xs
xsm
sm
md
lg

รสรินล่าแวมไพร์ ตอนที่ 1 : ชิมเลือด ตามหาน้องสาว!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รสรินล่าแวมไพร์ ตอนที่ 1 : ชิมเลือด ตามหาน้องสาว!

บรรยากาศของลานจอดรถแห่งหนึ่งในตอนกลางคืน รถญี่ปุ่นรุ่นคลาสสิกคันหนึ่งจอดเด่นอยู่กลางลานนั้น

สาวสวยคนหนี่งเดินเล่นโทรศัพท์มือถือกำลังเดินกลับมาที่รถเหมือนปกติที่เธอมักจะกลับในเวลานี้ ...
แต่จู่ๆเหมือนมีใครกำลังมองเธออยู่ เธอหันมองกลับไป แต่ไม่เห็นใคร เธอเดินก้มลงเล่นมือถือต่ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินตามเธฮ หญิงสาวหยุดเดินทันที
เธอเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เธอหันกลับไปมองแต่กลับไม่เห็นใคร เธอตัดสินใจรีบเดินต่ออย่างเร็ว
ส้นสูงของเธอก้าวไวฉับๆ ผ่านไฟที่เปิดเป็นหย่อมๆ ดูเธอจะกลัวมาก
ในขณะที่เท้าของคนลึกลับ ก็เร่งฝีเท้าตามเธอ
สีหน้าหญิงสาวหวาดกลัวตื่นตระหนก เธอหยิบกุญแจรถออกมาและกดเปิดรถ เสียงปลดรถดัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนยังคงดังเข้ามาใกล้เธอขึ้นมาทุกที
หญิงสาวเปลี่ยนเป็นวิ่งหนี แต่ทันใด รองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่เกิดหักเธอหกล้ม
เมื่อมาถึงรถ เธอรีบเปิดประตูเข้าไปภายในรถอย่างเร็ว แล้วปิดประตูรถ
หญิงสาวมองไปทั่วลานจอดรถ แต่ไม่พบใคร
หญิงสาวสีหน้าผ่อนคลายมากขึ้น เธอปรับกระจกมองหลัง
ทันใดนั้น คนลึกลับคนหนึ่งไม่เห็นใบหน้า นั่งอยู่เบาะหลังมองมาที่หญิงสาว เขาใช้มือจับหัวของหญิงสาวโขกที่กระจกรถ จากนั้นโขกที่แตรรถอย่างแรง หลายครั้ง
ด้านนอกรถ จังหวะการโขกนั้น ทำให้เสียงแตรดังยาว ...
หญิงสาวกลัวมากเลยแกล้งทำเป็นสลบ คนลึกลับหยิบมีดออกมาเป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงสาวตัดสินใจเปิดประตูรถออกไปและวิ่งออกจากรถอย่างรวดเร็ว
หญิงสาววิ่งหนีสุดชีวิต
หญิงสาววิ่งออกจากลานจอดตรงไปตามทางเดินเพื่อมุ่งไปที่ลิฟต์
เธอพยายามเข้าไปในลิฟต์แต่ลิฟต์ยังมาไม่ถึง เธอดูกลัวและกดเปิดลิฟต์รัวๆ เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งวิ่งตามเธอมาอย่างเร็ว เธอพยายามกดประตูลิฟต์ให้เปิด ระหว่างที่ประตูลิฟต์กำลังเปิด เสียงฝีเท้าใครคนหนึ่งหยุดลงหญิงสาวรีบหันมอง เห็นใครคนหนึ่งยืนมอง เธอตกใจสุดขีด !
คนลึกลับยืนมองหญิงสาวนิ่ง หญิงสาวมองตอบด้วยความกลัว เธอพยายามจะหนี จังหวะเดียวกับที่ประตูลิฟต์เปิดออก คนลึกลับถีบเธอกระเด็นเข้าไปในลิฟต์อย่างแรง ร่างหญิงสาวกระเด็นกระแทกผนังลิฟต์ร่วงลง ไฟภายในลิฟต์ดับๆติดๆประตูลิฟต์ปิดลง
ผ่านหลังคนลึกลับ ประตูลิฟต์ค่อยๆเปิด แต่ในลิฟต์กลับเห็นหญิงสาวยืนก้มหน้านิ่ง ไฟยังคงกระพริบ คนลึกลับมองนิ่ง หญิงสาวเงยหน้าขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นแวมไพร์มันโดดเข้าหาคนลึกลับอย่างเร็ว
ที่แท้ ... คนลึกลับ เป็นแวมไพร์ตนหนึ่ง !
คนลึกลับสู้กับรสรินอย่างดุร้าย แต่รสรินเก่งกว่ามาก เธอใช้สนับเงินอัดแวมไพร์ไปกับผนังลิฟต์เหมือนกระสอบทราย และปิดฉากด้วยการเอาปืนจ่อที่หน้าอกของแวมไพร์และยิงทะลุหัวใจไปหลายนัด
เลือดของแวมไพร์นองพื้น รสรินใช้นิ้วปาดเลือดจำนวนหนี่งขึ้นมาชิม ...
นี่คือ เรื่องราวของเธอ ... "รสริน ล่าแวมไพร์" ...

บนสถานีตำรวจ จ่าเหลิมยื่นหน้ามาใกล้มองใครบางคนอย่างพินิจ
นพ หนุ่มติ๋มๆ ในชุดทำงานกำลังนั่งด้วยท่าทางจ๋อยๆ อยู่โต๊ะตัวเดียวกับตำรวจคนนั้น"เนี่ยหรอคนที่มาแทนไอ้ตั๊กม้อ"
จ่าพิชิตเดินเคร่งขรึมมา แต่ยังไงก็ดูตลกอยู่ดี
"รู้ใช่มั้ย งานเรามีความละเอียดสูง ต้องการความแม่นยำและความเที่ยงตรง" จ่าพิชิตว่า
"ครับ ตั๊กม้อบอกผมแล้ว" นพบอก
นพหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพ ดินสอขนาดต่างๆ และยางลบขึ้นมา
"แค่สเก๊ตช์ภาพคนร้าย ผมทำได้ครับ"
จ่าเหลิมเริ่มไม่ถูกชะตากับนพ
"เฮ่ย! ใช้คำว่า “แค่” หรอ ถึงจะมาแทนแค่วันเดียวก็ต้องตั้งใจนะเว้ย! เบาะแสสำคัญที่สุดคือหน้าตา มันเป็นตัวระบุรูปพรรณสัณฐานคนร้ายนายจะพูดแบบนี้ไม่ได้"
นพสีหน้าเจื่อนไป เขาเอากระเป๋าทำงานขึ้นมา แล้วหยิบของบางอย่างออกมา
นพหยิบถ้วยรางวัลมากมายทั้งแบบตั้งแบบเหรียญมาวางบนโต๊ะ สองจ่าหน้าเหวอมองหน้ากัน บางเหรียญหล่นพื้นตลกๆ นพรีบหยิบขึ้นมาทั้งสามมองหน้ากัน
"นี่รางวัลที่เคยได้สมัยประถมครับ" นพมองหน้าจ่าอย่างกลัวๆ ก่อนบอก "เผื่อจ่าจะไม่เชื่อ..."
สองจ่าพยักหน้ายอมความ
"เออๆ เข้าใจล่ะ" จ่าพิชิตว่า พลางมองจ่าเหลิม "จ่าเหลิมไปเรียกพยานมาได้ละ"
จ่าเหลิมเอาตัวพยานมาพยานสาววัย 38 ยิ้ม นพยิ้มรับเจื่อนๆ

ผ่านเวลา ...
ทุกคนยังนั่งที่เดิม เพิ่มเติมคือพยานค่อยๆเล่า และนพค่อยๆเสก๊ตช์ไป
"ผิวขาว หนวดหรอมแหรม มีไฝที่หางคิ้ว อายุ 24 ใช่มั้ยครับ" นพถาม
"ใช่ค่ะ แล้วก็ผมเยอะๆ" พยานว่า
ระหว่างที่นพสเก๊ตช์ไป พูดทวนไป "ผมเยอะๆ ผมเยอะนี่ เยอะแบบตั้งใจไว้หรือ ไม่ตั้งใจครับ"
"ไม่รู้ค่ะแต่ยุ่งๆแล้วตามันก็ลอยๆ"
"ลอยแบบไหนครับ ลอยแบบอดนอน หรือลอยแบบติดยา"
"อื่ม... ลอยๆดำๆ" พยานว่าแล้วทำท่านึกไม่ออก
"อ่อ ลอยแบบอดนอน"
สองจ่าเริ่มมองหน้ากัน
นพวาดผมยุ่ง "มีสิวมั้ยครับ"
"เยอะค่ะเยอะมาก"
"สิวสุกหรือหัวดำครับ" นพถามอีก
จ่าเหลิมเริ่มรู้สึกว่านพนอกเรื่อง
"เฮ่ยนี่ นายจะไม่นอกเรื่องไปหน่อยหรอ" จ่าเหลิมว่า
นพยิ้มแหยๆก่อนจะถามต่อ "แล้วกลิ่นตัวล่ะครับ"
"เหม็นค่ะ เหมือนคนไม่อาบน้ำ เหม็นมากๆแล้วก็ใส่เสื้อเก่าๆขาดๆ"
จ่าพิชิตถาม "เดี๋ยว! นี่มันเกี่ยวอะไร"
นพเสก๊ตช์เสร็จพอดี
"เสร็จแล้วครับจ่า"
นพยื่นผลงานให้จ่าทั้งสองดู สองจ่ามองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ
"ขอผมพูดอะไรได้มั้ยครับ" นพว่า
จ่าพยักหน้าอนุญาต และทันทีที่พยักหน้านพหายใจเข้าก่อนพูดทุกอย่างออกมาแบบรัวๆ แทบไม่หายใจ
"ผมได้ยินว่าคนร้ายโขมยของร้านพี่" นพมองพยาน "คนร้ายน่าจะมีความรู้ระดับนึง เพราะเลือกโขมยCore i7-7700 K และ คีย์บอร์ดHyper X บวกกับ ผมที่รุงรัง หนวดที่ไม่ตัด และสิวหัวดำ ทุกอย่างเกิดจากการไม่ดูแลตัวเอง"
จ่าพิชิตสงสัย "แล้ว?"
"ให้ผมเดานะครับ เค้าน่าจะเป็นช่างซ่อมคอม ไม่ก็เกมส์เมอร์ ...ที่อาจตกงานอยู่ และเผลอๆอาจจะไม่มีบ้าน เพราะพี่บอกว่าตัวเหม็นมาก “มาก” คือไม่ปกติ..." นพพักหายใจก่อนพูดต่อ"นั่นเขาอาจจะไม่ได้อาบน้ำมานาน ถ้าเกมส์เมอร์ที่ไม่ได้อาบน้ำมานานจะอยู่ที่ไหนได้ ที่นั่นน่าจะเป็นร้านเกมส์ จ่าลองหาคนร้ายที่ร้านเกมส์นะครับ น่าจะได้อะไรบ้าง อ่อ ไปร้านที่เน็ตเร็วที่สุดในสามย่านนะครับ เรื่องเกิดที่นั่น คนร้ายน่าจะอยู่ไม่ไกล ถ้าจะถามว่าอยู่ย่านอื่นได้มั้ย ก็คงได้ครับ แต่เพราะคนร้ายรู้ทางหนีทีไล่ดี ตำรวจเลยจับไม่ได้ นั่นแสดงว่าคนร้ายคุ้นเคยกับย่านนั้นดี"
จ่าเหลิมหยามนิดๆ "แหม่... ทำพูดจาเหมือนตำรวจนะ นายน่ะ"
"ชั้นจับโจรไม่ได้ก็เลยต้องพึ่งคนสเก๊ตภาพมาสรุปคดีให้สินะ" จ่าพิชิตบอก
นพยิ้มแหยก่อนบอก "ผมก็ชอบเล่นเกมส์เหมือนหมอนี่ล่ะครับ"
"นายนี่ เป็นคนช่างสังเกตนะ"นพยิ้มรับก่อนหุบยิ้มทันที เมื่อเจอประโยคต่อไป "พอๆกับโยงเรื่องเก่งด้วย"
จ่าสองคนแซวและหัวเราะ นพจ๋อย
"ไปๆๆ เดี๋ยวไปทำงานสาย อ่ะนี่ค่าจ้าง" จ่าพิชิตบอก
นพรับซองมาแล้วเดินจากไปอย่างเบื่อๆ
จ่าเหลิมบอก "ว่าแต่ไอ้นี่มันวาดเหมือนมากเลยนะ"
วาดที่นพเพิ่งวาดไป มันสวยและเหมือนจริงมาก อยู่ๆพยานก็กรี๊ด!
จ่าพิชิตถาม "เป็นไร! เป็นไรคุณ"
"ขอโทษค่ะ รูปมันเหมือนจนนึกว่ามันอยู่ที่นี่จริงๆ"
จ่าทั้ง 2 คนส่ายหัว

