xs
xsm
sm
md
lg

เทพธิดาขนนก ตอนที่17 | ดาวรุ่งแรงทะลุโซเชียล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เทพธิดาขนนก ตอนที่17 | ดาวรุ่งแรงทะลุโซเชียล

บทประพันธ์ : เพ็ญสิริ บทโทรทัศน์ : ปริศนา และ ทีมวันสุข

เสี่ยบูรพานั่งคุมแค้นสีหน้าโกรธขึ้งดูข่าวปลายอ้อร้องเพลงในงานวันเปิดตัวกับสื่อมวลชน ผ่านจอทีวีในห้องทำงาน มีเพียงฟ้านั่งดูอยู่ด้วย ช่วยสุมไฟในอก

“ไอ้เลวนั่นมันฉกเอานังปลายอ้อ ไปเปิดตัวกับค่ายกระจอกของมันจนได้”
“มันทำแบบนี้เท่ากับมันเหยียบหน้าเสี่ยชัดๆ เลยนะคะ”
บูรพาได้ฟังก็ยิ่งโกรธ จังหวะหนึ่งเห็นปลายอ้อหันมายิ้มทิ้งสายตาให้กล้องก็ยิ่งโมโหหนักเข้าไปใหญ่
ปอแก้วเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี บูรพาคว้ารีโมททีวีขึ้นมาแล้วเขวี้ยงไปเหมือนจะปาให้โดนหน้าลูกสาวเป็นการระบายอารมณ์
ทว่ารีโมทนั้นถูกพุ่งไปที่หน้าปลายอ้อในทีวี จอดับไปทันที รีโมทตกอยู่ที่พื้น
ปอแก้วยืนนิ่ง ปรายตามองเพียงฟ้าที่นั่งอยู่ในห้องแว่บหนึ่ง เพียงฟ้าคอแข็งขึ้นมาทันทีที่เห็นสายตาดูแคลนนั้น ปอแก้วถามบูรพาเสียงเรียบ
“พ่อเรียกแก้วทำไม”
“แกรู้เรื่องที่ปลายอ้อไปอยู่ค่ายไอ้เวรนั่นหรือยัง”
“รู้ค่ะ แก้วไปดูที่งานแถลงข่าวมาเลย”
บูรพายิ่งโมโห “นี่แกสาระแนไปหามันถึงที่เลยเหรอ”
ปอแก้วหน้าตึงไม่พอใจที่โดนด่าต่อหน้าเพียงฟ้า ประชดกลับ “ทำไมจะไปไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อแก้วกับวัชก็ยังเป็นเพื่อนกัน ไปแสดงความยินดีก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน”
เพียงฟ้าแหลมขึ้นมาทันที “ทำไมจะไม่เสียหายละคะ นังปลายอ้อมันไม่ได้ออกไปคนเดียวนี่ อภิวัชให้พาแววเดือน เกวลี เจนนี่ ไปอยู่ค่ายโน้นจนหมดเลย”
บูรพาตกใจ เพิ่งรู้เรื่องนี้ “อะไรนะ นี่มันเอานักร้องของฉันไปหมดเลยเหรอ”
“ใช่ค่ะเสี่ย มีแต่ฟ้านี่แหละที่ยังจงรักภักดีกับเสี่ย กับบูรพาซาวด์ นังพวกนั้นมันไม่เคยสำนึกบุญคุณ”
บูรพาแค้นใจหนักกว่าเดิม “เห็นมั้ย ความดื้อดึงดันทุรังของแก มันสร้างความเสียหายให้บริษัทขนาดไหน เพราะแกไม่เชื่อพ่อ ไปหลงเชื่อไอ้เลวนั่น มันหลอกใช้แก แบบนี้ยังจะกล้าเรียกว่ามันเป็นคนดีอยู่อีกเหรอนังโง่”
“คำก็สาระแน คำก็นังโง่ ถามจริงนะคะ ยังเห็นหนูเป็นลูกอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่แล้วก็บอกนะคะ”
บูรพาเป็นฝ่ายที่อึ้งไปบ้าง แต่ก็ฐิติแรงกล้าจนไม่อยากจะพูดอะไรต่อ เพราะไม่อยากเจอลูกสวน

อีกฟาก กับข้าวมากมายน่ากิน ทั้ง น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอดตัวโตๆ ชะอมชุบไข่ มะเขือยาวชุบไข่ ต้มผักกาดดอง ถูกปลายอ้อกับบุญทิ้งช่วยกันยกมาวางลงบนโต๊ะกินข้าว ยุพากับศุภกฤตที่รออยู่ที่โต๊ะมองอย่างทึ่งๆ
“โอ้โห ไอ้อ้อ นี่จะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านเลยหรือเปล่าวะเนี่ย ทำไมมันเยอะมันแยะขนาดนี้”
“ไอ้อ้อมันได้เป็นนักร้องใหญ่ทั้งที ก็ต้องเลี้ยงฉลองกันหน่อยสิน้า” บุญทิ้งหันมาแซวปลายอ้อ “จริงๆ ฉันว่าถ้าได้ปูนึ่ง กุ้งเผา หอยเผาอีกซักอย่างละสองโลละเด็ดเลย”
“พี่ทิ้งจะเอามั้ยล่ะ จะได้โทร.สั่ง”
ยุพาตบหัวบุญทิ้ง “กินที่มันอยู่ตรงนี้ให้หมดก่อน” พลางหยิบมะเขือชุบไข่ขึ้นมา “ไอ้นี่มันตะกละเหมือนใครวะ”
ยุพาพูดแล้วก็หยิบโน่นนี่ขึ้นมาจิ้มน้ำพริกกินไม่หยุด บุญทิ้งทำคอย่น ปลายอ้อมองขำๆ
สักครู่จึงเห็นอัปสรถือเอาแผ่นซีดีเพลงกับวิทยุลงมาวางที่หน้ารูปของเผ่าพงศ์ แล้วใส่ซีดีเข้าไปในวิทยุก่อนจะกดเปิด ได้ยินเสียงเพลงใหม่ของปลายอ้อดังออกมา
ยุพาแซวหยอกๆ “พี่สรก็เปิดจังเลยนะเพลงของลูกสาว ป่านนี้พี่เผ่าร้องตามได้แล้วมั้ง”
“ฉันอยากให้พี่เค้าปลื้มใจน่ะ ในที่สุดอ้อมันก็มีวันนี้ได้”
“ผมดีใจกับคุณด้วยจริงๆ นะอ้อ”
ปลายอ้อยิ้มให้ศุภกฤต แล้วตรงเข้าไปกอดอัปสร
“ฉันมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะเลือดนักสู้จากพ่อกับแม่นั่นแหละ ที่ทำให้ฉันไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อน”
“ดีแล้ว แต่ถ้าวันข้างหน้า แกโด่งดังขึ้นมา แกก็อย่าลืมตัวก็แล้วกัน” ยุพาว่า
“อ้อไม่มีวันลืมหรอกจ้ะ อ้อรู้ว่าอ้อเป็นใคร กำลังทำอะไรอยู่”
ปลายอ้อหันมามองหน้าอัปสร ยิ้มให้แม่ด้วยแววตามุ่งมั่นมาดหมาย
“นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีอะไรต้องสู้ต่อไปอีกเยอะ ภารกิจของอ้อยังไม่จบง่ายๆ หรอก”
อัปสรมองปลายอ้ออย่างชื่นชม กระชับวงกอดปลายอ้อแน่นขึ้น
ศุภกฤตมองเห็นแววตาของปลายอ้อ ไม่ค่อยสบายใจนัก
รูปเผ่าพงศ์ในกรอบ คล้ายแย้มยิ้มกับเสียงเพลงของปลายอ้อที่เปิดคลอไปด้วย

ปลายอ้อเดินออกมาส่งศุภกฤตหน้าบ้าน
“ขอบคุณนะคุณ น้ำพริกคุณอร่อยมาก ผมกินซะอิ่มแปล้เลย”
“ก็เห็นอยู่...อยากกินอีกเมื่อไหร่ก็บอก ฉันทำให้ได้ กลับบ้านดีๆ นะคุณ”
ศุภกฤตพยักหน้ารับ แต่ก็ยังไม่ได้เดินไปที่รถ มองหน้าปลายอ้อเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง
“มีอะไรอยากจะพูดกับฉันเหรอ”
“ผมเตือนอะไรคุณซักอย่างได้ไหม เรื่องที่คุณพูดในบ้านน่ะ”
ปลายอ้อนิ่วหน้าสงสัย “เรื่องอะไร ฉันพูดไปตั้งเยอะตั้งแยะ”
“ที่คุณบอกว่าต้องสู้อีกเยอะ ถ้าคุณหมายถึงเรื่องคดีความ ผมว่าคุณปล่อยให้กฎหมายจัดการเถอะ คุณไม่ควรทำอะไรแล้ว”
ปลายอ้อฟังแล้วก็นิ่งไป
“เชื่อผมเถอะ ที่ผ่านมาก็ถือว่าคุณเอาตัวไปเสี่ยงมากพอแล้ว”
ปลายอ้อแกล้งรับปากไปส่งๆ “อืมๆ. ฉันไม่ยุ่งหรอกเรื่องกฎหมาย ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณคุณด้วยนะ ที่ชวนคุณปอแก้วมาที่งาน”
ศุภกฤตนึกถึงปอแก้วก็สงสาร “ผมไม่ได้อยากให้เค้ามาเจออะไรแบบนี้เลย จริงๆ คุณอภิวัชน่าจะบอกให้คุณปอแก้วเค้ารู้ก่อน”
ปลายอ้อพูดขำๆ “คุณไปว่าคุณอภิวัชเค้าก็ไม่ถูกนะ ตอนนี้เค้าก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว แถมยังเป็นค่ายคู่แข่งกัน จะให้เอาความลับไปบอกกันได้ยังไงล่ะ มาเจอแบบนี้แหละ ฉันว่าเซอร์ไพรส์ดีออก ป่านนี้บูรพาซาวด์ก็คงช็อกกันไปหมดแล้ว”
ศุภกฤตมองปลายอ้ออึ้งๆ รู้สึกแปลกๆ กับความคิดของปลายอ้อที่ยังไม่เลิกผูกใจเจ็บเสียที

