xs
xsm
sm
md
lg

เพรงลับแล ตอนที่8 | “ครูเนียร์”ปล่อยคลิปลับ“ทศนนท์”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เพรงลับแล ตอนที่8 | “ครูเนียร์”ปล่อยคลิปลับ“ทศนนท์” 
 
บทประพันธ์และบทโทรทัศน์โดย | อาณาจินต์

นิรชาอยู่ในชุดนอน กำลังนอนดูคลิปทศนนท์เดินละเมอไปถึงหน้าบ้านปรางทิพย์จากมือถือ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด จนมีเสียงเคาะประตูเรียกดังขึ้น

“เนียร์…เนียร์แกนอนหรือยัง”
นิรชาวางมือถือแล้วเดินไปเปิดประตูให้ พอเห็นกฤตณีทาแป้งหน้าขาววอก เอาผ้าห่มคลุมหัว ท่าทางเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง ก็รู้ทัน
“อีกแล้วเหรอคิตตี้”
กฤตณีรีบผลุบเข้ามาในห้องนอนนิรชาแล้วรีบปิดประตูลง เดินมาที่เตียง
“แกจะกลัวอะไรนักหนา…นี่มันบ้านแกแท้ๆเลยนะ”
“เจอขนาดนี้ไม่กลัวสิแปลก แค่คุณทศเดินมืดๆ ฉันก็ว่าหลอนแล้ว นี่ประตูเปิดปิดเองอีก ถ้าไม่ใช่ผีจะอะไร”
“อาจจะเป็น...”
กฤตณีโพล่งขึ้น “อาจจะเป็นอะไร ประตูรีโมทหรือว่าลมกันล่ะ”
นิรชาทำหน้าหน่ายที่เพื่อนรู้ทัน “ก็ใช่ไง ไม่ลมก็ประตูรีโมทแน่นอน”
กฤตณีถอนหายใจหน้าเครียด “แกไม่เชื่อก็แถไปเถอะ แต่ฉันเริ่มรู้สึกแปลกๆแล้ว”
นิรชาสงสัย “แปลกยังไง”
กฤตณีทำหน้าจริงจัง “แปลกที่คุณทศทำไมไม่เดินมาหาฉันที่นี่ เลยมาแค่นิดเดียวเอง”
นิรชาเซ็ง “นึกว่าอะไร ที่แท้ก็บ้าผู้”
“อ้าว…ทำไมล่ะ ก็ฉันทั้งสาวทั้งโสดแถมยังสวยอวบอึ๋มขนาดนี้”
“ก็เขาชอบคุณปราง เขาไม่ได้ชอบแก”
“ชอบคนสวยอาจจะซวยไม่รู้ตัวก็ได้นะ”
“แล้วแกไปอะไรกับเขาเนี่ย”
นิรชาหน้าจริงจัง “อ้าวแก จะว่าไปบ้านนั้นก็ดูแปลกๆอยู่นะ บางทีที่คนเขาพูดกันอาจจะมีมูลก็ได้”
เสียงหมาหอนโหยหวนดังขึ้น กฤตณีกระโดดกอดนิรชาด้วยความกลัว
“ดูสิขนาดพูดถึงยังไม่ได้เลย เหมือนจะรู้ว่านินทา นี่มันผี 4G ชัดๆเลยนะแก”
นิรชามองปรามกฤตณี มีเสียงหมาหอนดังโหยหวนขึ้นอีก
“อืม…ไม่พูดแล้ว”
กฤตณีผวากลัว กระโดดขึ้นไปนอนคลุมโปงบนเตียง โผล่แค่หน้าออกมาบอก
“ฉันนอนนี่นะ แกก็ไม่ต้องปิดไฟด้วยคืนเนี้ย ฉันกลัว”
นิรชามองกฤตณียิ้มขำๆ ไม่ถือสา แล้วแกล้งปิดไฟ เสียงกฤตณีโวยวายในความมืด
“เนียร์แกเปิดไฟเดี๋ยวนี่เลยนะ ฉันกลัว...”
“ก็ฉันนอนไม่หลับ”

ที่บ้านพักนายช่าง พีรพรกับอนุชิตนั่งดูโทรทัศน์ที่โถงชั้นล่าง
“พักนี้พี่ทศดูแปลกๆ นะ พี่นุว่าไหม? เดี๋ยวหายๆ ดูสิป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย โทรหาก็ไม่รับสายอีก”
“หัวหน้าไม่แปลกหรอก แค่ยังไม่รู้ความจริง”
อนุชิตพยายามเปิดประเด็นสร้างเรื่อง ทำหน้าเหมือนรู้อะไรบางอย่างมา
พีรพรสนใจ อยากรู้ “ความจริงอะไรเหรอพี่”
ยังไม่ทันที่อนุชิตจะตอบ เสียงรถทศนนท์ก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน พีรพรเหลียวไปทางเสียง
“เสียงรถพี่ทศนี่”
สองหนุ่ม มองหน้ากันเหมือนโล่งใจ
ทศนนท์เดินเหม่อลอยเข้ามาเหมือนโดนสะกดจิต
“กลับมาแล้วเหรอหัวหน้า ไอ้พีถามหาอยู่พอดี” อนุชิตทัก
“พี่หายไปไหนมาเหรอ” พีรพรมองเป็นห่วง
ทศนนท์เดินตาลอยไม่ตอบอะไร พีรพรกับอนุชิตมองท่าทีทศนนท์อย่างงุนงง แล้วยิ่งแปลกใจเมื่อมองที่เสื้อและขากางเกงของทศนนท์ เห็นขากางเกงและเสื้อเต็มไปด้วยหญ้าเจ้าชู้และมีคราบเหมือนเปื้อนโคลนมาอีกด้วย
“หัวหน้าไปไหนมาเหรอ”
ทศนนท์ไม่สนใจ เดินขึ้นชั้นบนไปเลย
พีรพรกับอนุชิตมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบท้องฟ้า ลอยตัวขึ้นเหนือยอดต้นไม้ สาดแสงสีทองไปทั่วหมู่บ้านนางลับแล
ทศนนท์เดินงัวเงียลงมาชั้นล่าง ในชุดเดิมที่ใส่เมื่อคืน พีรพรกับอนุชิตนั่งดื่มกาแฟอยู่ในโถงรับแขก มองอย่างแปลกใจ
“เมื่อคืนพี่ทศท่าจะง่วงจัด นอนซักแห้งซะด้วย” พีรพรยิ้มทัก
ทศนนท์แปลกใจ “เมื่อคืนพี่กลับมายังไงเหรอ”
“อ้าว พี่ก็ขับรถกลับมาเองนี่ จำไม่ได้เหรอ”
“เมื่อคืนพียังทักหัวหน้าอยู่เลย แต่คุณก็ไม่ตอบอะไรแล้วก็เดินขึ้นไปเลย” อนุชิตว่า
“ใช่ ผมก็ยังงงๆว่าพี่เป็นอะไร ทำไมเดินอย่างกับถูกสะกดจิต”
ทศนนท์เดินมานั่งที่โซฟาด้วยสีหน้าครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
“ผมว่าวันนี้หัวหน้าพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมกับพีจะเข้าไปดูงานแทนให้เอง” อนุชิตบอก
พีรพรเห็นด้วย “พี่ทศพักไปเถอะพี่ เมื่อคืนก็กลับมาซะดึกนี่”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำ จะได้ออกไปหาอะไรกินแล้วไปทำงานกัน”
ทศนนท์เดินกลับขึ้นชั้นบนไป
พีรพรมองตาม แล้วหันมาคุยกับอนุชิตอย่างไม่สบายใจ
“ผมว่ามันไม่ปกติแล้วนะพี่นุ พี่ทศเจอดีอะไรเข้าแล้วหรือเปล่า”
“พูดไปคุณทศก็ไม่เชื่อหรอก เราต้องช่วยกันหาหลักฐานมายืนยัน”
อนุชิตกับพีรพรมองหน้ากัน หนักใจว่าจะหาทางช่วยทศนนท์ได้อย่างไร

