xs
xsm
sm
md
lg

รสรินล่าแวมไพร์ ตอนที่ 2 : ตำรวจจับมือล่าแวมไพร์!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รสรินล่าแวมไพร์ ตอนที่ 2 : ตำรวจจับมือล่าแวมไพร์!

บรรยากาศวันหยุด ที่บ้านของรสรินเงียบสงบ นพกำลังหาข้อมูลหน้าคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้นกับภาพและเรื่องราวที่รสรินเห็นตอนชิมเลือด
 
ภาพที่เห็นในสมุดสเก๊ตช์ เป็นภาพเดียวกันกับภาพที่เห็นทั้งเหตุการณ์และสถานที่ ภาพที่หนูดีกำลังกัดชายคนหนึ่ง แม้เขาจะขัดขืนแต่ก็ไม่รอดเงื้อมมือของหนูดีอยู่ดี

ปีพ.ศ. 2530ภาพเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล รติรมณ์เพิ่งทำคลอดเสร็จ ทั้งที่มือยังถูกมัดไว้ มหาสมุทรในชุดหมอแต่ใส่หน้ากาก อุ้มเด็กสาวคนหนึ่งออกมา พร้อมพูด “ต่อไปนี้แกต้องดูแลเธอ” พร้อมยื่นเด็กให้ แวมไพร์ฟรีรันนิ่ง รับเด็กสาวแรกเกิดไว้ในครอบครอง

ที่หน้าบ้านของรำพึง มีบ้านเลขที่ 106/17
นพยังคงสืบค้นอย่างมุ่งมั่น ไม่นานนักรสรินก็เดินมา ยื่นน้ำให้นพ นพยิ้ม
“ขอบคุณนะ”
รสรินมองนิ่ง ไม่หือไม่อือ นพเริ่มเจื่อน
“มีอะไรคืบหน้าบ้าง”
“ชั้นสืบจากบ้านเลขที่ และแลนมาร์คที่เธอเห็นย่านที่ได้น่าจะเป็นแถวนี้นะ”
นพกด Enter เข้า Google Map
ที่หน้าจอ... นพไล่กล้องไปตามถนน เป็นบ้านหลังหนึ่ง
“นี่ใช่บ้านที่เธอเห็นมั้ย”
“ใช่หลังนี้ล่ะ”
“งั้นชั้นว่าคนที่เธอหา น่าจะเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ล่ะ”
รสรินสูดกลิ่น ขนทุกเส้นบนร่างกายลุกตั้งชันสายตาไล่ถึงเสื้อที่เปื้อนรอยเลือดของนพ
นพเห็นอาการรสรินแปลกๆจึงถาม
“ได้กลิ่นเลือดชั้นหรอ?”
“อือ เลือดมีแรงดึงดูดกับแวมไพร์ทุกตัวส่งผลต่อสัญชาติญาณ”
นพตาโตตกใจ ถอยกรูด พูดด้วยความระแวง
“เธอจะกัดชั้นมั้ย?”
“นายเคยได้กลิ่นอาหารแล้วเฉยๆมั้ย?” รสรินถาม
“เคย”
“อื่ม ชั้นได้กลิ่นอาหาร แต่ไม่จำเป็นว่าชั้นจะอยากกิน”
“มันน่ากลัวตรงที่ตัวชั้นถูกเธอเปรียบเทียบกับอาหารนี่แหล่ะ” นพบอก
“ถ้าตามหลักแล้วนายน่าจะเป็นเครื่องดื่มมากกว่าจะว่าไป ชั้นเริ่มคอแห้งแล้วล่ะ”
รสรินหน้านิ่งนพเริ่มเหงื่อตก
“เอ่อ เธอก็ดูข้อมูลไปนะ นี่ มันอยู่ในนี้” นพชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ “ชั้นว่าชั้นเอาเสื้อไปซักก่อนดีกว่า”
นพกลัวรีบเดินไป รสรินนั่งดูข้อมูลแทนนพ

ต่อมา ... รสรินและนพมาจอดรถที่ลับตาแห่งหนึ่ง ทั้งสองลงจากรถ
“เราจอดรถที่นี่ล่ะ” รสรินบอก
“เดี๋ยวเราเดินอีกหน่อยก็น่าจะถึงบ้านหลังนั้นแล้ว”
นพดูแผนที่ เดินนำรสรินไป

บรรยากาศรอบๆ บ้านรำพึง รสรินเดินดู
“เป็นไง รู้สึกอะไรบ้างมั้ย?”
รสรินไม่ตอบ เธอเดินเลาะข้างบ้าน นพถอนหายใจ เดินตาม
รสรินเดินสำรวจรอบๆ
นพถาม“นั้นเธอเดินหาอะไรอ่ะ”
“หาที่ลงมือ ถ้าแถวๆนี้น่าจะไม่มีใครเห็น” รสรินบอก
“ในหัวเธอนี่คิดแต่เรื่องฆ่าจริงๆเน๊อะ”
“ชั้นมาฆ่า ไม่ได้มาเดินเล่น”
นพเลยนิ่งไป
“ป่ะ เข้าบ้านกัน” รสรินบอก

ชานนท์ มู่ และหัวหน้า เดินออกมาจากออฟฟิศ
หัวหน้าบอก“เริ่มคดีก็แจ๊คพอร์ตเลยนะผู้กอง”
ชานนท์ตอบอย่างเกรงใจ “ครับหัวหน้า”
“ผมมั่นใจว่าคุณไม่ได้ทำเรื่องนี้ แต่เราก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ ที่ฆ่าพยาบาลคนนั้นจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อหนูดี... ก็น่าจะยาก เพราะเธอก็บาดเจ็บเกือบทั้งตัว หรือจะเป็นฆาตกรที่เรากำลังตามล่า? แล้วผู้หญิงที่ชื่อหนูดีหายไปไหน”
“มีความเป็นไปได้หลายทางค่ะหัวหน้า ยังไงหนูกับรุ่นพี่ตามเรื่องอยู่ค่ะ” มู่บอก
“แต่ที่แน่ๆ ชานนท์ วันนี้คุณยังไปไหนไม่ได้ยังมีการสวบสวนอีกครั้งช่วงบ่าย อย่าลืมล่ะ”
“ครับหัวหน้า”
“เฮ้อ คดีคนหายนี่มันปราบเซียนเหมือนกันนะ” หัวหน้าบอก
“แล้วผมจะปิดคดีนี้ให้ได้ครับหัวหน้า”
หัวหน้าตบบ่าชานนท์แล้วเดินไป ชานนท์สีหน้าครุ่นคิด
“หงุดหงิดชะมัด เราเห็นไอ้คนร้ายสองคนนั่นแล้วแท้ๆแต่ดันจับไม่ได้ แถมจริงๆวันนี้เราต้องไปหาหลักฐานที่ห้องหนูดีแต่ชั้นก็ต้องมาติดแหงกที่นี่อีก” ชานนท์มองมู่ “เธอกลับไปก่อนเหอะ”
“รุ่นพี่ไปไหนไม่ได้ แต่ชั้นออกไปได้นะคะอย่าลืม”
ชานนท์แปลกใจ
“ฟิตจังนะ”
“แน่นอนค่ะ แต่ถ้าจะไปห้องหนูดี ชั้นต้องขอหมายค้น”
ชานนท์ยิ้มหึทำนองว่าเด็กอ่อน
“ไปเอาในรถชั้นได้เลย อยู่ในซองน้ำตาลเสร็จแล้วก็ไปได้เลย ว่าแต่เอาอยู่แน่นะ”
“ชัวร์ค่ะ”
ชานนท์โยนกุญแจรถให้มู่มู่ร่าเริงเดินออกไป

สองคนเดินตามทางที่นำไปสู่ห้องรับแขกเจอเจ้าบ้านหันแนะนำตัว รำพึง สาวชาวบ้าน วัย 40 คนดูซื่ออัธยาศัยดี
“มาหาใครคะ” รำพึงถาม
รสรินดัดเสียง “พอดีพวกหนูมาจาก the way จะมาสัมภาษณ์พี่รำพึง เรื่องนิยายเรื่องใหม่ที่กำลังเขียนน่ะค่ะ”
“เอ วันนี้ไม่มีคนนัดนี่คะ”
“เอ๊ะ ให้น้องโทร.นัดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แล้วนี่คะ สงสัยจะมีอะไรผิดพลาด”
สองฝ่ายยืนอึมๆ
รสรินแสร้งทำหน้าเสียดายกับนพ “สงสัยมาเสียเที่ยวแฮะ” ก่อนบอกกับรำพึง “งั้นพวกหนู กลับก็ได้ค่ะ”
รสรินกับนพจะเดินกลับ รำพึงเรียก
“อืมจริงๆวันนี้พี่ก็ไม่ได้ทำอะไรนะ เข้ามากันก่อนก็ได้ค่ะ”
รสรินและนพมองหน้ากัน ก่อนจะเดินเข้าไปตามคำเชื้อเชิญ

ผ่านเวลา... ที่สวนหลังบ้าน
“พี่รำพึงอยู่บ้านหลังนี้มานานรึยังคะ”
“ก็ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ”
รสรินเดินมาเรื่อยๆก็เดินไปเลียบๆเคียงๆ ข้างรำพึง เธอควักมีดสั้นคมกริบเตรียมปาดคอ นพตาโตตกใจเขาพยายามห้ามแต่รสรสรินหันมาขู่ รสรินหรี่ตาฉวยจังหวะแกล้งเซไปถูกรำพึง รำพึงเซไปถูกกิ่งไม้คมบาด
“โอ๊ย!”
เลือดของเธอไหลทันใดนั้น โพรงจมูกของเธอก็ขยาย สูดกลิ่นเลือดเข้าไป...
รสรินตาโตแปลกใจในบางอย่าง รำพึงค่อยๆหันมา
“เดี๋ยวพี่ไปทำแผลก่อนนะ เดี๋ยวมา”
แล้วพี่รำพึงก็เดินไป สองคนยืนคุยกัน
“เป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้น?”
รสรินนิ่งไปนิดนึงก่อนตอบ
“เธอไม่ใช่แวมไพร์ นั่นกลิ่นเลือดของมนุษย์”
นพแปลกใจ “เป็นไปได้ไง? แล้วภาพที่เธอเห็นในเลือดพี่หนูดีล่ะ เบาะแสนำมาผิดคนหรอ”

“ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ที่หอพักของหนูดี คนดูแลหอพักบอกกับมู่