ทางด้านปอแก้วนอนอยู่บนเตียง กำลังดูรูปภาพเก่าๆ ของอภิวัชในมือด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย หวนคิดถึงเหตุการณ์หวานๆ ในอดีต
“แล้วคุณคิดจะทำงานไปสไตล์ไหนล่ะ”
“ก็คงต้องปรับให้มันเข้ากับยุคนี้แหละค่ะ คงต้องขอความรู้จากคุณอีกเยอะ”
“ขอแต่ความรู้นะ ความรักไม่ต้องขอ ผมให้ไปหมดแล้ว”
“งั้นเซ็นสัญญาให้ผมหน่อย” เขาเอียงแก้มให้หอม “ตรงนี้”
ปอแก้วหัวเราะคิก เอามือตีอภิวัช หันมองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบดู ก็ก้มลงหอมแก้มอภิวัชหนึ่งจุ๊บ
ปอแก้วดูแล้วก็ยิ้ม แต่พอนึกถึงสิ่งที่อภิวัชพูดจาอย่างตัดเยื่อใยก็หน้าเศร้าลง
อภิวัชจะเดินหนีอีก ปอแก้วรีบคว้ามืออภิวัชเอาไว้ อภิวัชชะงักแอบสะเทือนใจที่โดนปอแก้วจับมือ
ปอแก้วเรียกไว้เสียงอ่อน “วัช...อย่าทำแบบนี้เลย”
อภิวัชหันมาเผชิญหน้ากับปอแก้ว “แล้วทีคุณทำกับผมล่ะ คุณเห็นผมเป็นอะไร ผมไม่มีความหมายอะไรเลยซักนิด ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกครอบครัว เราก็ไม่ควรพบกันอีก”
ปอแก้วก็รู้สึกแย่ขึ้นมา แล้วก็นึกถึงตอนที่บูรพาตอกย้ำว่าปอแก้วโดนหลอกใช้
“เพราะแกไม่เชื่อพ่อ ไปหลงเชื่อไอ้เลวนั่น มันหลอกใช้แก แบบนี้ยังจะกล้าเรียกว่ามันเป็นคนดีอยู่อีกเหรอ”
ปอแก้วนึกแล้วก็ยิ่งเจ็บปวด น้ำตาคลอ เผลอขยำรูปในมือ กำจิกเล็บแน่นจนเจ็บ
“พอ...พอกันที”
ปอแก้วฮึดขึ้นมา ปาดน้ำตาแล้วจัดการเอารูปเก่าๆ ของอภิวัช หยิบเอาของที่อภิวัชเคยให้มาใส่ๆๆลงกล่อง
ปอแก้วเปิดประตูห้องออกมา
“ดารา” สาวใช้ไม่ตอบทันใจ เลยตะโกนเรียกเสียงดังขึ้น “ดารา”
ดาราวดีพรวดพราดเข้ามา “ขาคุณแก้ว”
“เอากล่องนี้ออกไปทิ้งถังขยะข้างนอกให้ฉันที”
ดาราวดีมองไปที่กล่องที่อยู่ตรงหน้าปอแก้วเห็นว่าเป็นกล่องใหญ่เลย
“กล่องอะไรคะเนี่ย”
พรทิพย์ตามเข้ามาดู เพราะได้ยินเสียงตะโกนของปอแก้วเหมือนกัน
“ให้ดาราเอาอะไรไปทิ้งน่ะแก้ว”
ปอแก้วอึกอัก “ของที่ไม่ได้ใช้แล้วค่ะ”
ดาราเข้าไปยก ฝากล่องเปิดออกมา เผยให้เห็นของที่อยู่ข้างใน
“อุ๊ย คุณแก้ว นี่เสื้อผ้ายังดีๆอยู่เลย จะทิ้งแล้วเหรอคะ อ้าว แล้วนี่มีอัลบั้มรูปด้วย แล้วนี่กล่องแหวนหรือเปล่าคะ มันยังดีๆอยู่เลย”
“แต่สำหรับแก้ว พวกนี้คือขยะค่ะ เอาขยะพวกนี้ไปให้พ้นสายตาแก้วได้แล้ว”
ดาราวดีสะดุ้ง จะยกกล่องไปทิ้งตามสั่ง
พรทิพย์รู้ทันทีว่าต้องเป็นของที่เกี่ยวกับอภิวัช เรียกไว้ “ดารา อย่าพึ่ง”
ดาราวดีชะงัก พรทิพย์เตือนสติลูก
“แก้วใจเย็นก่อนลูก ตอนนี้หนูกำลังใช้อารมณ์อยู่ แม่ว่านะ ถ้าหนูกับคุณวัชต้องจบกันแล้วจริงๆ หนูก็เก็บเรื่องดีๆเอาไว้เป็นความทรงจำ ไม่ต้องถึงขนาดกับเอาทุกอย่างไปทิ้งก็ได้นะลูก”
ปอแก้วฟังแล้วเกิดลังเลใจขึ้นมา
“แม่ไม่อยากให้หนูต้องเสียใจทีหลังอีก”
ปอแก้วถอนใจ หันไปหาดาราวดี “งั้นเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของก่อนแล้วกัน”
“ค่ะ” ดาราวดียกลังออกไป
“แม่คะ..หนูอยากทำใจให้ได้เร็วๆ ตอนนี้หนูไม่อยากเห็นอะไรที่เกี่ยวกับเค้าเลย หนูต้องการเอาความคิดจิตใจทุกอย่างกลับมาทุ่มเทกับงานให้ได้ ในเมื่อความรักมันพังลงไปแล้ว เราก็ไม่ควรจะเสียเวลาเจ็บปวดกับมันอีกต่อไป ไม่ถูกเหรอคะ”
ปอแก้วพูดกับพรทิพย์ด้วยสีหน้าแววตาเจ็บช้ำ พรทิพย์เห็นแล้วก็ยิ่งสงสาร ดึงปอแก้วมากอด ตัดพ้อถึงบูรพาด้วยความหมั่นไส้
“พ่อเค้าจะสำนึกบ้างไหมว่าสิ่งที่ทำลงไป มันส่งผลกระทบกับหนูขนาดไหน”

บูรพานั่งหน้าเครียดอยู่ตรงโซฟาที่คอนโดเพียงฟ้า ดูบางอย่างในไอแพด เพียงฟ้าในชุดนอนเซ็กซี่เดินถือแก้วเบียร์เข้ามาให้
“มาแล้วค่ะ เย็นเจี๊ยบๆ เลย เสี่ยดูอะไรอยู่อีกคะนั่น หน้าเครียดเชียว”
เพียงฟ้ายื่นหน้าเข้าไปดู เห็นว่าเป็นคลิปปลายอ้อแถลงข่าวใน You tube
“อุ้ย เสี่ยจะไปดูข่าวแม่นี่ให้มันอารมณ์เสียทำไมคะ”
“จะไม่ให้ฉันสนใจได้ยังไง เธอแหกตาดูนี่”
บูรพาจิ้มเข้าไปที่หน้าจอด้านล่าง เห็นยอดวิวที่อยู่ด้านล่างของคลิปมีคนดูล้านกว่าเกือบสองล้านคนแล้ว
“มันแถลงข่าวแค่วันเดียว คนดูเป็นล้านๆ แล้ว ไอ้คลิปเพลงของเธอน่ะ ทำได้แบบนี้รึเปล่าฮะ”
บูรพาพูดแล้วจิ้มอย่างแรงเปลี่ยนไปที่คลิปเพลงของเพียงฟ้า เห็นว่ายอดวิวคนดูมีแค่หลักแสนต้นๆเท่านั้น
“ผ่านมาตั้งกี่อาทิตย์แล้ว คนดูยังแค่หลักแสน โว้ย! แบบนี้ก็แพ้มันสิวะ”
เพียงฟ้าตวัดสายตาหงุดหงิดนิดๆ ก่อนจะอ้อนเอาใจ “โธ่เสี่ยขา ก็เพลงของฟ้ามันออกมาในช่วงที่...อ่า..มีข่าวฉาวๆ ของลูกสาวเสี่ยพอดีนี่คะ คนก็เลยไปสนใจเรื่องอื่นกันหมด”
บูรพาฮึดฮัดไม่พอใจ เพียงฟ้ารีบเกาะแขนประจบ
“ฟ้าว่านะคะ เราต้องหาวิธีโปรโมทเพื่อสร้างกระแสให้ฟ้าขึ้นมาค่ะ แย่งซีนมาจากนังปลายอ้อมัน ฟ้าว่า ฟ้าทำได้แน่นอนค่ะ”
เพียงฟ้าออดอ้อนแล้วก็เอาเหล้าประคองไปใกล้ปากเสี่ยบูรพาแทบจะป้อน
“ดื่มก่อนค่ะเสี่ย จะได้ใจเย็นๆ แล้วเราหาอะไรที่มันไม่เครียดทำดีกว่านะคะ”
เพียงฟ้าเข้าไปคลอเคลียออดอ้อนเอาใจ จนบูรพาค่อยคลายหงุดหงิดลงได้บ้าง เพียงฟ้าคิดแค้นปลายอ้อ

ตรงประตูสตูดิโอช่อง8 ขึ้นไฟ “Live” บอกว่า กำลังถ่ายทอดสด
เพียงฟ้าอยู่ในสตูดิโอ กำลังลิปซิงค์เพลงท่อนสุดท้ายอยู่ ที่ด้านหลังกล้องถ่ายทอดสด มีลั้นลายืนโยกให้กำลังใจไปด้วย พิธีกรยืนแสตนด์บายรออยู่ที่ข้างเวที ทีมงานคนอื่นก็ทำงานตามหน้าที่ใครมันกันไป
เพียงฟ้าทั้งเต้นทั้งร้องซิงค์จนจบอย่างสวยงาม พิธีกรเดินตบมือเข้ามาในฉาก
“แหม..เพราะมากเลยนะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะ” เพียงฟ้ายิ้มแย้มแจ่มใสยกมือไหว้ “ฟ้าก็ต้องขอบคุณทางรายการคุยข่าวเช้า ทางช่อง8ด้วยที่ให้โอกาสฟ้า รวมถึงทุกคนที่ให้การสนับสนุนฟ้ามาตลอดด้วยนะคะ รักกันชอบกันก็อย่าลืมกดเข้าไปดาวโหลดเพลงของฟ้าด้วยนะค้า”
“และนี่ก็คือ เพียงฟ้า ลดาวัลย์ค่ะ”
เพียงฟ้าฉีกยิ้มกว้าง พอไฟในสตูถ่ายทอดสดดับลง เพียงฟ้าก็หุบยิ้มทันที
ลั้นลารีบวิ่งเข้าไปหา หยิบพัดลมมือถือเข้าไปให้ ช่างหน้าช่างผมก็เข้าไปซับหน้าจับผมให้ด้วย
ลั้นลาส่ายพัดลมให้รัวๆ “ฟ้าทั้งเต้นทั้งร้องได้ ปังมากจ้ะ”
“ปังอะไรล่ะเจ้ ฉันคันหน้าไปหมดแล้วเนี่ย” เพียงฟ้าหันไปเหวี่ยงช่างแต่งหน้า “นี่เธอเอาเครื่องสำอางราคาถูกๆ คุณภาพประตูน้ำมาแต่งหน้าให้ฉันใช่ไหม”
เพียงฟ้ากระชากตลับบลัชออนจากมือช่างแต่งหน้ามาดูแล้วกรี๊ด
“อ๊ายยย นี่ไง ฉันว่าแล้ว”
เพียงฟ้าเขวี้ยงตลับบลัชออนลงพื้นทันที ตลับหัก แป้งกระเด็น ช่างหน้าช่างผมกระโดดหลบตกใจกันเป็นแถว
เพียงฟ้าวีนต่อเบอร์แรง “หนังหน้าฉันน่ะมีค่ามากกว่าชีวิตพวกรวมกันอีกนะ เกิดฉันขึ้นผื่นแพ้ขึ้นมา รับงานไม่ได้ เธอรับผิดชอบไหวเหรอ ฮะ”
ช่างหน้าช่างผมมองหน้ากัน ไม่พอใจเพียงฟ้าแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร
ประสานงานเดินถือแก้วกาแฟเย็นเข้ามาหลายแก้ว ลั้นลาหันไปเห็นพอดี
“ใจเย็นค่ะคุณลูก นั่นๆๆ คาปูชิโน่ปั่นที่สั่งซื้อมาแล้ว ดื่มกาแฟให้ใจเย็นๆก่อนนะคะ” ลั้นลาจิกเรียกประสานงาน “อีนุ้ย เอามาเร็วๆ สิ”
ประสานงานรีบวิ่งเอากาแฟเย็นเข้ามาส่งให้เพียงฟ้า แต่เพียงฟ้าเห็นแก้วกาแฟก็กรี๊ดขึ้นมาอีก
“นี่ไม่ได้โรยชินนาม่อนมาให้ฟ้าเหรอ ฟ้าสั่งไปแล้วนะ”
“เอ่อ....ที่ร้านบอกว่าหมดน่ะค่ะ”
เพียงฟ้ามองจิกแรง “ถ้าหมดก็ไปซื้อร้านอื่นมาซิ ต้องให้บอกด้วยเหรอ”
ประสานงานอึ้งไป “เอ่อ... แต่มันต้องย้อนออกไป...”
“ก็รีบไปสิ เร็วๆด้วยนะ ฟ้าอยากดื่มกาแฟก่อนหมดพักเบรก”
ประสานงานลอบทำหน้าเซ็งก่อนจะออกไป สวนกับศุภกฤตที่เดินเข้ามาในสตูพอดี
เพียงฟ้าหันไปวีนกับลั้นลาต่อ “วันนี้มันอะไรกันนักกันหนา ทำงานไม่เป็นมืออาชีพกันเลย ทำไมฟ้าต้องมาทนกับความไม่โปรเฟสชั่นแนลแบบนี้ด้วย”
พิธีกรยืนดูเพียงฟ้าวีนอยู่ หันมาเห็นศุภกฤตก็เลยเดินเข้ามาหา
ศุภกฤตพยักพเยิดไปทางเพียงฟ้า “นั่นเค้าออกฤทธิ์อะไรอยู่เหรอครับ”
พิธีกรส่ายหัว ก่อนจะลากศุภกฤตเข้ามาที่มุมฉากด้านหนึ่ง เพื่อจะได้เม้าท์ได้ถนัดๆ
“เรื่องมากเหมือนเดิมนั่นแหละกฤต จะเอาโน่นเอานี่ ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ มาตรฐานสูงปรี๊ด สวนทางกับชื่อเสียงตัวเองมากๆ”
“ยังไงพี่”
“เอ้า ก็ชื่อเสียงยัยเพียงฟ้าตอนนี้น่ะ ตกต่ำเตี้ยเรี่ยดินยังกะอะไรดี ออกเพลงมาคนดูหลักหมื่นเองเถอะ มาวันนี้ตอนแรกจะต้องร้องสดก็ไม่ยอม บอกว่าเช้าอยู่ เสียงไม่มี เค้าต้องหาเพลงให้ลิปซิงค์กันให้วุ่น นี่เจ้านายพี่ยังบอกเลย ว่าถ้าหาแขกรับเชิญคนอื่นมาเสียบทัน เค้าให้แคนเซิลไปแล้ว”
“ต๊ายตาย นี่พูดลับหลังกันแบบนี้เหรอคะ”
พิธีกรกับศุภกฤตหันไปเห็นว่าลั้นลากับเพียงฟ้าตามมายืนฟังอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“ฟ้าเห็นคุณกฤตเข้ามา ก็เลยชวนเจ้มาจะมาทักทายกันซะหน่อย ไม่นึกเลยว่าจะมาหลอกเอาข่าวมั่วๆ ให้ฟ้าเสียหายแบบนี้”
“ถ้าคุณเอาเรื่องนี้ไปเขียนข่าว พวกเราจะฟ้อง ฟ้องทั้งคนพูดทั้งคนเขียนเลย” ลั้นลาขู่
“ผมไม่ได้อยากเขียนข่าวคุณเพียงฟ้าหรอกครับ สบายใจได้ นี่ผมมารอเก็บสัมภาษณ์แขกรับเชิญช่วงสองต่างหาก เค้าน่าสนใจกว่าข่าว...แย่ๆ ของคุณตั้งเยอะ”
ลั้นลากับเพียงฟ้าหูผึ่งอยากรู้ขึ้นมาทันที ไม่ทันขาดคำของศุภกฤต ได้ยินเสียงกรี๊ดดังสนั่นมาจากด้านล่างที่เป็นด้านหน้าของสตู เพียงฟ้ากับลั้นลาเลยวิ่งไปชะโงกดู
เห็นบรรดาแฟนเพลงกรูกันไปที่รถตู้คันหนึ่งที่พึ่งขับเข้ามาจอดที่หน้าสตู ประตูรถตู้เปิดออก เห็นปลายอ้อกับอภิวัชลงมาจากรถตู้ แฟนเพลงเห็นปลายอ้อก็ยิ่งกรี๊ดกร๊าดเข้าไปใหญ่
เพียงฟ้าช็อก นึกไม่ถึงว่าปลายอ้อจะมีชื่อเสียงรวดเร็วขนาดนี้แล้ว

