xs
xsm
sm
md
lg

พยัคฆ์ร้ายสาย(ส)ลับ ตอนที่ 6 : “เคน” สายลับแห่งองค์การฟีนิกซ์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พยัคฆ์ร้ายสาย(ส)ลับ ตอนที่ 6 : “เคน” สายลับแห่งองค์การฟีนิกซ์

บทประพันธ์ - บทโทรทัศน์ : จรูญพร ปรปักษ์ประลัย

ยูซ่าในชุด ‘เทพธิดาแห่งดวงดาว’ ก้าวเข้าไปยืนกลางฉากอันวิจิตร ไฟค่อย ๆ เปิดขึ้น จากด้านหลัง ด้านข้าง และสุดท้ายด้านหน้า

เมื่อไฟทุกดวงสว่างหมด ‘เทพธิดาแห่งดวงดาว’ ก็เปล่งประกายเฉิดฉายอยู่กลางฉาก เป็นภาพที่สวยงามที่สุด
ธงรบจ้องมองไม่กระพริบตา
พิงก์ พุฒิ ซูซี่ และนับดาวเข้ามายืนมอง ต่างตกตะลึงกันโดยถ้วนหน้า
ยักษ์เดินไปที่หน้ามอนิเตอร์ เช่นเดียวกับอื่น ๆ ที่เข้ามาออดู
ยักษ์สั่ง "กล้อง"
ตากล้องบอก "สปีด"
"แอ๊คชั่น"
ยูซ่าเยื้องกายอยู่ในฉากดินแดนแห่งดวงดาว มือนางเอื้อมเด็ดดวงดาวที่ส่องแสงสว่างอยู่ในมือ
ทุกคนมองอย่างเงียบกริบ ไม่มีใครขยับเขยื้อนเคลื่อนกาย นอกจากยูซ่าเพียงคนเดียวเท่านั้น
ธงรบมองดูอย่างเพลิดเพลิน ซูซี่เข้าไปถามพอได้ยินกันสองคน
"จะให้จัดการเลยไหมคะ"
ธงรบไม่ตอบ แค่ยกมือขึ้นเป็นท่าห้าม ซึ่งซูซี่ก็เข้าใจทันที
"ค่ะ"
ยูซ่าดึงดวงดาวในมือมาใกล้ แสงจากดวงดาวยิ่งขับความผ่องของใบหน้า ขับสีสันต่าง ๆ ให้ยิ่งดูสดเด่นเป็นประกาย
ยักษ์ตื่นเต้นดีใจ "คัท ! สุดยอด ! ช็อตต่อไป"
ไม่ว่าจะเป็นภาพใดในสตอรีบอร์ด ยูซ่าโพสท่าได้ในการถ่ายทำได้ตรงตามสตอรีบอร์ดเป๊ะ ไม่ผิดเพี้ยน
ผ่านเวลาและการทำงาน .... ยักษ์กับทีมงานยังคงมุงดูอยู่หน้ามอนิเตอร์
"โอเค ช็อตสุดท้าย กล้อง"
"สปีด"
"แอ๊คชั่น"
ธงรบเหลือบมองซูซี่ ซูซี่พยักหน้าอย่างรู้กัน ก่อนที่จะเดินออกมาจากกลุ่ม
พิงก์มองด้วยปลายตาไปที่ซูซี่ สายตาสงสัย
ซูซี่ยกโทรศัพท์ขึ้นพูดบางอย่าง

จนถึงฉากที่ยูซ่าเตะนิ้วไปที่ดวงดาว
ยักษ์รีบสั่ง
"เยี่ยม นิ่งไว้ก่อน เดี๋ยวตรงนี้จะเอาไปทำซีจี"
ที่ฉาก พุฒิเอาชุดเครื่องสำอางไปแทนที่ดวงดาว ดวงดาวกลายเป็นผลิตภัณฑ์ Star Beauty
"สุดยอด"
"ขอบคุณค่ะ"
พุฒิรีบออกจากฉากไป ยูซ่ากลับเข้าท่าเดิม
ไม่กี่วินาทีต่อมา ยักษ์ก็สั่งกล้องด้วยความดีใจ
"คัท คัท คัท ! สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ" ก่อนหันไปหาธงรบ "คุณธงรบล่ะครับ อยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ"
"ไม่แล้ว สมแล้วที่ผมเลือกเค้าเป็นพรีเซนเตอร์"
"ถ้างั้นก็..." ยักษ์ตะโกนบอกทุกคน "ปิดกล้อง !"
ทีมงานต่างชูสองมืออย่างดีใจ
บับเบิ้ล,นับดาว,ทีมงาน "เย่ !"
ยูซ่าไม่สนใจใด ๆ เธอทำเหมือนเวลาที่อยู่บนเวที เมื่อหมดการแสดงก็หันหลังกลับเดินไป
พิงก์รีบเดินเข้าไปหา เพราะลึก ๆ เธอแน่ใจว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ ๆ จึงจะพาไปอีกทาง
พิงก์เรียก "เคน เคน" แต่เขาไม่หัน "คุณยูซ่าคะ"
คราวนี้เขาหันหน้ามา
"คะ ?"
"ทางนี้ค่ะ"
พิงก์เข้าไปจับแขนยูซ่าเบา ๆ อย่างสนิทสนมคุ้นเคย ระหว่างนั้นเธอแอบเอาเครื่องติดตามตัวใส่ไปในชุดของยูซ่า ยูซ่าเดินตามพิงก์ไปอย่างกันเอง
แต่ทันใดนั้น ชิปปี้และชายล่ำสันอีกสองคนก็เข้ามาขวางไว้ ทุกคนมีอาวุธปืนที่ยกขึ้นมาให้เห็น
"จะไปไหน"
พิงก์กับยูซ่าหันหลังไป แม้กกี้และชายล่ำสันอีกสองคนเข้ามาขวางไว้ ทุกคนมีอาวุธปืนเช่นกัน
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มชายฉกรรจ์ก็กรูกันเข้ามาทั่วสตูดิโอ พร้อมด้วยอาวุธปืน
ชิปปี้มองไปรอบ ๆ
"ฉันต้องการแค่ยูซ่าเท่านั้น เพราะฉะนั้นคนอื่นอยู่เฉย ๆ แล้วจะไม่มีใครเป็นอะไร"
พุฒิมองไปที่บรรดาชายฉกรรจ์ รู้ว่าคงไม่มีทางสู้กับคนมากขนาดนั้น พร้อมด้วยอาวุธครบมือได้แน่
ชิปปี้ปราดเข้าไปจับแขนยูซ่า
"ไปกันได้แล้ว"
ยูซ่ายื้อแขนไว้ พลางมองหน้าชิปปี้อย่างตื่นกลัว
"ไม่ ฉันไม่ไป"
"ถ้าแกไม่ไป ทุกคนในนี้จะต้องตายกันหมด เลือกเอาระหว่างตัวแก กับชีวิตทุกคนในนี้"
ยูซ่าดูลังเลสับสน เธอมองพิงก์เหมือนขอคำปรึกษา พิงก์พยักหน้าน้อย ๆ แทนคำตอบ
"ก็ได้ แต่ต้องรับปากก่อน ว่าจะไม่มีใครเป็นอะไร"
ชิปปี้ยิ้ม ไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ
ชิปปี้ลงมือกระชากยูซ่า "ไป"
ยูซ่าตามชิปปี้ไปโดยดี พิงก์มองตามไปอย่างเป็นห่วง
ชิปปี้เดินผ่านแม้กกี้และคนอื่น ๆ ไป ชิปปี้และแม้กกี้มองหน้ากัน ยิ้มให้กัน ดีใจที่ภารกิจสำเร็จตามแผน
พุฒิที่เครียดจัด อยากจะลุยตามไป แต่ต้องควบคุมตัวเองไว้ก่อน

