xs
xsm
sm
md
lg

เทพธิดาขนนก ตอนที่15 | เป็นนักร้องต้องให้เสี่ยล้วง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เทพธิดาขนนก ตอนที่15 | เป็นนักร้องต้องให้เสี่ยล้วง

บทประพันธ์ : เพ็ญสิริ บทโทรทัศน์ : ปริศนา และ ทีมวันสุข

บุญทิ้งอาบน้ำแต่งตัวใหม่ ปะแป้งหน้าขาว เดินถือกีตาร์กับกระดาษปากกามาลงนั่งที่โต๊ะสนามหน้าบ้านพัก วางกระดาษปากกาลงตรงหน้าเตรียมพร้อม พูดกับกีตาร์

“วันนี้เอาซะหน่อยดีกว่านะลูกพ่อ”
บุญทิ้งลองดีดไล่คอร์ด แล้วไล่โน้ตเพลงที่แต่งเองขึ้นมาท่อนหนึ่ง แล้วร้องเพลงที่มีเนื้อหาทำนองแอบมอง แอบรัก ท่าทางเธอสดใสน่ารัก เราคงไม่หวังสูงจนเกินไป แต่งไปจดเนื้อร้องไปด้วย
จนได้ยินเสียงตบมือแปะๆๆ บุญทิ้งสะดุ้งหันไปมอง หันไปเห็นว่าเป็นเกวลียืนตบมือให้
“อุ้ย...ยายแหนม มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มาแอบฟังฉันร้องเพลงเหรอ”
“ร้องดังไปสามบ้านแปดบ้านแบบนั้น ไม่ต้องแอบฟังก็ได้ยิน”
เกวลีลงมานั่งข้างๆ บุญทิ้ง หยิบกระดาษเนื้อเพลงขึ้นมาดู
“นี่เขียนเองเหรอ โอ้โห...”
“เพราะใช่มั้ย”
เกวลีเขม้นมอง “อ่านไม่ออก ลายมือแย่มากอ่ะ”
บุญทิ้งเซ็ง ทำท่าจะเก็บกีตาร์ลุกหนี เกวลีขำๆดึงสื้อบุญทิ้งไว้
“แซวเล่นน่า เพราะจ้ะ....นี่แต่งเพลงถึงใครรึเปล่า”
“ไม่รู้สิ คนแถวนี้มั้ง”
บุญทิ้งมองหน้าเกวลี เกวลีหลบตาเขินแล้วเสไปพูดเรื่องอื่น
“เอ้อ ฉันจะบอกว่า อ้อเค้าไปบ้านแม่เหรอ ไม่เห็นกลับมาด้วยกัน”
บุญทิ้งงง “หือ?....ไม่กลับมาอะไร อ้อมันก็กลับมากับฉันตั้งแต่หัวค่ำแล้ว นี่ไอ้อ้อไม่อยู่ข้างบนบ้านเหรอ”
เกวลีส่ายหน้า บุญทิ้งงงว่าปลายอ้อหายไปไหน

นิตยสารลูกทุ่งบันเทิงถูกกางออก หน้ากลางมีรูปเผ่าพงษ์ในชุดนักร้องร้องเพลงอยู่บนเวที มีตัวหนังสือโปรยประกอบว่า “เรื่องรักลับๆ เผ่าพงศ์ พงศ์ขจร ซาตานในคราบสุภาพบุรุษ จริงหรือ?”
ศุภกฤตเปิดอ่านอยู่ และกำลังจดบันทึกรายละเอียดที่น่าสนใจเอาไว้
“หนึ่งในสามเทพแห่งวงการขนนก เจ้าของรางวัล นักร้องยอดเยี่ยม ประจำปี 2546 มีข่าวลือหนาหูเรื่องความสัมพันธ์กับ รุ่งพิไล ใจเพชร นักร้องดาวรุ่งของบูรพาซาวน์ในตอนนั้น...” เขาวางปากกา ครุ่นคิด “หรือนี่จะเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของเผ่าพงษ์นะ”
ศุภกฤตใคร่ครวญครุ่นคิดอยู่ ได้ยินเสียงมือถือที่เขาเปิดเป็นระบบสั่นเอาไว้ ศุภกฤตคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ
“ว่าไงบุญทิ้ง”
บุญทิ้งโทร.มาจากหน้าบ้านพักศิลปิน
“โห กว่าจะรับ ฉันโทร.หาอยู่ตั้งนานแน่ะ”
“โทษที ฉันปิดเสียงไว้น่ะ มีอะไรเหรอ”
“นี่ไอ้อ้ออยู่กับนายหรือเปล่า บอกมันรับโทรศัพท์หน่อย”
ศุภกฤตขำ “อะไร อ้อจะมาอยู่กับฉันได้ไง ก็ส่งลงพร้อมกันกับนายที่หน้าบ้าน มามุขไหนเนี่ย”
“ไม่ได้มุข อ้อไม่อยู่จริงๆ ฉันก็นึกว่าเปลี่ยนใจชวนกันออกไปไหนต่อน่ะสิ นี่มันไม่ได้อยู่กับนายจริงๆเหรอ”
“ไม่อยู่ แล้วโทร.หาอ้อหรือยัง”
“โทรแล้วแต่โทรไม่ติดเลย”
ศุภกฤตชักเป็นห่วงเหมือนกัน “ใจเย็นๆก่อนนะ นายลองออกไปเดินๆดูแถวบ้าน อ้ออาจจะออกไปซื้ออะไรก็ได้ เดี๋ยวฉันช่วยโทรให้อีกแรงนึง”
“แล้วส่งข่าวฉันด้วยนะ”
บุญทิ้งกดวางสายไป ศุภกฤตกังวลเป็นห่วงปลายอ้อขึ้นมา กดโทรศัพท์ไปหาปลายอ้อดู แต่กลับเป็นสัญญาณว่าโทรศัพท์ปิดเครื่องไปแล้ว ศุภกฤตยิ่งกังวลหนักขึ้นเลย

ปลายอ้อนั่งอยู่กับบูรพา ท่าทางเริ่มมึนๆหัว บูรพาลอบมองแอบยิ้ม ปลายอ้อมองหน้าบูรพา เห็นหน้าบูรพาชัดบ้างเบลอบ้าง เริ่มๆเบลอ ปลายอ้อสะบัดหัว พยายามควบคุมสติ ขยี้ตา นวดขมับตัวเอง
บูรพาแสร้งเป็นห่วง “เป็นอะไรหรือเปล่า”
ปลายอ้อแข็งใจตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ แค่มึนๆหัวนิดหน่อย อากาศในนี้มันคงอับน่ะค่ะ..เสี่ยคะ? เมื่อไหร่เสี่ยเจริญจะลงมาเหรอคะ”
บูรพาทำเป็นดูนาฬิกา บ่นร้อนใจ “นั่นสิ..ไม่รู้ว่าเค้าติดธุระอะไรกัน เดี๋ยวผมลองโทร.หาดูนะ”
บูรพาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทำเป็นกดๆโทรไป แต่เห็นว่ามือของบูรพาไม่ได้กดโทรออกจริง บูรพารีบเอาโทรศัพท์แนบหูทำเป็นรอฟังสาย ปลายอ้อมองหน้าบูรพา เริ่มเบลอๆมากกว่า ปลายอ้อพยายามฝืนกะพริบตาถี่
“เฮ้อ...โทร.ไปก็ไม่ติด ผมก็เป็นห่วงอ้อนะเนี่ย... เอาไงดี หรือเราจะกลับกันก่อน”
“ไม่เป็นไรค่ะ อ้อไหว”
“งั้นเดี๋ยวผมลองให้ฟรอนท์เค้าตามเสี่ยเจริญให้ก็แล้วกัน รอเดี๋ยวนะ”
บูรพาลุกออกไป พอพ้นตัวจากปลายอ้อได้ก็ยิ้มกระหยิ่มสมใจ คืนนี้ได้เผด็จศึก
ส่วนปลายอ้อพยายามฝืนสังขาร แต่เริ่มมึนหัวหนักขึ้น จนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วก็ค่อยๆทรงตัวลุกขึ้น เซนิดๆ มีพนักงานเสิร์ฟเดินผ่านมาพอดี ตกใจจะเข้ามาประคอง
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ...ห้องน้ำไปทางไหนเหรอ”
พนักงานหญิงผายมือไปทางไปห้องน้ำ ปลายอ้อค่อยๆกัดฟันทรงตัวเดินสโลสเลไป

ก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้าเปิดน้ำแรงดังซู่ ปลายอ้อเอามือรองแล้ววักน้ำล้างหน้าล้างตา แล้วเซจนมือไปกดโดนก๊อกน้ำ น้ำแรงสาดใส่ชุดปลายอ้อเข้าไปอีก
ปลายอ้อมองดูเห็นชุดเปียก ก็พยายามดึงทิชชู่ในห้องน้ำมาซับๆ
“ตั้งสติปลายอ้อ..ตั้งสติหน่อย...”
ปลายอ้อเรียกสติตัวเอง แต่แล้วก็หน้ามืดขึ้นมาทรงตัวไม่อยู่ เซจะล้มพนักงานหญิงคนที่บอกทางไปห้องน้ำผวาเข้ามาประคองปลายอ้อไว้ได้ทันพอดี
“อุ้ย..คุณปลายอ้อ เป็นอะไรมั้ยคะเนี่ย”
ปลายอ้อเงยหน้าขึ้นมองพนักงาน สติที่ยังหลงเหลืออยู่น้อยนิดทำให้ถามออกไป
“คุณ....รู้จักชื่อฉัน”
“คือ เสี่ยบูรพาบอกฉันว่าเห็นคุณหายไปนานเลยฝากให้ฉันมาดู”
ปลายอ้อมึนหนัก ไม่มีเรี่ยวแรง ปล่อยให้พนักงานหญิงประคองออกไป

พนักงานค่อยๆ พยุงปลายอ้อที่ดูจะเดินไม่ไหวแล้ว เอนตัวซบพนักงานไป
“ทางนี้ค่ะ”
พนักงานพยุงปลายอ้อออกไป โดยที่หน้าห้องน้ำชาย อภิวัชเพิ่งเดินออกมา ทันเห็นพนักงานพยุงปลายอ้อไปพอดี อภิวัชเพ่งมองอย่างสงสัย

