xs
xsm
sm
md
lg

รสรินล่าแวมไพร์ ตอนที่ 6 : “นพ” แวมไพร์มือใหม่!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รสรินล่าแวมไพร์ ตอนที่ 6 : “นพ” แวมไพร์มือใหม่!

บรรยากาศออฟฟิศ 'EM' ผู้คนยังทำงานกันปกติ

นพกินกาแฟที่โซนเคาน์เตอร์ พลางมองบรรยากาศทั่วๆไป
เสียงนพบรรยาย "เรามีคำถามเกี่ยวกับความสูญเสียมากมาย"
บรรดาสาวออฟฟิศยังทำงานตามปกติ รูปบนโต๊ะ มีรูปน้องหมาตัวหนึ่งวางอยู่ในมุมเล็กๆ มีตุ๊กตาหัวดุ๊กดิ๊กเล็กๆวางอยู่
ภาพค่อยๆเคลื่อนเข้าหารูปนั้นอย่างตั้งใจ
"และแต่ละคนก็ต่างมีวิธีตอบคำถามที่ต่างกัน บางคนจัดการมันด้วยความสุข"
สาวคนนั้น โยกตุ๊กตาดุ๊กดิ๊กตัวนั้น เธอยิ้มลูบรูปพอคิดถึง ก่อนทำงานต่อ
"บางคนจัดการมันด้วยความเศร้า"
โต๊ะว่างเปล่าของพี่หนูดี มีแต่รูปที่ตั้งอยู่ อยู่ๆพนักงานคนหนึ่งก็เดินหน้าเศร้า มาวางพวงมาลัยไว้ นพมองไปที่รูปพี่หนูดีที่มีรอยยิ้ม
"สำหรับพี่หนูดี ผมเลือกจะคิดแต่สิ่งดีๆ"
ภาพความหลัง หนูดีที่เป็นคนดี ช่วยงานนพ
"และจดจำถึงสิ่งที่ทำให้เธอจากไป"
จนถึงตอนที่นพจัดการหนูดีที่เป็นแวมไพร์
นพมองเก้าอี้ว่างเปล่าของหนูดี เขาเดินเอากาแฟที่ชงให้ วางไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินไปที่โต๊ะตัวเองหน้านิ่งๆ

บนดาดฟ้า นพกำลังยืนคุยกับรสริน เขาดูมือถือไปด้วย
เขาเลื่อนหน้าจอมือถือ เห็นคลิปริวกิซ้อมยิงธนู
"ริวกิ คนนี้ที่วัชระบอกเบาะแสกับเธอ"
"ใช่"
"งานอดิเรกเป็นการยิงธนูสินะ" นพว่า
รสรินเงียบไป
"พรุ่งนี้หลังเลิกงานนายว่างมั้ย ชั้นว่าจะสืบซะหน่อย"
"ชั้นระแวงยังไงไม่รู้ ไอ้หมอนี่ต้องเก่งแน่ๆเลย ตามชานนท์กับมู่มาช่วยมั้ย อีกอย่าง เธอกินเลือดไม่ได้แล้วด้วย คงต้องพึ่งในส่วนของการสืบเยอะๆ สองคนนั้นน่าจะช่วยเราได้เยอะเลย"
"แล้วแต่นาย เออว่าแต่ ขึ้นมาบนนี้ยัยกุ๊บกิ๊บไม่รู้แน่นะ"
"ชั้นแอบขึ้นมาตอนหัวหน้าเข้าห้องน้ำน่ะ"
ไม่ทันขาดคำ อยู่ๆกุ๊บกิ๊บก็เดินเข้ามา
"มาทำไรกันอ่ะ ประชุมทีมป่ะ ออกล่าแวมไพร์อีกแล้วใช่ป่ะ ชั้นไปด้วยนะ"
กุ๊บกิ๊บยิ้มหน้าใสแบ๊ว รสรินเซ็งความจุ้นของรสริน
"นี่ชั้นไปลงคอร์สเทควันโดเพราะพวกเธอเลยนะ ชั้นไม่อยากเป็นตัวถ่วงใครในทีมน่ะ"
"ถ้าไม่อยากเป็นก็ไม่ต้องไปสิ เดี๋ยวนะ เมื่อกี๊เธอบอกว่า “ทีม”หรอ"
"เอาน่า นะๆ ตกลงนะๆๆๆๆ"
นพยิ้มเจื่อนๆ รสรินถอนหายใจ

เสียงเปียโนดังก้องทั่วบริเวณบ้าน
มหาสมุทรกำลังเล่นเปียโน ดูเขาเพลิดเพลินกับรสนิยมของตนเองมาก
แจ๊คเข้ามามหาสมุทร
"ผมกลับมาขอโอกาสอีกครั้ง"
มหาสมุทรยิ้ม
"ไม่มีใครสามารถปฏิเสธสายเลือดตัวเองได้ จริงมั้ย"
แจ๊คครุ่นคิดเหมือนสำนึกผิดแล้วจึงพูด
"ผมตัดสินใจแล้วว่า จะขอยื่นมือเข้าไปช่วยรสรินตามหาน้องสาว เมื่อเจอรติรมณ์ ผมจะลงมือฆ่าเธอเอง และถ้ารสรินขัดขวาง ผมก็จะฆ่าเธอด้วย อย่างน้อยเธอก็คงไม่ทรมานมากนัก"
มหาสมุทรยิ้มอย่างยิ่งใหญ่

เย็นนั้น รสรินยืนอยู่ตรงรถของตนเอง ข้างๆมีนพยืนเกาหัวอยู่
"อุตส่าห์หนีประชุมมาได้ ดันเอามอไซต์ออกไม่ได้ซะงั้น"
รถมอเตอร์ไซด์ของรสริน ถูกรถเก๋งคันใหญ่จอดขวางจนออกไมได้
"เอาไงละ..ที่เนี่ยะ"
ยังไม่ทันจะขยับตัวออกเดินก็ได้ยินเสียงของกุ๊บกิ๊บเข้ามา
"อาการแบบนี้ไม่วาย เกียร์พัง รถเข็นไม่ได้ ใส่เกียร์ไม่เข้า ต้องจ้างรถสไลด์อย่างเดียว"
กุ๊บกิ๊บเดินมากับเจ้าของรถที่ดูงงๆ แล้วกุ๊บกิ๊บก็ส่งนามบัตรในเจ้าของรถ
"อ่ะนี่ .. เบอร์รถสไลด์ บอกว่าเอาเบอร์จากกุ๊บกิ๊บ ทีม well done Racing"
เจ้าของรถฟังก็งง
"พี่มีทีมด้วยเหรอเนี่ย"
กุ๊บกิ๊บ ยิ้มแบบภูมิใจ แล้วเธอก็ปลายตาไปเห็นนพกับรสรินยืนมองเธออยู่
"อ่าว…. สองคนเอารถออกไม่ได้เหรอให้ฉันช่วยมั้ย"

