xs
xsm
sm
md
lg

รีเชต ทำ Cover "ขุนแผน ฟ้าฟื้น"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รีเชต ทำ Cover "ขุนแผน ฟ้าฟื้น"

"ขุนช้าง ขุนแผน" เป็นนิทานพื้นบ้าน ปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า มาแต่สมัยอยุธยา เนื่องจากเป็นนิทานสืบเล่ากันมาปากต่อปาก จึงดัดแปลงเพิ่มรายละเอียดกันต่อมา จนความบางตอนดูจะเข้าข่ายตึงตัง หยาบโลน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดให้กวีสมัยพระองค์ร่วมกันแต่งและชำระความใหม่ เป็น "วรรณคดีที่มีค่า" และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ในปี 2553 โดยศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร และนายคริส เบเกอร์

ก้องเกียรติ โขมศิริ

วรรณกรรมไทยโบราณ ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ในปี 2562 โดย เอ็ม พิคเจอร์ส และ บีฮีมอธ แคปปิตอล กำกับการแสดงโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ โดยร่วมเขียนบทกับ ทรงพล วงษ์คนดี, มนชยา พานิชสาส์น
งานชิ้นนี้คือ ผลงานการกำกับภาพยนตร์ในลำดับที่ 10 ในรูปแบบของ Comedy Adventure Fantasy Action
ก้องเกียรติ บอกว่า นี่คือการ "รีเชต" และ "ทำ Cover ขุนช้าง ขุนแผน" ด้วยการปลดล็อกจากวิธีคิดแบบเดิมๆ ...
แทบจะไม่ต้องเล่าในรายละเอียดของนิทานเรื่องนี้ เพราะคนไทยรู้จักกับ ขุนช้าง ขุนแผน และนางพิมพิลาไลยกันอยู่แล้ว

"เรื่องนี้เป็นวรรณคดีอมตะ เล่าได้บ่อย ๆ มีความสนุก เพราะเป็นวรรณคดีชาวบ้าน เรื่องเม้าท์มอย นี่คือจักรวาลของชาวบ้าน จินตนาการในแบบชาวบ้าน รื่นเริง เถิดเทิง บันเทิง สนุกสนาน เราเอาความเป็นไทยดั้งเดิมมาผสมกับโลกไทยสมัยใหม่ ซึ่งมันอาจจะไม่มีจริงหรอกในสมัยก่อน แต่ว่ามันก็เป็นคำถามที่สนุกดี ถ้ามีในโลกสมัยก่อนจริงๆ"

"ตีความใหม่ จริงๆแล้วไทยแลนด์โอนลี่ มันเป็นมาตั้งแต่สมัยนู้น แล้วเรามีพื้นฐานนี้มา เราชอบยัดเงินตำรวจมาแต่ไหนแต่ไร เราชอบอะไรอย่างเนี้ย เราเจอด่านเป่าแอลกอฮอล์เราก็ต้องหาวิธีหลบเลี่ยงกินใบฝรั่งกินอะไรอย่างนี้ คือเรื่องแบบนี้มันมีมานานมากแล้ว เราไม่ได้บอกว่ามันเพิ่งมาเกิดขึ้นในสมัยนี้ เรื่องขุนแผนฟ้าฟื้นมันเอื้อที่เราจะใส่เรื่องแบบนี้ได้เยอะ วิธีคิดแบบนี้ได้เยอะ แล้ววิธีคิดมันก็ต่อยอดไปก็ยิ่งสนุกไปเรื่อยๆ เงื่อนไข-เหตุผล มันค่อนข้างเปิดกว้างมากกว่าแบบเดิมที่เคยทำกันมา"

เรื่องราวของ "ขุนแผน ฟ้าฟื้น" เริ่มจาก ... ภายใต้ฉากหน้าอันสุขสงบ ภัยสงครามระหว่างสองอาณาจักรกำลังก่อตัวขึ้น อยุธยาต้องเตรียมการรับมือกับแผนร้ายเมื่อศัตรูต่างเมืองได้ส่งจอมเวทย์ด้านมืดนาม "แสนตรีเพชรกล้า" (ปราโมทย์ แสงศร) และพรรคพวกมาลอบสังหารอำมาตย์ใหญ่ผู้นำหน่วยอาทมาต

