xs
xsm
sm
md
lg

เทพธิดาขนนก ตอนที่18 | #หน้ากากขนนก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เทพธิดาขนนก ตอนที่18 | #หน้ากากขนนก

บทประพันธ์ : เพ็ญสิริ บทโทรทัศน์ : ปริศนา และ ทีมวันสุข

ทุกคนฮือฮาต่างหันไปสนใจนักร้องสาวในหน้ากากขนนกปริศนา นักข่าวยกกล้องกดชัตเตอร์ ติ่งยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกันรัวๆ ขนาดศุภกฤตเองก็ยังเพ่งมองอย่างสนใจ

“ใครน่ะ”
ปลายอ้อมอง อึ้งๆ ที่โดนแย่งซีน รู้สึกคุ้นเสียงและท่าทางของนักร้องสาวปริศนามาก
พิธีกรพยายามดึงความสนใจคนดูกลับมาแต่เหมือนจะไม่เป็นผล
“อ่า....เรามาสัมภาษณ์คุณปลายอ้อกันต่อดีกว่านะครับ นี่ก็เป็นซิงเกิ้ลแรกของคุณปลายอ้อ...”
ภาพบนจอวิดีโอวอลล์ นักร้องสาวสวมหน้ากากขนนกทั้งร้องและเต้นแรงขึ้นในจังหวะนี้ คนที่อยู่ด้านหน้าเวทีเปิดตัวปลายอ้อก็เลยยิ่งฮือฮาสนใจใหญ่ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป ทวิตข้อความกันเป็นรัวๆ
พร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #หน้ากากขนนก
เวลานี้ปลายอ้อก็ไม่ได้ฟังที่พิธีกรพูดเอาเลย ยังคงจดสายตามองจ้องไปยังนักร้องสาวในจอ สบตากับดวงตาที่มองผ่านหน้ากากขนนกนั้น รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

ปลายอ้อเดินเข้ามาที่ด้านหลังเวที เห็นเจนนี่ ยุพา บุญทิ้ง ปราดเข้ามาหาปลายอ้ออย่างรวดเร็ว อัปสรตามมาห่างๆ
“ตายๆๆ ไอ้อ้อ ยายนักร้องนั่นมันใครวะ มันทั้งร้องทั้งเต้นเหมือนแกไม่มีผิดเลย” ยุพาวี้ดว้าย
“นั่นสิ ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัด แต่ฉันว่าคงจะสวยเซ็กซี่ไม่เบาแน่ๆ” บุญทิ้งยิ้มหวานเคลิ้มๆ
“ไอ้ทิ้ง ใช่เวลามั้ย” ยุพาฟาดบุญทิ้งผัวะ
“โอ๊ย ก็พูดตามที่เห็นนี่น้าก็ คนข้างนอกเค้าก็ฮือฮากันน้าไม่เห็นเหรอ ไอ้อ้อ ยังไม่ทันไรแกก็มีคู่แข่งซะแล้ว”
ปลายอ้อฟังแล้วก็เครียดไม่น้อย อัปสรเข้ามาจับมือลูกสาวบีบปลอบ
“ไม่เป็นไรนะลูก”
อภิวัชปรี่เข้ามาที่หลังเวที เห็นทีมงานอาร์ทิสต้าโทรศัพท์เช็คข้อมูลวุ่นวายตามเข้าติดๆ
“แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอคะ...งั้นทางเราก็ต้องเรียนคุณอภิวัชตามตรงค่ะ สวัสดีค่ะ”
อภิวัชรอจนทีมงานวางสายจึงถาม “ได้เรื่องว่ายังไง”
“ทางห้างแจ้งมาว่า พอดีมีคนติดต่อเข้ามา ซื้อโฆษณาบนจอมอนิเตอร์ด่วนค่ะ ไม่ทราบมาก่อนเหมือนกันว่าไม่ใช่โฆษณาแต่เป็นมิวสิควิดีโอ”
เจนนี่โมโห “ฮึ้ย อีหรอบเนี้ย คนที่ติดต่อเข้ามาก็ต้องเป็นค่ายเพลงด้วยกันนั่นแหละค่ะ มันจงใจขโมยซีนเราชัดๆ”
ปลายอ้อได้ฟังแล้วก็อึ้ง นิ่งงันไป อภิวัชครุ่นคิด
“ผมว่า...ผมจำได้ว่านักร้องคนนั้นเป็นใคร”
“ใครคะ” ปลายอ้อสนใจ
“ปอแก้ว” อภิวัชบอกอย่างมั่นใจ
ปลายอ้อยิ่งอึ้ง

ที่หน้าจอไอแพด เปิดทวิตเตอร์ข้อความทวิตชมปอแก้วรัวๆ และติดแฮชแท็ก #หน้ากากขนนก
“เธอคือใครใครคือเธอ ฉันเลิฟจริตนางมาก” #หน้ากากขนนก
“ชอบมาก ชอบแบบหยุดฟัง หยุดดูไม่ได้เลย แกะท่าเต้นตามรัวๆ” #หน้ากากขนนก
“ร้องดี เต้นดี ลงตัวไปหมด อยากเห็นหน้าแล้ว” #หน้ากากขนนก
“เซ็กซี่มาก สุดยอดไปเลย นั่งดูเอ็มวีวนไปหลายรอบแล้ว” #หน้ากากขนนก
#หน้ากากขนนก “นางเริดนะ แหกกลางงานของ #ปลายอ้อจงขจรเลยจ้า วัดกันไปเลย” / “ปั๊วะๆปังๆสุดพลังยิ่งกว่า” #หน้ากากขนนก
แสงโสมนั่งอ่านทวิตเตอร์พวกนั้นให้บูรพาฟังอยู่ในห้องทำงานเสี่ย
“หน้ากากขนนก นางเริ่ดนะ แหกกลางงานของ ปลายอ้อจงขจรเลยจ้า วัดกันไปเลย ปั๊วะๆปังๆ สุดพลังยิ่งกว่า” แสงโสมอ่านเมนต์ในทวิตอย่างเมามันส์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา “ตอนนี้แฮชแท็กหน้ากากขนนกขึ้นเทรนด์ทวิตอันดับหนึ่งแล้วค่ะ เอ็มวีก็ถูกเอาไปทำเป็นไวรัลลงโซเชียลเยอะแยะเลย”
บูรพาหัวเราะสะใจ “ฮ่าๆๆๆๆ สะใจจริงเว้ย ป่านนี้ไอ้พวกนั้นมันคงช็อกตาย น้ำลายฟูมปากกันไปแล้ว สมน้ำหน้า กรรมตามสนองที่มันเคยทำให้งานเราพังไม่เป็นท่าเลย”
บูรพาหันไปหาปอแก้วที่นั่งอยู่ด้วย
“แก้วทำได้ดีมาก ถ้าพ่อรู้ว่าแก้วเก่งแบบนี้ พ่อผลักดันให้เป็นนักร้องตั้งนานแล้ว”
“หนูทำได้ทุกอย่างล่ะค่ะ เพื่อช่วยให้ค่ายเราเดินหน้าต่อไปได้”
แสงโสมหันไปกำชับกับทีมงาน “ทุกคนต้องเก็บเรื่องที่คุณปอแก้วเป็นหน้ากากขนนกไว้เป็นความลับ อย่าให้ใครระแคะระคายเด็ดขาดเลยนะ”
“คนที่จะพูดมากก็คงมีไม่กี่คนหรอกค่ะ”
แสงโสมรู้ว่าปอแก้วหมายถึงใคร “ก็โชคดีล่ะค่ะที่เสี่ยให้เงินแม่เพียงฟ้ากับลั้นลาไปทัวร์ยุโรป เลยตัดคนเซ้าซี้อยากรู้อยากเห็นออกไปได้ แต่กลับมาเมื่อไหร่ก็ต้องช่วยกันปิดไว้ก่อน”
“น้าโสมบอกพ่อเถอะค่ะ ไม่มีใครอยากคุยกับแม่นั่นหรอก นอกจากพ่อ”
บูรพาอารมณ์ดีอยู่เลยไม่โกรธอะไรที่ถูกแซะ “เอ๊ะ พ่อรู้น่าว่าอะไรพูดได้พูดไม่ได้ แกน่ะ เตรียมตัวไว้เปิดตัวงานใหญ่ดีๆก็แล้วกัน”
ปอแก้วฟังแล้วก็นิ่งคิด

ใบลาออกถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของบูรพา
“อะไรน่ะแก้ว” เสี่ยเปิดออกดูแล้วต้องประหลาดใจ “ใบลาออก”
แสงโสมพยายามทัดทาน “หนูแก้วจะลาออกเหรอคะ คิดดีแล้วเหรอ”
“แก้วคิดมาดีแล้ว ว่าควรทำแบบนี้ ในเมื่อแก้วตัดสินใจเป็นนักร้องแล้วก็ไม่ควรรับตำแหน่งผู้บริหารอีกต่อไป ควบสองตำแหน่งมันน่าเกลียด”
“แต่น้าเสียดายความรู้ความสามารถของหนูแก้วนะ”
“การมาเป็นศิลปินก็ช่วยบริษัทได้เหมือนกันค่ะ ต่อไปนี้น้าโสมก็ทรีทแก้วเหมือนเป็นศิลปินของค่ายคนหนึ่งก็พอ แก้วไม่ใช่ผู้บริหารอีกต่อไปแล้ว”
“เอาล่ะๆ พ่อเข้าใจ”
บูรพาเดินเข้ามาหาปอแก้ว ยิ้มอย่างภูมิใจ แล้วลูบหัวปอแก้วเบาๆ
“พ่อภูมิใจในตัวแก้วนะ ต่อไปนี้แก้วจะเป็นความหวัง เป็นกำลังสำคัญของบูรพาซาวด์ แก้วต้องโด่งดัง สร้างชื่อเสียงให้ได้ พ่อรู้ว่าลูกทำได้ เอาให้นังปลายอ้อกับไอ้อภิวัชมันม้วนเสื่อออกจากวงการลูกทุ่งไปเลย ฮ่าๆๆ”
ปอแก้วอึ้งไปนิดที่บูรพาพูดถึงอภิวัช แต่ก็เข้มแข็งขึ้นมา
“ค่ะ แก้วจะทำให้เต็มที่ค่ะพ่อ”

