xs
xsm
sm
md
lg

พยัคฆ์ร้ายสาย(ส)ลับ ตอนที่ 7 : “เคน” ฝึกสายลับกระตุ้นความจำ!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พยัคฆ์ร้ายสาย(ส)ลับ ตอนที่ 7 : “เคน” ฝึกสายลับกระตุ้นความจำ!

บทประพันธ์ - บทโทรทัศน์ : จรูญพร ปรปักษ์ประลัย

เคนเดินออกมานอกสนามฝึกขององค์กรฟีนิกซ์อย่างตัดสินใจเด็ดขาด

"ไม่เอาอ้ะ ยังไงฉันก็ไม่เอาด้วย"
พุฒิเดินตามเคนมา
"ไอ้เคน แกคิดว่าแกเดินออกไปจากที่นี่ แล้วจะรอดจากคนพวกนั้นเหรอ ยังไงพวกมันก็จะคอยตามราวีแก จนกว่าพวกมันจะได้ของที่ต้องการ"
เคนหันขวับมา
"ฉันจะหนี ! หนีไปให้ไกลที่สุด !"
"แกหนีไปยังไง ก็ไม่พ้นมือพวกมันหรอก"
"แกเลิกยุ่งกับฉันได้แล้วพุฒิ เสียดายที่ฉันคิดว่าแกเป็นเพื่อนมาตลอด ที่แท้ทั้งหมดที่แกทำก็แค่ภารกิจ"
พุฒิตกใจกับคำพูดของเคน "ไอ้เคน"
เคนเดินออกไป พุฒิยืนมองตามอย่างรู้สึกเศร้า จนกระทั่งเจนเดินเข้ามามองอย่างเข้าใจความรู้สึก
"เคนเขาอาจต้องการเวลา"
"ครับพี่เจน ถ้าผมเป็นมัน ก็คงมึน ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน"
"แต่ยังไงพี่ก็มั่นใจ ว่าอีกไม่นาน เคนจะต้องกลับมา"

คอนโดของเคน ตอนกลางวัน
เคนหยิบเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า
เปิดลิ้นชัก หยิบพาสปอร์ตออกมา
หยิบกระเป๋า ก้าวออกจากห้อง

เคนหิ้วกระเป๋าก้าวออกมาด้านหน้าคอนโด ทันใดนั้นเอง ชิปปี้ก็ก้าวเข้ามาขวางไว้
"จะไปไหนเหรอ"
เคนมองอย่างรู้ดีว่าชายที่ยืนขวางอยู่นี้มาร้ายแน่ แม้กกี้และคนอื่น ๆ ตามเข้ามา แม้กกี้ยิ้มร่า
"เห็นมั้ยล่ะพี่ชิป บอกแล้วว่ามันต้องมานี่"
"พวกแกจะเอายังไง"
"ไปด้วยกัน"
"ทำไม"
"เราต้องการคุยกับยูซ่า"
"พวกแกได้คุยกับยูซ่าไปแล้วนี่"
"ใช่ แต่ธุระสำคัญยังไม่เสร็จ แกต้องเป็นยูซ่าอีกครั้ง"
"ไม่"
เคนเดินหนี แต่แม้กกี้เข้าขวางไว้ เคนก็ใช้กระเป๋าเดินทางเขวี้ยงใส่หน้า แล้ววิ่งหนีไป
"จับมันไว้"
ลูกสมุนของชิปปี้ตามเคนไปทันที
แม้กกี้มองตามไปด้วยความโกรธ แล้วชักปืนออกมา ชิปปี้รีบบอก
"จับเป็นเท่านั้น"
แม้กกี้เก็บปืนกลับเข้าที่เดิม

เคนวิ่งตรงไปทางถนน ลูกน้องของชิปปี้วิ่งตามมา สุดท้ายเคนก็ถูกล้อมไว้อีกครั้ง
ชิปปี้เดินตามเข้ามามองเคน เคนมองตอบอย่างหงุดหงิด
"เลิกยุ่งกับฉันซะที"
"จะให้เลิกยุ่ง ก็บอกสิว่าซ่อนของไว้ที่ไหน"
"ไม่รู้ บอกแล้วไงว่าไม่รู้"
ชิปปี้ยักหน้าเป็นสัญญาณ พวกลูกน้องเข้าไปจับเคนไว้ เคนพยายามขัดขืน
"ปล่อย ปล่อย ปล่อยสิวะ"
ทันใดนั้น...
"ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้"
พิงก์เดินมาโดยมีผ้าปิดหน้าอยู่ ทั้งหมดหันไปมอง
แม้กกี้บ่นฮุบ "ใครอีกวะเนี่ย"
ชิปปี้ตะโกน "เอามันไปขึ้นรถ"
ชายสองคนที่จับเคนล็อกซ้ายขวาไว้ลากเขาไป
"หยุดนะ !"
พิงก์ก้าวเข้าไป ชิปปี้เข้ามาขวางไว้ แม้กกี้ยืนมองแล้วยิ้มอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก
พิงก์พุ่งเข้าใส่ชิปปี้ทันที แต่ชิปปี้แข็งแกร่งกว่า ตั้งรับไว้ได้แล้วสวนกลับไป พิงก์กระเด็นล้มลง
"โทษที ฉันไม่มีเวลาจะเล่นด้วย"
ชิปปี้หันเดินไป พิงก์กระโดดยืนขึ้นมาอีกครั้ง ชิปปี้หยุด เหลือบไปมอง
"ถ้ายังไม่อยากให้จบ ก็ได้"
ชิปปี้หันกลับมาเต็ม ๆ พิงก์พุ่งเข้าไปหา ทั้งคู่ต่อสู้กันอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน แม้กกี้เปิดประตูรถ ให้พวกสมุนพาเคนขึ้นไป เคนเข้าไปแล้วมองผ่านกระจกรถออกมา

พิงก์กับชิปปี้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด พิงก์เป็นรองชิปปี้ เธอโดนอัดไปหลายขนาน แต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
"ปล่อย เขา"
"เธอนี่มันดื้อจริงๆ"
ชิปปี้มองแบบขำ ๆ ก่อนอัดซ้ำเข้าไปอีก จนพิงก์สลบลงไปแน่นิ่ง

เคนมองผ่านกระจกรถ ตาเบิ่งโต อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

ชิปปี้นั่งลง ยื่นมือไปจะดึงผ้าที่ปิดหน้าพิงก์ออก
"ไหนขอดูหน้าหน่อยสิ"
แต่แล้ว...
"หยุด !"
พุฒิเข้ามาพร้อมปืน ชิปปี้หันไปมอง แล้วก็จำได้ทันที
"แกอีกแล้วเหรอ"
"ฮือ แต่คราวนี้ฉันไม่ได้มาคนเดียวนะ"
ชิปปี้หันไปมองทางรถที่จับเคนไว้
ที่รถ ทีมคอมมานโดอาวุธครบมือเข้าล้อมแม้กกี้กับพวก รวมทั้งรถที่เคนถูกจับอยู่
คอมมานโดสั่ง"ยกมือขึ้น ยกมือขึ้น"
แม้กกี้มองอย่างเซ็ง ๆ ก่อนที่ยอมยกมือขึ้นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
ประตูรถเปิดออก เคนรีบออกมา ความสนใจของเขาอยู่ที่ผู้ที่มาช่วย

ชิปปี้หันไปมองพุฒิอย่างแค้น ๆ
"โอเค แกชนะ"
"ก็เหมือนทุกทีนั่นแหละ เอาตัวไป" พุฒบอกกับทีม
คอมมานโดเข้ามาคุมตัวชิปปี้ไป

