินต้องอึ้งมอง
จ่าวาวลุ้นว่าเสี่ยจะติดกับมั้ย หมวดสารินก็ลุ้นไปด้วย
เสี่ยวิทย์ส่งเสียง"เดี๋ยวก่อนสิครับ ... เฮ้ยพวกเอ็งอย่าเกะกะขวางทางน่า"
เสียงเสี่ยวิทย์แทรกดังขึ้นมา จ่าวาวหันหลังกลับไป เสี่ยวิทย์โบกมือให้การ์ดเปิดทาง พร้อมเดินออกมา
"ต้องขอโทษด้วยนะครับ.. คนสวย ที่ลูกน้องผมมันไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไหร่"
เสี่ยวิทย์พูดพร้อมเอามือลูบที่เอวของจ่าวาว หมวดสารินมองตาเขม็ง จ่าวาวเองก็ท่าทีอึดอัด ก่อนเก็บอาการเล่นละครต่อ
จ่าวาวยิ้มให้เสี่ยวิทย์
"นึกว่าวันนี้เสี่ยวิทย์ไม่อยากต้อนรับลูกค้าแล้วซะอีก"
"ระดับมาดามเนี่ย ข้อเสนออะไรก็อยากฟัง เชิญเข้าไปคุยข้อเสนอกับผมต่อข้างในดีกว่าครับ"
"ชื่นใจจัง.." จ่าวาวยิ้มหวาน "ขอบคุณค่ะ"
จ่าวาวลูบแขนเสี่ยวิทย์หนึ่งที หมวดรินมองจ่าวาวที่แปลงร่างแบบงงๆ เสี่ยวิทย์หน้าบานกว่าเดิม แล้วผายมือให้วาวเดินนำเข้าไปนั่งด้านใน หมวดสารินทำท่าจะเข้าไปด้วย
จ่าวาวหันมาสั่ง
"รอตรงนี้แหละ เข้าไปข้างใน ฉันไม่ต้องใช้บอดี้การ์ดหรอก เสี่ยวิทย์น่าจะคอยดูแลฉันเป็นอย่างดี.. ใช่มั้ยคะ"
"แน่นอนครับ"
จ่าวาวหันมายิ้มให้เสี่ยวิทย์ ก่อนพากันเดินเข้าไป
หมวดสารินเจ็บใจ

ภายในห้อง VIP เสี่ยวิทย์กับจ่าวาว นั่งอยู่ในห้องสองต่อสอง เสี่ยวิทย์จับมือจ่าวาวมากุมไว้
จ่าวาวอดกลั้นไว้ ไม่ชักมือกลับ
"ผมแทบจะอดใจฟัง ข้อเสนอที่มาดามแคทวูแมนจะบอกไม่ไหวแล้วนะครับเนี่ย.. อยากจะบอกอะไรกับผมหรอครับ"
"ก็.." จ่าวาวนิ้วไต่ "เป็นข้อเสนอที่คนอื่นให้ฉันไม่ได้ มีแต่เสี่ยเท่านั้นที่ให้ฉันได้ไงละคะ"
"ว่ามาเลยครับ ไม่มีอะไรที่ผมให้ไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนสวยอย่างคุณ"
"ไม่ยากหรอกค่ะ ก็เรื่อง.. ยาซอมบี้"
เสี่ยวิทย์ถึงกับชะงักมือที่จับลูบมือจ่าวาวอยู่
จ่าวาวเห็นท่าไม่ดี เลยขยับขามาไขว่ห้างให้กระโปรงเปิดมากขึ้น แล้วโน้มตัวไปหาเสี่ย จับมือเสี่ยไว้
"อยากได้ยานี้ไปขายในคลับ VIP ของฉันบ้าง ลูกค้าถามกันให้ขวักเลย ถ้าเสี่ยตกลงขายให้เนี่ย"
จ่าวาวเอามือเสี่ยที่จับอยู่มาวางที่ต้นขาของตัวเอง เสี่ยวิทย์กลืนน้ำลายเอื๊อก
"ข้อเสนออะไร ฉันก็ยอมแลก"
เสี่ยวิทย์มองจ่าวาวคิดหนัก ต่อสู้กับกิเลสตัวเอง

ขณะที่หมวดสาริน ยืนลุ้นอยู่ด้านนอก พยายามเงี่ยหูฟังด้านใน ใจดังเต้นตึกๆ ท่าทางดูงุ่นง่าน
การ์ดสองคนงงว่าเป็นอะไร แต่ก็ยักไหล่ไม่สนใจ

ภายในห้องเสี่ยวิทย์ คิดหนักนิ่งไป แต่แล้วก็หัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ ได้! ผมตกลง! ต่อจากนี้เราจะเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจกัน"
จ่าวาวยิ้มดีใจ ก่อนจะเขยิบตัวออกห่างจากเสี่ย
เสี่ยวิทย์ทรุดตัวลงข้างจ่าวาว ก่อนจะใช้มือไล่ตามแขนจ่าวาวขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงไล้ใบหน้า
จ่าวาวกลั้นอาการแบบสุดๆ แววตาสั่นด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
"ถ้ามาดามยอมเซย์เยส ตกลงก็ไปคอนโดกับผม แป๊บเดียวเท่านั้น สัญญาการซื้อขายยาซอมบี้จะเป็นของคุณ เราจะได้ตกลงธุรกิจกัน"
จ่าวาวต้องชั่งใจบ้างแล้วคราวนี้
"ว่าอย่างไงมาดาม คุณยอมเข้าถ้ำเสือหรือเปล่า"
จ่าวาวแหวกเสื้อเพิ่ม ก่อนจะปัดผมไปข้างหลังเพื่อเพิ่มความเซ็กซี่ พัดหน้าเหมือนร้อนยั่วยวนเสี่ย
เสี่ยวิทย์โน้มตัวเข้าไปหาจ่าวาว
จ่าวาวตกใจถีบขามั่วซั่ว แต่โชคดีที่ถีบไปโดนหว่างขาเสี่ยพอดี เสี่ยจุกทรุดลงไปที่พื้น
จ่าวาวคว้าซองยามาไว้ได้ ก่อนรีบวิ่งหนีออกมา

ด้านนอก หมวดสารินเดินกระวนกระวายใจ ดูนาฬิกาไปด้วย และซักพักได้ยินเสียงปืน
หมวดสารินหน้าถอดสีรู้ว่าซวยแล้ว รีบพุ่งเข้าไปตามทางที่เสี่ยวิทย์และจ่าวาวเข้าไปก่อนหน้าทันที
หมวดสารินยิงต่อสู้กับลูกน้องเสี่ยวิทย์ และวิ่งตามหาจ่าวาว
"จ่าวาว"
จ่าวาว วิ่งเข้ามาหมวดสารินด้วยความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย
ทั้ง 2 คน ช่วยกันสู้กับคนร้าย จนสุดท้าย ทั้งสองเกือบจะจนมุมคนร้าย
จ่าจักรเข้ามายิงคนร้าย ช่วยทั้ง 2 ไว้ทันเวลา
"เคลียร์"
"ขอบคุณมากจ่า"

อาหารหลากหลายจานที่เป็นซีฟู้ด ถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ เอมิ ตื่นตาตื่นใจกับอาหารบนโต๊ะ
"ไม่รอละ ขอซัดเลยละกัน"
ซินกับแสนแสบมองหน้ากันอย่างเป็นกังวล
"นี่ จะกินอย่างสบายใจอีกหรอ ทิ้งให้ท่านรองกับหมอก้อยรออยู่นะ เอมิ"
"นั่นดิ นำขึ้นปิดทางเข้าแล้วมั้งป่านนี้" แสนแสบว่า
เอมิไม่สนใจใดๆ ดูดหัวกุ้งต่อ
"กินไปเหอะ ปล่อยไว้แบบนี้ดีสิ จะได้อยู่กันสองต่อสอง เผื่อเลียแผลใจกันบ้างไรบ้าง" แล้วมองกุ้ง"นิ่งๆนี่คือ ไม่กิน งั้นเค้ากินนะ"