ปอแก้วเดินกลับเข้ามาที่ห้องทำงานตัวเอง ค่อยๆ ลงมือเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงาน หวนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ บูรพาโมโหอาละวาดอยู่
“นังปลายอ้อมันเป็นงูพิษ มันแว้งกัดคนที่ให้ข้าวให้น้ำมันอย่างฉันได้”
“พูดถึงปลายอ้อ โสมรู้มาว่า อภิวัชจะจัดงานอีเวนท์เปิดตัวให้ปลายอ้อ คงเป็นข่าวใหญ่อีกตามเคย เราต้องหาทางรับมือด้วยค่ะ”
บูรพายิ่งคิดยิ่งเครียด ปอแก้วยืนนิ่งฟังแล้วตัดสินใจคิดอะไรบางอย่าง เปิดประตูผลัวะเข้ามา
“แก้วมีวิธีค่ะ”
บูรพากับแสงโสมหันไปมองปอแก้วรอฟัง
“แก้วจะเป็นนักร้องเบอร์ใหม่ของบูรพาซาวด์เอง”
บูรพากับแสงโสมตกใจ
“หนูแก้ว มันจะดีเหรอ น้าว่าเราคิดหาทางอื่นดีกว่า”
“ทางอื่น ทางไหนล่ะคะ”
แสงโสมอึ้งไป บูรพาเองก็พูดไม่ออก
“เชื่อแก้วเถอะค่ะ ว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ศิลปินเราทยอยออกจากค่ายไปเกือบหมด ชื่อเสียงบูรพาซาวด์ก็เสียหาย คนใหม่ๆก็ไม่สนใจอยากมาร่วมงาน ในเมื่อเราไม่มีใคร แก้วก็จะขอเป็นคนกอบกู้ชื่อเสียงของบูรพาซาวด์กลับมาเอง”
แสงโสมกังวลไม่คลาย “โหหนูแก้ว แต่ว่า...เป็นนักร้องมันเหนื่อย ไม่ได้ใช้ชีวิตสบายๆนะ”
“แก้วไม่กลัวความเหนื่อยหรอกค่ะ แก้วพร้อมจะสู้”
บูรพาฟังแล้วปลื้ม “งั้นก็ดี พ่อก็จะสู้กับแก้วด้วย แสงโสม เรียกประชุมทีมเพลง วางแผนทำเพลงอย่างเร็วที่สุดเลย เราจะโปรโมทปอแก้วเป็นศิลปินของค่ายเรา”
“วัชเคยอยากให้แก้วเป็นนักร้องค่าย อาร์ทิสต้า แต่ตอนนี้เค้าฉกปลายอ้อไป แก้วก็จะเป็นนักร้องของบูรพาซาวด์ มาแข่งกับปลายอ้อเอง”
สีหน้าแววตาของปอแก้วบอกอย่างมุ่งมั่นมาดหมาย บูรพาโอบไหล่ปอแก้วอย่างภาคภูมิใจ
“ให้มันได้อย่างงี้ลูก ให้มันได้อย่างงี้ สะใจโว้ย”

ปอแก้วดึงความคิดกลับออกมา หยิบโน้ตบุคมาเปิดแล้วเปิดเข้าไปที่คลิป เอ็มวีของเธอในยูทูบ เห็นว่ายอดวิวอยู่ที่ 527,199 views แล้ว ก็ดีใจ
“ห้าแสนกว่าวิวแล้ว”
ปอแก้วดูคลิปอย่างดีใจ จนได้ยินเสียงมือถือมีสายเข้า หยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์แปลกๆ ที่ไม่ได้เมมชื่อไว้ แต่ก็กดรับ
“ฮัลโหล”
เสียงปลายอ้อดังลอดออกมา “นั่นหน้ากากขนนกใช่ไหมคะ”
ปอแก้วตกใจ ยังจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงใคร “โทร.ผิดแล้วค่ะ”

ปลายอ้อคุยสายกับปอแก้วอยู่มุมหนึ่งในบ้านยุพา พูดสีหน้านิ่ง
“ไม่ผิดหรอกค่ะ ก็นี่เบอร์คุณปอแก้วไม่ใช่เหรอคะ”
ปอแก้วอึ้ง จำเสียงได้แล้วว่าเป็นปลายอ้อ “นั่นเธอใช่ไหมปลายอ้อ”
“ฉันรู้นะว่าหน้ากากขนนกคือเธอ”
ปอแก้วอึ้ง นิ่งงันไปเลย
“เงียบ ทำไมเงียบล่ะ” ปลายอ้อเยาะหยัน “แปลกนะ ตอนร้องเพลงทำเอ็มวีเพื่อเอามาแย่งซีนคนอื่นเค้า กล้าทำ แต่พอโดนจับได้ กลับไม่กล้ายอมรับ ทำไม พอไม่มีหน้ากากหนาๆ หน้าจริงก็บางขึ้นมาซะงั้น”
ปอแก้วเจ็บจี๊ด
“เสียแรงเป็นถึงเจ้าของค่ายเพลงลูกทุ่งชื่อดัง แทนที่จะสู้กันซึ่งๆหน้า กลับใช้วิธีสกปรก”
ปอแก้วโดนด่าก็สุดทน สวนกลับ “ฉันก็แค่โปรโมทเพลงทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาสกปรกแบบที่เธอพูดซะหน่อย”
“ยอมรับแล้วสินะว่าใช้วิธีสกปรก”
“นี่ ฉันไม่ได้สนใจว่าเธอจะมีอีเวนท์วันไหนหรอก แต่ถึงจะรู้ ก็คงไม่ถอยให้หรอก งานใครก็งานมัน ถ้าเธอดีจริง คนเค้าก็สนใจเธอมากกว่าอยู่แล้ว เธอไม่ต้องมาโวยวายอาละวาดใส่ฉันแบบนี้หรอก”
ปลายอ้อเจ็บใจ “ฮึ่ม เธอเป็นถึงเจ้าของค่าย แต่ต้องลดตัวลงมาร้องเพลงเอง แต่งตัวยั่วๆเอง เธอไม่อายบ้างเหรอไง”
“ฉันไม่ได้ยั่ว ฉันแค่มาร้องเพลง”
ปลายอ้อเยาะ “จ้า”
“ฉันน่ะอยากเป็นนักร้องตั้งนานแล้ว ถ้าบังเอิญว่าหน้าตาฉันมันสวยเกินจนไปโดนต่อมขี้อิจฉาของใครก็ต้องขออภัยด้วย”
ปลายอ้อเจ็บจี๊ด
“แล้วที่ฉันต้องลงมาทำแบบนี้ก็เพราะโดนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่องแปรพรรคไปอยู่ค่ายอื่นน่ะสิ แล้วอีงูพิษตัวนี้มันร้ายด้วย ไปไม่ไปตัวเดียวพาพวกกเฬวราก (กะ-เล-วะ-ราก) ซากศพทรยศไปค่ายอื่นกันหมด ไม่สิ ไม่ควรเรียกว่างูพิษ มันต้องเรียกว่าอีอสรพิษ อีอสรพิษตัวนี้ก็ตีหน้าเศร้าเล่าชีวิตรันทดจนใครๆต่างพากันสงสาร เก่งจนตัวเองมีชื่อ”
ปลายอ้อแค้นจัด “นี่ อย่างเธอน่ะนะ จะดังก็ดังได้ไม่นานหรอก ก็แค่อาศัยชื่อเสียงพ่อตัวเอง ลองถ้าเธอเป็นแค่คนธรรมดาสิ เสียงของเธอก็เหมือนเสียงเห่าของหมาขี้เรื้อนข้างถนนที่คนสงสารก็แค่โยนกระดูกให้เท่านั้น”
ปอแก้วแค้นแต่พยายามไม่เล่นตามเกมที่ปลายอ้อพยายามยั่วโมโห “เธอ”
“โกรธสินะ อยากด่าฉันล่ะสิ เอาเลย เผยธาตุแท้ของเธอมาเลย ว่าเธอน่ะมันก็แค่ผู้ดีจอมปลอม”
“ฉันไม่ปล่อยให้เธอปั่นหัวฉันเล่นง่ายๆหรอก จะบอกให้นะ เธอจะลองช่วยเฉลยดูก็ได้นะ ยิ่งเฉลยเร็วเท่าไหร่ ฉันยิ่งเป็นข่าวเร็วเท่านั้น แล้วเธอจะรู้ว่า หมาขี้เรื้อนที่เธอปรามาสไว้ มันจะดังเป็นพลุแตกขนาดไหนกัน เปิดหน้าสู้กันซึ่งหน้าได้เลย”
ปลายอ้ออึ้ง ที่ปอแก้วดูไม่ยี่หระแถมยังท้าสู้ด้วย

ปลายอ้อเดินเข้ามาที่โต๊ะกินข้าวอย่างหงุดหงิด เห็นบุญทิ้ง อัปสร ศุภกฤต นั่งรอกินข้าวกันอยู่ ปลายอ้อแทบจะโยนโทรศัพท์ให้บุญทิ้ง
“โอ๊ย ไอ้อ้อ ใจเย็นๆ มือถือฉันพังหมด ให้เอาไปโทรแล้วไม่ถนอมกันเลย”
“ว่าไงบ้างคุณ” ศุภกฤตถาม
ปลายอ้อยังหงุดหงิดไม่หาย “ใช่ปอแก้วจริงๆ ด้วย เค้ายอมรับกับฉันเอง”
ทุกคนที่ได้ฟังก็อึ้งกันไป ปอแก้วนึกได้หันมาไล่เบี้ยกับศุภกฤต
“คุณรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”
“อะไร เรื่องที่เค้าเป็นหน้ากากขนนกเนี่ยเหรอ ผมไม่รู้เรื่องเลย ช่วงที่ผ่านมาผมยุ่งมาก ไม่ได้คุยกับ...ทางโน้นเลย”
อัปสรปลอบ “แกไม่ต้องไปสนใจหรอกอ้อ ถ้าไม่ใช่ของแท้ ดังได้แค่แปปเดียวแหละ เดี๋ยวคนก็เลิกเห่อ หมดกระแสไปเอง”
บุญทิ้งไม่เห็นด้วย “น้าสร แต่ฉันว่า ถ้าเรามองอย่างไม่มีอคติ เพลงเค้าก็เพราะดีนะ ร้องง่าย ติดหูดีด้วย” บุญทิ้งฮัมเพลงที่ปอแก้วร้องในเอ็มวีอย่างติดปาก
ปลายอ้อโมโห “พี่ทิ้ง หุบปากเหม็นๆของพี่เดี๋ยวนี้ หยุดร้องเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็ออกนอกบ้านไปเลยไป๊”
บุญทิ้งหุบปากทันควัน ปลายอ้อหงุดหงิดอยู่อย่างนั้น