ทั้งชิปปี้ แม้กกี้ และคนอื่น ๆ ถูกคุมตัวขึ้นรถ

เคนตรงเข้ามาหาพิงก์ที่ยังสลบอยู่ เขานั่งลงร้องเรียก

"คุณ คุณ"
พิงก์ยังคงไม่ได้สติ
เคนมองใบหน้านั้นอย่างรู้สึกคุ้นเคย
พุฒิยืนมองดูอยู่ ลูกน้องเข้ามารายงาน
"คุมตัวทุกคนขึ้นรถแล้วครับ"
"ฮือ"
พุฒิเดินตามทุกคนขึ้นรถอีกคันไป

เคนยื่นมือไปดึงผ้าที่ปิดหน้าออก ทันทีที่เห็นหน้านั้นเต็ม ๆ เขาก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนทันที
"หา !"
พิงก์สลบอยู่
เคนมองตะลึง
จนพิงก์รู้สึกตัว พยายามลุกขึ้นมา
"โอ๊ย !"
"อย่าเพิ่งลุก !"
เคนเอาผ้าที่ถอดออกมาให้พิงก์ดู พิงก์ตกใจเมื่อรู้ว่าเคนรู้ความจริงแล้ว
"เคน !"
"ยังไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น"
เคนประคองพิงก์ลุกขึ้นมา แล้วเดินไปด้วยกันช้า ๆ

ด้านในรถตู้ ชิปปี้กับแม้กกี้นั่งอยู่ตรงข้ามกัน ที่นั่งติดประตู มีคอมมานโดสองคนนั่งคุมอยู่
แม้กกี้ถาม "ถามจริงเหอะ แค่คดีวิวาท ทำไมต้องขนทีมมากันขนาดนี้ด้วย"
คอมมานโดทั้งสองไม่มีใครตอบ
"โอเค ไม่ตอบก็ไม่ตอบ"
แม้กกี้หันไปสบตาชิปปี้ที่มองอยู่ ชิปปี้หลิ่วตาเป็นสัญญาณ ทั้งคู่นับในใจ 1 2 3 แล้วพุ่งเข้าใส่คอมมานโดทั้งสอง
คอมมานโดตั้งรับ แต่แม้กกี้กับชิปปี้ก็กระชากปืน แล้วกระแทกเข้าใส่ จนทั้งคู่สลบ

ประตูหลังของรถตู้เปิดออก ชิปปี้กับแม้กกี้ยื่นปืนที่แย่งมาออกมาทางด้านหลังรถ แล้วยิงใส่รถพุฒิที่ขับตามมา ปัง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กระสุนไม่โดนคน แต่โดนล้อรถ ยางระเบิด รถเสียหลัก พุฒิตกใจมาก
"เฮ้ย !"
รถเบรกเอี๊ยด ขณะที่รถตู้ห่างออกไป พุฒิมองตามอย่างเดือดดาล

แม้กกี้หัวเราะร่า
"ฮ่ะ ๆๆๆๆๆ มันจริงเว้ย"

พุฒิยก วอ. ขึ้นพูด
"ฟีนิกซ์หนึ่งถึงทีมปฏิบัติการ ผู้ร้ายกำลังพยายามหลบหนี รักษาความเร็วรถไว้ ห้ามหยุดรถเด็ดขาด"

เจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งข้างคนขับรถตู้ ตอบวอ. ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ทราบ"

ทางรถตู้ด้านหลัง ชิปปี้บอกกับแม้กกี้
"ไฟแดงหน้าเตรียมโดด"

รถตู้วิ่งมาทางไฟแดงไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว รถแล่นผ่านไป

แม้กกี้บอก "พี่ชิป รถมันไม่ยอมหยุดน่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นเรารอไม่ได้แล้วล่ะ"
แม้กกี้กลัว เพราะคิดว่าชิปปี้จะชวนโดด "เอาจริงเหรอพี่ชิป"
"จริง"
ประตูหลังของรถตู้เปิดออกอีกครั้ง แม้กกี้กับชิปปี้ช่วยกันยกร่างคอมมานโดขึ้นมา แล้วนับจังหวะ
"หนึ่ง สอง สาม"
ร่างคอมมานโดถูกโยนออกไปจากรถ กลิ้งไปบนถนน

คนขับรถตู้ มองกระจกด้วยสีหน้าตกใจ
"เฮ้ย !"
เขาเบรกรถเอี๊ยด
"หยุดทำไม"

ชิปปี้กับแม้กกี้ใช้จังหวะนั้น กระโดดลงมาจากท้ายรถตู้
พลขับและคอมมานโดที่ด้านหน้า เปิดประตูออกมา ยกปืนยิงใส่
ชิปปี้กับแม้กกี้ยิงตอบ พลางถอยหนี
พลขับกับคอมมานโดรีบหลบเข้าที่หน้ารถ
ชิปปี้กับแม้กกี้วิ่งออกข้างทางไป
พลขับกับคอมมานโดวิ่งตามไป จนมาหยุดที่คอมมานโดที่ถูกโยนลงมาจากรถ พลขับนั่งลงดูอาการเพื่อน
"เฮ้ย !"
คอมมานโดรีบวอ.รายงาน
"ฟีนิกซ์สองรายงาน พวกมันหนีไปได้ มีคนของเราบาดเจ็บด้วย"

ในรถอีกคัน พุฒิฟังรายงานด้วยสีหน้าเจ็บปวด
"โธ่ !"

ที่คอนโดของเคน พิงก์นั่งอยู่บนเตียง เคนยื่นผ้าห่อน้ำแข็งประคบรอยบอบช้ำ เขามองเธอ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดี มันอึ้งไปหมด พิงก์ก็เช่นกัน ในห้องจึงมีแต่ความเงียบอันน่าอึดอัด เคนหันหลังไป
"เคนจะไปไหน"
เคนไม่ตอบ เดินต่อไป
"เคน เคน"
เคนก้าวออกจากห้องนั้นไป พิงก์มองตามไปด้วยความเศร้า
พิงก์เรียกแผ่วเบา "เคน"

เคนเดิน ... มองออกไปยังแม่น้ำ บรรยากาศสวยงามด้วยสะพานด้านหลัง แต่เคนไม่รู้สึกสดใสเอาเสียเลย
เขายืนมองแล้วภาพต่าง ๆ ในอดีตก็ย้อนกลับมา

เคนนั่งคิดงานหัวฟูอยู่ในห้องทำงาน เขาคิดงานไม่ออก เขียน ๆ แล้วก็โยนทิ้ง

ที่หน้าห้อง บับเบิ้ลกับเจ๊สายืนรออยู่หน้าประตูสีหน้าเคร่งเครียดกังวลใจ น้ายักษ์เดินเข้ามาแบบวีน ๆ
"เคนล่ะ ?"
บับเบิ้ลและเจ๊สาไม่ตอบเป็นคำพูด แต่ใช้นิ้วชี้ไปในห้อง
ยักษ์หมุนบิดจะเปิดห้อง แต่ห้องล็อก เขาเปลี่ยนเป็นเคาะเรียกหลายครั้ง ผสมเรียก
ยักษ์เรียก "เคน เคน ไอ้เคน"
ด้านใน เคนนั่งเครียด หงุดหงิดรำคาญเสียงเคาะ เสียงเรียก
"ไม่เปิดเหรอ ได้"
ยักษ์ถอยหลัง เตรียมพังประตูเข้าไป แต่แล้วเมื่อเขาพุ่งเข้าชน ประตูก็เปิดออก ยักษ์หลุดเข้าไปในนั้น
"เฮ้ย ๆๆๆๆ"
เคนออกมาโดยไม่สนใจยักษ์ บอกกับบับเบิ้ล
"เดี๋ยวมา"
ยักษ์วิ่งตามมาที่หน้าประตู
"เฮ้ยไอ้เคน จะไปไหน กลับมาคิดงานให้เสร็จก่อน ไม่มีเวลาแล้วนะเว้ย"