ธงรบที่ยิ้มอย่างพอใจ ขณะที่ซูซี่หน้านิ่ง ในใจสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ชิปปี้และลูกน้องอีกสองคนคุมยูซ่าไปที่รถ

"เร็ว"
"โอ๊ย เจ็บนะ"
ลูกน้องสองคนขึ้นนั่งด้านหน้า ขณะที่ชิปปี้พายูซ่าเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลัง รถแล่นออกไป
ชิปปี้ใช้มือหนึ่งถือปืนเล็งไปที่ยูซ่า อีกมือกดโทรศัพท์กดส่งข้อความ

ทางด้านแม้กกี้และพวกยังคุมทีมงานโฆษณาอยู่ เขาได้รับข้อความจากชิปปี้ที่บอกว่า เอาตัวยูซ่าขึ้นรถไปเรียบร้อยแล้ว
แม้กกี้หันไปมองคนอื่น ๆ อย่างรู้กัน ทั้งหมดค่อย ๆ ถอยกลับออกไป โดยที่ปืนและสายตายังจดจ้องไปที่คนในสตูดิโอ
ยักษ์มองดูพวกนั้น แล้วมองคนอื่น ๆ ในสตูดิโอ เหมือนเป็นการปรึกษาว่าจะเอายังไงกันดี
พุฒิมองตามพวกนั้นไป
พิงก์มองตามพวกนั้นไปเช่นกัน
แม้กกี้และพวกก้าวออกจากสตูดิโอไปจนหมด
พอแน่ใจว่าพวกนั้นไปหมดแล้ว ยักษ์ก็ตะโกนลั่น
"ตำรวจ ! โทรเรียกตำรวจเร็ว"
บับเบิ้ลยังตื่นเต้น กลัว "ครับ"
บับเบิ้ลรีบยกโทรศัพท์กด 191
ขณะที่พุฒิวิ่งตามพวกนั้นออกไป
พิงก์กำลังกดมือถือเช่นกัน แต่เธอไม่ได้กดหาตำรวจ เธอกดดูเครื่องติดตามตัวที่ติดไว้

รถของชิปปี้แล่นไปตามถนน
"บอกหน่อยได้ไหม ว่าจะพาไปไหน" ยูซ่าถาม
ชิปปี้ยิ้ม ไม่ตอบ
"โหย เก็กอยู่ได้ พูดอะไรก็ไม่พูด"
ที่ชุดของยูซ่าเห็นเครื่องติดตามตัวที่พิงก์ใส่ไว้

หน้าจอของพิงก์ เป็นภาพแผนที่ สัญญาณจากเครื่องติดตามตัวทำให้เห็นว่า รถของชิปปี้กำลังไปทางไหน
พิงก์ก้าวออกไปจากที่นั่นทันที ขณะที่บับเบิ้ลกำลังพูดโทรศัพท์กับตำรวจด้วยความตื่นเต้น
"รีบหน่อยนะครับคุณตำรวจ ป่านนี้ไม่รู้พวกนั้นพายูซ่าไปถึงไหนกันแล้ว"

แม้กกี้และพวกที่เหลือพากันขึ้นรถ เมื่อรถแล่นออกไป แม้กกี้ก็บอกกับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มร่า
"สุดยอด มันสุด ๆ เลยว่ะ"
คนอื่น ๆ ต่างยิ้มร่าไม่แพ้แม้กกี้
พุฒิกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ แล้วขี่ตามรถแม้กกี้ไป
มอเตอร์ไซค์ของพุฒิไล่ตามรถของแม้กกี้กับพวกมาติด ๆ
คนขับรถมองไปที่กระจกมองข้าง
ภาพสะท้อนในกระจก พุฒิกำลังพุ่งมอเตอร์ไซค์ตามมา
คนขับเรียก "แม้ก แม้ก แม้กกี้"
แม้กกี้รำคาญเล็ก ๆ "อะไร"
"มีคนตามมา"
"เฮ้ย"
แม้กกี้หันไปมอง
พุฒิยังคงเร่งมอเตอร์ตามมา
แม้กกี้กดโทรศัพท์โทรออก

ในรถบนท้องถนน ชิปปี้กดรับโทรศัพท์
"ว่าไงแม้ก"
"มีคนตามมา เอาไงดีพี่"
"ล่อมันไปอีกทาง แล้วเก็บมันซะ"
ยูซ่าหันขวับ
"เก็บมัน ? คุณจะเก็บใครเหรอ"
ชิปปี้เหลือมองยูซ่า แต่ไม่ตอบคำถาม

แม้กกี้ยิ้มถูกใจในคำตอบ
"ได้เลยพี่ชิป เดี๋ยวแม้กจัดให้"
แม้กกี้กดวาง แล้วบอกคนขับรถ
"ไปทางขวา"
รถเลี้ยวซ้ายตรงทางแยก พุฒิหักมอเตอร์ไซค์ตามไป
แม็กกี้ยิ้มเหมือนเด็ก ๆ ที่กำลังสนุกกับเกม
"มาเลย แกตามมาเลย"

ยูซ่ามองชิปปี้แบบเคือง ๆ
"สัญญาแล้วไง ว่าถ้าฉันมาด้วย จะไม่ทำอะไรใคร"
"ไม่ได้สัญญาด้วยสักหน่อย"
ชิปปี้ขยับข้อมือ ย้ำให้ยูซ่าอย่าลืม ว่าในมือเขายังมีปืนอยู่"