ต่อมา นพเดินเบื่อๆเพื่อจะไปทำงานอยู่ริมฟุตรบาธ อยู่ๆชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินมาจากร้านๆหนึ่งก็ชนเขาจนกระเป๋าร่วง เหรียญรางวัลร่วงกราว... ชายคนนั้นไม่ขอโทษสักคำ นพค่อยๆเก็บเหรียญ ทำท่าปัดมือเพราะกลิ่นตัวชายคนนั้น อยู่ๆเขาก็ตาโตเอะใจ! เขามองที่ป้ายร้านซึ่งชายคนนั้นเดินออกมาที่ป้าย ชื่อ “แนนซี่ GAMER เน็ตแรงสุดในย่าน”พอรู้ว่าร้านเกมส์... เขามองชายคนนั้นที่เดินอยู่ นพเรียก
"คุณ!"
ชายคนนั้นหันมา ชายคนร้ายมีไฝที่หางคิ้ว คนเดียวกับภาพที่นพเสก็ตช์นั่นแหละ นพและคนร้ายสพตากันหยั่งเชิง ก่อนนพจะตัดสินใจวิ่ง!
นพวิ่งไล่คนร้าย คนร้ายวิ่งหนี
"หยุด หยุดนะโว้ย!"
ชายคนนั้นจ้ำอ้าวไม่หยุด! นพวิ่งตามไม่ลดละ สีหน้าเขาหอบเหนื่อย ชายคนนั้นเลี้ยวเข้าไปตรอกๆหนึ่ง นพวิ่งตามเข้าไป

ตรอกนั้น ... นพยังวิ่งไล่ไปตามซอกซอยที่มีซอยย่อยเลี้ยวขวาซ้ายมากมาย คนร้ายเลี้ยวขวา นพวิ่งเลี้ยวตาม พอเลี้ยวเข้ามา นพกลับถูกสะกัดขา เขาล้ม หน้าเหวอ ลอยกลางอากาศ
" ... ไม่รู้คุณรู้ยัง ผมชื่อนพครับ พนักงานออฟฟิส แผนก Technician IT ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ....ก็ซ่อมคอมประจำออฟฟิศครับ ...ผมหลงใหลในปริศนาทุกชนิด ชอบวาดภาพ ช่างสังเกต เชื่อมโยงเรื่องราวเก่ง ผมชอบหาความตื่นเต้นให้ชีวิต ที่แสนธรรมดาของผม และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ปริศนา ได้ทำให้ชีวิตผมตื่นเต้น...และหายนะไปพร้อมๆกัน"
โครม! นพล้มใกล้ถังขยะ "โอย!"
คนร้ายถาม
"มึงตามกูมาทำไม! เป็นตำรวจหรอ"
คนร้ายเตะเข้าที่ท้องนพ อ่อก!
นพจุกอยู่
"HyperX ALLOYTM RGB ใช้ดีมั้ยครับ?"
"ดี!" คนร้ายนึกได้ "เดี๋ยว นี่มึงเป็นใครกันแน่!"
"ผมเป็นพนักงานออฟฟิศครับ ผมก็อยากได้นะ อยากมีคีบอร์ดดีๆสักอัน แต่คุณก็ไม่ควรโขมยเขา"
"เงียบเลยไอ้บ้า!"
คนร้ายจะเตะ นพจับขากระชากคนร้ายล้ม เขาค่อยๆรัดตัวคนร้ายด้วยท่าตลกๆเหมือนงู สองคนคลุกพื้นอยู่แบบนั้น
"ปล่อยกูนะโว้ย"
"คุณต้องไปมอบตัว"
คนร้ายได้จังหวะกระทุ้งท้องนพจนจุก ก่อนชันตัว เตรียมวิ่งไปที่ทางออกซอย
อยู่ๆ ตำรวจจราจรขับมาจอดที่หน้าซอย คนร้ายรีบหยุด ตำรวจหันมองคนร้าย และมองนพที่พื้น
"เฮ้ยทำไรน่ะ!"
คนร้ายจะวิ่งหนีกลับมาทางเดิม ตำรวจคนนั้นกระโดดรวบตัวคนร้ายได้
"ปล่อยสิวะ!"
"ก็อย่าดิ้นสิวะ!"
คนร้ายถูกใส่กุญแจมือ แกร่ก เขาถูกกดหน้าเลียดพื้น นพและคนร้ายมองหน้ากัน นพถอนหายใจ เจ็บท้อง เขาพลิกกลับมานอนหงายโล่งใจ คนร้ายถูกจับได้

นพนอนหงายพัก ข้างๆเขาตำรวจรวบตัวโขมยไว้ได้

ที่ป้ายหน้า Office ‘EM’ จัดทำนิตยสารออนไลน์

บรรยากาในOffice แผนกต่างๆกำลังทำงานในคอก ส่วนของตัวเอง บางส่วนกำลังจับกลุ่มดูข่าวเรื่องสาวคนล่าสุดที่เพิ่งหายตัวไป สาวคนหนึ่งเพิ่งถือแฟ้มถือกาแฟเดินมานั่งที่โต๊ะ สาวอีกคนก็เมาส์ข้ามโต๊ะเข้ามาอย่างออกรส ต่างนั่งรวมกันที่แผนก Marketing
"นี่แป้งดูข่าวป่ะ เค้าหายกันอีกแล้วนะเว้ย" ออมพูดโผงผางตามสไตล์
แป้งพูดเรียบร้อยบอก "จริงหรอคะ! เดือนนี้หายไปสอง เดือนที่แล้วอีกสอง นี่รวมเป็นสี่แล้วนะ แถวออฟฟิศเรามันกลายเป็นอะไรไปแล้วอ่ะ ฮืออ แป้งกลัว"
อยู่ๆชายคนหนึ่งก็เลื่อนเก้าอี้จากคอกตัวเอง ชะโงกมาร่วมวงด้วย
ไนท์บอก "หนิ่ เขาบอกเป็นฝีมือฆาตกรต่อเนื่องนะเว้ย"
"เหยฆาตกรต่อเนื่องเลยหรอวะ! ฮือ น่ากลัวว่ะ ฝีมือพี่นพป่าววะ" ออมว่า
ทั้งหมดหัวเราะ
แป้งบอก "ไปว่าเค้าแก เค้าก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น"
"นั่นไง พูดถึงก็มา"
ออมนำสายตาให้ทุกคนมองไป นพเดินเข้ามาเนื้อตัวมอมแมม
ไนท์ถาม "โห วันนี้ไปคลุกอะไรมาเนี่ย"
นพเดินๆอยู่พยายามไม่สุงสิงใคร อยู่ๆเมื่อเดินผ่านคอกๆหนึ่งก็มีเท้ายื่นมาเขาล้มโครม!คนรอบๆขำนิดๆ ของหล่นเต็มไปหมด นพรีบเก็บ ใครคนนั้นหุบเท้าเข้าไปแล้วเดินออกมา เขาคือพี่สุชาติ หนึ่งในดิจิตัลคอนเท้นต์ที่ดูมาดกวนๆ
"โทดๆนพ ผมไม่เห็นว่าคุณเดินมา"
"ไม่เป็นไรครับ"
สุชาติทำท่าเหม็น "อื้มหืมม เหม็นอย่างกับขยะไปทำไรมาเนี่ยคุณนพ"
"พยายามจับคนร้ายมาน่ะครับ"
สุชาติขำ และคนรอบๆก็ขำไปด้วย
สุชาติแสร้งเชื่อ
"จับคนร้ายหรอ คราวนี้เกมส์ไรล่ะ แบทเทิลฟิลล์หรือเอสเอฟ หรือเคาร์เตอร์"
ทุกคนรอบๆนิ่งหัวเราะ นพมองรอบๆ สายตาบางคนหัวเราะเยาะ นพอดกลั้น
"ผมขอตัวนะครับ"
นพจะเดินผ่าน แต่สุชาติเอามือขวางไว้ แต่ด้วยท่ากวนๆ เขาใช้ปากกาแตะที่อกนพจิ้มขวางไว้เฉยๆ
"นี่รู้ไหม คนในออฟฟิศเค้ากลัวคุณขนาดไหน แล้วไปทำอะไรมาก็ไม่รู้เนื้อตัวเลอะเทอะ"
นพอดกลั้น "ปล่อยผมครับ"
"ก็วันๆคุณชอบทำตัวแปลกๆแบบเนี้ยเค้าถึงกลัวกัน"
นพอดกลั้น "ปล่อยผมครับ"
"นี่ อย่าหาว่าผมสอนเลยนะ การที่คุณ...." สุชาติพูดไปเรื่อยๆ...
เสียงของพี่สุชาติเบาลง นพมองไปที่แฟ้ม แม๊ก คีย์บอร์ด กระทั่งถังขยะข้างโต๊ะ
เสียงในใจของนพว่า "คุณอาจกำลังคิดว่าผมมองอะไร...ผมกำลังมองหาบางอย่างที่จะหยุดหมอนี่ได้ รู้มั้ยครับธรรมชาติของความอดทนคือการระเบิด วันที่ระเบิดคือวันนี้"
นพกัดฟัน กำหมัด เข้าก้มตัวกำลังคว้าถังขยะ แต่อยู่ๆ ได้ยินเสียง
"นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย"
กุ๊บกิ๊บบรรณาธิการสาววัยสามสิบที่ยังดูสวยและจัดจ้านก็เดินเข้ามา
"นี่เรื่องอะไรเนี่ยคุณนพ แล้วทำไมเนื้อตัวคุณเป็นแบบนั้น"
ณัฐวุธกระหืดกระหอบวิ่งมา นพยิ้มอุ่นใจที่เพื่อนมาช่วยแล้ว