“ไม่เห็นหนูดีมาซักพักหนึ่งแล้วนะครับ ไม่รู้แกหายไปไหน”
“อ๋อคะ แล้วที่ห้องคุณหนูดีมีคนแปลกหน้ามาบ้างไหมคะ”
“ไม่มีนะ แกชอบอยู่คนเดียว คุณตำรวจครับ มีหมายค้นไหมครับ อ่า ผมลืมกุญแจ”
“มีคะ”
มู่หยิบซองสีน้ำตาลที่ชานนท์ส่งให้มาดู แต่กระดาษแผ่นนั้นกลับเป็นหมายค้น ลายมือของชานนท์
“คุณลุงลงไปเอากุญแจก่อนก็ได้คะ”
มู่รีบหยิบโทรศัพท์โทร.หาชานนท์
“รุ่นพี่นี่มันไม่ใช่หมายค้น”
ชานนท์ในสายบอก“ก็ใช่อะดิ”
“มันผิดกฎนะรุ่นพี่ ฉันบุกเข้าไปไม่ได้ ฉันจะกลับ”
“ตรงนั้นมีใครไหม” ชานนท์ถาม
“ตอนนี้ไม่มี”
“งั้นก็เข้าไปดิ เธอได้ท๊อปของรุ่นใช่ไหมนี่ล่ะข้อเสีย โรงเรียนตำรวจสอนให้ทำตามกฎแต่การทำงานจริงต้องใช้สัญชาติญาณ”
“นี่ครับกุญแจ”
มู่หยิบกุญแจ พร้อมยื่นเอกสารในซองน้ำตาลให้
“คุณลุงคะ ค่อยๆเปิดนะคะ เปิดดีดีนะคะ ห้ามให้ขาดนะคะ”
มู่รีบเข้าห้องหนูดีทันที

ไม่นานนัก ... รำพึงเดินกลับมา เธอยิ้ม
“โทดที พี่ซุ่มซ่ามไปหน่อย เป็นแผลเลย”
จังหวะนั้นรำพึงรวบผม รสรินไปสังเกตเห็นสร้อยเส้นหนึ่งเข้าที่คอของพี่รำพึง
อยู่ๆรสรินน้ำตาไหลทันที นพแปลกใจที่เห็นน้ำตารสริน รสรินปาดน้ำตารีบถาม
“สร้อยเส้นนั้นพี่เอามาจากไหนคะ”
นพจับแขนรสริน เพราะเธอดูอยากได้คำตอบ รำพึงตกใจ นพยิ้มเจื่อนๆ
“เราว่าเดี๋ยวค่อยมาถามวันอื่นก็ได้เนอะ”
“แม่พี่เค้าให้พี่มาน่ะ” รำพึงว่า
“แม่หรอคะ?”
“จ๊ะ”
“แล้วตอนนี้แม่พี่อยู่ไหนคะ?” รสรินถาม
รำพึงกำลังจะตอบ แต่อยู่ๆ เสียงโทรศัพท์เข้า รำพึงรับสาย
“ค่ะ ได้ค่ะ เดี๋ยวส่งให้ดูค่ะ” รำพึงวางสายไป “เดี๋ยวพรุ่งนี้เราเจอกันอีกทีเน๊อะ มากินข้าวกัน เดี๋ยววันนี้พี่ขอตัวก่อนพี่ต้องส่งงาน เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ”
นพบีบแขนรสริน รสรินดูไม่อยากไป
“ค่ะ ไว้เจอกันนะคะ”
รำพึงพาสองคนไปส่ง...

มู่เดินเข้ามาในห้องพักของหนูดีพบบว่าห้องนี้โล่งมากๆ มันแทบจะว่างเปล่า มีแค่สิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า และที่นอน มู่เริ่มใส่ถุงมือยาง
ชานนท์ซึ่งยังอยู่ในสายบอก "บรรยายซิ๊"
"แปลกมากค่ะรุ่นพี่ ในห้องแทบไม่มีอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่คนแถวนี้บอกว่าหนูดีก็อยู่ที่นี่หลายปีแล้ว"
ชานนท์ตั้งใจฟัง
มู่เดินสำรวจทีละสิ่งอย่างพลางพูด
"คนแบบไหนกัน ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่มีทีวี ไม่ปลูกต้นไม้เพลงไม่ฟัง มันไม่มีอะไรเลยรุ่นพี่"
"หาต่อไป"
มู่เดินไปที่ตู้เย็น พอเปิดตู้เย็นเธอก็เจออะไรบางอย่าง
"ชั้นเจออะไรเข้าแล้วล่ะ" มู่บอกชานนท์
ชานนท์ลุ้นตาม
มู่เห็นว่าภายในตู้เย็นไม่มีอาหารอะไรเลย นอกจากขวดเปล่า บางส่วนใช้ไปหมดแล้ว บางส่วนยังไม่ได้แกะ
"ในตู้เย็นมีแต่ขวดเปล่าค่ะรุ่นพี่" มู่รายงาน
มู่มองรอยเปื้อนแดงๆ
"ในขวดมีคราบเหมือนเลือด"
"เลือด?"
มู่นั่งยองๆ ใช้มือห่อผ้าเช็ดหน้าแล้วหยิบออกมาขวดนึง เธอมองไปที่ฉลาก
"เลือดจาก Center Care"
มู่แปลกใจ
"โอเค สืบต่อไป ได้เรื่องยังไงบอกชั้นด้วยชั้นเข้าห้องสอบสวนก่อน"
"ค่ะ"
มู่มุ่งมั่นก่อนวางสายลง

ทางด้านนพและรสรินเดิน เพื่อไปเอารถ
"เธอมีอะไรเกี่ยวกับสร้อยเส้นนั้นหรอ" นพถาม
รสรินเดินนิ่งๆ ก่อนจะตอบ
"สร้อยเส้นนั้น....ชั้นให้น้องสาวเป็นของขวัญวันเกิด"
นพแปลกใจ "แล้วมันไปอยู่กับน้าคนนั้นได้ยังไง"
"ตอนนี้ชั้นก็รู้เท่าๆนาย" รสรินบอก
"โอเค พรุ่งนี้เราคงได้อะไรเพิ่มเติม"
ทั้งคู่เดินไปโดยหารู้ไม่ ที่มุมไกลๆออกไป ในเงามืด มีใครคนหนึ่งกำลังมองพวกเขาอยู่

โรงพยาบาล Center Care มู่กำลังเจรจากับประชาสัมพันธ์ เธอดูหงุดหงิดมาก
ประชาสัมพันธ์สาวบอก"เราให้เข้าพบไม่ได้จริงๆค่ะ"
"นี่ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรอ"
"เปล่านะคะ แต่ด้วยหน้าที่หนู หนูให้พี่เข้าไม่ได้จริงๆค่ะ"
"งั้นมีสองทางให้น้องเลือก หนึ่งน้องจะปล่อยให้พี่เข้าดีๆ หรือสองพี่ต้องโชว์ใบตรวจค้น"
มู่โชว์ซองน้ำตาล ที่เป็นของชานนท์ ประชาสัมพันธ์เตรียมเปิด
มู่จงใจแกล้ง "แต่พี่ไม่รับรองนะ ว่าหัวหน้าพี่จะโกรธจนน้องต้องหลุด...ออกจากหน้าที่รึเปล่า"
ประชาสัมพันธ์กลืนน้ำลายเอือก เธอกดอินเตอร์คอม

"ท่านผู้อำนวยกการคะ มีคนจะขอพบค่ะ"

ภายในห้องรับรองของโรงพยาบาล

แพทย์หญิง ผู้อำนวยการเพิ่งหยิบดู ก่อนวางขวดเลือดลงบนโต๊ะ พร้อมพูดอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
"ทางเราบอกไม่ได้จริงๆค่ะ มันเป็นข้อมูลของคนไข้"
ขวดเลือดของหนูดีถูกวางกลางโต๊ะมู่ดูไม่ค่อยพอใจนัก
"ชั้นเข้าใจค่ะ แต่..."
อยู่ๆชายคนหนึ่งก็เดินมาจับบ่าแพทย์หญิง ตัดบทพูดก่อนมู่จะพูดจบ
"คุณจ๋าครับ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง"
มหาสมุทรเดินมารับแขกด้วยตัวเอง แพทย์หญิงเดินออกไปมหาสมุทรเข้ามานั่งแทน มู่ยืนต้อนรับ
"สวัสดีค่ะคุณมหาสมุทร"
"รู้จักผมด้วยหรือครับ"
"คนดังอย่างคุณ ใครๆก็รู้จักค่ะ" มหาสมุทรยิ้มรับแอบพอใจ "ดิชั้นร้อยตรีเมริยา จรัลพรไพศาล อยากจะสอบถามอะไรหน่อย"
"ผมให้ความช่วยเหลือได้เท่าที่ให้ได้ครับ"
ทั้งคู่นั่งพร้อมๆกัน
"อย่างที่บอกน่ะครับ จริงๆมันเป็นความลับของคนไข้ซึ่งโรงพยาบาลเราซีเรียสกับเรื่องนี้มาก"
"ชั้นเข้าใจค่ะ แต่ตอนนี้คนไข้คุณหายตัวไป ชั้นจำเป็นต้องรู้เรื่องการรักษาของเธอทั้งหมด"
มหาสมุทรยิ้มเย็น "ถ้าทั้งหมด... ผมเกร็งว่าคุณจะขอมากไปนะครับ"
มหาสมุทรมองหน้ามู่นิ่ง... เหมือนดูใจ อยู่ ๆได้ยินเสียง
"ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องยิงตรงไปหาผู้ใหญ่ เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคุณมหาสมุทรสินะครับ"
มหาสมุทรและมู่หันไป เห็นชานนท์เดินเข้ามา
มู่ยิ้ม "รุ่นพี่"
"ขอโทษนะคุณ....?"
"ผมชานนท์ครับ รับผิดชอบคดีนี้อยู่"
"อ่อ ผู้กองนี่เอง รับผิดชอบคดีนี้ ทั้งที่เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยน่ะหรือครับ มันไม่แปลกไปหน่อยหรอครับ"
"ผมถูกสอบมาแล้วครับ ผมบริสุทธิ์ ตอนนี้ผมแค่ต้องหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมด หวังว่าคุณมหาสมุทรจะให้ความร่วมมือนะครับ"
มหาสมุทรหงุดหงิดนิดๆก็เริ่มบอก
"คุณหนูดีเขามีความผิดปกติเกี่ยวกับเลือดมาตั้งแต่เกิดเธอรักษากับทางโรงพยาบาลเราอยู่ตลอด
ต้องถ่ายเลือดเป็นประจำ"
มู่เขียนเทคโน้ต
"ผมยอมรับว่าขวดนี่มันดูไม่ปกตินักนะครับ" มหาสมุทรจับที่ขวด "แต่เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มตัวอย่าง ที่ทางเรากำลังทดลองรักษาโรคเกี่ยวกับเลือด"
ชานนท์ถาม "ผมขอดูเอกสารการทดลองนี้ได้ไหมครับ?"
"ขอโทษนะครับคุณตำรวจ ผมคงบอกได้เท่านี้จริงๆและคงให้ดูได้แค่เอกสารเข้าร่วมโครงการของคุณหนูดีแต่...ถ้าเป็นความร่วมมือด้านอื่น ผมยินดีช่วยเสมอครับ"
ตำรวจทั้งคู่นิ่งไป ก่อนเขาจะยิ้มตามมารยาท
"โอเคครับ ผมเข้าใจล่ะ"
"งั้นยังไงวันนี้ชั้นขอตัวก่อนนะคะ"
"ส่วนนี่" ชานนท์ยื่นนามบัตรให้ "เผื่อมีเบาะแสเพิ่มเติมครับ"
ชานนท์ยื่นนามบัตรให้มหาสมุทรรับมาอย่างไมตรีทั้งสองขอตัวกลับ เมื่อพ้นสายตา มหาสมุทรมองไปที่สองคนอย่างชั่วร้าย
ตอนเดินออก มู่รีบถามชานนท์
"รุ่นพี่ตามมาได้ไง"
"ก็พ้นผิดแล้วนี่ ชั้นก็แค่มาทำคดีชั้นต่อ"
มู่ดีใจ "เย่ รุ่นพี่กลับมาแล้ว"
แล้วทั้งสองก็เดินออกจากไป