ที่บริษัทโฆษณา Giant & Janet Agency &Production ยักษ์ยืนเครียด ไม่รู้จะทำยังไงดี ธงรบเดินเข้าไปหายักษ์
"แย่จังเลยนะคุณยักษ์ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ แต่ก็ยังดี ที่งานของเราเสร็จเรียบร้อย"
ยักษ์พูดอะไรไม่ออกนอกจาก "ครับคุณธงรบ"
"ผมขอตัวก่อนนะครับ"
"ครับ"
"ซูซี่ไปส่งเองค่ะ"
ซูซี่ประกบคู่ไปกับธงรบ
ยักษ์มองตามอย่างนึกเอะใจบางอย่าง แต่คิด ๆ อยู่ก็มีโทรศัพท์เข้ามา เขาสะดุ้ง ยกโทรศัพท์ขึ้นดู
หน้าจอเป็นภาพเจนพร้อมชื่อ JANET
ยักษ์มองอย่างลำบากใจ ก่อนที่จะกดรับสาย และพูดแบบพยายามควมคุมอารมณ์
"จ้ะเจนจ๋า"
เจนถามขึ้นอย่างร้อนใจ
"เกิดอะไรขึ้นคะยักษ์"
ยักษ์ตอบอย่างไม่อยากให้เจนตกใจ

"ก็มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ แต่ไม่ต้องห่วง ผมกำลังพยายามจัดการอยู่"

เจนนิ่งฟังคำตอบด้วยสีหน้าตึงเครียด ก่อนที่จะถามต่อ

"พุฒิอยู่กับคุณหรือเปล่า"
ยักษ์มองไปรอบ ๆ ตอนที่พุฒิออกไปเขาไม่ทันได้สังเกต
"ไม่อยู่ ไม่รู้หายไปไหน คุณมีอะไรกับเขาหรือเปล่าครับ"
"เปล่าค่ะ แค่นี้ก่อนนะ"
"ครับ มีอะไรคืบหน้า ผมจะรีบโทรบอก"
"ค่ะ"
เจนกดวางสาย เธอพอจะเดาออกว่าพุฒิหายไปไหน ใจเธอเวลานี้ฝากความหวังไว้กับเขา

รถของพวกแม้กกี้ค่อย ๆ ชะลอลง ก่อนที่จะจอดเข้าที่ริมถนนสายเปลี่ยว
พุฒิจอดมอเตอร์ไซค์ แล้วก้าวไปที่รถคันนั้น
ประตูรถเปิด ชิปปี้กับพวกเดินยิ้มออกมาจากรถ พุฒิชี้หน้าถามทันที
"พวกแกพายูซ่าไปไหน"
แม้กกี้หันไปพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกทุกคน ทั้งหมดพุ่งเข้าไปหาพุฒิ พร้อมด้วยอาวุธที่เตรียมมา
พุฒิหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่จะซัดกลับพวกนั้นไป ด้วยลีลาของมืออาชีพ
แม้กกี้มองดูไม่ละสายตา เขายกโทรศัพท์รายงาน
"พี่ชิป ผมรู้แล้ว ว่าไอ้คนที่ตามมาเป็นใคร"
ชิปปี้ถามอย่างสนใจขึ้นมาทันที
"ใคร ?"
ยูซ่ามองชิปปี้ด้วยความอยากรู้
"เพื่อนไอ้เคน ที่เราเพิ่งเล่นงานมันวันก่อน"
"จริงเหรอวะ โดนฟาดไปเต็ม ๆ ขนาดนั้น ทำไมมันถึงออกจากโรงพยาบาลมาได้เร็วนักวะ โห! แม่งโคตรอึดเลยว่ะ"
แม้กกี้พูดพลางมองไปที่พุฒิซึ่งกำลังต่อสู้กับพวกนั้น
"อึดของจริงเลยพี่ชิป ผมชักชัวร์แล้ว ว่ามันต้องเป็นอย่างที่ซูซี่บอก"
"ถ้างั้นหาทางให้มันพูด ว่ามันเป็นใคร ทำงานให้ใคร ก่อนที่จะฆ่ามันซะ"
ยูซ่ามองชิปปี้หน้าตาตื่น ตาเบิ่งด้วยความตกใจ
"หา ! ถึงขั้นจะฆ่ากันเลยเหรอ"

แม้กกี้มองพวกของตัวเองที่กำลังพันตูอยู่กับพวกนั้น แล้วยกปืนขึ้นมา เตรียมให้มันเป็นเพชฌฆาตปลิดวิญญาณ

ชิปปี้ไม่ตอบยูซ่า เขากดวางสาย แล้วเก็บโทรศัพท์
"ใกล้ถึงที่ที่เราจะไปแล้ว แต่จากนี้ไป คุณต้องไม่เห็นอะไรทั้งนั้น"
ชิปปี้ส่งผ้าดำให้ยูซ่า
"ปิดตา"
"เรื่องอะไรล่ะ กว่าจะแต่งตาให้ได้เป๊ะแบบนี้ ตั้งนานเลยรู้ไหม"
ชิปปี้ตวาด "เร็ว !"
"ก็ได้"
ยูซ่ายอมเอาผ้าผูกตาตัวเองแบบงอน ๆ
ชิปปี้ยิ้มพอใจ ที่เขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้
แต่ที่เขาไม่รู้ก็คือ ด้านหลังรถเขา รถอีกคันกำลังขับตามมาอย่างรักษาระยะห่าง
ในรถคันนั้น พิงก์นั่งอยู่หลังพวงมาลัย สายตาจดจ้องไปที่รถของชิปปี้

พุฒิจัดการกับพวกของแม้กกี้จนล้มไปทั้งหมด
พุฒิหันไปหาแม้กกี้ แม้กกี้เดินเข้ามา พร้อมยกปืนขึ้น เล็งตรงไปที่พุฒิ
"ตกลงแกเป็นใครกันแน่"
"บอกมาก่อน ว่าพวกแกพาเพื่อนฉันไปไว้ที่ไหน"
แม้กกี้ไม่ตอบ เขาลั่นไกใส่พุฒิทันที ปัง !
แต่พุฒิก็สามารถหลบได้อย่างฉับไว กระสุนแล่นผ่านหน้าเขาไป
"เมื่อกี้แค่คำเตือน นัดต่อไปของจริง"
"ถ้างั้นฉันก็ขอเอาจริงบ้างนะ"
ขาดคำ พุฒิก็พุ่งเข้าใส่แม้กกี้ทันที แม้กกี้พยายามจะยิงใส่พุฒิ แต่พุฒิก็จัดการจนปืนแม้กกี้กระเด็นไป
ทั้งคู่สู้กันต่อแบบหมัดต่อหมัด การต่อสู้เต็มไปด้วยความดุเดือด สุดท้ายพุฒิก็จับล็อกแม้กกี้ไว้ได้
"เพื่อนฉันอยู่ไหน"
แม้กกี้ยิ้ม แม้จะสู้แพ้ แต่เขาก็รู้ว่าตราบใดที่เขาไม่พูด เขาก็ยังคงชนะ
พุฒิมองจ้องอย่างเดือดดาล เขาตะโกนใส่หน้าแม้กกี้
"เพื่อนฉันอยู่ที่ไหน"
แต่แทนที่จะตอบ แม้กกี้กลับยิ้มกว้างขึ้น ๆ สุดท้ายก็หัวเราะ
พุฒิไม่อาจทนต่อได้อีก เขากำหมัดแน่น "ฮึ้ย"
แล้วหมัดนั้นก็ซัดเข้าที่หน้าแม้กกี้ต่อกันชุดใหญ่ จนแม้กกี้สลบลงไปกองกับพื้น
พุฒิมองร่างที่ไร้สตินั้นอย่างทำอะไรต่อไปไม่ถูก
เสียง ติ๊ง ดังขึ้น พุฒิหยิบโทรศัพท์ขึ้นดู
ใครบางคนแชร์โลเคชั่นมาให้แก่เขา
พุฒิรู้ทันที ว่านั่นต้องเป็นที่ ๆ ยูซ่าถูกจับตัวไปแน่