พนักงานหญิงกำลังกดเรียกลิฟต์ ปลายอ้อโงนเงนอยู่ในอ้อมแขนของพนักงานหญิงคนนั้น เธอสะลึมสะลือพยายามมองดูรอบๆ ตัว
“นี่...ที่ไหน ไม่ใช่ทางกลับไปที่ผับนี่”
“อ๋อ...คือ เสี่ยบูรพาเค้าสั่งให้พาคุณปลายอ้อไปพักที่ห้องพักก่อนดีกว่าค่ะ”
ลิฟต์เปิดพอดี พนักงานหญิงกำลังพยุงปลายอ้อเข้าไปในลิฟต์ กดชั้นแล้วกดปิดลิฟต์
ขณะประตูลิฟต์กำลังจะปิดก็มีมือๆ หนึ่งยื่นเข้ามาประตูลิฟต์จึงเปิดออก เห็นอภิวัชเดินตามเข้ามาในลิฟต์ ผงกหัวให้พนักงานหญิงเป็นเชิงขอโทษนิดหนึ่ง
ปลายอ้อไม่รู้เรื่องว่าอภิวัชเข้ามา ยืนซบอยู่กับตัวของพนักงานหญิง ท่าทางไม่ไหวสุดๆ
ลิฟท์ปิดลง อภิวัชมองเห็นปลายอ้อ ตอนแรกจะทัก แต่ดูสภาพปลายอ้อไม่น่าจะคุยรู้เรื่อง ก็เลยได้แต่ยืนมองนิ่งๆ
ลิฟต์ดังติ๊งที่ชั้น 28 ประตูลิฟต์เปิดออก พนักงานหญิงประคองปลายอ้อออกไป
อภิวัชมองตามไปอย่างสงสัย แล้วประตูลิฟต์ก็ค่อยๆ ปิดลง

เสียงลิฟต์ดังขึ้นเห็นเลขขึ้นชั้น G ลิฟต์เปิดออก อภิวัชเดินออกมาจากลิฟต์ ยังสงสัยอยู่ในใจ
“ปลายอ้อพักที่โรงแรมนี้เหรอ ทำไม”
อภิวัชหยุดเดินนิ่งคิด หันมองกลับไปที่ลิฟต์จำเลขชั้น 28 ได้แม่น
“ขึ้นไปถามดีไหม”
อภิวัชคิดๆ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดมากเกินเบอร์ ส่ายหัวก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงแรม แต่แล้วก็ต้องชะงักไป
เมื่อเห็นบูรพาเดินมาทางนี้ เขารีบฉากหลบเข้าที่มุมเสาใกล้ๆ ไม่ให้บูรพาเห็น
บูรพาเดินผ่านไปกดลิฟต์ผิวปากอย่างครึ้มใจ พอลิฟต์เปิดออก พนักงานหญิงคนที่พาปลายอ้อไปออกมาจากลิฟต์ยกมือไหว้บูรพาอย่างนอบน้อม
อภิวัชเห็นบูรพาคุยอะไรบางอย่างกับพนักงานหญิงคนนั้นแล้วยิ้มร่า ควักเงินแบงค์พันส่งให้ พนักงานหญิงยิ้มดีใจรีบยกมือไหว้ปลกๆ แล้วเดินออกไป บูรพาเดินอารมณ์ดีเข้าไปในลิฟต์
อภิวัชยืนนิ่ง สังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง

ปลายอ้อหลับตานิ่งอยู่บนที่นอน จนรู้สึกว่ามีมือของใครบางคนมาแตะๆ ที่หน้า ปลายอ้อสะลึมสลือ พยายามจะลืมตาแต่ก็ลืมไม่ขึ้น
“เกวลีเหรอ....พี่ทิ้ง....พี่รึเปล่า ทำไมมันหนาวจังเลย”
“หนาวเหรอ”
ปลายอ้อสะดุ้งที่ได้ยินเสียงบูรพา ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างลำบาก จนมองชัดๆ พบว่าบูรพานั่งอยู่ข้างเตียง มองจ้องตนอยู่
“เสี่ย...”
“เธอเมาน่ะปลายอ้อ ฉันเลยเปิดห้องให้ขึ้นมาพักก่อน”
ปลายอ้ออึ้งๆ บูรพาค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ปลายอ้ออีก
“ดื่มมะนาวโซดาแท้ๆ ทำไมถึงเมาได้ สงสัยพนักงานมันจะแอบใส่เหล้าไปแน่ๆ” บูรพาเอามือแตะๆปลายอ้ออีก “ดูสิ.. เนื้อตัวเธอเปียกไปหมดแบบนี้นี่เอง เธอเลยหนาว...เธอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า เดี๋ยวไม่สบาย”
คราวนี้บูรพาเข้ามาจับเนื้อต้องตัวปลายอ้อ ทำท่าเหมือนจะถอดเสื้อให้ ปลายอ้อสะดุ้ง รีบปัดมือเสี่ยออก
“เสี่ย ทำอะไรน่ะ”
“ก็ฉันจะช่วยเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าไง”
บูรพาเข้ามาจะถอดเสื้อปลายอ้อให้ได้ แต่ปลายอ้อยึดไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี อ่อนแรงแต่ก็พยายามกัดฟันสู้
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย!! ฉันบอกให้ปล่อย”
ปลายอ้อกัดฟันใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักบูรพาออกไป บูรพาไม่ทันตั้งตัวก็เซถลาไป ปลายอ้อฝืนลุกขึ้นจะวิ่งหนีแต่ก็หมดแรงเซถลาลงไปที่พื้น บูรพากระหยิ่ม เข้ามากระชากปลายอ้อให้ลุกขึ้น
“จะหนีไปไหนล่ะปลายอ้อ เธอเป็นคนต้องการให้ฉันทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ เธอถึงยอมมาด้วยตั้งแต่แรก”
“มะไม่...ไม่ใช่นะ...”
“จุ๊ๆๆๆ....ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า เพราะเธอต้องการแบบนี้ เธอถึงได้มาปรากฏตัวที่บูรพาซาวด์ตั้งแต่แรกมากกว่า”
ปลายอ้ออึ้งไป ชักงงว่าบูรพาพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง และเริ่มสังหรณ์ใจอย่างประหลาด
“เสี่ยพูดอะไร อ้อไม่เห็นจะเข้าใจ”
“ปลายอ้อ ไม่ต้องหลอกฉันหรอก ฉันรู้ว่าเธอเข้ามาหาฉันทำไม แม่เธอสั่งมาใช่ไหมล่ะ”
เสี่ยบีบมือปลายอ้อแน่นขึ้น จนปลายอ้อผวากลัว
“แม่...แม่อ้อมาเกี่ยวอะไรด้วยคะ”
“หึ...ก็เพราะแม่เธอคงสำนึกได้แล้วไงว่า การหวงเนื้อหวงตัวน่ะ มันทำให้อนาคตแม่เธอที่จะได้เป็นนักร้อง มันดับวูบลง เธอเลยพยายามเข้าหาฉัน เพื่อจะได้ตะกายขึ้นมาเป็นดาวแทนแม่ของเธอไง”
บูรพาพูดแล้วจ้องเข้าไปในแววตาของปลายอ้อที่ตอนนี้สั่นไหวด้วยความหวาดกลัว
“แม่เธอชื่อ อัปสร ใช่ไหมล่ะปลายอ้อ”
ปลายอ้ออึ้ง ช็อกไปเลยที่บูรพาพูดชื่ออัปสรออกมา

ที่แท้บูรพารู้เรื่องปลายอ้อตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว
เวลานั้นบูรพานั่งอยู่ที่ห้องทำงาน จนมีไลน์เข้ามา บูรพาหยิบขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นพรทิพย์ไลน์ส่งรูปมาให้ก็ไม่ได้สนใจดู วางมือถือลงเหมือนเดิม พรทิพย์ไลน์มาอีก
“โอ้ย..อะไรนักหนา”
บูรพารำคาญหยิบขึ้นมาเปิดเข้าไปอ่าน เห็นเป็นรูปเล็กๆ ที่หน้าบ้านยุพาก่อน แล้วก็เห็นประโยคที่พรทิพย์ไลน์มา “ฉันอยากให้คุณดูรูปนี่หน่อยค่ะ”
บูรพากดเข้าไปที่รูป คราวนี้เห็นเป็นรูปเต็มจอ เป็นภาพที่พรทิพย์แอบถ่ายหน้าบ้านยุพา ปลายอ้อกำลังประคองอัปสรพาเดินเข้าบ้านอยู่
“อัปสร...” เสี่ยรีบกดโทรศัพท์โทรไปหาพรทิพย์ทันที “ฮัลโหลทิพย์...คุณได้รูปนี้มาจากไหน”

เย็นนั้น อัปสรเดินออกมาส่งปลายอ้อ ศุภกฤต บุญทิ้ง ที่หน้าบ้านยพา
“ไปได้แล้วไป ให้ไอ้เสี่ยนั่นรอนานไม่ดี”
“จ้ะ แม่อย่าลืมกินยานะ”
อัปสรพยักหน้าให้ เห็นปลายอ้อกอดลาอัปสร
บูรพาขับรถโฉบๆ ไปทางหน้าบ้าน โดยที่ทุกคนไม่ทันสังเกตเห็น บูรพามองภาพปลายอ้อกับอัปสรกอดกันอึ้งๆ นึกอยู่ในใจ
“นึกแล้วว่าทำไมฉันถึงได้รู้สึกติดอกติดใจกับเธอนัก”