ใน Office ‘EM’ที่ห้องทำงานรวม ทุกคนทำงานตามปรกติ แต่จุดสนใจอยู่ที่โต๊ะรสรินและนพ ทั้งคู่คุยกันอยู่ใช้งานบังหน้า โดยนพแกล้งซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่
“ชั้นขอทวนนะ พี่รำพึงเป็นมนุษย์ นั่นตัดความเป็นไปได้เรื่องการสืบจากเลือดได้เลยรสริน แต่เราได้เบาะแสใหม่คือสร้อยที่เธอให้น้องสาวไว้งั้นครั้งนี้อาจจะต่างไปจากครั้งก่อนๆเราต้องพุ่งการสืบไปที่สร้อย ไม่ใช่ตัวบุคคล”
“ใช่” รสรินมองที่นพที่กำลังแสร้งประกอบคอมพิวเตอร์อยู่ตรงหน้า “แล้วนายก็รีบประกอบให้เสร็จซะทีเดี๋ยวคนอื่นสงสัย คอมเครื่องนึงไม่ควรประกอบนานขนาดนี้”
นพเร่งมือรีบประกอบคอมพิวเตอร์อย่างว่องไว แต่หารู้ไม่ว่ากุ๊บกิ๊บกำลังมองพวกเขาอยู่ เธอเกาะขอบห้องทำงานมองออกมา ออมเดินผ่านพอดีเธอกระชากตัวไปถาม
กุ๊บกิ๊บมองไปที่ทั้งคู่ก่อนถาม “นี่ยัยออม เธอรู้สึกมั้ยว่าช่วงนี้นพกับพนักงานใหม่ที่ชื่อรสรินอะไรนั่นมีซัมติงอะไรบางอย่าง ดูสนิทกันจัง”
“อ่อ รู้สึกค่ะหัวหน้า แต่อีกใจออมก็คิดนะว่าใช่เรื่องที่ออมจะไปยุ่งไหมน่ะคะ ออมเลยเฉยๆ”
ออมพูดซื่อๆ แต่กุ๊บกิ๊บเหมือนถูกหลอกด่า แต่ก็เก็บไว้
“ก็จริงของเธอ เธอไปทำงานเถอะ”
กุ๊บกิ๊บปล่อยออมเดินต่อไปกุ๊บกิ๊บจะเข้าห้อง แต่ก็อดใจไม่ไหวเดินไปโต๊ะรสริน
“เออ รสรินจ๊ะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมง ช่วยส่งคอนเท้นต์สำหรับวีคหน้ามาทีนะ พอดีชั้นว่าจะสลับเอามาลงวีคนี้แทน รีบๆนะต้องส่งอาร์ต ส่วนนพ มาดูคอมฯห้องชั้นหน่อย บัคเต็มเลย”
“ครับ”
กุ๊บกิ๊บเดินนำ “มาเร็ว” นพเดินตาม “อ่อรสริน อีกเรื่อง..ก่อนเข้ามาชงกาแฟมาด้วยนะ ไม่น้ำตาลไม่ครีมนะแต๊งจ่ะ”
แล้วกุ๊บกิ๊บก็เดินไป นพได้แต่มองรสรินเจื่อนๆ รสรินหน้านิ่ง นพรีบเดินตามไป

ต่อมา ... รสรินและนพเคาะประตู รำพึงเดินมาเปิดบ้าน เธออยู่ในชุดผ้ากันเปื้อน ยิ้มให้อย่างกันเอง นพเตรียมสวัสดี “พี่...”
รำพึงชิงพูดก่อน
“กับข้าวเสร็จพอดีเลย เข้ามาก่อนสิ”
รำพึงเดินนำไป สองคนมองหน้ากันก่อนเดินตามไป
บนโต๊ะอาหาร สำรับอาหารไทยทำอย่างประณีตทั้งหมดกำลังกินอาหารเย็นด้วยกัน และบทสนทนาก็เริ่มต้นที่โต๊ะอาหาร
“นี่ถ้ากินยำผักดอกขจรใส่ไก่ แล้วนี่ก็ใบเหลียงผัดไข่ใส่กุ้งเสียบ” รำพึงบอก
“เหมือนที่น้องสาวหนูเคยทำเลย” รสรินบอก
“สูตรแม่พี่เองล่ะ”
“พี่รำพึงมีรูปคุณแม่พี่รึเปล่าคะ” รสรินถาม
“มีสิ”
รำพึงยิ้ม ก่อนจะแกะสร้อยออกมา
“แม่พี่ชื่ออะไรคะ”
“รติรมณ์จ่ะ”
รำพึงเปิดตรงจี้ออก เป็นรูปของรติรมณ์ รสรินน้ำตาเอ่อทันที
“พี่มีรูปแม่แค่รูปเดียวนี่ล่ะ สร้อยเส้นเนี้ยแม่พี่ให้ตอนวันเกิดอายุ 20”
รสรินหยิบมามองอย่างทะนุถนอม
รำพึงพูดต่อ“ตอนเด็กพี่อยู่บ้านเด็กกำพร้า แต่แม่พี่ก็ติดต่อมาตลอดพี่น่ะมีแค่สร้อยเส้นนี่เท่านั้นล่ะ ที่เป็นตัวแทนของแม่”
รสรินรีบเช็ดน้ำตา
“น้าเล่าเรื่องแม่น้าให้หนูฟังหน่อยได้มั้ยคะหนูอยากฟัง”
“ได้สิ แต่ความสัมพันธ์แม่ลูกเราจะแปลกๆหน่อยเพราะตั้งแต่เด็ก พี่ไม่เคยเจอแม่เลย”
รำพึงเริ่มเล่าเรื่อง รสรินและนพตั้งใจฟังเรื่องเล่า นพมองรสรินก็อดยิ้มไม่ได้บรรยากาศอุ่นอวลด้วยความหลัง

รสรินกับนพกำลังเดินกลับ สองคนเดินคุยกันมา
“ดีเนอะ”
“อือ”
นพบอก“ตกลงพี่รำพึงคือลูกของน้องสาวเธอ”
รสรินได้ยินก็ยิ้ม
“เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ชั้นรู้สึกว่าเข้าใกล้น้องสาวจริงๆ”
รสรินยิ้มน้ำตาเอ่ออิ่ม นพยิ้มเดินตาม
เมื่อมาถึงที่รถ ปรากฏว่ายางล้อหน้าแบน รสรินใช้มือบีบดู
“ยางรั่ว”
นพมองนาฬิกาบอก “สี่ทุ่ม” แล้วมองรอบๆ “แถวนี้ก็ไม่มีอู่ด้วย”
ทั้งสองมองหน้ากัน “สงสัยคืนนี้เราต้องนอนที่นี่”
โดยที่ไม่รู้ ใครคนเดิมยืนมองพวกเขาอยู่ที่ป่ากล้วย ในเงามืด ชายคนนั้นคุยโทรศัพท์ พูดกับปลายสาย
“ครับคุณแจ๊ค เดี๋ยวผมจัดการให้ ทั้งไอ้หนุ่มคนนั้นและก็เธอ”

แววตาในเงามืดมองนพอย่างมาดร้าย

ทั้งคู่กลับไปที่บ้านรำพึง รำพึงยกหมอนมาให้ พร้อมเครื่องนอน ... 
 
“ไม่ต้องเกรงใจนะ คืนนี้นอนนี่ไปก่อน พี่นอนอยู่ห้องโน้นนะ” รำพึงชี้ “มีอะไรเรียกได้เลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
รำพึงเดินกลับเข้าห้อง นพมองที่นอน มีผ้าปูแค่ที่เดียว สองหมอนติดกัน นพเขินๆ
“เอ่อ...สงสัยพี่เค้าคิดว่าเราเป็นแฟนกัน เดี๋ยวชั้นนอนตรงโน้นก็ได้”
“นอนนี่ล่ะ ชั้นนอนไม่ดิ้น นายนอนตรงนี้ก็ได้” รสรินตอบหน้านิ่ง

เวลาล่วงสู่ยามดึก ทุกคนในบ้านหลับ อยู่ๆปรากฏเงาลึกลับด้านนอกหน้าต่าง
เงามืดยืนอยู่นอกหน้าต่าง ตรงหัวเตียงรำพึงพอดี

เวลาเดียวกัน มหาสมุทรกำลังนั่งนิ่งๆที่เก้าอี้ ณ โรงเลือดใต้ดิน อยู่ๆเขาก็พูดเอ่ยขึ้น
“มาถึงแล้วก็มานั่งสิ”
ไม่นานใครคนหนึ่งก็เดินออกมาจากเงามืดมารายงานตัว ลุคเธอดูพังค์ ลุยและโหดประมาณ
“ไม่ได้เจอกันนานนะ บลู ชั้นมีเรื่องให้ช่วย”
“สำหรับท่าน ชั้นยินดีค่ะ”
“อยากให้สืบเรื่องใครคนนึง”
มหาสมุทรยื่นนามบัตรชานนท์ให้บลูบลูรับมาดู
“แวมไพร์หรือมนุษย์คะ”
“น่าจะมนุษย์”
“ให้ชั้นปิดบัญชีไหมคะ”
“ยังไม่ต้อง แค่ตามดู คอยรายงานชั้น มันกำลังจะทำอะไร และอีกอย่าง ชั้นอยากให้มันอยู่ห่างชั้นไว้”
“ค่ะท่าน”
“บลู อย่าให้เป็นแบบครั้งก่อนนะ อย่าสนุกจนเลยเถิดงานนี้ชั้นยังไม่อยากให้มีใครต้องตาย”
“เข้าใจค่ะท่าน”
บลูรับคำสั่งเสร็จก็ไป ทิ้งให้มหาสมุทรนั่งอยู่คนเดียว ด้วยมาดดูน่าเกรงขาม

ผ่านเวลา
กลางดึก เสียงจากภายนอก ... เสียงรถวิ่ง บางช่วงมีเสียงหวอ ดังรายล้อมอยู่
นพนอนบนที่นอนอันเดียวกับรสริน ทั้งคู่นอนหันหลังชนกัน แต่ลืมตาทั้งคู่ยังไม่หลับ นพเขิน แต่หน้ารสรินหน้าเฉยๆอยู่ๆนพถาม
“นี่หลับยังอ่ะ”
“เสียงดัง นอนไม่หลับ”
“บ้านกลางเมืองก็แบบนี้ล่ะ ไม่ค่อยเก็บเสียง”
รสรินหน้านิ่งบอก “เสียงหัวใจนายต่างหาก นายเหนื่อยอะไรนักหนา”
นพเอาผ้าอุดอกด้านซ้าย ทั้งที่รสรินไม่ได้พูดขยี้โรแมนติกอะไร
“แวมไพร์หูดีกว่าคนหลายเท่านะ ถ้านายไม่ทำอะไรซักอย่าง ชั้นจะทำให้หยุดเต้นเอง”
“ขอโทษที ชั้นจะทำให้มันเบาขึ้น” นพว่า
นพขยับห่างรสริน เขายังเขินอยู่

รสรินนอนอยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียง “กรี๊ด” ทั้งดังและยาว ทั้งสองสะดุ้งตื่นทันที
“พี่รำพึง!”
ทั้งสองลุกไป

รสรินนพผลักประตูเข้ามา ภาพที่เห็นคือ รำพึงเลือดไหลออกจากคอ มีชายในเงาดำยืนอยู่ ทันทีที่มันเห็น มันกำลังกระโจนหานพ แต่รสรินมาขวางมันเลยรีบโดดออกหน้าต่างไปอย่างคล่องแคล่ว!
นพรีบวิ่งไปอุดเลือดของรำพึง แต่ไม่ทัน... เธอตายในทันที รสรินพยายามช่วยแต่ไมเป็นผล
“ไม่ไหว! เลือดออกเยอะเกินไป เธอตายแล้ว” นพบอก
รสรินมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เห็นชายลึกลับวิ่งปีนป่ายอย่างคล่องแคล่วในความมืด หนีไปไกล
เธอมองมันหายไปในความมืดด้วยความแค้นใจ ก่อนรสรินจะรีบมาดูรำพึงต่อ
รสรินอุ้มร่างของรำพึงที่นิ่งไปนานแล้ว น้ำตาไหล ส่งเสียงตะโกนร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องนั้นเจ็บปวด โหยหวนยิ่งกว่าเสียงมนุษย์
เมื่อเธอระบายความเจ็บปวดผ่านน้ำตาเสร็จ เธอปาดน้ำตา ใบหน้าเครียดแค้นแววตาหมายจะเอาคืน

รุ่งขึ้น ทุกคนประชุมอยู่ นพนั่งเขย่าขา มองไปนอกห้อง ยังไม่เห็นรสรินมา เขาพึมพำคนเดียว
“มาสักทีสิ มาสักทีสิ”
นพโพล่งทันทีเมื่อเห็นรสรินก้าวเข้ามา“มาแล้วครับ รสรินมาแล้วครับ”
บรรณาธิการบริหารบอก “โอเค ต่อไปผมอยากเห็นคอนเท้นต์ที่เราจะขึ้นอาทิตย์หน้า คุณกุ๊บกิ๊บครับ”
กุ๊บกิ๊บกุลีกุจอบอก“รสริน พรีเซ้นต์เลยจ๊ะ”
รสรินเดินเข้ามาอย่างเศร้าๆ พยายามเก็บอาการเสียใจ แล้วรสรินร้องไห้ออกมา บรรยากาศนี้ทำให้ ทุกคนในห้องประชุมเริ่มทยอยเดินออก เหลือเพียงนพที่คอยปลอบรสรินในห้อง

บรรยากาศร้านตั้งโต๊ะริมทางแห่งหนึ่ง ส่วนมากมีแต่พนักงานออฟฟิศต่างๆมานั่งดื่มกัน มู่และชานนท์เลิกงานกำลังผ่อนคลายกันอยู่ มู่สวมเสื้อกล้ามผ่อนคลาย ชานนท์ยกดื่มไปหลายแก้วแล้ว เขากรึ่มๆหน้าเริ่มแดง
“รุ่นพี่ ชั้นมีคำถาม รุ่นพี่ว่าเหยื่อที่ชื่อหนูดีตายรึยัง”
ชานนท์ในอาการเมา “คำถาม” เขาพูดเสร็จก็ไม่พูดอะไรต่อ มู่งงงวย
“ฮะ อะไรนะคะ?”
“เธอเชื่อจริงๆหรอว่าหนูดีคือเหยื่อ? จะบอกว่าไอ้คนร้ายสองคนนั้นตามพี่หนูดีมาโรงบาลเราก็พูดได้ไม่เต็มปาก คืนนั้นเธอก็เห็นว่าไม่มีร่องรอยใครเข้ามา กล้องวงจรปิดหน้าห้องก็ไม่มีใคร”
มู่เริ่มคิดตามในสิ่งที่ชานนท์พูด
“เธอเป็นตำรวจ อย่าย่ำอยู่กับที่ ประสบการณ์ชั้นบอกว่า ถ้าเธอเจอเบาะแสใหม่ โจทย์มันจะเปลี่ยนเสมอ เธอจะตั้งคำถามเดิมๆไม่ได้”
มู่เริ่มยิ้ม
“ยิ้มอะไร นี่ชั้นกำลังจริงจังอยู่นะ”
"ก็รุ่นพี่เป็นคนจริงจังแบบนี้ไงคะ ชั้นเลยชอบรุ่นพี่"
มู่ยิ้มตาใส ชานนท์สำลักทันที
"อย่ามาพูดล้อเล่นหน่ะ" ชานนท์แอบอมยิ้ม
มู่เห็นคู่รักเดินผ่านร้านไป น่ารักมาก
"จริงๆคนมีเสนห์อย่างรุ่นพี่น่าจะมีแฟนซักคนนะคะ" มู่บอก
"ชั้นไม่มีเวลาหาหรอก ทำแต่งาน"
มู่ขำ "งั้นรุ่นพี่คงต้องหาคนที่เข้าใจรุ่นพี่มากๆ แล้วล่ะคะ ฮ่าๆๆ"
ชานนท์ยิ้มแบบจริงใจ ไม่ได้ตอบอะไร คิดตามมู่ เขาถือแก้วมองค้างอยู่แบบนั้น
อยู่ๆคนเมาทางด้านหลังก็เบียดมู่ให้ใกล้กับชานนท์ สองคนอยู่ใกล้กัน ทั้งคู่มองตากัน เกิดความรู้สึกบางอย่าง
ชานนท์เสียงนุ่ม ต่ำ
"อย่างชั้น... คงหา..คนที่เข้าใจ"
ชานนท์ค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้าใกล้ มู่เริ่มตาโต
"ยาก...."
มู่เริ่มเกรง เมื่อริมฝีปากชานนท์ใกล้มู่เต็มที มู่หลับตาปี๋ อยู่ๆเธอก็โพล่งรัวๆ!
"เอ่อ! รุ่นพี่คะ ชั้นเป็นทอม!"
คนข้างๆหันมามองทั้งคู่ ชานนท์ค้างอยู่แบบนั้น เขาอาย ค่อยๆถอนหายใจแล้วถอยตัวกลับมาช้าๆ เขาหยิบแก้วดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
"ชั้นคงเมาจริงๆ ละ"
"รุ่นพี่คะ"
ชานนท์รีบตอบ "คืนนี้ชั้นคงตอบอะไรเธอไม่ได้แล้ว ไว้พรุ่งนี้เถอะ"
มู่มองนิ่งก่อนบอก "มีใครไม่รู้ตามเรามาค่ะ ตั้งแต่เข้าร้านแล้ว"
ชานนท์มองตามสายตาที่มู่มอง มุมไกลในเงามืด บลูกำลังมองพวกเขาอยู่ พอรู้ตัว บลูกลับถอยไปในเงามืดอีกนิดหน่อย
มู่เห็นท่าไม่ดี เริ่มเตรียมพร้อม
"เฮีย ตังค์วางตรงนี้นะ"

เธอพลางดึงมือชานนท์ข้ามถนนไปจุดที่สาวคนนั้นอยู่

มู่และชานนท์เดินข้ามถนนมา สาวคนนั้นที่อยู่ตึกตรงข้ามก็เดินหนี ทั้งสองเริ่มเดินเร็วเพื่อติดตาม จากเดินกลายเป็นวิ่ง! และการไล่ล่าจึงเกิดขึ้น!
 
ชานนท์และมู่ควักปืน ด้วยจังหวะกระชั้นตื่นเต้น! ชานนท์และมู่ไล่กันเป็นทีมเวิร์ค
ชานนท์และมู่วิ่งไล่บลูมาจนเธอจนตรอกแห่งหนึ่ง เธอยืนอยู่ในเงามืด ไร้อาวุธ ชานนท์เล็งปืนไป
"หยุด! ยกมือขึ้น!"
บลูว่าง่าย ชานนท์บอก
"หันหน้าเข้ากำแพง"
สองคนเริ่มเดินเข้าไป ...
"คราวที่แล้วบนดาดฟ้าแกหนีไปได้ อย่าหวังว่าคราวนี้จะรอดเลย"
ชานนท์เข้าใจผิดนึกว่าเป็นรสรินที่ไล่ล่าหนูดี
แต่จังหวะที่ใกล้จะเดินถึงตัว การยกมือนั้นสร้างความผวาให้ทั้งชานนท์และมู่เป็นอย่างมาก เมื่อ อยู่ๆ เธอควักอาวุธออกมาอย่างรวดเร็ว ปาไปที่ทั้งสอง มู่และชานนท์โดดหลบไปคนละทาง
บลูฉวยจังหวะนั้น รีบกระโดดไปที่ผนังตึก แล้วปีนกำแพงหนีไปในรูปแบบที่ไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ
ชานนท์กับมู่ตกใจ ภาพที่เห็นคืออะไรกันแน่
มู่ตกใจ "เฮ้ย รุ่นพี่!"
ชานนท์ออกอาการเหวอ "เห็นแล้ว"
มู่ได้แต่อึ้ง กับภาพที่เห็น

ที่ออฟฟิศ ทุกคนทำงานกันตามปกติ
นพเดินอยู่ เห็นรสรินทำงานไม่มีสมาธิเพราะสาเหตุที่รำพึงมาด่วนตาย รสรินมองดูสร้อยคอที่เธอถือวิสาสะถอดออกมาจากรำพึง
นพมองรสรินที่ยังอยู่ในอาการเศร้าๆ ตัดสินใจเดินมาหารสรินที่โต๊ะ เขามาแกะคอมพิวเตอร์อย่างเนียนๆ
"ถ้าเธอรู้สึกไม่ดี เราไปข้างนอกก็ได้นะ เผื่อเธอจะดีขึ้น"
รสรินหน้านิ่ง อยู่ๆกุ๊บกิ๊บมาขวางทางไว้
"อะแฮ่ม ได้ยินนะ จะไปไหนด้วยกันอีกแล้ว" กุ๊บกิ๊บหันมาที่รสริน "รสรินเธอยังมีงานค้างกับชั้นงานนึง คอนเท้นต์ที่สั่งวันก่อนเมื่อไหร่จะได้"
รสรินกัดฟันตอบ "เย็นนี้ค่ะ"
"เย็นนี้ไม่ได้ ต้องเดี๋ยวนี้ อีกหนึ่งชั่วโมงประชุมด่วน ชั้น-ต้อง-การ-คอนเท้นต์"
รสรินมองหน้ากุ๊บกิ๊บนิ่ง นพเริ่มแหยๆกลัวแทน ไม่นานก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาหน้าตาไม่สู้ดีนัก
"หัวหน้าคะ คือ ฟรีก๊อปปี้ที่ส่งโรงพิมพ์ไป น้องเพิ่งเห็นว่าสีมันเพี้ยนมาก จะโทร. ไปยกเลิกเฮียที่โรพิมพ์แกก็ไม่รับสาย สงสัยเราต้องไปยกเลิกด้วยตัวเองค่ะ"
"งั้นก็รีบไปสิ มาบอกทำไม!"
"แต่ข้างนอกรถติดมากค่ะ แดงเข้ม"
"แกร็บไบค์สิ"
"กฏหมายยังไม่รองรับค่ะหัวหน้า"
"งั้นวินสิ"
"วินไปประท้วงแกร็บไบค์กันอยู่ค่ะ"
"โอ๊ย! ทำไมปัญหาเยอะกันจัง ออฟฟิศนี้ใครมีมอไซค์บ้างเนี่ย"
ทุกคนหันมองรสรินเป็นตาเดียว