เขารีบก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์และขี่ออกไปทันที

เวลากลางคืน ณ โกดังสินค้าแห่งหนึ่งซึ่งมีการควบคุมแน่นหนา ยากแก่การเข้าออก

รถพิงก์จอดอยู่ด้านหน้าโกดังสินค้า
ภายในรถ พิงก์มองโทรศัพท์ที่เพิ่งแชร์โลเคชั่นออกไป แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าพุฒิเป็นพวกไหน แต่จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เธอเชื่อว่าเขาเป็นฝ่ายเดียวกับเธอ และเขามีฝีมือมากพอที่จะเข้ามาช่วยเธอได้ ในสถานการณ์เร่งด่วนแบบนี้
พิงก์เปิดประตูรถ ก้าวออกมาอย่างระมัดระวัง สายตาสอดส่ายหาทางเข้าไปในโกดัง
ประตูทางเข้าพื้นที่โกดังสินค้า มียามร่างใหญ่รักษาการอยู่อย่างแน่นหนา
รถของชิปปี้ซึ่งจอดอยู่หน้าโรงเก็บของโรงหนึ่ง ชิปปี้ดึงยูซ่าที่ยังปิดตาอยู่ออกมาจากรถ
"ออกมา"
"หือ ! นี่ที่ไหนกันเนี่ย"
ชิปปี้ไม่ตอบ ส่วนยูซ่าก็ไม่ถามอีก ถึงจะมองไม่เห็น แต่หูของเธอก็เริ่มเก็บรายละเอียด เพื่อให้รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน
ชิปปี้ดึงยูซ่าเดินไป
"ทางนี้"
ยูซ่าเดินตามชิปปี้ไป ระหว่างเธอยังคงตั้งใจฟังเสียงต่าง ๆ พร้อมสังเกตลักษณะพื้นผิวของทางเดิน นับจำนวนก้าว และดมกลิ่น
ทันทีที่ชิปปี้กับยูซ่าผ่านเข้าไปในโรงเก็บของ ประตูก็ปิดล็อก ชายสี่คนพร้อมด้วยปืน M16 เข้ายืนคุมไว้
พิงก์ร้อนใจ ตัดสินใจไม่ถูกว่า จะบุกเข้าไปเลย หรือรอให้พุฒิมาก่อนดี

ชิปปี้ใช้เชือก ยูซ่าถูกจับมัดติดอยู่กับเก้าอี้กลางห้อง ที่ตายังมีผ้าดำผูกติดอยู่ตลอด เธอหันไปรอบ ๆ ทั้ง ๆ ที่มองไม่เห็นอะไร
"ตกลงจะบอกได้หรือยัง ว่าพาฉันมาทำไม"
ชิปปี้ไม่ตอบ เขามัดเสร็จก็ถอยออกมา
"มีคนเขาอยากพบคุณ"
"พบฉัน ... เรื่องอะไร ?"
"เขามีอะไรจะถามคุณหน่อย ถ้าคุณตอบดี ถูกใจเขา เขาก็จะปล่อยคุณไป แต่ถ้าคุณปากแข็งไม่ยอมตอบ ผมก็ไม่รับประกัน ว่าคุณจะได้กลับออกไปแบบเป็น ๆ"
ยูซ่าฟังด้วยความตกใจกลัว เธอพยายามดิ้นหนี
"ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย"
ชิปปี้มองจ้อง ตะโกนแข่ง
"ร้องไปเลย ร้องให้คอแตกก็ไม่มีใครได้ยิน แล้วก็อย่าหวัง ว่าจะมีใครเข้ามาในนี้ได้"
ยูซ่าตะโกน "ช่วยด้วย ช่วยด้วย ฉันถูกจับอยู่ในนี้ ช่วยฉันด้วย"
ชิปปี้หมดความอดทน เขาซัดหลังมือใส่หน้ายูซ่าอย่างจัง
แรงหมัดทำเอายูซ่าเงียบเสียงโวยวายไปทันที เธอได้แต่ร้อง
"โอ๊ย"

ที่กำแพงด้านที่มืดที่สุด พิงก์ปีนข้ามกำแพงเข้ามา พอเธอกระโดดลงมาที่พื้น ก็มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง แต่เมื่อหันกลับมาทางเดิมอีกครั้ง เธอก็พบชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมด้วยปืน M16
ชายมาดกวน ๆ เพราะคิดว่าหญิงสาวสวยคงไม่มีพิษสง
"สวัสดีน้อง มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า"
พิงก์ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปกระชากปืนจากมือชายคนนั้น แล้วกระแทกเข้าที่หน้าเขา จนเขาสลบไปในทันที
เธอเดินก้าวข้ามร่างเขาไป
"ขอบใจนะ"

ขณะเดียวกัน รถของธบรบเข้าจอดที่ด้านหน้าโรงเก็บของ
ธงรบกับซูซี่ก้าวออกมาจากที่นั่งด้านหลัง
ประตูโรงเก็บของถูกเปิดออก ทั้งสองก้าวเข้าไปด้านใน

พุฒิขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด และมองเข้าไปที่โกดัง
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรออก

เจนที่กำลังร้อนใจจนนั่งไม่ติด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับทันที
"พุฒิ เธออยู่ไหนน่ะ"
"ผมตามพวกมันมาครับ"
"เจอตัวเคนแล้วหรือยัง"
"ยังครับ"
"ทำทุกวิถีทาง อย่าให้พวกมันเอาข้อมูลจากเคนไปได้"
"ครับ"
พุฒิกดวางสาย หันมองไปทางโกดัง สีหน้าครุ่นคิดว่าจะเข้าไปอย่างไร