ที่สภากาแฟบ้านศักดิ์และตาล
ขณะที่ นิรชา กฤตณี ศักดิ์ ตาล กำลังวุ่นช่วยกันขายของให้ลูกค้าอยู่นั้น พีรพร กับ อนุชิต เดินเข้ามาในร้าน พีรพรตรงเข้าไปช่วยนิรชา ที่กำลังยืนชงกาแฟอยู่
“ผมช่วยครับครูเนียร์ เอาไปเสิร์ฟโต๊ะไหนเหรอครับ”
พีรพรยกแก้วขึ้นมาแต่ทำกาแฟหกเลอะเทอะ เขาตกใจ พยายามจะช่วยเก็บเช็ด
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันเก็บเอง”
กฤตณีหมั่นไส้ เหน็บพีรพร “ไปนั่งเถอะคุณ ยิ่งช่วยยิ่งวุ่นมากกว่า อย่าลืมคิดเงินแก้วนี้กับนายนี่ด้วยนะเนียร์”
“ผม…ขอโทษจริงๆนะครับครูเนียร์”
นิรชายิ้มให้ตามมารยาท
พีรพรหน้าหงอยเป็นลูกหมา เดินไปนั่งที่โต๊ะกับอนุชิตอย่างรู้สึกผิด
กฤตณีช่วยนิรชาเช็ดคราบกาแฟที่หก ด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย
“วันนี้มีข้าวแกงด้วยเหรอครับ” เสียงคุ้นหูดังขึ้น
นิรชากับกฤตณี มองไปทางเสียง เห็นทศนนท์กำลังเดินยิ้มเข้ามา
“เพิ่งเริ่มขายวันนี้แหละค่ะนายช่าง”
“เห็นกินฟรีมานาน เลยทำขายชะเลย จะได้ไม่ขาดทุน”
กฤตณีหายขุ่นมัวทันควัน เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มกับทศนนท์
“กินฟรีอยู่ฟรีทั้งปีทั้งชาติก็ได้จ้าสำหรับคุณทศอะ คิตตี้ยอม”
พีรพรบ่นงึมงำ “ทีกับผมนี่งกจัง”
“กินดีอยู่ดีตามเบ้าหน้าจ้า”
ทศนนท์ยิ้มขำๆ จนหางตารู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่เลยหันไป เห็นนิรชามองตนอยู่ ครูเนียร์เหวอทำอะไรไม่ถูกรีบหลบตา
“มีอะไรหรือเปล่าครับครูเนียร์”
กฤตณีมองหน้านิรชา แล้วตกใจนึกขึ้นได้ สองสาวโพล่งขึ้นพร้อมกัน
“มีค่ะ” / “ไม่มีค่ะ”
นิรชาใช้เหยียบเท้ากฤตณีไม่ให้พูด คิตตี้อึดอัดอยากพูดแต่ต้องห้ามใจไว้ ทศนนท์มองงงๆ
“ตกลงว่ามีหรือไม่มีครับ”
“ไม่มีค่ะ คุณไปรอที่โต๊ะเถอะ จะกินอะไรเดี๋ยวฉันตักให้”
ทศนนท์พยักหน้ารับ แล้วเดินมาเปิดดูหม้อกับข้าว
นิรชาขึงตามองปรามเพื่อน กฤตณีทำท่าคันปากยิบๆ

งานศพบอลเสร็จลงแล้ว ขวัญกำลังเก็บกวาดข้าวของอยู่ที่ชั้นล่าง จนมีเสียงร้องทักดังขึ้น
“อ้าว…เด็กๆไปโรงเรียนกันหมดแล้วเหรอครับ”
ขวัญหันมองตามเสียงเห็นทรงกลดกับทนายไพศาลเดินหิ้วของมาเต็มมือ จึงวางงาน ยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณทรงกลด คุณทนาย”
ทรงกลดยิ้มหล่อ ใจดี “เป็นไงบ้าง เงินที่ให้ไปใช้จัดงานพอไหม มีอะไรก็บอกผมได้นะ”
ขวัญน้ำตาคลอ ตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก ทรงกลดเดินเข้ามาจับไหล่ให้กำลังใจขวัญ
“ไม่เป็นไรนะผมเข้าใจ” ทรงกลดยื่นถุงอุปกรณ์การเรียนให้ขวัญ “ส่วนนี่ของเด็กๆ”
ไพศาลพูดเสริมยกยกทรงกลด “ฉันล่ะดีใจแทนเธอจริงๆ ที่คุณทรงกลดยังอุตส่าห์ให้เงินช่วยเหลือ นี่ขนาดบอลมันตายไปแล้วนะ แถมยังช่วยเรื่องทุนเด็กๆอีก”
“อืม...ฉันก็แค่นึกถึงอนาคตของเด็กๆ” ทรงกลดว่า
“ทุนที่โรงเรียนให้ก็มาจากคุณเหรอคะ”
ขวัญซึ้งน้ำใจ ทรุดลงไหว้ขอบคุณทรงกลดด้วยน้ำตานองหน้า
ทรงกลดจับมือไว้ให้ลุกขึ้น “ไม่ต้องถึงขนาดนั้น”
“แล้วยังมีเงินนี้อีกนะที่เธอจะได้” ไพศาลบอก
ขวัญปาดน้ำตามองงงๆ “เงินอะไรคะ”
ไพศาลยื่นซองเงินให้ ขวัญรับไปงงๆ
“เงินช่วยเหลือไอ้บอลมัน” ไพศาลยื่นเอกสารให้ชี้ให้เซ็นชื่อ “เธอแค่เซ็นรับตรงนี้ก็พอ”
ขวัญมองงงๆ แล้วลงนั่งเซ็นเอกสารที่แคร่
ไพศาลกับทรงกลดหันมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างรู้กัน

ฟากนิรชากับกฤตณีช่วยกันถือจานข้าวมาเสิร์ฟที่โต๊ะทศนนท์ ทศนนท์หาวหวอด
“ครูเนียร์มีอะไรแรงๆ มากระแทกพี่ทศหน่อยไหมครับ”
นิรชามองหน้าพีรพรอย่างแปลกใจ พีรพรจึงอธิบายว่า
“ก็เมื่อคืนพี่ทศกลับซะดึก แถมยังจำอะไรไม่ได้เลยว่ากลับมายังไง สงสัยจะทำงานหนักเกิน”
กฤตณีทนไม่ไหวโพล่งออกมากับทศนนท์
“คิตตี้ก็เห็นคุณทศเดินเหมือนถูกสะกดจิตไปบ้านคุณปราง แถมเรียกยังไงก็ไม่หันมาด้วยค่ะ”
ทุกคนหันมองหน้ากันตกใจและเริ่มสนใจ
ตาด่านเดินหนีบขวดเหล้าออกมาจากข้างในร้าน แทรกขึ้นสีหน้านิ่ง วางมาดกวีรัก
“แปลกตรงไหน พี่เทศเขาไปกับเมียเขา เขาไม่เจอกันตั้งนานแล้วนี่ ถึงเมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน...”
พอพูดจบตาด่านก็เดินหนีบขวดเหล้าออกจากร้านไป แต่เสียงพูดกวียังดังเจื้อยแจ้ว
ทศนนท์ตะโกนเรียกไว้ “เดี๋ยวๆ ตาด่านอย่างเพิ่งไป”
“...ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนั้นประจำทุกค่ำคืน ...”
“อย่าไปสนใจแกเลยคุณทศ แกก็พูดไปเรื่อย” คิตตี้บอก
“ใช่ แกเมาพูดไม่รู้เรื่อง” ตาลเสริม แล้วนึกได้ “ตะกี้แกว่าไงนะคิตตี้ นายช่างใหญ่ละเมองั้นเหรอ”
นิรชารีบเปลี่ยนประเด็น “สะกดจิตอะไรน้าตาล คิตตี้ก็พูดเกินไป แค่คุณทศเขาเดินละเมอแค่นั้นแหละ”
“แต่เมื่อคืนผมกับพี่นุก็เห็นว่าพี่ทศดูแปลกๆนะ ว่าไหมพี่” พีรพรพยักพเยิดกับอนุชิตซึ่งพยักหน้ารับ
“ถ้าละเมอหนักขนาดนั้นก็ป่วยแล้วเนียร์ แกมีคลิปที่ถ่ายไว้นี่ เอามาให้ทุกคนดูสิ ถ้าป่วยจริงจะได้รีบไปรักษาไง” คิตตี้ว่า
ทศนนท์สนใจ “ไหนผมขอดูหน่อยได้ไหมครับ”
นิรชาตัดสินใจหยิบมือถือมาเปิดคลิป ยื่นให้ทศนนท์ดู
ทศนนท์ดูคลิปสีหน้าจริงจัง เริ่มเครียด