ตอนเย็นวันนั้น พรทิพย์เดินผ่านหน้าห้องซ้อมเต้น ได้ยินเพลงของปอแก้วดังสนั่นออกมา พรทิพย์เลยไปแง้มประตูดู เห็นปอแก้วกำลังซ้อมเต้นอย่างหนักหน่วงอยู่กับครูสอนเต้น ท่าทางตั้งใจมาก พรทิพย์ยิ้มปลื้ม จังหวะที่เต้นๆ อยู่ ปอแก้วหมุนแล้วขาไปฟาดกับขอบเสาอย่างจัง
“โอ๊ย”
ครูสอนเต้นตกใจ รีบวิ่งไปปิดเพลง พรทิพย์เปิดประตูห้องพรวดเข้าไปหาปอแก้วทันที
“แก้ว เป็นอะไรไหมลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะ แก้วพลาดเองค่ะครู ต่อได้เลย”
“ไม่เป็นไรแน่นะลูก”
“ค่ะแม่” ปอแก้วสะบัดแข้งขาให้ดู “แก้วโอเคค่ะ”
พรทิพย์ถอยไปยืนดูอย่างเป็นห่วงนิดๆ เสียงเพลงดังขึ้นอีก ปอแก้วเต้นตามสเตปกับครูสอนเต้นอย่างตั้งใจ บูรพาตามเข้ามาดูอีกคน มองทึ่งๆ
“แก้วมันเต้นดีนะเนี่ย ไม่นึกเลยว่าจะเต้นได้ขนาดนี้”
“ก็นอกจากเรื่องบริหารแล้ว แก้วเขาก็เรียนด้านเพอร์ฟอร์แมนซ์ มาด้วย”
บูรพาทำหน้าเหรอหรา “อ้าวเหรอ ทำไมผมไม่เคยรู้”
พรทิพย์เหน็บแนมผัว “ถ้าคุณใส่ใจลูกซักนิด ก็คงจะรู้ล่ะค่ะ”
บูรพาระอาพรทิพย์ขึ้นมา แต่ไม่อยากต่อปากต่อคำ หันไปดูปอแก้วซ้อมเต้นต่ออย่างชื่นชม
“ลูกมาช่วยชีวิตบูรพาซาวด์แท้ๆ เลยนะ ผมไม่นึกเลยว่าสุดท้ายลูกจะคิดได้เองว่า ไอ้อภิวัชมันเป็นศัตรู แต่อย่างว่าล่ะ คนเชื่อคนง่ายแบบแก้ว ถ้าไม่ถูกไอ้เลวนั่นมันหักหลังก็คงคิดไม่ได้”
พรทิพย์อ่อนใจกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของผัวมาก มองหน้าบูรพาอย่างระอา
“ทำไมมองผมยังงั้น ผมพูดอะไรผิด”
“ฉันสงสารลูกน่ะ มันคุ้มเหรอ ที่ความรักของลูกต้องมาพังทลายลง เพื่อแลกกับการทำเพื่อคุณขนาดนี้”
บูรพาอึ้งไปเลย พรทิพย์เดินเชิดจากไป

ทางด้านปลายอ้อยืนล้างจานท่าทีหงุดหงิดอยู่ ถูๆๆฟองน้ำลงไปที่จานแรงๆ จนน้ำกระเซ็นเปียกผม ยิ่งหงุดหงิดหนัก จะเสยผมมือก็เลอะ หันรีหันขวางอยู่ จนศุภกฤตถือจานขนมที่กินหมดแล้วเข้ามาวาง เห็นเข้า
“มานี่ ผมช่วย
ศุภกฤตเข้ามารวบผมปลายอ้อ ปัดเอาไปไว้ข้างหลังให้ ปลายอ้อสะดุ้ง เขินนิดๆ แต่ศุภกฤตไม่ได้สังเกต เข้ามาช่วยล้างจาน
“ทำไมเปียกแบบนี้ล่ะคุณ หงุดหงิดอะไรเหรอ”
“ก็คุณไม่เห็นเหรอว่าปอแก้วเค้าเกลียดฉัน เค้าไม่อยากให้ฉันประสบความสำเร็จ ถึงขนาดยอมบากหน้ามาเป็นนักร้องสู้กับฉัน แต่ก็ดีเหมือนกัน จะได้เห็นดำเห็นแดงกันไป ว่านักเรียนนอกจะมาสู้คนที่มีเลือดศิลปินได้ ก็ให้มันรู้กันไป”
“ผมไม่อยากให้คุณคิดอะไรโดยเอาอคติเป็นที่ตั้งนะ สู้กันด้วยความสามารถดีกว่า วงการเพลงมันก็แบบนี้แหละ ถึงไม่มีปอแก้ว คุณก็ต้องสู้กับคนอื่นอยู่ดี”
ปลายอ้อนิ่งงันไป ศุภกฤตล้างจานแล้วส่งจานมาให้ปลายอ้อล้างน้ำ ปลายอ้อจับมือศุภกฤตไว้ เล่นเอาเขาชะงักไป
ปลายอ้อส่งสายตาหวานซึ้งให้พลางถาม “ถึงยังไงก็ตาม คุณก็จะอยู่ข้างฉันใช่ไหมคุณกฤต”
ศุภกฤตเขินท่าทางและสายตาปลายอ้อ ถึงกับอึ้งตอบไม่ถูกไปชั่วขณะ จนบุญทิ้งโผล่เข้ามา
“น้ายุพาให้ตามไปกินของหวาน” พอเห็นปลายอ้อจับมือกับศุภกฤตก็ยิ้มล้อ “ฮั่นแน่”
ปลายอ้อเขินปล่อยมือทันที หันมองดุบุญทิ้ง ศุภกฤตเก้อไป
“แต่ดูทรงแล้วจะไม่ต้องกินละม้างงง น่าจะหวานจนอิ่มแล้ว หรือไงกฤต”
“อ่า...เดี๋ยวผมว่า...ผมกลับก่อนดีกว่า” นักข่าวหล่อเดินเก้อๆ ออกไป
บุญทิ้งส่งเสียงอำตามไป “เอ้า ไม่กินเร้อ ไม่กินฉันกินส่วนของกฤตน้า”
“พอแล้วพี่ทิ้ง”
บุญทิ้งหันมาแซวปลายอ้อต่อ “เฮ้อ มิน่า หายกันเข้ามาซะนาน ไม่ได้ล้างจานอย่างเดียวนี่หว่า อยากมีคนช่วยล้างจานแบบนี้บ้างจังน้อ”
“พอได้แล้ว แซวเก่งจังนะ คนช่วยพี่ทิ้งก็ลีไง เออ ลีเป็นไงบ้าง”
บุญทิ้งจ๋อยเลย “เฮ่ออออ ที่เคยคุยกันครั้งล่าสุดก็ยังอยู่ที่ต่างจังหวัดกับพ่อแม่ ตอนนี้ก็เงียบหายเลย ไม่รู้เป็นไงบ้าง เออ ฉันลองโทรหาลีดูดีกว่า”
บุญทิ้งรีบเดินออกไป ปลายอ้อมองตามส่ายหัวยิ้มขำๆ ก่อนจะกลับมาครุ่นคิดเรื่องตัวเอง

คืนนั้นปลายอ้อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนแม่ เห็นอัปสรดูอัลบั้มรูปเก่าๆ อยู่ จึงเดินมานั่งข้างๆ เอาคางเกยแขนอัปสร
“ดูรูปพ่อเหรอจ๊ะ”
“ถ้าพ่อเค้าได้รู้ว่า อ้อได้เป็นนักร้องเหมือนพ่อ พ่อคงจะดีใจนะ”
“อ้อว่าพ่อรู้อยู่แล้วล่ะจ้ะ” ปลายอ้อลงนอนหนุนตักอัปสร
“อะไรกัน ลูกคนนี้ อยู่ๆมาอ้อนอะไรแม่” อัปสรลูบหัวลูกอย่างอ่อนโยน
“อ้อเหนื่อยๆน่ะจ้ะ อยากนอนตักแม่เหมือนตอนเด็กๆ”
อัปสรชะงัก อึ้งไป นึกสงสารปลายอ้อที่ตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกต้องเหนื่อยกับการแก้แค้น
“แม่เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าลูก” อัปสรเลี่ยงไปคุยเรื่องศุภกฤต “เออ....แม่ถามอะไรหน่อยสิ เรื่องคุณกฤตน่ะ”
“คุณกฤตทำไมเหรอแม่”
“แม่เห็นเค้าเทียวไปเทียวมาหาอ้อตลอดเลย สงสัยเค้าจะชอบหนูนะ หนูล่ะ คิดยังไงกับเค้า”
ปลายอ้ออึกอัก ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะก็ยังไม่แน่ใจความรู้สึกตัวเอง “เอ่อ...อ้อ”
อัปสรนึกว่าปลายอ้อกังวลกลัวว่าตนเองจะขัดขวาง
“หนูจะรักใครชอบใคร แม่ไม่ขัดข้องหรอกนะ ถ้าอ้อมั่นใจว่าเขาเป็นคนดี”
ปลายอ้อนิ่งคิด แล้วตัดสินใจลุกขึ้นจากตักมาเผชิญหน้ากับอัปสร
“คุณกฤตเป็นคนดีค่ะ แต่อ้อยังไม่อยากคิดเรื่องมีใครตอนนี้ อ้อกลัวจะกระทบกับงานเหมือน...พ่อ”
อัปสรอึ้งไปนิดๆ “ไม่หรอกลูก สมัยนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว มีแฟนแม่ว่าก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ขอให้เลือกดีๆ ก็แล้วกัน”
ปลายอ้อคิดตาม

เช้าวันนี้ เพลงปอแก้วร้องสวมหน้ากากขนนกถูกเปิดซ้ำไปซ้ำมาในห้องทำงานของซัยยศที่สตาร์เดลี่ ชัยยศนั่งฟังเหมือนจะพยายามแกะเสียงร้อง หน้าตาเคร่งเครียด
“เพราะมาก แต่เสียงก็คุ้นมาก ฉันว่าฉันต้องรู้จักนักร้องคนนี้แน่ๆ แกว่าเสียงใครวะกฤต”
ศุภกฤตทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ไม่รู้สิพี่ ผมไม่เห็นคุ้นเลย”
“เฮ่ย แกอย่ามาพูดว่าไม่รู้ แกคลุกคลีกับพวกนักร้องลูกทุ่งตั้งเยอะ น่าจะจำเสียงได้ ไม่งั้นก็ไปสืบมาว่าหน้ากากขนนกนี่เป็นใคร”
“โธ่ พี่จะอยากรู้ไปทำไม”
“ใครๆ เค้าก็อยากรู้ทั้งนั้น ถ้าเรารู้ก่อน เราเล่นข่าวได้ก่อนนะเว้ย!! แกต้องไปสืบมา นี่เป็นคำสั่ง”
ศุภกฤตพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ จนกระทั่งสารวัตรทะนงโทร.เข้ามาศุภกฤตบอกชัยยศหน้าตื่น
“ผมมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าต้องไปตามสืบแล้วพี่” จากนั้นก็รีบเดินออกไปเลย
“ไอ้กฤต ไปไหนวะ เรื่องอะไร ไอ้นี่นี่ ใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องกันแน่วะเนี่ย”