ในห้องทำงาน เจนยังถือโทรศัพท์ค้างอยู่ในมือ เธอยืนเครียด พยายามข่มใจให้เย็นลง
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องเปิดพรวดออก ชาคริตก้าวเข้ามาอย่างโกรธ ๆ
"พี่เจน ผมบอกแล้วเห็นไหม ว่ามันต้องทำงานพลาด แล้วทีนี้เราจะเอายังไงกัน"
"ใจเย็น ๆ ชาคริต ทุกอย่างต้องมีทางแก้ไข"
"ทางแก้ก็คือ ผมจะตามพวกมันไป และจะฆ่าทุกคนถ้าจำเป็นต้องทำ"
สิ่งที่ชาคริตพูด ตรงใจเจนพอดี
"งั้นเราไปด้วยกัน"
"พี่เจนรู้แล้วเหรอครับ ว่าไอ้เคนถูกจับไปที่ไหน"
"รู้แล้ว"
เจนยกโทรศัพท์ให้ชาคริตดู ชาคริตเข้าใจทันที ว่าสัญญาณโทรศัพท์ที่เจนเพิ่งรับ ทำให้เจนรู้ตำแหน่งของเขา
 
ชาคริตเดินไปเปิดประตูให้เจน แล้วทั้งคู่ก็ออกไปด้วยกัน

ที่ประตูด้านนอก ชายสองคนยืนยามอยู่

พุฒิเดินเข้ามา
"พี่ พอดีผมขับรถหลงมาน่ะ พี่พอจะบอกทางให้หน่อยได้ไหม"
หนึ่งในนั้น ตอบพร้อมยกปืนขึ้นข่ม
"มึงรีบไปไกล ๆ เลย"
"โอเคพี่"
พุฒิหันหลังกลับไป แล้วเพียงเสี้ยววินาที เขาก็หมุนตัวกลับไปซัดเข้าก้านคอไอ้คนวางก้าม จนสลบคาตีน
อีกคนเหวอเพราะเหตุการณ์รวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว
"เฮ้ย"
พุฒิพุ่งเข้าใส่ชายอีกคน แล้วจัดการเขาโดยง่ายดายเช่นกัน
พุฒิเปิดประตูเข้าไปในพื้นที่โกดัง

ยูซ่านั่งเงียบ ที่ตาของเธอยังมีผ้าปิดอยู่
ประตูโรงเก็บเปิดออก เสียงนั้นเรียกความสนใจของยูซ่าให้หันไป ตามมาด้วยเสียงเท้าที่ก้าวเข้ามา
ธงรบและซูซี่ก้าวเข้ามายืนหน้ายูซ่า
"สวัสดียูซ่า คนของผมคงบอกแล้วใช่ไหม ว่าผมต้องการอะไร"
"มีอะไรจะถาม ก็รีบ ๆ ถามมาเหอะ เบื่อจะตายอยู่แล้วเนี่ย"
"ได้ ผมถามคำถามเดียวเท่านั้น เมื่อสองปีก่อน คุณได้รับแฟลชไดร์ฟมาจากนักสืบอเมริกันที่ชื่อจอร์ช"
ยูซ่าคิดตาม พูดชื่อตามเบา ๆ "จอร์ช"
"ตอนนี้แฟลชไดร์ฟนั่นอยู่ที่ไหน"
ยูซ่าเครียดขึ้นมาทันทีที่ได้รับคำถาม
"ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง บอกตรง ๆ นะ ฉันไม่รู้ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย นึกไม่ออกแม้แต่หน้าตาไอ้แฟลชไดร์ฟที่ว่า จอร์ชเจิ๊ดอะไรนั่น ฉันก็ยังงง ๆ ว่าเขามาเกี่ยวข้องกับฉันได้ยังไง"
ซูซี่มองยูซ่าอย่างมองเห็นเคนอยู่ข้างใน เขายังรักและเป็นห่วง ธงรบหันมามองเธอและสั่ง
"เอายามา"
ซูซี่หยิบกล่องยาออกมา ยูซ่าตกใจเมื่อได้ยินคำว่ายา
"ยาอะไร ? จะเอายามาทำอะไร"
ซูซี่เปิดฝากล่องยา ธงรบหยิบเข็มและหลอดยาออกมาจากในนั้น
"ผมไม่มีเวลามาก แล้วก็ไม่อยากเสียเวลา ยานี้จะทำให้คุณพูดความจริงทั้งหมดออกมา"
ยูซ่ากลัวมาก เธอพยายามดิ้นหนี
"ไม่นะ ไม่ ไม่"
ชิปปี้เข้าไปจับร่างยูซ่าให้นิ่ง ธงรบเดินเข้าไปพร้อมเข็มฉีดยา
"รับรอง ว่าไม่เจ็บ"
เข็มฉีดยาในมือธงรบจ่อเข้าที่ร่างยูซ่า
ซูซี่มองแบบพยายามซ่อนความเศร้าไว้ในใจ

พิงก์ถือปืนเดินเลียบผนังโกดังด้านนอกมา
เธอมองไปทางด้านหน้าโรงเก็บ ตรงจุดนั้นมีชายล่ำสันหลายคนเฝ้าอยู่
พิงก์มองอย่างชั่งใจ ว่าควรทำอย่างไรดี แล้วเธอก็หยิบระเบิดทรงกลมขนาดเท่าลูกเปตองออกมา
ระเบิดกลิ้งไปบนพื้น ไกลจากพิงก์พอสมควร

ธงรบเอาเข็มฉีดยากลับใส่กล่องที่ซูซี่เปิดรอไว้
"เอาไปเก็บซะ"
"ค่ะ"
ซูซี่ถอยออกมา แล้วหายไปในความมืดของโกดัง

พิงก์กดรีโมท ระเบิดตูมขึ้นมาทันที
เสียงระเบิด และเปลวไฟที่พุ่งขึ้นมา ทำให้พวกชายฉกรรจ์หันไปมองเป็นตาเดียวกัน
"อะไรกันวะ"

พุฒิที่เข้ามาในเขตโกดังแล้ว เสียงระเบิดทำเขาต้องชะงักหยุด มองให้แน่ใจ ก่อนที่จะขยับเข้าหาที่หลบ

ยูซ่านั่งอยู่ที่เดิม ยาเริ่มออกฤทธิ์ เขาดูเมายา ปวดหัว
"โอ๊ย"
ซูซี่ยืนหลบมุมอยู่ เธอไม่อยากให้ใครเห็น ว่าเธอรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่เกิดกับเคน เมื่อได้ยินเสียงระเบิด เธอก็หันไปมอง
ธงรบก็มองไปทางด้านนอกเช่นกัน
"เมื่อกี้เสียงอะไร"
"ผมไปดูเอง"
ชิปปี้ชักปืนออกมาเตรียมไว้ในมือ ก่อนก้าวออกไป
ธงรบหันกลับมาสนใจยูซ่า
"โอเค ระหว่างนี้เรามาทำธุระของเราต่อให้จบดีกว่า"