บูรพายังบีบมือปลายอ้ออยู่ พูดต่ออย่างกระหยิ่ม
“ที่แท้เธอมันก็ลูกสาวของอัปสร ผู้หญิงคนเดียวที่กล้าปฏิเสธฉันนี่เอง”
ปลายอ้อตกใจที่บูรพารู้ความจริงแล้ว พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีสะบัดมือออกจากบูรพา
“ปล่อย! ปล่อยฉันนะ!”
บูรพาเห็นปลายอ้อพยายามขัดขืนก็ยิ่งนึกสนุก จับมือแน่นไม่ยอมปล่อย แล้วยังกระชากปลายอ้อเข้าไปกอดแน่น ปลายอ้อผวากลัว บูรพายิ่งหัวเราะ
“เธอไม่ต้องมาทำเป็นสะดีดสะดิ้งหรอกน่า เธอไม่อยากเป็นเมียฉันแล้วเหรอไง”
บูรพาผลักปลายอ้อลงไปบนเตียงอย่างแรง แล้วตามลงไปกดแขนปลายอ้อไว้
“ฉันบอกให้ปล่อย!”
“ฮ่าๆๆๆๆ ยั่วยวนฉันเหมือนที่เธอเคยทำสิปลายอ้อ ฉันจะผลักดันเธอให้เป็นเบอร์หนึ่งของบูรพาซาวด์เอง”
บูรพาพูดแล้วก็กดล็อคตัวปลายอ้อไว้แน่น และพยายามไซร้ไปที่หน้าที่คอของปลายอ้ออย่างหื่นกระหาย ปลายอ้อพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เรี่ยวแรงก็เหลือน้อยลงทุกที
ปลายอ้อตัดสินใจตะโกน “ช่วยด้วยยย ช่วยด้วยยยยย”
บูรพารีบเอามือมาปิดปากปลายอ้อไว้ทันที ปลายอ้อได้จังหวะงับมือบูรพาเต็มแรง
“โอ๊ย”
บูรพาปล่อยมือจากปลายอ้อ สะบัดมือเร่าๆ ด้วยความเจ็บ ปลายอ้อพยายามจะกระเสือกกระสนหนีบูรพาโมโหจิกหัวเอาไว้ได้ ดึงกลับมาและตบหน้าฉาดใหญ่ ปลายอ้อหน้าหัน ร่วงลงไปกองคาพื้น
“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง กูพูดดีๆไม่ชอบ”
บูรพาเข้าไปกระชากปลายอ้อให้กลับขึ้นมาบนเตียง ปลายอ้อเลือดซึมออกจากปากหมดแรงขัดขืน เสี่ยหื่นเริ่มซุกไซร้ปลายอ้ออีก “ยอมฉันดีๆ เถอะปลายอ้อ”
ปลายอ้อนิ่งไปเหมือนหมดแรง บูรพาค่อยๆกอดและเริ่มระดมจูบปลายอ้อขึ้นไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงปากของปลายอ้อแล้ว ทันใดนั้น ปลายอ้อที่รอจังหวะอยู่ก็รีบคว้าโทรศัพท์บ้านที่หัวเตียง กระชากมาสุดแรงจนโทรศัพท์หลุดออกมา แล้วปลายอ้อก็เอาโทรศัพท์ฟาดหัวบูรพาอย่างแรง
“โอ้ย”
บูรพาทรุดไป ปลายอ้อตามเข้าไป เงื้อโทรศัพท์ในมือขึ้นสูง
“ฉันไม่ยอมคนแบบแกง่ายๆ หรอก ไอ้ เสี่ย ตัณ หา กลับ”
ปลายอ้อทุบๆๆๆๆ อีก ทุบซ้ำๆ ด้วยแรงทั้งหมดที่มี จนบูรพาหัวแตก เลือดไหลอาบ ทรุดลงไปกองที่พื้น
ปลายอ้อแทบจะหมดแรง โยนโทรศัพท์ทิ้ง แล้วตะเกียกตะกายโซซัดโซเซออกมาจากห้อง เปิดประตูออกมาได้ แล้วปลายอ้อก็หมดแรงทรุดลง เห็นอภิวัชเข้ามาประคองไว้ได้ทัน
อภิวัชตกใจกับสภาพปลายอ้อ “ปลายอ้อ...ปลายอ้อ นี่มันเกิดอะไรขึ้น คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
ปลายอ้อพยายามลืมตาขึ้นมอง เห็นว่าเป็นอภิวัช ความรู้สักที่กดข่มไว้ก็พลุ่งขึ้นมา ปลายอ้อร้องไห้น้ำตาไหลพรากออกมาทันที
“คุณ....คุณช่วยฉันด้วย ช่วยฉันออกไปจากที่นี่ที”
ปลายอ้อพูดจบแล้วก็ทรุดสลบลงไปในอ้อมแขนของอภิวัชเลย อภิวัชตกใจรีบประคองเอาไว้

เช้ามืด ปอแก้วยังหลับอยู่ในรถ แล้วได้ยินเสียงเหมือนคนมาเคาะกระจกเรียก ปอแก้วสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมอง เห็นเป็นคนที่อยู่ในหมู่บ้านคนหนึ่ง
ปอแก้วกดกระจกรถลง “คะ”
ชาย1หน้าตาดุ มองตำหนิ “คุณขยับรถหน่อยได้ไหม ผมออกจากบ้านไม่ได้”
ปอแก้วงงๆ เหวอๆ หันมองไปรอบๆเห็นว่าเช้าแล้วนี่ มองไปที่ประตูบ้านอภิวัชก็เห็นว่ายังปิดเงียบ
“อ่าค่ะ...เดี๋ยวฉันขยับให้เดี๋ยวนี้แหล่ะค่ะ ขอโทษทีค่ะ”
ชาย1 ส่ายหัวเดินกลับไปที่บ้านตัวเอง ปอแก้วรีบปิดกระจกรถ แล้วค่อยๆ ขยับรถออกจากที่จอดอยู่ ปอแก้วหันมองประตูบ้านอภิวัชอีกครั้งอย่างเศร้าใจ ก่อนจะตัดสินใจขับรถออกไป

เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ที่หัวเตียงดังขึ้น ศุภกฤตนอนหลับอยู่บนเตียง เสียงโทรศัพท์ยังคงดังไม่หยุด ศุภกฤตขมวดคิ้วรำคาญ เอามือควานเปะปะหยิบโทรศัพท์มากดรับโดยไม่ได้ลืมตา
“ฮัลโหล”
ชัยยศอยู่ที่บริษัท
“ยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ แล้วจะเข้ามาทำงานเมื่อไหร่เนี่ย”
ศุภกฤตรู้ว่าเป็นชัยยศ ลืมตาเซ็งทันที “ทำงานอะไรอีก ก็ผมลาออกไปแล้วไง”
“ฉันยังไม่ได้เซนต์อนุมมัติก็ไม่ถือว่าแกลาออกนะ”
“งั้นไล่ผมออกเลยก็ได้ แค่นี้นะผมจะนอน”
“เดี๋ยวๆๆ ไอ้กฤต อย่าพึ่งวาง แกกลับมาทำงานเถอะน่า...นะ... ไม่มีใครทำงานได้อย่างใจแกซักคน เดี๋ยวฉันขึ้นเงินเดือนให้...ให้โบนัสสามเดือน...เพิ่มวันลาวันพักร้อนให้ด้วยเอ้า”
ศุภกฤตถอนใจ “ไม่ละ ผมไม่อยากทำงานนี้แล้ว”
“โถ ไอ้กฤต นี่ฉันทุ่มหมดตัวแล้วนะ ข่าววันนี้มันเหมาะกับแกที่สุด เพราะแกน่าจะมีข้อมูลวงในสุดๆ นะไอ้กฤต แกกลับมาทำงานเถอะ”
ศุภกฤตสนใจขึ้นมาทันที “ข่าวอะไรพี่”

ขณะเดียวกัน ปอแก้วเดินซึมเข้ามาในบ้าน เห็นพรทิพย์ที่นั่งอยู่ที่ห้องรับแขก มีอัมพรยืนคอยรับใช้อยู่ก็ชะงักไป
“คุณแก้วมาแล้วค่ะ”
พรทิพย์หันมาเห็น ก็รีบลุกขึ้นไปหาปอแก้วทันที
“แม่ตื่นเช้าจัง”
“ตื่นเช้าอะไรล่ะ เมื่อคืนแม่นอนไม่หลับเลย แก้วหายไปไหนมาทั้งคืน”
ปอแก้วเหลือบมองอัมพร ไม่อยากพูดต่อหน้า
“อัมพร ไปหาน้ำหาท่าให้คุณแก้วสิ”
“ค่ะ” อัมพรหน้ามุ่ยออกไปอดรู้เรื่อง
“ว่าไง แก้วหายไปไหนมา”
“แก้ว....ไปหาวัชมาน่ะค่ะ”
พรทิพย์อึ้งไป เพราะปอแก้วหายไปทั้งคืน ปอแก้วเห็นสีหน้าอาหารพรทิพย์รีบอธิบายต่อ
“แก้วไปดักรอเจอเค้าที่หน้าบ้าน เพื่อจะเคลียร์กับเค้า แต่รออยู่นานจนแก้วเผลอหลับไป รู้สึกตัวก็เช้าแล้ว...ก็เลยกลับมาบ้านเนี่ยค่ะ”
“อ้าว..ไม่เจอคุณวัชเค้าเหรอลูก”
ปอแก้วส่ายหน้า “ไม่เจอค่ะ....เอ่อ แม่อย่าบอกพ่อเรื่องนี้นะคะ”
พรทิพย์สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่ปอแก้วพูดถึงบูรพา อัมพรเดินถือน้ำเข้ามา
“น้ำค่ะคุณแก้ว”
บูรพาเดินลงมาจากชั้นบน มีผ้าพันรอบหัวเหมือนเจ็บหนักกว่าเดิม
ปอแก้วมองแปลกใจ “พ่อเป็นอะไรน่ะ”
บูรพามองปอแก้วหงุดหงิด ไม่ตอบ แล้วก็ไม่ถามด้วยว่าปอแก้วหายไปไหนมาทั้งคืน เดินเข้าไปทางโต๊ะกินข้าว หันมาตะโกนเรียกคนใช้ดังลั่น
“หายไปไหนกันหมด ไม่มีอะไรกินเหรอไง”
พรทิพย์ตอบแทน “มีข้าวต้ม เดี๋ยวฉันดูให้เอง”
พรทิพย์เดินไปหาบูรพา เห็นบูรพานั่งหน้ามุ่ยกุมหัว อัมพรแอบกระซิบกับปอแก้ว
“เสี่ยหัวแตกกลับมาเมื่อตอนดึกๆค่ะคุณแก้ว เลือดเงี้ยเต็มเสื้อมาเลย แตกตื่นกันหมดทั้งบ้าน”
“อ้าว แล้วทำไมหัวแตก พ่อไปโดนอะไรมา”
“คุณทิพย์ก็ถามค่ะ เสี่ยไม่ยอมบอก หงุดหงิดอารมณ์เสียใหญ่เลย คุณทิพย์จะให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไปค่ะ ขึ้นไปข้างบน คุณทิพย์ตามขึ้นไปยังได้ยินเสียงอาละวาดปึงปังกันอีกพักใหญ่เลย”
ปอแก้วอึ้งไป อัมพรมันปากหยุดไม่อยู่
“อัมพรว่าน่าจะเรื่องผู้หญิงของเสี่ยนั่นแหละค่ะ ไม่น่ามีเรื่องอื่นหรอก”
ปอแก้วหันมามองตำหนิ อัมพรรู้สึกตัวยิ้มแหย
“พ่อ...ตกลงพ่อเป็นอะไรคะเนี่ย”
บูรพายังไม่ทันตอบ เห็นแสงโสมพรวดพราดเข้ามาในบ้านหน้าตาตื่น
“แย่แล้วๆๆๆ คุณพี่ แย่แล้ว”
“อะไรกันแสงโสม มาถึงก็เอะอะเลย”
“ก็มันเกิดเรื่องใหญ่แล้วน่ะสิคะ เปิดทีวีดูเร็วๆ”
ปอแก้วรีบหยิบรีโมทมากดเปิดทีวีทันที