ปลายอ้อกำลังแต่งหน้าทำผมอยู่ มีจังหวะที่ช่างผมไดรผมติดโคนผมจนปลายอ้อรู้สึกร้อน สะดุ้งนิดๆ
ช่างผมหน้าเสีย “อุ๊ย ขอโทษค่ะ พี่ไดรติดโคนผมไปหน่อย ขอโทษจริงๆนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ อ้อโอเคค่ะ ต่อได้เลยค่ะ”
ช่างผมถอนหายใจโล่งอก มีทีมงานคนหนึ่งเข้ามาดูแล
“คุณปลายอ้อทานอะไรมาหรือยังคะ หรือว่าอยากดื่มอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ อ้อเรียบร้อยมาแล้ว ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ”
“ค่ะ งั้นอีกสิบนาทีแสตนด์บายนะคะ”
ปลายอ้อพยักหน้าให้ เห็นช่างหน้าช่างผมแต่งหน้าทำผมให้ปลายอ้อเสร็จ
“อ่ะ เสร็จแล้วจ้า น้องอ้อนี่น่ารักจังเลยนะคะ อะไรก็ได้ ยังไงก็ได้” ช่างผมชม
“ก็ไม่รู้จะเรื่องมากไปทำไมนี่คะ ทุกคนก็ทำงานเหมือนกัน”
“แหม..อยากให้บางคนแถวนี้ได้ยินจังเนอะ” ช่างหน้าเบ้ปากใส่เฟียงฟ้า
เพียงฟ้ากับลั้นลาเปิดประตูเข้ามาในห้องแต่งตัว ช่างหน้ากับช่างผมสบตากัน แอบเบ้ปากใส่ แล้วก็เก็บข้าวของเดินออกไป
“พวกแฟนคลับเธอเนี่ย ดี๊ดีเนอะ ยังยืนรออยู่ไม่ยอมไปไหนกันเลย เอ๊ะ หรือว่ารอเอาค่าจ้าง”
“นั่นสิ เจ๊ก็ว่า มากันตั้งหลายคนแน่ะ จ้างมากี่บาทเหรอจ้ะ ทุ่มทุนดีจังเลยนะ”
“ทำไมต้องคิดว่าฉันจ้างแฟนคลับมาด้วย”
“เอ้า ก็พึ่งปล่อยซิงเกิ้ลได้ไม่กี่วัน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะมีแฟนคลับตามจริงๆ น้ำหน้าอย่างเธอก็ต้องจ้างมานั่นแหละ”
ปลายอ้อมองสมเพช “ต่อให้ฉันจ้างมา แล้วเธอจะรู้ไปทำไม รู้ไปแล้วมีเงินจ้างเหรอ ไม่น่ามีมั้ง...ยอดโหลดเพลงต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น”
ปลายอ้อมองหน้าเพียงฟ้ากับลั้นลาอย่างเยาะหยันปนสมเพช เพียงฟ้าโมโหถึงขีดสุด เงื้อมือตบหน้าปลายอ้อไปฉาดใหญ่จนหน้าสะบัด ปลายอ้อเหลียวขวับมาจ้องหน้าเพียงฟ้าตาวาววับ
เพียงฟ้าสะดุ้งกับสายตาคู่นั้น “มองหน้าทำไม อยากโดนอีกเหรอไง”
“เออสิ เข้ามาตบอีกซิ เข้ามาพร้อมกันทั้งสองคนนั่นแหละ”
“อย่ามาท้าฉันนะ”
ลั้นลาถลันเข้าไปตบปลายอ้ออีกเปรี้ยง
“ปากเก่งดีนัก แม่ขออีกทีเถอะ” เพียงฟ้าตบซ้ำอีกที
ปลายอ้อเซไป แล้วยกมือถือขึ้นมาเซลฟี่วิดีโอ
“ตบเลย ฉันกดถ่ายคลิปไว้แล้ว คนอื่นจะได้รู้ว่าพวกเธอทั้งสองคนจงใจหาเรื่องมารุมทำร้ายฉัน เอาสิ” ปลายอ้อกระชากมือเพียงฟ้ามาแต่เพียงฟ้าไม่กล้าแล้ว “เมื่อกี๊ยังเก่งอยู่เลยนี่ ตบสิ รุมฉันเลย”
ศุภกฤตเปิดประตูเข้ามาเห็น ก็ชะงักไปชั่วครู่ “อ้อ...มีอะไรกันหรือเปล่า”
ปลายอ้อมองหน้าเพียงฟ้ากับลั้นลาแล้วค่อยๆ เก็บมือถือ “คุณกฤตมีอะไรคะ”
“ผมอยากขอเจาะสัมภาษณ์อ้อซักหน่อยน่ะ
“ได้ค่ะ”
ปลายอ้อจงใจเดินเฉียดกระแทกไหล่เพียงฟ้าออกไปเลย
เพียงฟ้ากรีดร้องเต้นเร่าๆ “อ๊าย ฉันอยากตบมัน ตบให้แหลกคามือเลย”
“ใจเย็นๆ ขืนตบต่อเราซวยแน่”
เพียงฟ้ายังหงุดหงิดไม่คลาย หันไปมองเห็นอะไรบางอย่างที่มุมห้องแล้วยิ้มออกมา
“ฉันว่า ฉันรู้แล้วล่ะเจ้ ว่าเราจะทำร้ายนังปลายอ้อเน่ามันได้ยังไง”
ลั้นลามองตาม พบว่าเป็นชุดใส่แสดงในรายการของปลายอ้อที่แขวนอยู่บนราวในห้อง

ไม่นานต่อมา เพียงฟ้ากับลั้นลาเดินกระหยิ่มยิ้มย่องมาที่รถ เพียงฟ้าคุยสายกับบูรพาไปด้วย
“ค่ะเสี่ย ฟ้าถ่ายรายการส่วนของฟ้าเสร็จแล้ว แต่เสี่ยอย่าเพิ่งเปลี่ยนช่องนะคะ ฟ้าอยากให้เสี่ยได้เห็นนังปลายอ้อมันทำเรื่องอับอายขายขี้หน้าออกอากาศสดๆ เดี๋ยวเสี่ยรอดูเถอะค่ะ แค่นี้นะคะ”
เพียงฟ้ากดวางโทรศัพท์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไปกับลั้นลา

ส่วนปลายอ้อให้สัมภาษณ์อยู่กับพิธีกรในสตูดิโอ
“เพลงใหม่ของคุณปลายอ้อนี่ ได้ข่าวว่า ปล่อยไปแค่วันเดียว แต่ยอดคนดูจะแตะสองล้านอยู่แล้วนะคะ”
“อ้อก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนค่ะ วันนี้อ้อก็จะมาร้องเพลงสดๆให้ฟังกัน เพื่อเป็นการตอบแทนด้วย”
“แหม อยากฟังแล้วนะคะ แต่อดใจรอกันซักครู่ หลังเบรกโฆษณา กลับมาเจอกันกับปลายอ้อ จงขจร รับรองจัดเต็มแน่นอน”
ผู้กำกับเวทีทำสัญญาณมือตัดเบรก ไฟกล้องดับลง ปลายอ้อรีบลุกขึ้นบอกกับพิธีกร
“อ้อรีบไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”
ปลายอ้อรีบออกไปกับทีมงานที่มารอรับตรงไปทางห้องแต่งตัว
อภิวัชนั่งดูอยู่ที่ข้างเวทีตลอดเวลา ศุภกฤตยืนเยื้องไปข้างหลัง เหลือบมองอภิวัชแล้วเดินเข้าไปทัก
“สวัสดีครับคุณอภิวัช วันนี้มาดูแลปลายอ้อเองเลยเหรอครับ”
“อ้อ...ครับ อ้อเค้าเป็นศิลปินเบอร์แรกของผม ผมก็ต้องใส่ใจหน่อย”
“มัวแต่ใส่ใจศิลปินคนแรก จนลืมคนที่ควรใส่ใจไปหรือเปล่าครับ”
อภิวัชจ้องหน้าศุภกฤตนิ่งๆ
“ผมว่า...คุณน่าจะกลับไปคุยกับคุณแก้วเค้านะ มีอะไรไม่เข้าใจกัน ก็เคลียร์กันซะ น่าจะดีกว่าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้นะครับ”
“ผมคุยกับเค้าไปหมดแล้ว ผมไม่มีอะไรจะต้องเคลียร์กับเค้าแล้ว”
“แต่ผมว่า...”
อภิวัชตัดบท “ผมไม่ได้เป็นศิลปินดาราอะไร คุณมาสนใจทำไม คุณน่าจะมารอทำข่าวปลายอ้อมากกว่าไม่ใช่เหรอ”
ศุภกฤตเห็นท่าทางอภิวัชเอาจริง เลยไม่กล้าพูดเซ้าซี้อะไรต่อ
ปลายอ้อเปลี่ยนชุดใหม่เตรียมโชว์เรียบร้อย เดินกลับเข้ามาในสตูดิโอผ่านอภิวัชกับศุภกฤต
อภิวัชยิ้มให้กำลังใจ “เต็มที่นะอ้อ”
“ค่ะ อ้อจะไม่ทำให้คุณวัชผิดหวัง”
ปลายอ้อปรายตามองศุภกฤต แล้วยิ้มให้นิดหนึ่ง ก่อนจะรีบตามทีมงานไปที่จุดแสตนด์บาย
ทีมงานยกแผ่นป้าย “เตรียมเข้ารายการ” แล้วให้สัญญาณมือว่ากำลังจะเข้ารายการ ชูนิ้ว 5 4 3 2
เสียงแบคกิ้งแทรคเพลงใหม่ของปลายอ้อดังขึ้น ไฟในสตูเปิดขึ้นพร้อมๆ กัน ปลายอ้อเดินตามสเตปขึ้นไปบนเวที และเริ่มขยับเต้น และร้องเพลงสดๆ อย่างไพเราะด้วยความตั้งใจ
ศุภกฤต อภิวัช ดูปลายอ้อโชว์อย่างเพลิดเพลิน ปลายอ้อทั้งเต้นทั้งร้องตามสเตปที่ซ้อมมาสุดฤทธิ์ แต่อยู่ๆ ก็เริ่มเห็นว่า ตะเข็บกระโปรงด้านข้างชุดที่สวมอยู่เริ่มปริขาดออก
ปลายอ้อรับรู้ได้ เหลือบตาลงมอง พบว่าตะเข็บกระโปรงขาดเห็นเนื้อต้นขาวับแวมออกมาก็หน้าเสียไป
ศุภกฤตเองสังเกตเห็นท่าทีปลายอ้อแปลกๆ “อ้อเค้าเป็นอะไรรึเปล่า”
อภิวัชก็เห็นเหมือนกัน ปลายอ้อหน้าเสีย แต่ก็ยังร้องเต้นต่อ ในขณะที่ชุดเริ่มปริขาดมากขึ้นเรื่อยๆ