ต่อมา พวกชายฉกรรจ์เดินเข้ามาตรวจตรงร่องรอยระเบิด และมองไปรอบ ๆ
"แม่งใครวะ"
ชิปปี้เดินเข้ามาถาม
"มีอะไรเหรอ"
"ระเบิดพี่"
"แล้วรออะไรอยู่วะ รีบไปหาไอ้ตัวคนทำซิ"
"ครับ" ก่อนสั่งคนอื่น ๆ "หาดูให้ทั่ว ถ้าเจอตัว จัดการได้เลย"
ทั้งหมดกระจายกันไป ชิปปี้มองอย่างไม่พอใจ

ที่ประตูทางเข้าโรงเก็บ เหลือคนอยู่แค่สองคน
พิงก์ที่ยังหลบอยู่ เธอดึงผ้าปิดหน้า ก่อนที่จะปราดไปข้าง ๆ ชายที่ยืนเฝ้าอยู่

เขาหันขวับมา แต่ก็ยังไม่ไวพอ เธอจัดการเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจัดการกับอีกคน จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านใน

ด้านใน พิงก์ก้าวเข้ามาช้า ๆ สายตามองไปรอบ ๆ อย่างระวังตัว เธอถือปืนเตรียมไว้ตลอดเวลา

ทางด้านธงรบยื่นหน้าเข้าไปใกล้ยูซ่า
"ถึงเวลาพูดความจริงได้แล้ว บอกมาว่าแฟลชไดร์ฟอยู่ที่ไหน"
"แฟลชไดร์ฟ ... แฟลชไดร์ฟอยู่ที่ ... มันอยู่ที่ ..."
ธงรบมองยูซ่าแบบลุ้น ๆ ซูซี่เดินกลับเข้ายืนมอง เยื้อง ๆ ด้านหลังธงรบ
เหมือนความทรงจำ...บางอย่างหวนคืนมา...

ในอดีต จอร์ชยื่นแฟลชไดร์ฟให้กับยูซ่า
"ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในนี้ รักษาไว้ให้ดี แล้วผมจะรีบกลับมาเอา"

ธงรบใจร้อนตะโกนใส่ยูซ่าอย่างหงุดหงิด
"พูดมา พูดออกมาเดี๋ยวนี้"

ในอดีต ธงรบกระหน่ำกระสุนใส่ร่างจอร์ชหลายนัด ปัง ปัง ปัง
ธงรบยืนกำปืนแน่น ขบกรามแน่นจนเส้นขึ้นหน้า

ยูซ่ากำลังสับสน ธงรบชักจะหมดความอดทน
"พูดสิ พูดสิโว้ย"
ธงรบฟิวส์ขาด ชักปืนออกมาเล็งตรงไปที่เคน นิ้วเตรียมลั่นไกปืน
ซูซี่รีบปราดเข้ามาขวางเคนไว้
"อย่านะคะ เราอุตส่าห์รอมาได้ตั้งสองปี อย่าทำให้ทุกอย่างต้องเสียไปเลยค่ะ"
ธงรบยังยืนนิ่ง ทุกคนเงียบกริบ คำเตือนของซูซี่ค่อย ๆ เรียกสติธงรบ เขาค่อย ๆ ลดปืนลง
"เอายามาฉีดเพิ่มให้มันอีก เดี๋ยวฉันกลับมา"
"ค่ะ"
ธงรบเดินออกไปเพื่อสงบสติอารมณ์ ซูซี่มองตามไปอย่างโล่งอก ก่อนหันกลับมาที่เคน ก่อนที่จะเดินออกไปอีกทาง

ทันใดนั้นเอง ประตูก็เปิดผางออก พิงก์สวมผ้าคลุมหน้า อำพรางตัวเอง ก้าวเข้ามาพร้อมด้วยปืน
"ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้"
ทุกคนในห้อง ยกปืนขึ้น หันปากกระบอกปืนไปที่พิงก์
จังหวะนั้นเอง ชิปปี้ก็กลับเข้ามาทางด้านหลังของพิงก์ พร้อมด้วยปืนในมือ
"เธอนี่มันโง่จริง ๆ"
ชิปปี้เล็งปืนตรงมาที่พิงก์ พิงก์หมุนตัว หันปากกระบอกมาหาชิปปี้
พิงก์และชิปปี้ต่างหันปืนเข้าหากัน สายตาจดจ้อง
"บุกเดี่ยวมาแบบนี้ คิดว่าจะทำอะไรได้เหรอ"
คนอื่น ๆ เข้าล้อมพิงก์ไว้ พิงค์หันมองไปรอบ ๆ แววตาพร้อมสู้
"บอกมาดีกว่า ว่าเธอเป็นใคร เกี่ยวข้องกับมันยังไง"
พิงค์ไม่ตอบ พร้อมที่แลกกระสุนกับชิปปี้

ซูซี่ซึ่งยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างรู้สึกสับสน ว่าจะทำอย่างไรดี เธอไม่อยากให้เคนต้องเป็นอะไร แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อาจขัดคำสั่งของธงรบได้

ชายฉกรรจ์เดินกลับมาที่หน้าโกดังเก็บของอย่างหงุดหงิด
"มันหายไปไหนวะ"
ทันใดนั้นทุกคนก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่ายามที่หน้าประตูถูกซัดหมอบอยู่
"เฮ้ย เราโดนหลอก"
จังหวะนั้นเองพุฒิก็พุ่งออกมาจากที่ซ่อน ชัดการกับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ก้าวเข้าไปด้านในทันที

ชาคริตขับรถเข้ามาจอด เจนมองไปทางโกดังสินค้าอย่างตัดสินใจ ชาคริตหันมามองเจน
"บุกเข้าไปเลยไหมครับ"
เจนตอบโดยไม่หันไปมองชาคริต
"รอก่อน ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น"
"ครับ"

พิงก์กับชิปปี้ยังเล็งปืนเข้าหากัน คนอื่น ๆ ต่างเล็งปืนมาที่พิงก์
ในเวลานั้นเอง ยูซ่าก็พูดบางอย่างออกมา
"แฟลชไดร์ฟ ... แฟลชไดร์ฟอยู่ที่ ... อยู่ที่ฉันเอง ฉันเป็นคนเอามันไปซ่อนไว้"
ซูซี่ก้าวเข้าไปอีกก้าวด้วยความสนใจ แต่ยังอยู่ในมุมที่คนอื่นมองไม่เห็น
ชิปปี้ตื่นเต้นเมื่อความลับกำลังจะถูกเปิดออก เขามองผ่านพิงก์ไปที่เคน
ชิปปี้ตะคอก "ที่ไหน ? แกซ่อนไว้ที่ไหน"
ตรงกันข้ามกับพิงก์ที่ตะโกนลั่น
พิงก์ตะโกน "อย่านะยูซ่า อย่าบอกมัน"
ชิปปี้มองจ้องพิงก์อย่างเคียดแค้น