จ่าจักรพาเสี่ยวิทย์กับการ์ดขึ้นรถที่ลานจอดรถหลังผับ หมวดสารินคุยโทรศัพท์
"ครับ ฝากด้วยนะ เดี๋ยวผมจัดการทางนี้ต่อเอง"
เมื่อหมวดสารินวางโทรศัพท์ ก็เห็นจ่าวาวในชุดหนัง สภาพผมฟูยับเยิน รองเท้าก็ไม่มี กำลังยืนพิงรถอย่างเหนื่อยๆ
"เหมือนอย่างที่คุณพูด ฉันทำไม่ได้ เชิญสมน้ำหน้าฉันให้เต็มที่เลย"
หมวดรินไม่ตอบ แต่ถอดแจ็คเก็ตคลุมให้จ่าวาว จ่าวาวอึ้งๆไป
"ไม่ต้องหรอก"
"ใส่ไปเถอะ สภาพเละขนาดนี้ คุณไปไหนไม่ได้หรอก"
"ฉันว่า.. คงไม่มีตำรวจคนไหนออกภาคสนามแล้วเละเท่าฉันมาก่อนใช่มั้ยค่ะ ไม่มีอะไรเหมาะกับฉันสักอย่าง ทั้งชุด ทั้งวิก แล้วก็อาชีพ.. ฉันคงต้องถอดใจจริงๆ"
"เพ้อเจ้อ ไม่เคยออกภาคสนาม จับตัวเป้าหมายได้ก็ดีแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้คุณ พวกเราไม่ได้ยาซอมบี้หรอกนะ"
หมวดสารินทำเป็นพูดนิ่งๆไม่มองหน้าจ่าวาว
"คนอื่นออกครั้งแรก กลัวจนทิ้งภารกิจกลางครันก็มี .. ที่ผ่านมาผมคงมองคุณผิดไป"
จ่าวาวยอมใส่เสื้อของหมวดสาริน หมวดสารินพยักหน้าให้ยิ้มๆ

ฝ่ายเอมิกับซินแย่งกุ้งกันไป แสนแสบแอบเห็นเฮียกวงเดินเข้ามาในบาร์ จึงรีบสะกิดทั้งสองคน
"เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ดูนั่นดิ"
ซินมองตามที่แสนแสบชี้ เห็นเฮียกวงนั่งลงสั่งเหล้าที่บาร์กินคนเดียว

ถายในห้องสอบสวน เสี่ยวิทย์บอก
"ผมบอกพวกคุณแล้วไง ผมไม่รู้ยาซอมบงซอมบี้อะไรที่ว่า"
"แกจะไม่รู้ได้ไง ก็แกให้ฉันกิน" จ่าวาวบอก
เสี่ยวิทย์บอก"ยาที่คุณกิน มันยาปลุกเซกส์"
เสี่ยวิทย์พูดจบก็หัวเราะร่า ส่วนหมวดรินมองวาวอย่างสงสัย
"จะบ้าหรอนายมาจ้องฉันทำไม ฉันไม่ได้กลืนลงไป"
หมวดสารินขู่
"ถ้าคุณไม่ยอมรับสารภาพ ว่าใครอยู่เบื้องหลัง คุณเดือดร้อนแน่"
เสี่ยวิทย์ยังคงไม่ปริปาก
"หรือว่าจะซ้อม จนกว่าจะยอมรับสารภาพ"
"ทำงี้ไม่ได้ ถ้าฉันเป็นอะไรไปพวกเธอเดือดร้อนแน่"
"จ่าเอาตัวผู้ต้องหาไปที่ หน่วย DEI ด่วนเลยปะ"
"ทำงี้ไม่ได้นะ ทนายฉันกำลังจะมาประกันตัว"
"แต่ตอนนี้คุณยังไม่ได้ประกันเลยนะ เอาไปเลยจ่า"
"เฮ้ยอะไรเนี่ย" เสี่ยวิทย์โวยวาย
ตำรวจเอาตัวเสี่ยวิทย์ออกไป
"ว่าแต่ไอ้ยาเมื้อกี้ มันออกฤทธิ์ยัง"
หมวดสารินวกกลับเข้ามาเรื่องนี้ต่อ
"จะบ้าหรอ ยังไม่ได้กลืน"หมวดวาวว่า
"ไม่รู้นิ"
"หมวด!"


ตำรวจกำลังพาเสี่ยวิทย์เดินไปเพื่อขึ้นรถ
เสี่ยวิทย์ถูกใครคนหนึ่งยิงมาจากมุมสูง !

ส่วนเฮียกวงเริ่มเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว
"เฮ้ยน้อง เอามาอีกเยอะๆเลย ขอต่อเนื่อง เข้าใจป่าว"
เฮียกวงกระดกแก้วเหล้าต่อ ซินเดินเข้ามา นั่งข้างๆก่อนสั่งบาร์เทนเดอร์
"เอาแบบเฮียเค้าแก้วนึงครับ"
เฮียกวงเห็นซินสั่งเหมือนตนก็หันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ผมเอาเพื่อนมานั่งด้วยได้ไหม หลายคนสนุกดี"
ซิน เรียกเอมิ แสนแสบ ที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆมานั่งด้วย
"เฮีย พอรู้ป่าวว่าถ้าผมอยากได้.. อะไรๆ ที่มันแบบสนุกๆหน่อยผมจะหาได้จากไหน"
"สนุกอะไร อยากสนุกก็ไปหาเพื่อนเล่นไป๊ อย่ามากวน รู้มั้ยอั๊วะใหญ่นะเว้ย"
"ไม่ใช่ แบบว่า" ซินกระซิบ "อะไรที่กินแล้วมันแบบไฮๆหน่อยอะรู้มั้ยว่าจะไปหาจากไหน"
"ไฮอะไร ไฮโลหรอ!"
เฮียกวงตอบเละเทะ ไม่เข้าประเด็นสักที ซินเซ็งๆที่เฮียกวงไม่ยอมหลงกลตอบ
"วงไพ่ ไฮโลอะไร อั๊วะไม่รู้จักเว้ย! ระดับแขกวีไอพีที่อาเฮียดูแลแล้ว.. มันต้องไอเทมลับเท่านั้น ลื้อเข้าใจมะ"
ซินดีใจ "ไอเทมลับอะไรเฮีย ไหนเล่าให้สิ" แล้วสั่งบาร์เทนเดอร์ "เอาให้เฮียอีกแก้วดิ"
ซินจะเข้าไปถามต่อ เนมมาจากไหนไม่รู้ เข้ามาวางเหล้าให้เฮียเพิ่มแล้วถามต่อทันที
"ไอเท็มลับนี่หาจากไหนอ่ะเฮีย"
"เฮ้ยอะไรวะ.." ซินมองตาขวาง "มาจากไหนเนี่ย"
เฮียกวงไม่สนใจกระดกเหล้าที่เนมวางจนหมดแก้ว
"เฮ้ย พวกลื๊อจะถามอะไรนักหนาวะ นี่หลอกกันป่ะเนี่ย เป็นสายป่ะเนี่ยอั๊วะกวง เด็กเฮียเส็งประตูน้ำเก่านะเว้ย ใช่ว่าจะให้หมาแมวที่ไหนมาหลอก"
เฮียกวงเมาๆชี้หน้าถามทั้งสองคน ซินหน้าเสีย
"ผมก็แค่อยากหาอะไรสนุกทำ รีสอร์ตเฮียน่าเบื่อจะตาย ถ้าไม่มีอะไรทำ.. ผมคงต้องเรตให้ดาวเดียว.. เว็บท่องเที่ยวเนี่ยน่ากลัวนะ สมัยนี้ ใครก็เลือกเที่ยวจากดาวทั้งนั้น"
"ให้ดาวหรอวะ"
"ถ้าได้อะไรสนุก ผมก็ให้ดาวเยอะหน่อย.. ว่าไง"เนมบอก
"อย่าเอาดาวมาหลอกอั๊วะนะเว้ย! ... แต่ถ้าบอกจะให้กี่ดาว" เฮียกวงต่อรอง
"เฮียอยากได้กี่ดาว ผมก็ให้ได้ทั้งนั้นอะ จ้างคนมาคอมเม้นต์ให้ด้วย"
"ได้ ตามเฮียมา เฮียจะพาไปดูไอเทม ไป!"