ต่อมา นพกับณัฐวุธกินข้าวด้วยกัน
"ถ้ามึงไม่ได้กูมึงแย่แน่ไอ้นพ"
"เออ กูก็เลี้ยงข้าวมึงแล้วไง"
"นี่มึงรู้ป่ะ ในออฟฟิศเนี่ย เขามองพวกเราเป็นแค่พวกเนิร์ด"
นพกวาดตามองรอบๆ ทุกคนมองด้วยสายตาแปลกๆ
"เออ รู้แล้ว"
ณัฐวุธเห็นนพสลดไป
"มึงเจ๋งมากนะในสายตากู แต่ทางที่ดีเก็บความเจ๋งของมึงไว้ อย่าให้ใครเห็นดีกว่า อย่างๆน้อยๆ ก็ไม่ทำให้มึงลำบาก"
"ถ้ามึงให้กำลังใจคนไม่เป็นก็ไม่ต้องก็ได้นะ"
หนูดีเดินมาข้างหลังนพแล้วตบไหล่
นพ / ณัฐวุธพูดพร้อมกัน "หนูดี สวัสดีครับ"
"พี่ได้ยินเรื่องที่คนพูดเมื่อเช้าแล้วนะ"
"พี่หนูดี ผม..."
"พี่แค่จะมาบอกว่า ใครจะมองเธอยังไงอย่าไปสน เราห้ามสิ่งที่คนเขาคิดกับเราไม่ได้หรอกนะ"
"ขอบคุณครับพี่หนูดี" นพว่า
"พี่ไปนะ อดทนเข้าไว้ล่ะ"
หนูดีเดินจากนพกับณัฐวุธไป
"พี่หนูดีนี่แม่พระจริง ๆ" ณัฐวุธว่า
"อืม"
อยู่ๆณัฐวุธก็พูดขึ้น
"เฮ้ยๆๆ มึงดู นั่นไง ดิจิตัลคอนเท้นต์คนใหม่ โคตรน่ารักเลย"
นพและณัฐวุธมองตาม เห็นรสรินเดินถือข้าวมานั่งโต๊ะโดยมีสุชาติเดินตามอ้อล้อเหมือนพูดจีบรสริน เธอสวยเรียบเฉย จังหวะหนึ่งเธอเอาผมทัดหูเผยให้เห็นใบหน้าเรียวงาม รสรินเอาข้าวไปวางที่โต๊ะๆหนึ่ง แล้วเดินไปซื้อน้ำ พี่สุชาติรีบวางจานข้าวตนเองแล้วนั่งรอ พอซื้อน้ำเสร็จรสรินหยิบจานข้าวที่วางไปที่อื่น แล้วไปนั่งคนเดียว สุชาติจะลุกตามก็ไม่ทันแล้ว เพราะเพื่อนมานั่งเมาส์ชวนสุชาติอยู่คุยต่อ สุชาติมองรสรินนั่งกินข้าวคนเดียวอย่างเสียดายนพยิ้มถูกใจที่รสรินทำ
"ฮ่าๆๆ ดูไอ้พี่ชาติดิ จ๋อยไปเลย เจ๋งว่ะแต่รู้สึกป่ะว่าเค้าแม่งไม่ยิ้มเลย" ณัฐวุธบอก
"อือ" นพรับคำ แต่ตามองรสรินไม่กระพริบ
"เค้า ชื่ออะไรวะ"
"รสริน ว่ะ"
เสียงในใจนพบอก "บ้าเอ๊ย รสริน...ชื่อโคตรปริศนาเลย ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมละสายตาจากรสรินไม่ได้ แต่หลังจากวันนั้น อะไรบางอย่าง ทำให้ผมตัดสินใจเป็นแฟนคลับรสรินอย่างลับๆ"
จังหวะหนึ่ง รสรินมองมาที่นพ นพหลบตาแสร้งทานข้าวอย่างอายๆ ณัฐวุธลุกออกไปเก็บจาน
เผยให้เห็น โต๊ะโล่งสองโต๊ะ รสรินและนพต่างนั่งอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางคนในโรงอาหารที่ทานข้าวกันอยู่

ผู้ต้องหาคนหนึ่ง ดูมาดเสี่ยๆ วิ่งหนีอยู่ ณ สถานที่หนึ่ง เขากลัวอย่างลนลานเท้าของใครคนหนึ่งวิ่งด้วยความคล่องแคล่ว ขณะที่มือของเขาก็ยิงปืนใส่ ปัง!
เสี่ยหลบ กระสุนเฉี่ยวไป
"เฮ้ย อย่าตามมานะโว้ย กูยิงไส้แตกจริงๆนะ"
ว่าแล้วเสี่ยก็หันกลับไป ยิงสวน ปัง ปัง!
ใครคนนั้นยิงสวนกลับออกมาเป็นชุด จนเสี่ยเสียหลักล้มลง ปืนหลุดมือ เขาคลานไปเก็บ ลุกยืนก่อนจะเล็งปืนเพื่อยิงกลับ
แต่ทันใดนั้น ใครคนนั้นก็ชิง ยิงสวนกลับมา ปืนเสี่ยกระเด็นตกพื้น
ชายคนนั้นหยุดวิ่ง เสี่ยจะหยิบปืนอีกชายคนนั้นก็ยิงกระบอกปืนให้กระเด็นไป เสียงจากมุมมืดดังขึ้นมา
"อยากตายนักใช่มั้ย"
"แกไม่ฆ่าชั้นหรอก แกเป็นตำรวจ" ผู้ต้องหาว่า
ที่มุมมืด ชายคนนั้นเดินออกมา... “ชานนท์”นายตำรวจหนุ่มลุคหล่อเซอร์ ใบหน้าเขานิ่ง
"ที่นี่ไม่มีหรอก ตำรวจน่ะ มันมีแค่กูกับมึง..."
เสี่ยกลืนน้ำลายเอือกชานนท์ใบหน้านิ่ง ยิงปืนออกไป ปัง! กระสุนได้เฉี่ยวหัวเสี่ยไปถูกกำแพง ปัง! เสี่ยล้ม ปัง!ชานนท์ยิงลงพื้นไล่เสี่ยที่ถอยหนีจนติดกำแพง เมื่อถึงนัดสุดท้าย ... เขาเล็งที่หัวเสี่ย เสี่ยยกมือไหว้
"ขอร้อง อย่าฆ่ากูเลย"
ผู้ต้องหากลัวลนลานจนฉี่แตก
อยู่ๆไฟที่สถานที่นั้นเปิดพรึ่บ! สว่าง ก่อนที่จ่าเหลิมและ จ่าพิชิตจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
จ่าเหลิมเสียงดัง
"เฮีย! อย่าฆ่ามันนะ"
"ขืนมาช้ากว่านี้เราต้องเรียกแผนกชันสูตรมาอีกแน่ๆ" จ่าพิชิตบอก
ผู้ต้องหาชิงบอก"กุญแจมือ!อั๊วขอกุญแจมือ"
ชานนท์ควักกุญแจมือโยนให้เสี่ย เสี่ยรับรับมาใส่มือตัวเองอย่างไวเมื่อผู้ต้องหาใส่กุญแจมือเรียบร้อย ชานนท์เก็บปืนลงเหน็บเอว เขาเดินอาดๆเข้าไป ซัดหมัดเข้าตรงแก้มเสี่ยอย่างแรง!
ตูม ! "หมัดนี้สำหรับภาษีประชาชน"อีกตูม ! "หมัดนี้ที่มึงลอบยิงกู!" ตูมที่สาม ! "หมัดนี้ ที่ทำให้กูอดนอนเป็นเดือนๆ"
ชานนท์ นายตำรวจจากคดีพิเศษเตรียมยื้อมือต่อยอีกหมัด อยู่ๆสาวคนหนึ่งก็ชิงต่อยเสียก่อน
ตูม ! "และหมัดนี้สำหรับผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ในคุก"
ชานนท์หันมองมู่ตำรวจฝึกหัด เป็นหญิงสาวหน้าตาดีผมสั้นทรงโตที่เข้ามาต่อยเนียนๆ ด้วย หมัดนี้ของเธอทำผู้ต้องหาสลบไป
"เธออีกแล้ว! แล้ว...มาได้ไงเนี่ย นี่มันผู้ต้องหาชั้น เธอมันแค่ตำรวจใหม่ อีกอย่าง เราก็อยู่คนละแผนกกัน จะมายุ่งกับคดีชั้นไม่ได้"
"เข้าใจค่ะ แต่มันอดไม่ได้ อีกอย่าง ชั้นมั่นใจว่าอีกไม่นาน ชั้นก็จะได้เข้ามาอยู่แผนกเดียวกับรุ่นพี่แน่นอนค่ะ"
"นี่เธอ หยุดเรียกชั้นรุ่นพี่ซะทีเถอะ"
"ทำไมคะรุ่นพี่"
"วุ้ย! ยัยนี่ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แล้วอย่าหาว่าชั้นว่าเลยนะ" ชานนท์กวาดตามองหุ่นมู่อย่างละลาบละล้วง "หุ่นอย่างเธอน่ะ มาเป็นตำรวจไม่เหมาะหรอก กลับไปถ่ายนิตยสารวาบหวิวตามเดิมเหอะ ดูจะเหมาะกับเธอมากกว่า งานชั้นน่ะมันใช้สมอง มันไม่ได้ใช้..." ชานนท์จงใจมองหน้าอกอย่างกวนโอ๊ย ..."เอ่อ"
มู่ยิ้มเด้งนมสู้ "รุ่นพี่จะพูดยังไงก็ได้ค่ะ แต่จำไว้ ชั้นจะไม่ล้มเลิกสิ่งที่ตั้งใจเด็ดขาด คำพูดรุ่นพี่ ก็ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคนึงที่ชั้นต้องผ่านไปให้ได้ แล้วรุ่นพี่จะรู้ว่าชั้นน่ะ เป็นคนพูดจริงทำจริง"
ชานนท์มองมู่แล้วส่ายหัว สั่ง
"จ่า เอายัยเด็กนี่ไปออกไปจากที่เกิดเหตุที"
จ่าเหลิมดึงมู่ออกไปแบบขำๆโดยมู่ยังไม่ทันโต้ตอบด้วยซ้ำ
ชานนท์มองสถานการณ์ที่คลี่คลายลง เขาลงนั่งเก้าอี้ใกล้ๆอย่างผ่อนคลาย ผ่อนหายใจยาว อยู่ๆมีสายเข้ามา
"โทร. มาพอดีเลย ปิดคดีแล้วนะครับหัวหน้า ผมคงต้องขอพักร้อนสักสองอาทิตย์"
หัวหน้าบอก "ยินดีด้วยนะ ผมรู้แล้วล่ะว่าคุณต้องปิดคดีได้" ชานนท์ยิ้มหัวหน้าพูดต่อ "แต่สงสัยคุณจะไม่ได้พักร้อนแล้วล่ะ... มีคดีคนหายให้คุณช่วยสืบหน่อย"
ชานนท์ยิ้มผ่อนคลายถามกลับ "ทำไมไม่ให้แผนกอื่นทำล่ะครับ"
"คุณอยู่แผนกสืบคดีพิเศษ ขึ้นตรงกับผม งานนี้ผมต้องการมือดี มันไม่ใช่คดีธรรมดา อาจเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องคุณคิดว่าประเทศไทยมีฆาตกรต่อเนื่องล่าสุดเมื่อไหร่?"
"ฆาตกรต่อเนื่อง?"
ชานนท์คิดนิดนึง เขายิ้มเล็กๆ
"โอเคครับ"