"คิดเหรอ ว่าแกจะหยุดไม่ให้มันพูดได้ ไม่มีใครฝืนฤทธิ์ยานั่นได้หรอก"

ที่ประตู พุฒิซุ่มสังเกตการณ์อยู่ ปืนกระชับอยู่ในมือ จังหวะนั้นเอง เขาตัดสินใจพุ่งออกไป ซัดกระสุนใส่บรรดาลูกสมุนของชิปปี้ทะยอยล้มลงทีละคน

"หา !"
ชิปปี้หมุนตัว หันปืนมาหาพุฒิ พุฒิยิงใส่ชิปปี้ทันที กระสุนพุ่งเข้าไหล่ขวาของชิปปี้ แรงกระสุนทำเอามือชิปปี้สะบัด ปืนกระเด็นหลุดมือไป
"โอ๊ย !"
ชิปปี้ตะเกียกตะกายไปที่ปืน แต่พุฒิตามกระชากคอเสื้อชิปปี้ไว้ แล้วดึงเขาเข้ามาถามก่อน
"ใครสั่งให้แกทำ"

ขณะเดียวกัน พิงก์ก็รีบเข้าไปแกะเชือกมัดยูซ่า
ซูซี่ยังหลบอยู่มุมเดิม เธอยกปืนขึ้นมา ลังเลว่าจะทำอย่างไรดี ใจหนึ่งก็ห่วงเคน อยากให้เขาได้รับการช่วยเหลือ อีกใจก็คิดถึงงานที่รับผิดชอบอยู่ สุดท้ายเธอก็นิ่งอยู่อย่างนั้น
ชิปปี้จ้องหน้าพุฒิอย่างโกรธแค้น ไม่ตอบ
"บอกมาสิวะ ว่าใครสั่งให้แกทำ"
พิงก์พยายามเรียกสติยูซ่า แต่ยูซ่าเมายาจนไม่มีแรง
"ยูซ่า ยูซ่า ไหวไหม"
พิงก์ชักร้อนใจ ตะโกนบอกพุฒิ
"เร็วเถอะ ยูซ่าจะแย่แล้ว"
พุฒิมองชิปปี้อย่างหงุดหงิด ชิปปี้ยิ้มกวน ๆ
"โธ่เว้ย !"
ปืนในมือพุฒิตบเข้าที่หน้าชิปปี้ ร่างชิปปี้กระเด็นไปตามแรงตบ สลบไปทันที
พุฒิรีบวิ่งไปประคองยูซ่า พิงก์ถอยออกมา
"ฝากด้วยนะ"
พิงก์หันหลังเดินไป พุฒิมองตาม
"เดี๋ยวสิ คุณเป็นใคร ทำงานให้กับใคร"
พิงก์ไม่ตอบ เดินจากไปเงียบ ๆ
ซูซี่ยังอยู่ที่เดิม มองดูพิงก์ที่เดินออกไป
พุฒิแก้มัดให้ยูซ่าเรียบร้อย เขาพยายามประคองยูซ่าขึ้นมา
"แข็งใจหน่อยยูซ่า ไป ไปกัน"
ทั้งคู่เดินออกไปด้วยกัน
ซูซี่ขยับออกมาจากที่ซ่อน โดยหารู้ไม่ว่าธงรบเดินเข้ามาด้านหลัง และมองดูเธออย่างไม่พอใจ
เขารู้แล้วว่าซูซี่ยังคงมีใจให้เคน และนั่นคือปัญหาที่เขาต้องจัดการ

พุฒิประคองยูซ่ามาด้านนอกโกดังสินค้า
รถคันหนึ่งขับเข้ามาจอดเอี๊ยด พุฒิมองอย่างตกใจ พร้อมยกปืนขึ้นมา
หน้าต่างรถเลื่อนเปิดออก เจนบอก
"เร็วพุฒิ รีบพาเขาขึ้นรถ"
"ครับ"
พุฒิพายูซ่าขึ้นนั่งที่เบาะท้าย แล้วบอกกับเจน
"ฝากด้วยครับพี่เจน"
"ฮือ"
ทันทีที่พุฒิปิดประตู รถก็แล่นออกไป
พุฒิมองตามไปอย่างรู้สึกโล่งอก

ห้องพักในองค์การฟีนิกซ์ เคนนอนอยู่บนเตียง เขาลืมตาขึ้นมาแบบงง ๆ พุฒิเดินเข้าไปหาอย่างดีใจ
"เคน ไอ้เคน"
"ทำไมวะไอ้พุฒิ เรียกทำไม"
"ถามแบบนี้ แสดงว่าไม่รู้เรื่องเลยน่ะสิ ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นมั่ง"
"เมื่อคืนเหรอ" เคนนึก " เออใช่ เมื่อคืนมีถ่ายโฆษณานี่หว่า ตกลงเป็นไงวะ"
"โฆษณาน่ะเรียบร้อยดี แต่หลังจากนั้นน่ะสิ"
"หลังจากนั้นทำไมเหรอ"
พุฒิกำลังจะตอบเคน แต่เจนเดินเข้ามาเสียก่อน
"พี่ว่าถึงเวลาต้องบอกความจริงกับเคนแล้ว"
เจนเข้ามายืนข้างพุฒิ เคนมองเจนอย่างแปลกใจ
"พี่เจน !"
เคนมองเจนแล้วมองไปรอบ ๆ
"พี่เจนมาได้ไงอ่ะ ฮือ ? นี่ไม่ใช่ห้องผมนี่หว่า แล้วที่นี่มันที่ไหนกันน่ะ"

เจนกับพุฒิพาเคนเดินเข้ามาในห้องทำงานของฟีนิกซ์
"ที่นี่คือฟีนิกซ์" เจนบอก
เคนยังคงมีสีหน้าไม่เข้าใจ
"ฟีนิกซ์ ?"
"เคนเคยทำงานที่นี่"
คำตอบของเจน ทำให้เคนยิ่งงงไปกันใหญ่
"พี่เจนพูดอะไรเนี่ย ผมจะเคยทำงานที่นี่ได้ยังไง"
"ไม่ใช่แค่ทำงาน เคนยังเป็นสายลับมือหนึ่งของฟีนิกซ์ด้วย"
"สายลับมือหนึ่ง ! โหย ไม่ต้องอำผมเล่นเลยพี่ ผมไม่เชื่อหรอก"
"ไอ้เคน ทุกอย่างที่พี่เจนพูดเป็นความจริง ไอ้เรื่องยุ่ง ๆ ทั้งหลายที่เข้ามาในชีวิตแก ก็เพราะเรื่องนี้แหละ"

เมื่อได้รับการยืนยัน เคนก็เริ่มจูนสมองตัวเอง เขาเลิกปฏิเสธ แต่อยากรู้มากกว่า ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