ในจอทีวี ผู้สื่อข่าวยืนรายงานข่าวอยู่ที่หน้าโรงพักลาดพร้าว
“ตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าสน.ลาดพร้าว กำลังเกาะติดเรื่องเสี่ยบูรพา เจ้าของบูรพาซาวด์ ตอนนี้มีการแจ้งความจับเสี่ยบูรพา ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย และพยายามข่มขืนนะครับ”
ระหว่างที่นักข่าวพูดอยู่ ภาพก็ตัดไปที่ปลายอ้อ อัปสร บุญทิ้ง ที่กำลังเดินขึ้นไปที่สน. เห็นปลายอ้อ มีรอยช้ำที่มุมปาก หน้าตาเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น
บูรพาอึ้งไป ส่วนปอแก้วกับพรทิพย์ช็อกไปแล้ว

ปลายอ้อ บุญทิ้ง อัปสรนั่งอยู่ตรงโต๊ะแถลงข่าว มีสารวัตรทะนงนั่งอยู่ด้วย ด้านหน้าโต๊ะแถลงข่าวมีไมค์รวมจากหลายสำนักข่าววางอยู่เพียบ นักข่าวหลายคนนั่งรอฟัง ถ่ายรูปแฟลชขึ้นพรึ่บพรั่บ เห็นศุภกฤตอยู่ในกลุ่มนักข่าวด้วย
ศุภกฤตมองไปที่ปลายอ้ออย่างอึ้งๆ
“คุณบูรพาบอกอ้อว่าจะพาไปพบกับเสี่ยเจริญเจ้าของค่ายหนัง เพื่อจะทำหนังที่เกี่ยวกับเพลงลูกทุ่ง แต่ว่ากลับกลายเป็นว่าอ้อโดนมอมยา และโดนล่อลวงขึ้นไปที่ห้องพักของโรงแรม และคุณบูรพาก็จะลวนลามอ้อ พออ้อขัดขืน เค้าก็ทำร้ายร่างกายค่ะ”
“ไม่ได้เป็นการสร้างถานการณ์ใช่ไหมครับ” นักข่าว1 ซัก
ปลายอ้อมองนิ่ง “อ้อคงไม่ลงทุนถึงขนาดทำให้ตัวเองเจ็บจริงหรอกค่ะ และอ้อก็มีพยาน”
อภิวัชเดินออกมา ลงนั่งที่โต๊ะแถลงข่าวด้วย
ปอแก้วดูทีวีอยู่ ช็อกไม่น้อยที่เห็นอภิวัช
“วัช”
สีหน้าอภิวัชจริงจัง เคร่งขรึม
“เมื่อคืนผมไปนั่งดื่มอยู่ที่ผับในโรงแรม และได้เห็นคุณปลายอ้อมากับ คุณบูรพาจริง ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่มาเห็นว่าคุณปลายอ้อดูท่าทางแปลกๆ เหมือนถูกมอมยาและพาขึ้นข้างบนโรงแรมไป ผมก็เลยตามขึ้นไปดู เลยช่วยคุณปลายอ้อออกมาได้ทันครับ”
ปอแก้วอึ้งอีก รู้แล้วว่าที่อภิวัชไม่กลับบ้านเพราะไปช่วยปลายอ้ออยู่นี่เอง
อัปสรน้ำตาคลอๆ “ฉันต้องขอความเห็นใจให้คุณตำรวจเอาเรื่องให้ถึงที่สุดนะคะ คิดถึงหัวอกคนเป็นแม่อย่างดิฉัน..ถ้าคุณอภิวัชไปช่วยไม่ทัน ฉันคงใจสลายแน่ๆ”
อัปสรหันไปกอดปลายอ้อ น้ำตาคลอ “ดวงวิญญาณของเผ่าพงศ์ ก็คงกำลังร้อนใจที่รู้ว่าลูกถูกเพื่อนที่เค้ารักที่สุด ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจแบบนี้”
สิ้นเสียงพูดของอัปสรที่พูดถึงเผ่าพงศ์ นักข่าวต่างพากันฮือฮาขึ้นมาทันที ศุภกฤตเองก็ขมวดคิ้วสงสัย
ศุภกฤต(ถามโพล่งขึ้นมา) คุณพูดถึงคุณเผ่าพงศ์ว่าอะไรนะครับ?
ปลายอ้อชะงักไปเหมือนกันที่ศุภกฤตถามขึ้นมา เห็นอัปสรกำลังจะตอบ
“ปลายอ้อเค้าคือ...”
ปลายอ้อชิงตอบแทน อยากให้ศุภกฤตรู้จากปากตน “อ้อเป็นลูกของพ่อเผ่าพงศ์ พงศ์ขจรค่ะ”
นักข่าวฮือฮากันขึ้นมาอีกระลอก กดถ่ายรูปปลายอ้อรัวๆ แฟลชสว่างขึ้นพรึ่บพรั่บๆๆๆ
ปอแก้ว บูรพา พรทิพย์ แสงโสมก็อึ้งช็อกกันไปทั้งแถบ
“อะไรนะ..ยายเด็กนี่เป็นลูกพี่เผ่าเหรอ”
ปลายอ้อแถลงต่อ
“อ้อเข้ามาเป็นนักร้อง เพื่อจะสานต่อความฝันของแม่อัปสร แม่ของอ้อ และพ่อเผ่าพงศ์ที่จากไป รวมทั้ง...”
ปลายอ้อหันมองจ้องตรงมาที่กล้องเหมือนส่งข้อความไปถึงปอแก้วและบูรพาที่ดูอยู่ แล้วพูดต่ออย่างมุ่งมั่น
“การหาความจริงเรื่องที่พ่อต้องตายไปอย่างเป็นปริศนาด้วย อ้อไม่เชื่อว่าพ่อจะประสบอุบัติเหตุตายค่ะ อ้อเชื่อว่า...มีคนจงใจทำให้เผ่าพงศ์ จงขจรตาย”
บูรพามองปลายอ้ออึ้งๆ
นักข่าวฮือฮา ถ่ายรูปปลายอ้อกันรัวๆ
ศุภกฤตอึ้ง แล้วมองไปที่ทะนง พอเข้าใจแล้วว่าทำไมทะนงต้องลงมาทำคดีนี้เอง

ในห้องทำงานสารวัตรทะนง ปลายอ้อลงนั่งอย่างเหนื่อยล้า อภิวัชลงนั่งข้างๆ
“ผมเซอร์ไพรส์มากเลยนะ ที่รู้ว่าคุณเป็นลูกของเผ่าพงศ์”
“อ้อไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรอกค่ะ แค่รอเวลาที่เหมาะสม”
“ครับ ผมเข้าใจ” อภิวัชหันไปพูดกับทะนง “ในฐานะพยาน ผมจะช่วยเรื่องนี้เต็มที่นะสารวัตร”
“ขอบคุณมากครับ”
“อ้อก็ต้องขอบคุณคุณวัชมากเหมือนกันค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจช่วย”
อภิวัชมองปลายอ้ออย่างเห็นใจ ก่อนจะเห็นว่ามีสายโทร.มา อภิวัชหยิบขึ้นมาดูพลางขอตัว
“เลขาผมโทร.มาตามซะแล้ว..ยังไงขอตัวก่อนนะครับ”
ปลายอ้อยิ้มให้ อภิวัชกดรับโทรศัพท์แล้วเดินออกไป
บุญทิ้งใจหาย นึกถึงเกวลี “เฮ้อ แบบนี้เราก็กลับไปที่บูรพาซาวด์ไม่ได้แล้วสินะ”
“ได้สิ..แต่เรากลับไปคราวนี้เพื่อไปล้างแค้นให้พ่อไงล่ะพี่ทิ้ง” ปลายอ้อบอก
อัปสรลูบหน้าลูบตาปลายอ้ออย่างสงสาร
“เจ็บใช่ไหมลูก แม่ขอโทษที่ทำให้ลูกต้องมาเจ็บตัว....มันทำกับแกขนาดนี้ มันจะต้องชดใช้”
อัปสรกอดปลายอ้อแน่น ปลายอ้อกอดตอบไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
ศุภกฤตเดินเข้ามาหาปลายอ้อ มองหน้าเธอนิ่งๆ จนปลายอ้อหันมาเห็นก็ชะงัก คลายกอดออกจากอัปสร ก้มหน้าไม่กล้าสบตาศุภกฤต
ศุภกฤตหันไปหาทะนง “สารวัตรทราบเรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่าครับ”
“ผมก็เพิ่งทราบ ผมเลยจะรื้อคดีของเผ่าพงศ์ขึ้นมา คุณอัปสรจะให้ข้อมูลผมเกี่ยวกับการตายของเผ่าพงศ์ เพื่อหาตัวคนร้ายให้ได้”
“ชั้นจะช่วยเต็มที่ค่ะ พี่เผ่าต้องไม่ตายฟรี”
“อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมยังตามหาอยู่ ก็คือพยานอีกคนที่หายไป”
ศุภกฤตฟังแล้วประมวลความคิดอย่างรวดเร็ว ภาพและข้อมูลในนิตยสารที่เขาอ่าน ผุดเข้ามาในหัว
เป็นภาพเผ่าพงศ์ บูรพา มนต์รัช กอดคอกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมคำบรรยาย “สามเทพแห่งวงการขนนก”
ศุภกฤตนึกออกทันที “ครูมนต์รัช”