เคนเปิดประตูรถเข้าไปนั่งที่คนขับ อยู่ ๆ ประตูอีกด้านก็เปิดออก หญิงสาวสวยคนหนึ่งเข้ามานั่งข้าง ๆ
เคนหันไปมองงง ๆ
"อะไรน่ะ"
พิงก์ยิ้มหวาน
"พิงก์ค่ะ เออีคนใหม่"
"แล้ว...?"
"น้ายักษ์ให้ฉันมาตามงานจากคุณ"
"โอ๋ย ! ถ้าจะทำงานด้วยกัน กฎข้อแรก เวลาผมคิดงาน ห้ามใครยุ่ง"
"ฉันก็มีกฎเหมือนกัน เดดไลน์คือเดดไลน์ ถึงเวลาต้องได้งาน"
"โอเค !"
เคนขับรถออกไปอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด

เคนเดินออกมามองตรงไปที่แม่น้ำอย่างเซ็ง ๆ พิงก์ตามมายืนข้าง ๆ
"ออกมาอย่างนี้ แล้วคิดงานออกเหรอคะ"
เคนไม่ตอบ พิงก์จ้องหน้าเคน
"หันมา"
"จะทำอะไร"
"เหอะน่า"
เคนหันมาแบบไม่เต็มใจนัก พิงก์ยื่นสองมือจับมือเคนไว้ เคนมองงง ๆ แต่รู้สึกดีอย่างประหลาดกับสัมผัสแรก
"มองตาฉัน ใครกระพริบตาก่อนแพ้"
เคนจะดึงมือออก
"ไม่เล่นอ่ะ"
"นิดเดียว"
ทั้งคู่มองจ้องตากันและกัน นิ่ง นาน ก่อนที่เคนจะกระพริบตา พิงก์ยิ้มขำ
"คุณแพ้แล้ว"
"ขออีกที"
ทั้งคู่มองจ้องตากันอีกครั้ง คราวนี้นิ่ง และนานกว่าเดิม พิงก์ยิ้ม เคนอดยิ้มไม่ได้ อยู่ ๆ เคนก็พูดขึ้นมาอย่างดีใจ
"เดี๋ยวนะ คิดออกแล้ว"
"อะไรเหรอ"
"คิดงานออกแล้ว"
"เห็นไหมล่ะ คุณคิดไม่ออก เพราะจมอยู่กับมันมากไป"
"ขอบคุณนะ"
"จากนี้ไป ไม่ต้องปิดห้องคิดงานคนเดียวแล้วนะคะ"
เคนยิ้ม "ครับ"

ในห้องจัดเลี้ยง เคนหยิบแหวนแต่งงานออกมา คุกเข่าลงต่อหน้าพิงก์
ทุกคนมองเหมือนโลกหยุดหมุน พาอันฮือฮาด้วยความตื่นเต้น
"พิงก์ เราแต่งงานกันนะครับ"
เคนกับพิงก์สวมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง
ทุกโพสแสดงความรัก โอบกอด, หัวเราะให้กัน, หอมแก้ม, และจูบกัน

เคนยืนครุ่นคิดอยู่ที่ริมแม่น้ำจุดเดิม พิงก์เดินเข้ามา
"เคน !"
เคนนิ่งไม่ตอบ พิงก์เข้าไปจับมือเคนไว้ พูดเครือ ร้องไห้
"หันมาสิ เคน"
เคนยังคงยืนนิ่ง
"เคน พิงก์ขออีกครั้งเดียว"
เคนหันมาหาพิงก์ พิงก์ยื่นสองมือจับมือเคนไว้
"มองตาพิงก์ ใครกระพริบตาก่อนแพ้"
"ไม่"
"ทำไมล่ะ"
"เล่นไปผมก็แพ้ เหมือนที่แพ้มาตลอด"
"เคนไม่เคยแพ้หรอก เคนชนะพิงก์ตั้งแต่ครั้งแรก ... รู้ไหม ครั้งแรกที่พิงก์ได้พบเคน พิงก์นึกว่าจะได้เจอสุดยอดนักสืบที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าว แต่เคนที่พิงก์เจอไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย ... เคนที่พิงก์รู้จักมาตลอดสองปี ทั้งอ่อนโยน อ่อนหวาน และหลายครั้ง... อ่อนไหว"
"พิงก์ คุณเป็นใครกันแน่"
"พิงก์ก็ทำงานไม่ต่างจากเคนหรอก ... พิงก์เป็นสายลับ"
เคเสียงประชด"สายลับ ! ใช่ ! ใคร ๆ ก็เป็นสายลับ"
เคนผิดหวังจนพูดอะไรไม่ออกอีก
"เคน พิงก์ขอโทษ พิงก์ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเคนจริง ๆ"
"แล้วคุณต้องการอะไร คุณทำกับผมแบบนี้ทำไม"
"พิงก์ถูกส่งมาให้สานงานต่อจากจอร์ช"
"ถ้างั้นเรื่องระหว่างเรา ก็แค่งาน"
คำพูดของเคนทำให้พิงก์ยิ่งรู้สึกผิด ส่วนเคนก็รู้สึกเจ็บปวดพอกัน
"เคน !"
น้ำตาพิงก์ไหลออกมาอย่างไม่อาจยั้ง
"พิงก์รักเคนนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม แต่เรื่องนี้ มันเป็นความจริงเสมอ"
น้ำตาพิงก์ไหลออกมาอย่างไม่อาจยั้ง เธอรู้ว่าเคนคงไม่อาจรับเรื่องนี้ได้ เธอปล่อยมือ หันหลังก้าวไป จากนี้ไปเส้นทางของทั้งสองคงต้องแยกจากกันไปตลอดกาล
เคนยืนนิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเสียของสำคัญที่สุดในชีวิตไป เขาหันขวับไป
"พิงก์"

พิงก์หยุด รอว่าเคนจะพูดอะไร แล้วเคนก็เข้ามาข้างหลังกอดเธอไว้แน่น เขาร้องไห้ออกมาเช่นกัน

ที่คอนโดฯ เคนและพิงก์นั่งกอดกันอยู่ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร สัมผัสแห่งการโอบกอดแทนคำพูดนับล้าน

ระหว่างนั้นเอง มีเสียงเคาะประตู เคนกับพิงก์มองหน้ากัน เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก
"ผมเปิดเอง"
เคนกับพิงก์ค่อย ๆ เดินไปที่หน้าประตู ระหว่างนั้น พิงก์หยิบไม้เบสบอลขึ้นมาถือไว้ เตรียมใช้เป็นอาวุธ เสียงเคาะประตูดังอีกครั้ง
เคนมองผ่านช่องตาแมว เห็นชายร่างใหญ่ยืนหันหลังอยู่ จังหวะ เขาหันไปพูดกับอีกสองคนที่มาด้วย
เคนมองหน้าพิงก์ ให้สัญญาณมือนับ หนึ่ง สอง สาม พอถึงสาม พิงก์ก็เปิดประตูออกอย่างแรง