อีกฟาก ในห้องตรวจรักษาที่สถานีอนามัย หมอปรัชญากับจาริณีกำลังช่วยกันทำแผลที่ขาให้เนตรมายา ซึ่งนอนอยู่บนเตียง ปรัชญาเอาผ้าพันข้อเท้าให้เนตรมายา
“โชคดีที่ไม่มีกระดูกหักนะครับ มีแต่รอยถลอกกับฟกช้ำเท่านั้น”
เชื่อมมองห่วง “เพราะนังผีร้ายแท้ๆ เจ้าแม่ถึงต้องมาเจ็บตัวแบบนี้”
“เพิ่งเคยได้ยิน แผลถลอกเพราะผีทำเนี่ยนะ” จาริณีเหน็บ
“มันทำได้มากกว่านั้นอีก พี่ชายเธอก็ตายเพราะนังผีนั่น จำไม่ได้แล้วเหรอ” เชื่อมว่า
“แต่ฉันไม่เชื่อ” จาริณีไม่เชื่อ
ปรัชญารีบแทรกขึ้นกลัวมีเรื่อง “เอาละๆ เดี๋ยวคุณจ๋าช่วยไปจัดยาให้คุณเนตรมายาหน่อยนะ ส่วนคุณช่วงนี้อย่าเพิ่งออกกำลังหรือเดินมากๆนะครับ คงต้องใช้เวลาอีกวันสองวันน่าจะดีขึ้น”
“ค่ะหมอ”
“งั้นคุณไปรอรับยาด้านนอกนะครับ”
เนตรมายายิ้มรับ “ขอบคุณค่ะหมอ”
เชื่อมประคองเนตรมายาเดินออกไป

ประตูห้องตรวจรักษาเปิดออกเห็นเชื่อมประคองเนตรมายาเดินออกมาจากห้องนั้น เนตรมายาชะงัก มองตกใจเมื่อเจอทศนนท์เดินเข้ามาในอนามัย
“คุณเนตร ขาไปโดนอะไรมาเหรอครับ”
“อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ”
“ไม่บอกไปตรงๆ เลยล่ะคะ ว่าเป็นฝีมือนังผีแม่ม่าย คุณทศจะได้หูตาสว่าง ไม่ถูกมันหลอกเอา” เชื่อมสอดขึ้น
เนตรมายารีบตัดบท ไม่อยากให้ทศนนท์มองว่าเธอชอบใส่ร้ายปรางทิพย์
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แล้วคุณทศล่ะ มาที่นี่ไม่สบายเหรอคะ”
ประตูห้องเปิดออก จาริณีเดินถือถุงยาออกมา
“อ้าว คุณทศเป็นอะไรเหรอคะ”
ทศนนท์หันไปหาจาริณี “พอดีผมมีธุระอยากมาปรึกษาหมอปรัชนิดหน่อยครับ”
“งั้นเชิญเข้าไปเลยค่ะ หมอปรัชว่างพอดี”
“ครับ” ทศนนท์ยิ้มให้แม่หมอ “งั้นผมขอตัวนะครับ”
เนตรมายายิ้มให้ พลางมองตามทศนนท์ที่เดินเข้าไปข้างในอย่างแปลกใจ
จาริณียื่นถุงยาให้เนตร “นี่ของคุณค่ะ กินยาตามที่เขียนไว้นะคะ ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นก็กลับมาตรวจดูอีกที แต่เท่าที่ดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
เนตรมายาพยักหน้ารับแต่สายตามองตามอย่างสนใจทศนนท์มากกว่า
“มีอะไรสงสัยหรือเปล่าคะ” จาริณีมองจ้อง
“อ๋อ...ไม่มีค่ะ”
จาริณีเดินกลับเข้าไปในห้อง
เนตรมายามองอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านในห้อง

ส่วนในห้องตรวจ ทศนนท์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ปรัชญาฟังจบแล้ว
“ตามที่คุณเล่ามา เป็นไปได้ที่จะเกิดจากการนอนละเมอ แต่ปกติแล้วการนอนละเมอจะมักเกิดขึ้นกับเด็กมากกว่า พอโตแล้วอาการก็จะหายไปเอง”
ทศนนท์ครุ่นคิด “ตอนที่ครูเนียร์เอาคลิปให้ผมดูผมก็ตกใจเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าผมจะมีอาการละเมอเดินออกจากบ้าน ถึงขนาดว่าเดินไปบ้านคุณปรางโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย และแปลกตรงที่ในฝันมันเหมือนจริงทุกอย่าง”
ปรัชญาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ผมก็เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการนอนละเมอมาบ้างเหมือนกัน แต่ที่มีอาการแบบคุณยังไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“แล้วพอจะมีวิธีแก้ไขอะไรได้บ้างไหมครับ”
“ผมอยากให้คุณหาเวลาไปตรวจอย่างละเอียดกับแพทย์เฉพาะทางดูอีกที จะดีกว่านะครับ”
“ครับ เดี๋ยวผมจะหาเวลาไปตรวจดูให้แน่ใจ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่”
“ผมว่าคุณไม่ควรปล่อยไว้นานนะครับ ต้องรีบเข้าไปตรวจ เผื่อจะได้มีแนวทางรักษาให้หายเป็นปกติเร็วๆ มันอันตรายถ้าคุณละเมอออกไปบ่อยๆ อาจจะเกิดอุบัติเหตุหรือถูกทำร้ายก็ได้”
สีหน้าทศนนท์เต็มไปด้วยความกังวล

เนตรมายากับเชื่อมกำลังเงี่ยหูแอบฟังอยู่ด้านนอกประตูด้วยสีหน้าอยากรู้เต็มที่
“เจ้าแม่เนตรตาทิพย์แอบฟังอะไรอยู่เหรอคะ”
เนตรมายาตกใจรีบหันมองตามเสียง เห็นสุดสวยมองจ้องทั้งคู่สีหน้างงๆ อยู่
“ไม่มีอะไร ทำของตกน่ะ ไปกันเถอะ” เจ้าแม่บอก
เชื่อมรีบประคองเนตรมายาเดินออกไปท่าทีรีบร้อน
สุดสวยมองตามงงๆแล้วบ่นบ้ากับตัวเอง “อะไรของเขานะ เออ ก็ตาทิพย์หูไม่ได้ทิพย์นี่เนอะ ถึงต้องแอบฟัง แล้วข้างในมีอะไรทำไมต้องแอบฟัง”
สุดสวยเอาหูแนบฟังอยากรู้ จู่ๆ ประตูเปิดออกสุดสวยเซเข้าไปเกือบล้ม ทศนนท์ตกใจช่วยดึงสุดสวยไว้อย่างงงๆ
“อ้าว พี่สวยมาทำอะไรตรงนี้ครับ แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า”
สุดสวยยิ้มเจ้าเล่ห์เข้าใจทันทีว่าที่เนตรมายาแอบฟังนั้น ต้องเป็นเรื่องทศนนท์แน่นอน

ในห้องนอน ปรางทิพย์กำลังเปิดหีบไม้สมบัติแบบโบราณ หยิบสร้อยขึ้นมาแล้วยิ้มอย่างสุขใจ เป็นสร้อยที่ใส่กับเทศที่บ้านของเขา บัวคำเดินเข้ามามองด้วยสีหน้าสงสัย เมื่อเห็นที่เตียงมีผ้าถุงวางอยู่ เหมือนเตรียมชุดไว้จะไปไหน
“แม่หญิง…อย่าบอกนะว่าพรุ่งนี้จะไปงานบุญ”
“แล้วทำไมข้าจะไปไม่ได้ ข้ามิได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยพี่บัวคำ”
บัวคำมองเป็นห่วง และกังวล “แต่มันเป็นแผนจับผิดของชาวบ้านนะแม่หญิง”
“หากเป็นแผนจริง ข้ายิ่งต้องไป”
“แม่หญิง วันพรุ่งเป็นวันวิบากกรรม ข้ากลัวว่าหากกลับมาไม่ทัน...”
“ไม่ต้องห่วงดอก เรากลับมาทันแน่”
“แต่มันเป็นการเสี่ยงเกินไป”
ปรางทิพย์มองออกไปที่หน้าต่าง แววตาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว
“ข้าเสี่ยงถึงชีวิตมาหลายครั้งหลายคราแล้ว คงมิเป็นไรดอกหากข้าจะต้องเสี่ยงอีก มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ อยากรู้อยากเห็นและชอบจับผิดใส่ร้ายผู้อื่น เพื่อยกหางตนเอง ถ้าพวกมันอยากรู้นักข้าก็จะสำแดงให้ได้เห็นกัน”
บัวคำมองหน้าเครียด ทั้งเป็นห่วง และกังวลใจ