รถของกุ๊บกิ๊บเป็นรถแต่งเต็มสูบ เธอขับเร็วและคล่อง มีอุปกรณ์ภายในละลานตา เธอใส่เกียร์ แล้วเร่งเครื่องขับอย่างเทพ ขับรถอย่างเร็วเหมือนแข่งรถ
กุ๊บกิ๊บเบรกรถเมื่อถึงที่หมายแล้ว
นพร้อง"โอ้ย"
"ขอโทษทีนะ"
กุ๊บกิ๊บรู้สึกสงสารนพกับรสริน เพราะทั้งคู่ดูไม่โอเคกับการขับรถเร็วของเธอ
"โอ้ย..ชานนท์กับมู่อะ"
รสริน นพ ออกจากรถ
"รออยู่ข้างในแล้ว" นพบอก
"เอ่อ..อย่าลืมนะที่จะให้ชั้นเข้าทีมด้วยอะ" กุ๊บกิ๊บบอก
"นายอ่ะ..รับปากไว้ เอาไง"
รสริน มองหน้านพ นพทำหน้าไม่ถูก
"งั้นไปกันเลยเนอะ"

กุ๊บกิ๊บเดินนำเข้าไป รสริน นพ มองหน้ากันอย่างเอือมๆ

รสริน นพและกุ๊บกิ๊บมาเจอมู่และชานนท์ ชานนท์กับมู่ก็รออยู่แล้ว ทุกคนทักทายกัน

"ผมได้ข้อมูลจากนพแล้ว คู่ต่อสู้คุณคราวนี้เก่งมากนะ" ชานนท์ว่า
"เรารู้ ชั้นถึงต้องให้นายสองคนช่วยไง" รสรินบอก
นพเอาพิมพ์เขียว มาเปิดในไอแพดให้ทุกคนดู
"เราต้องแบ่งไปตามจุด เพื่อตามดูริวกิเผื่อได้เบาะแสอะไรบ้าง เราจำเป็นต้องรู้ชีวิตประจำวันมัน"
"เบาะแสประเภทไหนที่เราตามหาเป็นพิเศษ"
นพบอก "เบาะแสประเภทที่ทำให้เรารู้ว่า มันติดต่อกับใครเป็นพิเศษ หรือร่วมมือเพื่อทำอะไรกับใคร"
"อื่มม"
"ชั้นกับนพจะดูริวกิที่สนามซ้อม ส่วนนายกับมู่ ดูริวกิที่ห้องล๊อกเกอร์ตรงนี้" นพชี้ในไอแพด
"แล้วชั้นทำอะไรดีคะ"
ทุกคนมองกุ๊บกิ๊บเป็นตาเดียว กุ๊บกิ๊บดูมุ่งมั่นโดยไม่รู้ตัวว่าคนอื่นมอง
"เธอ..เฝ้าที่รถ เผื่อมีอะไรชั้นจะได้หนีทัน"
กุ๊บกิ๊บไม่พอใจนัก แต่ก็โอเค "อื่ม..ก็..พอรับได้ ก็ชั้นเป็นคนขับประจำทีมนี่เน๊อะ"
"งั้นตามนั้น"
"พวกเราแยกย้ายแล้วมารวมกันที่นี่" รสรินบอก
แล้วอยู่ๆริวกิก็เดินมา
ชานนท์บอก "ทุกคน นั่นไง"
ทุกคนหลบ ริวกิเดินผ่านไป
"งั้นเราเริ่มเลย"
ทุกคนเริ่มแยกย้าย

บริเวณสนามยิงปืน เสียงธนูถูกยิงลงเป้า ปั่ก! ปั่ก! ลูกแล้วลูกเล่าที่ริวกิยิง มันเข้าเป้าซ้ำที่เดิม
ที่มุมไกล นพ รสรินส่องกล้องยืน แอบมองอยู่
"งานอดิเรก แต่แม่นยังกะทีมชาติ"
"มันไม่แปลกหรอก แวมไพร์มีสายตาและการกะระยะที่ดีกว่ามนุษย์หลายเท่า แถมยังควบคุมการหายใจได้"
ริวกิกลั้นหายใจ นิ่ง ร่างกายเขานิ่ง
รสรินบอก "ทำให้ระหว่างยิงธนูร่างกายจะนิ่งมาก"
ริวกิปล่อยธนู มันพุ่งตรงไป ผ่าลูกธนูก่อนหน้าแตกเป็นซี่
นพกลืนน้ำลายเอือก

ฝ่ายชานนท์และมู่แอบอยู่ในห้องล๊อกเกอร์
"ทำไมนานอย่างงี้นะ"
"ทนหน่อยสิรุ่นพี่ ดักรอมันไม่สนุกนักหรอกชั้นรู้ แต่ทำงานใหญ่ เราต้องใจเย็นๆ"
ชานนท์ส่ายหัว
ไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดประตู มีแสงเข้ามา
ชานนท์พูดเบาราวกระซิบ "มันมาแล้ว"
สองคนหมอบตัวลง แต่คนที่เดินเข้ามากลับเป็นกุ๊บกิ๊บ ที่เด๋อๆด๋าๆเข้ามา
"คุณมาหาอะไรตรงนี้ คุณควรรออยู่ที่รถไม่ใช่หรอ"
"มาหาความตื่นเต้นมั้งคะ ก็ชั้นเบื่อนี่"
"เข้ามาหลบตรงนี้ครับ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า"
กุ๊บกิ๊บรีบเข้าไป พร้อมแทรกกลางอย่างถือวิสาสะ มู่ไม่พอใจนัก

รสรินยอมรับ "หมอนี่มันเก่งจริงๆ"
รสรินส่องกล้องอยู่ จู่ๆก็ผ่อนลง เธอถอนหายใจ
"ชั้นว่าที่เราจับตาหมอนั่นมันเสียเวลาชะมัด ชั้นน่าจะกินเลือดได้อย่างเก่า ทุกอย่างมันคงเร็วกว่านี้" รสรินบอก
นพรีบห้ามจริงจัง
"ไม่ได้นะ ถ้าชั้นต้องเสียเธอไปอีกจะทำยังไง ยังไงชั้นก็ไม่ยอม!"
รสรินมองหน้านพที่จริงจัง เธอแปลกใจปนดีใจ
"นี่นายจริงจังไปมั้ย?"
"ชั้นพูดจริงๆ ชั้นไม่อยากเสียเธอไป"
นพส่องกล้องต่อ ไม่พูดอะไรต่อ แต่การแสดงท่าทีแบบนี้ทำให้รสรินมองนพอย่างปลื้ม
เป็นจังหวะเดียวกับที่ริวกิยิงธนูหมดเซตพอดี เขาเดินออกไป