อีกฟาก พรทิพย์ยืนหน้าเครียดโวยใส่บูรพา
“คุณทำลงไปได้ยังไง ที่ฉันส่งรูปไปให้คุณน่ะ ก็เพื่อให้คุณรู้ว่าปลายอ้อไม่ใช่คนอื่นคนไกล ไม่ใช่ให้คุณวางแผนเลวๆ ไปย่ำยีเด็กนั่น”
บูรพาเถียงกลับ “มันนั่นแหละที่คิดจะทำลายผม มันมารยาสาไถยทำทั้งนั้น มันน่ะมาเสนอตัวให้ผมเอง ผมก็คิดว่าที่มันทำเพื่อจะไต่เต้าขึ้นมา ใครจะไปนึกว่ามันจะมีแผนชั่วทำลายชื่อเสียงกันแบบนี้ล่ะ”
ปอแก้วยังอึ้งๆ งงๆอยู่ “แล้ววัชมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ยังไง”
ชื่อนี้ทำให้บูรพายิ่งโมโหหนัก “แก้ว เรื่องมันขนาดนี้แล้ว แกก็ห่วงแต่เรื่องไอ้เวรนั่นอยู่ได้!! ไม่คิดจะห่วงพ่อบ้างหรือไง เพราะมันนั่นแหละ มันต้องรู้เห็นเป็นใจกับอีปลายอ้อ ร่วมมือกันแน่ๆ พ่อจะเอาเรื่องพวกมันให้ถึงที่สุดเลย คอยดู”
บูรพาโมโหสุดขีด อาละวาดลั่นบ้าน ปอแก้วอดคิดตามที่บูรพาพูดไม่ได้ว่าอภิวัชกับปลายอ้ออาจจะร่วมมือกัน ยิ่งคิดยิ่งช้ำใจ

อ่านต่อตอนต่อไป

ศุภกฤตนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของโรงพัก เปิดมือถือไปที่หน้ากูเกิ้ล พิมพ์เสิร์ชชื่อ “ครูมนต์รัช” อยู่
“คุณกฤต”
ศุภกฤตเงยหน้าขึ้นมอง เห็นปลายอ้อยืนอยู่ตรงหน้า
“ผมนึกว่าคุณกลับไปแล้ว”
“ฉันอยากคุยกับคุณก่อน”
ศุภกฤตนิ่งไป ปิดมือถือเอาเก็บ ปลายอ้อลงนั่งข้างศุภกฤต
“ขอโทษนะคุณกฤต ที่พวกเราปกปิดเรื่องนี้ แต่ที่ทำแบบนี้เพราะว่าฉันต้องการเข้าใกล้ไอ้เสี่ยนั่นมากที่สุด เพื่อค้นหาความจริง แต่ถ้าคุณจะไม่เข้าใจ...ฉันก็...”
ศุภกฤตสวนขึ้นมาว่า “ผมเคยบอกแล้วไง ว่าผมเข้าใจคุณเสมอ...”
ปลายอ้ออึ้งไป
“ที่คุณต้องปกปิดเรื่องนี้ เพราะคุณสงสัยว่า เสี่ยบูรพาอาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของคุณเผ่าพงศ์ใช่ไหม”
ปลายอ้อมองหน้าศุภกฤต แล้วพยักหน้ายอมรับ
“ผมยินดีที่จะช่วยคุณสืบหาความจริงเรื่องนี้นะปลายอ้อ”
ปลายอ้อมองศุภกฤตอย่างซึ้งใจ “ขอบคุณนะคุณกฤต...ขอบคุณจริงๆ”
ศุภกฤตตัดสินใจถามอย่างเป็นห่วง “แล้ว...เมื่อคืน....คุณ ไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ....แต่...”
ปลายอ้อชะงักไป คิดถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วถึงตัวสั่นสะท้านขึ้นมา
“ฉัน...ไม่เคยกลัวอะไรเลยจนเมื่อคืนนี้ มัน....เป็นคืนที่ฉันกลัวมากที่สุดในชีวิต....ฉันพึ่งรู้ว่า เอาตัวเข้าไปเสี่ยงขนาดไหน...”
ศุภกฤตจับมือปลายอ้อพูดปลอบ “ไม่เป็นไรนะคุณ ต่อไปคุณก็ไม่ต้องเข้าไปเสี่ยงแบบนั้นแล้ว”
“ค่ะ” ปลายอ้อเสียงเศร้าใจหายขึ้นมา “ฉันคงต้องออกมาจากบูรพาซาวด์แล้ว...ไม่รู้เหมือนกันว่า พวกพี่ๆ เพื่อนๆ ในนั้นจะว่ายังไง”
ศุภกฤตมองปลายอ้อ ตบหลังมือเบาๆให้กำลังใจ

พวกแววเดือน เจนนี่ และเกวลีจับกลุ่มคุยกันอยู่ที่บ้านพัก
“ช็อก...ช็อกมาก ช็อกมากๆ นี่พวกแกบอกฉันสิว่ามันเป็นเรื่องไม่จริงมันไม่จริงใช่ไหมเนี่ย” แววเดือนว่า
เจนนี่ผสมโรงทันที “โอ๊ย ฉันไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องจริงหรอก แต่ข่าวออกทุกช่องโครมๆๆขนาดนี้ ตอนข่าวคุณปอแก้วฉันว่าเหมือนระเบิดลงแล้วนะ เจอข่าวเสี่ยเข้าไป เป็นระเบิดนิวเคลียร์ตู้ม ตายเรียบยกค่ายเลยจ้า”
“เฮ้อ...แล้วนี่เราจะอยู่กันยังไงเนี่ย ฉาวทั้งค่ายขนาดนี้” แววเดือนหันมาทางเกวลี “ไอ้ลี แกสนิทกับอ้อ แกระแคะระคายนี้บ้างหรือเปล่า”
เกวลีส่ายหน้า “ไม่เลย อ้อไม่เคยบอกฉันเลย”
“เฮ้อ...สงสัยต้องหาอาชีพอื่นกันแล้วละวะ” เจจนี่หันมาหาเกวลี “แกสอนฉันทำแหนมบ้างได้มั้ย เผื่อจะไปช่วยกันยำแหนมขาย”
เกวลีถอนใจกลุ้มไปด้วย เงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นศุภกฤตพาปลายอ้อกับบุญทิ้งเข้ามา
“อุ่ย..นั่งกันอยู่พร้อมหน้าเชียวนะจ้ะ นี่รู้เรื่องกันหมดแล้วสิ”
แววเดือนกับเจนนี่อึกอักพูดไม่ออก เกวลีเห็นหน้าบุญทิ้งแล้วก็เกิดน้อยใจ งอนขึ้นมาที่บุญทิ้งไม่คิดจะบอกอะไรเลย ลุกขึ้นเดินหนีไป
“อ้าว! ลี...ไปไหนล่ะ”
บุญทิ้งรีบตามเกวลีไป ปลายอ้อมองแววเดือนกับเจนนี่ที่ยังนั่งอยู่ ทั้งสามคนต่างก็กระอักกระอ่วนบรรยากาศอึดอัดเต็มทน
ศุภกฤตเอื้อมมือมาแตะไหล่ปลายอ้อ บีบไหล่เบาๆ ปลายอ้อหันมองเห็นศุภกฤตส่งยิ้มให้กำลังใจ พยักหน้าให้
ปลายอ้อหันมาหาแววเดือนกับเจนนี่ ยกมือไหว้ “ฉันขอโทษนะที่ฉันปกปิดไม่บอกความจริงกับทุกคน ฉันไม่กล้าบอกก็เพราะว่า ฉันกลัวว่าไอ้เสี่ยมันจะไม่รับฉันเข้ามาในค่าย แล้วฉันก็จะไม่ได้เข้ามาสืบความจริงเรื่องพ่อเผ่าพงศ์”
“นี่แกเป็นลูกคุณเผ่าพงศ์จริงๆ เหรออ้อ” แววถามย้ำ
“ใช่จ้ะ” ปลายอ้อเสียงเครือๆ “ฉันไม่อยากให้พ่อฉันต้องตายฟรี...ฉันขอโทษทุกคนอีกครั้งจริงๆนะจ้ะ”
ปลายอ้อยกมือไหว้อย่างรู้สึกผิดที่หลอกทุกคน แววเดือนกับเจนนี่มองสงสาร
“ไม่ต้องขอโทษหรอก พวกฉันไม่ได้โกรธ แค่ตกใจนึกไม่ถึงแค่นั้นเอง”
“ใช่...งานนี้ยังไงคนที่ผิดก็คือเสี่ยบูรพานั่นแหละ”
“ขอบคุณพวกพี่มากนะ ที่เข้าใจฉัน”
ปลายอ้อรู้สึกโล่งใจขึ้น ศุภกฤตมองปลายอ้อเคลียร์กับแววเดือนกับเจนนี่ได้รู้สึกดี

เกวลีเดินงอนมาตามทาง บุญทิ้งเดินตามมาง้อ
“ลี...ลี...รอก่อน”
เกวลีไม่ฟังจะเดินหนี บุญทิ้งวิ่งมาดักหน้าจนได้
“ฟังฉันก่อนสิ”
“ฟังอะไรล่ะ ปิดบังมาตั้งนาน บุญทิ้งจะมาพูดอะไรตอนนี้ เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์เข้าใจว่าเราเป็นเพื่อนกันแท้ๆ”
บุญทิ้งอึ้งไปที่เห็นว่าเกวลีดูโกรธจริงๆ เกวลีเดินหนีไป บุญทิ้งยืนคอตกจ๋อย
เกวลีเดินเซ็งๆมาจนถึงม้านั่งหลังบ้าน หันไปมองไม่เห็นบุญทิ้งตามมาแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้
“แค่นี้ก็ไม่คิดจะตามมาอธิบายนะ ฮึ”
เกวลีลงนั่งเซ็ง ทั้งงอนทั้งน้อยใจบุญทิ้งอย่างบอกไม่ถูก จนได้ยินเสียงกีตาร์ดีดขึ้นมาเป็นทำนองจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงร้องเพลงของบุญทิ้ง เกวลีอึ้ง ค่อยหันไปมอง เห็นบุญทิ้งเดินดีดกีตาร์ร้องเพลงเข้ามา เนื้อเพลงเป็นทำนองง้อให้เกวลีหายงอน เกวลีฟัง พยายามทำขรึม แต่บุญทิ้งก็เข้ามาดักหน้า ดีดกีตาร์ร้องเพลงเอื้อนใส่ แววตาง้องอนหนักจนเกวลีอดยิ้มออกมาไม่ได้
“ไม่โกรธฉันแล้วนะ”
เกวลีเสียงอ่อนลง “ไม่รู้สิ”
“อย่าโกรธเลย ฉันไม่ได้อยากจะปิดบังเธอหรอก แต่อ้อมันไม่ให้บอกใครเลย ฉันก็ลำบากใจเหมือนกันที่ต้องปิดบังทุกคน โดยเฉพาะเธอ”
เกวลีหลบตาบุญทิ้งที่จ้องมา เขินๆ
“ฉันไม่อยากไปจากที่นี่โดยที่เธอยังโกรธฉันอยู่นะ”
เกวลีเงยหน้าขึ้นมองบุญทิ้งทันที “บุญทิ้งจะไปไหน”
“เรื่องมันแดงขึ้นมาแบบนี้แล้ว ขืนอยู่ต่อก็ถูกไล่ออกอยู่ดี เดี๋ยวฉันก็ต้องรีบไปเก็บข้าวของแล้วล่ะ”
“แล้วจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ มีงานใหม่แล้วเหรอ”
“ยังไม่มีหรอก สงสัยต้องไปร้องเพลงเปิดหมวกตามตลาดนัดเอาละมั้ง...ดิ้นรนไปยังไงก็ไม่อดตายหรอก”
เกวลีมองบุญทิ้งอย่างสงสารปนใจหายที่อยู่ดีๆก็ต้องตกงาน แล้วยังต้องไปจากที่นี่อีก