อีกฟาก กลับถึงสำนัก เนตรมายานั่งคุยกับเชื่อมด้วยสีหน้าจริงจัง
“นังผีแม่ม่ายนั่นมันต้องมาหลอกคุณทศไปเป็นผัวมันแน่ๆ เจ้าแม่”
เนตรมายาคุมแค้น “ข้าไม่ยอมแน่”
เชื่อมพูดเอาใจ “นังผีร้ายมันไม่มีทางสู้เจ้าแม่ได้อยู่แล้ว เดี๋ยวมันจะได้รู้ว่ามันกำลังเล่นอยู่กับใคร”
“ไปมีเรื่องกับใครมาเหรอเจ้าแม่ อย่าบอกนะว่าครูจอมจุ้นนั่นมาป่วนอีกแล้ว”
“ครั้งนี้ไม่ใช่คนค่ะคุณทรงกลด แต่มันเป็นผี”
“ผีก็ดี จะได้ช่วยกันปลุกกระแส”
“ครั้งนี้คงไม่ต้องปลุกกระแสเองแล้ว เพราะมันมีผีแม่ม่ายอยู่จริงๆ”
ทรงกลดหันมองเนตรมายาอย่างสนใจ
“ใครเป็นผีแม่ม่าย”
“ก็นังปรางทิพย์กับนังบัวคำไงคะคุณทรงกลด”
“ได้ยินคนพูดถึงมานาน ผมชักอยากเห็นแล้วสิ ว่าจะจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า”
“ถ้าอยากเห็นพรุ่งนี้ก็ไปทำบุญที่วัดสิ”
“มันจะกล้าไปเหรอเจ้าแม่ นังนั่นมันเป็นผีนะ”
“ถ้ามันไม่ไปก็ดี จะได้รู้กันไปเลยว่ามันเป็นผีจริงๆ”
เนตรมายายิ้มร้ายมีแผนชั่ว

ที่ร้านกาแฟยามเย็น เนตรมายากับเชื่อมเดินเข้ามาในร้าน สอดสายตาดูความเป็นไปในร้าน ศักดิ์มองขาของเนตรมายาด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ขาไปโดนอะไรมาเหรอเจ้าแม่”
“อุบัติเหตุนิดหน่อย”
หมอปรัชญากับจาริณีเดินเข้ามาในร้านหลังจากเลิกงาน
“ครูเนียร์ยังไม่กลับมาเหรอครับน้าตาล”
ตาลมองนาฬิกา “เดี๋ยวก็คงกลับแล้วล่ะค่ะ อ้าวนั่นไงกลับมาแล้ว”
นิรชากับกฤตณีเดินเข้ามาในร้าน
“มีอะไรหรือเปล่าหมอ”
“ผมอยากคุยเรื่องคลิปที่ครูถ่ายคุณทศไว้ได้ว่ามีอาการยังไง” หมอปรัชญาว่า
เนตรมายากับเชื่อมมองหน้ากันด้วยความอยากรู้
“อ้อ เรื่องนั้นเหรอ แปลว่าเขาไปหาหมอมาแล้วใช่ไหม”
นิรชาเดินมานั่งที่โต๊ะแล้วหยิบมือถือขึ้นมากดรหัส เชื่อมแกล้งเดินผ่านมาแอบชำเลืองมองดูรหัส และอยากเห็นคลิป
นิรชารู้สึกตัว หันไปมอง เชื่อมกลัวถูกจับได้เลยเดินไปนั่งโต๊ะข้างๆ แอบมองแล้วเปลี่ยนเรื่อง
“เดี๋ยวไปดูก่อนนะคะว่ามีกับข้าวอะไรบ้าง”
ปรัชญากับจาริณีนั่งดูคลิปด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“จ๋าว่าคุณทศต้องรีบเข้าไปตรวจแล้วล่ะ ถ้าปล่อยไว้จะเป็นอันตราย”
“ผมว่าอาการน่าเป็นห่วงกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะ” หมอปรัชบอกหน้าเคร่ง
กฤตณีตกใจ “คิตตี้ว่าคุณทศคงไม่ได้ละเมอธรรมดาเหรอกค่ะ น่าจะโดนผีเข้าหรือสะกดจิต”
“แต่ฉันว่านายนั่นป่วยมากกว่า”
“โห...ถ้าผีเก่งขนาดนั้น ผมอยากเชิญมาเป็นอาจารย์พิเศษ บรรยายให้นักศึกษาแพทย์ฟังบ้างนะครับ” หมอยิ้มขำ
“หมอปรัชอะ พูดเป็นเล่นไป คิตตี้พูดจริงๆ นะ”
มีชาวบ้านเดินเข้ามาในร้านซื้อของ
ศักดิ์ตะโกนเรียกคิตตี้ “คิตตี้มาช่วยพ่อขายของหน่อยลูก”
“จ้า…พ่อ” คิตตี้เดินออกไป
“งั้นฉันขอตัวไปช่วยน้าศักดิ์ก่อนนะหมอ”
ปรัชญายิ้มให้ นิรชารีบเก็บมือถือใส่เอากระเป๋าแล้วเอาไปวางไว้ที่โต๊ะ
เนตรมายามองที่กระเป๋าอย่างมีแผน
ทุกคนในร้านกำลังวุ่นวาย
เนตรมายาร้องสั่งของขึ้น “ครูเนียร์ฉันเอาน้ำแดง นมเย็น ชาดำเย็น ชาดำ แยกน้ำแข็งด้วยนะ”
กฤตณีประชด “เยอะจัง จะเอาไปจัดงานเหรอเจ้าแม่ นั่งอยู่ตั้งนานก็ไม่สั่ง”
เนตรมายาไม่ต่อปากต่อคำ มองส่งสัญญาณให้เชื่อมอย่างรู้กัน เชื่อมเดินไปตรงโต๊ะที่วางกระเป๋านิรชา เนตรมายาดึงความสนใจทุกคนในร้าน โดยแกล้งเจ็บขา ร้องโอดโอย
“โอ๊ย…เจ็บขา หมอช่วยฉันด้วย อยู่ๆก็ปวดขึ้นมาชะงั้น”
ทุกต่างเข้ามาช่วยดูอาการเจ้าแม่ เชื่อมส่งสัญญาณว่าเรียบร้อยแล้ว เนตรมายาจึงหันไปบอกนิรชาว่า
“นี่ทำเสร็จยังจ๊ะ ฉันไม่เอาแล้วนะ เจ็บแผล จะกลับแล้ว”
เนตรมายากับเชื่อมเดินออกจากร้านอย่างรีบร้อน
ทุกคนในร้านหันมองหน้ากันงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ตรงมุมลับตา เชื่อมมองซ้ายมองขวากลัวมีคนเห็น แล้วควักมือถือนิรชาออกมา เนตรมายายิ้มร้าย
เชื่อมกดรหัสครั้งที่หนึ่งเข้าไม่ได้
“ทำไมเข้าไม่ได้นะ เมื่อกี้นังครูนั่นกดแบบนี้นี่”
เชื่อมกดอีกรอบก็เข้าไม่ได้ จนเนตรมายาเริ่มโมโห
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
เชื่อมกดรหัสอีกรอบ “หรือว่าจะเป็นเลขหนึ่ง”
เชื่อมกดอีกรอบแล้วยิ้มดีใจ “เข้าได้แล้ว”
เนตรมายาคว้ามือถือมาแล้วเปิดเข้าไปดูคลิปทศนนท์ด้วยสีหน้าจริงจัง
“จะช่วยคุณทศยังไงเหรอคะเจ้าแม่”
“ส่งต่อออกไปเพื่อเปิดโปงเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้ ว่านังปรางมันเป็นผี”
เนตรมายาเข้าไปที่ไลน์กลุ่มผู้ปกครองในมือถือนิรชา แล้วกดส่งคลิปออกไปให้ทุกคน ยิ้มร้ายสะใจ

ตกกลางคืน นิรชาในชุดนอน กำลังนั่งตรวจการบ้านอยู่ที่โต๊ะในห้องนอน จนมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เนียร์ฉันเข้าไปนะ”
ประตูห้องเปิดออกเห็นกฤตณีเดินเข้ามา
“เนียร์ฉันขอยืมสายชาร์จหน่อยสิ แบตจะหมดแล้วเนี่ย ดันลืมไว้ที่โรงเรียนชะนี่”
“ไปหยิบเลยในกระเป๋าอะ แล้วก็หยิบมือถือมาให้ฉันด้วย”
กฤตณีเดินไปหยิบสายชาร์จในกระเป๋า แล้วเปิดหามือถือไม่เจอ
“แกฉันเจอแต่สายชาร์จ แต่ไม่เห็นมือถือนะ”
นิรชารีบเข้ามาดู แล้วพยายามหามือถือ
นิรชาสงสัย “จะหายไปได้ไงเนี่ย ตอนเย็นฉันยังเอาคลิปให้หมอปรัชดูอยู่เลย”
กฤตณีเห็นด้วย “เออ ฉันก็เห็นแกเก็บใส่กระเป๋าแล้วนี่ หรือมันจะตกอยู่ข้างล่าง”
“แกโทรเข้าหน่อยสิเผื่อตกอยู่แถวนี้”
ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างสงสัย กฤตณีกดโทร.ออก