ศุภกฤตรีบเดินออกมาจากออฟฟิศ คุยโทรศัพท์กับทะนงไปด้วย
“ครับพี่...พี่ทะนงได้เบาะแสความเคลื่อนไหวของบาร์เทนเดอร์ที่คิดว่าน่าจะวางยาปลายอ้อแล้วเหรอพี่ ได้ครับ เดี๋ยวผมรีบไปตามหา พี่ส่งที่อยู่มาได้เลย”
ศุภกฤตวางสายแล้วเดินไปขึ้นรถขับออกไปโดยเร็ว

เพ็ญนั่งหาวอยู่ในร้าน ง่วงๆ เพราะไม่มีลูกค้าเลย
“เฮ้อ...ลูกค้าไปไหนหมดว้า ฮ้าววว”
เพ็ญหาวแล้วก็หลับตาจะสัปหงก แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเจนนี่ดังขึ้น
“เอ้า แม่ค้าที่ไหนเด้มานั่งสัปหงกอยู่นี่ หลับแบบนี้สิขโมยครกขโมยสากไปให้เหมิดเลยเด้อ”
เพ็ญจำเสียงได้ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที หันไปเห็นปลายอ้อ เจนนี่ ยืนอยู่ที่หน้าร้านก็ดีใจขึ้นมาเลย
“อีเจน ไอ้อ้อ มากันยังไงวะเนี่ย โอ้ยย คิดถึงหลายๆ”
“พวกฉันก็คิดถึงส้มตำป้าเพ็ญน่ะจ้ะ เลยชวนกันมากิน”
“มาๆๆ เดี๋ยวอีเพ็ญทำสุดฝีมือเลย”

ไม่นานต่อมาเพ็ญวางปลาดุกย่างลงบนโต๊ะ ที่มีส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ ซุปหน่อไม้วางอยู่แล้ว
“มาแล้ว ปลาดุกย่างร้อนๆ”
“พอแล้วป้าเพ็ญ แค่นี้ก็กินไม่หมดแล้ว”
“โธ่อ้อ แกกินไม่หมด แต่อีเจนนี่กินไม่เหลือนะจ๊ะ”
เจนนี่พูดแล้วก็หันหน้าไปฉีกปลาดุกย่างกินอย่างอร่อย ทุกคนหัวเราะขำกัน เพ็ญมองทุกคนด้วยความคิดถึง
“เห็นพวกแกแล้วก็คิดถึงไอ้ลีมันนะ หายหน้าไปเลย”
“พี่ทิ้งเค้าก็คุยๆ อยู่บ้าง เห็นว่าลีก็ช่วยพ่อกับแม่ขายอาหารอยู่ที่บ้านนอกน่ะ” ปลายอ้อว่า
“เฮ้อ พอที่นี่ไม่มีพวกแกอยู่ก็เงียบเหงาเป็นบ้า ตอนนี้บูรพาซาวด์แทบจะร้างอยู่แล้วเพราะศิลปินลาออกกันไปหมด”
เจนนี่พูดทั้งที่ยังกินปลาดุกคาปากอยู่ “แล้วยายเพียงฟ้าหน้าสะแลนนั่นล่ะ”
“นังนี่ยังเกาะเสี่ยเป็นปลิงอยู่ แต่ก็ไม่มีงานจ้างหรอก ตอนนี้เห็นว่าไปเที่ยวเมืองนอกกับยัยลั้นลาอยู่น่ะ”
ปลายอ้อทำเป็นเลียบๆ เคียงๆ ถาม “ป้าเพ็ญไม่รู้เหรอว่าบูรพาซาวด์เค้ามีศิลปินใหม่แล้ว แต่เค้าปิดบังหน้าตาอยู่”
“ศิลปินใหม่อะไรวะ ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง”
“ก็มัวแต่นั่งหลับอยู่เนี่ยน้า เสี่ยเค้าให้ลูกสาวเค้ามาเป็นนักร้องในค่ายแล้ว ออกเอ็มวีชนกับวันแถลงข่าวซิงเกิ้ลใหม่ของไอ้อ้อพอดี ยังกะแกล้งกัน” เจนนี่ว่า
“คุณปอแก้วน่ะนะ เป็นไปได้เหรอวะ”
“อ่ะ ไม่เชื่อ” เจนนี่หยิบมือถือมาเปิดคลิปหน้ากากขนนกร้องเพลงให้ดู “นี่ไงป้า”
เพ็ญรับไปดู เห็นคลิปปอแก้วร้องเพลงก็ตกใจ
“เฮ้ย นี่คุณปอแก้วจริงๆ เหรอวะ ข้าไม่อยากจะเชื่อ”
แสงโสมเดินมาจะมาสั่งอาหารที่ร้าน พอเห็นปลายอ้อกับพวกก็ไม่พอใจ
แสงโสมแหวขึ้นมาเลย “ยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ ที่บูรพาซาวด์ไม่ต้อนรับคนเนรคุณอย่างพวกเธอ ไปให้พ้น”
แววเดือน กะ เจนนี่ตกใจที่เจอแสงโสมเข้ามาด่า แต่ปลายอ้อตั้งสติได้สวนกลับ
“ร้านป้าเพ็ญอยู่นอกเขตบูรพาซาวด์ ทำไมเราจะมาไม่ได้ ก็แค่แวะมากินส้มตำผีมือป้าเพ็ญก็แค่นั้น...จริงๆคุณแสงโสมน่าจะดีใจนะว่าในละแวกนี้ ยังพอจะมีอะไรดีๆหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่ใช่มีแต่ค่ายเพลงแย่ๆ กับทีมงานห่วยๆ ที่ใกล้จะเน่า”
เพ็ญกลัวว่าสองฝ่ายทะเลาะกันแล้วตัวเองจะโดนหางเลขไปด้วย
“ใจเย็นๆ นะคะ คุณโสมเดินมาถึงนี่จะกินอะไร เดี๋ยวเพ็ญทำให้ จริงๆ โทร.ลงมาสั่งก็ได้”
แสงโสมไม่สน ยังคงด่าปลายอ้อไม่เลิก
“นี่เธอ อย่างน้อยเธอก็เคยอยู่ที่นี่ พูดจาอะไรให้มันให้เกียรติกันบ้าง”
“ให้เกียรติกับคนที่ควรเกลียดน่ะเหรอคะ”
“ทำตัวเนรคุณแบบนี้ไม่มีวันเจริญหรอกนะฉันจะบอกให้”
“ขี้โกงคนอื่นก็ไม่เจริญหรอกค่ะ”
“หน้าตาก็ดี แต่กิริยา สกปรกสิ้นดีเด็กคนนี้”
“ใช่ค่ะ ฉันสกปรก เหม็นเน่าด้วย อยากรับรู้รสชาติของความเหม็นเน่ามั้ยคะ ฉันจัดให้ค่ะ”
ปลายอ้อหยิบจานส้มตำปูปลาร้าขึ้นมาปรี่เข้าไปหาแสงโสมแล้วล็อคคอก่อนจะพยายามกรอกส้มตำปูปลาร้าใส่ปากแสงโสม
“กินเข้าสิคะ นี่แหละค่ะ รสชาติของความเหม็นเน่า กินเข้าไปสิ กินเข้าไป”
เพ็ญและคนอื่นๆ ต้องช่วยแยกปลายอ้อออกมา แสงโสมเลอะเทอะไปหมดกว่าจะหลุดออกมาได้
“อ๊าย แก แกมันบ้าไปแล้วปลายอ้อ”
ระหว่างนั้นเห็นว่าอภิวัชโทร.เข้ามาที่มือถือปลายอ้อพอดี
ปลายอ้อบอกกับเจนนี่ว่า “พี่เจนนี่บอกคุณวัชให้หน่อย”
แสงโสมชะงักหูผึ่งเมื่อได้ยินปลายอ้อพูดถึงอภิวัชอย่างสนิทสนม
“เดี๋ยวอ้อกลับไปหา อย่าเพิ่งงอน ขอเอาปลาร้ากรอกปากคนปากเน่าแถวนี้ก่อน”
แสงโสมชะงัก ปลายอ้อจ้องหน้าแสงโสมอย่างเอาเป็นเอาตาย จนแสงโสมหวั่นกลัว
“มองอะไร ยังไม่อิ่มใช่มั้ยล่ะ ชั้นกรอกปากให้ได้นะ”
แสงโสมถอยออกไปอย่างหวาดกลัว
เพ็ญรอจนกว่าแสงโสมออกไป จึงหันมาตำหนิปลายอ้อ
“อ้อ แกเป็นอะไรของแก ทำไมอารมณ์ร้ายแบบนี้ เมื่อก่อนแกไม่ได้เป็นแบบนี้นะ”
ปลายอ้อได้สติขึ้นมา “ขอโทษค่ะป้าเพ็ญ แต่อ้อเห็นที่เค้าพูดกับเรา แล้วอ้ออดไม่ได้จริงๆ”

ขณะที่ปอแก้วเปิดเพลงซ้อมเต้นอยู่ที่ห้องซ้อมคนเดียว ซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตาย แสงโสมเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยท่าทีหงุดหงิดเต็มที่ เนื้อตัวเสื้อผ้าเลอะ เดินเข้าไปปิดวิทยุทันที ปอแก้วหยุดเต้น
“น้าโสมปิดวิทยุทำไมคะ? แก้วยังซ้อมอยู่” ปอแก้วทำจมูกฟุดฟิด “กลิ่นอะไร”
แสงโสมทำหน้าเซ็งๆ
“ก็ฝีมือนังปลายอ้อน่ะสิ มันอาละวาดใส่น้า”
ปอแก้วแปลกใจนิดๆ “ปลายอ้อ”
“ใช่ เมื่อกี้น้าไปเจอมันมาที่ร้านส้มตำยายเพ็ญ ตอนนี้มันกับคุณอภิวัชน่ะ น่าจะไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว สุดท้ายมันก็ใช้เต้าไต่อย่างที่คาดเอาไว้จริงๆ ด้วย แต่มันไม่เลือกคนแก่ๆ อย่างเสี่ยแค่นั้นเอง”
ปอแก้วฟังแล้วก็อดเครียดไม่ได้ แต่พยายามไม่ใส่ใจ เดินไปเปิดเพลงซ้อมเต้นต่อ
“หนูแก้ว ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอคะ”
“แก้วไม่อยากรับรู้เรื่องของคนอื่นหรอกค่ะน้าโสม น้าโสมไม่ควรเอาเรื่องนี้มาเล่าให้รกสมองนะคะ แล้วก็อย่าไปเปลืองตัวแลกกับเค้าเลย”
แสงโสมหน้าเจื่อนไปที่ปอแก้วไม่ใส่ใจ “ค่ะ ตอนนี้กระแสเรื่องหน้ากากขนนกดีมากเลยนะคะ คนตามหากันให้ควั่กเลยว่าเป็นใคร น้าว่าคงต่อไปคงต้องหางานจ้างไปออกบ่อยๆ เพื่อเลี้ยงกระแส แล้วค่อยจัดงานใหญ่เปิดตัว หนูแก้วว่ามั้ย”
“แก้วยังไงก็ได้ ตอนนี้แก้วเป็นแค่ศิลปินคนหนึ่งในค่ายเท่านั้น แก้วจะทำหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดีที่สุดค่ะ”
ปอแก้วพูดอย่างมุ่งมั่น เหมือนไม่ได้ใส่ใจเรื่องอภิวัชกับปลายอ้อแล้ว