แก้ว (มาริโอ้ เมาเร่อ) หนุ่มพเนจรผู้สูญเสียความทรงจำวัยเยาว์ไปด้วยเหตุอันเป็นปริศนา เขาเดินทางกับ เพชร (สิรินัฎฐ์ อภิจันทร์เดช) เพื่อนสนิท สู่อยุธยาหมายจะแสวงโชค แต่แก้วกลับได้เจอ ช้าง (ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์) และ พิม (ยงวรี งามเกษม) เพื่อนเก่าสมัยเด็ก ภาพอดีตของตนจึงค่อย ๆ ร้อยเรียงประติดประต่อขึ้นว่า แท้จริงแล้ว เขามีพ่อเป็นกบฏต้องอาญาจนถูกประหารชีวิต ยังความอับอายไปในหมู่ขุนนางรุ่นเดียวกัน

แก้วไปมีเรื่องกับอันธพาลท้องถิ่นจนถูกสั่งขัง แต่เหมือนฟ้าลิขิตให้เขาได้พบกับ อาจารย์เดช (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ) จอมอาคมที่ปลอมตัวมาเพื่อหาลูกศิษย์ เดชเห็นแววว่าแก้วจะเติบโตเป็นนักรบผู้หาญกล้าจึงกระตือรืนร้นฝึกปรือสรรพวิชาให้ แก้วสมัครเข้าเป็นทหารอาสาเพื่อแก้ปมที่ถูกเหยียดหยามว่าพ่อเป็นกบฏ การขับเคี่ยวระหว่างแก้วและช้างจึงเกิดขึ้นเพื่อแย่งความเป็นหนึ่งในหมู่ทหารอาสาและช่วงชิงหัวใจพิม หญิงอันเป็นที่รักของทั้งคู่

ระหว่างนั้น คลังสรรพาวุธของกองทัพถูกแสนตรีเพชรกล้าโจมตี ฝ่ายกลาโหมจึงสั่งเสริมกำลังรักษาความปลอดภัย แก้วและช้างพร้อมเหล่าทหารอาสาถูกเกณฑ์เข้าร่วมหน่วยอารักขาเหล่าอาคันตุกะต่างชาติผู้มาร่วมงานฉลองพระนคร แก้ว ช้าง และเหล่าทหารอาสา จะสามารถปกป้องอยุธยาจากผู้ปองร้ายได้หรือไม่...
และนี่คือ เรื่องราวของนักแสดงหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้

พลายแก้ว
มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท "แก้ว" เด็กหนุ่มที่รักการผจญภัย และเอาตัวรอดเก่ง ความทรงจำในวันเด็กของแก้วเลือนหายไป และเมื่อแก้วได้พบเงื่อนงำแปลก ๆ เกี่ยวกับพ่อของเขาว่า อาจเกี่ยวข้องกับหน่วยอาทมาต 35 จึงตัดสินใจสมัครเข้าเป็นทหาร และการตัดสินใจครั้งนี้ นอกจากจะได้พบว่าพ่อคือใครแล้ว แก้วยังได้รู้ว่า ตัวเองคือใครอีกด้วย !

"พี่โขมบอกว่า คาแร็กเตอร์มันน่าจะได้มันใกล้เคียง มันมีความกวน ๆ ของโอ้อยู่ด้วย แล้วก็มีความแบบว่า อืม จริง ๆ แล้วลึก ๆ แก้ว ก็เหมือนเป็นคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไร เป็นคนที่ไม่ได้มีฝัน คนอื่นก็จะมีความฝันใช่ไหมครับ แต่แก้วมาอยู่กับพวกคนเถื่อน ชีวิตมันก็เหมือนแบบว่า เออ มันก็มีความสุขแล้ว มันก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมีความฝัน ความยิ่งใหญ่ ต้องรวยเงินทอง แก้วมันไม่ใช่อย่างนั้น แต่พอมาเจอกับพิม ก็รู้สึกว่าเค้าชอบผู้หญิงคนนี้ ตกหลุมรัก แต่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นแฟนเพื่อนเรา"
สำหรับมาริโอ้ "ขุนแผนฟ้าฟื้น" คือ บทที่แปลกใหม่ ซึ่งไม่เคยได้รับมาก่อน

ขุนช้าง
"ฟิลลิปส์" ณัทธนพล ทินโรจน์ รับบท "ช้าง" ผู้ชนะ The Face Man Thailand คนแรกของประเทศไทย และภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตอีกด้วย "ช้าง" เด็กหนุ่มนักเรียนนอกจากฮอลันดา หน้าตาดี ออพชั่นครบ มีวงดนตรีของตัวเอง อารมณ์ศิลปิน เป็นคนจริงใจ รักเพื่อน มีความเป็นสุภาพบุรุษ ช้างเข้าเป็นทหารอาสา เพราะอยากเป็นขุนนางที่ดีในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่ต้องทำตามที่พ่อบอก เพราะช้างถูกคาดหวังให้เป็นแบบที่พ่อต้องการ ช้างคบหาดูใจอยู่กับพิม แต่แล้วเมื่อวันหนึ่งรู้ว่าพิมมีใจให้แก้ว ธาตุแท้ลึก ๆ ในใจช้างก็เริ่มออกมา