ที่ร้านกาแฟชั้นล่างบ้านตาศักดิ์มืดสนิท เชื่อมแอบย่องเข้ามาในความมืด มองซ้ายมองขวา ตั้งใจจะวางโทรศัพท์ตรงเคาน์เตอร์ชงกาแฟ แต่ดันมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เชื่อมตกใจรีบวางมือถือไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ แล้วย่องออกไปโดยเร็ว
กฤตณีกับนิรชาลงมาที่ร้านชั้นล่าง เปิดไฟ มองออกไปในความมืดหน้าร้านเห็นเงาเหมือนมีคนวิ่งออกไปจากหน้าร้าน
“นั่นใครอะ”
“อย่าไปทักสิแก ไม่รู้คนหรือผีกันแน่ นั่นไงมือถือแก ฉันว่าแกพักบ้างนะทำงานหนักจนหลงๆลืมๆแล้วเนี่ย”
นิรชาเดินไปหยิบมือถืองงๆ “เป็นไปได้ไง ถ้าวางอยู่ตรงนี้ตอนเก็บร้านก็ต้องเห็นสิ”
กฤตณีมองไปรอบๆ เริ่มกลัว “เข้าบ้านเถอะแก ฉันว่ามันแปลกๆละ”
ทั้งคู่เดินขึ้นบ้านไป

รุ่งเช้าวันทำบุญใหญ่ของหมู่บ้าน
บนศาลาวัดเช้าวันนี้ ชาวบ้านทุกคนแต่งตัวชุดไทยประยุกต์สวยงาม กำลังจับกลุ่มดูคลิปเม้าท์มอยกันมันปาก มินตาหันมาถามเนตรมายา
“เจ้าแม่เห็นคลิปที่ครูเนียร์ส่งให้ทุกหรือยัง”
เนตรมายาแกล้งไม่รู้ “คลิปอะไรฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
มินตายื่นมือถือเปิดคลิปให้ดู “ดูสิเจ้าแม่ คุณทศเดินละเมอเหมือนถูกสะกดจิต แต่ที่แปลกกว่านั้นคือประตูเปิดปิดเอง ถ้าไม่ใช่ผีทำไม่ได้หรอก”
“พวกที่ชอบใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้ ระวังจะถูกเขาฟ้องเอานะ” จาริณีพูดลอยๆ
มินตาชี้ที่มือถือ “ก็นี่ไงหลักฐาน นังผีแม่ม่ายมันกำลังหลอกคุณทศไปเป็นผัวมัน มีแต่เธอแหละที่ไม่เชื่อ ดูสิขนาดครูเนียร์ยังเปลี่ยนใจส่งคลิปให้ชาวบ้านได้ดู หูตาจะได้สว่างสักที นี่ถ้าครูเนียร์ไม่เห็น ป่านนี้คุณทศตายไปแล้ว”
เนตรมายาจ้องหน้าจาริณีอย่างเป็นต่อ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าหมู่บ้านเรามีผีแม่ม่ายจริงๆ คนที่ขวางมาตลอดอย่างครูเนียร์กลับเป็นคนปล่อยคลิปเสียเอง”
จาริณีเถียงไม่ออก
สุดสวยแทรกขึ้น “เจ้าแม่มีของขลังอะไรไหมคะ ฉันเป็นห่วงพี่ชาย ยิ่งดูคลิปยิ่งนอนไม่หลับ เลยไม่ให้ออกไปไหนเลย ดีนะวันนั้นเป็นคุณทศ ถ้าเป็นพี่ชายสุดหล่อของสวย ตาย ตาย ตายแน่
“เชื่อข้าเถอะนังสวยว่าผัวแกรอด รอดแน่ๆ”
สุดสวยรู้ทัน “พี่ถนอมผัวแกหล่อตายเลยนะ”
จรัลตัดบท “พอๆในวัดก็ไม่เว้นเลยพวกแกเนี่ย”
ทุกคนมองหน้ากันเคืองๆ

นิรชาและกฤตณีกำลังจัดเตรียมดอกไม้ไปทำบุญที่วัด ทั้งสองสาวนุ่งผ้าถุงแต่งไทย สวยงามแปลกตา ชาวบ้านหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหานิรชา
“เมื่อวานครูเนียร์ส่งคลิปคุณทศมาทำไมเหรอคะ”
นิรชากับกฤตณีมองหน้ากันงงๆ
“ก็ครูเนียร์อยากให้พวกเรารู้ว่าใครเป็นผีไงล่ะ” ชายชาวบ้านคนหนึ่งเสริม
“แปลว่าครูเนียร์เชื่อแล้วว่าคุณปรางนั่นเป็นผีแม่ม่ายใช่ไหม” หญิงคนเดิมถาม
ทศนนท์เข้ามาได้ยินจึงถามชาวบ้าน
“คลิปอะไรเหรอครับ”
ชาวบ้านหญิงส่งโทรศัพท์ให้ทศนนท์ดู เขาดูแล้วมองนิรชาอย่างผิดหวัง
“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ คุณส่งไปทำไม”
นิรชางงใหญ่ “ฉันไม่ได้ทำ”
กฤตณีช่วยอธิบาย “ใช่ เนียร์ไม่ได้ทำนะคะคุณทศ”
“ในเมื่อคลิปอยู่ในโทรศัพท์คุณ ถ้าไม่ใช่คุณส่งแล้วมันออกไปได้ยังไง”
ตาลกะศักดิ์เดินเข้ามาสมทบ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
“นั่นสิคลิปอะไร”
“ไม่มีอะไร ผมขอตัวนะครับ”
ทศนนท์ไม่อยากพูดอะไรเดินออกไปด้วยสีหน้าขุ่นเคืองไม่พอใจ
ทุกคนหันมองหน้ากันงงๆ นิรชามองตามเหมือนอยากอธิบาย
“แกไม่ได้ส่งคลิปแล้วคลิปมันหลุดไปได้ยังไง”
นิรชารีบเดินไปหยิบมือถือขึ้นมาดู แต่ไม่มีข้อมูลส่งออกเพราะถูกลบออกไปแล้ว
“ไม่มีข้อมูลว่าฉันส่งตอนไหน เหมือนโดนลบไปแล้ว”
นิรชามองครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ในเวลาต่อมา ทศนนท์เดินเข้ามาในบ้านปรางทิพย์ด้วยท่าทางร้อนรน บัวคำออกมาต้อนรับ
“มาแต่เช้าเลยนะคะ คุณปรางยังไม่ลงมาเลยค่ะ”
ปรางทิพย์ในชุดอยู่บ้าน เดินลงบันไดมา
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
ทศนนท์หนักใจมองห่วง “ตอนนี้ชาวบ้านกำลังเข้าใจผิดคิดว่าคุณปรางเป็นผีแม่ม่ายครับ”
บัวคำอึ้งไป ปรางทิพย์ยิ้มใจเย็น
“แล้วคุณล่ะคะ คิดเหมือนชาวบ้านหรือเปล่า”
“ผมไม่มีทางคิดแบบนั้นแน่นอน”
ปรางทิพย์ยิ้มพอใจ
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่เป็นต้นเหตุ ทำให้ชาวบ้านเข้าใจคุณผิด ทั้งๆ ที่เรื่องมันเกิดจากอาการป่วยของผมคนเดียวแท้ๆ”
ปรางทิพย์มองสงสัย “คุณป่วยเป็นอะไรเหรอคะ”
“ผมชอบละเมอออกจากบ้านตอนกลางคืน”
ปรางทิพย์กับบัวคำมองหน้าส่งสายตาอย่างรู้กัน
“เรื่องป่วยของผมอย่าไปสนใจเลยครับ เอาเป็นว่าช่วงนี้คุณปรางอย่าเพิ่งออกไปไหนนะครับ เพราะชาวบ้านกำลังเข้าใจผิด เดี๋ยวจะเกิดเรื่องขึ้นได้”
“ขอบคุณค่ะที่มาบอก ฉันจะระวังตัว”
ทศนนท์มองปรางทิพย์อย่างห่วงใย ปรางทิพย์ยิ้มชื่นปลื้มใจ