หน้าบังกะโล หมอก้อยเคาะประตูหน้าห้องพักแดน
แดนเปิดประตูออกมา
"คุณคะ เด็กๆหายไปหลายชั่วโมงแล้วคะ"
"คุณรอแปปนะ"
แดนวิ่งเข้าไปในห้องและออกมา พร้อมกับส่งไฟฉายให้หมอก้อย
"ไปครับ"
ทั้งคู่รีบวิ่งออกไปตามหาเด็กๆ

ฝ่ายเฮียกวงเดินนำเด็กๆมาในห้องลับ
เนมเดินรั้งท้ายกับเอมิ
"พี่มาเที่ยวบนเกาะนี่หรอ" เอมิถาม
"อื้อ ช่ายมาเที่ยว"
"มาคนเดียวเนี่ยนะ"
"ต้องคนเดียวซิ เพราะไม่มีแฟน"
เนมทิ้งท้ายประโยคแบบกวนๆอ้อนๆ

แดน หมอก้อย ออกตามหาเด็กๆริมทะเล
แดนตะโกนเรียก"เอมิ เอมิ"
หมอก้อยเรียก "ซิน"
แดน หยุดเดิน หมอก้อยเดินตามติดมาหยุดที่เขา
"ดูคุณก็เป็นห่วงเอมิมากนะคะ"
"เอมิเป็นหลานสาวผมคนเดียวที่เหลืออยู่ครับ"
"ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวที่ผ่านมาก่อนเลยค่ะ"
แดนมีท่าทีชะงักไปชัดเจน กำแพงน้ำแข็งก่อตัวขึ้นอีกแล้ว หมอก้อยยิ้มเป็นมิตร พยายามชวนคุย
"คุณไม่คิดถึงครอบครัวบ้างหรอคะ"
"ไม่เหลืออะไรให้คิดถึงแล้วมากกว่า"
แดนเงียบ
"ความเจ็บปวดอาจทำให้หลายคนเชื่อว่าการคิดถึงจะเป็นการตอกย้ำให้เราทุกข์ขึ้น แต่การไม่พูด หรือไม่ระบายต่างหาก ที่ทำให้เราจมกับความรู้สึกเดิมๆ จนหายใจไม่ออก บางทีคุณอาจจะแค่ต้องการผู้ฟังที่ดีสักคนก็ได้นะคะ"
ทั้งคู่สบตากัน แดนมองหน้าหมอก้อย ชั่งใจว่าจะเล่าหรือไม่เล่า

ต่อมา เฮียกวงในสภาพเมาแทบจะสิ้นสภาพ ล้วงหากุญแจ แต่ทำตก
เอมิ แสนแสบ และซินเนม คลานอยู่กับพื้นแถวโต๊ะเพื่อหากุญแจ ทั้งหมดแยกกันส่องไฟฉายหากับพื้น
เอมิถาม“แน่ใจเหรอว่าหล่นแถวนี้อ่ะ นี่หาจนแทบจะพลิกพื้นแล้วนะ”
“เออ มันต้องอยู่แถวนี้แหละ” ซินบอก
แสนแสบส่องไปเห็นอะไรวิบวับๆ ก็ดีใจ
แสนแสบมอง “หูว อาเฮียนี่ก็รสนิยมดีจริง กุญแจยังเลี่ยมทอง พ่อจะบ้า”
แสนแสบจะเอื้อมมือไป แต่เห็นมีมือขาวๆ เอื้อมตัดหน้าตัวเองไปเก็บก่อน
แสนแสบถาม“ใครแม่งหยิบวะ”
แสนแสบเลยค่อยๆส่องไฟขึ้น เห็นเป็นผีอาม่ากำลังจ้องแสยะยิ้มให้แสนแสบอยู่ แสนแสบอึ้งๆ หน้าแหยพูดอะไรไม่ออก พยายามสะกิดชี้ให้เอมิดู เอมิรำคาญ
“อะไร คนหาของอยู่ ใช่เวลาเล่นป่ะ”
แสนแสบสะกิดไม่หยุดจนเอมิต้องหันไป แต่พอหันไปเห็นก็ขาสั่นพั่บๆทั้งคู่
ซินกับเนม ลากเฮียกวงที่เมาไม่ได้สติ เดินมาหาทั้งสองคน
“เจอยัง ด้านนู้นไม่มีเลย” ซินว่า
เอมิพูดเสียงสั่น “จ.. เจอแล้ว”
“อ้าว เจอแล้ว ก็ดีอ่ะดิ ทำหน้าอย่างงั้นทำไมอ่ะ”
แสนแสบพูดไม่ออกจะร้องก็ร้องไม่ออก พยายามชี้ไปข้างๆที่อาม่าหันหลังอยู่ อาม่าหมุนหน้ามาทั้งๆที่หันหลัง แล้วชูกุญแจขึ้นมา ทุกคนช็อค ตาโต
เอมิบอก“ไม่ไหวแล้ว ไปก่อนนะ”
เอมิวิ่งเปิดไปก่อนคนแรก ทุกคนกรี๊ดวิ่งตามออกไป
แสนแสบรั้งคนสุดท้ายจะวิ่งไปด้วย แต่วิ่งไม่ไป เห็นอาม่าดึงเสื้ออยู่ แสนแสบจะร้องไห้
“ฮือ จับ.. จับทำไมม่า ปล่อยผมเห๊อะ อยากได้เสื้อ เดี๋ยวเผาเสื้อกระดาษไปให้นะ”
แสนแสบพยายามเอื้อมมือแกะมืออาม่า จนหลุดแล้ววิ่งออกมา
“ไม่ไหวแล้วโว้ย รอด้วย รอไอ้แสบด้วย”