ไม่นานต่อมา ปลายอ้อกับบุญทิ้งหิ้วกระเป๋ากันออกมาที่หน้าบ้านพักศิลปินแล้ว เกวลี แววเดือน เจนนี่เดินตามมาส่ง
“แล้วส่งข่าวมาหากันบ้างนะอ้อ ไอ้ทิ้ง”
“จ้ะ...อ้อไม่ลืมพวกพี่ ไม่ลืมลีอย่างแน่นอน”
เกวลีเข้าไปกอดลาปลายอ้อคนแรกอย่างใจหาย แววเดือนกับเจนนี่ตามเข้าไปกอดด้วย
เพียงฟ้าเดินเข้ามากับลั้นลา หน้าตาไม่สบอารมณ์
“มากระจุกทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ รู้เรื่องรู้ราวอะไรกันมั่งหรือเปล่าเนี่ย”
เกวลี แววเดือน เจนนี่ คลายกอดจากปลายอ้อ เพียงฟ้าจึงเห็นชัดๆ ว่าปลายอ้ออยู่ตรงนี้ด้วยก็แว้ดใส่ทันที
“นี่แกยังมีหน้าโผล่มาอีกเหรอ ทำลายชื่อเสียงของเสี่ยจนยับเยินขนาดนั้น อีเนรคุณ อีกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา!”
ปลายอ้อโต้กลับไม่สะทกสะท้าน “ฉันไม่ได้ทำลายชื่อเสียงเสี่ย เสี่ยทำลายตัวเองต่างหาก” เธอหันไปหาเพื่อนๆ “ถ้าพอมีหนทาง ก็ออกไปจากที่นี่กันเถอะ เพราะว่าต่อไปบูรพาซาวด์ก็จะไม่มีอนาคต ตกต่ำ ล่มจม เหมือนตัวเสี่ยมันนั่นแหละ”
เพียงฟ้ากับลั้นลายิ่งโกรธหนัก ปลายอ้อเชิดจะเดินหิ้วกระเป๋าผ่านหน้าไปไม่สนใจ แต่เพียงฟ้าปราดเข้ามาขวางหน้าไว้ทันที
“นี่ แกก่อเรื่องไว้แล้วจะออกไปง่ายๆ แบบนี้น่ะเหรอ”
“รีบหนีไปแบบนี้ แอบขโมยอะไรจากบริษัทไปหรือเปล่า” ลั้นลาว่า
“ใช่ สันดานงูพิษอย่างแก ต้องแอบขโมยของออกไปแน่ๆ”
เพียงฟ้ากระชากกระเป๋าจากมือปลายอ้อไป แต่ปลายอ้อไม่ยอมกระชากกลับ
“นี่มันของส่วนตัวของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์”
“เอ๊ะ! อีหัวขโมย แกปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
เพียงฟ้ากับปลายอ้อยื้อแย่งกระเป๋ากัน ปลายอ้อไม่ยอมปล่อย ดึงมาจนเพียงฟ้าถลาคว่ำไป
“อีหัวขโมย แกกล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ อีสารเลว”
เพียงฟ้าลุกขึ้นมาได้ ถลันเข้าไปตบหน้าปลายอ้อฉาดใหญ่ ปลายอ้อเซผงะไป ทุกคนในเหตุการณ์ตกใจกันหมด
“อ้อ”
ศุภกฤตรีบเข้าไปประคอง ปลายอ้อหันหน้ากลับมามองเพียงฟ้าแววตาโกรธ สะบัดตัวออกจากที่ศุภกฤตที่ประคองอยู่ แล้วปรี่เข้าไปผลักเพียงฟ้าล้มคว่ำลงไปทันที
ปลายอ้อไม่รอช้า ขึ้นคร่อมเพียงฟ้าแล้วตบเพียงฟ้าจนหน้าหัน
“ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำฉันอีกแล้วนะเพียงฟ้า นี่คือสิ่งที่เธอต้องชดใช้ความเลวที่เธอเคยทำ กับเกวลี กับพี่แวว เจนนี่ และกับฉัน”
เพียงฟ้าสู้แรงปลายอ้อไม่ได้โดนตบแหลก ได้แต่กรี๊ดๆ ขอความช่วยเหลือ ลั้นลาจะเข้าไปหา
ปลายอ้อปรายตาคมกริบมอง “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะถ้าไม่อยากโดนอีกคน”
ลั้นลากลัวกลืนน้ำลายเฮือก
“อย่างแกต้องเจอพวกฉันนี่อีลั้นลา” เจนนี่ล็อคแขนลั้นลาเอาไว้บอกแววเดือน “จัดมันหนักๆ เลยอีแวว”
แววเดือนเข้าไปตบลั้นลาด้วย กลายเป็นตะลุมบอนกันอย่างเมามัน หยิบกับข้าวมายีหัวลั้นลาเละเทะไปหมด ศุภกฤต เกวลีกับบุญทิ้งมองอึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก
“โอ้ยย ตบกันใหญ่แล้ว”
“เข้าไปห้ามสิบุญทิ้ง”
บุญทิ้งกับเกวลีพยายามจะเข้าไปห้าม แต่ก็ไม่มีใครหยุด บุญทิ้งโดนลูกหลงจากแววเดือนที่ตบลั้นลาเข้ามาที่หน้าตัวเองเข้าไปอีกฉาดหนึ่งซะอีก ศุภกฤตพยายามจะเข้าไปดึงปลายอ้อออกมาจากเพียงฟ้า
“ปลายอ้อ พอได้แล้ว”
ปลายอ้อสะบัดตัวจากศุภกฤตไม่ยอม จะเข้าไปเล่นงานเพียงฟ้าอีก
เพ็ญตะโกนเสียงดัง “หยุดกันเดี๋ยวนี้”
ทุกคนชะงักไป หันไปมองเห็นเพ็ญยืนจังก้าอยู่ เพ็ญมองสภาพทุกคนอึ้งปนโกรธ
“ฉันพึ่งดูข่าวปลายอ้อจากที่บ้าน จะมาถามว่าเรื่องเป็นยังไง นี่ถึงกับต้องตบตีกันอีกแล้วเหรอ”
ปลายอ้อสบตากับเพ็ญ ได้สติ นึกละอายใจขึ้นมา

บ่ายคล้อยจวนค่ำ ปลายอ้อกับบุญทิ้งหิ้วกระเป๋าเข้ามาในบ้าน เจออัปสรนั่งรออยู่ที่โซฟาอย่างเป็นห่วง
“มากันแล้วเหรอลูก”
“มีคนอยากมาหาแม่ด้วยจ้ะ”
อัปสรงง เมื่อเห็นศุภกฤตพาเพ็ญเดินเข้ามาในบ้าน อัปสรมองหน้าเพ็ญอึ้งๆ
“พี่เพ็ญ”
เพ็ญเองก็อึ้งที่เห็นหน้าอัปสร ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน น้ำตาคลอๆ เพ็ญเป็นฝ่ายโผเข้าไปกอดก่อน
“นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ฉันคิดถึงแกตลอดเลยนะ”
อัปสรกอดตอบเพ็ญแน่น น้ำตาไหล “ฉันก็คิดถึงพี่”
ปลายอ้อเห็นภาพเพ็ญกับอัปสรกอดกันก็พลอยตื้นตันใจไปด้วย
“ฉันขอโทษ ที่ต้องปิดบังป้าเพ็ญ แต่ตอนนั้นฉันไม่ไว้ใจใครจริงๆ ฉันเลยไม่กล้าบอก ฉันรู้สึกผิดอยู่ตลอด ขอโทษจริงๆนะจ้ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าเข้าใจ แต่ก็ว่าอยู่ว่าทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นกับเอ็งเหลือเกิน เหมือนเคยเจอที่ไหน ไม่นึกเลยว่าจะจุดไต้ตำตอ”
“ฉันบอกมันเองแหละว่าอย่าไปบอกใคร”
“แล้วแกเป็นไงบ้าง”
“ก็...ตั้งแต่พี่เผ่าตายไป ฉันก็ลำบากพอตัวล่ะพี่...ต้องอาศัยวิชาความรู้ที่มี เย็บเสื้อผ้าขายไปวันๆ พอกัดฟันเลี้ยงไอ้อ้อมันมาได้”
“เฮ้อ...ฉันก็เห็นใจแกนะ ตอนนั้นมันกำลังจะดีอยู่แล้วแท้ๆ”
“ฉันไม่เคยลืมเรื่องพี่เผ่าเลยซักวัน...ฉันเชื่อว่า ไอ้เสี่ยนั่นเป็นตัวการที่ทำให้พี่เผ่าต้องตาย”
อัปสรรำลึกความหลังขึ้นมา แววตาเจ็บช้ำ ศุภกฤตมองอย่างสนใจ
“ขอโทษทีนะครับ ผมกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับวงการลูกทุ่งในอดีต เรื่องสามเทพขนนกนี่แหละครับ ถ้าเรื่องการตายของคุณเผ่าพงศ์มันมีเงื่อนงำอย่างที่คุณน้าอัปสรสงสัย..ผมก็อยากจะได้ข้อมูล”
“ได้สิ คุณก็ช่วยไอ้อ้อมามาก ฉันยินดีให้คุณมาสัมภาษณ์ได้ตลอดเวลา”
ศุภกฤตพยักหน้ารับ เพ็ญกับอัปสรกอดกันดีใจที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง

เพียงฟ้าเดินหน้าตาปูดบวมช้ำที่โดนปลายอ้อตบ มาที่ห้องทำงานบูรพาอย่างรวดเร็ว ลั้นลาในสภาพสะบักสะบอมไม่แพ้กัน เศษอาหารยังติดหัวอยู่เลยเดินตามมาติดๆ
“ฉันจะให้เสี่ยเล่นงานอีนังปลายอ้อเน่านั่น” เพียงฟ้าเปิดประตูโวยวายนำเข้าไปก่อน “เสี่ยขา อีนังปลายอ้อมันทำร้ายฟ้าค่ะ เสี่ยต้องจัดการมันให้ฟ้านะคะ ดูซิคะ ฮือออ”
เพียงฟ้าชะงักไป เมื่อพบว่าบูรพาไม่ได้อยู่ในห้อง มีเพียงแสงโสมที่เปิดดูแฟ้มศิลปินอยู่เท่านั้น
“เสี่ยไม่อยู่เหรอ”
“อยู่ก็เห็นแล้วสิ แล้วนั่นหน้าไปโดนอะไรมา”
“อีปลายอ้อมันตบฟ้า คุณแสงโสมต้องให้เสี่ยจัดการนะ แจ้งตำรวจจับมันข้อหาทำร้ายร่างกาย”
แสงโสมรำคาญ “โอ้ย แค่นี้บริษัทยังยุ่งไม่พอหรือไง”
“คุณแสงโสมคะ เราต้องปกป้องชื่อเสียงของบูรพาซาวด์นะคะ ปลายอ้อกับพวกของมัน ทำพินาศยับเยินไปหมดแล้ว”
“ใช่ เราต้องเปิดแถลงข่าวสู้มันกลับ ฟ้าจะแฉความเลวร้ายของอีนังปลายอ้อเอง คุณแสงโสมนัดนักข่าวมาได้เลยนะคะ ฟ้าพร้อม”
“แต่ฉันไม่พร้อม..มีงานอื่นด่วนกว่าที่ต้องทำอีกเยอะแยะ เธออย่าพึ่งมาวุ่นวายเลย” แสงโสมรวบแฟ้มแล้วจะเดินออกไป พอผ่านหน้าเพียงฟ้าก็พูดลอยๆ “บางคนก็ควรจะโดนซะบ้างล่ะ”
แสงโสมเดินฉับๆ ออกไปจากห้อง เพียงฟ้าหงุดหงิดแทบจะระเบิดเสียงกรี๊ดออกมา

ปอแก้วนั่งหน้าเครียดอยู่ในล็อบบี้บริษัทอาร์ทิสต้า จนมองไปเห็นอภิวัชเดินออกมาก็รีบปราดเข้าไปดักหน้าไว้
“วัช”
อภิวัชชะงักไป หน้าเครียดขึ้นมา ทำท่าจะเดินหนีไป
“อย่าพึ่งเดินหนีฉันได้ไหม ฉันอยากคุยกับคุณ”
“ผมไม่ว่าง”
อภิวัชจะเดินหนีอีก ปอแก้วรีบคว้ามืออภิวัชเอาไว้ อภิวัชชะงักแอบสะเทือนใจที่โดนปอแก้วจับมือ
ปอแก้วบอกคนรักน้ำเสียงเว้าวอน “วัช...อย่าทำแบบนี้เลย”
อภิวัชหันมาเผชิญหน้ากับปอแก้ว “แล้วทีคุณทำกับผมล่ะ คุณเห็นผมเป็นอะไร ผมไม่มีความหมายอะไรเลยซักนิด ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกครอบครัว เราก็ไม่ควรพบกันอีก”
ปอแก้วอึ้ง อภิวัชแกะมือตัวเองออกจากที่ปอแก้วจับอยู่
“ให้เวลาผมทำใจบ้างเถอะ”
“วัชทำแบบนี้ เพราะต้องการจะแก้แค้นแก้วใช่ไหม”
อภิวัชสะเทือนใจ “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของเรา ผมแค่อยู่ข้างความถูกต้อง”
เสียงบูรพาดังขึ้น “แกจะไปง้องอนมันทำไม”
อภิวัชกับปอแก้วหันไปเห็นบูรพาตามเข้ามา หน้าตาโกรธแค้นอภิวัชสุดจะประมาณ
“ฉันนึกอยู่แล้วว่าแกต้องแล่นมาหามันที่นี่ เมื่อคืนมึงเข้ามายุ่งทำไม”
“เสี่ยกำลังล่อลวงปลายอ้ออยู่ ผมก็ต้องยุ่งสิ แล้วผมเห็นทุกอย่าง หลักฐานจากกล้องวงจรปิดก็มี ถ้าปลายอ้อจะเอาผิดเสี่ยจริง ยังไงเสี่ยก็หนีไม่รอด”
บูรพาแค้นแทบกระอัก “แกเห็นสันดานมันหรือยัง ที่แท้มันก็จ้องทำลายพ่อ มันร่วมมือกับนังปลายอ้อหลอกพ่อ!”
“ผมไม่ทำสันดานชั่วๆ เหมือนใครบางคนหรอก ผมแค่ไปอยู่ถูกที่ถูกเวลาพอดีเท่านั้น”
“มึง มึงด่ากู”
บูรพาบันดาลโทสะโผเข้าไปชก แต่อภิวัชมองอยู่แล้วจึงหลบทัน บูรพาเลยเสียหลักลงไปกองที่พื้น
ปอแก้วเข้าไปพยุง บูรพาตะกายขึ้นมา โมโหไม่หายจะเข้าไปชกอีกแต่ปอแก้วยึดแขนเอาไว้
“พ่อ อย่า”
“มึงทำกู มึงคอยดู กูจะเอาคืนมึงให้ถึงที่สุด จะเอาให้ค่ายมึงเจ๊งไม่เป็นท่า ในเมื่อจะเป็นศัตรูกัน ก็อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้”
บูรพาโกรธจัด โวยวายเสียงดังจนรปภ.วิ่งเข้ามาดู อภิวัชสั่งทันที
“ยาม เชิญสองคนนี้ออกไป”
รปภ.เข้าไปล็อคบูรพาพยายามลากออกไป บูรพายังขัดขืน
“ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจ”
ปอแก้วหันมองหน้าอภิวัชอึ้งๆ อภิวัชสบตาปอแก้วเจ็บปวดเหมือนกัน แต่ต้องตัดใจหันหลังเดินกลับเข้าไป ปอแก้วเสียใจเหลือแสนที่อภิวัชเย็นชา เหมือนไม่มีเยื่อใยกับเธออีกแล้ว

กลับถึงบ้านบูรพาอาละวาดโวยวายโหวกเหวกดังลั่นบ้าน
“มันไล่ฉันออกมาอย่างกับหมูกับหมา ไม่เคยมีใครทำกับฉันแบบนี้ เพราะแก! แกมันหน้ามืดตามัวที่ไปหลงคบกับคนแบบมัน”
“คุณพูดเกินไปแล้วนะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลูก คุณนั่นแหละที่ทำตัวเอง”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันโดนนั่งนั่นล่อลวง” บูรพาหันมาด่าปอแก้วต่อ “แกนั่นแหละที่ไม่รักดี มันทำกับฉันขนาดนี้แกยังไปตามตื้อมัน จนมันผยองคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าเรา เพราะแก! เพราะแกคนเดียว!”
ปอแก้วทนไม่ไหว ระเบิดออกมา “พอ! พอซักที! พ่อต้องการอะไรจากหนูอีก หนูยอมให้พ่อทุกอย่างแล้ว หนูไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
ปอแก้วน้ำตาไหลพราก วิ่งร้องไห้ขึ้นห้องไป พรทิพย์อึ้งมองตามลูกอย่างสงสาร

อัปสรนั่งอยู่บนเตียง หยิบรูปเก่าๆ ของเผ่าพงศ์ขึ้นมาดูเงียบๆ จนได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ อัปสรเอารูปเก็บแล้วหันไปมองเห็นปลายอ้อเปิดประตูเข้ามา
“แม่ไม่ลงไปกินข้าวเหรอ”
“แม่ไม่หิวเลย”
“แม่...แม่อย่าเครียดนะจ้ะ”
“แม่ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้แม่กินยาคุมอาการไว้อยู่ ตอนแรกแม่ก็ห่วงอ้อเหมือนกัน อ้อออกมาจากที่นั่นได้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไปเจออะไรแบบชั่วๆจากมันอีก”
“แต่อ้อก็ทำให้แผนแม่พังไม่เป็นท่า...” ปลายอ้อยกมือไหว้ลงไปบนตักแม่ “อ้อขอโทษนะแม่”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก” อัปสรลูบหัวปลายอ้อปลอบขวัญ “แม่เชื่อว่าเรายังมีหนทางอื่น อย่างน้อยตอนนี้เราก็เปิดหน้ารบกับมันแล้ว ทุกคนก็อยู่ข้างเรา เราต้องใช้สิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์”
อัปสรดึงลูกมากอด ปลายอ้อกอดตอบ สีหน้าไม่ค่อยสบายใจ

ค่ำนั้นบูรพานั่งเครียดอยู่ในห้อง โกรธแค้นปลายอ้อกับอภิวัช
ยิ่งเมื่อนึกถึงภาพที่ปลายอ้อกับอภิวัชให้สัมภาษณ์สื่อที่โรงพัก เหมือนรวมหัวกันประจานตน บูรพาก็ยิ่งแค้น หันไปที่โต๊ะข้างเตียงเปิดลิ้นชักหยิบปืนออกมาดู พึมพำเสียงต่ำ
“พวกมึงคิดจะทำลายกู....กูไม่ยอมพวกมึงง่ายๆหรอก”
แสงโสมเปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นบูรพากำปืนแน่นก็ตกใจ คิดว่าเสี่ยจะคิดสั้น
“คุณพี่! จะทำอะไรน่ะคะ อย่านะคะ! ใจเย็นๆ ก่อน”
“อะไรของเธอ”
“คุณพี่วางปืนลงก่อนเถอะค่ะ มีอะไรค่อยๆช่วยกันคิด”
บูรพารำคาญ “ฉันแค่เอาปืนออกมาเช็ด ไม่ได้จะคิดสั้นหรอกน่า”
“จริงนะคะ”
บูรพาไม่อยากให้แสงโสมเซ้าซี้อีกเลยเอาปืนไปเก็บ “เธอเข้ามามีอะไร”
“คือตอนนี้ชื่อเสียงบูรพาซาวด์วิกฤตหนักมากเลยค่ะ มีนักข่าวโทร.มาขอสัมภาษณ์เต็มไปหมด ส่วนเรื่องงานอีเวนท์ โร้ดโชว์ต่างๆ ก็แคนเซิลไปหลายงานเลย แสงโสมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีน่ะค่ะ...เลยอยากมาขอคำปรึกษาจากคุณพี่”
บูรพายิ่งฟังยิ่งโมโห “เธอก็หัดแก้ปัญหาเองสิ ฉันจ้างเธอมาทำงานนะ โว้ย อยู่ที่ไหนก็มีแต่ปัญหาๆๆๆ เบื่อโว้ยยย”
บูรพาระเบิดอารมณ์ใส่แล้วผลุนผลันออกไป แสงโสมจ๋อยสนิท