เคนพุ่งไปล็อกคอชายร่างใหญ่ มือเงื้อจะต่อย ส่วนพิงก์ก็เงื้อไม้กะฟาด
"แก เสร็จฉันล่ะ"
ชายคนนั้นรีบร้องห้าม
"เฮ้ย ๆ นี่น้าเอง"
เคน/พิงก์แปลกใจ "น้ายักษ์ !"
"ก็ใช่น่ะสิ"
"น้ายักษ์มาทำอะไรคะ"
"ก่อนจะคุยกันต่อ ช่วยปล่อยก่อนได้ป่ะ"
"โอเค ลืมไป" เคนว่า
เคนปล่อยมือที่ล็อกคอยักษ์ออก ยักษ์รู้สึกเจ็บระบม
"อูย..."
เจ๊สากับบับเบิ้ลที่ยืนดูอยู่ เดินเข้ามา
เจ๊สาบอก "พวกเราเป็นห่วงน่ะ ก็เลยชวนกันมาเยี่ยม"
"ใช่ แต่ดูแล้วไม่เป็นอะไรเลยนี่"
"ไอ้เคนน่ะไม่เป็นอะไรหรอก ส่วนฉันน่ะสิ โอ๊ย" ยักษ์พูดไปบีบจับคอที่เคล็ดไป "โดนไปเต็ม ๆ"
"ขอโทษครับน้า"
"เข้าไปคุยกันเข้าในเหอะ"

ต่อมา บับเบิ้ลค้นของออกมากิน ขณะที่คนอื่นจับกลุ่มคุยกันอยู่
เจ๊สาถาม "ตกลงใครช่วยเคนมาจากพวกนั้นน่ะ"
"ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว"
"เฮ่อ ! เกิดเรื่องไม่หยุดไม่หย่อนแบบนี้ ถามจริงเหอะ แอบไปมีเรื่องอะไรกับใครเขาไว้หรือเปล่า"
เคนมองหน้าพิงก์แบบรู้กัน ก่อนหันไปตอบยักษ์
"ตอนแรกผมก็มั่นใจว่าไม่มีนะครับ แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้ว"
"เรื่องประเภทไหนเหรอ หนี้นอกระบบ เหยียบตีนนักเลง หรือว่าแอบไปเต๊าะเมียชาวบ้าน" บับเบิ้ลถาม
"ไม่ใช่ ! ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ยังไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้น"
"แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อ ขืนปล่อยไว้มีหวังอยู่ไม่เป็นสุขไปทั้งชาติแน่"
"ยังไม่รู้เหมือนกันครับน้า แต่ผมเชื่อว่า ถึงจะเป็นห้องที่ปิดตาย เราก็ยังหาทางออกได้เสมอ"
"ใช่ค่ะ และเราจะหาทางออกไปด้วยกัน"
เคนพูดแล้วมองหน้าพิงก์ พิงก์ส่งสายตาสื่อความหมายว่า เขาและเธอเป็นหนึ่งเดียวกัน

มุมหนึ่งในบ้าน ธงรบฟังลูกน้องรายงานด้วยสีหน้านิ่งเงียบ
"พวกนั้นมันเปิดตัวเต็มที่แล้วครับนาย จากนี้ไปเราคงเข้าถึงตัวไอ้เคนยากขึ้น" ชิปปี้ว่า
"เรื่องนั้นฉันไม่ห่วงหรอก ยังไงมันก็หนีเราไม่รอด ที่ฉันห่วงคือคนของเรามากกว่า"
ชิปปี้กับแม้กกี้หันมามองหน้ากัน สงสัยว่าธงรบหมายถึงใคร เอมมี่ก้าวเข้ามา พูดอย่างมั่นใจ
"ให้เอมมี่จัดการเรื่องนี้เองเถอะค่ะ"
"เธอรู้เหรอว่าฉันหมายถึงใคร"
"รู้สิคะนาย"
เอมมี่แกล้งเดินไปหาชิปปี้กับแม้กกี้ มองหน้าสองคนนั้นแบบกวน ๆ สองคนนั้นหน้าเสีย
"เฮ้ย ไม่ใช่พวกฉันนะเว้ย"
"รู้แล้วน่า" เอมมี่ตบหน้าแม้กกี้เบา ๆ "ทำตื่นตูมไปได้"
"แค่สั่งสอนนะเอมมี่ อย่าให้ถึงตาย ฉันยังต้องใช้งานเขาอยู่"
"ค่ะนาย"
เอมมี่พูดแล้วก็เดินออกไป สายตายังคงมองชิปปี้กับแม้กกี้แบบกวน ๆ ชิปปี้ดูหงุดหงิด
ชิปปี้พูดโดยไม่ออกเสียง "อีดอก"

ซูซี่นั่งกอดเข่าครุ่นคิดอยู่บนโซฟา ... นึกถึงสนามมวยใต้ดิน

ยังไม่ถึงเวลาเปิดสนาม... ในสนามใต้ดินจึงโล่งไม่มีใคร มีแต่เพียงเสียงเพลง ‘คลาสสิก’ ที่เปิดด้วยมือถือเสียงเข้ากับลำโพงก้องไปทั้งสนาม
King Crow อยู่ที่มุมหนึ่งของสนาม กำลังโหนบาร์ต่อเนื่องหลายครั้ง
ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาด้านหลัง กอดอกมอง อมยิ้ม
King Crow ถามโดยไม่หันไปมอง
"เข้ามาฟังเพลง หรือว่าเข้ามาดูผม"
"ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ"
King Crow ปล่อยมือจากบาร์ลงมาที่พื้น แล้วหันมาหาซูซี่
"ไม่อยากเชื่อ ว่าโหด ๆ แบบคุณจะชอบฟังเพลงคลาสสิก"
"แล้วคุณล่ะ ชอบฟังเพลงแบบไหน"
ซูซี่ยิ้มก่อนส่งนามบัตรให้ King Crow รับมาดูงง ๆ
"ไปพบฉัน แล้วจะให้คำตอบ"
"นามบัตรอะไรไม่มีชื่อ"
ซูซี่ยิ้มหันหลังเดินไป King Crow มองตามร่างในชุดรัดรูปงามนั้นไป ก่อนตะโกนไล่หลัง
"เดี๋ยวสิ ตกลงคุณชื่ออะไร"
ซูซี่ไม่ตอบ ได้แต่เดินยิ้มไป

King Crow มองจนซูซี่เดินออกไป จึงยกนามบัตรขึ้นดูอีกครั้ง

ซูซี่นั่งอยู่ที่เดิม ท่าเดิม ยังคงคิดถึงภาพอดีต

King Crow ก้าวเข้ามาในบริเวณบ้าน เขายกนามบัตรขึ้นดู ทันใดนั้นเองกลุ่มชายฉกรรจ์ก็เข้าล้อมไว้
King Crow มองไปรอบ ๆ หยั่งท่าทีและฝีมือของคนเหล่านั้น
"โทษที มาหาคน ไม่ได้มาหาเรื่อง"
ทว่าคนพวกนั้นเหมือนไม่สนใจคำอธิบาย ทั้งหมดบุกเข้าใส่ King Crow ทันที แต่ King Crow ก็รับ หลบ และโต้กลับไปอย่างสบาย ๆ จนทั้งหมดลงไปกอง
King Crow หยิบนามบัตรที่ตกลงพื้นขึ้นมา จังหวะนั้นเองที่ซูซี่กับธงรบเดินเข้ามา King Crow มองสองคนนั้นอย่างไม่พอใจ
"ก็แค่อยากรู้ ว่าที่เห็นในสนามมวย มันของจริงหรือการแสดง"
"แล้วรู้หรือยัง"
"รู้แล้ว แกจะเริ่มทำงานให้ฉันได้ตั้งแต่เมื่อไร"
"ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะทำงานด้วย"
King Crow หันหลังไป ซูซี่กับธงรบมองไม่ละสายตา
"คุณปฏิเสธไม่ได้หรอก"
King Crow หันกลับมา
"ถ้าทำแล้วจะได้อะไร"
ธงรบยิ้ม "ฮึ ! นึกว่าจะเก่งแต่บู๊ เรื่องธุรกิจก็เป็นเหมือนกันนี่"
"นิดหน่อยน่ะ ก่อนทำอะไรต้องตกลงกันให้เรียบร้อย จริงป่ะ"
King Crow มองธงรบ แล้วมองซูซี่ ซูซี่ยิ้มแบบชอบใจ King Crow ที่ดูกร้าวแกร่งไม่เกรงธงรบเลยแม้แต่น้อย