เอมิ ซินและเนมลากเฮียกวงออกมาด้วย ทั้งหมดวิ่งเข้าไปหลบในห้องเก็บของเล็กๆ พอเข้าไปได้ก็ล็อกกลอนทันที ทั้งหมดหอบหายใจ เฮียกวงโวยวายเสียงดัง
“ไอเทมลับงาย.. มายดูแล้วหรอ... ปะ อั๊วะจะพาไปดู” เฮียทำท่าจะเดินออกไป
ซินกับเนมล็อคคอ ช่วยกันปิดปากเฮียกวง
เนมบอก“ช่วยสร่างหน่อยได้มั้ยเฮีย กินไปเยอะขนาดไหนเนี่ย”
ทุกคนสะดุ้งโหยง เมื่อมีเสียงทุบประตูรัวๆ
“ฮือ เอมิกลัว”
ทุกคนกอดกันกลม พยายามกระเถิบกันให้ออกห่างจากประตู
“เปิดเร็วดิ๊ แสบเอง”
ได้ยินอย่างงั้นซินรีบเปิดประตูให้แสนแสบเข้ามา แสนแสบรีบเข้ามาแล้วล็อกประตูอย่างไว
“มึงจะทุบทำไมวะ ตกอกตกใจหมด นึกว่าแขกไม่ได้รับเชิญ
“โห พูดง่ายเนอะมึง ก็เล่นวิ่งไม่รอกันเลยนี่หว่า ทิ้งกันหน้าตาเฉย”
จู่ๆไฟก็ดับ ทุกคนร้อง
“เฮ้ยย”
“เอาแล้วมาอีกแล้ว”
ไฟติด เห็นเนมกดเปิดสวิทช์ไฟที่อยู่ข้างหลังแสนแสบ
“ไอ้แสบ ถอยออกมาให้ห่างสวิทช์เลย”
“งั้นแกเปลี่ยนที่กับฉันเลย”
แสนแสบรีบกระเถิบตัวมาเบียดทุกคน แสนแสบเข้ามาอยู่ข้างในแล้ว ไฟก็ดับอีก ท่ามกลางความมืด
“แสนแสบ!” เอมิเรียก
“เออ นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะเว่ย”
“เล่นอะไรล่ะ กูไม่ได้กดเว้ย”
“อ้าว งั้นก็ต้องเป็นแกล่ะเนม ถอยออกมาเลย” ซินบอก
“เฮ้ย ไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ได้อยู่ใกล้สวิทช์เลย”
“งั้น”
เอมิไม่ทันพูดต่อ ไฟก็เปิดทันที ทุกคนหันมองเป็นตาเดียวที่สวิทช์ไฟ เห็นผีอาม่ายืนยิ้มแสยะอยู่ที่สวิทช์ไฟ
อาม่าเปิดปิดไฟเป็นจังหวะ ปิด เปิด ปิด เปิด
“ชะ..ชัด..ชัดวะ”
แสนแสบค่อยๆกระเถิบตัวไปทางประตู เปิดประตูได้แล้วรีบวิ่งนำออกไปก่อนคนแรก
“คราวนี้ขอไปก่อนละโว้ย”
เอมิ เนม ซินวิ่งตามแสนแสบ เหลือเฮียกวงอยู่รั้งท้ายอยู่ในห้อง เฮียกวงเมาพยายามด่าอาม่า
“ลื้อเป็นใครวะ มาเล่นไฟรีสอร์ตอั๊วะ เดี๋ยวปั๊ดดดด...”
ซินวิ่งหลับมาลากแขนเฮียกวงออกไป เฮียกวงยื้อ
“จะรีบไปไหนวะ ยังด่าไม่เสร็จเลย โตจนจะแก่ตายอยู่แล้ว เดี๋ยวพ่อเหนี่..”
เฮียกวงเมาจะด่าต่อ แต่โดนซินลากออกมาแล้ว


ซินเห็นว่าอาม่าคงไม่ตามมาแล้ว ก็ปล่อยเฮียลงกับพื้น
“เฮียนะเฮีย ทำไมผมต้องมาติดอยู่เฮีย แล้วปล่อยให้เอมิไปกับไอ้หมอนั่นเนี่ย เฮ้อ”
เฮียกวงยังคงเมาไม่ได้สติอะไร ซินมองแล้วส่ายหน้า
ซิน และ แสนแสบมองไปรอบๆห้องเห็นกระเป๋านักท่องเที่ยวเต็มห้อง
“เฮ้ยนี่มันกระเป๋าฉันนี่หว่า” แสนแสบบอก
“เฮียนี่มันอะไรเนี่ย”
เฮียกวงบอก “อั้วะเก็บไว้ให้ลูกค้าไง ดูแลอย่างดี”
“หราเฮีย”
“อั้วะไปก่อนนะ”
เฮียกวงทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น
เนมและเอมิ เดินเข้ามาสมทบ
“เฮียคุยกันก่อน” เนมว่า
เฮียกวงหน้าจ๋อย

บริเวณทางเดินในรีสอร์ตแดนกำลังโทรหาเอมิ
“เป็นไงบ้างคะติดต่อได้ไหม”
“ไม่ได้เลยครับ ไม่มีสัญญาณ เล่นอะไรก็ไม่รู้ กลับมาต้องทำโทษให้หนัก”
แม่บ้านเดินผ่านมาทางแดน และหมอก้อยทันที
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าเห็นเด็กผู้หญิงหน้าตาญี่ปุ่นๆ กะผู้ชายหน้าตากวนๆไหมคะ”
“เอิ่ม..เอิ่ม”
แม่บ้านทำหน้าตามีพิรุธ
“ว่ายังไงครับ”
“เหมือนจะเห็นนะ อยู่ทางนู้น”
แม่บ้านพูดจบหันหลังจะเดินออกไป
“เดี๋ยวในถุงมีอะไร”
“เสื้อผ้าแขก จะเอาไปซัก”
“ขอดูได้ไหม”
แม่บ้านส่งถุงลงกับพื้น แล้วก็หยิบเสื้อชั้นในผู้หญิงขึ้นมาให้แดนดู
“นี่ไง จะดูอีกไหมละ”
“ไม่ต้องแระ”
แม่บ้านเดินจากไป
แดนมองตาม เห็นแม่บ้านเดินไปหาใครที่คนหนึ่งในห้องพักของโรงแรมส่วนพนักงาน
“เซินเจิ่น”
“คุณรู้จักด้วยหรอคะ”
“เดี๋ยวผมมานะ”
“แล้วฉันละคะ”
“ไม่ต้องไปหรอกครับ เกะกะเปล่าๆ”
“เกะกะหรอคะ”
“เอ่อ ผมไม่ได้หมายความว่างั้น”
“แล้วเกะกะของคุณ หมายความว่าไงคะ”
“ผมเป็นห่วง กลัวคุณเป็นอันตรายครับ”
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งรออยู่ตรงนี้ ไม่ไปเกะกะคุณหรอก”
หมอก้อยเดินผละออกมา
แดนมองตามหมอก้อยอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็รีบเดินไปหา เซินเจิ่น

แดนเดินเข้ามาหน้าห้องพักลูกเฮียกวง จังหวะเดียวกับแม่บ้านที่แอบดูอยู่มาเห็น
“ลุงๆ มาทำอะไรตรงนี้”
“ผมมาตามหาหลานสาว”
“หลานสาวลุงไม่อยู่ตรงนี้หรอก ไปหาที่อื่นเถอะ”
“ผมขอเข้าไปหาข้างในหน่อยได้ไหม”
“ต้องตามเจ้าของห้องก่อน” แม่บ้านพูดเสร็จเคาะประตู
“มีธุระอะไร” เซินเจิ่น ลูกเฮียกวงถาม
เซินเจิ่นเปิดประตูออกมา และจำได้ว่าแดนเป็นตำรวจ
“ผมมาตามหาหลานสาว”
“ที่นี่ไม่มีใครทั้งนั้น นอกจากผมคนเดียว จบนะ”
“ไม่จบ จนกว่าจะได้เข้าไปดูข้างใน”
“ถ้าคุณมีหมายค้น ผมให้เข้าได้นะคุณตำรวจ”
“ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะรู้ความจริงเกี่ยวกับลูกทัวร์จีน”
“คนจีนมันกินเหล้าเยอะไปหัวใจวายตาย ก็เท่านั้น”
“เขาตายเพราะเสพยา”
“จะตายเพราะอะไรก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่”
“คนตายเป็นลูกทัวร์ของพ่อคุณ”
“ผมไม่เกี่ยว นี่เป็นเรื่องของเตี่ย”
“ถ้าไม่เกี่ยว งั้นขอเข้าไปหน่อย”
“ผมไม่อนุญาต เชิญกลับไปได้แล้ว ผมจะพักผ่อน”
เซินเจิ่นปิดประตูห้อง