ชาวบ้านทุกคนกำลังจัดเตรียมข้าวของทำบุญอยู่บนศาลาวัด นิรชาในชุดผ้าไทยสวยแปลกตา นั่งจัดแจกันดอกไม้อยู่ด้วย กฤตณีมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ
“บรรยากาศอย่างกับงานอุ่นไอรักเลยนะเนียร์ ทุกคนใส่ผ้าไทยสวยงาม”
“หมู่บ้านแกก็อินเทรนด์กับเขาเหมือนกันนะ” นิรชาว่า
เนตรมายาตรงเข้ามาหานิรชา
“ตอนแรกฉันก็เข้าใจผิด คิดว่าครูจะไม่เชื่อเรื่องผีแม่ม่าย แต่ตอนนี้ต้องขอบคุณนะคะที่ทำให้ชาวบ้านตาสว่าง”
นิรชาพยายามอธิบาย “ทุกคนอยู่ที่นี่ก็ดีแล้วค่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องอธิบายหลายรอบ คลิปที่ถูกส่งในไลน์ ฉันไม่รู้จริงๆว่ามันถูกส่งออกไปได้ยังไง และฉันเองก็ไม่เคยเชื่อเรื่องผีแม่ม่ายด้วย”
“ไม่ได้ส่งแล้วมันลอยไปเองเหรอครู มันดูแถไปนะ” มินตาแดกดัน
กฤตณีฉุนขาด “ไม่รู้อย่าพูด ฉันเป็นพยานได้ว่าเนียร์ไม่ได้ทำแบบนั้นแน่นอน”
“เรื่องส่งไม่ส่งช่างมันเถอะ สิ่งที่น่าสนใจก็คือยัยปรางนั่นเป็นผีแม่ม่าย” เจ้าแม่บอก
เชื่อมเสริม “ใช่ๆ ดูสิวันนี้มันยังไม่กล้ามาวัดเลย”
“ผีที่ไหนจะเข้าวัดได้ล่ะป้าเชื่อม”
เนตรมายายิ้มสมใจ
ทศนนท์มองมาแต่ไกลเห็นทุกคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยกัน แต่เข้าใจผิดคิดว่านิรชายังไม่หยุดใส่ร้ายปรางทิพย์ จึงตรงเข้ามาต่อว่าเธอทันที
“นี่คุณยังไม่ยอมหยุดสร้างเรื่องใส่ร้ายคุณปรางอีกเหรอ คุณปรางทำอะไรให้คุณ”
นิรชาโกรธ “นี่คุณ”
“ฟังมาตั้งนาน จะสงสัยอะไรกันนักหนา แค่ผัวเมียเขากลับมาเจอกัน” ด่านหมายถึงเทศกับปรางทิพย์ นั่นเอง
ทุกคนมองไป ด้วยสีหน้างุนงง พอเห็นว่าเป็นใคร หลายคนก็มีสีหน้าไม่เชื่อ
ด่านในสภาพเมาแอ่นยังไม่สร่างเมา ยิ้มตาเยิ้มมองทุกคน เสียงระฆังดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าพระกำลังจะเข้ามา
“อ้าวๆ เงียบๆหน่อย คนที่อยู่ด้านนอกก็เข้ามาด้านใน เดี๋ยวพระจะมาแล้ว ผู้ชายออกมาช่วยกันประเคนของให้พระหน่อย ส่วนผู้หญิงก็รีบจัดเตรียมของให้เสร็จ”
ทุกคนต่างแยกย้ายกันทำหน้าที่ ทศนนท์มองด่านอย่างสงสัย
เนตรมายามองทศนนท์กับนิรชาอย่างสะใจที่เห็นทั้งคู่แตกคอกัน

เวลาผ่านไป บนศาลาวัดตอนนี้ พระฉันข้าวเรียบร้อยแล้ว ผู้ใหญ่เอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวผู้ชายมาช่วยกันเก็บภัตตาหารนะ เสร็จแล้วจะได้ไปทำพิธีที่หน้าโบสถ์”
“เห็นญาติโยมมาทำบุญกันอย่างนี้อาตมาก็รู้สึกปลื้มใจ ที่โยมทั้งหลายยังมีศรัทธาในศีลในธรรม”
ทศนนท์มองด่าน อยากเข้าไปถามหาความจริง
เนตรมายาเข้ามาขัดจังหวะ ทักถามอาการทศนนท์
“คุณเป็นยังไงบ้างคะ ฉันเห็นในคลิปแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้”
ทศนนท์ยิ้มอย่างเป็นมิตร “ไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณครับ”
ทศนนท์สายตายังไม่ละความสนใจที่ด่าน
“คุณอย่าไปสนใจคำพูดตาด่านแกเลย แกเพ้อไปเรื่อย” เจ้าแม่ว่า
“วันๆ ก็เอาแต่เมาพูดจาไม่รู้เรื่อง” เชื่อมเสริม
ทศนนท์ยังครุ่นคิดคาใจคำพูดด่าน

ที่บริเวณหน้าโบสถ์ ชาวบ้านกำลังทำบุญถวายปัจจัยใส่บาตรพระใบใหญ่ที่ประดับด้วยดอกไม้อย่างสวยงาม หลวงพ่อปรกนั่งอยู่เพื่อรับบาตร
ทศนนท์ใส่เงินลงในบาตร กฤตณีรีบเอามือมาแตะที่แขนเขาเหมือนร่วมกันทำบุญ
“เราทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันแล้ว อย่าทิ้งคิตตี้ไปไหนนะคะ”
เนตรมายามองหมั่นใส้ รีบแทรกตัวเข้ามาจนกฤตณีกระเด็นไป
“ผลบุญคงไม่มากพอถึงได้กระเด็นกระดอนออกไปแบบนั้นสินะ” เชื่อมเหน็บ
กฤตณีไม่พอใจ “บุญน่ะมี แต่ผีมันผลัก”
“ไม่เป็นไรหรอกโยม กระทบกระทั่งกันบ้างก็ให้อภัยกัน” หลวงพ่อปรกว่า
ทุกคนยิ้มแย้มให้กัน แล้วทำบุญต่อ
เสียงขจรกับศรศักดิ์ดังขึ้น “ขอทางหน่อยครับ” / “ขอทางหน่อย”
ทุกคนมองไปเห็นทรงกลดเดินเข้ามามาดอย่างเจ้าพ่อ โดยมีขจรและศรศักดิ์ถือพานเงินเป็นตั้งตามมา
ทรงกลดยิ้มหล่อ ใจดี ยกมือไหว้หลวงพ่อแล้วเอาเงินใส่บาตร ชาวบ้านมองอย่างชื่นชม
แต่แล้วเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นอีก ทุกคนมองไป ชาวบ้านต่างพากันแหวกทาง เผยให้เห็นปรางทิพย์เดินถือร่มไม้โบราณและตะกร้าดอกบัวสวยงาม เข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามดุจนางพญา
ปรางทิพย์นุ่งผ้าถุงลายอย่างจีบหน้านางห่มผ้าสไบอย่างสาวโบราณสูงศักดิ์ ผมแสกกลางแล้วปล่อยสยายเรียบๆ ทัดหูด้วยพวงดอกมณฑาทอง เครื่องประดับมีต่างหู สร้อยสรวย
บัวคำถือตะกร้าดอกบัวเช่นกัน นุ่งผ้าถุงห่มสไบมวยผมปักด้วยดอกพิกุล