ซูซี่นั่งอยู่ที่เดิม ท่าเดิม ยังคงคิดถึงภาพอดีต

King Crow เดินเข้ามา
"ตกลงคุณชื่ออะไร"
ซูซี่เข้ามาจากอีกด้าน
"แล้วคุณอยากเรียกฉันว่าอะไรล่ะ"
"อาทิตยา"
"ทำไมล่ะ"
"คุณคือดวงอาทิตย์ ส่วนผมคือดาวบริวาร ที่หมุนวนรอบตัวคุณ"
ซูซี่ยิ้ม "ช่างคิดนะ แต่ฉันไม่ใช่ดวงอาทิตย์หรอก ฉันยังต้องทำงานตามคำสั่งของคุณธงรบ"
"มีคนบอกว่าคุณเป็นเด็กของเสี่ยธงรบ"
"เปล่า"
"ถ้างั้นก็พิสูจน์สิ ว่าคุณเป็นอิสระ ทั้งตัว และหัวใจ"
King Crow เดินเข้าไปหาซูซี่ ซูซี่เดินถอยหนีจนติดผนัง
King Crow ยื่นริมฝีปากเข้าไปหาซูซี่ ซูซี่เชยหน้าเตรียมรับจูบของ King Crow

ซูซี่นั่งนึกแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ จังหวะนั้นเอง มีเสียงบางอย่างดังขึ้น ซูซี่คว้าปืนตวัดไปทันที
เอมมี่เข้ามาถึงตัวซูซี่แล้ว เอมมี่ยิ้มอย่างใจเย็น ไม่สะทกสะท้าน แม้ปากกระบอกปืนจะเล็งตรงมาที่เธอ
"ถึงขั้นจะฆ่ากันเชียวเหรอ"
"ถ้าจำเป็น ... เอมมี่ เธอมาทำไม"
"นายสั่งให้ฉันมา"
ซูซี่มองหน้าเอมมี่ด้วยดวงตาที่ดุดันยิ่งขึ้น
"กลับไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ"
"กลับแน่ แต่ขอทำธุระให้เสร็จก่อน"
พูดจบเอมมี่ก็หมุนตัว แย่งปืนมาจากมือซูซี่ แล้วหมุนตัวต่อ ศอกกลับใส่หน้าซูซี่ จนซูซี่ล้มไปกระแทกของในห้อง แตกกระจาย ปืนในมือเอมมี่เล็งไปที่ซูซี่ ซูซี่เช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วมองอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นกัน
"ถึงขั้นจะฆ่ากันเชียวเหรอ"
"ยังไม่จำเป็น"
เอมมี่ถอดลูกกระสุนออก แล้วโยนปืนทิ้งไป ซูซี่มองอย่างโกรธแค้น
"ทำไมคุณธงรบถึงส่งเธอมา"
"ถามได้ เธอเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ ... เธอจงใจปล่อยยูซ่าไป นายถึงได้ให้ฉันมาเตือนเธอ ถ้าเธอยังขืนใจอ่อน ไม่รู้จักแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว เธอจะไม่โดนแค่นี้ ... เข้าใจแล้วนะ"
ซูซี่พยักหน้าน้อย ๆ อย่างยอมรับผิด
เอมมี่หันหลังเดินไป ซูซี่ลุกขึ้นและมองตาม ในสมองเต็มไปด้วยความคิดมากมายที่ขัดแย้งกัน

เจนมองหน้าพุฒิและพูดอย่างเป็นการเป็นงาน
"ตกลงสองคนนั้นเป็นไงมั่ง"
"เจ็บหนัก แต่ตอนนี้อาการปลอดภัยแล้วครับ"
"ผมบอกพี่เจนแล้ว ว่าพี่เจนใช้คนผิด ถึงได้มีเรื่องแบบนี้" ชาคริตบอก
พุฒิมองหน้าชาคริต
"ชาคริต ถ้าคุณมั่นใจอย่างนั้น คุณมาทำแทนผมเลย"
"พอ ! ไม่ต้องเถียงกัน ตอนนี้ฉันไม่เลือกใครทั้งนั้น ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน เข้าใจไหม ... แล้วเคนล่ะ เคนเป็นไงมั่ง"
พุฒิส่ายหน้าช้า ๆ "อย่างที่พี่เจนบอกนั่นแหละ มันคงต้องการเวลา"

เคนขับรถ พิงก์นั่งอยู่ข้างๆ
"ที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องมาด้วยก็ได้นะพิงก์"
"ไม่ ! บอกแล้วไง ว่าเราจะหาทางออกด้วยกัน ต่อจากนี้เคนไปไหน พิงก์จะไปด้วย ... แล้วอีกอย่างนะ พวกนั้นยังจ้องจะจับตัวเคนอยู่ พิงก์คนนี้จะคอยเป็นบอร์ดี้การ์ดให้เอง"
"จ้า"

เคนขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบาร์ยูโทเปีย
เคนกับพิงก์ลงมาจากรถ แล้วมองไปทางบาร์
"เคนมานี่ทำไมเหรอ คราวก่อนก็มาทีนึงแล้ว"
เคนหันขวับไปมองหน้าพิงก์
"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเคยมา"
พิงก์เหวอ รู้ตัวว่าหลุดไปแล้ว "เอ้อ.."
"อ๋อ รู้แล้ว คุณคอยตามดูผมอยู่ตลอด มิน่า คุณถึงรู้ว่าผมเป็นยูซ่า ผมก็ดันหลงคิดอยู่ตั้งนาน ว่าไอ้พุฒิมันปากโป้ง เอาเรื่องนี้ไปบอกคุณ"
"จะไม่ให้คอยตามได้ไงล่ะ พิงก์เป็นห่วงเคนนี่"
"เป็นห่วง หรือว่าตามสืบกันแน่"
พิงก์ยอมจำนน "ก็ทั้งสองอย่างแหละ"

เคนเซ็ง "โอ้ว"

เจ๊หว่างยืนอยู่หน้าเวที มองอย่างหงุดหงิด

"เร็ว จะพร้อมกันได้หรือยัง ทุกคนเข้าที่"
บนเวที บรรดาลูก ๆ ของเจ๊หว่างเข้าไปยืนตามจุดของตัวเอง
"หนึ่ง สอง สาม"
เจ๊หว่างชี้นิ้วไปที่ฝ่ายเสียง เสียงเพลงดังขึ้นมา
บนเวที กลุ่มนางโชว์เริ่มซ้อมเหมือนจริง
เจ๊หว่างถอยมาดู สีหน้าเคร่งเครียดหงุดหงิด เฮียฮะเข้ามาตบไหล่เบา ๆ ทำนองให้ใจเย็น ๆ
เคนกับพิงก์เดินเข้ามา หยุดมอง