หมอก้อยนั่งรอแดนอยู่ มีนักท่องเที่ยวซอมบี้ โผล่เข้ามา 2 คน จะทำร้ายหมอก้อย หมอก้อยตกใจกลัว วิ่งหนี
“ช่วยด้วยคะ ช่วยด้วย”
หมอก้อยวิ่งหนีมาตามทาง ซอมบี้ทั้ง 2 คนวิ่งตามมาติดๆ
หมอก้อยสะดุดล้ม ซอมบี้กำลังจะเข้ามาทำร้าย
แดนเข้ามาช่วยหมอก้อยไว้ได้ทัน
“คุณเป็นอะไรไหม”
“ไม่เป็นไรคะ ขอบคุณนะคะที่มาช่วย”
“ผมว่าป่านนี้ ซอมบี้เต็มเกาะแล้วมั้งเนี่ย ชักเป็นห่วงเด็กๆแล้ว”
“ไปคะ ไปช่วยเด็กๆกัน”

ทุกคนเปิดประตูบังกะโล หมายเลข 10 เดินเข้าไปก็เห็นข้าวของและกระเป๋าเดินทางหลายใบตั้งเรียงราย หลายใบถูกรื้อค้น
“โอ้โห ขอถ่ายเก็บไว้ทำข่าวหน่อยเหอะวะ”
แสนแสบรีบหยิบกล้องมือถือออกมาถ่าย แฟลชยิงเข้าหน้าเฮียกระจาย
“นี่มันก็..ของที่ยืมมาทั้งนั้น.. บางคนก็ทิ้งไว้ให้เพราะใจดีไง๊ มันหนัก ลื้อไม่เข้าใจหรอ”
“ใจดีอะไรเดี๋ยวเตะกระเด็นเลย เฮีย..นี่เข้าขั้นเหี้ยแล้วนะ ล็อคถูกงัดกระเด็นเลย”
ซินยกคีมที่วางที่พื้นขึ้นมาโยนให้แสนแสบ แสนแสบชูให้เฮียดู
แสนแสบยัดใส่มือ “ถือไว้เลยเฮีย ยิ้มกว้างๆด้วย จะเอาไปทำข่าว”
“ไม่ถือ..เอาออกไป อย่าถ่ายอั๊วะๆๆๆ”
แสนแสบกับเฮียกวงยื้อยุด ฉุดกระฉาก เฮียกวงสู้สุด
ซินมองไปรอบๆก็เจอกับอัลบั้มรูปที่ตกอยู่ เห็นรูปหนึ่งโผล่ออกมาเป็นหน้านักท่องเที่ยวชาวจีน
ความทรงจำสภาพศพนักท่องเที่ยวจีนที่เห็น การแต่งกายเหมือนกันกับคนในรูปเป๊ะ
ซินเดินเข้าไปดูอัลบั้มภาพ เปิดไปเห็น นักท่องเที่ยวจีนและอาม่า ถ่ายรูปคู่กันเยอะมาก
“นี่มันคนที่ตายนิ .. ไม่ได้มาคนเดียวหรอ มากับอาม่าหรอ”
“แต่รูปมันดูไม่ปัจจุบันมากเลยนะ อย่างน้อยก็ต้อง 5-6ปีที่แล้ว” ซินบอก
“แปลก.. มาเที่ยวคนเดียว แต่พกอัลบั้มรูปตัวเองกับอาม่ามาด้วย” เนมว่า
เฮียกวงสู้ผลักแสนแสบเพื่อทำข่าวไม่ไหวออก ก็ตาดี กระเถิบไป เอื้อมมือไปหยิบโถอัฐิสีทองหรูหราที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไปซ่อน..

ทันใดนั้นประตูบ้านพักก็ปิดดังตึง ไฟที่เปิดอยู่ก็กระพริบติดๆดับๆ
บรรยากาศดูวังเวงผิดปกติ กลิ่นเหม็นเน่าลอยมาปะทะกับจมูก
ทุกคนรับรู้ทันที รีบปิดจมูก แสนแสบยกมือไหว้
“อาม่ามาอีกแล้ว ฮือ” แสนแสบว่า
“ไม่ใช่ผีอาม่า เราโดนหลอกมากี่ครั้งแล้ว ไม่เคยเจอกลิ่นแบบนี้เลยนะ” ซินว่า
ทุกคนได้ยินอย่างงั้นก็ยิ่งกลัว ซินเห็นเงาดำแว้บที่ผ่านไป
“ผู้ชาย? ผีตัวนี้เป็นผู้ชาย”
“ยังจะมีอีกตัวเหรอ! แค่ตัวเดียวก็จะแย่แล้ว” แสนแสบบอก
แสนแสบมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง เอมิก็กลัวพยายามหลบอยู่หลังซิน
ซินพยายามมองหาเงาดานั้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่เจอ
เฮียกวงอาศัยจังหวะที่ไม่มีคนเห็น พยายามยัดโถอัฐินั้นลงกระเป๋า แต่ก็มีมือคว้ามือเฮียกวง
เฮียยกขึ้นมามอง เจ้าของมือนั้นคือผีนักท่องเที่ยวจีน ตาปูดโปนด้วยเส้นเลือด ตาแดงก่ำจ้องเฮียเขม็ง หน้าผีนักท่องเที่ยวจีนหน้าตาโกรธเกรี้ยว
ผีนักท่องเที่ยวพูดเป็นภาษาจีน มีความหมายว่า “เอากระดูกอาม่ากูคืนมา!”
ผีนักท่องเที่ยวจีน พุ่งเข้าใส่เฮียกวงและบีบคอ จนเฮียกวงตาเหลือก
“ช่วยด้วย! ช่วยกูด้วยยยยย ช่วย.ชะชะ”