"ขุนช้าง ออริจินอลต้องอ้วนมาก ๆ ครับ ขุนแผนก็เป็นเหมือน เพลย์บอย เป็นผู้ชายเจ้าชู้ ขุนช้างก็เป็นนิดหน่อย ขุนช้างก็มีสาวเยอะ
"คาแรกเตอร์ของช้างในเรื่องนี้ จะเป็น leader เป็นผู้นำ เป็นผู้ชายที่หล่อ ช้างเค้าไม่อยากให้ใครว่ามาจากครอบครัวที่มีอำนาจ เค้าอยากเป็นขุนนางที่สมเกียรติ แต่เค้าไม่อยากดูถูกคนอื่น เค้าอยากเป็นเหมือนคนอื่น เค้าอยากมีชีวิตธรรมดา อยากมีเพื่อน เหมือนที่ทุกคนมี ไม่อยากอยู่กับคนที่มีอำนาจเยอะ ๆ ต้องทำตัวแบบนั้นทำตัวแบบนี้ทำตัวเพอร์เฟค ซึ่งขุนช้างถูกเลี้ยงมาแบบนี้ ถูกเลี้ยงมาเหมือนเป็นขุนนางที่สมเกียรติทุกอย่างต้องดี เวลากินข้าวต้องทำแบบนี้ เวลาเดินต้องทำแบบนี้ เวลาพูดก็ต้องพูดแบบนี้ ห้ามเจอคนที่จน หรือว่าห้ามเล่นกับคนที่ทำให้เราดูไม่ดีถึงแม้เค้าใจดี แล้วมันทำให้ขุนช้างเก็บกดนิดหน่อย"

แต่ว่าขุนช้างในเรื่องนี้ เป็นชาวดัตช์ หรือ เนเธอร์แลนด์ สมัยกรุงศรีอยุธยา เรียก วิลันดา (ฮอลันดา)
" ตอนที่เล่นกับพี่โอ้ไม่เครียดเลยครับ เพราะว่า พี่โอ้ส่งอารมณ์แล้วก็รับ ก็เล่นตามอารมณ์ และที่ผ่านมาก็ยังโอเคอยู่ครับ สนุกครับ จริงๆมันมีฉากนึง เป็นการต่อสู้ช่วงสุดท้าย แล้วอยู่ดีๆทั้งน้องกับพี่โอ้ ต่อสู้จนหมดแรงแล้วไม่มีแรงต่อสู้ ดาบก็ไม่มีแล้ว เลือดก็ออก โดนโยนเข้ากำแพง โดนดูดพลังด้วย พูดง่ายๆ สภาพของเราก็เป็นเหมือนแตงกวาครับมีชีวิต แต่ขยับไม่ได้ แล้วอยู่ดีๆรามกับเพชรมา แล้วก็ถือปืนใหญ่ ตะโกนนายย้อย เป็นคำของเค้า คำของกลุ่มนั้น เพราะว่าเพชร รามกับแก้วเป็นเพื่อนสนิท แก้วก็รู้ว่าเหมือนมันจะมีอะไรเกิดขึ้น รีบหลบแล้วก็ผลักน้อง ผลักแล้วก็มีกระสุนจากปืนใหญ่ พุ่งเข้าไปโดนตัวร้าย ระหว่างที่เขายิงกัน ทั้งเพชรทั้งรามเหมือนปลิว เพราะว่าความแรงสะเทือนของปืน มันแรงเลยทำให้ปลิว เราก็เลยเข้าไปช่วยทั้งหมด ฉากนั้น มันฮามาก ภูมิใจมากครับ จริงๆมันเป็นช่วงสุดท้ายเลย"
"เราแค่อยากทำให้มันดีที่สุด ทุกคนต้องชอบเวอร์ชั่นนี้ ช่วงนี้โลกนี้มีแต่เรื่องเครียดเยอะมากพอแล้ว ดูหนังเรื่องนี้ มีทั้งฮา มีทั้งความรัก มีผจญภัย มีแอ็คชั่น ครบรสครับ"