ด้านศุภกฤตเดินเข้ามาในชุมชนแออัดตามที่อยู่ที่ได้จากทะนง หยิบโทรศัพท์มากดโทร.หาปลายอ้อ แต่ไม่ติดจึงเดินเข้ามาถึงห้องเช่าท้ายๆ ชุมชน เจอชาวบ้านเดินออกมา
“ขอโทษนะครับ พี่พอรู้ไหมว่าห้องของคนชื่อสมชายน่ะห้องไหน”
สมชายโผล่ออกมาจากห้องเช่าหลังสุดท้ายได้ยินถึงกับชะงัก ชาวบ้านชี้มือไป ศุภกฤตหันมองมาเห็นสมชายเข้าพอดี
“เฮ้ย แกชื่อสมชายใช่มั้ย”
สมชายไม่ตอบ วิ่งหนีทันที ศุภกฤตเห็นมั่นใจใช่แน่ รีบวิ่งตามไป

สมชายวิ่งตามหนีมาตามตรอกซอกซอยอย่างชำนาญทาง ศุภกฤตวิ่งตามโดยไม่ลดละ
สมชายเห็นศุภกฤตวิ่งตามมาติดๆ ผลักเตาที่แม่ค้าทอดลูกชิ้นขายอยู่ น้ำมันกระเด็น ข้าวของล้มลง มันช่วยหยุดให้ศุภกฤตได้ครู่หนึ่งเท่านั้น แต่ศุภกฤตก็รีบออกจากความวุ่นวายตรงนั้นไปให้
ศุภกฤตวิ่งตามสมชายอย่าไม่ลดละ จนเข้ามาที่ตึกร้าง
“สมชาย อยู่ไหน คุณออกมาเถอะ ผมแค่อยากมาคุยด้วย”
ศุภกฤตเดินพลางตะโกนเรียกชื่อสมชายไปเรื่อยจนไปหยุดที่มุมเสาด้านใน จู่ๆ สมชายโผล่จากที่ซ่อนเอาไม้ฟาดหัวจนศุภกฤตร้องโอ้ย ล้มพับหมดสติไป
สมชายหยิบโทรศัพท์ออกมา หอบเหนื่อย ถ่ายรูปศุภกฤตที่สลบอยู่แล้วส่งให้เสี่ยบูรพาก่อนจะโทร.หา
“ฮัลโหลเสี่ย ผมสมชาย ไอ้นักข่าวที่นั่นมันตามตัวผมเจอแล้ว ผมต้องหนีแล้ว เสี่ยช่วยโอนเงินมาให้ผมอีกก้อนนึงได้มั้ย”
“อะไรวะ มันตามเจอได้ยังไงวะ”
“ผมจะไปรู้ได้ไงเล่า นี่ผมฟาดหัวจนมันสลบไปแล้ว รีบๆโอนมานะเสี่ย ผมมีเวลาไม่เยอะ ไม่งั้นเดี๋ยวซวยกันหมด” สมชายมองซ้ายมองขวาอย่างระแวงว่ามีใครตามมาอีกหรือเปล่า

บูรพาอยู่ในห้องทำงาน กรอกเสียงโวยวายใส่สมชาย โมโหสุดขีด
“เออ เดี๋ยวกูส่งเงินไปให้ ร่างไอ้นักข่าวเวรนั่นก็ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ แล้วก็ไม่ต้องโทรมาแล้วนะ”
เสี่ยกดวางสายอย่างแรง ปอแก้วเข้ามาทันได้ยินตอนท้ายพอดี
“เกิดอะไรขึ้นคะพ่อ มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอก”
“ก็แก้วได้ยินอยู่ นักข่าวที่ไหนเป็นอะไร” ปอแก้วคิดปราด นึกเอะใจ “คุณกฤตเหรอ นี่พ่อสั่งให้ใครไปทำร้ายคุณกฤตหรือเปล่า”
บูรพาอ้ำอึ้งไม่ยอมพูด ปอแก้วยิ่งซักเซ้าซี้
“พ่อ พูดความจริงกับแก้วนะ พ่อสั่งใครไปทำร้ายคุณกฤต”
“ฉันไม่ได้สั่ง มันโดนไอ้บ๋อยนั่นตีหัวเข้าให้เอง ก็ไอ้นักข่าวนั่นมันเสือกไปตามหาพยานจะช่วยนังปลายอ้อนี่หว่า”
“พ่อ ทำร้ายคนมันผิดกฎหมายนะ จะเดือดร้อนหนักกว่าเดิมอีกนะพ่อ”
บูรพารำคาญ “โว้ย ไอ้นั่นมันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
ปอแก้วคาดคั้น “คุณกฤตถูกทำร้ายอยู่ที่ไหน บอกแก้วมาเดี๋ยวนี้เลย”

เย็นนั้น ศุภกฤตเดินมึนๆ หัว มีพลาสเตอร์แปะหน้าผากเดินออกมาจากคลีนิตแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเจอปอแก้วยืนอยู่หน้าคลินิก
“คุณกฤต เป็นไงบ้าง”
ศุภกฤตแปลกใจ “คุณรู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่”
ปอแก้วอึ้ง ชะงักไป
ศุภกฤตเห็นท่าทีปอแก้วก็อ่านออก อึ้งไปเหมือนกัน “นี่เสี่ยบูรพาส่งคุณมาดูน้ำหน้าผมเหรอ”
“พ่อไม่ได้สั่งให้ใครทำร้ายคุณนะ แต่คนร้ายมันกลัวคุณเลยพลั้งมือไป ฉันแอบได้ยินพ่อคุยโทรศัพท์ก็เลยเป็นห่วง”
ศุภกฤตงง “งั้นคนที่ช่วยผมออกมาจากตรงนั้น ก็คือคุณเหรอ”
“เปล่า มีพลเมืองดีช่วยคุณก่อนหน้าฉันแล้ว” ปอแก้วรีบตัดบท “คุณไม่ต้องถามมากหรอก ปลอดภัยก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันพาคุณไปส่งบ้านเอง”

ศุภกฤตเปิดประตูห้องให้ปอแก้วเข้ามาในห้อง ปอแก้วเดินเข้ามาถือถุงของกินพะรุงพะรังมาด้วย
“คุณไปนั่งรอก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันแกะโจ๊กให้ กินโจ๊กแล้วเดี๋ยวจะได้กินยาแก้ปวด แล้ววันนี้คุณก็รีบๆ นอนซะด้วยล่ะ..เอ....ชาม...”
“อยู่ในตู้ในครัว เดี๋ยวผมไปหยิบให้”
“ไม่ต้องๆ คุณอยู่เฉยๆ เดี๋ยวปวดหัว”
ปอแก้วเดินเข้าไปในครัว เปิดตู้หยิบชามออกมา แกะโจ๊กเทใส่ ถือชามโจ๊กออกมาวางให้ศุภกฤต
“เอ้อ..น้ำ ลืมน้ำได้ไงเนอะ”
ปอแก้วเดินกลับไปในครัว หยิบแก้วมาเปิดตู้เย็นเทน้ำให้อีก ศุภกฤตมองปอแก้วทำโน่นทำนี่ให้ด้วยความรู้สึกดีๆ
“แล้วคุณไม่ต้องไม่ซ้อมเพลงเหรอ”
ปอแก้วชะงัก น้ำกระฉอกออกจากแก้วพรวด
“ว้าย” ปอแก้วรีบหยิบผ้ามาเช็ด เฉไฉถาม “คุณ..หมายถึงอะไร ซ้อมเพลงอะไรเหรอ”
“หน้ากากขนนกก็คือคุณไม่ใช่เหรอ”
ปอแก้วนิ่งไปอีก
ศุภกฤตรีบพูด “ผมไม่ได้พูดกับใครหรอก ก็ฟังๆมาจากปลายอ้อนั่นแหละ แล้วผมว่า ทางอาร์ทิสต้า ก็น่าจะเดาได้ไม่ยากนะว่าหน้ากากขนนกคือใคร...คุณคิดว่า แฟนคุณจะจำเสียงคุณไม่ได้เลยเชียวเหรอ”
ปอแก้วสะอึกในใจขึ้นมาเมื่อคิดถึงอภิวัช ทำเป็นไม่สนใจหยิบแก้วน้ำมาวางให้ “ฉันว่าคุณรีบกินโจ๊กดีกว่า เดี๋ยวจะได้กินยา ว่าแต่คุณเถอะ เจ็บแบบนี้ไม่คิดจะโทรบอกปลายอ้อเค้าหน่อยเหรอ”
ศุภกฤตหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.หาปลายอ้อ แต่โทร.ไม่ติด
“เค้าปิดเครื่อง...ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่”

เรือยอร์ชลำหนึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ หาดพัทยา ปลายอ้อเดินเข้ามาหยุดยืนรับลมอย่างสดชื่นแถวๆ นั้น อภิวัชเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ
“ที่นี่อากาศดีจังเลยนะคะ ฟ้าใสเชียว”
“อ้อชอบใช่ไหม ผมว่าจะใช้ที่นี่แหละ ถ่ายเอ็มวีเพลงของคุณ” เขาชี้ไปที่เรือยอร์ช “ออกไปถ่ายบนเรือ กลางทะเล คุณว่าดีไหม”
“บนเรือนั่นเหรอคะ สวยจัง เรือของใครคะ”
“เรือของผมเอง”
“เรือของคุณวัชเหรอ อ้อไม่เคยขึ้นเรือแบบนั้นเลยค่ะ”
ปลายอ้อยิ่งตื่นเต้น นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับ มองอภิวัชปลื้มๆ อภิวัชจ้องปลายอ้อตอบยิ้มๆ
เจนนี่ กะบุญทิ้งเดินโหวกเหวกตามเข้ามาทำลายบรรยากาศ ทีมงานก็ตามกันมาด้วย
“โอ้โหววว ดูสิ น้ำทะเลใส๊ใส”
“นั่นสิ คุณวัชอ่ะไม่บอกกันก่อนว่าจะพามาดูโลเคชั่นถ่ายเอ็มวีถึงนี่ เสียด๊ายเสียดาย ไม่ได้เอาบิกินี่มา ไม่งั้นแม่จะใส่ลงเล่นน้ำให้ทะเลร้อนฉ่าทะลุร้อยองศาไปเลย”
“อยากเล่นน้ำเหรอจ๊ะ งั้นก็ลงไปเล่นสิจ๊ะ แม่สาวทะเลเดือด”
บุญทิ้งหันไปพยักหน้ากับทีมงานชายคนหนึ่ง แล้วช่วยกันลากเจนนี่ลงไปโยนทิ้งในทะเล เจนนี่กรี๊ดกร๊าดโวยวาย แต่ก็โดนลากลงน้ำไปจนได้ ทุกคนหัวเราะกันเฮฮา
ปลายอ้อยืนดูขำๆ ก่อนจะสังเกตได้ว่า อภิวัชไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ แล้ว แต่ไม่รู้อยู่ไหน