โถทองในมือของเฮียกวง ทั้งเขย่าและสั่นจนเหมือนจะแตกออกมา แต่แสนแสบไม่เข้าใจว่าคุยอะไรกับผี
“เค้าพูดอะไรกันวะ”
“จะรู้ได้ไง ไม่ได้เรียนเอกจีน” เอมิว่า
“เฮียแปลหน่อยดิ อยากรู้เรื่องด้วย” แสนแสบบอก
เฮียกวงหันกลับมาตอบ แต่หน้าจะร้องไห้อยู่แล้ว
“ชะ..ชะ..ชะ..ช่วอ๊อคคค.. ช่ะ”
ซินบอก“นี่! ถ้าไม่พูดให้รู้เรื่องก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆนะ”
“โอ้ย.. ชะชะช” เฮียกวงชี้สั่นๆไปที่โถทอง ไม่มีใครเห็น
ผีนักท่องเที่ยวยกเฮียกวงขึ้นแล้วฟาดลงกับลังข้างห้องดังปัง!
โถอัฐิในมือเฮียกวงหลุดกระเด็นบนพื้น ฝาเปิดออก อัฐิออกมากอง มีกลุ่มควันลอยออกมาจากโถ เฮียกวงนอนแน่นิ่งสลบอยู่ที่พื้น ผีนักท่องเที่ยวมองพวกคนที่เหลือ ก่อนจะพุ่งเข้าบีบคอแสนแสบทันที
“โอ้ย... อ..อ”
ซินพุ่งเข้าไปช่วย "เฮ้ย ปล่อยสิวะ โกรธแล้วพาลชิบหาย"
ผีนักท่องเที่ยวเข้ามามองซินตาขวาง ก่อนใช้มืออีกข้างบีบคอซินเหมือนกัน
เอมิโพล่ง "ซิน!" แล้วถามเนม "ทำไงดีคุณ!"
แต่แล้วเหมือนมีพลังอะไรบางอย่างผลักให้ผีนักท่องเที่ยวจีนกระเด็น แสนแสบและซินร่วงลงมาบนพื้น
ผีนักท่องเที่ยวที่ถูกผลักกระเด็น คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
"ใครวะ"
เหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นอีก ผีนักท่องเที่ยวจีนโดนผลักจนล้มคุกเข่า ควันสีขาวกระจายเข้ามาในห้องฟุ้งๆ
แสนแสบกับซินที่เพิ่งหายใจคล่องคอ กองอยู่กับพื้น รีบกระเถิบตัวไปหากัน
"คราวนี้ตัวไหนอีกวะไอ้ซิน! กูไม่ไหวแล้วนะเว้ย มายิ่งกว่าหนังพันธมิตร"
ทันใดนั้น ผีอาม่าโผล่มาแบบแกรนด์ ผีนักท่องเที่ยวจีนตกใจ เปลี่ยนท่าทีอ่อนลง เป็นผีใสใสทันที
ผีนักท่องเที่ยวเรียก "อาม่า"
ผีอาม่าชี้หน้า "เออ ก็อั๊วะน่ะสิ ไอ้หลานเวร"
พวกซินมองหน้ากัน งงว่าอาม่ากับนักท่องเที่ยวคุยอะไรกัน
ผีอาม่าบอก "สั่งเสียกันซะดิบดี ว่าให้เอากระดูกมาลอย แล้วลื้อทำอะลายยย ไอ้หลานไม่รักดี"
"โห ม่าก็อั๊วะตายไง จะเอากระดูกไปลอยยังไงอ่ะ เฮียนั่นก็ขโมยของไปซ่อนอีก"
ผีอาม่าพุ่งเข้าไปเตะแข้ง ทุบหลัง บิดหูหลานนักท่องเที่ยว ผีนักท่องเที่ยวร้องจ๊าก
"ยังจะไปโทษคนอื่นอีก ถ้าไม่บ้า ไปกินยาห่าอะไร จะตายมั้ย แถมยังทำกระดูกอั๊วะหายอีก มันน่าจริงๆ ถ้าลากลงนรกไปเจอเหล่าเจ็คนะ จะให้ฟาดด้วยไม้กวาดเลย"
มนุษย์ทั้งหลายมองหน้า ทุกคนศอกดันซิน ซินชี้หน้าตัวเอง ทุกคนดันซินซินก้าวไปหาย่าหลาน
"คือ.. จะฟังรู้เรื่องมั้ยวะ หยุดก่อนครับ.. หยุดก่อนครับ!"
ย่าหลานยังตีกัน ไม่สนใจซิน แสนแสบเดินไปปลุกเฮียกวง
"เฮีย ตื่นดิเฮีย"
เฮียกวงสะดุ้ง กรีดร้อง "โอ้ยยย ช่วยด้วยยย ช่วยด้วยยยย"
"โอ้ยยย... กรี้ดอะไรเฮีย เขาทะเลาะกันเองแล้วเนี่ย ช่วยแปลหน่อย! ไม่รู้เรื่อง"
"ห้ะ.." เฮียกวงตกใจ
"เร็ว หรือจะบอกให้พุ่งมาบีบคออีก" เนมว่า
เฮียกวงรีบฟังผีอาม่ากับหลานทันที
เฮียกวงแปลว่า "เหมือนผียายแก่.. เอ่อ.. ผีผู้หญิงจะโกรธที่เด็กเอากระดูกไปลอยไม่ได้.. เพราะว่า.. เอ่อ.. กระดูกหายไปตอนตาย"
"หายไปได้ยังไงอะ" เอมิถาม
เฮียกวงชูโถอัฐิสีทองขึ้นมา แสนแสบกับเนมถีบเฮียกวงออกไปหาผีทั้งสองตัว
"อั๊วะทำไม่ได้หรอก"
เนมถีบซ้ำ "ขโมยเองก็ไปคืนเองสิวะ"
เฮียกวงรีบคลานลนลานเอาโถอัฐิมายื่นคืนให้ผีนักท่องเที่ยวจีน ผีมองหน้าเฮียโกรธแค้น
"คื...คื..คืนจ้ะ"
เฮียสั่นเหมือนจะฉี่ราด ซินก้าวเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย
"ถ้าห่วงเรื่องนี้ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเอาไปโปรยให้เอง ไม่ต้องห่วง เลิกหลอกเราเถอะ"
ผีนักท่องเที่ยวจีนเริ่มสงบขึ้น จนเงาดำหายวับไป ควันผีอาม่าก็หายไปด้วย
เฮียกวงทรุดลงหอบหายใจแรง แสนแสบมาลากเฮียกวงให้รีบลุก
"ยังไม่รีบลุกอีกเฮีย เดี๋ยวมันก็กลับมาอีกหรอก"
ทุกคนกำลังจะออกจากห้อง แต่ก่อนเดินออกไป เนมมองเห็นกล่องที่เฮียกวงกระแทกไปเมื่อกี้ ซองยาแล่บออกมาเป็นยาสีฟ้า เนมคุ้นจึงเดินไปดู เนมหยิบรูปในมือถือมาเทียบปรากกฏว่าเหมือนกันเป๊ะ !
"นี่มัน.. ยาซอมบี้นิ!"
ทุกคนที่กำลังจะออกจากห้องชะงักหันมองเนม แล้วหันมองเฮียกวง เฮียกวงที่อาการดีขึ้นหน้าเสียทันที

ทั้งหมดยืนอยู่หน้าบังกะโล ตำรวจกำลังใส่กุญแจมือเฮียกวง เซินเจิ่น และลูกน้อง
"คุณตำรวจจับอั๊วะคนเดียวเถอะ อั๊วะเป็นคนขายยาฟ้านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับลูกอั๊วะหรอก.. ปล่อยอีไปเถอะ นะนะ อั๊วะขอร้อง"
"ทำไม่ได้หรอกครับ"
เซินเจิ่นที่ถูกใส่กุญแจมือก็เดินเข้ามา
"พอเหอะเตี่ย"
เฮียกวงเริ่มฟูมฟาย เฮียกวงตื้อตำรวจอย่างไม่ยอมแพ้
"ยาอะไรนั้นก็เป็นของอั๊วะทั้งนั้น อั๊วะรับสารภาพ อั้วะเป็นคนไปขายยาพวกนี้ให้นักท่องเที่ยวเอง ไม่เกี่ยวกับลูกอั๊วะ อีไม่รู้อะไรทั้งนั้น"
"ไม่จริง! ผมทำเอง!" เซินเจิ่นว่า
เฮียกวงหมดหนทาง รื้อเข้าไปหาทั้งสองกระเป๋ากางเกง หยิบแบงค์ทั้งหมดที่มียัดใส่มือตำรวจ
"อั๊วะมีเท่านี้ แต่ถ้าอยากได้อีกอั๊วะจะหามาให้อีก.. ปล่อยอีไปเถอะนะ"
"นี่! คุณทำอย่างงี้ เดี๋ยวเจอข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานอีกกระทงนะครับ"
"เตี่ย! พอได้แล้ว!! อั๊วะผิดเองแหละ อั๊วะขอโทษ"
เฮียกวงไหล่ลู่หลง หมดหวังอย่างน่าสงสาร ชะงักหันมองลูกชาย
"อั๊วะผิดเองที่ไม่ฟังเตี่ย ให้เลิกยุ่งกับเรื่องยา อั๊วะผิดเองที่ทำให้เตี่ยเดือดร้อน อั๊วะขอโทษนะเตี่ย"
"เตี่ยผิดเองที่ไม่ดูแลลื้อให้ดี เตี่ยขอโทษ..เตี่ยขอโทษลื้อ"
สองพ่อลูกน้ำตาไหล ตำรวจพาขึ้นรถไป ทุกคนเห็นภาพนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก แสนแสบ เนม ในสภาพยับ
"เพราะเธอคนเดียวเลยเอมิ ทิ้งท่านรองกับหมอก้อยไว้ในห้องอ่ะ เป็นไง โอ้ย" แสนแสบจับแผล
"ขอโทษนะ ฉันทำให้ทุกคนต้องลำบาก นี่ยังคิดไม่ออกเลย ว่าแก้ตัวว่าไงเนี่ย"
เอมิเห็นซินกับเนมยืนอยู่ด้วยกันเงียบๆ ก็ยิ้มแซว
"แต่แหมสองคนนั้นเนี่ย พอถึงตาจนก็เข้าขากันเหมาะเลยนะ ดูเป็นคู่หูกันเลย"
ซิน,เนมบอก "ใครจะอยากทางานกับหมอนั่น!"
"นี่ไง! ไม่ทันขาดคำ! คู่รักปาฏิหาริย์ชัดๆ"
ซินกับเนมยิ่งอารมณ์เสีย มองหน้ากันก่อนจะเลี่ยงมองไปทางอื่น