เพลงยังไม่ทันจบ เจ๊หว่างก็สั่งหยุด
"พอ ๆ พอเลย จะให้มันพร้อมกันหน่อยไม่ได้หรือไง โอ๊ย ไม่ได้อย่างใจเลย"
เฮียฮะมองหน้าเจ๊หว่างด้วยสีหน้าห่วงใย
"สว่าง ใจเย็น ๆ หน่อยสิ ดูสิฮะ ลูก ๆ ขวัญกระเจิงกันหมดแล้ว"
"ทำไมน้า ทำไมไม่มีสักคนที่จะเหมือนกับยูซ่า"
เคนกับพิงก์เข้ามาข้างหลังทั้งสองคน
"เจ๊ครับ"
เจ๊หว่างกับเฮียฮะหันมา เจ๊หว่างมองอย่างไม่เชื่อสายตา
"ยูซ่า ! แม่กำลังนึกถึงหนูอยู่พอดี เหมือนฟ้ามีตา พูดถึงปุ๊บ ก็มาปั๊บเลย" เจ๊หว่างมองพิงก์แล้วน้ำเสียงเปลี่ยน "แล้วนี่ใครล่ะ"
"พิงก์ค่ะ เป็นแฟนเคน ที่จริงมากกว่าแฟนนี้ดนึง เรากำลังจะแต่งงานกันค่ะ"
เจ๊หว่างอ้าปากหวออย่างนึกไม่ถึง
"แต่งงาน !"
"ใช่ครับ แต่เรื่องนั้นไว้ทีหลังเถอะครับ ที่ผมมานี่ ผมมีเรื่องที่จะถาม"
เจ๊หว่างมองหน้าเคนอย่างอยากรู้เหมือนกัน ว่าเคนอยากถามอะไร

ในห้องแต่งตัว เคนมองหน้าเจ๊หว่างอย่างต้องการคำตอบ โดยมีเฮียฮะกับพิงก์ฟังอยู่ด้วย
"เจ๊ ผมถามตรง ๆ แล้วก็ขอให้เจ๊ตอบตรง ๆ ด้วย ทำไมยูซ่าถึงมาเป็นนางโชว์ที่นี่ได้ล่ะครับ"
"ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ ก็ลูกสาวแม่เองไม่ใช่เหรอ ที่เดินเข้ามาขอสมัครเป็นนางโชว์น่ะ"
เจ๊หว่างยิ้ม แล้วนึกถึงอดีตเมื่อครั้งเจอยูซ่าครั้งแรก

ยูซ่ายืนพูดมองหน้าเจ๊หว่างและเฮียฮะ
เจ๊หว่างถามจริงจัง "จะมาทำงานที่นี่ เคยแสดงที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า"
"ไม่ค่ะ"
เจ๊หว่างหันไปมองหน้าเฮียฮะแบบ ‘พวกไม่เป็นอะไรเลย มาของานทำอีกแล้ว’ จากนั้นก็หันกลับไปถามยูซ่าต่อ
เจ๊หว่างถามจริงจัง หงุดหงิดเล็กน้อย "แล้วแสดงอะไรเป็นมั่งล่ะ"
"ก็หลายอย่างค่ะ ขอยูซ่าแสดงให้ดูนะคะ"
เจ๊หว่างมองหน้าเฮียฮะอีกครั้ง เฮียฮะพยักหน้า
"อ่ะ ลองดูก็ได้"
ยูซ่าเดินขึ้นไปบนเวที วางโทรศัพท์มือถือลง แล้วกดเปิดเพลง
เจ๊หว่างมองดูอย่างเบื่อ ๆ คิดว่า ‘คงไม่ได้เรื่องอีกนั่นแหละ’ ขณะที่เฮียฮะขยับเข้าไปยืนข้างเจ๊ มองอย่างเอาใจช่วย
แล้วเมื่อเพลงเริ่ม ยูซ่าก็เคลื่อนย้ายร่างกายไปตามท่วงทำนอง
ดวงตาเจ๊หว่างเปลี่ยนจากเบื่อเป็นมองด้วยความทึ่ง เฮียฮะถึงกับยิ้มออกมา
"โห !"

เคนอดแปลกใจเรื่องที่เจ๊หว่างเล่าไม่ได้
"แปลก ทำไมอยู่ ๆ ผมถึงขึ้นไปแสดงได้เลยล่ะ"
"ไม่แปลกหรอก บางคนเกิดมาพิเศษกว่าคนอื่น และลูกสาวแม่คือคน ๆ นั้น"
"ใช่แล้วฮะ ยูซ่าเกิดมาเพื่อที่จะเป็นดาว" เฮียฮะบอก
เคนยังไม่กระจ่างกับเรื่องนี้นัก แต่เขามีคำถามที่สำคัญกว่านั้น
"โอเค ขอตัดฉากไปเลยนะครับ แล้วหลังจากยูซ่ามาทำงานที่นี่ ยูซ่ามีอะไรที่ดูแปลก ๆ บ้างหรือเปล่าครับ"
"แปลกยังไงเหรอฮะ"
"ก็อย่างเช่นแอบอยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียว ดูลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนมีความลับอะไรซ่อนอยู่"
"ถ้าแบบนั้นเรียกว่าแปลก ลูกสาวแม่ก็แปลกตลอดนั่นแหละ"
เคนอึ้งไปเล็กน้อย เขาหันไปมองหน้าพิงก์
"ขออีกคำถามนะคะ ยูซ่าเค้าเคยพูดถึงพวกมาเฟีย องค์กรลับ หรือว่าไฟล์ลับอะไรบ้างหรือเปล่าคะ"
"ไม่นะ ฉันไม่เคยได้ยินอะไรพวกนี้เลย"
"ผมก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกันฮะ"
"ขอบคุณครับเฮีย เจ๊ ผมขออะไรอีกอย่างได้ไหม"
"อะไรเหรอ"
"ขอเราสองคนเดินดูที่นี่ให้ทั่ว เผื่อว่าผมจะนึกอะไรออกบ้าง"
"ได้เลยจ้ะ ตามสบายเลย อยากไปเดินตรงไหน มุมไหน ซอกไหน ได้หมด"
"ขอบคุณครับ"
"งั้นคุณแม่ขอออกไปดูพวกเด็ก ๆ ซ้อมกันต่อก่อนนะ"
"ครับ"
เจ๊หว่างพยักหน้าชวนเฮียฮะออกไป
เคนลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ห้อง ห้องนี้เป็นจุดแรกที่เขาจะสำรวจ พิงก์มองเคนอย่างสังเกตปฏิกิริยา
"จำอะไรได้บ้างหรือเปล่าเคน"

"ยังเลย"

จุดต่าง ๆ ในบาร์ยูโทเปีย ทั้งด้านหลังเวที ห้องคอนโทรล ห้องเก็บเสื้อผ้า ด้านหลังบาร์ ฯลฯ เคนเดินเข้าไปมองทุกอย่างด้วยความสนใจ โดยมีพิงก์คอยตามไปด้วยตลอด บางจังหวะทั้งสองก็จับมือเดินไปด้วยกัน

เคนกับพิงก์เดินกลับออกมา สีหน้าเคนเต็มไปด้วยความสงสัย
"ทำไม ? ทำไมผมถึงจำอะไรไม่ได้เลย"
พิงก์มองเคนอย่างเข้าใจเห็นใจ
"เคน สองปีที่ผ่านมา ความจำของเคนถูกลบเป็นศูนย์ จะให้ปุบปับกลับคืนมาเลยได้ยังไงล่ะ"
"แต่ยังไงผมก็ต้องจำให้ได้ ไอ้เรื่องบ้า ๆ ที่เกิดกับผมจะได้จบไปซะที"
"ค่ะ"
"มีอีกที่นึงที่ผมต้องไป จะไปด้วยกันไหม"
"แน่นอนอยู่แล้ว"