ภาพปลายอ้อเต้นโชว์สุดพลังจนชุดเริ่มปริขาด ปรากฏอยู่ในมือถือลั้นลาที่นั่งดูไลฟ์สดอยู่ข้างๆ เพียงฟ้าในรถที่ขับแล่นมาตามถนน
ลั้นลาวี้ดว้ายสะใจ “ว้ายๆๆๆ ชุดนังปลายอ้อมันค่อยๆ ขาดแล้วจ้า ดูสิฟ้าดูๆๆ”
“ฉันจะดูได้ไงเล่า ฉันขับรถอยู่ หึๆๆ เป็นไปตามแผนที่เราคิดไม่มีผิดเลยใช่มั้ยเจ้”
“ใช่ เรื่องชั่วๆ นี่เจ้ไว้ใจแกได้จริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ”
เพียงฟ้าโดนด่าแต่ก็ไม่สน สะใจมากกว่า “นังปลายอ้อมันต้องโดนแบบนี้แหละ”

โดยก่อนหน้านี้ ชุดของปลายอ้อถูกลั้นลาหยิบลงมาจากราว มือข้างหนึ่งถือคัตเตอร์ เพียงฟ้ายืนแง้มประตูดูต้นทางอยู่
“ทางสะดวก เอาเลยอีเจ้ จัดเลย”
ลั้นลาเอาคัดเตอร์แอบเลาะตะเข็บชุดของปลายอ้อออกทันที

ชุดของปลายอ้อแหวกขาดมากขึ้นเรื่อยๆ ปลายอ้อเองก็มีสีหน้าไม่ดีแล้ว แต่ก็ยังร้องเพลงอยู่
“อ้อชุดขาด..ขาดได้ไง”
ทีมงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ศุภกฤตตกใจมองปลายอ้ออย่างเป็นห่วง
อภิวัชหันไปบอกโปรดิวเซอร์ที่อยู่ข้างๆ “ตัดเข้าโฆษณาเลยได้ไหม”
“เอ่อ.. คือ ถ้าจู่ๆ ตัดโฆษณาตอนนี้ จุ๋มกลัวว่า สปอนเซอร์รายการเค้าจะด่าเอาน่ะค่ะ”
อภิวัชหงุดหงิด “แล้วจะปล่อยให้ศิลปินผมออกอากาศสดไปแบบนั้นน่ะเหรอ”
ปลายอ้อร้องไปเต้นไป และพยายามประคองชุดไปแต่ไม่ถนัดเอาเลย ดูเก้ๆ กังๆ เมื่อมองไปรอบๆ เห็นว่าอภิวัชกำลังโวยวายทีมงานอยู่ ทีมงานเองก็ดูลนลาน ส่วนศุภกฤตก็มองมาอย่างเป็นห่วง จนสายตาไปหยุดที่จอมอนิเตอร์ในสตู พบว่าตัวเองเต้นเก้ๆ กังๆ
ปลายอ้อคิดปราดเกิดลูกฮึดขึ้นมาในช่วงท่อนฮุคพอดี หมุนตัวสะบัดอย่างแรงพร้อมๆ กับกระชากผ้าส่วนกระโปรงที่ขาดรุ่งริ่งออก เผยให้เห็นชุดกางเกงขาสั้นสุดเซ็กซี่ข้างใน
และมันส่งให้ปลายอ้อเต้นได้อย่างมั่นใจขึ้นมาทันควัน ซึ่งเหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ไปเลย ทุกคนมองปลายอ้อด้วยความตะลึงตะไล

เพียงฟ้ากับลั้นลาเดินอารมณ์ดีเข้ามาในบริษัท เตรียมจะเข้าไปรายงานเอาความดีความชอบกับเสี่ย
“ฟ้าว่าฟ้ารีบขึ้นไปหาเสี่ยดีกว่า ป่านนี้คงรอให้รางวัลที่เราจัดการให้นังปลายอ้อนั่นอับอายขายขี้หน้าออกทีวีอยู่แล้วแน่ๆ ฮิๆ”
“เจ้ขอเกาะไปขอความดีความชอบที่เลาะตะเข็บชุดมันซะรุ่ยเลยด้วยนะ”
“ได้สิเจ้”
เพียงฟ้ากับลั้นล้าหัวเราะคิกคักๆ จนได้ยินเสียงปอแก้วแหลมขึ้นมา
“ฝีมือพวกเธอนี่เอง”
สองคนหันไปมองเห็นปอแก้วเดินตามหลังเข้ามา
“อุ๊ย คุณปอแก้ว ได้ดูโชว์นังปลายอ้อนั่นด้วยใช่ไหมคะ ฝีมือของฟ้าเป็นไงคะ นังนั่นหมดอนาคตในวงการแน่นอน”
“คนที่จะหมดอนาคตก็คือเธอนั่นแหละ”
เพียงฟ้าสะดุ้ง ตกใจนิดๆ ปอแก้วเดินปราดเข้ามาถึงตัว แล้วยื่นมือถือใส่หน้าเพียงฟ้า
“อ่ะ เธออ่านดูเอาเอง”
เพียงฟ้ากับลั้นลายื่นหน้าเข้าไปอ่านทวิตเตอร์ เห็นมีแต่ข้อความชื่นชม และติดแฮชแท็ก #ปลายอ้อจงขจร รัวๆ
“ร้องเพลงได้เพราะและเซ็กซี่มาก” #ปลายอ้อจงขจร / “สวยสุดๆเซ็กซี่สตาร์ดวงใหม่เลย” #ปลายอ้อจงขจร” / “ตอนแรกนึกว่าพลาด แต่เป็นโชว์นี่เอง เจ๋งโคตร” #ปลายอ้อจงขจร / “ลูกสาวเผ่าพงศ์ เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยจริงๆ” #ปลายอ้อจงขจร” / “ดาวน์โหลดซิงเกิ้ลใหม่นางรัวๆ ชอบมาก นางปั๊วะมาก” #ปลายอ้อจงขจร / “ปั๊วะๆปังๆ สุดพลัง” #ปลายอ้อจงขจร
เพียงฟ้ากับลั้นลาไล่อ่านทวิตเตอร์ด้วยสีหน้าอึ้งๆ
“ชอบมาก เซ็กซี่มาก เซ็กซี่สตาร์ดวงใหม่ นางปั๊วะมาก อะไรอ่ะ ทำไมเป็นแบบนี้”

เสี่ยบูรพาเปิดห้องทำงานออกมาด้วยความโมโห พอเจอเพียงฟ้ากับลั้นลาอยู่หน้าห้องก็ด่ากราดทันที
“พวกเธอไปทำอะไรกัน ทำไมโง่กันแบบนี้ ฉันทำบุญมาด้วยอะไร ทำไมมีแต่คนโง่เง่า ซื่อบื้อรอบตัวไปหมด แทนที่จะทำลายมัน กลับส่งเสริมให้มันโด่งดังขึ้นไปอีก กูอยากจะบ้าตาย”
“อุ๊ย เสี่ยคะ” เพียงฟ้าโบ้ยทันที “จริงๆ ไม่ใช่ความผิดของฟ้านะคะ เจ๊ลั้นลานั่นแหละ เป็นคนตัดชุด”
“เอ้าอีนี่ ไหงมาโบ้ยกันแบบนี้ล่ะ แต่คนต้นคิดแผนนี้มันคือแกนะ ฉันก็เตือนแกแล้วว่าจะดีเหรอๆ แกก็ไม่ฟัง”
“อีเจ้ แกเตือนตอนไหน”
บูรพากุมขมับเครียดหนัก
“โว้ย โง่ โง่ โง่มันทั้งสองคนนั่นแหละ”
เพียงฟ้ากับลั้นลาจ๋อยสุดขีด สีหน้าปอแก้วเครียดจัด

ที่สตูดิโอถ่ายทอดสดช่อง8 ปลายอ้อร้องเพลงจบท่อนสุดท้าย โพสท่าจบอย่างสวยงามตามท้องเรื่อง
ทีมงานให้สัญญาณขึ้นเครดิตจบรายการ ไฟในสตูดับลง เห็นศุภกฤตปราดเข้าไปหาปลายอ้อเป็นคนแรก พร้อมกับถอดแจคเกตของตัวเองออกยื่นให้ปลายอ้อ
“คลุมขาคุณไว้ก่อนเถอะครับ”
ปลายอ้อรีบรับมาพันรอบเอวไว้ทันที “ขอบคุณค่ะ”
อภิวัชโวยทีมงานเสียงดังลั่น “มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง สไตลิสต์อยู่ไหนครับ ผมต้องการคุยด้วยด่วนเลย”
เห็นสไตลิสต์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา หน้าเสียเหลือไม่ถึงขีด
“ค่ะคุณวัช”
“ทำไมชุดปลายอ้อถึงขาดแบบนี้ได้ ไม่ได้รีเช็คก่อนเอามาเข้ารายการเหรอ”
สไตลิสต์จะร้องไห้ “ปิ่นเช็คแล้วนะคะ ตอนที่เอามาก็เรียบร้อยดี ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่ามันขาดได้ยังไง”
ปลายอ้อนึกเอะใจขึ้นมา “เดี๋ยวนะคะ ก่อนหน้าที่จะอัดรายการ ตอนที่อ้อแต่งหน้าอยู่ เพียงฟ้ากับลั้นลาเข้ามาหาเรื่องอ้อที่ห้องแต่งตัว แล้วอ้อก็ต้องออกไปสัมภาษณ์กับคุณกฤตก่อน ไม่รู้ว่า สองคนนั่นเค้าทำอะไรกับชุดหรือเปล่า”
ศุภกฤตหันมาทางทีมงานในสตู “งั้นผมว่า เปิดดูกล้องวงจรปิดที่ห้องแต่งตัวหน่อยมั้ย ถ้าสองคนนั้นทำจริง เรามีหลักฐานแน่”
“เอ่อ ในห้องแต่งตัวไม่มีกล้องวงจรปิดค่ะ เพราะกลัวว่าจะมีคนแอบดูตอนศิลปินเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เลย...”
อภิวัชโวยขึ้นมาอีก “แบบนี้ศิลปินผมก็เสียหายฟรีๆสิครับ คนอัดคลิป แคปภาพไปทั่วโซเชี่ยลแล้วแน่ๆ”
อภิวัชพูดแล้วก็หยิบมือถือมาเปิดเช็คดูอย่างหัวเสีย เห็นทีมงานพากันเปิดมือถือตามดูให้วุ่น
“เรื่องนี้ผมมีส่วนผิดครับ เพราะผมเป็นคนขอสัมภาษณ์ปลายอ้อ ทำให้มันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผมจะบอกให้ทางทีมข่าวสตาร์เดลี่ลบภาพในโซเชี่ยลทั้งหมด เพื่อแสดงความรับผิดชอบ”
ศุภกฤตพูดๆ อยู่มองเห็นอภิวัชมือถืออึ้งๆ ไป ก็สงสัยกับท่าทีนั้น จนมีทีมงานคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“อู้หู ไม่มีใครด่าปลายอ้อเลยค่ะ มีแต่คนชมทั้งนั้นเลย บอกว่าปลายอ้อปังมาก ตอนนี้แฮชแท็ก ปั๊วะๆปังๆสุดพลังกำลังขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งเลยนะ”
ปลายอ้อตื่นเต้น “จริงเหรอคะ”
อภิวัชเงยหน้าขึ้น ยิ้มกว้างดีใจ “ชื่อคุณขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์แล้ว คุณแจ้งเกิดแน่งานนี้”
ศุภกฤตอึ้ง ปลายอ้อยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ
“เดี๋ยวเรากลับไปประชุมทีมงานด่วนเลย”