ทรงกลดเจอปรางทิพย์ครั้งแรก มองอย่างตะลึงงัน เนตรมายาแปลกใจมาก
ทศนนท์ยิ้มดีใจที่เห็นปรางทิพย์มาที่นี่ แต่อีกใจก็อดห่วงไม่ได้
ปรางทิพย์กับบัวคำเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะตั้งบาตร ยกมือไหว้อธิษฐาน ก่อนจะหยิบดอกไม้ใส่บาตร
หลวงพ่อปรกมองปรางทิพย์เหมือนรับรู้บางอย่างแล้วนิ่งไป
มินตาแทรกขึ้นอย่างหมั่นไส้ “เขาให้เอาเงินมาทำบุญ ไม่ใช่ดอกไม้”
เชื่อมยิ้มเยาะ “คงคิดว่าดอกบัวสร้างโบสถ์ได้ละมั้ง”
ปรางทิพย์ปรายตามองสองสมุนเจ้าแม่ ยิ้มในสีหน้าไม่ใส่ใจ บรรจงหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาจากตะกร้า ทุกคนมองอย่างตะลึงตะไลอึ้งไปทั้งแถบ
ปรางทิพย์ หยิบทองคำก้อนใหญ่ในตะกร้าวางลงไปในบาตร น้ำหนักประมาณ 10 บาท
มินตากับเชื่อมเสียหน้าอย่างแรง พูดไม่ออก ประกิตกับสนธยามองตาลุกวาว
สุดสวยชื่นชม “ป๊าด ไม่พูดเยอะเจ็บคอ นอกจากสวยแล้วนิสัยยังรวยมากทำบุญด้วยทองคำล้วนๆ”
“เรียกว่าสวยแพง สวยหรู สวยระดับพรีเมี่ยม แพลตตินั่ม ล้ำไปอีก” จาริณีเสริม
“เอาล่ะๆ ทุกคนทำบุญกันหมดแล้ว ทีนี้เราจะมารวมยอดถวายให้กับทางวัดกัน” ผู้ใหญ่บอก
“เดี๋ยวๆ ยังไม่ได้ทำกับเขาสักบาท จะรวมยอดได้ไง”
ด่านเดินแหวกผู้คนเข้ามา แล้วเอาเงินหนึ่งบาทใส่ในบาตรพระ
“หนึ่งบาทใครคิดว่าไม่สำคัญ ขาดบาทเดียวไปนั้นก็ไม่มีวันจะได้ครบร้อย...”
ด่านหัวเราะ แล้วหยุดชะงักเมื่อหันมาเจอปรางทิพย์
ปรางทิพย์ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มอันเยือกเย็น แต่ตาด่านถึงกับผงะตกใจเหมือนเห็นผี
“อยู่ทำไมให้ร้อนรน ด่านจะไม่อดทน ด่านไปดีกว่า”
ด่านเดินเซออกไป ทุกคนมองตามแล้วขำๆ ไม่ถือสา

พระประธานในโบสถ์มองลงมาด้วยสายพระเนตรเปี่ยมเมตตา นิรชาหลับตาอธิษฐานอยู่กับกฤตณี
ปรางทิพย์กับบัวคำเดินเข้ามาในโบสถ์ กฤตณีสะกดให้นิรชาดู นิรชาส่งยิ้มให้ปรางทิพย์
ปรางทิพย์ยิ้มตอบ ก่อนจะนั่งลงไหว้พระประธาน
ที่นอกโบสถ์ เห็นชาวบ้านกำลังซุบซิบนินทาและไม่มีใครกล้าเข้าไปในโบสถ์
ทศนนท์เดินตรงเข้ามา นิรชาจึงรีบดึงกฤตณีออกไปด้านนอก
“จะดึงฉันออกไปทำไมเนี่ย ฉันอยากดูคุณปราง ยิ่งมองยิ่งงามล้ำที่แท้ทรู”
“ไปดูทางโน้นก็ได้ อยู่ตรงนี้เราจะเกะกะเขาเปล่าๆ”
นิรชากับกฤตณีรีบลุกเดินออกไป
ทศนนท์ไม่สนใจ นั่งลงไหว้พระประธานแล้วหันมาคุยกับปรางทิพย์ด้วยสายตาห่วงใย
“คุณไม่สบายอยู่นี่ครับ ไม่ควรออกมาโดนแดดโดนลม”
ปรางทิพย์ยิ้มให้ “แค่ออกมาทำบุญคงไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
ทรงกลดสนใจในตัวปรางทิพย์เต็มที่ รีบเดินเข้ามาทักทาย
“สวัสดีครับ คุณ…ปรางทิพย์ใช่ไหมครับ ผมทรงกลดนะครับ”
ทรงกลดยื่นมือขอทักทายแบบฝรั่ง แต่ปรางทิพย์ยกมือไหว้ทัก ทรงกลดรีบรับไหว้
“สวัสดีค่ะคุณทรงกลด”
“ผมเคยได้ยินชื่อคุณปรางมานานแล้ว ไม่นึกเลยจะมีโอกาสได้พบกันจริงๆ สักที ตัวจริงสวยกว่าที่เขาลือกันอีกนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
บัวคำแทรกขึ้น “พี่ว่ารีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะคุณปราง”
“ขอตัวนะคะ ฉันกลับก่อนนะคะคุณทศ”
“งั้นผมไปส่ง”
ทรงกลดฉุน มองเขม่นทศนนท์ที่ออกไปพร้อมปรางทิพย์ ด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้

ไม่นานต่อมา ปรางทิพย์ บัวคำ ทศนนท์เดินออกมานอกโบสถ์ สุดสวยหันไปบอกมินตา
“ดูสิ ไม่เห็นเป็นอะไรอย่างที่แกพูดเลยนังมิ้น”
“นี่ไม่ได้เข้าแค่วัดนะ เข้าไปถึงในโบสถ์ ถ้าเป็นผีจริงคงร้องเสียงหลงแล้วล่ะ” จาริณีเยาะ
มินตาเสียหน้าหลุดปากออกไป “จะไปรู้เหรอ ฉันก็พูดตามเจ้าแม่ว่า”
เนตรมายาเสียหน้าพูดไม่ออก ได้แต่เจ็บแค้นในใจ
ปรางทิพย์มองเนตรมายายิ้มหยันในสีหน้า
“ทีนี้คงไม่ต้องสงสัยอะไรแล้วนะครับ หวังว่าจะไม่มีใครปล่อยคลิปอะไรใส่ร้ายคุณปรางอีก”
ปรัชญาช่วยปกป้องนิรชา “เท่าที่ผมรู้จักครูเนียร์มา ครูเนียร์ไม่มีทางปล่อยคลิปแน่นอนครับ”
“ช่างมันเถอะค่ะ ขอตัวนะคะ”
ปรางทิพย์ บัวคำ ทศนนท์เดินออกไป
นิรชามองตามอยากอธิบาย
ระหว่างนี้ประกิตกับสนธยามองตามปรางทิพย์แล้วเดินออกไปที่ท้ายวัด

สองคนชั่วกำลังซุบซิบคุยอะไรกันอยู่ เสียงด่านดังขึ้น
“จะไปเอาของเขาถามเขายัง”
สนธยากับประกิต เห็นด่านเดินเมาแอ่นเข้ามา
ประกิตนึกระแวงคิดว่าด่านได้ยิน “แกพูดอะไร ได้ยินอะไรตาด่าน”
ด่านได้แต่หัวเราะ
สนธยาคิดว่าด่านเมาคงไม่รู้เรื่อง จึงไล่ตะเพิด “ไปๆ เมาแล้วไปนอนตาด่าน”
ประกิตกระซิบสน “กูว่ามันได้ยินที่เราคุยกันแน่ๆ”
“ไม่หรอกพี่ ถึงแกจะได้ยิน ก็ไม่มีใครเชื่อที่แกพูดหรอก”
ด่านส่งเสียงอ้อแอ้ๆ “คิดจะขโมยมะม่วงในวัด บาปกรรม บาปกรรม”
สนธยากับประกิตมองหน้ากันโล่งใจ
ด่านเดินเมาแอ่นออกไป “ไปดีกว่า เตือนแล้วไม้ฟังระวังจะ ตะ ตะ ตะ ตาย ตายให้หมด”
ประกิตทำท่าเงื้อมือ ตะโกนตามหลัง
“ไปไกลๆ ตีนเลย ไปก่อนที่กูจะอดใจไม่ไหวต่อยคนเมา”
สนธยาห้ามไว้ “อย่าไปถือคนเมาเลยพี่”
ด่านหันกลับมา “ถึงจะเมาแต่ว่าไม่บ้า”
“จะไปก็รีบไปไกลๆ ตาด่าน”
ด่านเดินบ่นออกไป “เงินทองเป็นของนอกกาย ถ้าอยากได้ทำไมไม่ไปทำงานเอาวะ”
ประกิตโมโห ทำท่าจะเดินเข้าไปทำร้ายด่าน แต่สนธยาห้ามไว้
“ปล่อยมันไปเถอะพี่ เดี๋ยวมีคนสงสัย”
ประกิตมองตามด่านอย่างเสียอารมณ์