พิมพิลาไลย
"ฟ้า" ยงวรี งามเกษม รับบท "พิม" ลูกสาวของขุนนางชั้นสูง เฉลียวฉลาด ช่างเจรจา มีนิสัยแก่นกว่าผู้หญิงไทยในยุคเดียวกัน เป็นเจ้าของห้องเสื้อ มีความชำนาญในงานเย็บปักถักร้อย เชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่กลัวสิ่งแปลกใหม่ ชอบเสี่ยง และทดลองชีวิตไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนกับขนบของสังคม

เธอเล่าให้ฟังว่า
"พอเค้าบอกชื่อมา เอ๊ะ มันใช้ขุนช้างขุนแผนหรือเปล่า พิมเราก็ไม่คุ้น ก็เลยไปซื้อหนังสือมาอ่าน อ่านหนังสือที่ชาวต่างชาติเขียนด้วยอะไรอย่างเนี่ย เพื่อจะได้ดูว่ามุมมองของคนต่างชาติมองเราว่าเป็นยังไงด้วย พิมจากที่คนอื่นตีความ กับที่หนังตีความก็ไม่เหมือนกันอีกค่ะ วรรณคดีตีความพิมแบบนึง ชาวต่างชาติดีความอีกแบบหนึ่ง ส่วนหนังเรื่องนี้ก็เป็นจินตนาการของพี่โขมเลย"

"เวอร์ชั่นนี้ พิมพิลาไลเป็นคนที่สมัยใหม่มาก ๆ ถ้าแบบย้อนกลับไปผู้ใหญ่ก็คงเป็นลมเหมือนกัน คงเครียดหนักมากที่มีลูกแบบนี้ค่ะ ในคำว่าสมัยใหม่นี้ไม่ใช่หมายถึงว่าไม่ดี แต่เป็นเรื่องของการแต่งตัว เรื่องของการแต่งหน้าทำผมอะไรอย่างนี้ ซึ่งคนสมัยก่อนอาจจะรับไม่ได้กับเรื่องอะไรแบบนี้ แล้วก็ในเรื่องของความคิดซึ่งก็จะไม่ได้เป็นผู้หญิงไทยจ๋าอะไรอย่างนี้อะค่ะ จะเปิดกว้างกว่าพิมเวอร์ชั่นเดิม แล้วก็เป็นผู้หญิงแข็งแกร่งขี่ม้าเป็นตีกลองเป็น ร้องเพลงร็อคเป็น เที่ยวผับเป็น เต้นเป็น อะไรอย่างนี้ค่ะ"

"พี่โขมเป็นผู้กำกับที่ชิลล์ที่สุดในประเทศไทยแล้วหนูว่า พี่โขมอยากเห็นธรรมชาติของมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมา เค้าไม่ได้มีภาพที่ฟิกตายตัวว่าเห็นแบบนี้ แต่ถ้าเค้าได้เห็นอีกแบบหนึ่งแล้วมันได้ เค้าก็ให้ผ่านเลย ... อย่างพี่โอ้เค้าไม่ได้มีฟอร์มอีกเหมือนกัน เขาก็จัดเป็นคนสนุกสนานสไตล์เดียวกับพี่โขมเลย พอรู้จักกันมากขึ้น แล้วก็เริ่มเห็น เริ่มมีเคมีในตัวละครมากขึ้น"

"ฟ้าเห็นบทวันแรก ฟ้ายังรู้สึกว่ามีคนกล้าทำหนังแบบนี้ด้วยหรอ มีคนกล้าที่จะเอาวรรณคดีมาฉีกกฎขนาดนี้เลยรึเปล่า คราวเนี้ยพอเราไปอ่านบทจริง ๆ แล้วเราได้ตีความแล้วเนี่ย จริง ๆ แล้วเนี่ย ประวัติศาสตร์หรือว่าอะไรอย่างนี้มันไม่ได้มีแค่ด้านเดียวมันมีหลายด้าน แล้วคนตีความยังไงก็ตีความไปได้หมด คราวนี้เป็นการตีความแบบพี่โขม เค้าตีความได้แบบอาร์ตสุด ๆ แล้ว หนังเรื่องนี้ มีทั้งเรื่องการตีความ ความสนุกสนาน เอฟเฟก เป็นหนังแฟนตาซีเป็นหนังตลกคลายเครียด ก็ถือว่าเป็นหนังที่ยังไม่เคยมีใครทำเลย แล้วก็คิดว่าหลายคนก็คงอยากจะเห็นและได้รับรู้การตีความใหม่ ๆ อันนี้มาลุ้นกันว่าจินตนาการของพี่โขมจะเป็นยังไง"

10 ตุลาคมนื้ พบกับ "ขุนแผน ฟ้าฟื้น" ที่โรงภาพยนตร์











กำลังโหลดความคิดเห็น...