ชานนท์วางสาย สูดหายใจก่อนจะลุกไปจากเก้าอี้

ภายในOffice ‘EM’ ทุกคนทำงานตามปกติ บางคนกำลังอ่านข่าวคนหาย บางคนจับกลุ่มพูดกัน

เสียงในใจของนพ "ขณะที่ทุกคนกำลังสนใจข่าวฆาตกรต่อเนื่อง และการหายตัวไปของพนักงานในละแวกนี้ ผมกลับสนใจแค่คนๆเดียว...รสริน"
นพมองรสรินที่นั่งทำงาน ตรงมุมชงกาแฟ
"แม้แต่สิ่งที่ธรรมดามากๆ อย่างการนั่งทำงาน การเดิน หรือการพิมพ์งาน ทุกอย่างที่รสรินทำล้วนพิเศษสำหรับผม"
ภาพที่รสรินกำลังทำงาน เดิน และพิมพ์งานที่Office ปรากฏตามที่นพพูด
ภายในโซนกาแฟ นพต้องรีบหันหน้ากลับมาแกล้งชงกาแฟอย่างปลอมๆ เพราะรสรินกำลังเดินมา เขาหันหลังกลับเคาน์เตอร์อย่างตื่นเต้น เขาฉีกซองเททุกอย่างมั่วไปหมด
รสรินเดินมาถึงเคาน์เตอร์หยิบแก้วกาแฟ หยิบช้อน นพแอบเหล่มอง รสรินเดินมายืนใกล้ๆ เสียงหัวใจของนพเต้นตึกตัก หนักขึ้นและหนักขึ้น ก่อนที่จะเร็วไปกว่านี้เราได้ยินเสียงรสริน
"ขอน้ำตาลหน่อยค่ะ..."
เสียงหัวใจหยุดนิ่ง ไร้เสียง นพกลั้นใจตื่นเต้นมาก หยิบโหลน้ำตาลซองให้พยายามไม่มองหน้ารสริน พอรสรินรับไปเธอจึงเติมน้ำตาลไป4 ซองลงกาแฟของเธอ แล้วเดินออกไปนพปล่อยลมหายใจสุดท้องโฮกใหญ่ อย่างคลายตัว
"เสียงเพราะมาก บ้าเอ๊ย แล้วกลิ่นน้ำหอมเธอ... บ้าเอ๊ยผมไม่เคยได้กลิ่นนี้มาก่อนในชีวิต"
นพมองดูตรงแก้วกาแฟตนเอง ชงทุกอย่างหกเละเทะ
"นี่ผมเป็นอะไรไปวะ"

นพเดินถือแก้วกาแฟ จงใจผ่านจุดที่มองเห็นรสรินได้ชัดๆ นพเห็นรสรินทำงานตามปกติ ปริ้นซ์งานตามปกติ ทำทุกอย่างอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรพิเศษ
"ทุกอย่างที่รสรินทำไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่รสรินพิเศษโดยผมก็ไม่รู้เพราะอะไร... เหมือนเธอพยายามใช้ชีวิตของเธอไป โดยไม่ให้โลกรอบตัวมาข้องเกี่ยวกับเธอ ต่างจากคนหลายคนในออฟฟิศนี้ที่พยายามเป็นจุดสนใจ เป็นจุดเด่น ต้องการการถูกรัก ถูกยอมรับ"
สุชาติคุยโอ้อวดต่อหน้าเพื่อนฝูง
รสรินตยังประกอบกิจตามปกติ
"แต่รสรินต่างออกไป เธอไม่ได้ต้องการอะไรจากโลกรอบตัว"
นพไม่ได้ดูทาง เขาเดินถือกาแฟมาชนที่ประตูกระจกจนสนั่น ปัง! จนคนทั้งออฟฟิศต่างมอง นพเซจนกาแฟหกใส่เสื้อ กุ๊บกิ๊บเปิดประตูกระจกมาพอดี
"อุ่ย ขอโทษจ่ะ มาๆเข้ามาห้องชั้นหน่อย ชั้นจะเช็ดเสื้อให้"
นพเอามือยีหัวที่โขกก่อนเดินเข้าห้องหัวหน้าไปหน้าห้องกุ๊บกิ๊บ มีป้าย ‘บรรณาธิการ’ แปะอยู่

กุ๊บกิ๊บกับนพเข้ามาในห้อง ภายในห้อง เธอถอดเสื้อคลุมเห็นเสื้อรัดรูปชัด นพจำต้องหลบตา หน้าแหยๆ
"ขอโทษทีนะเรื่องประตู ทำเธอเสื้อเปื้อนหมดเลย"
"ไม่เป็นไรครับหัวหน้า"
กุ๊บกิ๊บเดินไปจุดเทียนหอม พลางพูด
"นั่งก่อนสิ" นพนั่งตาม "แล้วเรื่องวันก่อนเป็นไงบ้าง ยังมีปัญหากับคนอื่นหรือเปล่า"
"ก็.. มีบ้างครับหัวหน้า"
"ไม่ต้องคิดมากนะ" กุ๊บกิ๊บส่งเสียงยั่ว "มีอะไรก็ปรึกษาชั้นได้"
กุ๊บกิ๊บดึงทิชชู่มาสองสามตอน เธอนั่งได้วาบหวามจนนพสำลักลมหายใจตัวเอง อดตื่นเต้นไม่ได้ "ถ้าหัวหน้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ พะ พอดีมีงานค้างมากมายที่ผมต้องสะสาง"
นพจะลุก กุ๊บกิ๊บจับไหล่ให้นั่งไว้
"บอกกี่ทีแล้วว่าอยู่กันสองคนไม่ต้องเรียกหัวหน้าม่ะ ชั้นเช็ดเสื้อให้"
กุ๊บกิ๊บขยับเข้าใกล้
"เอ่อ ผม.. ไม่ชินน่ะครับหัวหน้า"
"ก็แล้วแต่ มาถอดเสื้อออกมา เดี๋ยวชั้นเช็ดให้"
กุ๊บกิ๊บทำท่าจะปลดกระดุมเสื้อนพ
"เอ่อ ไม่ดีกว่าครับ ผมว่า"
"มาเถอะ ชั้นอาสาเอง ชั้นทำเสื้อเธอเลอะชั้นก็ต้องเช็ดสิ"
"ไม่ครับหัวหน้า!"
สองคนยื้อกันไปมา
อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น กุ๊บกิ๊บรับสาย
"ค่ะหัวหน้า...ไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"
พอวางสาย กุ๊บกิ๊บหันมองหน้านพ นพยิ้มแห้งๆ ก่อนจะฉวยโอกาสออกจากห้องไป
นพออกมาจากห้อง เดินปาดเหงื่อ ถอนหายใจโฮกใหญ่
ภายในห้อง เมื่อนพออกไป กุ๊บกิ๊บแอบขำ เมื่อกี๊แค่หยอกเล่นนะ

นพกลับมาทำงานที่แผนกไอทีสักพัก มองนาฬิกา ได้เวลาใกล้เลิกงาน
ณัฐวุธถาม "เฮ้ยเลิกงานละ กลับด้วยกันป่ะ วันนี้กูแวะบอร์ดเกมส์"
"อื่ม ไม่อ่ะ มึงกลับไปก่อนเหอะ"
"เออๆ"
ณัฐวุธกลับไป นพนั่งทำงานสักพัก ไม่นานก็เห็นทางด้านนอก เห็นรสรินกำลังเก็บของกลับ นพเลยเก็บของกลับด้วย โดยหารู้ไม่ เขาทำ Flashdriveตกไว้ที่พื้น

นพเข้าลิฟต์มาพร้อมรสริน เขาใจเต้นเหมือนเดิม พอกำลังจะรวบรวมความกล้า กำลังจะอ้าปากทัก เธอก็ใส่หูฟัง ฟังเพลง นพจ๋อย นพแอบฟังเพลงที่รสรินฟังก่อนเธอจะออกจากลิฟต์ไป
ที่ชั้นล่าง ทั้งสองแยกย้ายกันหน้าลิฟต์ นพมองรสรินไปสุดตา

ภายในห้องชานนท์ดูรก เละเทะ เขาสูบบุหรี่พลางมองผนังด้านหนึ่งของห้อง ที่มีกระดานแปะอยู่ บนกระดานมีข้อมูลคนหาย โยงกับสถานที่ เขามองกลางบอร์ดที่เว้นช่องไว้ มันเขียนว่า “จุดร่วมคืออะไร?” ชานนท์คิดไม่ออก
ชานนท์เอาประวัติคนสูญหายมากางดู เขาอ่านไปเรื่อยๆก็เหมือนเจออะไรบางอย่าง เขาเปิดไปก็เห็นว่ากรุ๊ปเลือดทุกคน ระบุว่า PLT 1,989,400 มีภาวะ “เกล็ดเลือดสูง” (thrombocytosis)
ชานนท์รีบวิ่งไปที่กระดาน ไปเขียนตรงช่อง “จุดร่วมคืออะไร?” ว่า 1. ภาวะเกล็ดเลือดสูงเหมือนกัน และเขาเตรียมเขียน 2. ____/ เพื่อรอไว้
เขาเดินกลับมาอ่านแฟ้มต่ออย่างมุ่งมั่น

(ปกติ เกล็ดเลือดเป็นส่วนประกอบของเลือด เกล็ดเลือดต่ำร่างกายจะผลิตเลือดน้อย แผลอาจหายช้า ซึ่งแวมไพร์อาจมีเกล็ดเลือดสูง(ซึ่งมากกว่าคนปกติเยอะ)แผลพวกแวมไพร์จึงหายเร็วซึ่งในมุมของหมอ มองคนเกล็ดเลือดสูงเกินไปอาจจะป่วยเป็นอะไรสักอย่าง จึงเป็นเรื่องไม่ผิดสังเกตอะไร)

นพเดินตามบริเวณทางเดินหน้าตึก ฟังเพลงที่รสรินฟังอย่างอารมณ์ดี เจอหนูดีเล่นกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่
"พี่หนูดียังไม่กลับหรอครับ"
"พอดีเพื่อนพี่เอาลูกมาฝากเลี้ยงนะจ๊ะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งน้องก่อนนะ"
"เดี๋ยวผมไปส่งป่ะพี่ มันมืดนะ ทางมันเปลี่ยว"
"ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ พี่เกรงใจ นพไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกนะ เดี๋ยวพี่ไปส่งน้องเอง"
ณัฐวุธโทรเข้ามา
"นพ ไปเอาแฟลชไดร์ฟที่ออฟฟิศให้หน่อย"
"เออได้ ๆ บ้าเอ๊ย ลืมไฟล์ที่ออฟฟิศ เดี๋ยวกูกลับไปเอาให้"
พอมองเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มนพถอนหายใจและเดินย้อนกลับไป