ไม่นานก็มีใครบางคนเดินเข้ามาในห้องล็อกเกอร์จริงๆ เป็นริวกิ ทุกคนหมอบหลบ
ริวกิเดินมาที่ตู้ล็อกเกอร์ เขาเก็บของ และถอดเสื้อ วางของ ปิดตู้แล้วเดินไปอาบน้ำ
ชานนท์ส่งสัญญาณให้มู่ มู่พยักหน้ารับ ก่อนออกจากที่ซ่อน ไปที่ล็อกเกอร์ริวกิ หาบางอย่าง ถ่ายรูปๆๆ ก่อนจะวางทุกอย่างให้เหมือนองศาตามเดิม เธอทำทุกอย่างอย่างคล่องแคล่ว เตรียมจะกลับมาซ่อนตัว
แต่อยู่ๆมู่ดันเห็นว่าช่องในสุดล็อกเกอร์ มีไดอารี่เล่มหนึ่ง เธอเอื้อมมือไปหยิบมาเปิดอ่าน ก่อนค่อยๆทยอยถ่ายรูปทีละหน้า ละหน้า
แต่อยู่ๆริวกิก็เดินกลับมาเพราะเขาลืมของ มู่รีบวางไดอารี่ตามเดิม ก่อนจะซ่อนตัวที่กำบังล็อกเกอร์อย่างหวาดเสียวกลัวเห็น มันใกล้ริวกิมาก ห่างแค่ไม่กี่ฟุต แต่ผนังคนละด้าน
พอมา ... หยิบสบู่เหลวเสร็จ ริวกิจึงเดินไปอาบน้ำต่อ มู่จึงกลับมา
"เกือบแย่แล้วมั้ยล่ะ" มู่ว่า
"เธอเก่งมาก ชั้นเกือบลืมหายใจแน่ะ" กุ๊บกิ๊บบอก
มู่กลับมาที่ซ่อนนั่งแบบเดิม
"เธอทำได้ดีมาก"

มู่แอบยิ้ม

ต่อมา ทั้งหมดเดินมาสมทบ

"ได้อะไรมั้ย"รสรินถาม
"ยังไม่รู้ แต่ถ่ายรูปมาหมดแล้ว แล้วคุณล่ะ"
"ชั้นไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่"
"งั้นเราไปบ้านรสรินก่อน" นพเสนอ
ทุกคนตกลงตามนั้น

บ้านรสรินตอนกลางคืน ทุกคนมาอยู่ที่โต๊ะกลาง ทุกคนมารวมเบาะแสว่าได้อะไรมาบ้าง
ชานนท์เริ่มต้น "นอกจากหลักฐานธรรมดาแล้ว เราเจอไดอารี่มัน"
มู่เปิดรูปที่ถ่ายมาให้ทุกคนดู
"ชั้นถ่ายมาไม่หมดนะ บางตอนมัน เล่าว่า วันที่มันสูญเสียครอบครัว เป็นวันที่มันเป็นแวมไพร์"
"จากข้อมูลที่วัชระบอกกับรสริน ริวกิคนนี้คือคนที่เซ็นต์เอกสารการทดลองที่เราเคยได้จากโรงพยาบาลของมหาสมุทร บางที.." ชานนท์บอก
"คุณจะบอกว่า น้องสาวของชั้น อยู่ในการทดลองนั้น"
"ผมแค่สันนิษฐานนะรสริน"
"ถ้าเราเจอริวกิแล้วก็ตามหาภุชงค์อีกคน เราก็จะรู้ว่าโครงการหมอกเลือด ทำไปเพื่ออะไรและเกียวกับรติรมณ์รึเปล่า" มู่ว่า
"อื่ม ชั้นเห็นด้วย" นพบอก
"ชั้นเห็นด้วย" ชานนท์สนับสนุน
"ชั้นว่าเป็นความคิดที่ดีทีเดียว"
รสรินถอนหายใจ ยัยกุ๊บกิ๊บจุ้นอีกแล้ว ทุกคนมองอย่างยิ้มๆที่เห็นกุ๊บกิ๊บจริงจัง

ด้านนอกบ้านรสริน มืดวังเวง เงียบ
ที่หน้าจอคอม นพนั่งหาข้อมูลอยู่ อยู่ๆก็ได้ยินเสียงแกร๊ก! นพรีบหันไปที่กระจก มันเปิดอยู่ นพแปลกใจ เขาเดินไปปิด แล้วกลับมานั่งหน้าจอคอม หาข้อมูลต่อ แต่อยู่ก็ได้ยินเสียงระยะใกล้ นพหันไปก็ต้องตกใจเมื่อเจอแจ๊ค ยืนอยู่
"เฮ่ย!"
นพคว้าคีบอร์ดฟาดไปที่แจ๊ค แจ๊คใช้มือป้องไว้ นพโจมตีอีกสองท่า แต่นพก็รับได้หมด จะสังเกตได้ว่านพเริ่มเป็นมวยมากขึ้น ไม่นานรสรินก็มาช่วย เธอเอาปืนจะยิง แต่แจ๊คจับปืน หักแล้วแย่งมาได้ แจ๊คจับนพแล้วจ่อปืนที่อกนพ รสรินคว้าปืนอีกอันเล็งที่แจ๊ค
"หยุดก่อนผมมาดี"
"ดีบ้าอะไร แกจะฆ่าชั้นอยู่เนี่ย ยิงมันเลยรสริน" นพว่า
"ผมจะช่วยคุณตามหาน้องสาวเอง"
"แกเป็นใคร?"
แจ๊คเจ็บปวด
"ผมชื่อแจ๊ค คนที่คุณลืมไปแล้วว่าเป็นใคร"
รสรินกำปืนนั่น
"แกปล่อยเค้าซะ!"
แจ๊คปล่อยนพ
"ผมเป็นนักข่าวคนนั้น" แจ๊คเริ่มพูดอย่างมีความหมาย "ทุกเย็นหลังคุณเลิกงาน เราจะเดินเล่นสวนสาธารณะกัน วันนึงคุณชวนผมไปกินข้าวที่บ้านคุณ ผมเจอรติรมณ์ และผมเป็นคนถ่ายรูปใบนี้ให้คุณ"
แจ๊คโชว์ล๊อกเก็ตห้อยคอที่มีรูปรสรินอยู่ในนั้น
"เราเคยรักกันนะรสริน"
รสรินวางอาวุธ
นพมองทั้งสองอย่างแปลกใจ

ผ่านเวลา-
ทั้งรสริน แจ๊ค นพ ดื่มชากัน พูดคุยกัน
"ผลจากการที่ชั้นกินเลือดแวมไพร์ด้วยกัน มันทำให้ความทรงจำของชั้นหลายเรื่องต้องสูญเสียไป"
แจ๊ครู้สึกนิดๆ
"เรื่องของผมคงเป็นหนึ่งในนั้น ที่คุณลืม"
รสรินนิ่ง ไม่พูดอะไร
แจ๊คเศร้า เปลี่ยนเรื่อง "ครับ ผมเข้าใจ ส่วนเรื่องติ ผมช่วยคุณได้นะ"
"เราจะไว้ใจคุณได้ยังไง"
นพกังขาขึ้นมา รสรินพูดกับนพ
"อดีตของชั้นมีไม่กี่คนที่รู้ และเรื่องรูป มีแต่ชั้นกับเค้าที่รู้เรื่องนี้"
นพจึงเงียบไป
"ริวกิมันเก่งมาก ถ้าเราร่วมมือกัน โอกาสที่จะจัดการมันได้ก็มากขึ้น"
"ได้ ชั้นจะเสี่ยงไว้ใจคุณ"
นพวางหน้าไม่ถูก