บนหน้าจอวิดีโอวอลล์เป็นภาพโลโก้ฟีนิกซ์

ฟีนิกซ์เป็นองค์กรลับ ที่เกิดจากความร่วมมือของหลายประเทศ เพื่อจัดการกับพวกอาชญากรข้ามชาติ
"เพราะอย่างนี้ไง เราถึงต้องสร้างทีมสายลับที่ดีที่สุดขึ้นมา" เจนว่า

ทีมสายลับหนุ่มสาวกำลังฝึกบุกเข้าไปในพื้นที่พิเศษ กระจายกันยิงเป้าอาชญากรนับสิบ
ทีมสายลับหนุ่มสาวหลายคู่ฝึกต่อสู้กับด้วยมือเปล่า
ทีมสายลับหนุ่มสาวประกอบระเบิด จัดวาง แล้วกดระเบิด ตูม
เคนใช้สองนิ้วอุดหู เขาถามเจนอย่างไม่มีวันเชื่อ
"นี่จะให้ผมเชื่อจริง ๆ เหรอ ว่าผมเคยฝึกอะไรพวกนี้"
ชาคริตเดินเข้ามายืนข้าง ๆ เจน
"จากสถิติ คุณเป็นที่หนึ่ง คะแนนเต็มในทุกวิชา"
เคนมองชาคริตเหวอ ๆ
"ชาคริต ! คุณเอากะเขาด้วยเหรอเนี้ย"
เจนบอก "ชาคริตเป็นหัวหน้าทีมครูฝึกที่นี่"
"แล้วเรื่องงานโฆษณาล่ะ"
"งานโฆษณาเป็นแค่หน้าฉาก เพื่อให้เราไปไหนมาไหนได้โดยไม่มีใครสงสัย"
"ถ้าอย่างนั้นคนอื่นล่ะ พิงก์ น้ายักษ์ บับเบิ้ล นับดาว เจ้าสา เจ๊อูน แล้วก็ทุกคนในบริษัท เป็นสายลับฟีนิกซ์กันหมดเลยหรือเปล่า"
พุฒิบอกิ "เปล่า มีแต่พวกเรานี่แหละไอ้เคน ที่เป็นสายลับฟีนิกซ์"
เคนมองพุฒิ มองชาคริต แล้วก็มองเจน อย่างพยายามปะติดปะต่อทุกอย่าง ก่อนที่จะถามเจน
"ถ้างั้นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมล่ะ"
"เรื่องนั้นมันสองปีมาแล้ว"

เมื่อ 2 ปีก่อน ภายในห้องของเจน เจนมองหน้าเคนและพูดอย่างเป็นการเป็นงาน
"พี่มีงานสำคัญจะให้เคนทำ"
"งานอะไรครับ"
"สืบหาข้อมูล ที่จะทำให้เราจัดการกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ ‘ไททัน’ ได้"
"ไททัน เครือข่ายยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในโลก"
"ถูกต้อง"
"แล้วผมต้องเริ่มจากจุดไหน"
เจนกดรูปบนแล็บท็อป แล้วหมุนมาให้เคนดู
บนหน้าจอเป็นภาพของจอร์ช
"เราเพิ่งทราบ ว่ามีสายลับอเมริกันคนหนึ่งเดินทางมาเมืองไทย พี่แน่ใจว่าเขามาด้วยภารกิจนี้"
"พี่ต้องการให้ผมหาทางประกบเขา และเอาข้อมูลนั้นใช่ไหมครับ"
"ใช่ พี่ไม่สนใจวิธีการ ขอแค่ให้งานนี้สำเร็จเท่านั้น"
"ครับพี่เจน"

เคนฟังเรื่องราวด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"แล้วหลังจากนั้น ?"
"เคนก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้งานสำเร็จ รวมทั้งการแฝงตัวเข้าไปในที่ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใกล้ข้อมูลที่เราค้นหามากที่สุด"
เคนเริ่มปะติดปะต่อทุกอย่าง

ที่สนามมวยใต้ดิน คนดูส่งเสียงเชียร์ดังลั่น ขณะที่คิงโครว์เดินเข้าจัดการกับคู่ต่อสู้

ยูซ่าโชว์อยู่บนเวทีบาร์ยูโทเปีย ท่ามกลางสายผู้คนที่เฝ้ามอง

คิงโครว์ใช้ไม่กี่หมัดก็จัดการคู่ต่อสู้สลบกลางอากาศได้ ร่างอันใหญ่โตล้มลงบนพื้น ฝุ่นบนเวทีกระจาย

ยูซ่ายังคงโชว์อย่างอลังการอยู่บนเวที จอร์ชนั่งอยู่ในกลุ่มคนดู

คิงโครว์ชูสองมือ คนดูเฮลั่นกับชัยชนะของเขา

ยูซ่าจบการแสดงอย่างสวยงาม คนดูลุกขึ้นปรบมือ เป่าปากกันอย่างมีความสุข รวมทั้งจอร์ชที่ยืนอยู่ในกลุ่มคนดูด้วย
ยูซ่าผายสองมือรับเสียงปรบมือและการชื่นชมของคนดู

เคนเริ่มเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น
"ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่ผมไปชกมวยใต้ดิน แล้วก็ที่ขึ้นไปเป็นนางโชว์บนเวทีก็ ..."
"ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่ยังฝังอยู่ในหัวของเคน ... พอถึงวันหนึ่ง มันก็ย้อนกลับมา เหมือนจิ๊กซอว์ที่กระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนที่เราจะต่อมันกลับเข้าหากัน ... เมื่อภาพทุกภาพกลับมารวมกันอีกครั้ง เคนก็จำทุกอย่างได้ รวมทั้งที่ซ่อนของแฟลชไดร์ฟ ซึ่งมีรายละเอียดและหลักฐานที่จะเอาผิดทุกคนที่เกี่ยวข้องกับไททันด้วย"
เคนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เขายังไม่อยากยอมรับ
"แต่ตอนนี้ผมมีชีวิตใหม่ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว"
"ไม่มีใครปฏิเสธอดีตของตัวเองได้หรอกเคน อยู่ที่ว่าเราจะทำยังไงกับมันเท่านั้น"
"แล้วผมต้องทำยังไงครับ"
"สานต่องานที่ค้างอยู่ให้สำเร็จ"
พุฒิสำทับ "ใช่ แกต้องกลับมาทำงานนี้อีกครั้ง"
"หมายความว่า... "
"เคน เธอต้องมาเป็นสายลับฟีนิกซ์"
"หะ !"

เคนอ้าปากค้างกับสิ่งที่เจนบอก อะไร ๆ มันช่างเข้ามาในชีวิตเขามากมายและรวดเร็วเหลือเกิน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยคาดคิดมาก่อนเลย ว่ามันจะเกิดขึ้นกับชีวิตเขา

อ่านต่อตอนที่ 7


กำลังโหลดความคิดเห็น...