บริเวณโซนกาแฟ รสรินกำลังชงกาแฟ ใส่น้ำตาล4 ซองเหมือนเดิม ระหว่างที่เธอกำลังใช้ช้อนคนกาแฟในแก้ว เท้าชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในโซนกาแฟ
รสรินหันขวับไปมอง ไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น
รสรินขมวดคิ้วนิดหนึ่งเหมือนรับรู้สัญญาณบางอย่าง รสรินหันกลับไปชงกาแฟต่อ
ทางด้านหลังของรสรินชายคนนั้นอ้าปากกว้างหมายจะกัดที่ต้นคอของเธอ

Office ‘EM’บริเวณส่วนกลางนพกลับมา แต่ไม่มีใครเหลือทำงานอยู่แล้ว เขาเดินไปแผนกไอที เปิดไฟ หาของอยู่สักพักก็เจอ FlashDrive ซึ่งหล่นที่พื้นอยู่ เขารีบหยิบแล้วเดินออกมา
ที่โซนกาแฟ นพเดินเข้าไปกินน้ำก่อนกลับ นพมองกาน้ำร้อนก็เอะใจ เพราะมันมีไอน้ำเกาะอยู่ เขาจับกายังร้อนจนนพสะดุ้ง!
นพหรี่ตา หยิบแว่นหน้าเตอะขึ้นมาใส่ ปากกา และสมุดโน๊ตพร้อม เข้าโหมดการสืบ
เขาใช้ก้นปากกาแตะในถึงขยะเห็นน้ำตาล สี่ซอง พลางนึกถึงภาพที่รสรินหยิบน้ำตาล 4 ซองเทใส่กาแฟ ก่อนหน้านี้ นพมองแก้วกาแฟที่ถูกชงไว้แต่ยังไม่ได้กิน
อยู่ๆ นพก็ตาโตคิดอะไรออก เมื่อนึกถึงภาพที่พนักงานเมาส์ข่าวฆาตรต่อเนื่องและการหายตัว นพเริ่มเดินหารสรินในแผนกต่างๆในตึก
"รสรินยังอยู่ในตึก และไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะทิ้งแก้วกาแฟที่เพิ่งชงไว้แบบนี้"
นพร้อนรนหารสรินจนทั่วแต่ยังไม่เจอ

ทางเดินในตึก นพพบหยดเลือดเล็ก ๆ นพเดินตามหยดเลือดไปถึงหน้าประตูบันไดหนีไฟ
"อย่าเป็นอะไรนะรสริน"
ที่บันไดหนีไฟ ที่จะมุ่งไปดาดฟ้า นพก้าวเท้าขึ้นไปตามรอยเลือดอย่างเร่งรีบ

นพเดินมาถึงประตูดาดฟ้า พอเปิดมากลับพบภาพที่ไม่คาดคิด
“เชี่...(ย)....!” นพรีบเอามืออุดปากตนเอง
รสรินกำลังจ้วงมีดใส่ชายคนหนึ่งไม่ยั้งที่ลำตัวนพอึ้งตาโต กลัวสุดขีด เตรียมตัวหนี แต่เหยียดขวดทำให้เกิดเสียงรสรินปราดตามาที่นพทันที นพเตรียมเปิดประตูรสรินปามีดมาปักประตู นพตกใจวิ่งหนีออกมาจากบริเวณประตู นพมองร่างชายที่เป็นเหยื่อ...เลือดไหล เขาตะโกนบอก
“แกเองหรอ ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่อง!”
รสรินไม่ตอบได้แต่มองนพอย่างเย็นชา ว่าแล้วเธอก็หยิบมีดอีกเล่ม เตรียมแทงชายคนนั้น
“แกจะทำอะไรน่ะ อย่านะ!”
รสรินเตรียมแทงชายคนนั้น นพหยิบของใกล้มือปาใส่รสริน จนทำให้พลาดจังหวะแทง ชายคนนั้นพลัดตกตึกไป นพช๊อก...
“แก! ไอ้ฆาตกร”
นพวิ่งไปขอบตึกเพื่อมองเบื้องล่างก็ยิ่งตกใจกว่าเดิมกับสิ่งที่เขาเห็น เขาไม่พบศพ! เขางงกับสถานการณ์
“ศพ?...หายไปไหน?!”
ทันใดนั้น รสรินก็วิ่งมาทางนพ ในมือถือมีด แล้วอยู่ๆก็ได้ยินเสียงจากข้างหลังนพ พอนพหันไปก็พบว่า ชายคนนั้น ตะกายตึกขึ้นมาแล้วกระโดดขึ้นมาบนดาดฟ้า ที่ปากของเขามีเขี้ยวสภาพไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ ก่อนที่ชายคนนั้นจะถึงตัวนพ รสรินก็วิ่งมาถึงตัวนพพอดี
 
เธอเหวี่ยงตัวนพกระเด็นไปในจุดปลอดภัย แล้วสู้กับแวมไพร์ตนนั้น

การต่อสู้นั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก จังหวะหนึ่งเธอแอบชิมเลือดแวมไพร์ตัวนั้นรสรินแทงมีดไปที่หัวใจจนมันตาย แต่เธอก็ต้องแลกมาด้วยการถูกกัดจนไหล่ฉีกแผลใหญ่โต

รสรินเจียนสิ้นสตินพได้แต่อึ้ง ช๊อก รสรินที่เจ็บสาหัสค่อยๆลากเท้าเข้ามาหานพ
“ม..เมื่อกี๊คืออะไร”
“ไปกับชั้น”
แล้วรสรินก็กระชากนพไป

รสรินขับรถมอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็ว ... ฝ่าเมือง และความมืด
นพเกาะรสรินแน่นด้วยความกลัว เธอกุมแผลที่บาดเจ็บหนักเลือดออกเยอะ แล่นฝ่าความมืดต่อไป