วันต่อมา นพเดินอยู่ที่ทางเดินที่ตึกทำงาน ในใจคิดเรื่อง “หึง”
นพเดินมาซักพักก็เจอกับกุ๊บกิ๊บ

"เป็นอะไรหน้าเศร้าจัง นพมาห้องฉันหน่อย"

ภายในห้อง นพตกใจ

"ผมเนี่ยนะ ชอบรสริน"
"ใช่ ดูก็รู้ อย่ามาปิดเลย" กุ๊บกิ๊บบอก
นพอึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก
"นพ ถ้านพเกรงใจ หรือห่วงความรู้สึกพี่ ดอนท์ วอรี่ ตอนนี้พี่เห็นเธอเป็นน้องชายที่น่ารัก เพราะกุ๊บกิ๊บคนนี้ มีเป้าหมายใหม่แล้ว"
นพหน้าเหวอ
"เอ่อ..."
"พี่บอกตรงๆเลยละกัน คนคนนั้นคือคุณชานนท์"
นพยิ้ม กุ๊บกิ๊บโล่งใจ

มุมลับตาบริเวณโรงอาหาร รสริน นพ ชานนท์ มู่ และกุ๊บกิ๊บ ยืนคุยกัน ที่ข้างรั้วใหญ่
"รอริวกิออกจากบ้านและพวกเราเข้าไปเลย คุณจะตามไปด้วยก็ได้นะ แต่มันอันตราย ระวังตัวหน่อยนะ"
กุ๊บกิ๊บบอก "ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ"
มู่หน้ามุ่ย
"ครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย" รสรินบอก
ชานนท์และมู่มองอย่างสงสัย
"เราจะมีคนมาเพิ่ม"
"ไหนละแจ๊ค จะมาช่วยไม่ใช่หรอ" นพถาม
"แล้วอยู่ไหนละ ไม่เห็น เห็นใครเลย"
ชานนท์ถาม "ใครคือแจ๊ค"
ไม่นานรถริวกิก็เผ่านมา
"เรารีบไปดีกว่า"
ว่าแล้วทุกคนก็เดินไป

ริวกิกำลังจะกดลิฟท์
ริวกิที่อยู่ๆก็คิดอะไรออก เขาตัดสินใจลงบันไดแทน
ทุกคนวิ่งตามเขาไปถึงหน้าลิฟท์
รสริน กับ นพ วิ่งตามริวกิไป ที่เหลือลงลิฟท์
ริวกิ รู้ตัวว่าคนตาม เขายิงธนูใส่ รสริน และนพทันที
"นพ"
รสริน ผลักนพให้หลบลูกธนู
มู่ ชานนท์ กุ๊บกิ๊บ ดักหน้า ริวกิอยู่ มู่ และชานนท์ ต่อสู้กับริวกิ ชานนท์ ต่อสู้กับริวกิ เขาพยายามจะแย่งคันธนู ในขณะที่ ชานนท์เสียถูกริวกิทำร้าย
"อ๊ากก"
"รุ่นพี่"
"ชั้นไม่เป็นไร"
มู่สู้กับริวกิ แต่ก็พลาดท่าโดน ริวกิทำร้าย
ริวกิ วิ่งหนีไป
รสริน นพ วิ่งตาม
"เดี๋ยวชั้นตามไปเอง"
รสรินบอกชานนท์ กับมู่ แล้วเธอกับ นพวิ่งตามริวกิไป

ชานนท์รีบขยับมาดูมู่
"มู่ มู่ เป็นไงบ้าง"
"รุ่นพี่"

การไล่ล่าเกิดขึ้นบนดาดฟ้า แจ๊คและรสรินวิ่งไล่ริวกิ รสรินกำลังควักปืนยิงริวกิ แต่กลายเป็นว่าริวกิสัญชาติญาณเร็วกว่า เขาควักธนูยิงไปที่รสริน
ไม่นาน นพก็กระแทกประตูดาดฟ้าออกมา ขวางด้านหน้าริวกิในระยะไกล ทันใดเขาเล็งปืนระยะไกล
นพยิงไปสามนัด ปัง! ปัง! ปัง! ไปที่ริวกิ
ริวกิมองต้นทางเห็นเป็นนพ เขายิงสวนกลับมาสองดอก นพหลบได้อย่างหวาดเสียว
รสริน ริวกิ ยังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ริวกิ ยิงธนูใส่รสริน รสรินพลาดท่าล้มลง
"โอ้ย"
"แกเป็นใคร ต้องการอะไรบอกมา"
รสริน ไม่ตอบ เธอจ้องริวกิ
ริวกิ เตรียมง้างคันธนูใส่รสริน
แจ๊คปรากฏตัวขึ้น เขาดึงคันธนูของริวกิออก ทั้ง 2 ต่อสู้กัน
รสรินกำลังจะมาช่วยแจ๊ค
ริวกิ ง้างคันธนู ใส่รสริน ลูกธนูปักไปที่กลางอกรสริน รสรินดึงลูกธนูออก
แจ๊ค นพ รสริน ร่วมกันต่อสู้กับริวกิ จังหวะริวกิเสียจังหวะ รสรินปักมีดเข้าไปที่อกริวกิ แต่ริวกิง้างธนูยิงขึ้นฟ้า ริวกิร่างสลาย
นพเห็นว่าลูกธนูจะพุ่งลงมาที่หัวรสริน นพเข้าไปช่วย
แต่ลูกธนูอีกลูกที่ตามมาทะลุไหล่ลงเข้าเครื่องใน
นพล้มลงพร้อมลูกธนูปักแน่น
"นพ!"
เสียงนพบอก "เราทุกคนมีวิธีรับมือเกี่ยวกับความความสูญเสียมากมาย"
รสรินกุมมือนพ
"บางคนรับมือมันด้วยรอยยิ้ม"
รสรินน้ำตารสรินไหล
"บางคนรับมือมันด้วยน้ำตา"
รสรินยังกอดนพไม่ห่าง
"แต่สิ่งที่เราไม่รู้ คือเมื่อความสูญเสียได้เกิดกับตัวเอง มันไม่มีวิธีไหนรับมือได้ นอกจากการยอมรับมัน…ถึงแม้ไม่เต็มใจก็ตาม"
"ชั้น....รักเธอนะ"
"ชั้นรู้…ชั้นก็เหมือนกัน"
นพยิ้ม "ไหนบอกว่าแวมไพร์ไม่มีหัวใจไง"

รสรินอดยิ้มไม่ได้ เธอน้ำตาไหลกอดนพ ก่อนที่เขาจะสิ้นใจลง รสรินเหวอ มองชายที่รักตายตรงหน้า นพหลับตานิ่ง

ชานนท์กับมู่สุดสะเทือนใจ ทั้งสองสีหน้าตกใจมาก

แจ๊คยืนมองรสรินที่ร้องไห้ กอดนพไว้ในอ้อมกอด ที่เนื้อตัวนพมีธนูปักอยู่ รสรินร้องไห้
ก่อนเธอจะหันมามองนพ แล้วตัดสินใจกัดที่ข้อมือตนเอง ก่อนก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากนพ

ในความมืด เราได้ยินเสียงต่างๆมากมาย
ที่ผ่านมา เสียงรสรินคุยกับรติรมณ์ คุยกับแจ๊ค
เสียงรติรมณ์พูดคำสุดท้ายกับรสรินก่อนจะพลัดพรากกัน
เสียงการไล่ล่า ตามฆ่าต่างๆ
เสียงการเจอนพครั้งแรก
เสียงนพบอกรักรสริน
เสียงทั้งหมดซ้อนทับกันไปมาฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

ในบ้านของรสรินเวลาต่อมา ขณะที่ทุกคน ดูอาการของนพอย่างห่วงใย
อยู่ๆตาของนพเบิกโพลง! พร้อมเสียงหายใจเหมือนขาดอากาศมานาน
นพนอนอยู่บนเตียงภายในห้องรสริน เขาเพิ่งฟื้น ดูอาการเขาทั้งตกใจ กลัว และประหม่า เนื้อตัวเขาห้อยสายน้ำเกลือ สายให้เลือดระโยงระยาง แม้ว่า อุปกรร์จะไม่ไฮเทคเท่าอุปกรณ์แพทย์ก็ตาม
ไม่ไกลนัก แจ๊คอ่านหนังสืออยู่ มองดูนพอย่างไม่ตกใจอะไร
"เขาฟื้นแล้ว"
รสรินรีบวิ่งมาดู จะเข้าไปหานพ แต่แจ๊คห้ามไว้
"ปล่อยเค้าก่อน"
รสรินทำตามที่แจ๊คบอก นพดูกลัว มองรอบๆตัว เขาแกะสายระโยงระยาง
"นี่มันอะไร! ชั้นตายไปแล้วไม่ใช่หรอ!"
"ชั้นช่วยนายไว้" รสรินบอก
นพมองรอบๆตัวเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน เขามองมือไม้ตนเอง
"ไม่ต้องตกใจ ตอนนี้นายเป็นแวมไพร์" แจ๊คบอก
"แวมไพร์ เดี๋ยวนะ ชั้น...."
นพตกใจพูดไม่ออก
"ชั้นให้เลือดนาย ไม่งั้นนายต้องตาย"
"ชั้นเป็นแวมไพร์หรอ!"
นพเสียงดัง! เริ่มหายใจหอบเพราะตื่นกลัว เขาควบคุมตัวเองไม่ได้
"ไม่ต้องตื่นเต้น เดี๋ยวนายก็ชิน"
"ชินหรอ! เมื่อวานชั้นเป็นมนุษย์ แต่วันนี้ชั้นเป็นแวมไพร์ เธอคิดว่าชั้นจะชินหรอ!"
"จริงๆนายไม่ได้เพิ่งเป็น นายหลับไปเจ็ดวัน เท่ากับว่านายเป็นแวมไพร์มาเจ็ดวันแล้ว"
"เจ็ดวัน!!! โอย !! เจ็ดวันเลยหรอ!"
นพดูเครียดกับภาวะนี้
รสรินกับแจ๊คมองหน้ากัน แล้วพยักหน้าอย่างรู้กัน

นพนั่งทำใจรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น
รสรินเดินเข้ามาพร้อมขวดเลือด
"นายต้องกิน"
นพมองขวดเลือด
"แล้วแต่แล้วกัน"
รสรินวางขวดเลือดไว้ตรงหน้า นพ และเดินออกไป

นพใส่กุญแจมือตัวเองและขังตัวเองไว้
การเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา เมื่อเขาต้องการดื่มเลือด ทำให้นพ ดิ้นรนทุรนทุราย
รสรินเดินเข้ามาพร้อมกับขวดเลือด
"เธอต้องกิน"
นพตัดสินใจ ดื่มเลือดในขวด

เสียงนพบอกเล่า "เอาเข้าจริง การเป็นแวมไพร์มันก็ไม่เลวซะทีเดียว ทุกอย่างที่เคยห่วย ถูกอัพสกิลให้เจ๋งขึ้น"
ตาของนพจ้องคอม ดวงตาของเขาตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา
"และอะไรที่เคยเจ๋งอยู่แล้ว ก็เจ๋งขึ้นไปอีก"
นพเล่นเกมส์อยู่ เสียงเพลง montage บิดเบี้ยว(อารมณ์แป่ว)และจบลง นพเล่นเกมส์อย่างเมาส์มันพลางพูด
"ชั้นไม่เคยผ่าน chapter นี้เลย พอเป็นแวมไพร์แล้ว Mode Hard กลายเป็น Easy ไปเลย โคตรเจ๋ง ยังเหลืออีกหลายเกมส์เลยนะที่ยังไม่ได้เคลียร์"
รสรินเดินมาพร้อมขวดเลือดในมือ เธอส่ายหัว
"ไร้ประโยชน์ชะมัด ใช้ความสามารถมาเล่นเกมส์เนี่ยนะ"
"เอาน่า ผ่อนคลายนิดนึงดิ ชั้นเขียนไวขึ้น อ่านเร็วขึ้น ได้ยินก็ชัดขึ้น ความจำก็ดีขึ้น เล่นเกมส์นี่ก็ถือเป็นการฝึกความจำนะ"
รสรินไม่สน ดึงปลั๊กออกเกมส์ดับ นพตาค้าง
"เฮ่ย! เอาจริง!"
รสรินยื่นขวดเลือดให้
"ดื่มซะ"
"อื้อหืม ข้นเชียะ"
นพรับขวดเลือดมาอย่างแขยง นพมองไปไม่ไกลนัก เห็นแจ๊คที่ดื่มเลือดอั่กๆๆอย่างเถื่อน ตลกๆ ก่อนเขาจะหันมามองขวดเลือดตัวเอง
"ถ้าชั้นไม่ดื่มจะเป็นยังไง"
"ก็เหมือนนักบวชคนนั้น นายจะค่อยๆตายไป"
นพมองขวดทำใจก่อนจะดื่ม พอดื่มไปก็แปลกใจในรสชาด
"ก็ ไม่แย่นะ อันที่จริง อร่อยเลยอ่ะ"
เขากระดกดื่มอย่างอร่อย นพท่าทางเหมือนเด็กได้ขนมอร่อย รสรินยิ้มเล็กๆ แจ๊คเห็นในอาการนั้นของรสริน
"กินขวดนึงนายก็อยู่ได้อาทิตย์นึง"
"อื่ม..."
นพจิบเลือดเรื่อยๆ มองรสรินแปลกๆ เขาดูหลบๆ ตา
"ชั้นได้กลิ่นเธอ"
"พรสวรรค์ของแวมไพร์น่ะ"
"แล้วชั้นก็รู้สึกแปลกๆกับเธอด้วย แต่ชั้นอธิบายไม่ได้"
"มันเป็นความผูกพันทางสายเลือดน่ะ ที่ชั้นเคยเล่า"
"มันเหมือน....ความ…..(รัก)"
รสรินมองตานพอย่างมีความหมาย
"ชั้นเข้าใจ ...ชั้นก็รู้สึกเหมือนกัน"
สองคนคุยกันทำท่าเหมือนเข้าใจกันเองโดยไม่ต้องพูด
แจ๊คมองอยู่ไกลๆก็พูด
"งั้นหมดหน้าที่ผมแล้ว ผมกลับก่อนนะ"
นพรสรินออกจากภวังค์
"เอ่อ..งั้นผมกลับด้วยดีกว่า"
นพรสรินมองหน้ากัน ออกอาการประหม่า