อภิวัช ปลายอ้อ ทีมงานอยู่ในห้องประชุมของบริษัทแล้ว
“ฟีดแบคของโชว์สดวันนี้ดีมาก คนดูชื่นชอบปลายอ้อมากๆ ต้องยกความดีความชอบให้คุณนะที่แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ขนาดนั้น”
“อ้อก็แค่ปล่อยไปตามอารมณ์น่ะค่ะ”
“นั่นแหละครับ มันเป็นธรรมชาติมาก” อภิวัชบอกกับทีมงาน “ผมเลยอยากวางคอนเซปต์ให้ปลายอ้อใหม่ เพื่อเอื้อให้เข้ากับสไตล์ที่ปลายอ้อโชว์ในวันนี้”
“อ้อเห็นด้วยค่ะ อ้อขอเสนอได้ไหมคะ”
“คุณอยากได้แบบไหนล่ะ”
ปลายอ้อหันไปหาสไตลิสต์ “เป็นไปได้ไหมคะถ้าอ้อจะขอแก้แบบเสื้อผ้า คืออ้ออยากให้มันหวือหวาขึ้นมากกว่านี้น่ะค่ะ อ้อไม่อยากได้ลุคสาวบ้านนอกกตัญญูสู้เพื่อพ่ออีกต่อไปแล้ว”
อภิวัชและทีมงานได้ยินที่ปลายอ้อพูดก็อึ้งไปตามๆกัน

เวลาผ่านไป ทีมงานทุกคนเก็บของเตรียมออกจากห้องประชุม
“เดี๋ยวปิ่นจะลองทำเรฟเฟอร์เรนซ์ชุดของปลายอ้อมาเสนอคุณอภิวัชดูนะคะ”
“ครับ ขอดูหลายๆ แบบหน่อยก็ดี”
“เอาเปรี้ยวๆ เลยนะคะ”
สไตลิสต์พยักหน้ายิ้มๆ ทีมงานทุกคนเก็บของออกจากห้องประชุมกันไป ปลายอ้อหันมายิ้มหวานให้อภิวัช
“ขอบคุณนะคะคุณวัชที่ลองทำตามสไตล์ที่อ้อบอก”
“แต่คุณคิดดีแล้วใช่ไหม” อภิวัชมีท่าทีกังวลใจไม่หาย
“คิดดีแล้วสิคะ ทำไมคะ”
“ก็...ไอ้ภาพลักษณ์หวือหวาเซ็กซี่แบบนี้ มันจะเปลืองตัวคุณนะ”
ปลายอ้อหัวเราะขำ “แหม...คุณวัชเป็นนักเรียนนอกไม่ใช่เหรอคะ ทำไมหัวโบราณซะล่ะ คุณบอกเองว่าลูกทุ่งมันต้องเปลี่ยนไปแล้วไงคะ”
“ผมเข้าใจ แต่ผมก็อดเป็นห่วงคุณไม่ได้ ผมกลัวว่าจะทำให้ครอบครัวคุณไม่สบายใจ”
“ไม่มีใครมีปัญหาหรอกค่ะ แม่เชื่อการตัดสินใจของอ้อเสมอ เค้าแค่อยากเห็นอ้อประสบความสำเร็จ เค้าก็มีความสุขแล้วค่ะ”
ปลายอ้อมองจ้องหน้ายิ้มๆ แล้วค่อยๆ เอื้อมมือไปจับแขนอภิวัช ส่งสายตาลึกซึ้งให้
“คุณวัชละคะ พร้อมจะประสบความสำเร็จไปด้วยกันหรือเปล่า โอกาสมันกำลังมาหาเราแล้วนะคะ”
อภิวัชสบตาปลายอ้อนิ่งนาน

เวลานั้นบุญทิ้งกำลังเปิดคลิปปลายอ้อให้อัปสรกับยุพาดูอยู่
ยุพาตกใจ “ทำไมมันโป๊ขนาดนี้วะเนี่ย อีกนิดนึงมันจะเป็นกางเกงในอยู่แล้วนะ สั้นเสมอ...อึ๊ม”
ปลายอ้อเดินถือจานขนมออกมา ได้ยินที่ยุพาพูดพอดี กลัวอัปสรไม่สบายใจก็เลยรีบไปกอดอัปสรไว้
“ไม่โป๊หรอกน้ายุ อ้อใส่เซฟตี้ไว้ตั้งหลายชั้น ระวังตัวเองอยู่ แม่ไม่ต้องห่วงนะ”
อัปสรยิ้มให้ลูก แต่ลึกๆ ก็ไม่สบายใจนัก
บุญทิ้งพ่นต่อ “น้าสรทำใจไว้เลย ไอ้อ้อมันต้องแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดแบบนี้ไปอีกยาวๆ ดีไม่ดีใส่แต่เสื้อในกางเกงในเลยล่ะ”
“พี่ทิ้ง เกินไป” ปลายอ้อคว้ามือถือจากมือบุญทิ้งกดปิดคลิป “แล้วเนี่ยก็ปิดซะที ดูอยู่ได้”
“ก็ไม่เคยเห็นแกเซ็กซี่แบบนี้นี่หว่า ก็ต้องดูบ่อยๆหน่อยสิ”
ปลายอ้อหันไปเอาขนมในจานเขวี้ยงใส่ บุญทิ้งตะครุบมาแล้วเอาเข้าปากกินหน้าตาเฉย
อัปสรไม่สบายใจอยู่ดี “มันต้องขนาดนั้นจริงๆ เหรอลูก”
“ไม่หรอกจ้ะ อ้อไม่ยอมให้ไปถึงขนาดนั้นหรอก แต่เราก็ต้องยอมเสียความเป็นตัวตนไปบ้าง เพื่อความสำเร็จไงจ้ะแม่”
“อื้ม แม่เชื่อใจอ้อ แม่รู้ว่าอ้อต้องคิดมาดีแล้ว ทำอะไรก็ต้องหวังผลเลิศที่สุด แม่เชื่อว่ายังไงพ่อเผ่าพงศ์ก็ต้องเป็นกำลังใจให้เราสองคนแม่ลูก”
อัปสรสวมกอดลูก ปลายอ้อกอดตอบแน่น
บุญทิ้งกับยุพามองหน้ากันเพลียๆ ที่ทั้งสองคนเห็นดีเห็นงามไปด้วยกัน
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ปลายอ้อละตัวออกหยิบโทรศัพท์มาดู เห็นเป็น “อภิวัช” โทร.มาก็ยิ้มสมใจ

อีกฟาก นักร้องหญิงคนหนึ่งกำลังร้องเพลงเทสต์เสียงอยู่ในห้องอัดที่บูรพาซาวด์ ร้องๆ อยู่ เสียงดนตรีหยุดลงกะทันหัน คนกดหยุดเพลงคือปอแก้วนั่นเอง ปอแก้วพูดใส่ไมค์ที่เชื่อมต่อให้ได้ยินเข้าไปในห้องอัด
“เสียงสูงเกินไปค่ะ ทำให้ท่อนนี้ไม่น่าฟังเลย ลองใหม่ค่ะ”
นักร้องหญิงทำหน้าเพลียๆ จนเพลงดังขึ้น นักร้องหญิงเริ่มร้องใหม่
แสงโสมเปิดประตูเข้ามาดูเงียบๆ เห็นปอแก้วยังคร่ำเคร่งฟังเพลงอยู่ ปอแก้วกดหยุดอีก
“ไม่ได้ค่ะ...คราวนี้ไม่มีฟีลลิ่งเลย...คุณออกไปพักก่อนดีกว่า ดันทุรังร้องไปฉันว่า มันจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่”
นักร้องหญิงถอดหูฟังแล้วเดินออกไปเซ็งๆ
“ไม่ได้เลยซักคนเหรอคะหนูแก้ว”
“ยังค่ะ เอามาก็ต้องมาฝึกเพิ่มอีกเยอะเลย แก้วอยากได้คนที่เก่งครบเครื่อง”
“ตอนนี้ศิลปินหลายคนก็เริ่มงอแงจะไม่ต่อสัญญาแล้ว เหลือที่พอจะขายได้ก็แค่ยัยเพียงฟ้า”
“เพียงฟ้ายังขายได้อยู่อีกเหรอคะ ขายขี้หน้าน่ะสิ”
“ก็นี่แหละ น้าว่าถ้าไม่รีบปั้นดาวรุ่งขึ้นมา เดี๋ยวเราจะสู้ทางค่ายนั้นไม่ได้นะคะ”
ปอแก้วฟังแล้วก็ยิ่งกลุ้ม

ค่ำนั้น ปลายอ้ออาบน้ำแต่งตัวใหม่ แต่งหน้าอยู่ที่หน้ากระจก บุญทิ้งเปิดประตูโผล่เข้ามา
“ไอ้อ้อ ขอยืมที่ชาร์จแบตหน่อยนะ..อ้าว..แต่งหน้าแต่งตัวจะไปไหนอีกน่ะ”
“เดี๋ยวคุณวัชเค้าจะมารับออกไปข้างนอกน่ะพี่”
“อ้าวเหรอ ปัดโธ่ แล้วก็ไม่รีบบอก ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป้บ” บุญทิ้งจะกลับออกไป
ปลายอ้อเรียกไว้ “เดี๋ยว พี่ทิ้งจะเปลี่ยนเสื้อผ้าทำไม”
“ก็ออกไปกับแกไง”
“พี่จะไปทำไม คุณวัชเค้าชวนฉัน ไม่ได้ชวนพี่”
“เอ้า” บุญทิ้งงงเลย
“ไม่ต้องเอ้าต้องเอิ้วอะไรล่ะ พี่ไม่ต้องไปหรอก จะเอาที่ชาร์จแบตก็มาหยิบไป”
ปลายอ้อพูดแล้วก็หันไปแต่งหน้าต่อ บุญทิ้งเดินเข้ามางงๆ
“อะไรวะไอ้อ้อ ทีตอนไปกับไอ้เสี่ยบูรพานั่น ยังไม่ค่อยอยากจะไป คราวนี้ทำไมไม่ให้ฉันไปด้วยวะ”
“ก็มันไม่เหมือนกัน ฉันเชื่อใจคุณวัชว่าไม่เหมือนไอ้เสี่ยบ้ากามนั่น”
“ยังไงเค้าก็เป็นผู้ชายนะ ไม่เอาอ่ะ ฉันไปด้วยดีกว่า ฉันเป็นห่วงแก”
“เอ๊ะ พี่ทิ้ง ฉันบอกว่าไม่เป็นไรไง พี่ทิ้งอยู่เฉยๆ เถอะน่า อย่าทำให้เสียเรื่อง”
ได้ยินเสียงรถบีบแตรอยู่ที่หน้าบ้าน ปลายอ้อเดินไปชะโงกหน้าต่างดูเห็นว่าอภิวัชมารอแล้ว
“คุณวัชเค้ามาแล้ว ฉันไปละ”
ปลายอ้อรีบเติมปากเร็วๆ จนเสร็จ คว้ากระเป๋ามาสะพาย ดูความเรียบร้อยอีกทีแล้วรีบเดินออกจากห้องไป สวนกับอัปสรที่เดินออกมาเพราะได้ยินเสียงแตรรถ
“ใครมาบีบแตรหน้าบ้าน เอ้าอ้อ ไปไหนน่ะ”
“คุณวัชมารับอ้อน่ะจ้ะ อ้อไปก่อนนะแม่”
ปลายอ้อรีบเดินลงบันไดไป บุญทิ้งหันมาฟ้องอัปสรทันที
“น้าสร ดูไอ้อ้อมันดิ ออกไปกลางค่ำกลางคืน ฉันบอกว่าจะไปเป็นเพื่อน มันก็ห้ามไม่ให้ฉันไป”
“ปล่อยอ้อไปเถอะ น้าเชื่อว่าอ้อมันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
“เอ๋า” บุญทิ้งเกาหัวงงเลย
อัปสรมองตามปลายอ้อไป ลึกๆก็เป็นห่วงแต่ก็เชื่อใจปลายอ้อ