ณ safe house ของรสริน ทั้งสองเข้าบ้านมา นพรีบรัวถาม
“เมื่อกี๊มันคือตัวอะไร? คุณเป็นใคร? มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?”
“พวกมันเป็นแวมไพร์ ส่วนชั้นล่าพวกมัน”
“แล้วเธอคือตัวอะไร ทำไมสู้กับพวกมันได้”
รสรินยอมรับ “ชั้นเป็นแวมไพร์”
“โอเค แวมไพร์อื่ม เหมือนตัวเมื่อกี๊” นพแสร้งทำไม่ตื่นเต้น
นพไม่รอช้า วิ่งสุดชีวิตจะออกจากบ้าน รสรินเขวี้ยงของอย่างแม่นยำทำให้นพสะดุดล้ม รสรินกระโดดไปคร่อมตัวนพ
“ถ้านายหนีอีก ชั้นจะกัดนาย”
“กัดให้ชั้นกลายเป็นแวมไพร์อย่างเธอน่ะหรอ”
“การกัดมีสองแบบ หนึ่งกัดเพื่อฆ่า สองกัดเพื่อให้เป็นทาส นายเลือกแบบไหน ?”
นพกลืนน้ำลายเอือก มองหน้ารสรินดูเอาจริง เขาค่อยๆพูด
“ฟังดูเหมือนไม่ใช่ทางเลือกเลย มีข้อสามมั้ย?”
รสรินโกรธ แยกเขี้ยวพร้อมกัดนพตกใจ
“โอเคๆๆ! เอาเป็นว่าชั้นเก็ทละ ไม่หนีแล้ว”
รสรินกระอักเลือดเพราะพิษแผลการกัด รสรินลงจากตัวนพ
“นี่เธอคงโดนกัดแบบที่สองใช่ไหม?”
รสรินพยักหน้า หน้าของเธอซีดเต็มที
“ชั้นต้องรีบบอก ก่อนชั้นจะสลบไป แผลที่เห็นถ้าเป็นคนปกติจะตายไปแล้ว ที่ชั้นพานายมาชั้นต้องการให้นายช่วย”
“ช่วย? ช่วยอะไร”
“แวมไพร์ถ้าบาดเจ็บหนักต้องใช้เวลาสมานแผล 6 ชั่วโมงในการฟื้น แต่ช่วง 6 ชั่วโมงนี้ชั้นจะหมดสติไม่รู้สึกตัวเลย นายต้องดูแลร่างชั้นให้ดี อย่าให้ใครมาทำร้าย”
“แล้วใครจะมาทำร้ายเธอล่ะ มีแต่เธอไปไล่ฆ่าเค้า”
รสรินกระอักเลือดแต่จำต้องบอก
“ปกติเวลาฆ่าแวมไพร์เสร็จชั้นจะรีบทำลายศพทันที ซึ่งศพแวมไพร์จะสลายใน 24 ชั่วโมง แต่ข้อเสียคือถ้ารอถึง 24 ชั่วโมง แวมไพร์ตัวที่กัดตัวที่เราฆ่า จะตามมา”
“ทำไม?”
“มันเป็นความสัมพันธ์ทางเลือด เมื่อเลือดแวมไพร์จากอีกตัวไปสู่อีกตัว จะผูกพันกันทางความรู้สึกทันที จะแบบพี่ น้อง พ่อ แม่ หรือคนรัก นั้นแล้วแต่กรณีไป ซึ่งแน่นอนเมื่อคนที่เรารักถูกฆ่า เราต้องตามหาหรือล้างแค้น”
นพทำหน้าแย่แล้วสิ!
“อย่างนี้ก็แสดงว่า..”.
“ใช่ ใน 6 ชั่วโมงที่ชั้นพักฟื้นตัวเอง มีสิทธิที่แวมไพร์ที่เป็นคนกัดตัวที่ชั้นฆ่าจะตามมาฆ่าชั้น และนายต้องปกป้องชั้น”
“บ้าเหอะ ไม่เอาล่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าชั้นจะไม่หนี”
“แวมไพร์จะเห็นความทรงจำของตัวที่ตายได้แน่นอนจากการกินเลือดและเมื่อมันรู้ว่าใครเกี่ยวข้องกับการตาย มันก็จะฆ่าคนๆนั้น เท่ากับว่าถ้านายหนีนายตายแน่นอน ซึ่งทางเลือกที่เหลือคือปกป้องชั้นจนกว่าชั้นจะฟื้นขึ้นมาเพื่อปกป้องนาย”
“โอย ทำไมทางเลือกชั้นมีแต่ตายๆๆวะเนี่ย”
“ชั้นใกล้จะไม่ไหวแล้ว นายต้องรู้วิธีใช้อาวุธไปหยิบกระเป๋าใบนั้นมา”
รสรินชี้ไปที่กระเป๋าใบหนึ่ง นพหยิบมา เปิดออก มีสามกระเป๋าย่อย เล็ก กลาง ใหญ่ เธอหยิบอุปกรณ์พลางพูดอธิบาย
“การต่อสู้มีสามระยะ ไกล กลาง ใกล้ ไกลอาวุธที่เลือกใช้คือไรเฟิล กลางอาวุธที่เลือกใช้คือ
ดาบยาวลูกซองและปืนสั้น และสุดท้ายระยะใกล้ อาวุธที่ใช้คือมีดสั้นและสนับ ทุกอย่างทำจากเงิน”
“โอเคเข้าใจล่ะ มีอะไรที่ต้องบอกก่อนเธอจะทิ้งชั้นไปอีกไหม?”
“มี นายต้องระวังตัวให้มาก กายภาพของแวมไพร์ แต่ละตัวจะต่างกันอยู่ที่ก่อนเป็นแวมไพร์คนๆ นั้นมีความชำนาญด้านไหน เมื่อเป็นแวมไพร์ ความสามารถด้านนั้นจะถูกขับออกมาจนทะลุขีดเกินมนุษย์”
“แล้วตัวที่มามันเก่งด้านไหน”
“มันเป็นนักมายากล”
นพกลืนน้ำลายเฮือกว่าแล้วรสรินก็นอนหลับสมานตัวเอง นพจับเวลา กำลูกซองแน่นเมื่อเขาได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อยเขาก็หันปืนไปทางนั้น ซึ่งจริงๆมันก็แค่เสียงลม นพปาดเหงื่อมองที่ประตูเครียดจัด เขาผ่อนตัวเองลง
4ชั่วโมงผ่านไป
นพนั่งท่าเดิม กำอาวุธหลวมๆ เริ่มง่วง เขาเอนหัวจะวูบก็สะดุ้งตื่น เขาลุกมาสะบัดร่างกาย มองไปที่รสรินก็อดอมยิ้มในความน่ารักของเธอไม่ได้ ยิ่งหลับยิ่งน่ารัก
นพออกอาการเขินจิ้นไปเอง
แต่จังหวะนั้นเองเขาก็เริ่มรู้สึกถึงเงาดำวูบไหวด้านหลังนพเตรียมตั้งรับ
นพรีบกลับมานั่งที่เดิม เล็งปืนลูกซองไปในความมืดที่ระแวง
“ค..ใครน่ะ”
ไม่มีเสียงตอบกลับ ทันใดนั้นความมืดด้านหน้าก็เริ่มมีเสียงบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินนพยิงปืนไปหนึ่งนัด ปัง! เงียบ...ไม่มีเสียงตอบ /อยู่ๆนกพิราบหลายตัวก็บินออกมาจากเงามืด นพตกใจยิงไปอีกหนึ่งนัด ปัง! ไม่มีเสียงตอบ
นพหันไปทางโต๊ะทรงสูงตัวหนึ่งในเงาสลัว เห็นเท้าและขาชายคนหนึ่งยืนอยู่
“ก...แก กลับไปซะ ถ...ถ้าไม่อยากตาย”
ชายคนนั้นเดินออกมา แต่กลายเป็นว่ามันกลับมีแต่ท่อนล่าง นพตกใจตาโต
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเตือนใกล้หู
แวมไพร์นักมายากลว่า“ปืนมันไม่ใช่ของเล่นของมือสมัครเล่นนะไอ้หนู”
นพสะดุ้งตกใจ ท่อนบนของเขาดันอยู่ข้างหลังนพ
นพเตรียมหันปืนกลับไปยิง เขาคนนั้นคว้าปืนไปอย่างไว แวมไพร์ตนนั้นผลักนพกระเด็น เขาเดินออกมาจากเงามืด จึงเห็นเต็มตัวชัดว่าเป็นชายชุดสูทดำผิวขาวซีดเขายิ้ม ก่อนจะทำหน้าเหี้ยม ยิงปืนอีกหลายนัดอัดพื้นขู่ ปัง ปัง ปัง! เขาเดินมาใกล้ นพกลัว ชายคนนั้นเล็งลูกซองจ่อตรงหน้านพ ก่อนใช้นิวจับที่ไก ทันใดนั้นเขาก็เหนี่ยวไก นพหลับตาปี๋ แต่สิ่งที่ออกมากลับเป็นกุหลาบแดงออกมาจากปากกระบอก
“แค่อุ่นเครื่องน่ะ”
เสียงดนตรีตื่นเต้นดัง นพใช้จังหวะนี้วิ่งหนีไปหยิบอาวุธอื่น เขาหยิบปืนสั้น หันมาจะยิงแวมไพร์ตนนั้น ทันใดนั้นเขาก็เคลื่อนตัวมาไว เตะปืนสั้นกระเด็น
“เอาใหม่!”
นพหยิบดาบยาวมา ฟันเข้าที่ลำตัวของเขา แต่มันกลับกลายเป็นแค่เศษผ้า เมื่อผ้าหล่นลงพื้น ก็เห็นชายคนนั้นยืนอยู่ข้างๆเศษผ้านั้น เขาเตะดาบออกจากมือนพ
“เอาจริงละนะ!”
ชายคนนั้นเปลี่ยนแววตา คว้าไพ่จากอากาศแล้วปาเข้าใส่นพ! นพหลบถัดตัวหนีทัน มันปักที่ผนัง จึงเข้าใจว่ามันคมเขาไม่รอช้าเดินมาหานพตรงๆ พร้อมหยิบไพ่จากอากาศมากมายปาใส่เขา นพถูกบาดจนเลือดออก หลบทันบ้างไม่ทันบ้าง และเมื่อกำลังจะถึงตัวนพ
นพถอยมาเรื่อยๆจนมือควานไปเจอปืนสั้นที่ถูกเตะเมื่อตอนแรก นพฉวยโอกาสรีบคว้ามาจะยิงสวนกลับ ฉับพลัน ไพ่ใบสุดท้ายถูกปาใส่มือนนพจนปืนตกอีกครั้ง!!
“แกนี่มันชอบเล่นปืนจังนะ! ก็ชั้นบอกแล้วไงว่ามันไม่เหมาะ กับมือใหม่ มืออาชีพเขาเล่นกันแบบนี้!”
ว่าแล้วแวมไพร์หนุ่มก็ควักมือที่ทำเป็นรูปปืนออกมาจากกระเป๋า สองมือ เขาขยับนิ้งโป้งทำท่าง้างนก ภาพจับไปที่นิ้วชี้ที่งอนิ้วเตรียมลั่นไก นพตาโต ฉับพลันแวมไพร์หนุ่มก็กดไกในอากาศ ปัง!มันมีการถูกยิงออกมาจริงๆ นพวิ่งหนี แวมไพร์ตัวนั้นยิงไล่ ข้าวของกระจาย นพหนีหัวซุกหัวซุนจนอยู่ๆเขาก็วิ่งมาชนกับใครคนนึง นพล้มลง พอเงยหน้ามองปรากฏว่าเป็นแวมไพร์นักมายากลตัวนั้น เขายิ้มน่ากลัว พร้อมชี้มือที่ทำท่าปืนมาจ่อหัวนพ
“โชว์จบแล้ว หลังชั้นฆ่าแกเสร็จค่อยฆ่านังนี่เป็นรายต่อไป”
และก่อนที่เขาจะลงมือยิง อยู่ๆก็ได้ยินเสียง ปัง! สนั่น ร่างของชายคนนั้นจะกระเด็นติดกำแพง นกหลายตัวบินออกจากเสื้อของแวมไพร์มายากล
อยู่ๆก็ปรากฏชายอีกคนที่เป็นคนยิงเดินเข้ามา เขาคือ แจ๊ค
แวมไพร์นักมายากลคนนั้นเตรียมเล็งปืนมือมาที่แจ๊ค แจ๊ครีบเคลื่อนที่มาไวมาเผชิญหน้าแวมไพร์ตัวนั้นจนสะดุ้ง พร้อมจับมือในท่าปืนเขามาจ่อหัวตัวเอง เขาพูดด้วยแววตาน่ากลัว
“กลแกมันก็ไว้หลอกเด็กเหมือนกัน”
ว่าแล้วเขาก็หักมือของนักมายากล
“แกต้องเจอกล...”
ฉึก! ชายคนนั้นถูกมีดสั้นแจ๊คแทงที่หน้าอก ทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบ
“โทษที ชั้นไม่ชอบกลของแก”
แล้วแวมไพร์ตัวนั้นก็ล้มตึงไปกองกับพื้น ตายคาที่ แจ๊คดึงมีดออกมา นกบางส่วนบินออกมาจากเสื้อ โดยใบหน้าแจ๊คนั้นช่างเรียบเฉย
เมื่อฆ่าเสร็จ เขาหันมามองนพด้วยหางตา นพโล่งใจ
“ขอบคุณที่ช่วยผม”
“ใครบอกว่าชั้นช่วยแก”
แจ๊คมองที่ร่างรสรินครู่หนึ่ง ก่อนหันมามองนพด้วยแววตาน่ากลัว เขากำมีดในมือแน่น เดินมาที่นพ

นพหน้าซีด เขากลืนน้ำลายเอือก ด้วยความกลัว

เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นถนนรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง มันวิ่งเร็ว

นพ นิ่งคิด มองไปเบื้องหน้า
เสียงในใจนพ “มีคำถามมากมาย ทำไมต้องเป็นผม ทำไมผมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้? และทำไมผมถึงยังไม่ตาย? เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันคืออะไร ...และผู้ชายเมื่อคืนคือใคร”
เหตุการณ์คืนก่อน

แจ๊คใบหน้าเรียบเฉย เพิ่งฆ่าแวมไพร์ตัวนั้นไปเมื่อฆ่าเสร็จ เขาหันมามองนพด้วยหางตา นพโล่งใจ
“ขอบคุณที่ช่วยผม”
“ใครบอกว่าชั้นช่วยแก”
แจ๊คมองที่ร่างรสรินครู่หนึ่งด้วยแววตารู้สึกบางอย่างก่อนหันมามองนพด้วยแววตาน่ากลัว เขากำมีดในมือแน่น เดินมาที่นพ
นพหน้าซีด กลืนน้ำลายเอือกด้วยความกลัว เขาหลับตาจังหวะที่คิดจะตาย แล้วอยู่ๆแจ๊คก็เดินผ่านออกไป เขาทิ้งเพียงคำพูด
“บอกรสรินว่าหยุดตามหาความจริงซะ”
เสียงในใจนพมีคำถาม “ผมไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร ทำไมเขาถึงไม่ฆ่าผม”
แจ๊คไม่ตอบ ได้แต่เดินออกไปอย่างเท่ๆ ทิ้งนพให้งงอยู่กับศพและรสริน