เวลากลางคืน บนเวทีคู่ต่อสู้กำลังกระหน่ำหมัดใส่กันดุเดือด
เคนกับพิงก์เดินเข้ามา และมองไปรอบ ๆ โดยหารู้ไม่ว่าด้านหลังพวกเขา ซูซี่เดินตามเข้ามา หยุดมองแบบรักษาระยะ
เคนมองรอบ ๆ พยายามนึกถึงเรื่องในอดีต
ซูซี่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนดู แต่เธอไม่สนใจบนเวที สายตาเธอจ้องดูเคนและพิงก์ไม่ละสายตา
"เป็นไงบ้างเคน"
"เหมือนเดิม จำอะไรไม่ได้เลย"
จังหวะนั้นเองก็มีเสียงเรียกเข้ามา
"เคน"
เคนกับพิงก์หันไป
"เรียกผมเหรอครับ"
"ก็ใช่น่ะสิ แล้วนี่ไม่เตรียมตัวขึ้นเวทีเหรอ" เฮียชัยถาม
"ไม่ครับ"
"ทำไมล่ะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว เอาซะหน่อยสิ คนเขาอยากดู King Crow กัน ไม่แค่นั้น ยังมีไอ้พวกที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะล้ม King Crow อีกเพียบด้วย"
เคนอึกอัก "พอดีวันนี้ผมไม่พร้อม ไปก่อนนะครับ"
เคนดึงพิงก์ไปอีกทาง เฮียชัยมองเคนด้วยสีหน้าแปลกใจ
แต่เมื่อเคนหันไปก็ต้องตกใจเมื่อเจอคู่ชกเก่านามว่า Bone Breaker กับพวกอีกสองคนยืนขวางอยู่
"วันนี้ไม่พร้อม แล้วเมื่อไรจะพร้อม"
เคนรีบดึงพิงก์หลบพวกนั้นไป แต่ทันใดนั้น Bone Breaker ก็คว้าร่างเคนไว้
"จะไปไหนวะ"
เคนปล่อยมือที่จับพิงก์ "ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้ไม่พร้อม ไม่พร้อม เข้าใจไหม"
"ไม่เข้าใจว้ะ"
สิ้นคำพูดหมัดของ Bone Breaker ก็ตะบันใส่หน้าเคน จนกระเด็นล้มลง พิงก์มองอย่างเป็นห่วง
"เคน !"
อีกด้านหนึ่ง ซูซี่กับบรรดาคนดูต่างมองมาอย่างตื่นเต้น
เฮียชัยมองดูเหตุการณ์อย่างมั่นใจว่า King Crow สู้ได้แน่ เขาจึงไม่คิดที่จะเข้าไปช่วย
Bone Breaker นั่งลงกระชากคอเคน
"รู้ไหม ฉันรอที่จะแก้มือกับแกนานแค่ไหนแล้ว"
คนดูเข้ามารุมล้อม เหมือนมีเวทีใหม่เปิดมาอีกหนึ่งเวที
พิงก์มองแบบสองจิตสองใจ ใจหนึ่งอยากเข้าไปช่วย แต่อีกใจก็คิดว่า เหตุการณ์นี้อาจเรียกความทรงจำของเคนในส่วนที่เป็นนักสู้กลับคืนมาก็ได้
พิงก์ตะโกน "เคน ! สู้เขาสิ"
Bone Breaker ดึงเคนขึ้นมา แล้วต่อยเข้าไปอีกที พิงก์มองอย่างรู้สึกเจ็บแทน
"อู๊ย !"
Bone Breaker เงื้อหมัดจะต่อยเคนอีก แต่พิงก์รีบเข้าไปห้ามก่อน
"พอได้แล้ว !"
Bone Breaker หันมาหาพิงก์
"เรื่องของผู้ชาย ผู้หญิงไม่เกี่ยว"
"ถ้างั้นฉันขอท้าสู้กับนาย"
"จริงเหรอ"
Bone Breaker ปล่อยมือที่ขยุ่มคอเคน เคนร่วงลงไปกับพื้นทันที พิงก์ยืนประจันหน้ากับ Bone Breaker
"อย่าหาว่ารังแกก็แล้วกัน"
Bone Breaker พูดจบก็ฟาดหลังมือใส่พิงก์ พิงก์ก้มหลบอย่างคล่องแคล่ว แล้วสวนกลับจน Bone Breaker หงายหลังไป Bone Breaker ตั้งหลักอีกครั้งอย่างงง ๆ พิงก์ไม่เปิดโอกาสให้เขาตั้งตัวนาน เข้าไปซ้ำอีกหลายครั้ง จนเจ้ายักษ์ร่วงล้มลงกับพื้น
ทันทีที่ Bone Breaker ล้มลงไปแบบหมดสภาพ คนดูก็เฮกันสนั่น
ตลอดการต่อสู้ ซูซี่มองดูพิงก์อย่างมั่นใจในสิ่งที่เคยสงสัย
พิงก์เข้าไปประคองเคน
"ไหวไหม"
"ฮือ"
พิงก์ประคองเคนเดินออกไป เฮียชัยมองตามด้วยความสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ King Crow
ส่วนซูซี่ก็ยังคงมองดูอยู่เช่นกัน ในใจเธอคิดหลายอย่าง ทั้งมั่นใจว่าพิงก์ใช่แค่ AE ธรรมดา และอิจฉาในความสัมพันธ์ของเขาและเธอ

ทั้งคู่กลับมาที่คอนโดฯ
พิงก์ทายาแก้ฟกช้ำให้เคน เคนยังไม่หายเจ็บ
"โอ๊ย !"
"เมื่อกี้พิงก์แอบลุ้นน่าดูเลย กะว่าเคนโดนไปหมัดสองหมัด ความจำเก่า ๆ อาจกลับคืนมาซะอีก"
"ที่แท้ก็คิดแบบนี้เอง ดีนะที่ไอ้ยักษ์นั่นไม่ฆ่าผมซะก่อนน่ะ"
"ไม่หรอก ใครจะยอมปล่อยให้เคนเป็นอย่างงั้น"
"ก็คุณนั่นแหละ โห แทนที่จะรีบเข้าไปช่วย"
พิงก์ทายาให้เคนเสร็จ เก็บของกลับใส่กระเป๋ายา
"พิงก์ ผมตัดสินใจแล้ว"
"ตัดสินใจอะไรเหรอเคน"
"ผมจะกลับไปเป็นสายลับอีกครั้ง ... ไม่แน่นะ ผมอาจจำอะไรขึ้นมาได้บ้างก็ได้"
"ก็เป็นไปได้ แต่ยังไงพิงก์ขออะไรอย่างได้ไหม"
"อะไร"
"อย่าบอกใครว่าพิงก์เป็นสายลับ"

"ฮือ"