นักร้องร้องเพลงสไตล์อาร์แอนด์บีอยู่บนเวทีในผับ ขณะที่ปอแก้วเดินเข้ามาในนั้นด้วยท่าทีดูเก้อๆ เขินๆ เพราะไม่เคยมาคนเดียว รีบไปหาที่นั่งที่มุมหนึ่ง บริกรเดินเข้ามาหา
“บลูฮาวายค่ะ โนแอลนะคะ”
บริกรพยักหน้ารับจดออเดอร์แล้วเดินออกไป เห็นหนุ่มๆ ในผับมองปอแก้วเป็นตาเดียว แต่ปอแก้วทำเป็นเฉยๆ ไม่สนใจใคร หันไปโฟกัสที่นักร้องที่ร้องเพลงอยู่บนเวทีแทน
สักพักเห็นว่าบริกรเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ แต่กลับเป็นมาร์การิต้าแทน
“ไม่ได้สั่งมาร์การิต้านะคะ
“พอดีแขกท่านนั้นสั่งให้น่ะครับ”
บริกรผายมือไป ปอแก้วหันไปมองตามเห็นว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งท่าทางเป็นเพลย์บอยรวยๆ ส่งสายตามองปอแก้วอยู่ พอเห็นว่าปอแก้วหันมามองก็ยิ้มกรุ้มกริ่มให้ ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นทำท่าขอชนกับปอแก้ว
ปอแก้วคอแข็งขึ้นมาอย่างไม่พอใจ หันกลับไปหยิบแก้วมาร์การิต้าขึ้นมา แล้วส่งคืนให้บริกร
“ฉันฝากเอาไปคืนที พอดีฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์”
จากนั้นปอแก้วก็ไม่ได้สนใจว่าบริกรจะทำยังไง ไม่หันไปมองผู้ชายคนนั้นอีกด้วยซ้ำ เธอดูแต่นักร้องบนเวที
“ไม่ชอบมาร์การิต้าเหรอครับ” เสียงชาย1 ดังขึ้น ท่าทางจะตื๊อไม่เลิก
ปอแก้วถอนใจที่รู้ว่าชายคนนั้นตามมาตอแยถึงที่ หันไปเห็นว่าชายคนนั้นมายืนอยู่ตรงโต๊ะที่ปอแก้วนั่งแล้ว
“จริงๆ มันเบามากเลยนะ คุณน่าจะลองซักหน่อย ผมเลี้ยงเอง”
ชาย1 ยื่นแก้วมาร์การิต้าที่ถืออยู่ให้ปอแก้ว จังหวะนั้นบริกรเอาบลูฮาวายที่ปอแก้วสั่งมาเสิร์ฟพอดี
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีปัญญาซื้อดื่มเองได้” ปอแก้วบอกหน้านิ่งแล้วหยิบแก้วบลูฮาวายขึ้นมา “และฉันไม่นิยมรับเลี้ยงจากคนที่ไม่รู้จัก”
“งั้นเราก็ทำความรู้จักกันเลยก็ได้นี่ครับ ผมแม็กซ์”
ชาย1 ยื่นมือให้จับ ปอแก้วถอนใจแรงหันหน้าหนี
“แหม...เชคแฮนด์กันหน่อยสิครับ”
ชาย1 ถือวิสาสะคว้ามือปอแก้วไปจับเฉย ปอแก้วสะดุ้งสะบัดมือออกอย่างแรง ทำให้มือปัดไปโดนแก้วมาร์การิต้าที่ชาย1 ถือมาหกรดเสื้อมันเข้าให้
“เฮ้ย ทำไมทำแบบนี้ล่ะ ชิท เสื้อเปียกหมดแล้ว จะเล่นตัวไปถึงไหนวะ”
ชาย1โมโห กระชากแขนปอแก้วมาแรงๆ ปอแก้วเองก็โกรธ คว้าแก้วเหล้ามาทำท่าจะสาดใส่ชาย1 แต่มีมือของใครคนหนึ่งมาจับข้อมือห้ามไว้ก่อน
“ใคร ปล่อย” ปอแก้วขัดใจ พอหันไปเห็นว่าเป็นศุภกฤตก็ชะงัก “คุณกฤต”
“มีอะไรกัน” ศุภกฤตหันไปถามชาย1 พูดด้วยดีๆ “มีอะไรกับเพื่อนผมเหรอครับพี่”
ชาย1 เห็นศุภกฤตเข้ามา ก็ชะงักไปเหมือนกัน พึ่งรู้ว่าปอแก้วมีผู้ชายมาด้วย บ่นพึมพำ
“ไม่ได้มาคนเดียวก็ไม่บอก โธ่..นั่งอ่อยอยู่ได้”
“อะไรนะ”
ปอแก้วทำท่าจะพุ่งเข้าไปหาชาย1 อีก ศุภกฤตรีบดึงไว้ ชาย1 รีบเดินหนีไป
“มันจะลวนลามฉัน คุณไม่น่าเข้ามาห้ามเลย”
“แต่เค้ายังไม่ได้ทำอะไรไม่ใช่เหรอ ผมช่วยไม่ให้คุณเป็นข่าวอยู่นะ”
ปอแก้วค่อยได้สติขึ้นมา เสยผมอย่างหงุดหงิด
“แล้วคุณกลุ้มใจอะไร ถึงได้มานั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวแบบนี้”
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันกำลังหานักร้องใหม่ๆอยู่ ก็เลยแวะมาดูนักร้องหน่อย”
“ผับสไตล์นี้ไม่มีนักร้องลูกทุ่งหรอกคุณ”
“รู้...ฉันก็ตั้งใจมาฟังนักร้องสไตล์อาร์แอนด์บีแบบนี้แหละ พวกนี้ร้องลูกทุ่งได้อินเตอร์กว่าด้วย”
“ก็อาจจะใช่ แต่นักร้องแนวนี้เค้าไม่ไปร้องลูกทุ่งกันหรอกคุณ ถ้าคุณอยากได้นักร้องลูกทุ่ง คุณต้องไปให้ถูกแหล่ง”

ในโรงเบียร์แห่งนี้ถึงจะดูคึกคัก แต่ไม่แออัด ที่นั่งโล่ง โปร่งสบาย บรรยากาศดีกว่าผับอาร์แอนด์บีเมื่อซักครู่นี้มาก ศุภกฤตพาปอแก้วเดินเข้ามาในนี้ ปอแก้วมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ
“ร้านแบบนี้ต่างหากมีวงลูกทุ่งมาโชว์บ่อย บางครั้งก็มีนักร้องสมัครเล่นเก่งๆ มาโชว์ ผมว่าคุณมาหาที่นี่จะถูกจุดกว่า”
“ก็อาจจะจริงอย่างที่คุณว่า”
“ลองไปหาที่นั่งแถวๆหน้าเวทีกันดูคุณ จะได้ดูโชว์ชัดๆ”
ปอแก้วพยักหน้า ศุภกฤตพาปอแก้วเดินหาโต๊ะ ระหว่างนั้น ปอแก้วก็รู้สึกว่ามีคนมองก็เลยหันไปมอง
สายตาปอแก้วเห็นปลายอ้อกับอภิวัชนั่งอยู่ด้วยกัน อภิวัชประสานสายตากับปอแก้วอย่างมึนตึง ส่วนปลายอ้อสบตาปอแก้วแล้วยิ้มๆ ปอแก้วยิ่งอารมณ์เสีย คิดว่าทั้งสองควงกันมาเที่ยว
ศุภกฤตเห็นปอแก้วไม่เดินตามมา “คุณ...เจอใครเหรอ”
ศุภกฤตหันไปมองตามสายตาปอแก้ว เห็นอภิวัชกับปลายอ้อก็ชะงักไปเหมือนกัน
“ไปหาที่นั่งไกลๆ จากตรงนี้หน่อยดีกว่าคุณ” ปอแก้วจูงแขนศุภกฤตไปอีกทาง

ตรงโต๊ะที่อภิวัชนั่งอยู่กับปลายอ้อ อภิวัชมองภาพปอแก้วจูงแขนศุภกฤตไปอย่างไม่พอใจ ปลายอ้อสังเกตท่าทางอภิวัชอ่านออกว่าหึงแน่ๆ เลยแกล้งแหย่
“นั่นแฟนเก่าใครเอ่ย มากับแฟนใหม่ เอ้ย คุณกฤตด้วย ไม่เข้าไปทักซักหน่อยเหรอคะ”
“ไม่ล่ะ ผมไม่ได้อยากคุยอะไรกับเค้า”
“งั้นเดี๋ยวอ้อมานะคะ” ปลายอ้อลุกจากโต๊ะที่นั่ง เดินไปหาศุภกฤตกับปอแก้วทันที
ทางด้านปอแก้วเห็นว่าปลายอ้อเดินตรงมาหาก็ไม่สบอารมณ์
ปลายอ้อยิ้มทักทายศุภกฤต “สวัสดีค่ะคุณกฤต บังเอิญจังเลยมาเจอกันที่นี่”
“ครับ นี่อ้อมาเที่ยวเหรอ”
“ไม่เชิงหรอกค่ะ พอดีคุณวัชเค้าชวนอ้อมาดูคอนเสิร์ตสดที่นี่ ให้อ้อเก็บเป็นประสบการณ์ไว้น่ะค่ะ เพราะเร็วๆ นี้อ้อน่าจะได้ขึ้นโชว์บนเวที แล้วคุณกฤตกับคุณปอแก้วละคะ มาเที่ยวด้วยกันเหรอ” ปลายอ้อมองหน้าปอแก้ว “เมื่อกี้ฉันเหมือนจะเห็นว่าคุณมองมาทางเราด้วยนะ แต่กลับมานั่งซะไกลเลย คุณไม่เข้าไปทักคุณวัชหน่อยเหรอคะ ในฐานะ....คนที่เคยคุ้นกันน่ะค่ะ”
ปอแก้วโดนปลายอ้อแซะเข้าให้ก็เลยยิ่งไม่สบอารมณ์
“คุณกฤต ฉันว่าเรากลับกันเถอะ”
“แต่นักร้องกำลังจะขึ้นโชว์แล้วนะครับ ไหนคุณบอกว่าอยากมาหานักร้องใหม่ๆไม่ใช่เหรอ”
ปลายอ้อฟังแล้วนึกหมั่นไส้ “นี่คุณกฤตเป็นฝ่ายจัดหานักร้องของบูรพาซาวด์ตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย จริงๆถ้าคุณไม่อยากเป็นนักข่าว อยากมาทำงานสายนี้แล้วก็บอกกันได้นะคะ เพราะอาร์ทิสต้าก็ยังรับคนอีกหลายตำแหน่งเลย”
“ที่แย่งไปจากค่ายฉันยังไม่พออีกเหรอ”
“ยังหรอกค่ะ อยากสร้างค่ายใหญ่อันดับหนึ่งก็ต้องดึงเอาคนเก่งๆ มาให้หมด เรื่องนี้เสี่ยบูรพาพ่อคุณก็น่าจะรู้ดีนะคะ”
ปอแก้วฟังแล้วเดือดปุดๆ ขึ้นมาเลย ปลายอ้อเห็นปอแก้วโกรธก็ยิ้มมุมปากยั่วโมโหเต็มที่
“ทำหน้าอย่างงั้นโกรธเหรอคะ โกรธที่อ้อพูดความจริงเหรอ”
ที่โต๊ะอภิวัช เห็นอภิวัชแอบมองปลายอ้อที่ไปคุยอยู่ที่โต๊ะปอแก้ว เห็นปลายอ้อเดินกลับมา
อภิวัชทำเป็นถามแบบไม่ใส่ใจนัก “คุณไปคุยอะไรอยู่ตั้งนานสองนานน่ะ”
“ปอแก้วเค้ามาส่องหานักร้องเข้าสังกัดน่ะค่ะ อ้อว่า...คุณก็น่าจะลองส่องๆ ดูเหมือนกันนะ”
ปลายอ้อยิ้มลึกซึ้งมาให้ อภิวัชรับรู้ถึงความนัยที่ปลายอ้อส่งมา

เวลาผ่านไปอีกหน่อย นักร้องกำลังร้องเพลงลูกทุ่งจังหวะสนุกๆ โจ๊ะๆ อยู่บนเวที
“คนนี้ก็ร้องดีนะคุณแก้ว” ปอแก้วเงียบไม่ตอบ
ศุภกฤตหันมาเห็นว่าปอแก้วมองอภิวัชอยู่ จึงมองตามไป พบว่าว่าอภิวัชเอาแต่มองนักร้องบนเวที ไม่ได้สนใจมองมาทางปอแก้วเลย ส่วนปลายอ้อพูดคุยเหมือนวิจารณ์นักร้องบนเวทีกับอภิวัช ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กระซิบข้างหูกับอภิวัช หัวเราะคิกคักกัน จับมือตีแขนกันอย่างสนิทสนมเข้าไปอีก
ศุภกฤตอึ้งมองภาพนั้นอย่างไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าปลายอ้อคิดอะไรอยู่
ปอแก้วทนไม่ไหว ลุกขึ้น “ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”