รถรสริน ที่นพขับแล่นไปด้วยความเร็ว
นพ เข้าโค้งด้วยความเร็วรสรินก้มโอบเอวเขาไว้
นพ... แอบยิ้มปลื้มในโอกาส
“ส่วนเรื่องรสริน....ผมยอมรับว่าผมชอบเธอ แต่เอาจริงๆ... หมอนั่นน่าจะฆ่าผมซะตั้งแต่วันนั้น ทำไมน่ะหรอครับ...”
จู่ๆ รสรินก็ปาขวด ใส่กลุ่มนักเลงที่จับกลุ่มกันริมทาง
นพ. เหวอ
“เฮ้ย! เธอทำบ้าอะไรของเธอ”
“ โชคดี”
นพตกใจ รสรินโดดหายไปซะอย่างงั้นชาวแก๊งค์เข้าใจว่า นพเป็นคนปา
นักเลงโพล่ง“อ่าวไอ้จืด วอนตีนแล้วมึง”
นักเลงกรูวิ่งกันมาทางนพ นพเหวอ
ว่าแล้วหมัดแรกก็ถูกประเคนมาที่ปลายคางนพ
“ครับ...นี่คือการฝึกครั้งแรกของผม เธอบอก...จะให้ผมเป็นผู้ช่วยเธอโดยไม่มีทักษะอะไรติดตัวก็คงไม่ใช่ เธอหวังดี เลยอยากมอบทักษะการต่อสู้ให้ผมผมว่าเธอนี่ล่ะ หายนะของจริง”
ถึงโหมดบู๊นพก็โดนรุม สู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่หนักไปทางสู้ไม่ไหว
ไกลออกไป รสรินยืนกอดอกมองดู
“นี่แหละครับ เหตุผลที่ผมมาอยู่ตรงนี้ ยินดีต้อนรับสู่โลกของรสรินครับ”

ภายในห้องทำงานชานนท์เดินวนเวียนหน้ากระดานสืบ เขามองรูปถ่ายที่เกิดเหตุซึ่งถ่ายมา ชานนท์พูดกับจ่าพิชิตและจ่าเหลิมที่ยืนใกล้ๆ
“ตอนไปที่เกิดเหตุ ตึกตรงข้ามเค้าว่าไงนะจ่า”
“ให้การว่าเห็นคนสู้กันตอนดึกครับ แต่ไม่ชัดเท่าไหร่” จ่าพิชิตว่า
“เดือนก่อนก็มีแจ้งคนหายที่ละแวกใกล้ๆ อาทิตย์ก่อนก็เกิดเรื่องที่ตึกนี่...อื่ม”
ชานนท์เดินสำรวจมองหาทุกแง่มุม อยู่ๆเขาเห็นอะไรบางอย่างที่รูปใบหนึ่งเป็นรอบบิ่นที่พื้น เป็นรูป สามเหลี่ยม
“แล้วรอยสามแฉกนี่มันอะไรจ่า” ชานนท์ถาม
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ เป็นรอยเพิ่งเกิดใหม่อยู่ที่พื้น”
มันคือร่องรอยการต่อสู้ของรสรินกับแวมไพร์ตนนั้น
ชานนท์ทำหน้าสงสัย
“ผมว่าวันนี้เราไปสอบปากคำพวกพนักงานตึกนั้นเพิ่มหน่อยดีกว่า เผื่อจะได้อะไรเพิ่มเติม”
จ่าพิชิตกับจ่าเหลิมรับคำ “ครับผู้กอง”
ชานนท์หยิบเสื้อคลุมเดินออกไป สองจ่าเดินตามไป

บางมุม ภายในออฟฟิศ ตำรวจกำลังเก็บข้อมูล จดๆถามๆ
อีกมุม พนักงานก็กำลังเอาของออกจากกล่องลังที่ย้ายมาใหม่
กุ๊บกิ๊บพูดรวมๆกับพนักงานทุกคน
“พี่ๆตำรวจเค้ามาสอบปากคำ ทุกคนให้ความร่วมมือหน่อยนะ กล้องนี่อย่าวางเกะกะหลบๆหน่อยจ่ะ”
พนักงานบางคนลากกล่องเก็บตาม
กลุ่มของออมไนท์แป้งคุยกัน มองไปที่ประตูห้องประชุมห้องหนึ่ง ซึ่งปิดม่านเงียบ
ออมบอก“นี่แก ตำรวจเรียกคนไปสอบปากคำตั้งหลายคนตกลงเค้าได้เบาะแสบ้างป่าววะ”
“ชั้นก็อยู่กับแกตรงนี้เนี่ย จะไปรู้หรอ” ไนท์ว่า
แป้งกลัว“ฮือ แป้งว่ามันน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆแล้วอ่ะ ฆาตกรมันต้องอยู่แถวที่เราๆ ทำงานแน่ๆเลย ฮือ...”
หนูดีเดินมาพอดีพร้อมของฝาก
“นี่ อย่าเพิ่งคิดมากเด็กๆ มาๆกินหนมกัน พี่เพิ่งลงไปตลาดนัดข้างล่างมา มีไข่นกกระทาของชอบน้องแป้งด้วยนา”
ทุกคนลืมเรื่องน่ากลัว กรูกันไปกินขนมหนูดีอย่างมีความสุข
อีกด้าน ... ประตูห้องประชุมเปิดออก รปภ. เดินออกมา ชานนท์เดินตามออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก จ่าเหลิมเดินมาพอดี
“เป็นไงบ้างครับผู้กอง”
ชานนท์ส่ายหัว “ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ แล้วของจ่าล่ะ”
“อาทิตย์ก่อนตอนพวกผมมาที่เกิดเหตุ ภาพในกล้องวงจรปิดกับข้อมูลสแกนบัตรพนักงาน หายไปหมดเหมือนมีคนลบทิ้งครับ”
“วันนี้พวกผมเลยมากู้ข้อมูล แต่ก็กู้ไม่ได้” จ่าพิชิตบอก
“อื่ม...งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันจ่า”
ชานนท์และลูกน้องตำรวจแยกย้ายกลับ
อีกทาง ... รสรินเดินมาพอดี จ่าเหลิมเห็นก็ทัก
“เอ๊ะ นี่คุณยังไม่ได้ให้ปากคำเลยหนิ”
รสรินมองตาขวาง หนูดีอยู่ใกล้ๆพอดีก็ออกตัวแทน
“น้องเค้าไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ เพิ่งมาทำงานใหม่”
จ่าเหลิมเห็นนพที่ใช้น้ำแข็งประคบหน้า เดินผ่านมา แล้วจำได้
จ่าเหลิม“อ้าว อยู่ออฟฟิศนี่เหรอ อย่างนี้น่าจะให้สเก็ตหาคนร้ายคดีนี้หน่อยนะ”
นพเลิ่กลั่ก รสรินมองนพ ชานนท์เองก็มองนพเช่นกัน
“แซวเล่นน่า ขำๆ” จ่าเหลิมว่า
“ครับ ๆ”
นพเดินผ่านจ่าเหลิมแล้วสีหน้าเปลี่ยนเป็นเข้ม
นพเดินออกมาจากแผนกไอทีสวนกับชานนท์ ชานนท์มองนพอย่างไม่ได้เอะใจอะไร รสริน
ปรายตามองชานนท์อีกทาง

ที่โซนกาแฟ นพหน้าตาปูด ประคบน้ำแข็ง ด้วยความเซ็ง
รสรินอยู่ใกล้ นพพยายามขยับหนี
“จะไปไหน”
“เปล่าครับ”
“นี่ถ้าไม่ได้ชั้นช่วยไว้ นายแย่แน่”
“ช่วยเหรอ! เธอรึเปล่า? ที่โยนชั้นไปหาพวกมัน”
รสรินไม่ฟัง
“ชั้นช่วยนายแล้ว ถึงเวลานายต้องทำตัวเป็นประโยชน์แล้วชั้นได้ข่าวว่านายเสก๊ตภาพเก่งนี่”
“หืม”

ผ่านเวลา...
นพนั่งหน้าคอมพิวเตอร์พิมพ์อะไรก๊อกแก๊ก
“เธอใช้ความสามารถผม ในการช่วยหาแวมไพร์ที่เธอตามล่า..โดยเบาะแสที่เธอให้ผม มีเพียงความทรงจำที่เธอได้จากการชิมเลือด...ของแวมไพร์ที่เธอฆ่า”
ภาพที่เธอชิมเลือดจากแท่งสังหารแวมไพร์บนดาดฟ้า
บนโต๊ะมีสมุดโน้ตของนพ ในนั้นเขียนตัวหนังสือ และสเก็ตช์สถานที่แบบง่ายๆ
“ไม่ว่าเบาะแสนั้นจะเป็นแค่ใบหน้า ตัวหนังสือ ป้ายชื่อหรือสถานที่ ผมทำหน้าที่ เปลี่ยนมันเป็นภาพ”
นพสเก๊ตช์ภาพเสร็จก็ยกมันขึ้นดู
“ต่อจากนั้นก็ต่อเติมเรื่องราว...เหมือนจิ๊กซอว์ โดยใช้เครื่องมือที่บ้านไหนก็มี
ภาพตัดมา... เสียงพิมพ์ก๊อกแก๊กตลกๆหลังค่อมๆ
ที่หน้าจอเห็นนพเปิด Google
แล้วนำตัวหนังสือ หรือป้ายชื่อในภาพสเก๊ตช์ ป้อนลง Google ->มันแสดงผล Map
เขาเข้า Street View ต่อไป เลื่อนหาไปเรื่อยๆตามถนน ...
นพยกภาพสเก๊ตช์ เทียบกับภาพในจอคอมที่เขาค้นหา สถานที่ทาบตรงกันเป๊ะๆ
“เมื่อได้สถานที่ รสรินจะรู้เองว่าควรมองใคร..ทั้งหมดนี้จะเป็นเบาะแสเกี่ยวกับน้องสาวเธอ”
นพหันมองรสรินที่นั่งในมุมไม่ไกลนัก เธอนั่งทำงานเฉยเมยไม่นาน... รสรินปราดตามองมาทางนพ นพรีบหลบตาตลกๆ
พอนพจะหันกลับไปมองอีกที ก็กลายเป็นว่า มีสุชาติ ยืนตรงหน้าเขาแทน ทำให้นพ ผวาทั้งตัว สุชาติเดินมา
“เฮ้ย!! พี่ชาติ ช...”
“คุณนพ สองสามวันมาเนี่ยคุณเป็นอะไร ตั้งแต่ย้ายมาตึกใหม่ก็เอาแต่เหม่อ งานการไม่แตะ”สุชาติมองจอนพ “แล้วนี่คุณทำอะไรอยู่ ....มันใช่งานที่บริษัทไหม เป้าหมายองค์กรคืออะไรคุณสะกดเป็นไหม?”
“คือ”
“คือ คืออะไร จะแก้ตัวอีกแล้ว จะปฏิเสธอะไรอีก พอ อย่ามัวอู้ทำงาน!”
นพพยักหน้ารับ รีบก้มหน้าทำงานต่อ
รสรินหันมาเห็น ก็ดีดยางลบใส่หัวสุชาติ จนสุชาติหยุดพูดนพเห็นว่ารสรินทำ ก็แอบขำ แล้วเธอก็ทำหน้านิ่งไม่มีพิรุธใดๆ
ส่วนตาสุชาติก็โวยวาย หาตัวคนปายางลบใส่ตน บางคนขำ