ทั้งหมดแยกย้ายกัน

ที่หน้าบ้าน นพและแจ๊คเดินออกมา แจ๊คคร่อมมอเตอร์ไซค์เตรียมสตาร์ทรถ นพพูด

"ขอบคุณมากนะครับ ที่ช่วยพวกผมไว้"
แจ๊คคิดและอยู่ๆเขาก็พูด
"ตลกดีนะ ตลอดหลายสิบปีมานี่ผมไม่เคยเห็นรสรินยิ้มเลย แต่เมื่อกี๊เธอยิ้มกับเรื่องแบบนั้น"
นพวางหน้าไม่ถูก
"เอ่อ...ครับ"
"ผมไปล่ะ"
แจ๊คสตาร์ทเครื่องแล้วบิดออกไป นพมองตามด้วยสายตาใช้ความคิด

นพอยู่ในลิฟท์ตามปกติ เขามองกระจกสะท้อน เขาเอาแว่นออกกับเอาแว่นใส่ ปรากฏเอาแว่นออกเขาชัดกว่า นพเอาแว่นเก็บใส่กระเป๋า เขายิ้ม ...
"กลางวันผมเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา แต่กลางคืนผมกับคู่หูออกล่าแวมไพร์"
รสรินยืนหน้านิ่งๆ ในลิฟท์ยืนไม่ไกลจากนพนัก
" อ้อ และนอกจากนั้น เวลาว่าง ผมเป็นแวมไพร์มือใหม่ไปพร้อมๆกันด้วยครับ"
ตริ๊ง! เสียงลิฟท์เปิดออก รสรินและนพแทรกตัวออกมา
สองคนเดินออกมาอย่างเท่ สองคนใส่ชุดออฟฟิศโทนเดียวกัน ที่น่าสังเกตคือนพหล่อมาก

นพเดินเข้ามา วันนี้เขามาในมาดใหม่ เสื้อผ้าเข้ารูปขึ้น ล่ำขึ้น เขาดูหล่อมาก เพราะไม่ใส่แว่น สาวๆต่างเหม่อมอง แม่บ้านชนโต๊ะและสาวบางคนชงกาแฟก็น้ำหก ออมแป้งยืนเหวอมองนพพลางคุยกัน
"โอ้ว ทำไมพี่นพหล่อขึ้นขนาดนี้ล่ะคะ"
"เชี่ย อยากเลิกกับแฟนเดี๋ยวนี้เลยว่ะ" ออมบอก
นพเดินผ่านโต๊ะทุกคน สุชาติกำลังจะเดินสวน เขาเห็นนพเป็นเหยื่อเตรียมแกล้ง จังหวะเดินสวนพี่สุชาติกำลังสกัดขา แต่นพใช้ทักษะแวมไพร์มองเร็ว เขายกขาหลบ แล้วดีดขาเตะไปที่น่องสุชาติ สุชาติล้มกาแฟหกรดเสื้อตัวเอง ลงไปกองกับพื้น ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างไว สุชาติงง นพเดินผ่านไปแล้ว
นพเดินมาสักพัก แม่บ้านก็เดินสวนมาหว่านตาหวานมองนพ เขาเริ่มประหม่าแอบคุยกับรสรินเบาๆด้วยการขยับปาก ทั้งสองเดินไปนั่งโต๊ะตัวเอง
"ชั้นทำตัวไม่ถูก เข้าใจนะว่าฮอร์โมนแวมไพร์จะสร้างแรงดึงดูดให้มนุษย์ แต่นี่ชั้นเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ"
"เท่าที่เห็นก็มากอยู่นะ"
รสรินมองสาวๆ บางคนตาหวานใส่นพ รสรินหรี่ตาหมั่นไส้เล็กๆ
รสรินหึงบอก "ถ้านายรำคาญ ชั้นฆ่านังพวกนี้ได้นะ"
"ไม่หรอก แค่วางตัวไม่ถูก แต่ก็ดีเหมือนกัน เป็นหนุ่มฮอทกับเค้าซักวัน"
นพทำท่าเก๊กๆ รสรินไม่พอใจเล็กๆ จิบน้ำข่มใจ

"ตอนชั้นมาทำงานใหม่ๆ ก็เพราะฮอร์โมนแบบนี้ล่ะมั้งที่ทำให้นายตามชั้น"
"ชั้นชอบเธอที่เป็นเธอ ไม่ใช่ฮอร์โมน"
รสรินเขินสำลักน้ำ คนรอบๆมอง
"แค่นี่นะ ทำงานก่อน"
กลายเป็นรสรินประหม่า นพงงๆว่ารสรินตัดบท ทั้งสองทำงานในส่วนของตัวเองกันต่อไป

ภายในร้าน นักการเมืองนั่งที่เก้าอี้ตัดผม
ภุชงค์ ช่างตัดผมกำลังค่อยๆบรรจงโกนหนวด ผ่านครีมที่ทาไว้
"เจอตัวซักที ภูชงค์นักฆ่าผ้าเช็ดหน้าสีแดง ชั้นมีงานให้แก ไปจัดการใครซักคน" นักการเมืองบอก
ภุชงค์เปลี่ยนมีดเป็นอีกเล่ม
"ผมคงรับงานนี้ไม่ได้"
"ทำไม?"
"เพราะมีคนให้ผมมาเก็บท่านเรียบร้อยแล้วครับ"
โดยไม่ทันตั้งตัว ภุชงค์หยิบมีดมาปาดคอนักการเมืองอย่างไว
บอดี้การ์ดร้อง "เฮ้ย"
"เขาจ้างชั้นมาฆ่าท่านคนเดียว แกไม่เกี่ยว และจำไว้ว่า เราไม่เคยเจอกัน"
บอดี้การ์ดวิ่งออกนอกร้าน
ภุชงค์มองลงจากชั้น 2 ไปชั้นล่าง เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมองเขาอยู่
"โจ โจ โจ ลูก"
เด็กคนนั้นเดินหนีไป

สุชาติเดินเข้ามาหานพที่นั่งทำงานอยู่
"อะ..นั่นแน่ ...เดี๋ยวนี้มีเซทผมใส่วงใส่แว๊ก"
สุชาติเอามือวางบนไหล่นพ
นพหันไปมองหน้าสุชาติด้วยสีหน้าที่ดุดัน
"มีดึงหน้าด้วย ทำเข้มนะเรา"
สุชาติเดินออกไป ณัฐวุธ เข้ามาทักนพ
"กูพูดตามตรงนะ ช่วงนี้มึงไปทำอะไรมาวะ ดูดีแซงหน้ากูไปแล้ว"
นพมองณัฐวุธคนพูดแคะขี้มูกตลกๆ นพทำหน้าทำนองว่านี่หรือคือดี"กูกินคลีน"
"แม่ง เทรนด์รักสุขภาพก็มา"
"ทำงานไปเหอะมึงอะ"
ณัฐวุธใส่หูฟังไปนั่งทำงานต่อ
นพนั่งไปไม่นานก็ได้ยินเสียง LINE เข้ามา
รสรินส่งข้อความ "เย็นนี้อย่าลืมนะ"
นพสะดุ้ง มองไปที่รสริน เธอนั่งที่โต๊ะกำลังLINEโดยไม่ได้มองมาทางนพ
นพ ตอบLINE
"เรื่องหาหลักฐานเพิ่มใช่มั้ย ไม่ลืมหรอก เดี๋ยวขอเคลียร์งานก่อน"
"อื่มๆ"
"จริงๆฉันคิดว่า Vampire จะใช้โทรจิตคุยกันได้ซะอีก"