ปอแก้วเดินมาเข้าห้องน้ำ สวนกับนักร้องที่กำลังเตรียมจะขึ้นเวที เดินผ่านมาแล้วเห็นหน้าปอแก้วจำได้
“คุณปอแก้วใช่ไหมคะ”
“ค่ะ คุณ...”
“เชอร์รี่ค่ะ เชอร์รี่เคยไปประกวดเวทีเปิดค่ายบูรพาซาวด์เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว”
“อ๋อ....ที่เอาเพลงโซลมาร้องเป็นลูกทุ่งใช่ไหม...มิน่า เมื่อกี้ตอนที่ฟังคุณร้องเพลง ฉันก็คุ้นๆ เสียงคุณอยู่”ปอแก้วยิ้มกว้างดีใจ “ดีเลย ตอนนี้ทางค่ายกำลังมองหานักร้องหน้าใหม่ไปเซนต์สัญญาอยู่ คุณสนใจไหม”
“สนใจสิคะ”
“งั้นเดี๋ยวร้องจบคิวคุณแล้ว มาคุยกันที่โต๊ะฉันหน่อยนะคะ อยู่ข้างเวทีทางซ้าย”
“ได้เลยค่ะ”

นักร้องหญิงร้องเพลงอยู่บนเวที ปอแก้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าดีใจ
“คุณกฤต เมื่อกี้ฉันไปคุยกับคนที่กำลังร้องเพลงบนเวทีมา เค้าสนใจจะไปเทสต์เสียงที่บูรพาซาวด์ด้วยล่ะ”
“งั้นก็ดีสิคุณ เค้าร้องเพลงเพราะใช้ได้เลย”
ปอแก้วหันไปมองนักร้องหญิงที่ร้องเพลงอยู่บนเวทียิ้มๆ นักร้องๆจบเพลง แล้วก็ลงจากเวทีมาที่โต๊ะปอแก้ว
นักร้องหญิงหน้าเจื่อนๆ “ขอโทษนะคะ เชอร์รี่คงรับข้อเสนอทางคุณปอแก้วไม่ได้แล้วค่ะ”
“อ้าว ทำไมคะ”
“พอดี คุณอภิวัชก็สนใจเชอร์รี่เหมือนกัน แล้วตกลงรับเชอร์รี่เข้าสังกัดเลย ไม่ต้องเทสต์เสียงด้วยค่ะ”
ปอแก้วอึ้งไป มองไปยังโต๊ะปลายอ้อกับอภิวัช ปลายอ้อส่งยิ้มเย้ยมาให้ ปอแก้วโมโหตบโต๊ะปังแล้วลุกพรวดขึ้นตรงไปหาสองคนที่โต๊ะทันที ศุภกฤตเห็นท่าไม่ดีรีบตามไป
“พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้”
อภิวัชตีหน้าตาย “ผมไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าให้ เด็กเค้ามีสิทธิ์ตัดสินใจเองนะ ผมไม่ได้บังคับเค้าซะหน่อย”
“ใช่ค่ะ คุณปอแก้วไม่มีความสามารถจะดึงคนเข้าสังกัดเอง ไม่เห็นต้องมาอารมณ์เสียใส่กันแบบนี้เลยนี่คะ”
ปอแก้วชี้หน้าด่า “แหม ทำเป็นปฏิเสธกล้าทำก็กล้ารับตรงๆ สิ หน้าด้าน ตั้งใจจะทำลายกันให้ได้ใช่ไหม ถึงเล่นวิธีสกปรกๆแบบนี้ ไม่อายบ้างเหรอไง”
“โธ่ คุณปอแก้ว ควบคุมสติอารมณ์หน่อยสิคะ ทำกิริยาแบบนี้นี่ไม่เหมือนลูกเสี่ยเลยนะคะ เหมือนลูกคนที่มาจากสลัมจัง พอไม่ได้ดั่งใจก็อาละวาด ดิ้นพล่านๆๆ นิสัยเด็กๆแบบนี้” ปลายอ้อจงใจเยาะเย้ย “ปั๊วะๆ ปังๆ สุดพลังนะคะ”
“นี่ อย่ามาลอยหน้าลอยตา กระแนะกระแหนกันแบบนี้นะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” ปอแก้วโกรธจัดง้างมือจะตบ
“เอาสิ ใครเห็นก็คงเลือกได้ไม่ยากหรอกค่ะ ว่าจะอยากไปอยู่ค่ายไหนมากกว่า”
ปอแก้วลดมือลงพยายามคุมสติแต่ก็คุมไม่ไหวถลาจะไปตบ แต่ศุภกฤตที่ตามมารีบจับแขนปอแก้วห้ามไว้
“แก้ว กลับโต๊ะดีกว่า”
อภิวัชเหลือบมองศุภกฤตที่จับแขนและเรียกชื่อปอแก้วอย่างไม่ชอบใจ ปอแก้วฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่งจึงระงับอารมณ์ ได้ เดินหงุดหงิดกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
“ยังมีนักร้องอีกตั้งหลายคน ไม่ได้คนนี้ เดี๋ยวคุณก็ลองดูคนอื่นก็ได้”
“อืม...ชั้นหลุดไปหน่อย มันเลือดขึ้นหน้าจริงๆ”

เวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง ปอแก้วพยายามข่มอารมณ์ฟังนักร้องอื่นๆ ที่ทยอยขึ้นมาบนเวทีทั้งที่เริ่มหมดสนุก จนถึงนักร้องชายคนหนึ่งที่ขึ้นไปบนเวที
“ผมรู้มาว่า วันนี้มีนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง มาอยู่ที่ร้านของเราด้วย ขอเชิญคุณปลายอ้อ จงขจร ขึ้นมาร้องเพลงเป็นเกียรติให้ผมและแขกในร้านซักเพลงสองเพลงได้ไหมครับ”
นักร้องชายผายมือลงไป ไฟฟอลโล่ว์ในร้านส่องไปที่ปลายอ้อที่นั่งอยู่กับอภิวัช ปลายอ้อทำเป็นตกใจเขิน
“เอ่อ วันนี้อ้อมาฟังเพลงค่ะ”
“ซักหน่อยน่าอ้อ ถือว่าซ้อมโชว์”
อภิวัชนำตบมือให้ก่อน แล้วแขกคนอื่นๆ ในร้านก็ตบมือตามกันใหญ่ จากตบมือจนเป็นกรี๊ด ส่งเสียงเรียกชื่อปลายอ้อๆๆๆ จนปลายอ้อยอมขึ้นไปบนเวที ทุกคนยิ่งตบมือกรี๊ดกันใหญ่
ปลายอ้อกระซิบเลือกเพลงกับนักร้องชายและวงดนตรี แล้วเพลงลูกทุ่งสนุกๆก็ดังขึ้นทันที
ปลายอ้อทั้งร้องทั้งเต้นอย่างสนุกกับนักร้องชาย คนดูก็ดรี๊ดกร๊าด บางคนก็เอามือถือมาถ่ายรูปกันรัวๆ
อภิวัชมองปลายอ้อที่ทั้งร้องทั้งเต้นอย่างชื่นชม มีแววตาที่เริ่มหลงใหลปลายอ้อ
ปอแก้วมองดูปลายอ้อโชว์บนเวทีด้วยความเจิดจรัส ยิ่งเห็นสายตาอภิวัชที่มองปลายอ้ออย่างภูมิใจก็ทนไม่ไหวลุกขึ้นจะกลับ
“ฉันจะกลับแล้ว คุณไม่กลับก็ตามใจ”
ปอแก้ววางเงินไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกไปเลย ศุภกฤตเลยจำต้องเดินตามออกไป ปลายอ้อเห็นก็ยิ่งสะใจ

อภิวัชขับรถกลับมาจนถึงหน้าบ้าน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ามีรถจอดขวางอยู่ และเห็นปอแก้วเปิดประตูลงมายืนขวางหน้ารถมองจ้องอภิวัชด้วยสายตาเอาเรื่องเต็มที่
อภิวัชถอนใจเหนื่อยหน่าย ลึกๆ ยังว้าวุ่นสับสนในใจ เขาลงจากรถเดินไปหาปอแก้ว
“มาจอดขวางหน้าบ้านผมทำไม”
ปอแก้วใส่ทันที “คุณเกลียดฉันมากนักเหรอ”
อภิวัชอึ้งไปนิด “ผมไม่เคยเกลียดคุณ”
“แล้วที่คุณทำล่ะ คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”
“ผมทำเพราะมันเป็นงานทั้งนั้น ถึงเวลาที่ผมต้องโฟกัสแต่เรื่องงานของผมแล้ว เพราะอนาคตที่ผมเคยวาดหวังไว้” เขาจ้องหน้าปอแก้วเขม็ง “มันพังทลายไปหมดแล้ว”
ปอแก้วน้อยใจ “มันไม่ได้พังทลายนะ แต่คุณนั่นแหละ พยายามที่จะทำลายมัน”
“เหรอ ผมเหรอ หึ...คุณล่ะปอแก้ว คุณลงมือทำอะไรให้อนาคตเราเป็นจริงขึ้นมาบ้าง ไหนคุณช่วยเตือนความจำผมหน่อยสิ”
ปอแก้วอึ้ง เถียงไม่ออก
“ยอมรับความจริงเถอะ ว่าคุณตัดสินใจเลือกแล้ว ว่าเราจะไม่ไปต่อด้วยกัน คุณเป็นคนปล่อยมือผมก่อน...ผมยอมรับการตัดสินใจของคุณได้นะ ต่อไปนี้เราต่างก็เดินในเส้นทางของตัวเอง อาจจะต้องแข่งกัน ก็อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปนเลย”
“คุณเลือดเย็นได้ขนาดนี้ เพราะคุณหมดเยื่อใยกับฉันจริงๆ ตอนนี้ในหัวใจคุณมันคงมีแต่ปลายอ้อแล้วสินะ”
อภิวัชชะงักงันไปครู่หนึ่ง แล้วเถียงออกไป ไม่ยอมรับความจริง “ปลายอ้อไม่เกี่ยว”
“ฉันไม่เชื่อ ฉันเห็นสายตาที่คุณมองปลายอ้อบนเวทีวันนี้ มันเป็นสายตาเดียวกับที่คุณเคยมองฉัน”
อภิวัชอึ้งไป
“คุณชอบเค้าแล้วใช่ไหม เป็นลูกผู้ชาย ยอมรับความจริงเถอะ ไม่งั้นก็ไปหาผ้าถุงมาใส่ซะนะ”
“ตอนนี้ยัง แต่อนาคตก็ไม่แน่ เพราะปลายอ้อเค้าทำให้ผมมีความสุข ทำให้ผมมองเห็นอนาคตว่าจะก้าวเดินต่อไปยังไง”
ปอแก้วยิ่งฟังยิ่งอึ้ง น้ำตาพาลจะไหลออกมา แต่เธอรู้สึกว่าจะร้องไห้ให้อภิวัชเห็นไม่ได้
“ขอบคุณนะ ที่ยอมพูดกันตรงๆ ฉันจะได้ตัดใจได้จริงๆ ซะที”
ปอแก้วพูดแค่นั้นก็หันหลังขึ้นรถ ปล่อยให้น้ำตาไหลริน ก่อนจะขับรถออกไปเลย โดยมีอภิวัชมองตามคอตก ลึกๆ ยังรักปอแก้วอยู่

พรทิพย์เดินลงบันไดบ้านมา เจอดาราวดีนั่งหาวๆอยู่ที่ห้องรับแขก
“ดารา ง่วงก็ไปนอนไป”
“ดารารอปิดบ้านค่ะ คุณแก้วยังไม่มาเลย”
พรทิพย์มองนาฬิกาเห็นว่าจะเที่ยงคืนแล้ว “ป่านนี้แล้ว ยังไม่กลับอีกเหรอ”
ขาดคำ ปอแก้วเปิดประตูเข้ามาในบ้าน ตาแดงช้ำ
“แก้ว...ทำไมกลับมาเอาป่านนี้ แล้วเป็นอะไรเนี่ย”
ปอแก้วไม่พูดอะไร โผเข้ากอดแม่ร้องไห้โฮออกมาเลย พรทิพย์ตกใจกอดลูกไว้ด้วยความสงสาร พูดปลอบ
“ใจเย็นๆ แม่อยู่นี่แล้วลูก”