ต่อมา ... เสียงบรื่น ! ดังแผดเสียงลั่น มันเป็นเสียงบิดมอเตอร์ไซค์ รสรินและนพนั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ด้วยกัน
"มาทางลัดอย่างนี้ 15 นาทีก็คงถึง กลับออฟฟิศไป เธอก็น่าจะสรุปคอนเท้นต์ทัน ต่อด้วยประชุม"
"เรื่องจุกจิกพวกนี้ไม่ใช่งานชั้นด้วยซ้ำ" รสรินบอก
"เอาน่า"
อยู่ๆ พอเลี้ยวเข้าช่วงหนึ่งของถนน รสรินก็ต้องเบรกเอี๊ยด ! ตาโต พอมองไปเห็น แวมไพร์ฟรีรันนิ่งมาขวางทางไว้
"ไอ้นั่น ตัวที่ฆ่าพี่รำพึงนี่!" นพบอก
แวมไพร์ฟรีรันนิ่งยิ้มก่อนวิ่งเข้าอาคารใกล้ๆไป
รสรินกัดฟันไม่รอช้า ลงจากรถแล้ววิ่งตามเข้าไป นพตามไปอีกคน

นพกับรสรินวิ่งเข้ามาในอาคารตึกร้าง รสรินควักมีดออกมา ทั้งคู่วิ่งเข้ามา มองไปเบื้องหน้า ปรากฏมีหลืบมุมมากมาย
"ระวังนะ ไม่รู้มันอยู่ไหนแล้ว"
นพยืนนิ่งๆ แวมไพร์ตัวนั้นกระชากนพล้มลงเพื่อลากไปกับพื้น
รสรินควักมีดออกมาเตรียมแทง แวมไพร์ตัวนั้นม้วนตัวไต่กำแพงอย่างคล่องแคล่ว ก่อนโดดลงมา โจมตี
รสรินใช้มีดสั้นฟันไม่ยั้ง มันหลบทันไปซ้ายมาขวา ก่อนกระโจนหานพ รสรินช่วยได้ แต่ถูกเตะจนกระเด็น นพพยายามล็อกตัวมัน แต่มันก็ดิ้นหลุดอีกแล้ว...
รสรินสู้กับแวมไพร์ตัวนี้
อยู่ๆนพก็สายเข้า เป็นสายกุ๊บกิ๊บ VDO CALL มา นพเผลอกดรับ รีบหันมุมหลบการต่อสู้
"เป็นไงใกล้ถึงโรงพิมพ์กันรึยัง"
นพเหงื่อแตก "ก...ใกล้แล้วครับ"
นพมองรสรินฟัดกับแวมไพร์ฟรีรันนิ่ง ดูหวาดเสียว
"เอ๊ะ นี่ไม่ได้ขับรถอยู่นี่"
"เอ่อ ฝนตกครับแวะพักแป๊บนึง"
"ที่นี่แดดออก เอ๊ะ! แล้วนั่นเสียงอะไร"
นพมองรสรินกำลังส่งเสียงต่อสู้ ดุเดือด มีดฟันกันโช้งเช้ง
"เอ่อ เสียงคนทำกับข้าวครับ อยู่ใกล้ร้านอาหารตามสั่ง"
"เร็วๆเขานะ บอกรสรินด้วยว่า ชั้นรอคอนเท้นต์ อีก 30นาที ประชุมแล้ว"
ฉับพลัน มีดของรสรินเล่มนึงก็ถูกแวมไพร์ฟรีรันนิ่งเตะมาปักที่กำแพงใกล้นพ นพตาโต
"แค่นี้นะครับหัวหน้า ฝนหยุดแล้ว"
นพกดวางสายทันที
"แม่งเอ๊ย! งานก็ต้องทำ แวมไพร์ก็ต้องล่า!"
นพกระโจนเข้าไปช่วยต่อสู้ เขาถูกเตะจนกระเด็นออกมา
จังหวะหนึ่งที่มันกำลังจะถูกรสรินจัดการ มันกลับรอดเงื้อมมือหนีเข้าไปในห้องๆหนึ่งได้
รสรินยังไม่ยอม วิ่งตามไปต่อ นพวิ่งตามไม่ลดละ

พอรสรินและนพวิ่งตามไป และตามเข้ามา ปรากฏว่าเป็นพื้นที่ที่เอื้อการต่อสู้ให้กับมันมาก มีมุม และราวสำหรับปีนป่าย ทั้งสองก็ถูกแวมไพร์ฟรีรันนิ่งล๊อกประตู รสรินอยู่ในจุดเสียเปรียบ แวมไพร์ตัวนี้เอาแต่โจมตี รสรินช่วยป้องกันนพ
"ถ้าแกไม่อยากตายก็ทิ้งไอ้หนุ่มนี่ซะ ชั้นไม่ฆ่าแกหรอก ชั้นจะฆ่าไอ้หนุ่มข้างๆแกต่างหาก"
"ผม ผมทำอะไรให้เนี่ย!"
แวมไพร์ฟรีรันนิ่งพุ่งมาพร้อมมีดที่หมายจะฆ่านพ รสรินขวางไว้ ทั้งสองสู้กันอีกยก รสรินกำลังจะพลาดท่า
อยู่ๆเราก็ได้ยินเสียงปัง! ร่างของแวมไพร์ตนนั้นเซเพราะถูกกระสุนปริศนายิง แวมไพร์ฟรีรันนิ่งมองแผลกระสุนที่ท้องตนเอง เลือดค่อยๆไหล แถมอยู่ๆแผลกระสุนก็เกิดการเผาไหม้ลามออกไปเรื่อยๆ ส่วนที่มันลามถึง เนื้อหนังจะค่อยๆกลายเป็นคน แวมไพร์ตัวนั้นร้องเจ็บปวด เป็นความเจ็บแบบที่มนุษย์เจ็บ
รสรินฉวยจังหวะนั้น ควักแท่งสังหาร แทงเข้าที่หน้าอกของแวมไพร์ตัวนั้น เลือดถูกบรรจุลงแท่งทันที และร่างมันก็สลายไป
รสรินเหลือบไปมองว่าใครยิง ที่มุมนึงไกลออกไป เธอเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง มองมาที่รสรินเพียงชั่ววินาที ก่อนจะหายไป
รสรินอึ้ง
"รติรมณ์"
ก่อนรติรมณ์จะเดินหายไปในความมืดอีกครั้ง
รสรินวิ่งตามหารติรมณ์ แต่สายไปแล้ว เธอหายไปแล้ว รสรินหอบ ได้แต่งง นพวิ่งตามมา
"เธอ เธอเห็นอะไร"
"ชั้นว่าชั้นเห็น...น้องสาวชั้น"
นพแปลกใจมาก รสรินน้ำตาไหล
"นี่มันอะไรกัน"
รสรินอึ้ง ตั้งสติ
สักพัก ก่อนจะเปิดปลายแท่งสังหาร แล้วดื่มเลือด ฉับพลันก็เกิดภาพ สิ่งที่รสรินเห็นตอนชิมเลือดและภาพเห็นในสมุดสเก๊ตช์ เป็นภาพเดียวกัน ทั้งเหตุการณ์ สถานที่

ภาพแวมไพร์ฟรีรันนิ่งกำลังคุยกับเด็กชายคนหนึ่ง

ปี 2530 ภาพเตียงในโรงพยาบาล รติรมณ์ยังถูกมัดบนเตียง แวมไพร์เด็กอ่านหนังสือให้

เธอฟัง รติรมณ์หน้านิ่งไม่แสดงอาการ น้ำตาเธอไหลทรมาน
แวมไพร์ฟรีรันนิ่งมาส่งแวมไพร์เด็กเข้าโรงเรียน ปรากฏป้ายชื่อโรงเรียนอย่างชัดเจน
เมื่อดื่มเสร็จ รสรินลืมตา เธอนั่งนิ่ง
นพบอกรสริน
"เรารีบไปโรงพิมพ์ แล้วกลับเถอะ เดี๋ยวไปประชุมไม่ทัน"
รสรินปาดเลือดบนหน้า นพพยุงรสรินลุกขึ้น เดินออกไป

ทางด้านชานนท์เท้าเอวอยู่ที่ห้องทำงาน มองผนังที่เต็มด้วยข้อมูลการสืบมากมาย ภาพให้ความสำคัญกับขวดเลือดที่เอามาจากห้องหนูดี วางบนโต๊ะ
สักพักหนึ่งอยู่ๆเขาก็รื้อทุกอย่างลง มู่ตกใจ
"รุ่นพี่ ทำอะไรคะ รื้อออกทำไม?"
"เบาะแสใหม่ คำถามใหม่" เหมือนการถอยเพื่อมองไกลขึ้น "โลกที่เรากำลังเจอ เป็นโลกที่เราไม่เคยเห็น และโรงเรียนตำรวจไม่เคยสอน"

ที่พักรสริน เสียงนพดังขึ้นในใจ
"เลือด... สำหรับคนธรรมดาอย่างผมคงเป็นแค่ของเหลวที่อยู่ในร่างกาย ...แต่สำหรับโลกของแวมไพร์มันคือทุกสิ่ง"
"มันอาจเป็นคนที่คุณรัก....เป็นสายเลือด ...เป็นครอบครัวของคุณ"
รสรินวางดอกไม้ บนกล่องเหล็กที่รำพึงเปิดให้รสรินดู รสรินมองด้วยสายตาว่างเปล่า เธอกำสร้อย
ของรติรมณ์ไว้แน่น

ในบรรยากาศกลางออฟฟิศตอนพักเที่ยง กลุ่มคนในออฟฟิศบางคนเช่น แป้ง ออม ไนท์ สุชาติใน
ชุดวอร์ม และกุ๊บกิ๊บก็อยู่ในชุดกีฬาที่ดูจริงจังมากกว่าคนอื่น กำลังเต้นอย่างพร้อมเพียง ภายใต้การนำของพี่
กะเทยคนหนึ่ง ส่วนมากบ้าพลังตามคาแรกเตอร์แต่ละคน พนักงานบางส่วนที่ไม่ได้เต้นมองอย่างสนุกสนาน
เมื่อสังเกตดีๆจะเห็นรสรินเป็นหนึ่งในนั้น ทุกคนเต้นสีหน้าสนุก มีแต่รสรินหน้านิ่ง ไม่แสดงอาการอะไรเลย
"เธอคือฆาตกรต่อเนื่อง"
สาวๆสลับที่ เสียงเพลงยิ่งเร้าใจ ทุกคนหัวเราะ แต่รสรินก็ยังหน้านิ่ง
"เจ้าของเรื่องเขย่าขวัญที่ถูกพูดปากต่อปาก... ต้นเหตุการณ์หายตัวไปอย่างลึกลับของผู้คน"
รสรินเต้นไป เสต็ปเป๊ะตามคนอื่น แต่หน้าก็ยังนิ่งเหมือนเดิม
"เธอคือคนที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุดในเวลานี้"