"อะไรของนาย … อ่านการ์ตูนมากไปปะเนี่ย"

ที่มุมหนึงของบ้าน

นพเดินมาเห็นรสรินที่นั่งหันหลังให้อยู่ นพไม่เข้าใจว่ารสรินกำลังทำอะไร
นพเดินเข้าไปหารสรินช้าๆ และได้เห็นว่า รสรินถือเหล็กแหลมไว้ในมือ
รสรินปลดส่วนที่เป็นคมออกจากด้าม แล้ว รินเลือดที่คาอยู่ในตัวด้ามออกมาใส่ จอกแก้วเล็กๆ
"อะไรหนะ"
"เลือด… ริวกิ ? เบาะแสเดียวจากริวกิ ตอนนี้อยู่ในเลือดนี่แหละ"
นพฟังแล้วก็รีบเข้าไปคว้าจอกนั่นจากมือรสรินมาถือเองทันที!
รสรินประหลาดใจ
"อย่าทำรสริน มันอันตรายกับเธอ เธอกินมันไม่ได้อีกแล้ว"
"เราก็เป็นแวมไพร์ แวมไพร์ที่มีสายเลือดเดียวกับเธอ"
นพกระดกเลือดนั้นเข้าปากอย่างไม่ลังเล
รสรินสนอกสนใจ นพหลับตา
เปลือกตานพกรอกไปมาเพราะเห็นข้อมูล
นพนั่งนิ่ง รับภาพทั้งหมด และไม่นานเขาก็ลืมตา โพล่งออกมา พร้อมเป่าปาก
"เป็นยังไงบ้าง"
"ดีกว่าสืบแบบเดิมเยอะเลย"
นพยิ้ม
"คืนนี้เธอว่างใช่มั้ย?"
"อื่ม"
ไกลออกไป แจ๊คมองทั้งสองอย่างครุ่นคิด

รสรินแกะเสต๊กเนื้อสดจากซอง วางชิ้นลงบนกระทะ เธอทำอาหารในครัว ขณะที่ใส่หูฟัง ฟังเพลงไปด้วย เพลงบรรเลงไป
ที่โต๊ะอาหารด้านนอก แจ๊คและนพนั่งรออยู่ ทั้งสองรอเงียบๆ นพไม่มีอะไรจะพูดกับแจ๊คเพราะวางตัวไม่ถูก ไม่นานแจ๊คเริ่มพูด
"เป้าหมาย..."
นพตกใจงง
"อ..อะไรนะครับ"
"ตอนนี้คุณเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในฐานะแวมไพร์ คุณวางเป้าหมาย อะไรไว้บ้างมั้ย"
"อื่ม....ยัง...คิดไม่ออกครับ"
แจ๊คยิ้มเจ็บๆในคำตอบ
"ถ้าไม่ถูกฆ่าซะก่อน แวมไพร์จะไม่มีวันตาย และการไม่มีวันตาย มันเหมือนการเดินทางไกล ถ้าให้ผมแนะนำ คุณควรวางจุดหมายปลายทาง ไม่อย่างนั้นตลอดชีวิตต่อจากนี้ มันจะไม่มีความหมาย
ทันที"
"แล้วคุณล่ะ เป้าหมายของคุณคืออะไร"
"ผมมีชีวิตอยู่เพื่อรสริน"
นพสะอึกไป
"คุณเคยฟังเรื่องของผมมั้ย"
"เคยครับ คุณเป็นนักข่าวคนนั้น สมัยที่รสรินเป็นพยาบาล"
"งั้นคุณคงรู้ว่าผมรักเธอ และตอนนี้ผมอยากฆ่าคุณมากแค่ไหน"
นพมองมีดที่วางใกล้ๆจานแจ๊ค เริ่มกลัว เขาจับมีดใกล้ๆจานตัวเอง
"ถึงฆ่าคุณไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เธอจำผมไม่ได้แล้ว ผมว่านั่นเจ็บปวดกว่าการไม่รักซะอีก"
นพวางหน้าไม่ถูก
การสนทนาของนพและแจ๊คเริ่มอีกครั้ง
"คุณรักเธอใช่มั้ย"
นพนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบ "ครับ ผมรักรสริน"
แจ๊คมองตานพ นพมุ่งมั่นในคำพูด แจ๊คจริงจังก่อนจะผ่อนลง และเริ่มเผยยิ้มอย่างปริศนา นพก็ไม่เข้าใจคำตอบ
ไม่นานรสรินก็เดินมา
"นพ แจ๊ค" รสรินพยักหน้าเหมือนเรียก
ในบ้านรสริน
รสรินให้นพ "อันนี้ของนาย สุกๆ ไม่ใส่กระเทียม ใส่พริกไทยเยอะๆ" แล้วยื่นอีกจานให้แจ๊ค "ส่วนอันนี้ของคุณ"
แจ๊คมองสเต๊กที่จานตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง เขายิ้ม
"ผมไม่กินเนื้อ"
รสริน นพตกใจ แจ๊ครีบบอกทำนองอย่ากังวล
"ไม่เป็นไร วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะลองกินเนื้อดู"
แจ๊คกินคำแรกไป ทั้งสามนั่งทานอาหารค่ำด้วยกัน นพมองแจ๊คด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก

บริเวณเซฟเฮ้าส์ กุ๊บกิ๊บบอก
"นพ ชั้นส่งข้อมูลที่เธอแฮ๊กได้ให้ชานนท์กับมู่แล้ว"
นพในสายถาม"นายประชิด อะนะ"
"ใช่ นายประชิด อดีตรัฐมนตรี ดู 2 คนนั้นเขา ตื่นเต้นมากเลยนะ รีบไปหาเบาะแสเลย แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนอะ"
"เราจะต้องหาแวมไพร์ตัวนึง"
"อะไรนะแวมไพร์หรอ ที่ไหนอะ"
"ร้านตัดผมภุชงค์"
"ร้านตัดผมภุชงค์ ให้ชั้นตามไปได้ไหม"
"บอสอย่าเสี่ยงเลยครับ แค่ตอนนี้พนักงานในออฟฟิศก็สงสัย ว่าพวกเราหายไปไหนพร้อมกัน บอสรับหน้าอยู่ทางนั้น ดีกว่านะครับ"

"ก็ได้ โอเค"