ที่สนามฝึก องค์กรฟีนิกซ์ 
 
หนุ่มสาวสายลับรุ่นใหม่กำลังฝึกกันอยู่
เจนกับเคนเดินเข้ามาหากัน
"ฟีนิกซ์ขอต้อนรับ"
พุฒิเดินเข้ามาอีกคน
"แกตัดสินใจถูกแล้วล่ะเคน อย่างน้อยเกิดอะไรขึ้น แกจะได้ป้องกันตัวเองได้"
ชาคริตเข้ามาเป็นคนสุดท้าย
"พร้อมฝึกหรือยัง"
เคนหันมองชาคริต
เจนบอก "เคน ตลอดการฝึก เคนจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของชาคริต"
"พี่เจน ให้ผมเป็นคนฝึกเคนเถอะครับ" พุฒิบอก
"ไม่ !"
ชาคริตมองพุฒิแล้วยิ้มสะใจ
"เอาล่ะ เริ่มฝึกได้"

เริ่มต้น เคนเข้าที่จุดสตาร์ทวิ่ง เจนกับพุฒิยืนดู ชาคริตกดปุ่มนาฬิกาจับเวลา
"ไป"
เคนวิ่งออกไป ผ่านด่านสิ่งกีดขวางต่าง ๆ
พุฒิและเจนมองดูอย่างใจช่วย
เคนทำได้ไม่ดีนัก เขาร่วงตกโคลน
ชาคริตเดินยิ้ม ๆ เข้ามาพูดกับเจน
"แน่ใจนะครับพี่เจน ว่าเนี่ยสายลับอันดับหนึ่ง"
"อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน รอให้ตัวจริงของเขาออกมาก่อน"
เคนเดินหอบกลับมา นั่งแผละอย่างหมดแรง
ชาคริตมองแล้วยิ้มขำ ขณะที่พุฒิมองอย่างห่วง ๆ ส่วนเจนยังคงมั่นใจในเคน

ต่อมา เคนกับชาคริตอยู่ในชุดยูโด
"เข้ามา"
"ย้าก..."
เคนพุ่งเข้าไป แต่ชาคริตกลับหลบแล้วเหวี่ยงเคนล้มลง
"ลุกขึ้นมา"
เคนลุกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
"ย้าก..."
แต่ผลก็ยังเป็นเหมือนเดิม ชาคริตเหวี่ยงเคนล้มลงไปอีกครั้ง
ชาคริตตะคอกสั่ง "ลุก !"
เคนลุกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
"ย้าก..."
คราวนี้ชาคริตจับล็อกเคน แล้วทุ่มลงไปอย่างแรง จนเคนเจ็บลุกไม่ขึ้น
"โอ๊ย"
พุฒิมองเคนอย่างเป็นห่วง
ชาคริตมองเคนแบบเย้ยหยัน
"อะไรกัน อดีตสายลับอันดับหนึ่ง ได้แค่นี้เองเหรอ"
พุฒิชักทนไม่ได้อีกต่อไป
"แบบนี้มันแกล้งกันนี่หว่า"
พุฒิขยับไปจะหยุดการฝึก แต่เจนยกมือห้ามไว้
"อย่า !"
พุฒิชะงัก มองเจนอย่างไม่เข้าใจ
"ทำไมล่ะพี่เจน"
"ถ้าอยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมโดยเร็ว วิธีนี้ดีที่สุดแล้ว"

ต่อมา เคนตั้งท่ายิงปืนเป้านิ่ง โดยมีชาคริตยืนดูอยู่ด้านหลัง เขายิงแบบต่อเนื่องจนหมดแม้ก
แต่พอสาวเป้ามาดูก็พบว่ามันเป็นเป้าสะอาด
"เฮ้ย"
ชาคริตเข้ามามองอย่างเย้ยหยัน
"ท่าทางจะเป็นรักความสะอาดนะเนี่ย เป้าไม่มีรอยเลยสักนี้ด"
"สงสัยปืนไม่ดีรึเปล่า"
ชาคริตรับปืนจากเคนมา ถอดแม้กเปลี่ยน แล้วยกขึ้นยิง
ปรากฏตรงกลางเป้าเป็นรูพรุนหมด ชาคริตยิ้มหยัน
"ปืนไม่ดีจริง ๆ ซะด้วย"
ชาคริตส่งปืนคืนให้เคน แล้วเดินยิ้มออกไป
เคนมองปืนเซ็ง ๆ พุฒิเดินเข้ามาอย่างห่วง ๆ
"อดทนหน่อยนะเว้ยเคน"
"ฮือ"

ในห้องน้ำ เคนเปิดน้ำชำระคราบเหงื่อไคลและดินโคลนที่เปื้อนไปทั้งตัว เขาเท้าแขนกับผนังห้องน้ำอย่างเหนื่อยอ่อน ก้มหน้าลงให้น้ำราดรดไปบนหัว

ต่อมา ชาคริตวางปืนหลายแบบ มีดหลายขนาดลงบนโต๊ะ ตามของอีกหลายอย่าง มีทั้งเครื่องครัว เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์กีฬา รวมทั้งเครื่องเขียน
เคนมองดูอย่างยังไม่เข้าใจ
"ของพวกนี้มีอะไรเป็นอาวุธบ้าง"
"หมู ๆ"
เคนหยิบของหลายชิ้นบนโต๊ะแยกออกมา
"เรียบร้อย"
"ผิด"
"ผิดยังไง"
"ถ้าเรารู้จักมอง ทุกอย่างก็เป็นอาวุธได้ทั้งนั้น"
"เหรอ" เคนหยิบยางลบดินสอขึ้นมา "แม้แต่ยางลบดินสอเนี่ยนะ"
"ใช่"
ชาคริตคว้ายางลบมาจากมือเคน แล้วใช้อีกมือจับแก้มเคนบีบให้ขากรรไกรกางออก เคนหน้าเหลอหลา
"อ้า"
"แค่เอายางลบนี่ยัดเข้าปาก ให้มันเข้าไปอุดหลอดลม อึดใจเดียว สายลับเคนก็ลาโลกนี้ไปแล้ว"
ชาคริตพูดจบก็ปล่อยมือ
"สายลับที่ดีต้องเปลี่ยนทุกอย่างเป็นอาวุธให้ได้ โดยเฉพาะเวลาฉุกเฉิน จวนตัว ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด"
เจนเดินเข้ามา
"ถูกต้อง หลักสูตรการใช้อาวุธ พี่จะเป็นสอนเอง"
เจนหยิบมีดขึ้นมา
"เอาล่ะเคน หยิบอาวุธขึ้นมาได้"
เคนยังดูลังเล เจนตวาด
"เร็วสิ !"
เคนหยิบมีดขึ้นมาบ้าง เขามองเจนอย่างรู้สึกเกรง
ชาคริตถอยไปยืนกับพุฒิ เขายิ้มอย่างนึกสนุก
"นาน ๆ พี่เจนจะโชว์ซะที รับรองสนุกแน่"
พุฒิไม่ตอบ สีหน้าดูไม่สบายใจ
เจนมองหน้าเคน
"ว่าไง"
เคนยืนนิ่ง หน้าเจื่อน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
แล้วทันใดนั้นเอง เจนก็วิ่งเข้าไปหาเคน
"ย้าก..."
มีดในมือเจนเฉือนเข้าที่ไหล่ของเคน
"โอ๊ย !"
พุฒิหน้าเสีย
"ไอ้เคน"
เคนหันมองแผลสดใหม่ที่หัวไหล่ ก่อนหันไปมองเจน

"บทเรียนที่หนึ่ง ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่พร้อม กำลังกลัว สับสน หรือว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ศัตรูไม่เคยสนใจ และไม่เคยรอเรา สิ่งเดียวที่เขาสน คือฆ่าเราให้ได้เท่านั้น ถ้าไม่สู้ เราก็ตาย หรือถ้าช้า ก็ตายอีกเหมือนกัน"

อ่านต่อตอนที่ 8


กำลังโหลดความคิดเห็น...