ที่แผนกไอที นพมองรสริน เขาแอบถ่ายคลิปตลกๆ พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
"แต่ตอนนี้เธออยู่ตรงนี้ ที่นี่ ทุกครั้งที่ผมมองเธอ มันเหมือนผมกำลังมองเห็นบางสิ่งที่พิเศษ
และแน่นอนว่าสิ่งพิเศษ มักซ่อนตัวอยู่ภายใต้เปลือกที่แสนธรรมดา"
พี่กะเทยยกมือทำสัญญาณว่าหยุด
"น้องรสรินขา โน้วๆๆๆ หน้าค่ะหน้า ขอความร่าเริงด้วยค่ะ นี่เราเต้นสันทนาการนะคะ ไม่ใช่รำหน้าศพ ความสดชื่นในชีวิตหนูหดหายไปไหนหมดคะลูก ยิ้มค่ะยิ้ม"
รสรินยังนิ่ง ไม่ยิ้ม
"อย่าว่าน้องเค้าเลยครับ น้องเค้าคงเขิน" สุชาติว่า
"ไม่ได้เขินค่ะแต่ไม่ค่อยชอบ" รสรินตอบ
สุชาติหน้าเจื่อน
"อื่ม... ก็ได้จ่ะ งั้น... แป้งกับรสรินสลับที่กันโน๊ะ"
แป้งกับรสรินสลับที่ รสรินอยู่หลังสุด ทุกคนเต้นกันต่อ รสรินหน้านิ่ง เต้นตามเดิม ทุกคนเต้นน่ารัก
นพที่แอบถ่ายคลิปอยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงณัฐวุธ
"ได้กันยัง"
นพสะดุ้ง หันไปเห็นณัฐวุธยื่นหน้ามาใกล้ เขาเพิ่งเดินถือกาแฟเข้ามา
"ไอ้บ้าเอ๊ย ! ตกใจหมด! แล้ว...มึงพูดงี้เค้าเสียมั้ย" นพถาม
"อ่าวก็ถามตรงๆ เห็นช่วงหลังๆ มึงสนิทกัน"
"แค่เพื่อนร่วมงานน่ะ"
"ถามจริง ได้กันยัง?"
"โว้ย ไม่ตอบ! พอ!"
ณัฐวุธหรี่ตา พลางทำท่าชี้สองตาไปที่ตัวเอง และชี้ไปที่นพ เพื่อบอกว่าเขาจะคอยจับตาเรื่องนี้
นพส่ายหัวเข้ามาทำงาน ณัฐวุธกลับไปนั่งทำงาน ในช่วงขณะนึง นพอดไม่ได้ที่จะมองกลุ่มรสรินเต้น

ต่อมาที่โรงอาหาร นพนั่งทานข้าวคนเดียว อยู่ๆรสรินก็ถือข้าวเดินเข้ามา
"นี่เธอ ชั้นว่าช่วงหลังๆเราน่าจะห่างๆกันหน่อย" รสรินปราดตามองมา "เอ่อชั้นหมายถึง คนอื่นจะมองเราว่าสนิทกันเกินไปน่ะ"
รสรินตอบนิ่ง "แค่เพื่อนร่วมงานน่ะ"
นพถอนใจเล็กๆ กินข้าวไป แต่พอเขามองไกลออกไปที่มุมโรงอาหารอีกด้าน เห็นณัฐวุธหรี่ตามองเขาอยู่ ทำท่าสองนิ้วชี้ตัวเองแล้วชี้มาทางนพ ท่าจับตามองดูเขาอยู่ นพรีบหันมากินข้าวต่อ
"แล้วเรื่องนั้น... คืบหน้าบ้างมั้ย" รสรินถาม
"เออ ว่าจะบอก ชั้นได้สถานที่แล้วนะ"
"ที่ไหน?"
"เดี๋ยวเย็นนี้ชั้นพาไป"

เย็นนั้น รถมอเตอร์ไซค์รสรินจอดอยู่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นบรรยากาศเวลาเลิกเรียน ผู้คนพลุกพล่าน เด็กนักเรียน ผู้ปกครองเดินเข้าออก ในนอกโรงเรียนมากมาย
รสรินสงสัย "โรงเรียน?"
"ใช่"
ที่หน้าโรงเรียน รสรินและนพยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามประตูทางออกของโรงเรียน ทั้งสองยืนกินไอติมทำตัว
กลมกลืน สองคนคุยกัน พลางมองหาเหยื่อ ที่เดินเข้าออกอยู่แถวประตูโรงเรียน
"ตอนชิมเลือด ภาพที่เธอเห็นมันชื่อโรงเรียนนี้ ส่วนเด็กที่เธอเห็น ชั้นไม่แน่ใจว่าใช่แวมไพร์มั้ย
หรือเป็นมนุษย์แบบพี่รำพึงอีกรึเปล่า"
นพหยิบสิ่งหนึ่งออกมา เป็นกระดาษใบหนึ่ง ในนั้นคือรูปสเก๊ตช์เด็กคนที่บอก
สักพัก ... เด็กม.1คนหนึ่งชื่อ จีน วิ่งออกมาทักคุณครูคนนั้นอย่างสนิทสนม พร้อมส่งสมุดการบ้านให้
"เด็กคนนั้นไง"
"ดูไม่น่าจะเป็นมนุษย์นะ" นพบอก
"ดูกันต่อไป"
เด็กคนนั้นยิ้มแย้มเดินออกจากโรงเรียน พอพ้นตาคน เด็กคนนั้นกลับหุบยิ้มหน้านิ่งเฉย เขาเลี้ยวขวาเดินเลาะฟุตบาธริมกำแพงไป

รสรินไม่รอช้า เดินตามดูอยู่ห่างๆจากอีกฟากถนน นพยังอึ้งไม่หาย ทิ้งไอติมแล้วเดินตามรสรินไป

จีนเดินอยู่ริมถนน รสรินและนพเดินตามห่างๆ รสรินถือกล้องตัวเล็กๆ เนียนๆ ถ่ายรูปอยู่เป็นระยะ ในท่าทางที่ไม่เป็นที่สังเกต นพหนักใจก็พูด

"นี่เราจะต้องฆ่าเด็กคนนี้จริงๆหรอ นี่มันเด็กนะ"
"นายก็ยังเป็นพวกใจอ่อนเหมือนเดิม"
"แต่ครั้งนี้มันต่างไป นี่มันเด็ก"
รสรินหันมาพูดตรงๆ
"ชั้นอายุเท่าไร แก่กว่านายกี่สิบปี ชั้นเด็กไหม"
นพนิ่งไป
รสรินมองไปที่จีน "ตัวนั้นก็ไม่ต่างกัน มันไม่ใช่เด็กแล้ว ร่างกายมันเป็นเด็ก แต่ข้างในไม่ใช่"
ว่าแล้วจีนก็หยิบนาฬิกาโซ่ออกมาดูเวลา
"มีแต่คนแก่เท่านั้นล่ะที่พกนาฬิกาแบบนี้"
จีนอยู่ในร้านหนังสือ เขายืนอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ แวะร้านหนังสือริมถนน เขาเลือกหนังสือ ประเภท “สารคดี” “science” “national geographic” และหยิบหนังสืออีกหลายประเภท
"ดูเป็นเด็กใฝ่รู้มากนะชั้นว่า"
รสรินรีบถ่ายภาพสิ่งของในเหตุการณ์นั้นทั้งหมด
จีนเดินต่อ รสรินและนพเดินตาม

ในห้องสอนเรียนพิเศษของโรงเรียนสอนเรียนพิเศษแห่งหนึ่ง
รสรินกับนพ ลอบมองจากนอกกระจกห้องเรียนพิเศษ เห็นจีนกำลังนั่งเรียนพิเศษที่โต๊ะ เขานั่ง
หลังสุด แสดงออกเหมือนเด็กปกติ
"เด็กคนนี้น่าจะฉลาดกว่าเด็กทั้งห้องรวมกันด้วยซ้ำ ทำไมมันยังต้องมาเรียนพิเศษนะ"
และในมุมเล็กๆ นพสังเกตว่าจีนพยายามเลียนแบบพฤติกรรมหมุนปากกา ของเด็กหนุ่มใกล้ๆ
"มันกำลังเลียนแบบเด็กคนนั้น ทำไมมันถืงเลียนแบบ?"
"มันกำลังอัพเดท"
"หึ๊? อัพเดท"
รสรินหันมาอธิบายเพิ่มเติม
"นายลองคิดว่าถ้าเป็นนาย นายอายุเยอะมากๆ แต่ต้องติดอยู่กับร่างกายเด็ก กิน พูด อ่าน ใช้ชีวิต แบบที่เด็กวัยนั้นทำ นายต้องใช้ความพยายามแค่ไหนในการปรับตัว และอัพเดทสิ่งที่เด็กวัยนี้เป็น"
"อื่ม ชั้นเข้าใจล่ะ"
นพหันไปมอง กลายเป็นว่าแวมไพร์ตัวนั้นหมุนปากกาเป็นแล้ว เขายิ้มคนเดียว

พอเรียนพิเศษเสร็จ จีนเดินมาลานจอดรถชั้นสูงสุด เขาหันซ้ายขวาก่อนจะเดินเข้าไปในรถที่ติดฟิล์มดำ ไม่นานเครื่องรถสตาร์ท แล้วขับออกไป โดยหารู้ไม่ว่า นพกับรสรินหลบอยู่ไม่ไกลนัก พอรถของแวมไพร์ร่างเด็กขับผ่าน ทั้งสองรีบก้มหมอบก่อนจะถูกเห็น เมื่อรถออกไปแล้ว รสรินและนพเดินออกมา
"มันคงทำอย่างนี้ทุกวัน ยากน่าดูเหมือนกันนะ"
"เพื่อให้อยู่กับมนุษย์ได้ มันจำเป็นต้องปรับตัว แต่เดี๋ยวมันก็ตายแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะง่ายขึ้น
" รสรินบอก
นพหรี่คิ้ว หัวเสีย
"ถามจริงรสริน ทำไมเธอชอบทำลายบรรยากาศด้วยหายนะ หรือความตายหะ อย่างน้อยๆเธอก็
ควรจบประโยคให้มัน Positive น่ะ เป็นไหม! จะชื่นชมบรรยากาศ พูดเรื่องฟ้าดิน! หรืออวยพรอะไรก็ได้!"
รสรินหน้านิ่ง มองรอบๆ
"พรุ่งนี้ เราจะฆ่ามันที่นี่แหล่ะ"
นพมองรสรินถอนหายใจอย่างเซ็งๆ รสรินเห็นนพเซ็งเลยพูดจบประโยค
"และวันที่เราลงมือ ขอให้นายโชคดี"
รสรินจงใจวางประโยค Positive นพถอนใจเดินไป พูดโดยไม่มอง
"ถ้าเธอปรับตัวเก่งได้ครึ่งนึงของเด็กนั่นก็คงจะดี"
นพเดินงอนเล็กๆออกไป ปล่อยให้รสรินยืนงงๆ