เช้ารุ่งขึ้น เอมิ แสนแสบ เนม และซิน ยืนอยู่ริมทะเล ซินโปรยอัฐิของอาม่าลงทะเล
เงานักท่องเที่ยวจีนและอาม่าแว้บขึ้นมา
อาม่ายิ้มให้หลานนักท่องเที่ยวจีน ก่อนสลายหายไป เงานักท่องเที่ยวจีนมองตามอาม่าที่หายไปอย่างเศร้าสร้อย
"หลานแกคงรักอาม่ามากเนอะ" เอมิว่า
"แต่อาม่านี่ก็แสบไม่ใช่เล่นเลยเนอะ พอกันทั้งหลานทั้งม่าเลย พูดแล้วชนลุก บรึ๋อ"
"พูดมากนักนะไอ้แสบ อยากตกน้ำเหรอไง หลานเค้ายังอยู่แถวนี้นะเว่ย"
แสนแสบรีบเอามือปิดปากตัวเองหน้าตาเลิ่กลั่ก ก่อนพูดขึ้นมาแบบเกรงๆ
"อยู่ทำไมอีกอ่ะ เค้ายังอยากได้อะไรอีกเหรอ"
ซินไม่ตอบ ยืนมองเห็นใจ วิญญาณของนักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมไป

เอมิ ซิน และแสนแสบ เปิดประตูพยายามให้มีเสียงน้อยที่สุด ทั้งสามเดินย่องเข้ามาในบังกะโล
"ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้"
ทั้งสามเบรคเอี๊ยด เอมิหน้าเสียหันกลับไปเห็นแดนยืนจ้องดุอยู่ เอมิหัวเราะแหะๆ
"คืออย่างงี้ค่ะลุง พวกเราพยายามไปจัดการปัญหาให้ลุงมาต่างหากล่ะ"
เอมิพยายามกระทุ้งให้แสนแสบ และซินช่วยกันพูดแก้ต่าง
"เอ้อ ใช่ครับ นี่ไง ยาซอมบี้.. ลูกชายเป็นคนขาย ส่วนเฮียกวงอ่ะลักทรัพย์จากพวกนักท่องเที่ยว เป็นครอบครัวโจรโดยสมบูรณ์เลยครับ"
แดนมองเด็กๆอย่างคาดโทษ โดยเฉพาะเอมิ..
"เอาเถอะกลับไปที่กรุงเทพก่อน เดี๋ยวค่อยสะสางกันอีกที"

ต่อมา แสนแสบ จัดกระเป๋าหลังรถเป็นใบสุดท้าย แดนปิดประตูหลังรถ ก่อนจะมีโทรศัพท์เข้า
แดนรับสาย "ว่าไงจ่า" แดนฟังอยู่นานหน้าเครียดขึ้นเรื่อยๆ "ได้ ผมจะรีบกลับไป"
แดนยืนหน้าเครียด ก่อนกดวางโทรศัพท์ หมอก้อยเห็นเลยเดินเข้ามา
"มีเรื่องอะไรด่วนรึเปล่าคะ"
แดนเครียดไม่ตอบอะไร จนเอมิ ซิน และแสนแสบพลอยกังวลไปด้วย
"หรือว่าต้องอยู่สืบเรื่องนักท่องเที่ยวต่อ" เอมิถาม
"ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก"
แดนเปิดคลิปวีดีโอในมือถือให้ทุกคนดู เห็นคลิปเอมิกำลังตบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผับ
"เอมิ!?"
เอมิมองบนเบื่อๆ "ก็แค่มีเรื่องกันนิดหน่อยค่ะ แต่เรื่องนี้เคลียร์จบแล้วนี่"
"มันจบไม่สวยน่ะสิ เพราะผู้หญิงคนนี้ถูกฆ่าหั่นศพปริศนา"
ทุกคนอึ้ง
"และกล้องวงจรปิดเห็นว่านี่คือเหตุการณ์สุดท้าย ก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะหายไป ตอนนี้เอมิกำลังเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมน่ะสิ"
ทุกคนช็อค ซินมองเอมิด้วยความเป็นห่วง เอมิหน้าถอดสี


ผู้ประกาศข่าวรายงาน
"เกิดเหตุฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญ เน็ตไอดอลชื่อดัง โดยคนร้ายอำพรางคดี โดยการฆ่าหั่นศพแล้วเอาไปถ่วงน้ำ เบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่สรุปมูลเหตุที่ชัดเจน แต่พบว่ามีการทะเลาะกับนักศึกษารุ่นน้อง ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะหายตัวไปครับ"
คลิปข่าวถูกแชร์ไปทั่ว

เสี่ยยศกำลังเดินอยู่บนถนนเพื่อไปขึ้นรถ
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา
"ขอเชิญคุณสมยศไปให้ปากคำด้วยครับ"
"ให้ปากคำอะไร"
"คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆาตกรรมครับ" จ่าจักรบอก

ภายในห้องสอบสวน
จ่าจักรซักถาม
"คุณเจอเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"
"จำไม่ได้ไม่ค่อยสนิทกัน"
"แต่ผมรู้มาว่าคุณ เลี้ยงเด็กคนนี้อยู่ไม่ใช่หรอ"
"คุณก็พูดเกินไป มันก็แค่เป็นเด็กไซไลน์ สนุกบางครั้งบางคราว นานๆเจอกันที"
"แต่คุณเพิ่งเจอเด็กคนนี้ ก่อนเธอจะหายตัวไป"
"คุณตำรววจ คุณกล่าวหาผมหรอ"
"คุณเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย"
"ผมไม่รู้ไม่เห็นกับการตายเลยจริงๆ"
"แต่เรามีหลักฐานว่าคุณคุยกับเธอกับเด็กคนนี้ ก่อนเธอจะหายตัวไป"
เสี่ยยศนึกภาพในอดีต
เสียยศนั่งคุยกับบุ๊งอยู่ เรื่องการเจรจาข้อตกลง ระหว่างเสี่ยยศและมิ้ง
ในห้องสอบสวน
"ผมยอมรับก็ได้ว่าโทรหาจริง แต่หลังจากนี้เขาจะไปทำอะไร ผมไม่รู้"
"ถือว่าผมให้โอกาสคุณแล้วนะครับ ถ้าปิดบังอยู่ ผมคงช่วยอะไรไม่ได้"
"ผมบอกเลย ผมไม่ได้ฆ่าเด็กคนนั้น"
"ผมกลับได้ยัง"
"ยัง ผมคงต้องควบคุมตัวไว้ก่อนจนกว่าเราจะรู้ว่าใครฆ่า"