อภิวัชพาตัวเองมาหลบมุมยืนชิลๆ อยู่บนเรือยอร์ช หวนนึกถึงความหลัง ตอนพาปอแก้วมาเที่ยวสองต่อสอง
“เหม่ออะไรอยู่คะ”
อภิวัชหันไป เห็นปอแก้วเดินเข้ามาหาแต่งตัวสบายๆ เขายิ้มให้
“คิดถึงงานอยู่น่ะ Audition รายการ The Artist ซีซั่นนี้ ผมว่าจะเปิดแยกออดิชั่นสาขาลูกทุ่งเป็นครั้งแรก แก้วว่า...”
ปอแก้วเอามือจุ๊ไปที่ปากอภิวัชให้หยุดพูด อภิวัชชะงักไป
“วัชชวนแก้วมาเที่ยวนะคะ วัชอย่าพึ่งคิดเรื่องงานซักแปปได้ไหม เดี๋ยวแก้วไปช่วยคุณดูออดิชั่นเอง โอเคมั้ย”
“ก็ได้จ้ะ”
ปอแก้วยิ้มให้คนรัก
อภิวัชดึงความคิดกลับมา ถอนใจแล้วหันหลังจะลงไปจากเรือก็ต้องชะงักเพราะเห็นปลายอ้อยืนมองอยู่
“อ้อ...มาตามผมเหรอ”
“เปล่าค่ะ อ้อจะเดินเข้ามาคุยด้วยเฉยๆ แต่เห็นคุณวัชเหมือนคิดอะไรอยู่เลยไม่กล้าเรียก”
“ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”
ปลายอ้อเข้ามายืนข้างๆ อภิวัช ส่งสายตาหวานซึ้งให้
“อ้อขอบคุณคุณวัช ที่ให้โอกาสอ้อมากมายขนาดนี้”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ เราก็เติบโตไปด้วยกันนั่นแหละ”
“ค่ะ อ้อจะไม่ทำให้คุณวัชผิดหวัง”
ปลายอ้อพูดทิ้งท้ายยิ้มๆ เริ่มสนใจในตัวอภิวัชมากขึ้นเรื่อยๆ

ตกตอนค่ำ ปอแก้วนั่งกินโจ๊กกับศุภกฤตจนอิ่ม แล้วก็จะยกชามไปล้างให้
“ไม่เป็นไรคุณ คุณทำโน่นทำนี่ให้ผมเยอะแล้ว ให้ผมล้างเถอะ”
ศุภกฤตรีบยกชามเข้าไปล้างในครัวเอง ปอแก้วเลยถือโอกาสเดินสำรวจห้อง จนมาเจอกองหนังสือเกี่ยวกับวงการลูกทุ่งที่ศุภกฤตสะสมไว้
ปอแก้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่มีหน้าปกเป็นเผ่าพงศ์จงขจร ขึ้นมาเปิดๆดู เห็นว่าศุภกฤตคั่นหน้าไว้เยอะแยะ มีปากกาไฮไลท์บางข้อความไว้ด้วย
“โอ้โห...”
ศุภกฤตล้างจานเสร็จ เดินออกมาเห็นปอแก้วกำลังเปิดดูหนังสือลูกทุ่งอยู่
“โอ้โหอะไรคุณ”
“นี่คุณทำข้อมูลอะไรไว้เนี่ย ละเอียดยิบเลย”
“ผมอยากเขียนหนังสือเกี่ยวกับตำนานวงการลูกทุ่งน่ะ แต่ยังไปไม่ถึงไหนเลย ข้อมูลที่คุณเห็นนั่นมันยังไม่ครบหรอกคุณ ยังสัมภาษณ์คนได้แค่ไม่กี่คนเอง”
“คุณยังอยากสัมภาษณ์พ่อฉันอยู่หรือเปล่า”
“เสี่ยบูรพาคงไม่ไว้ใจให้ผมเข้าใกล้แล้วล่ะมั้ง...ช่างเถอะ คุยกับคนอื่นก็ได้”
ปอแก้วเปิดดูหนังสือจนไปถึงหน้ากลางที่เป็นรูปสามเทพขนนกถ่ายด้วยกัน ปอแก้วมองหน้าเผ่าพงษ์กับบูรพาที่กอดคอกัน
“ไม่นึกเลยนะ ว่าปลายอ้อจะเป็นลูกสาวของเผ่าพงศ์จงขจร...แล้วตอนนี้ก็เข้ามามีเรื่องยุ่งวุ่นวาย มาพัวพันกับพ่อฉันอีก”
ศุภกฤตนิ่งคิดไป แล้วตัดสินใจถามปอแก้ว “คุณเชื่อคำกล่าวหาของปลายอ้อไหม ว่าเสี่ยบูรพามีส่วนในการตายของเผ่าพงศ์”
ปอแก้วชะงักนิ่งงันไป หน้าตึงใส่ศุภกฤต
“เดี๋ยวๆๆ ผมไม่ได้จะหาเรื่อง ผมถามจริงๆ จากใจน่ะ”
“พ่อฉันอาจจะไม่ใช่คนดีนัก แต่พ่อคงไม่โหดเหี้ยมขนาดสั่งฆ่าเพื่อนรักได้ลงคอหรอก”
“แล้วคุณรู้ไหมว่า อะไรทำให้สามเทพขนนกแตกคอกัน”
ปอแก้วส่ายหน้า “ฉันไม่รู้จริงๆ เรื่องนี้ไม่มีใครเล่าให้ฉันฟังเลย แม้แต่แม่”

ทางด้านอัปสรกำลังให้ยุพาลองเสื้อที่จะให้ซ่อมให้อยู่
อัปสรจับด้านหลังของเสื้อ “เอาเข้าเท่านี้นะพี่ยุ”
“เออ เอาเท่านั้นแหละ ติดกระดุมหลังด้วยก็ดี”
“จ้ะ เดี๋ยวฉันทำให้” อัปสรมองนาฬิกา “เฮ้อ จะสามทุ่มแล้ว ทำไมมันยังไม่กลับกันอีกนะ”
ระหว่างนี้ได้ยินเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน ยุพากับอัปสรชะเง้อมอง
“นั่นไง แกบ่นถึงก็มาพอดีละมั้ง”
ปลายอ้อ กับบุญทิ้ง เดินเข้ามาในบ้าน
“นั่นไง” ยุพาตะโกนทัก “ไอ้อ้อ แม่เอ็งพึ่งบ่นอยู่เนี่ยเมื่อไหร่จะกลับ”
อภิวัชเดินตามเข้ามาอีกที ไหว้ทัก
“สวัสดีครับน้าสร น้ายุพา ผมพาปลายอ้อกับบุญทิ้งมาส่งค่ำไปหน่อย ขอโทษทีครับ”
“อ่า...ไม่เป็นไรจ้ะ มีคนมาส่งฉันก็เบาใจ”
“แม่ๆ ดูนี่” ปลายอ้อรีบเข้าไปหาอัปสร เปิดรูปในมือถือให้ดู “คุณวัชเค้าพาไปขึ้นเรือยอร์ชลำใหญ่เบ้อเร่อเลยแม่ แล้วก็พาไปกินซีฟู้ด กุ้งหอยปูปลา กินกันเปรมไปเลย นี่ไงเรือคุณวัช สวยมั้ยแม่”
ปลายอ้อเลื่อนรูปให้อัปสรดู ยุพาเหล่มอง รู้สึกทะแม่งๆ ว่าปลายอ้อเหมือนเห่อความรวยของอภิวัช
อัปสรตื่นเต้น “โอ้โห ใหญ่โตจังเลยค่ะ”
“ผมว่าจะให้อ้อเค้าถ่าย เอ็มวีบนเรือนี่แหละครับ มีโดรน มีแดนเซอร์ เอาให้อลังการกว่า เอ็มวี ของปอแก้วเลย”
อัปสรพอใจ “เอาเลยค่ะ น้าฝากให้คุณวัชช่วยดูอ้อมันด้วยนะคะ”
“ได้เลยครับ”
ปลายอ้อมองอภิวัชอย่างปลื้มๆ ยุพาสังเกตเห็นก็ทนไม่ไหว สะกิดบุญทิ้งยิกๆ แล้วจิกเสื้อลากไป

ยุพาลากบุญทิ้งห่างออกมาที่มุมหนึ่ง
“อะไรน้า ลากฉันมาทำไม”
“ไอ้อ้อนี่มันยังไงวะ วันก่อนก็ชวนคุณนักข่าวมาบ้าน วันนี้ก็มองคุณอภิวัชตาเยิ้ม ตกลงมันปิ๊งใครกันแน่วะ”
“โธ่น้า เรื่องแค่นี้ ต้องแอบมาถาม ดูไม่รู้เหรอไง”
“ก็ไม่รู้น่ะสิ เอ็งรู้ก็บอกมา อย่าลีลาท่ามาก”
บุญทิ้งตีหน้าตาย “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ยุพาหมั่นไส้จะเขกกบาล บุญทิ้งรีบหลบวุ่นวาย
“โอ้ยๆๆๆ อย่าเขก ก็ฉันก็ไม่รู้จริงๆ แต่ฉันว่า ตอนนี้กลิ่นเรือยอร์ชมันจะหอมเป็นพิเศษมากกว่าละมั้ง”
ยุพาหันมองไปทางปลายอ้อที่คุยอยู่กับอภิวัช เห็นปลายอ้อยิ้มระรื่น

ปลายอ้อเดินออกไปส่งอภิวัชที่หน้าบ้าน
“ขอบคุณคุณวัชมากนะคะที่พาไปเที่ยวชาร์จแบต เอ้อ...นี่ตอนนี้อ้อสมัครไอจีตามที่คุณวัชแนะนำแล้วด้วยนะคะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะโพสต์รูปอะไรดีเลย เอารูปที่ไปเที่ยวทะเลเลยได้ไหมคะ”
“ได้สิ แล้วคุณก็ต้องหมั่นอัพเดทบ่อยๆ ด้วยนะ แฟนๆ จะได้ติดตาม”
“ค่ะ ขอบคุณคุณวัชนะคะที่ให้คำแนะนำอ้อ อ้อยังไม่รู้อะไรอีกเยอะเลยค่ะ”
“ก็ค่อยๆเรียนรู้ไปครับ ผมคอยช่วยคุณตลอดอยู่แล้ว”
ปลายอ้อยิ้มปลื้ม หยิบมือถือขึ้นมากดเข้าไปที่ไอจี จะกดอัพรูป แต่เห็นที่หน้าจอว่า “ปอแก้ว” โทร.เข้ามาเสียก่อน ปลายอ้อชะงักไปสงสัยว่าปอแก้วโทร.มาทำไม
“โทรมาทำไม มีอะไรเหรอปอแก้ว”
อภิวัชได้ยินว่าคนที่โทรมาคือปอแก้วก็สนใจขึ้นมาทันที