รสรินกำลังเช็ดมีด ลับมีด เตรียมความพร้อม ไม่นาน... นพก็เดินเข้ามาพร้อมกระดาษใบหนึ่ง
"เธอต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าชั้นเจออะไร"
นพยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้รสริน เธอรับมา เป็นรูปตอน 6 ตุลา 2519 จีนกำลังยิ้มต่อหน้าศพที่ถูกเผาหรือแขวนคอ
"เธอลองดูเด็กคนนี้สิ"
นพชี้ไปที่ชายคนหนึ่ง เมื่อมองดีๆก็คือ จีน
"แวมไพร์ตัวนั้นหรอ"
"อือ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ แต่ก็ใช่จริงๆ"
"จากที่ชั้นเคยเจอ แวมไพร์ตัวไหนยิ่งอยู่มานาน มันจะเก่งกว่าปกติ ยิ่งตัวนี้มันรอบคอบ พัฒนาตัวเองตลอด ชั้นว่า... พรุ่งนี้เราน่าจะหนักอยู่"
รสรินเอากระดาษที่นพปริ๊นมาให้เก็บไว้ เธอเก็บของไป นพมองเธอ รสรินพูดโดยไม่มองหน้า
"นายกลับก่อนเถอะ ฝันดีนะ"
นพตาโตแปลกใจ
นพน้ำเสียงตื่นเต้น "ฝันดี! เธอพูดฝันดี"
นพข่มอาการดีใจ พลางเดินออกไป พูดโดยไม่มองหน้าเช่นกัน
"อื่ม เช่นกัน พูดดีๆก็เป็นกับเค้าหนิ"
"ลอกมาจากซีรี่ย์เกาหลีในทีวีน่ะ"
นพนิ่งขำตัวเอง ส่ายหัวเล็กๆ
"นั่นก็ดีมากแล้วสำหรับรสริน"
นพเดินออกจากบ้านไป ส่วนรสรินยังนั่งเช็ดมีด เธอหยุดนิ่ง ....คิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเช็ดมีดต่อ
ทีวีจอแตกพังไปนานแล้ว แต่ตั้งบนพื้นผ้าคลุมหมกๆอยู่มุมบ้าน

ทางด้านชานนท์ กำลังทำงานสืบสวนอยู่ บริเวณกระดาน บนโต๊ะมีแฟ้มกองมากมาย
ชานนท์พูดคนเดียวเบาๆ
"ตอนแรกคนหาย ตอนนี้ตัวประหลาด โอย"
ไม่นานนัก แม่ชานนท์ก็โทร.มา
"ไอ้หมู" แม่ลากเสียงยาวเป็นกันเอง
"คร้าบแม่"
"ไม่โทร.มาอีกแล้ว แล้วตกลงเย็นนี้จะมารับแม่มั้ย"
"รับแม่ แม่มาไหนครับ"
"เอ๊า ก็แม่บอกแล้วว่าจะไปหาลูกวันนี้ ตายๆ ทำงานลืมวันลืมคืน พักบ้างนะลูก ลืมหมดเนี่ย นี่แม่ชื่ออะไรจำได้มั้ยเนี่ย"
ชานนท์ขำ "จำได้สิแม่ แหม่ ทำกวนนะ"
"นี่ตอนนี้แม่นั่งรถตู้มาแล้วนะ คงถึงเย็นๆ ถ้าลูกไม่ว่างไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่ต่อแท๊กซี่เองได้"
"ครับแม่ ขอโทษทีนะแม่"
"เออๆเจอกันหมู แม่ซื้อแค๊ปหมูร้านโปรดลูกมาด้วยนะ แม่ไปก็ดีละจะได้มีคนดูแลลูกบ้าง"
ชานนท์ยิ้ม "ขอบคุณครับแม่"
ชานนท์วางสายแม่
ไม่นานมู่ก็เดินเข้ามา มู่ถือของมาเต็มไม้เต็มมือ
"มาอะไรแต่เช้าน่ะ"
"ทำงานค่ะ ชั้นรู้รุ่นพี่ยังไม่นอน ส่วนนี้อาหารเช้าค่ะ"
ชานนท์กลืนน้ำลาย
สองคนกำลังกินข้าวกล่อง มู่และชานนท์สนใจบางอย่างบนกระดาน แต่ก็พูดคนละเรื่อง
ชานนท์สนใจคดี "คดีนี้เกิดคำถามใหม่ก็จริง แต่เราก็ไม่ควรลืมหลักฐานเก่า"
มู่ตาดูกระดาน แต่ปากกินอาหาร "ค่ะเข้าใจ รุ่นพี่รู้มั้ย ข้าวหมูทอดร้านนี้เด็ดมาก"
ชานนท์ยังคงสนใจในคดี "ชั้นว่าเราควรกลับไปหาหลักฐานจากเบาะแสเดิมนะ"
"ชั้นเห็นด้วย นี่ร้านดั้งเดิมแถวเหม่งจ๋ายเลยนะเนี่ย" มู่ว่า
"เอ ว่าแต่อันไหนแฟ้มแรกของคดีนะ"
"แฟ้มล่างสุดค่ะ นี่รุ่นพี่! กินข้าว! จะบ้างานก็ให้เป็นเวลาหน่อยสิคะ! นี่เวลากินข้าว"
ชานนท์เลยยอมกินข้าวไปหนึ่งคำ
"รุ่นพี่ทำงานติดต่อกันมานานกี่ชั่วโมงแล้ว"
คราวนี้ชานนท์นิ่งไปอีก
"28 ชั่วโมง"
"รุ่นพี่กินให้เสร็จ อาบน้ำ แล้วก็นอนสักสองชั่วโมง เดี๋ยวชั้นรันต่อเอง ตื่นมาค่อยว่ากันโอเคมั้ยคะ"
"อือๆ" ชานนท์แปลกใจที่ตัวเองยอมให้ถูกสั่ง
มู่วางกล่องข้าว แล้วมุ่งไปที่กระดาน สีหน้าเธอตั้งใจ

ชานนท์เงียบยิ้มให้ลูกบ้าเล็กๆของมู่ ก่อนจะกินข้าวต่อไป

ที่โต๊ะรสรินในออฟฟิศ นพแสร้งมาดูคอมพิวเตอร์ให้รสรินตามเคย สองคนพูดเรื่องแผนการฆ่าจีน

นพพูดเบาๆ "จะบ้าหรอ! ให้ชั้นเป็นตัวล่อ แล้วถ้ามันจับชั้นได้ หรือมันขับรถชนชั้นตายจะว่าไง"
"มันไม่ทำหรอก ชั้นเดานะ"
นพตกใจเงียบๆ "นี่เธอเดาหรอ! ชั้นบอกเลยแผนนี้มัน..."
พูดได้แค่นั้น อยู่ๆ กุ๊บกิ๊บเดินมาที่โต๊ะรสริน
"นพจ๊ะเห็นเค้าบอกว่าเว็บเราช่วงนี้ล่มบ่อย ไม่รู้เป็นไร นพช่วยไปเช็คเราเตอร์ให้ทีสิ"
"เอ...แต่ว่า"
"ลองเช็คดูนะ ฝากด้วยจ่ะ"
"ครับหัวหน้า"
นพไม่เถียง รับคำสั่งเดินกลับไป พอเดินไปพ้นตา กุ๊บกิ๊บเท้ามือบนโต๊ะรสรินอย่างคุกคาม
"รสริน นี่ชั้นถามจริงๆนะ ทำไมคอมเธอถึงเสียบ่อยนัก"
"คอมชั้นเก่าค่ะ"
"เธอก็ทำงบเบิกสิ ถ้ามันมีปัญหา"
"ชั้นทำไม่ได้ค่ะ ยังไม่ผ่านโปร"
รสรินพูดหน้านิ่งๆ กุ๊บกิ๊บเถียงไม่ออก
"เอางี้ชั้นพูดตรงๆเลยละกัน ถ้าเธอจะอ่อยนพน่ะ ก็ให้เนียนๆหน่อย อย่าคิดว่าชั้นไม่
รู้ เธอเก็ทใช่มะ... ว่าชั้นหมายความว่าไง"
"ค่ะ ชั้นเข้าใจ"
กุ๊บกิ๊บเห็นว่ารสรินยอมก็เริ่มยิ้มได้
"ดี แล้วอย่าให้ชั้นเห็นอีกว่ามาซ่อมคอมกัน"
รสรินแกล้ง "ค่ะ เอาเป็นว่าครั้งหน้า เดี๋ยวชั้นจะทำให้เนียนกว่านี้"
รสรินพูดจบ หยิบแก้วกาแฟแล้วลุกไป ทิ้งให้กุ๊บกิ๊บกรี๊ดแตกอยู่ในใจแบบนั้น

ทางด้านชานนท์นอนกอดหมอนซึ่งปลอกหมอนใบนี้แม่ปักลวดลายให้ เป็นรูปหมูเล็กๆ แล้วปักข้อความว่า หมูนนท์ มู่นั่งทำงานอยู่อย่างมุ่งมั่น ไม่นาน... ชานนท์ค่อยๆตื่น พอลืมตาได้ก็สะดุ้ง
"ชั้นหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย!"
"สองวันค่ะ"
ชานนท์ตกใจมาก "บ้าเหอะ! จริงดิ! แล้วเธอไม่ปลุกชั้น"
"ชั้นล้อเล่นค่ะ แค่3 ชั่วโมง"
ชานนท์เซ็ง "นี่ชั้นรุ่นพี่เธอนะ! เดี๋ยวโดน"
มู่ยิ้มหน้าตาย "ค่ะ ชั้นก็รุ่นน้อง โทดทีค่ะ"
ชานนท์จะด่าก็ด่าไม่ออก "แล้วคดีถึงไหนแล้ว"
มู่ยิ้ม "ก็คืบหน้าค่ะ เย็นนี้เราไปกัน"
ชานนท์แปลกใจ มู่ยิ้มแป้น

เย็นนั้น มู่และชานนท์ขับไปที่ออฟฟิศของรสริน เพื่อดูความเคลื่อนไหว
ไม่ไกลนัก ในรถ มู่กับชานนท์นั่งอยู่ในรถ มองรสรินและนพที่ยืนอยู่หน้าโรงเรียนไกลๆ
"บอกชั้นได้มั้ย ว่าทำไมเราต้องตามดูพนักงานออฟฟิศสองคนนี้ด้วย"
"เพราะจากบันทึกคำให้การที่ชั้นลองเช็คดู คำให้การของทั้งคู่ดูสอดคล้องกันเกินไป ...ก็รุ่นพี่บอกเองว่าให้เชื่อในสัญชาติญาณ"
"แต่นี่มัน...."
"ค่ะชั้นรู้ เราแค่ลองตามสองคนนี้ก็ไม่เสียหายนี่คะ"
ขณะที่สองคนเถียงกัน นพและรสรินก็เริ่มเคลื่อนไหว
มู่บอกทันที "เริ่มแล้วค่ะ..."
มู่ชี้ให้ชานนท์มอง