การสอบสวนคนอื่นยังดำเนินต่อไป
"คุณรู้เรื่องการตายของ รุ่นพี่คุณแล้วใช่ไหมครับ"
"คะ พี่บุ๊งเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยอะคะ เป็นคนสวย แล้วก็ดูดี ดูแพง หนูก็เลยอยากกลับเป็นแบบเขาบ้างคะ" มิ้งว่า
จ่าจักรมองมิ้งอย่างพิจารณา

ภาพจากมุมสูงกล้องวงจรปิดไม่มีเสียง
เห็นลิฟต์เปิด บุ๊งประคองนีน่าที่ดูมึนออกมาจากลิฟต์ เอมิเปิดประตูบันไดหนีไฟข้างลิฟต์ออกมากระหืดกระหอบ
เอมิเข้าไปดึงตัวนีน่าออกมาจากบุ๊ง บุ๊งดึงคืนอย่างแรง นีน่าโซเซ
บุ๊งโกรธผลักอกเอมิ เอมิโมโห ผลักตอบ บุ๊งเงื้อมือจะตบ เอมิกันไว้ รปภ ต้องเข้ามาแยก
ทุกอย่างดูชุลมุน
ที่ขอบหน้าจอ บอกวันและเวลาจริง

ภายในห้องประชุม เวลาต่อเนื่องมา เห็นว่าทุกคนดู มองเอมิเป็นตาเดียวอีก คราวนี้เอมิหน้าจ๋อย
แดนมองหน้าดุ
"เล่ามาให้หมด?"
"คือ.....คือ....เอมิขอโทษค่ะ แต่เอมิสัญญากับมิ้งไว้"
ซินบอก "แต่มันไม่ได้แล้วนะเอมิ นี่มันมีคนตาย แล้วเอมิกำลังจะกลายเป็นผู้ต้องหานะ"
"ทำไมถึงต้องสัญญากับมิ้งว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้ เกิดอะไรขึ้นกับมิ้งที่นั่นเหรอ"
"ที่จริงเอมิก็ไม่รู้ค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับมิ้งที่คอนโดพี่เค้า มิ้งเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมพูดอะไร นอกจาก ....ฉันถูกมอม!! แล้วก็....ผู้ชายเยอะแยะเต็มไปหมด!"
ทุกคนอึ้ง จ้องหน้าเอมิ เอมิเม้มปากสักพักก่อนตัดสินใจเล่า
"คือ.....มันเริ่มจาก...."

ในอดีต ... รถสปอร์ตหรูขับปร๊าดด้วยความเร็วเข้ามาจอดหน้าคณะ
ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว
บุ๊งนักศึกษาสาวสวยหุ่นดี เครื่องแบบรัดรูป สะบัดผมลงมาจากรถหรูราวกับนางแบบเซเลบ
เหล่านักศึกษาชายตะลึง
อีกฝั่งประตู นิว นักศึกษาสาวสวยหน้าเป๊ะไม่แพ้กันก็เฉิดฉายเดินลงมา พร้อมกระเป๋าแบรนด์เนมหรูลิมิเต็ด
กลุ่มนักศึกษาสาวๆ 3 คนที่ยืนอยู่แถวนั้นมองอย่างอิจฉาปนหมั่นไส้ เม้าท์กันไกลๆ
นักศึกาษ 1 "โห...แกดูใบนั้นดิ แลร์ไอเท็มเลยนะ ลิมิเต็ดรุ่นนี้เกือบแสนนะแก"
นักศึกษา 2 "แหม รถซุเปอร์คาร์ขนาดนี้ แสนสองแสนเบาๆป่ะ"
นักศึกษา 3 "เอาเงินจากไหนวะเนี่ย ต่อให้รับจ๊อบพริตตี้ เอ็มซี มันเก็บได้ขนาดซื้อรถสปอร์ตเลยเหรอวะแก"
นักศึกษา1 "แก๊งระดับเนทไอดอลอย่างสองคนนั่นทำไมต้องซื้อ ฉันเห็นเปลี่ยนวนมาไม่ซ้ำคัน
มีป๋าทำเต้นท์รถมากกว่าว่ะ"
นักศึกษา 2 "มีบุญว่ะ มีพ่ออุปถัมภ์"
นักศึกษา 1 "แกอยากมีบุญก็ไปอัพหน้าอัพไซส์แล้วเข้าสังกัดนางสิ นางเปิดรับอยู่เรื่อยๆนะได้ข่าว"
นักศึกษา3 "เพื่อไรวะแก อย่านะ...ไอ้ที่มาเรียนๆกันเนี่ยะ ที่จริงก็ไม่เห็นมีใครลำบากลำบนไร
พ่อแม่ก็ส่งเสีย ถ้าไม่อยากได้ไรเกินตัวก็ไม่ต้องเสียตัวป่ะวะ ฉันไม่เอาอะ"
เอมิ นั่งหลบมุมได้ยินทั้ ง 3 คุย มองไปที่สองสาวไกลๆ
นิวและบุ๊งเฉิดฉายให้หนุ่มๆน้ำลายไหล มิ้งเดินเข้ามาหาพอดี บุ๊งรีบปรี่เข้าไป
บุ๊งมิ้งเจอพอดีเลยค้นของในกระเป๋า "นี่พี่ซื้อมาฝาก"
กระเป๋าตังค์คลัชแบรนด์เนมใบเล็กๆ นีน่าตาโต
"โห...พี่บุ๊งนี่แบรนด์นะคะพี่ เกือบหมื่นเลยมั้งเนี่ยๆ" มิ๊งว่า
"คิดมากน่า พี่รูดเองที่ไหนเล่า เห็นเหมาะกับสีชุดที่มิ้งซื้อวันก่อน น่าจะถือแล้วขับผิว" บุ๊งว่า
"ช่าย...ผิวพรรณหนูออกจะผ่อง นี่ฉีดกลูต้าป่ะเนี่ย เติมโอทูอีกนิดให้ผิวเด้งๆนะ" นีน่าบอก
"ไม่มีตังค์ทำไรขนาดนั้นหรอกค่ะพี่"
"ก็พี่บอกแล้วไง...เจ๊จัดให้ ก็อย่างที่พาไปน่ะ ไม่เห็นมีอะไรเลย ดีซะอีกได้กินของดีที่
หรูๆแต่งตัวสวยๆ งานง่ายๆ" บุ๊งว่า
3 สาวคุยกันชื่นชมของแบรนด์ไป
เอมิมองอย่างเป็นห่วงและไม่พอใจ

บุ๊งพามิ้งให้มารู้จักกับเสี่ยยศ
"สวัสดีคะเสี่ย"
"อุ้ย ไม่เอาไม่เรียกเสี่ยนะ เรียกพี่สมยศ"
"วันนี้เสี่ยว่างใช่ไหมคะ" บุ๊งถาม
"ว่าง ทั้งวันเลย"
"เอ่อ ไม่เป็นไรคะ หนูเกรงใจคะ"
"ไม่ต้องเกรงใจเลย ชอบชุดไหน อยากได้อะไร บอกพี่เลย รูดปรี๊ดๆ"
"ไปเถอะ เดี๋ยวพี่รออยู่นี่นะ"
มิ้งทำหน้าเหมือนอึดอัด ...เกรงใจ

มิ้งเดินเล่นกับเสี่ยสมยศ มีความสนิทสนมในระดับหนึ่ง
มิ้งเดินแยกตัวออกมาจากเสี่ยยศ
เอมิ นั่งรอเพื่อนอยู่ด้านหน้า เห็นภาพทั้งหมด
มิ้งเดินมาหยุดที่หน้าเอมิ ทั้งสองคนมองหน้า

อ่านต่อตอนที่ 5


กำลังโหลดความคิดเห็น...