ปอแก้วกำลังเตรียมจะกลับบ้านคุยกับปลายอ้ออยู่
“ฉันแค่จะโทร.มาส่งข่าวเรื่องคุณกฤตบาดเจ็บ ตอนนี้พักอยู่ที่คอนโดแล้ว”
ปลายอ้ออึ้งไปที่รู้ว่าศุภกฤตบาดเจ็บ แต่พอเหลือบมองเห็นอภิวัชสนใจฟังอยู่ก็เลยพูดเสียงดังขึ้นจงใจให้อภิวัชได้ยิน
“อะไรนะ นี่เธออยู่ที่คอนโดคุณกฤตเค้าเหรอปอแก้ว”
อภิวัชหน้าตึงขึ้นมาทันที
“ใช่ ถ้าว่างก็น่าจะแวะมาดูนะ เห็นว่าเป็นเพื่อนรู้อกรู้ใจกันไม่ใช่เหรอ”
ปลายอ้อทำเป็นห่วงเป็นใย “ตายจริง คุณกฤตเค้าเจ็บแค่ไหนเนี่ย นี่ฉันพึ่งกลับจากพัทยากับคุณวัช เดี๋ยวแวะไปหา”
ปอแก้วอึ้งไป “นี่เธอ ไปกับวัชมาเหรอ”
“อือฮึ คุณวัชพาฉันไปรีแลกซ์มาน่ะ เธอจะคุยกับคุณวัชมั้ย”
“ไม่ละ ฉันแค่โทรมาบอกเรื่องคุณกฤตแค่นั้น เธอจะอยู่กับใครอะไรยังไง ฉันไม่สนใจ” ปอแก้วกดวางสายไปทันที
ปลายอ้อลอบยิ้มสะใจที่ปั่นหัวปอแก้วได้สำเร็จ หันมาหาอภิวัช
“ปอแก้วน่ะค่ะ โทรมาส่งข่าวว่าคุณกฤตเจ็บ จะถามว่ายังไงก็วางไปซะละ สงสัยจะรีบไปดูแลกันต่อ”
อภิวัชอารมณ์ไม่ดี “ผมกลับก่อนนะ”
“งั้นอ้อขอติดรถออกไปเรียกแท็กซี่หน้าปากซอยหน่อยได้ไหมคะ อ้อว่าจะแวะไปเยี่ยมคุณกฤตซะหน่อย”
อภิวัชมองหน้าปลายอ้อท่าทีลังเล จริงๆ ก็อยากไปเจอปอแก้วเหมือนกัน

ค่ำคืนเดียวกันนี้ เสี่ยบูรพาเดินโอบสาวสวยคนหนึ่งมาตามทางเดินในคอนโด สาวสวยคนนั้นเดินเซๆ ซบบูรพาท่าทางเมานิดๆ
“จีจี้ก็ร้องเพลงเพราะนะคะเสี่ย ถ้าเสี่ยสนใจอยากให้ไปเทสต์เสียง จีจี้พร้อมมากเลยนะคะ”
บูรพาโอบสาวสวยแน่นขึ้น แกล้งแหย่ “เธอไม่กลัวฉันเลยใช่ไหมเนี่ย เพิ่งมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตัวฉันนะ”
“เสี่ยน่ารัก ดูใจดีจะตาย จีจี้เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นมากกว่าค่ะ แล้วอีกอย่าง เพื่อการได้เป็นนักร้องของบูรพาซาวด์ จีจี้ว่า” สาวสวยเอานิ้วล้วงเข้าไปในร่องกระดุมเสื้อเชิ้ตเสี่ยบรูพาหยอกๆ ยั่วๆ “จีจี้ทำได้ทุกอย่างค่ะ”
บูรพายิ้มกริ่ม “ทุกอย่างจริงๆนะ”
บูรพาเดินมาถึงหน้าห้องเพียงฟ้าไขกุญแจเข้าไปในห้อง รีบปิดประตูลงอย่างรวดเร็วแล้วหอมสาวสวยทันที สาวสวยบิดไปมาด้วยความเขิน ก่อนจะพากันไปที่โซฟา บูรพาผลักสาวสวยลงไปบนโซฟา กำลังจะถอดเสื้อออก จู่ๆ ไฟในห้องสว่างพรึ่บ พร้อมกับเสียงกรี๊ดแปดหลอดของเพียงฟ้า
“แอร๊ย.....”
บูรพากับสาวสวยสะดุ้งตกใจ หันไปมองเห็นเพียงฟ้ายืนจังก้าอยู่หน้าห้องพร้อมกระเป๋าเดินทาง
“ฟ้า”
เพียงฟ้าไม่สนใจบูรพา ปรี่ตรงเข้าไปที่สาวสวยอย่างเอาเรื่อง
“แกกล้าดียังไงมาลักขโมยกินผัวชาวบ้านเค้า” เพียงฟ้าหยิบของแถวนั้นปาใส่ไม่ยั้งมือ “อีหน้าด้าน อีสำส่อน อีกะหรี่” สุดท้ายเพียงฟ้าถอดรองเท้าส้นสูงมาตีๆๆแล้วปาใส่
สาวสวยตกใจกรี๊ดโดนเพียงฟ้าปารองเท้าปาข้าวของใส่ ลุกขึ้นจะหนี แต่ถูกเพียงฟ้าจิกหัวไว้ก่อน
“เดี๋ยว จะหนีเหรออีนี่”
เพียงฟ้าจิกหัวสาวสวยให้หันมาหาแล้วตบเข้าไปเต็มแรงจนอีกฝ่ายหน้าสั่น
“โอ๊ย เจ็บนะ”
เพียงฟ้าขึ้นคร่อมแล้วตบ ๆๆ สาวสวยร้องวี๊ดๆ หน้าหันตามแรงตบ
“คนหน้าด้านไม่มียางอย่างมึงเนี่ยเหรอจะเจ็บ” เพียงฟ้าตบอีกเปรี้ยง “บังอาจมายุ่งกับผัวกู ต้องโดนแบบนี้ วันนี้ขอแม่ตบล้างน้ำหน่อย” นักร้องทรงโตหยิบแก้วน้ำที่อยู่ใกล้มือมาเทใส่หน้า สาวสวยร้องกรี๊ดๆ เพียงฟ้าสะใจตบน้ำกระจายอีก ไม่พอยังจิกหัวแล้วกระแทกๆกับพื้น
เพียงฟ้าตบไม่ยั้ง สาวสวยได้แต่กรี๊ดๆๆ บูรพาหายตกใจเข้ามาดึงเพียงฟ้าเอาไว้
“ฟ้า พอ หยุดได้แล้ว”
สาวสวยฉวยจังหวะหนีวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงออกไปทันที เพียงฟ้าจะตามไป แต่โดนบูรพาดึงไว้จนสาวสวยหนีออกไปได้ บูรพารีบกระโจนไปปิดประตูทันที
บูรพาหันมาเจอเพียงฟ้ายืนหน้าถมึงทึงหอบแฮกๆ อยู่
“เสี่ย เสี่ยทำแบบนี้ได้ยังไง พอฟ้าไม่อยู่ก็เอาไอ้อีที่ไหนมากกในห้อง บังอาจมาทับที่ฟ้า นี่มันห้องฟ้านะเสี่ย”
“ห้องฉันต่างหาก ฉันซื้อในชื่อฉัน เพราะงั้นฉันจะพาใครมาก็ได้” เสี่ยทำโมโหใหญ่กว่ากลบเกลื่อน “เธอไปทำแบบนั้นได้ยังไง เดี๋ยวมันเป็นข่าวขึ้นมา ก็จะซวยกันหมดอีกหรอก”
เพียงฟ้าชะงักไปที่เสี่ยบูรพาโมโหกลับ
“แล้วทำไมกลับมาก่อน ไหนว่าต้องอยู่อีกตั้งอาทิตย์นึงไง”
“จะให้ฟ้าทนอยู่ได้ยังไง ข่าวยัยนักร้องหน้ากากขนนกนั่นดังข้ามโลกไปถึงโน่น ฟ้าไม่มีกะจิตกะใจจะเที่ยวต่อหรอก แค่ต้องสู้นังปลายอ้อเน่าก็เหลือทนแล้ว”
บูรพาอึ้ง นิ่งงันไป
“นังหน้ากากขนนกนี่เป็นใครคะเสี่ย”
“ไม่รู้...จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ”
บูรพาอ้ำอึ้ง เริ่มกลุ้มกลัวความลับแตก