เช้านี้ ศุภกฤตเดินออกมาหาปลายอ้อที่นั่งรออยู่ที่โซนรับแขกของสตาร์เดลี่ ปลายอ้อลุกขึ้นส่งแก้วกาแฟให้
“อ้อผ่านมาแถวนี้ คิดถึงคุณกฤต เลยซื้อกาแฟมาฝาก เมื่อคืนก็ไม่ได้คุยกันเลย”
ศุภกฤตรับกาแฟมา “ขอบคุณครับ...เมื่อคืนท่าทางคุณจะสนุกใหญ่”
“ก็สนุกดีค่ะ ได้ขึ้นเวทีร้องสดอีกครั้ง เหมือนได้ซ้อมใหญ่ นี่เดี๋ยวคุณวัชก็จะจัดอีเวนท์เปิดตัวอ้ออย่างเป็นทางการให้ที่ห้าง คุณกฤตอย่าลืมไปทำข่าวด้วยนะ” ปลายอ้อทำเป็นลังเลแล้วก็พูดยิ้มๆ ออกมา “แต่คราวนี้ ไม่ต้องบอกคุณปอแก้วเค้าหรอกค่ะ เค้าจะได้ไม่เครียด”
ศุภกฤตข้องใจไม่หาย “อ้อ คุณโกรธเกลียดอะไรคุณแก้วเค้านักเหรอ นี่คุณก็ออกมาจากค่ายเค้าแล้ว ผมว่าน่าจะจบได้แล้วนะ”
“คุณกฤต คุณเข้าใจผิดแล้ว อ้อไม่ได้เกลียดปอแก้ว เพราะอ้อไม่เคยรักเค้า อ้อมีความรู้สึกอยู่อย่างเดียวคือความรู้สึกอยากเอาชนะคนจากบูรพาซาวด์”
ศุภกฤตมองปลายอ้ออย่างไม่เข้าใจออยู่ดี
“เอาเถอะ พูดไปคุณก็ไม่เข้าใจ คุณไม่ได้มีพ่อเป็นนักร้องลูกทุ่งที่ต้องตายอย่างปริศนาเพราะเจ้าของค่ายนั้นเหมือนฉัน ฉันไปดีกว่า แค่แวะเอากาแฟมาฝากเฉยๆ”
ปลายอ้อเดินออกไป ศุภกฤตเซ็ง เริ่มเห็นแล้วว่าเป้าหมายของปลายอ้ออยู่ไกลกว่าที่ตัวเองคิด

ทางด้านปอแก้วยังนอนซมอยู่ในห้อง พรทิพย์เปิดประตูห้องเข้ามาถือถาดข้าวต้มเข้ามาด้วย
“ทานข้าวต้มซะหน่อยนะลูก เดี๋ยวจะได้กินยา วันนี้หนูไม่ต้องเข้าบริษัทหรอก”
ปอแก้วฝืนลุกขึ้นอย่างซังกะตาย “หนูไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ”
“แม่ว่าหนูทำงานหนักเกินไปนะ ถ้าหนูเครียดจนสุขภาพแย่แบบนี้ แม่ไม่เห็นด้วยที่จะต้องฝืน ถ้าหนูไม่มีความสุขกับงาน ก็บอกพ่อเค้าไปตรงๆ หนูฝืนทำเพื่อคนอื่นมามากพอแล้ว”
ปอแก้วซึ้งใจที่แม่คอยเป็นห่วง “ขอบคุณมากค่ะที่แม่เป็นห่วงหนู แต่หนูอยากรับผิดชอบที่เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอย่างทุกวันนี้ หนูล้มไม่ได้เด็ดขาด หนูยังมีแรงสู้ต่อค่ะแม่”
พรทิพย์มองปอแก้วอย่างเป็นห่วง

แสงโสมกำลังรายงานบูรพาที่นั่งหน้าเครียดอยู่
“ตอนนี้เราโดนยกเลิกงานไปหลายชิ้นเลยค่ะ ศิลปินที่จะต่อสัญญาก็ไม่มี กระแสเพียงฟ้าก็ไม่เปรี้ยง คนไม่ตามกันแล้ว หันไปปลื้มปลายอ้อกันหมด”
บูรพากุมขมับเครียดจัด
ปอแก้วเดินมาถึงหน้าห้องบูรพาได้ยินบูรพากับแสงโสมคุยกันก็หยุดฟัง
“ที่ผ่านมาก็พอเข้าใจได้นะคะว่ามันเป็นช่วงตกของเพลงลูกทุ่ง เพราะค่ายอื่นๆก็ตกเหมือนๆกัน ไม่นึกว่าค่ายเล็กๆ อย่าง อาร์ทิสต้า มันจะมาแย่งกระแสไปได้”
“นังปลายอ้อมันเป็นงูพิษ มันแว้งกัดคนที่ให้ข้าวให้น้ำมันอย่างฉันได้”
“พูดถึงปลายอ้อ โสมรู้มาว่า อภิวัชจะจัดงานอีเวนท์เปิดตัวให้ปลายอ้อ คงเป็นข่าวใหญ่อีกตามเคย เราต้องหาทางรับมือด้วยค่ะ”
บูรพายิ่งเครียดหนัก ปอแก้วยืนนิ่งฟังแล้วตัดสินใจคิดอะไรบางอย่างเปิดประตูผลัวะเข้ามา
“แก้วมีวิธีค่ะ”

ยิ่งใกล้วันเปิดตัวปลายอ้อซ้อมเต้นหนักหน่วงกับเจนนี่ทุกวัน
“ไป หมุนตรงนี้ 5 6 7 8 หมุน โพส สะบัด”
ปลายอ้อเต้นตามสเตปของเจนนี่แล้วก็หยุดไป
“เดี๋ยว พี่เจนนี่ อ้อว่าท่านี้มันยังเบาไปอ่ะ เอาท่าที่มันแรงๆกว่านี้ได้มั้ย”
“นี่ยังแรงไม่พออีกเหรอ”
“อ้ออยากให้เป็นโชว์เปิดตัวที่สร้างความฮือฮาน่ะพี่ ถึงจะเป็นแค่งานในห้างก็เถอะ มันงานแรกของอ้อนะ”
“เออๆ งั้นเดี๋ยวลองคิดสเตปใหม่แล้วกัน เอาแรงๆ แรงๆ”
ปลายอ้อกับเจนนี่เต้นกันต่อ จนอภิวัชเปิดประตูห้องซ้อมเข้ามา
“เป็นไงกันบ้าง พร้อมกันไหม”
“พร้อมมากค่ะ”
“ดีมากครับ เราจะสู้กันให้เต็มที่นะ สู้”
อภิวัชยื่นมือออกมา ปลายอ้อกับเจนนี่เอามือมาจับประสานกันแน่น
“สู้ตายเด๊อค่ะเด๊อ” เจนนี่ว่าสีหน้าระรื่น

งานเปิดตัวปลายอ้อ จัดขึ้นที่ห้างดัง แฟนเพลงปลายอ้อยกขบวนมารอหน้าเวทีแน่นขนัด พร้อมกับป้ายไฟ นักข่าวมารอทำข่าวแน่นตั้งแต่ก่อนถึงเวลาเปิดตัว อภิวัชยืนคุยกับนักข่าวที่มาสัมภาษณ์อยู่มุมหนึ่ง
เจนนี่โผล่หน้าออกไปดูบรรยากาศหน้าเวทีอย่างตื่นเต้น หยิบมือถือถ่ายรูปรัวๆ แล้วรีบกลับเข้ามา ปลายอ้อแต่งตัวอยู่ มีอัปสร ยุพา บุญทิ้ง มาให้กำลังใจด้วยพร้อมเพรียง
เจนนี่โชว์มือถือให้ปลายอ้อดู “อ้อ ดูสิ”
ปลายอ้อ บุญทิ้ง อัปสร ยุพามาดูรูปในมือถือเจนนี่แล้วก็ตื่นเต้นขึ้นมา
“โอ้โห...คนเพียบเลยไอ้อ้อ”
อัปสรให้กำลังใจ “ไม่ต้องตื่นเต้นนะลูกนะ”
“ใครตื่นเต้นกันแน่ แกน่ะ มือเย็นกว่าลูกอีก....ทำให้เต็มที่นะอ้อ น้าเชียร์อยู่” ยุพาว่า
“จ้ะ อ้อจะทำเต็มที่”
บุญทิ้งมองเลยปลายอ้อไปด้านหลังแล้วก็ยิ้มออกมา กระทุ้งปลายอ้อ
“มีคนมาให้กำลังใจเพิ่มแล้วนั่นแน่ะ”
ปลายอ้อหันไปมองเห็นศุภกฤตถือช่อดอกไม้เข้ามาก็ชะงัก รู้สึกเขินขึ้นมานิดๆ
“วันนี้เต็มที่นะคุณ ทางผมก็จะรอเขียนข่าวผลักดันคุณเต็มที่เหมือนกัน”
พร้อมกับว่าศุภกฤตยื่นช่อดอกไม้ให้ปลายอ้อรับมาปลื้มๆ
“ขอบคุณมากนะ”
ทีมงานเดินเข้ามาที่หลังเวที
“อีกห้านาทีแสตนด์บายนะคะ”

บริเวณหน้าเวที แฟนคลับแน่นขนัด นักข่าวมาทุกสำนัก พิธีกรออกมาทักทายทุกคน
“สวัสดีครับ แหม มากันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย มารอฟังเพลงใหม่ของปลายอ้อ จงขจรกันใช่ไหมครับ”
แฟนเพลงส่งเสียงกรี๊ดตอบรับ
“ฟังไปแล้ว ถ้าติดใจอยากฟังซ้ำๆ ก็โหลดเพลงถูกลิขสิทธิ์มาฟังกันได้นะครับ เพราะเราจะมีรางวัลให้กับแฟนคลับที่โชคดี ได้มีทแอนด์กรี๊ตกับปลายอ้อด้วย”
แฟนเพลงยิ่งกรี๊ดดังขึ้น บางคนรีบหยิบมือถือมากดโหลดเพลงทันที
ปลายอ้อรอคิวหลังเวทีด้วยความตื่นเต้น ได้ยินเสียงแฟนเพลงส่งเสียงเชียร์ก็ยิ่งฮึกเหิม
“แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยแล้ว ขอเชิญพบกับ ปลายอ้อ จงขจร!”
เสียงแฟนเพลงกรี๊ดกันดังสนั่น เพลงของปลายอ้อดังขึ้น ปลายอ้อรีบขึ้นไปบนเวที ร้องเพลงไม่พูดเยอะเจ็บคอ
ปลายอ้อทั้งร้องทั้งเต้นสุดชีวิต ใส่ท่าเต้นเซ็กซี่กว่าตอนซ้อมเข้าไปอีก แฟนๆ ก็กรี๊ดกันสนั่น อภิวัชกับศุภกฤตที่อยู่หน้าเวทีดูปลายอ้อโชว์อย่างทึ่งๆ ศุภกฤตถ่ายรูปไม่หยุดหย่อน
ส่วนที่ด้านหลัง อัปสร ยุพา บุญทิ้ง ก็ดูอย่างปลื้มๆ อัปสรกอดรูปเผ่าพงศ์แน่น ปลายอ้อโชว์อย่างสุดฝีมือ จนกระทั่งเพลงจบลงอย่างสวยงาม
“และนี่คือ ปลายอ้อ จงขจรครับบบบ แหม...เร้าอารมณ์มากเลยนะครับ ยิ่งดูสดยิ่งสนุกมากขึ้นไปอีก....เดี๋ยวผมขอสัมภาษณ์ความรู้สึกเกี่ยวกับการได้เป็นนักร้องเต็มตัวของคุณปลายอ้อหน่อยนะครับ”
“ได้เลยค่ะ”
พิธีกรผายมือเชิญปลายอ้อไปนั่งที่เก้าอี้ที่ทีมงานยกออกมาเซ็ตวางให้ ทั้งคู่ลงนั่งยังไม่ทันจะได้ถามอะไร ก็ได้ยินเสียงฮือฮาจากด้านหลัง ทุกคนเลยหันไปมอง
ในวิดิโอวอลล์จอใหญ่ของห้างกำลังฉายภาพ เอ็มวีเปิดตัวศิลปินใหม่ค่ายบูรพาซาวด์ ทั้งร้องทั้งเต้นสไตล์เดียวกับปลายอ้อเป๊ะ ต่างกันเพียงแค่ใส่หน้ากากขนนกพรางหน้าตาไว้ไม่รู้ว่าเป็นใคร
ปลายอ้อ ศุภกฤต อภิวัชมองดูภาพมิวสิควิดีโออย่างสนใจระคนแปลกใจ คนอื่นๆ ก็ฮือฮากัน ทำให้งานคอนเสิร์ตเปิดตัวปลายอ้อหยุดไปชั่วขณะ
“นั่นใครน่ะ”
ปลายอ้ออยู่บนเวทีก็เขม้นมองด้วยความสงสัย

นักร้องสาวปริศนาในจอสวมหน้ากากขนนกปิดพรางใบหน้าจนดูไม่ออกว่าเป็นใครกัน

อ่านต่อตอนที่ 18


กำลังโหลดความคิดเห็น...