ทะนงเดินออกมาจากโรงพักกำลังจะกลับบ้าน เจอศุภกฤตมาดักรออยู่
“อ้าว กฤต ยังอยู่อีกเหรอ ผมนึกว่ากลับไปแล้ว”
“ก็กลับไปแล้วล่ะครับ แต่ผมคาใจอะไรบางอย่าง ตอนกลางวันก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับสารวัตรเลย”
“เรื่องอะไรเหรอ”
“สารวัตรน่าจะรู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับเรื่องเสี่ยบูรพา...ใช่ไหมครับ”
ทะนงมองหน้าศุภกฤตนิ่งๆ

แก้วเหล้าเปล่าถูกกระแทกลงบนโต๊ะ คนที่ดื่มรวดเดียวหมดคือเสี่ยบูรพา
“ไปเอามาอีก!”
เห็นคนในร้านมองมาที่บูรพาแล้วซุบซิบๆ กัน บูรพาสังเกตเห็น แต่ทำเป็นไม่สนใจ
จู่ๆ มีแก้วน้ำใบบัวบกถูกวางลงตรงหน้า บูรพาชะงักเงยหน้าขึ้นถามเด็กเสิร์ฟ
“นี่น้ำอะไร? ฉันไม่ได้สั่ง”
“น้ำใบบัวบกน่ะครับ”
บูรพาหันไปทางเสียงคนพูด พบว่าเป็นทะนง ซึ่งเดินเข้ามากับศุภกฤต
“ผมเห็นช่วงนี้เสี่ยน่าจะช้ำในไม่ใช่เล่น ก็เลยสั่งให้ ไม่ต้องห่วงนะครับ แก้วนี้ผมเลี้ยงเอง”
บูรพาลุกพรวดขึ้น จ้องหน้าทะนงอย่างโมโห พอเห็นสายตาคนในร้านต่างมองกันมาเป็นตาเดียว บางคนหยิบมือถือขึ้นมา ทำท่าเหมือนถ่ายคลิป เสี่ยหื่นเลยชะงักไป ตวาดใส่ทุกคน
“มองอะไรวะ”
บูรพาหันกลับมามองหน้าทะนงกับศุภกฤตอย่างเคียดแค้น แต่ไม่กล้าทำอะไร หยิบเงินออกมาวางปังบนโต๊ะแล้วก็ผลุนผลันออกไปอย่างฉุนเฉียว
“นึกว่าจะได้ทำข่าวเจ้าของบูรพาซาวด์ มีเรื่องชกกับตำรวจซะแล้ว”
“ตอนนี้เสี่ยเหมือนกับวัวสันหลังหวะน่ะ ใครไปสะกิดอะไรก็ออกอาการ”
“สารวัตรรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเสี่ยบูรพาบ้างครับเนี่ย”
“เอาว่า คุณกฤตอยากรู้เรื่องอะไรดีกว่า”
ศุภกฤตมองหน้าทะนง อย่างสนใจใคร่รู้เต็มที่

คืนนั้นปอแก้วนอนร้องไห้อยู่ในห้อง ความรู้สึกแย่ ประดังประเดเข้ามาไม่หยุด คิดภาพที่อภิวัชหมางเมินใส่ยิ่งเสียใจ
พรทิพย์ค่อยๆ เปิดแง้มประตูห้องเดินเข้ามา เห็นปอแก้วนอนร้องไห้อยู่ก็สงสาร ตรงเข้าไปลงนั่งข้างๆ
“แก้ว...”
“แม่...”
ปอแก้วโผเข้ากอดพรทิพย์ สะอื้นไห้อย่างรุนแรงจนตัวโยน พรทิพย์ลูบหลังลูบไหล่ด้วยความสงสาร
“ร้องออกมาลูก ร้องออกมาให้หมด”
ปอแก้วสะอึกสะอื้น “วัช...วัชเค้าไม่ไยดีอะไรแก้วเลย ระหว่างแก้วกับเค้า คงไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว...เค้าเลือกปลายอ้อ เค้าทำแก้วเจ็บเหลือเกินแม่”
“ใจเย็นๆนะแก้ว อย่าคิดมาก แม่ว่าคุณอภิวัชเค้าแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ เค้าอยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น มันเป็นเรื่องของมนุษยธรรมนะลูก ถ้าเค้าอยู่ตรงนั้น แล้วปล่อยให้ปลายอ้อโดนคุณพ่อเรา....ทำอะไรลงไป แก้วจะคิดว่าเค้าเป็นคนยังไง”
ปอแก้วนิ่งลง แต่ก็ยังสะอื้นเบาๆ
“หนูเสียใจได้...แม่เข้าใจ แต่หนูก็ต้องลุกขึ้นให้เร็ว เพราะเรามีภาระต้องรับผิดชอบมากมาย อย่ายอมให้เรื่องส่วนตัวมันมาทำลายเรื่องงานนะลูก ตอนนี้บูรพาซาวน์กำลังแย่ ภาวะผู้นำที่ดีเท่านั้น ที่จะช่วยแก้ไขให้ปัญหามันผ่านไปได้นะลูก เข้มแข็งนะลูก”
ปอแก้วนิ่งคิดตาม ค่อยๆ ปาดน้ำตา เงยหน้าขึ้นสบตาพรทิพย์
“ค่ะ...แก้วเข้าใจแล้ว”
พรทิพย์ยิ้มปลอบให้ลูกพยายามเข้มแข็ง สวมกอดให้กำลังใจ

ด้านอภิวัชเองก็นอนไม่หลับ คิดถึงตอนที่ปอแก้วกับบูรพามาหา ปอแก้วตัดพ้อว่าเขาทำแบบนี้เพื่อต้องการแก้แค้น
“วัชทำแบบนี้ เพราะต้องการจะแก้แค้นแก้วใช่ไหม”
คำพูดปอแก้วในงานแถลงข่าวผุดซ้อนขึ้นมาติดๆ
“ฉันยอมรับค่ะ ว่าเราคบหากัน ในช่วงที่เรียนอยู่ที่ต่างประเทศแต่ตอนนี้ความสัมพันธ์นั้นได้จบลงแล้ว”
เช้าวันก่อนอภิวัชเข้ามาในห้อง เจอปอแก้วทิ้งโน้ตไว้แล้วออกจากบ้านกลับไปหาบูรพา
เสียงคำขู่อาฆาตของบูรพาดังก้องขึ้น
“มึงทำกู มึงคอยดู กูจะเอาคืนมึงให้ถึงที่สุด จะเอาให้ค่ายมึงเจ๊งไม่เป็นท่า ในเมื่อจะเป็นศัตรูกัน ก็อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้”
คำขู่นี้เองทำให้อภิวัชคิดตก เกิดลูกฮึดขึ้นมา

เช้าวันนี้ ปลายอ้อกับบุญทิ้งช่วยกันทำกับข้าวอยู่ในครัว บุญทิ้งเด็ดผักบุ้ง ส่วนปลายอ้อคนแกงจืดอยู่
“พี่ทิ้ง ผักบุ้งน่ะหักก้านมันออกให้สั้นๆ ด้วยซิ จะใส่ไปทั้งก้านแบบนั้นได้ยังไง”
“เอ้า ต้องหักทำไม เดี๋ยวเคี้ยวๆ กินๆ เข้าไปก็เหมือนกันแหละ”
ปลายอ้อส่ายหัวระอา เห็นยุพาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“ไอ้อ้อ มีแขกมาหา”
ปลายอ้อขมวดคิ้วสงสัยว่าเป็นใคร เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วก็เดินออกมาดู

ในห้องรับแขก เห็นอภิวัชนั่งรออยู่ ปลายอ้ออึ้งนิดๆ
“คุณวัช...”
ไม่นานต่อมา ทั้งอัปสร บุญทิ้ง ยุพา นั่งกันอยู่ที่โต๊ะรับแขกแล้ว ปลายอ้อเอาน้ำมาเสิร์ฟให้อภิวัช
“ขอบคุณมากครับ”
“ขอบคุณคุณอภิวัชอีกครั้งนะจ้ะที่ช่วยไอ้อ้อมันเอาไว้”
“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมยินดีช่วย”
ปลายอ้อลงนั่งข้างๆ อัปสร “คุณวัชมาหาอ้อ....มีอะไรให้อ้อช่วยหรือเปล่าคะ”
อภิวัชมองหน้าปลายอ้อ ท่าทีลังเล “เอ่อ...ตอนนี้คุณปลายอ้อคงจะไม่ได้ทำงานกับบูรพาซาวด์แล้วใช่ไหมครับ”
“เกิดเรื่องขนาดนั้น อยู่ไปเค้าก็ไล่ออกมาอยู่ดีแหละครับ” บุญทิ้งแดกดัน
ยุพาเอ็ด “ไอ้ทิ้ง...”
บุญทิ้งหุบปากหมับ
“ก็อย่างที่พี่ทิ้งบอกนั่นแหละค่ะ”
“งั้น ผมพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน ตอนนี้คุณปลายอ้อสนใจจะมาเป็นศิลปินให้กับ อาร์ทิสต้า ไหมครับ...ผมยินดีที่จะปั้นคุณเต็มที่ ผมจะทำให้คุณดังให้ได้”
ปลายอ้อ บุญทิ้ง อัปสร และยุพา ช็อกทั้งแถบ ไม่นึกว่าอภิวัชจะชวนกันตรงๆ แบบนี้

สีหน้าอภิวัชมุ่งมั่นมาดหมายที่จะปั้นปลายอ้อขึ้นมาเป็นศิลปินลูกทุ่งเบอร์แรก ท้ารบกับบูรพาซาวด์เต็มที่

อ่านต่อตอนที่ 16


กำลังโหลดความคิดเห็น...