แจ๊ครายงานความคืบหน้ากับมหาสมุทร

"รสริน จะไปจัดการภุชงค์แล้วนะครับ"
มหาสมุทรในสายบอก
"ไอ้ภุชงค์ ไอ้คนทรยศ พวกเราตามหามันตั้งหลายปี แต่ไม่มีรอดกลับมาได้ซะที รสรินนี่มันแน่นอนจริง ตามหามันจนเจอ ดีซะอีกที่คนที่ชั้นเกลียด2 คน มันจะฆ่ากันเอง ลองคิดดูซิ ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของชั้น จะสวยขนาดไหน"
"โครงการหมอกเลือดของท่านใกล้สำเร็จแล้วหรอครับ"
"ใช่ รอแต่แล๊ปเพิ่มจำนวนให้มากพอที่จะครองเมืองเท่านั้น"

กลางคืนวันใหม่ จันทร์เต็มดวง
ร้านภุชงบาร์เบอร์ ไม่นานนัก ร้านก็เปิดม่านบริการ
นพ รสริน แจ๊ค นั่งอยู่หลังคาตึก พลางพูดกัน
"ร้านเปิดแล้ว เราน่าจะใช้บริการซะหน่อยนะ"
รสรินพยักหน้า ว่าแล้วสามคนก็โดดลงจากตึกไป

นพเดินเข้ามาที่ร้านตัดผมพร้อมกับรสรินและแจ๊ค ภุชงค์ปราดตามอง พวกเขาแกล้งมาเป็นลูกค้า
ทั้งสามสูดหายใจ ได้กลิ่นเลือด
ภุชงค์ถาม
"ตัดกี่คนครับ"
"ผมคนเดียวครับ" นพบอก
รสรินและแจ๊คนั่งรอ นพเดินไปเป็นลูกค้า นั่งที่เก้าอี้ที่เมื่อครู่นักการเมืองถูกปาดคอ
"เอาทรงอะไรดี"
"แล้วแต่ช่างเลยครับ"
ภุชงค์มองทั้งหมดด้วยสายตาระวังตลอดเวลา เขาเดินไปเลือกกรรไกร เดินมาที่นพ
"ไม่ค่อยมีแวมไพร์มาตัดผมที่ร้านนี้หรอก พวกคุณรายแรกใน 20 ปี"
"คุณรู้หรอ" รสรินถาม
"ผมเคยเจอเค้า"
ภุชงค์มองไปทางแจ๊ค รสรินมองแจ๊คแปลกใจนิดๆ แจ๊คไม่มีท่าทีตอบอะไรในท่าทางรสริน
"จริงๆแล้วพวกคุณมาทำไม" ภุชงค์ถาม
ภุชงค์ค่อยๆตัดผมนพ
"พวกเราตามหาผู้หญิงคนนึง ไม่รู้คุณพอจะคุ้นชื่อมั้ย"
"เธอชื่ออะไร"
"รติรมณ์"
ภุชงค์หยุดมือกึก ตกใจ เขาเดินไปหยิบผ้าขาวมาสองผืน ผืนหนึ่งพาดที่บ่า อีกผืนถืออยู่ ไม่นานเขาก็ปิดบานเกล็ดลง หยิบมีดโกนมาสองสามเล่ม ภุชงค์เดินมาหลังนพ เริ่มตัดผมต่อ
รสรินมองท่าทีนั้น
"คุณรู้จักเธอ"
ภุชงค์พูดเท่ๆ โดยไม่ได้หันมองทุกคน
"ผมรู้จักเธอ แต่ผมบอกอะไรคุณไม่ได้หรอก"
รสรินกระชับอาวุธ
"งั้นก็ต้องออกแรงกันหน่อย" รสรินว่า
ภุชงค์เปลี่ยนแววตา ทันใดภุชงค์ก็โจมตีนพ! นพหลบทันอ้อมหลังมาล๊อคภุชงค์ รสรินเตรียมเอามีดแทงแต่เขาก็หลบทัน และดิ้นหลุดจากนพ ภุชงค์หยิบมีดโกนสองเล่มมาถือ ตั้งรับ
"พวกแก มาพร้อมกันก็ได้"
รสรินและนพพุ่งโจมตี ภุชงค์ใช้มีดอย่างคล่องรับทั้งนพและรสรินได้ทุกคม การต่อสู้ครั้งนี้เราจะเห็นว่านพเก่งขึ้นมาก และทำงานเข้าขากับรสรินมาก แจ๊คควักปืนออกมาจะเล็งไปที่ภุชงค์ ภุชงค์เห็นก็รีบปามีดสั้นใส่ปืนแจ๊คจนปืนพัง
"เล่นมีดสนุกกว่าน่า"
"ได้!" แจ๊คบอก
แจ๊คควักมีดสั้นอเมริกันมาเล่มนึงเตรียมพร้อม
จังหวะหนึ่งภุชงค์ถีบนพกระเด็นออกไป ทันใดแจ๊คก็เข้าไปแทนนพ แจ๊ครสรินเข้าคู่ต่อสู้กับภุชงค์
สักพักรสรินถูกฟันที่แขน บาดลืก เธอกระเด็นไป แจ๊คเห็นรสรินถูกทำร้ายก็เสียจังหวะ เขาถูกเหวี่ยงกระเด็นไปไกล นพไม่รอช้าจะโดดไปสู้กับภุชงค์ แต่ภุชงค์ถีบเก้าอี้ตัดผมไปขวางนพไว้
ทั้ง 4 คนต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ภุชงค์รีบหยิบมีดเล่มสีทองที่ซ่อนอยู่ในขากางเกงเดินตรงมาที่รสริน เธอค่อยๆชันตัวลุกยืนพร้อมสู้
แจ๊คเห็นก็รีบพุ่งไปหารสริน
ภุชงค์กำมีดสีทองเตียมแทงไปที่หัวใจรสริน แล้วจังหวะที่กำลังจะถึงตัวรสริน แจ๊คก็มาขวางไว้ เขาถูกแทงที่หัวใจ! รสรินตกใจ
"แจ๊ค!"
แจ๊คยิ้ม "ผมช่วยคุณครั้งที่สองแล้วนะ"
นพเห็นเหตุการณ์ก็ไม่รอช้า รีบดึงมีดออกจากตัว ปาไปที่ภุชงค์สองเล่ม เขาเซออกไป ก่อนนพจะไม่รอช้า ดึงมีดจากไหล่ที่เหลืออีกเล่ม พุ่งไปแทงที่อกของภุชงค์แล้วถีบเขาไปหลังร้าน หายไปในความมืด แสงวาบ นิดๆพร้อมละอองลอยออกมาเบาๆ
นพหันมองที่แจ๊ค รสรินมองแจ๊คที่ร่างกายค่อยๆสลาย เริ่มไหม้จากอก
"ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราผมไม่เคยลืมนะ"
"ขอโทษนะ...ที่ชั้นจำมันไม่ได้"
แจ๊คยิ้มเจ็บปวด จับใบหน้ารสรินจนมือของแจ๊คค่อยๆสลายไป ล็อคเก็ตที่รูปรสริน หล่นกระทบพื้น

แจ๊คสลายไปแล้ว รสรินเหวอ

อ่านต่อตอนที่ 7


กำลังโหลดความคิดเห็น...