บริเวณหน้าโรงเรียน บรรยากาศยามเย็น โรงเรียนเลิก นพและรสรินตามจีนเช่นเคย ทั้งคู่รอจีนออกมา นพดูไม่ค่อยมั่นใจนัก
"นายดูเหมือนไม่พร้อมนะ" รสรินบอก
"ก็ใช่น่ะสิชั้นไม่พร้อม ชั้นต้องเป็นเหยื่อล่อนะ ชั้นเสี่ยงที่สุดในงานนี้"
ไม่ไกลนักในรถมู่ มู่กับชานนท์ยืนแอบมองทั้งคู่อยู่
"บอกชั้นได้มั้ย ว่าทำไมเราต้องตามดูพนักงานออฟฟิศสองคนนี้ด้วย" ชานนท์ถามอีกที
"รุ่นพี่ไม่เห็นความน่าสงสัยเหรอคะ พนักงานออฟฟิศสองคน มายืนด้อมๆมองๆหน้าโรงเรียน...ก็รุ่นพี่บอกเองว่าให้เชื่อในสัญชาติญาณ"
"แต่นี่มัน" ชานนท์เหมือนจะแย้ง
"ค่ะชั้นรู้ เราแค่ลองตามสองคนนี้ก็ไม่เสียหายนี่คะ เอ้ารุ่นพี่ทำไมเงียบละ"
"ก็สัญชาติญาณบอกว่าให้เชื่อเธอ"
มู่แอบอมยิ้มเล็กน้อย

หน้าโรงเรียน ทั้งคู่ยืนอยู่จนเห็นจีนเดินออกมา เขาเดินควงปากกาออกมา สองคนเริ่มเดินตาม
รสรินบอกเตือน "ช้าๆ ห่างๆ"
"นี่ถามจริง ทำไมเราไม่ไปดักจุดที่จะฆ่ามันเลยอ่ะ ค่อยๆตามทำไม"
"เพราะอย่างที่บอก ตัวนี้เก่ง ชั้นต้องประเมินมันตลอดเวลา ก่อนถึงจุดฆ่า ชั้นต้องมั่นใจก่อนว่า
ไม่มีปัจจัยไหน จะมาทำลายแผนเรา"
นพเดินช้าลงตามคำบอก เขาตื่นเต้นไปหน่อย

มู่และชานนท์ค่อยๆเดินตาม มองรสรินและนพไม่ให้คลาดสายตา
"สองคนนั้นแอบสะกดรอยเด็กผู้ชายฝั่งตรงข้ามนี่ เธอขับห่างกว่านี้หน่อย เดี๋ยวสองคนนั้นก็รู้ตัว"
มู่บอก "ชักจะน่าสงสัยแล้วสิ"
มู่ค่อยๆขับช้าๆ ชานนท์เตรียมอาวุธเช็คกระสุนรังเพลิง
จีน หยุดเดินและรีบวิ่งกลับเข้าไปที่ห้องเรียน เหมือนหาอะไรบางอย่าง
รสริน และ นพ รีบแอบ และสะกดรอยตามต่อ

จีนกลับมาที่ห้องเรียน และหาอะไรบางอย่าง
"นี่นักเรียนเธอกำลังหากระเป๋านี่อยู่ใช่ไหม" ครูถาม
"ใช่"
"เจอตัวก็ดีแล้ว เธอเอาขวดเลือดมาโรงเรียนทำไม"
"เอาคืนมา !" จีนเสียงเข้ม
"ฉันไม่อยากคุยด้วยแล้ว ถ้าอยากได้คืนก็ไปเอาที่ ผอ.แล้วกัน"
ขณะครูกำลังหันหลังเดินออกจากห้อง จีน เอามีดแทงมาจากด้านหลัง ล้มลงไป
"ยุ่งดีนัก"

นพและรสริน กำลังรีบตามเข้าไปในห้อง จีนทำร้ายนพ
รสริน ยิงปืนใส่จีน จีนหายตัวไป
"หายไปไหนอะ" นพถาม
ชานนท์อยู่ทางเดินหน้าห้องเรียน
ระหว่างทางเดินมี มู่และชานนท์ พบศพ ครู
"ศพมีรอยกัดที่ต้นคอ" ชานนท์ว่า
"อีกแล้วหรอรุ่นพี่"
"มันจะทำอะไรน่ะ"
"คงเตรียมลงมือแล้ว"
มู่และชานนท์กระชับปืนที่มือ และเข้าไปในห้อง
จีนเข้าจู่โจมนพ
รสรินยิงปืนใส่จีน
ปัง!!!
รสริน รีบมาดูอาการนพ
"เป็นไงบ้าง"
จังหวะนั้นจีนโผล่มาด้านหลัง ทั้งสองต่อสู้กัน จีนพลาดท่าล้มลง รสรินเตรียมมีดเพื่อฆ่าจีน
ชานนท์โพล่ง "เฮ้ยพวกแก! หยุดนะ"
"รุ่นพี่เจอเด็กแล้ว บาดเจ็บด้วย"
มู่วิ่งเข้าไปหาจีน
นพรีบบอก "อย่าเข้าใกล้ เด็กนั้น มันอันตราย"
"พวกคุณไม่มีสิทธิ พูดอะไรทั้งนั้นอะ" มู่ว่า
"ไอ้เด็กคนนี้มันเป็นแวมไพร์" นพเตือน
"น้องไม่ต้องกลัวนะ พี่เป็นตำรวจ พี่มาช่วย" มู่ว่า
จีนกลับบอก "เธอน่าจะเชื่อไอ้แว่นนั้นนะ"
จีนแยกเขี้ยวใส่มู่ และเริ่มสู้กับทุกคน จีนเป็นฝ่ายบุกทำร้ายชานนท์ ชานนท์ยิงปืนใส่จีนรัวๆ แต่จีนกลับลุกขึ้นมาต่อสู้อีก
รสรินถาม "ฉันขยับได้หรือยัง"
รสริน ขว้างมีดปักอกจีน และร่างค่อยๆสลายไป

หลังเหตุการณ์ ชานนท์ถาม
"ตกลงที่เราเจอเมื่อกี้คือแวมไพร์ใช่ไหม"
"ใช่ครับ คือผมก็ไม่ได้ขอให้คุณมาเชื่อนะ แต่คุณก็เห็นกับตาแล้วนี่"
"ถ้าเราไม่เคยเจอเรื่องนี้มาก่อนก็คงไม่เชื่อ" มู่ว่า
"คดีทุกคดีที่ผมกับมู่สืบอยู่ มันมีร่องรอยของแวมไพร์ แต่ก็น่าแปลกใจ ในที่เกิดเหตุไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลย ทั้งที่คนหายไปและตายมีรอยกัดที่ต้นคอ"
รสรินถามอยากรู้ "แล้วพวกคุณตามเราทำไม"
"ก็เก็บหลักฐานจากพวกคนร้ายที่ทิ้งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเกล็ดเลือด ภาพจากวงจรปิด และก็ที่เราสงสัยพวกคุณ"
ชานนท์ถาม "คุณคงมีเบาะแสบางอย่างที่ทำให้ผมตามคนร้ายได้ แต่ผมก็สงสัยว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่ผมทำอยู่ไหม เพราะสัญลักษณ์ที่ผมเจอใจที่เกิดเหตุมีดเหมือนสัญลักษณ์ที่คุณไว้ใช้กำจัดแวมไพร์ หรือว่าคุณเป็นฆาตกร"
"ทุกศพที่ฉันฆ่าจะสลายไป ไม่เหลือร่องรอยให้ใครเห็น ไม่ใช่ฝีมือฉันแน่นอน" รสรินว่า
"คุณจะบอกว่าคุณฆ่าเฉพาะแวมไพร์ด้วยกันเอง แล้วคุณก็ไม่ใช่ฆาตกรหรอ" มู่ถาม
ที่ขอบตึก บลูนั่งสูบบุหรี่มองทุกคนจากมุมสูง เธอโทรศัพท์
"ท่านต้องไม่เชื่ออย่างที่ชั้นเห็นแน่ๆ ดูเหมือนตอนนี้ไอ้ตำรวจสองคนนั่น มันจะร่วมมือกับนังรสรินแล้ว"
เสียงมหาสมุทรในสายบอก "ดี...งั้นเราต้องยิ่งจับตาดดูพวกมันไว้"
"ค่ะท่าน"
เธอทิ้งบุหรี่ก่อนเหยียบแล้วเดินออกไป

ต่อมา ที่บ้านชานนท์ เขาวิ่งไปกอดศพที่พื้น ถูกแทงและกัดจนตาย เลือดนองพื้น
ชานนท์ร้องไห้เสียใจ มู่เข้าไปดูแล
ชานนท์พลิกศพแม่เห็นรอยกัดกระชากที่คอ
เสียงนพอธิบาย "เราตัดสินใจรวมกลุ่มกัน รสรินตามล่าหาเบาะแสของน้องเธอได้เหมือนเดิม ส่วนชานนท์ตามหาแวมไพร์ที่ฆ่าแม่เขา พร้อมการเข้าไปรู้จักโลกของแวมไพร์"
ชานนท์มุ่งมั่น

เสียงเพลงสนุกดังต่อเนื่อง บรรยากาศกลางออฟฟิศถูกตกแต่งเป็นงานปาร์ตี้ “Anniversary EM”
วันนี้ทุกคนดูสนุก ถือเครื่องดื่มคนละแก้วสองแก้ว คนรอบๆกำลังมอง กลุ่มสาวๆในออฟฟิศ แป้ง ออม ไนท์ กุ๊บกิ๊บ สุชาติ และคนอื่นๆกำลังเต้นอย่างพร้อมเพียงในชุดน่ารัก คนรอบๆมองอย่างสนุกสนาน เมื่อสังเกตดีๆจะเห็นรสรินเป็นหนึ่งในนั้น ทุกคนเต้นสีหน้าสนุก มีแต่รสรินยังหน้านิ่งเหมือนเดิม
ไกลออกไป นพยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาแอบถ่ายคลิปที่รสรินเต้นอยู่
จังหวะหนึ่ง รสรินสลับตำแหน่งออกมาหน้าสุด
รสรินยังเต้นไปเรื่อยๆภายใต้สีหน้านิ่งๆ
"มีคนบอกว่า สิ่งพิเศษในโลก มักซ่อนตัวภายใต้เปลือกที่แสนธรรมดา และรอคอยใครสักคนพบเจอ"
เท้ารสรินขณะเต้น หมุน แววตา ผมปลิว มือเรียวงาม
"ผมคงบอกไม่ได้ว่า ผมเป็นคนเจอเธอ แต่ผมสามารถบอกได้ ...ว่าผมเห็นความพิเศษของเธอ"
รสรินเต้น และนพยิ้มโดยไม่รู้ตัว
นพยิ้มให้รสริน รสรินหันมาเห็นว่าเขาถ่ายคลิป จังหวะหนึ่งเธอทำท่าปาดคอ บอกทำนองเดี๋ยวเจอแน่
นพกลืนน้ำลายเอือก
"ฆาตกรของผม"

แต่นพก็อดยิ้มไม่ได้

อ่านต่อตอนที่ 3


กำลังโหลดความคิดเห็น