ด้าน ทศนนท์ ปรางทิพย์ บัวคำเดินเข้ามาในโถงบ้าน
“เชิญนั่งค่ะคุณทศ”
บัวคำเดินไปเอาน้ำมาให้
“ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
ทศนนท์ครุ่นคิด เหมือนอยากถามอะไรบางอย่างแต่สีหน้าลังเล
ปรางทิพย์อ่านออกมองสงสัย “คุณทศมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”
“ค่ะ”
“ตอนกลางคืนคุณปรางเคยเห็นผมเดินมาที่นี่บ้างไหมครับ”
ปรางทิพย์ยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร
“เวลาผมมาที่นี่ แล้วผมรู้สึกแปลกๆ”
ปรางทิพย์หันไปมองบัวคำด้วยแววตามีความหวังคิดว่าทศนนท์จำได้แล้ว
“แปลกยังไงคะ”
“แปลกตรงที่ผมมาที่นี่แล้วผมก็ไปตื่นที่บ้านเหมือนแค่ฝันไป แต่ในฝันมันก็เหมือนจริงมาก”
“ในฝันคุณเห็นอะไรบ้างคะ”
“ผมเห็นคุณกับผมและผู้ชายที่หน้าตาเหมือนผม คุณพาผมไปที่เมืองเมืองหนึ่งที่สวยงามมาก และคุณก็เรียกผมว่าเทศ”
“แสดงว่าคุณเริ่มจะจำอะไรได้บ้างแล้วใช่ไหม”
“หมายถึงอะไรเหรอครับ” ทศนนท์นิ่วหน้าฉงน จู่ๆ ก็กุมขมับปวดหัวจี๊ด “โอ๊ย…ทำไมผมปวดหัวจัง หรือว่าผมจะป่วยจริงๆ อย่างที่เขาว่า”
ปรางทิพย์เอามือจับที่ไหล่ทศนนท์ด้วยความเป็นห่วง
“คุณทศไหวไหมคะ”
ทศนนท์เงยหน้าขึ้นมองปรางทิพย์ด้วยความซึ้งใจ เหมือนตกหลุมรัก
“ผมว่าจิตใต้สำนึกผมคงมีแต่คุณ ผมถึงได้ฝันถึงแต่เรื่องคุณ”
ปรางทิพย์ยิ้มหวาน “ความฝันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะจิตใต้สำนึกเพียงอย่างเดียว ฝันอาจจะเกิดจากเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็ได้”
“คล้ายกับเดจาวูน่ะเหรอครับ”
ทศนนท์เหลือบไปมองสร้อยที่ปรางทิพย์ใส่ รู้สึกคุ้นๆ
“ผมเหมือนเคยเห็นสร้อยนี่ที่ไหนสักที่”
ปรางทิพย์ยิ้มอย่างมีความหวัง

ไม่นานต่อมา ทศนนท์มองจากในรถเห็นนิรชาใส่ผ้าถุงชุดเดิมยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้าน ก็แปลกใจ นิรชาเดินไปมาเหมือนรออะไรอยู่ มองมาที่รถทศนนท์ตลอดๆ
ทศนนท์จอดรถแล้วเดินตรงไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเฉยเมย
“คุณทศ ฟังฉันอธิบายบ้างสิ”
“แล้วทำไมผมต้องมาทนฟังคำแก้ตัวจากคุณด้วยล่ะ พูดไปก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกเชื่อคุณขึ้นมาได้หรอก กลับไปเถอะ”
“ผิดไม่ผิดคุณก็ไม่ควรตัดสินใคร ขนาดผู้พิพากษายังต้องฟังคำทั้งสองข้างเลย”
“หลักฐานชัดขนาดนั้นแล้ว”
ทศนนท์ผลักประตูบ้านแล้วเดินเข้าไป
นิรชาไม่ยอม พยายามผลักประตูตามเข้าไป แต่ทศนนท์ดันไว้จากด้านใน
ทศนนท์ปล่อยมือด้วยความรำคาญเลยทำให้นิรชาเสียหลักพุ่งเข้าไปด้านใน
นิรชาเกือบล้ม แต่ตั้งหลักไว้ได้ ทศนนท์ไม่สนใจแล้วเดินออกไป
“หยุดก่อนคุณ...”
ทศนนท์กำลังจะเปิดประตูตัวบ้าน เสียงนิรชาตะโกนตามหลัง
“หยุด! ถ้าไม่หยุดฉันจะยิง”
ทศนนท์ชะงักสงสัย หันไปหา นิรชายืนถือสายยางฉีดน้ำจ่อมาทางเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“อย่า อย่า...อย่ากดนะ” ทศนนท์ตกใจร้องห้าม
นิรชาหมั่นไส้เลยกดฉีดน้ำ แต่สายยางชำรุดเลยทำให้น้ำฉีดเข้าที่หน้านิรชาเต็มๆ จังๆ จนเปียกไปทั้งตัว ทศนนท์มองดูแล้วหลุดขำ
“มันเสียน่ะคุณ”
นิรชานึกโมโหเลยฉีดน้ำใส่ทศนนท์จนเปียก ทศนนท์วิ่งเข้าไปแย่งสายยาง แต่นิรชาไม่ยอมปล่อย
สองคนเปียกปอนพอกัน น้ำฟุ้งกระจายเป็นละอองสวยในแสงแดดยามเย็น

นิรชายืนตัวเปียกซกในห้องรับแขก ทศนนท์ซึ่งตัวเปียกเช่นกัน เดินเข้ามาเอาผ้าเช็ดตัวมายื่นให้
“รีบเช็ดผมให้แห้ง เดี๋ยวจะป่วยซะก่อน”
นิรชารับผ้ามาเช็ดผมสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ทศนนท์ยื่นชุดให้
“คุณไปเปลี่ยนในห้องน้ำทางโน้นก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะขึ้นไปเปลี่ยนข้างบน”
นิรชากางชุดออกดู ด้วยสีหน้าตกใจ เพราะเสื้อเชิ้ตสีครีมตัวใหญ่มากและกางเกงขาสั้นใส่นอน
“เสื้อหรือจอหนังกลางแปลงกันเนี่ย ถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้”
“จะไม่เปลี่ยนก็ได้นะ”
นิรชารีบถือเสื้อผ้าแล้วสะบัดหน้าไปทางห้องน้ำ ทศนนท์มองตามขำๆ แล้วเดินขึ้นชั้นบน

บ้านปรางทิพย์ตกอยู่ในความเงียบสงัด ขณะบัวคำกำลังไล่ปิดประตูหน้าต่างทุกชั้น
สนธยากับประกิตแอบยืนคุยกันที่ริมรั้วนอกบ้านปรางทิพย์ ด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม
“งานง่ายๆ มีแต่ผู้หญิง เราจะลงมือกันคืนนี้เลยดีไหมพี่”
ประกิตยิ้มร้าย “ลงมือเลยสิวะ จะรออะไร”
ประกิตกับสนธยามองหน้ากันเหมือนมีแผนชั่ว

นิรชามองซ้ายมองขวาทั่วห้องน้ำ จนแน่ใจว่าไม่มีใคร จึงค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในนั้น รีบปิดประตูลงกลอน ถอดผ้าถุงแล้วเปลี่ยนกางเกงอย่างรวดเร็ว
มีเสียงดังที่ด้านนอกห้องน้ำเหมือนมีคนอยู่
นิรชารีบติดกระดุมแล้วมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง แต่ยังติดไม่ทันเสร็จ
มีเสียงดังขึ้นอีกครั้งที่ช่องลมบานพับ เหมือนใครบางคนแอบมองมาที่นิรชาจากทางช่องลมนั้น
นิรชารู้ตัว จ้องมองที่ช่องลม แล้วเหยียบโถชักโครกปีนดูว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น นิรชาเปิดช่องลมออก จู่ๆ ตุ๊กแกก็กระโดดเข้าใส่ นิรชาตกใจสุดขีดกระโดดลงมาสะบัดตุ๊กแกออก ร้องกรี๊ดสุดเสียง
“แอร๊ยย ช่วยด้วย”

นิรชาในชุดไม่เรียบร้อยดีนัก วิ่งสติหลุดร้องกรี๊ดๆ ออกมาจากห้องน้ำ ทศนนท์เองเพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จ ได้ยินเสียงก็วิ่งมาดูด้วยท่าทางตกใจ นิรชาวิ่งออกมาจากห้องน้ำ อารามตกใจกระโดดกอดทศนนท์หมับทันที และลืมตัวกอดคอทศนนท์ไว้แน่นจนจะหายใจไม่ออก และเอาเท้าเกี่ยวเอวเขาไว้ไม่กล้าให้เท้าโดนพื้น
ทศนนท์หายใจไม่ออก “คุณเป็นอะไร ผมหายใจไม่ออก”
“อย่าเพิ่งปล่อยฉันลงนะ ฉันกลัว”

พีรพรกับอนุชิตเดินเข้ามาเห็นพอดี สองหนุ่มยืนอึ้งตกใจกับภาพตรงหน้า

อ่านต่อตอนที่ 9


กำลังโหลดความคิดเห็น...