ทางด้านปลายอ้อหาอภิวัชเดินมาตามทางในคอนโดศุภกฤต
“ปอแก้วเค้าก็น่าจะอยู่ดูแลคุณกฤตอยู่ล่ะค่ะ”
อภิวัชยิ่งหน้าเครียด ปลายอ้อลอบยิ้มที่จุดไฟสำเร็จ มาถึงหน้าห้องเคาะประตูเรียก สักพักศุภกฤตก็มาเปิดประตูให้
“อ้าวอ้อ...คุณอภิวัช”
“อ้อได้ข่าวจากปอแก้วว่าคุณเจ็บ ก็เลยชวนคุณวัชมาเยี่ยมน่ะค่ะ”
“อ๋อ..ครับ เชิญสิครับ”
ปลายอ้อกับอภิวัชเดินเข้ามาในห้อง อภิวัชมองระแวงกลัวว่าจะเจอปอแก้ว แต่ก็โล่งที่อีกฝ่ายไม่อยู่ ปลายอ้อเองผิดหวังที่ไม่ได้เสี้ยมให้ทั้งคู่ผิดใจกันหนักขึ้น
สองคนเดินมานั่งที่โซฟามุมรับแขก อภิวัชถามตามมารยาท
“แล้วคุณเป็นไงบ้าง ไปโดนอะไรมา”
ศุภกฤตไม่ยอมเล่าความจริงเพราะไม่อยากให้กระทบกระเทือนปอแก้ว
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่อุบัติเหตุนิดหน่อย”
“คุณไม่ได้เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว” อภิวัชลุกขึ้น “งั้นผมกับอ้อคงไม่รบกวนแล้ว”
ปลายอ้อยังคงมองไปรอบๆ แล้วตาไวเห็นอะไรบางอย่างตกอยู่ตรงโซฟาที่นั่งอยู่ จึงก้มลงดูเห็นว่าเป็นต่างหู หยิบขึ้นมา
“เอ๊ะ...นี่มันต่างหูผู้หญิงนี่คะ”
อภิวัชหันมามองปราดเดียวก็จำได้ทันทีว่าเป็นของปอแก้ว ชะงักไป
“เอ่อ สงสัยคุณแก้วทำหล่นไว้โดยไม่รู้ตัวแน่ๆ เดี๋ยวผมเอาไปคืนแก้วเค้า”
“อ๋อค่ะ ได้ค่ะ”
ปลายอ้อจะส่งให้ศุภกฤต แต่อภิวัชกลับดึงต่างหูมาทันที
“ไม่ต้อง ต่างหูอันนี้ผมเป็นคนซื้อให้เค้า เดี๋ยวผมจัดการเอง”
ศุภกฤตหน้าเสียกลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ปลายอ้อลอบยิ้มสะใจ
ปอแก้วเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก นึกถึงคำพูดเยาะเย้ยของปลายอ้อว่าไปเที่ยวทะเลกับอภิวัชมา
“นี่ฉันพึ่งกลับจากพัทยากับคุณวัช เดี๋ยวแวะไปหา”
ปอแก้วอึ้งไป “นี่เธอ ไปกับวัชมาเหรอ”
“อือฮึ คุณวัชพาฉันไปรีแลกซ์มาน่ะ เธอจะคุยกับคุณวัชมั้ย”
ปอแก้วคิดแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด นั่งลงหน้ากระจก ถอดเครื่องประดับ ออกด้วยท่าทีกระแทกกระทั้น
“ฮึ...ไม่เห็นจะอยากคุยด้วยซักนิด”
ปอแก้วจะถอดตุ้มหู เอามือจับไปดูถึงได้เห็นว่าไม่มีอยู่ข้างหนึ่ง
“เอ๊ะ หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
ปอแก้วก้มๆ มองหา อภิวัชโทร.มาพอดี ปอแก้วมองชั่งใจจะรับดีไหม ก่อนจะกดรับเสียงนิ่งไว้เชิง
“ฮัลโหล”
“ผมอยู่หน้าบ้านคุณ ลงมาเจอกันหน่อยได้ไหม”
ปอแก้วแปลกใจ แหวกหน้าต่างดู เห็นว่าอภิวัชจอดรถซุ่มอยู่หน้าบ้านก็ตกใจ

ปอแก้วรีบร้อนออกมาหาอภิวัชด้วยความตกใจ กลัวพ่อมาเจอ
“คุณมาทำไม”
“เอาของที่คุณทำหล่นไว้มาคืน”
ปอแก้วงง แล้วอภิวัชก็เอาต่างหูที่ปอแก้วทำหล่นไว้ยื่นให้ดู ปอแก้วมองแล้วก็นึกได้ว่าต้องหล่นที่คอนโดศุภกฤตแน่ๆ
“คุณไปที่คอนโดคุณกฤตมาเหรอ”
อภิวัชแดกดัน “ทีหลังจะทำอะไรก็ระวังตัวหน่อย อย่าเที่ยวไปทำของตกของหล่นไว้ที่คอนโดผู้ชายคนอื่นอีก”
ปอแก้วฉุน “นี่คุณ...ฉันไม่ได้ไปทำอะไรเสียๆหายๆ อย่างที่คุณคิดนะ ฉันรู้ว่าคุณกฤตเค้าบาดเจ็บ ฉันก็ไปดูแล ตามประสาเพื่อน”
“ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณจะไปหากันในฐานะอะไร แค่เป็นห่วงว่าทิ้งหลักฐานไว้เดี๋ยวพ่อคุณจะว่าเอา ขนาดแต่ก่อนคุณไปบ้านผม เสี่ยบูรพายังอาละวาดซะไม่มีดี ตอนนี้คุณเป็นศิลปินแล้ว ระวังตัวหน่อยดีกว่า เดี๋ยวอนาคตจะดับตั้งแต่ยังไม่เกิด”
ปอแก้วน้อยใจที่โดนดูถูก ประชดกลับ “เรื่องแค่นี้ ทำลายอนาคตฉันไม่ได้หรอก ขนาดปลายอ้อ เป็นข่าวฉาวมาตั้งหลายรอบยังดังได้ ฉันฉาวขึ้นมาบ้างก็ดีไม่ใช่เหรอ จะได้ดังพอๆกัน”
อภิวัชอึ้งที่โดนปอแก้วประชดกลับ ปอแก้วถอดต่างหูข้างที่เหลือออกมาถือ
“แต่ถ้าคุณโมโหที่ต่างหูที่คุณซื้อให้ ไปหล่นที่คอนโดผู้ชายคนอื่น ก็เอาคืนไป ฉันมีคู่อื่นใส่อีกเยอะแยะ”
ปอแก้วขว้างต่างหูใส่หน้าอภิวัชแล้วปึงปังกลับเข้าบ้านไป อภิวัชกำต่างหูแน่นเจ็บทั้งใจทั้งกาย

ปอแก้วกลับขึ้นห้อง คิดถึงคำพูดของอภิวัชขึ้นมา
“ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณจะไปหากันในฐานะอะไร แค่เป็นห่วงว่าทิ้งหลักฐานไว้เดี๋ยวพ่อคุณจะว่าเอา ขนาดแต่ก่อนคุณไปบ้านผม เสี่ยบูรพายังอาละวาดซะไม่มีดี ตอนนี้คุณเป็นศิลปินแล้ว ระวังตัวหน่อยดีกว่า เดี๋ยวอนาคตจะดับตั้งแต่ยังไม่เกิด”
ปอแก้วถึงกับร้องไห้ออกมา เสียใจจากคำพูดประชดประชันของอภิวัช
ส่วนฝั่งอภิวัชมองดูแผลที่มือจากการกำต่างหู ขณะขับรถกลับบ้าน คิดถึงคำพูดประชดของปอแก้ว
“เรื่องแค่นี้ ทำลายอนาคตฉันไม่ได้หรอก ขนาดปลายอ้อ เป็นข่าวฉาวมาตั้งหลายรอบยังดังได้ ฉันฉาวขึ้นมาบ้างก็ดีไม่ใช่เหรอ จะได้ดังพอๆ กัน”
อภิวัชอึ้งไป ปอแก้วถอดต่างหูข้างที่เหลือออกมาถือในมือ
“แต่ถ้าคุณโมโหที่ต่างหูที่คุณซื้อให้ ไปหล่นที่คอนโดผู้ชายคนอื่น ก็เอาคืนไป ฉันมีคู่อื่นใส่อีกเยอะแยะ”
นึกขึ้นมาแล้วอภิวัชก็ถึงกับน้ำตาซึม เสียใจมากเช่นกัน

ศุภกฤตไม่สบายใจพยายามโทร.หาปอแก้ว เพราะกลัวทำให้เธอกับอภิวัชเข้าใจผิดกันไปใหญ่ แต่ปอแก้วไม่รับสายเลย
ทำเอานักข่าวหนุ่มยิ่งกลุ้มใจ “รับหน่อยสิคุณแก้ว”

เช้านี้ ปอแก้วนั่งตาแดงๆ อยู่ในห้องประชุมเป็นคนแรก แสงโสมหอบเอกสารการประชุมเปิดประตูเข้ามา
“อ้าว หนูแก้ว มาคนแรกเลย แล้วเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ ทำไมตาแดงๆ”
“แก้วไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เมื่อคืนแก้วมัวแต่หาเอ็มวี หาพวกเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่ดูเพลินไปหน่อย”
“อ๋อ...อย่าหักโหมนักล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
ปอแก้วยิ้มให้ จนเห็นบูรพาเปิดประตูเข้ามา กับทีมงานที่เหลือ แล้วทุกคนก็เข้านั่งประจำที่
“ที่วันนี้ต้องเรียกประชุมด่วนก็เพราะว่า เพียงฟ้ากลับมาแล้ว จะให้เพียงฟ้าเค้ารู้เรื่องปอแก้วเป็นหน้ากากขนนกไม่ได้เด็ดขาด แต่การโปรโมทปอแก้วต้องทำต่อไป ผ่านสื่อต่างๆ”
“โสมเสนอนะคะว่า เราน่าจะเริ่มปล่อยคลิปโปรโมทสั้นๆ เพื่อสร้างกระแสให้มันต่อเนื่อง ส่วนงานจ้างนะคะ เราจะรับผ่านคอนแท็กท์ลวงที่ตั้งไว้ในไอจี ชื่อ Masked Angel ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าเป็น คอนแท็กท์ของบูรพาซาวด์”
ทีมงานทุกคนจดกันยิกๆๆ ตามที่แสงโสมพูด
จู่ๆ เพียงฟ้าเปิดประตูผลัวะ เข้าห้องประชุมมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทุกคนอึ้งไปทั้งแถบ
“ทำอะไรกันอยู่น่ะคะ หายเงียบมาอยู่ในนี้กันหมดเลย”
ทีมงานทุกคนตกใจรีบปิดเอกสารกันพัลวันส่อพิรุธ เพียงฟ้ายิ่งสงสัยหนัก
“เธอเข้ามาทำไม ทีมงานเค้าประชุมกันอยู่” เสี่ยตำหนิ
“อ้าว แล้วประชุมลับอะไรกันล่ะคะ ทำไมฟ้าจะรู้ไม่ได้”
“มันยังไม่เรียบร้อยดีไงจ๊ะ” แสงโสมหันไปบอกทีมงาน “เอา พวกเรา ยังไงก็จัดการที่บอกนะ แล้วค่อยมารายงานความคืบหน้ากันอีกที วันนี้พอแค่นี้”
ทีมงานรีบเก็บข้าวของแล้วทยอยออกจากห้องประชุมกันไปจนหมด เพียงฟ้ามองตามสงสัยหนัก
“ทำไมต้องมีพิรุธกันด้วย นี่ฟ้าเป็นตัวทำเงินของบูรพาซาวด์นะ”
“ต่อไปอาจจะไม่ใช่เธอแล้วก็ได้”
ปอแก้วพูดทิ้งท้ายใส่หน้าแล้วก็เดินผ่านไป เพียงฟ้าแทบจะกรี๊ด หงุดหงิดที่ไม่รู้เรื่อง รีบกดโทรศัพท์โทร.หาลั้นลาทันที
“อีเจ๊ ฉันมาที่บูรพาซาวด์ ทางนี้เค้าประชุมอะไรกันไม่รู้ ท่าทางมีพิรุธมาก ทางนั้นมีข่าวอะไรบ้าง”

สีหน้าเพียงฟ้าอยากรู้อยากเห็นและพร้อมเมาท์เต็มอัตรา

อ่านต่อตอนที่ 19


กำลังโหลดความคิดเห็น...