ในที่รกร้าง เสียงปืนยังดังต่อเนื่อง นพยิงเป็นชุด มันก็ไม่ได้พัฒนาไปจากเดิม ถูกกระป๋องถูกผนังมั่วไปหมด เขาพลางถามรสริน
“นี่อย่าว่าโง้นงี้เลยนะ เห็นในหนังอ่ะ แวมไพร์ถูกแดดไม่ได้เธอถูกแดดได้ป่ะ”
รสริน ยังโฟกัสที่การฝึกแต่ตอบ “ถูกได้ แต่ผื่นขึ้น เหมือนคนเป็นภูมิแพ้”
“โห ผิวคุณหนูจัง”
รสรินมองนพหน้านิ่ง ทำนองว่าไม่ตลกด้วย
“โอเค” นพทำท่ารูดซิปปาก แล้วไม่นานสงสัยก็รูดซิปเปิด
“เอ่อ ล.... แล้วเธอต้องกินเลือดทุกมื้อมั้ย?”
รสริน ตอบส่งๆ เพราะสนการฝึกมากกว่า “อาทิตย์ละครั้ง”
“แล้วเอาเลือดจากไหน?”
“ขโมยจากโรงบาล” รสรินว่า
“โห่ หากินลำบากนะเนี่ย”
“นี่นายช่วยตั้งใจหน่อยได้มั้ย”
นพยังดูไม่ตั้งใจ
“แล้วกลางคืนเธอต้องนอนมั้ยอ่ะ?”
“นอน”
รสรินหงุดหงิด มองค้อนนพ นพเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวก็ยิ้มแหย จังหวะหนึ่งนพถือปืนไม่มั่น รสรินมาช่วยประคองและเล็งจากด้านหลัง นพเขินหลบตายิงจนหมดแม๊ก เสร็จรสรินจึงถอยออกมา
ที่เป้าตุ๊กตา มันไม่ค่อยโดนเป้ากลาง
“สอนนายเหมือนสอนเด็ก เปลืองกระสุนชะมัด”
“แหม เธออายุเท่าไรกันเชียว” นพมองสำรวจรสริน “ดูเธอก็น่าจะไม่ห่างจากชั้นนักหรอก”
“อายุคน 27 อายุแวมไพร์ 51 รวมกัน 73”
นพกลืนน้ำลาย ตกใจในอายุ
“เอาเป็นว่าชั้นก็เรียกเธอเหมือนเดิมละกัน เน๊อะรสริน”

นพเนียนเดินออกไป รสรินเดินตามออกไป

ท่ามกลางบรรยากาศห้องทำงานชานนท์ เขาทำงานจนเช้าไม่นานมีโทรศัพท์เข้ามา เขารับโทรศัพท์พลางเขียนโยงคดีไปด้วย

เสียงแม่ชานนท์ในสาย “ไอ้หมูเป็นไงบ้างลูก เงียบเชียว ไม่โทร.หาแม่บ้าง”
“โทดทีครับแม่งานยุ่งๆ มีคดีใหม่เข้ามาอีก” ชานนท์ว่า
“ดูแลตัวเองนะลูก แล้วพวกแฟ้มงานน่ะหัดเก็บซะบ้าง เหลือที่เผื่อพักบ้าง”
อยู่ๆกองแฟ้มงานที่กองๆกันไว้ก็ไหลถล่มลงมา
“แม่ว่าลูกหาเมียซักคนดีมั้ยลูก จะได้มีคนช่วยดูแลแม่ล่ะห่วงจัง”
ชานนท์สำลักกาแฟ “โอ้ยแม่ ผมโอเคมากๆมากๆๆๆอยู่คนเดียวแบบนี้ดีที่สุดแล้วแม่ ... ครับแม่ ... คร้าบ แก่แล้วขี้บ่นจังเลย แค่นี้นะครับ”
ชานนท์วางสายไปแบบยิ้มๆ เขาเตรียมจะลงกระดานต่อ อยู่ๆมีเสียงเคาะประตูชานนท์ตะโกนให้เข้ามา พอใครคนนั้นเข้ามา ก็เห็นมู่ยืนยิ้มแป้นอยู่
“เธออีกแล้ว!”
“หวัดดีค่ะรุ่นพี่”
ชานนท์จะปิดประตูใส่ แต่มู่ขวางไว้ทันและเดินเข้ามาตามชานนท์
ชานนท์เดินหนี "นี่เธอ ถามจริงงานในกรมไม่มีบ้างหรอ"
"หัวหน้าให้ชั้นมาทำงานคู่กับรุ่นพี่ค่ะ"
ชานนท์ตกใจ
"เฮ้ย! ชั้นทำงานคนเดียวโอเคแล้ว คล่องตัวดี ไม่มีอะไรมาถ่วง"
มู่ยื่นเอกสาร
"นี่เป็นเอกสารรับรองการย้ายหน่วยค่ะ และหัวหน้าบอกว่าให้ชั้นเรียนรู้การทำงานจากรุ่นพี่ และรับรองว่าชั้นไม่ทำตัวเป็นตัวถ่วงรุ่นพี่แน่"
"ชั้นต้องโทร.หาหัวหน้า"
ชานนท์กำลังจะโทร. แต่มู่ยื่นเอกสารมาให้ชานนท์
"นี้เป็นเอกสารการย้ายหน่วยค่ะ หัวหน้าบอกให้ชั้นยืนยันหลักฐานและบอกให้รุ่นพี่สอนงานชั้น" มู่เสียงมุ่งมั่น "ชั้นต้องการเป็นตำรวจที่เก่ง ไร้เทียมทาน"
ชานนท์ ส่ายหัว
ชานนท์พูดบ่นคนเดียว "ยัยนี่พูดเป็นการ์ตูนไปได้"
"ชั้นสอบได้ที่หนึ่งของรุ่น ตอนนี้ชั้นต้องการแค่ประสบการณ์จริง หัวหน้าบอกว่า คนที่จะมอบ
ประสบการณ์ให้ชั้นได้ดีที่สุดคือรุ่นพี่"
ชานนท์วางโทรศัพท์ นั่งลงเก้าอี้ ยีหัว
"ชั้นรู้ว่ารุ่นพี่ไม่เต็มใจ แต่ชั้นจะฝึกฝน และอดทน รับรองจะไม่ทำให้รุ่นพี่ลำบากใจแน่นอน"
"เธอมานี่ล่ะ ทำชั้นลำบากใจ!"
มู่ยิ้มรับ ชานนท์เหนื่อยใจ

บรรยากาศออฟฟิศกลับมาทำงานกันตามปกติ ที่แผนกไอที นพกำลังทำบางอย่างที่โต๊ะ เขามองภาพสเก๊ตช์อย่างครุ่นคิด
พินิจเป็นพิเศษไปที่ปานวงรีของมือเด็กในรูป สิ่งที่รสรินเห็นตอนชิมเลือด และภาพเห็นในสมุดสเก๊ตช์เป็นภาพเดียวกันทั้งเหตุการณ์และสถานที่
มุมมองหนึ่ง... กำลังกัดหนูดี ภาพการขัดขืนของหนูดีแต่ก็ไม่รอดเงื้อมมือของเจ้าของสายตานั้น
ภาพเตียงโรงพยาบาล ที่มีหญิงสาวคนหนึ่ง ถูกมัดเหมือนทำการทดลอง ในมุมหันหลัง หนูดีกำลังป้อนบางอย่างให้สาวอีกคนกิน เธอขัดขืนอย่างทรมาน

ห้องโรงพยาบาล เป็นภาพที่มีขับรถมาส่งหนูดี เธอลงจากรถเก๋งด้านฝั่งคนนั่ง พร้อมอุ้มเด็กคน
หนึ่ง เราเห็นแต่หน้าเด็กคนนั้น หนูดีเดินเข้าไปในอาคารหนึ่ง ที่น่าสังเกต เด็กคนนั้นมีปานรูปวงรีที่ข้อมือ
บริเวณหน้าออฟฟิศ ณัฐวุธเห็นนพครุ่นเครียดมากก็หันมาก็ถาม
"นี่มึงยังไม่เลิกเล่นบทนักสืบไขคดีปริศนาอะไรของมึงอีกหรอวะ เดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอก คราวที่แล้วไม่เข็ดช่ะ"
"กูไม่ได้เล่น กูกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญกว่านั้นมากเว้ย"
"อื้อหืม ยิ่งใหญ่มากมึง เฮ้อ ห้องนี้แม่งมีคนกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อยู่เว้ย"
นพขยับแว่น มองจอ "รู้มั้ย บางคนน่ะ สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในโรงรถบ้านเค้า มึงก็รู้ว่า เขาคือใคร"
"อื่ม กูรู้"
"แล้วรู้ไหมว่า คนอีกคนก็สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่หอพักเล็กๆในฮาร์วาร์ด ซึ่งมึงก็รู้ว่าเขาคือใคร"
"อื่ม นั่นกูก็รู้"
"แล้วมึงรู้มะว่า กูน่ะกำลังสร้า..." นพยังพูดไม่จบ
"พอเลยมึง ไม่ว่ามึงกำลังสร้างอะไร แต่สุดท้ายตำรวจก็เป็นคนที่ได้หน้า เข้าใจนะว่าชอบหนังนักสืบ แต่มึงหยุดหาเรื่องเจ็บตัวบ้างได้ไหม"
นพมองที่ปานวงรี เขามองรูปหนูดีอุ้มเด็ก อยู่ๆก็นึกอะไรออก
"เชี่ยละ!"
อยู่ๆนพก็รีบลุกออกไปพร้อมไอแพด
"อ้าวเฮ้ย! ไปไหน!"
นพออกประตูไปอย่างไว
"เชี่ย พูดมาตั้งนานไม่ฟังกูเล๊ย"

ต่อมา รสรินเลื่อนดูไอแพด เป็นหญิงวัย 40 กว่าๆคนหนึ่งใน Facebook เธอเลื่อนมาอีก
รูปผู้หญิงคนนั้นอุ้มเด็กที่มีปานวงรีที่ข้อมือ ข้างๆเธอเป็นเหล่าชาวออฟฟิศ มีนพอยู่ในนั้นด้วย
หน้านพไม่ค่อยสู้ดีนัก ผิดกับรสรินที่หน้าเรียบเฉย
"ชั้นก็เพิ่งนึกออก ปานที่มือเด็กน่าจะเป็นของลูกพี่หนูดี ปานแบบนี้ป่ะที่เธอเห็น"
"ใช่ แบบนี้แหล่ะ งั้นผู้หญิงคนนี้ก็น่าจะเป็นแวมไพร์ที่ชั้นต้องฆ่า"
นพอึ้งอยู่ "พี่หนูดีเนี่ยนะเป็นแวมไพร์"
"ก็เป็นไปแล้ว" รสรินยังเลื่อนจอไปเรื่อยๆ "นอกจากเป็นแวมไพร์แล้วก็แม่ลูกหนึ่ง พนักงานดีเด่น ...ลงมือคืนนี้เลย"
นพรีบดึง Ipadคืน
"เธอจะบ้าหรอ! ชั้นไม่ยอมนะ ถึงเค้าจะเป็นแวมไพร์ แต่เค้าก็เป็นคนดีนะ"
"ดียังไง?" รสรินถาม
"ก็ ก็ เป็นแม่ลูกหนึ่ง พนังงานดีเด่น ไง"
"เป็นแม่คนก็เรียกว่าดีได้เหรอ เป็นพนักงานดีเด่นก็แปลว่าดีเหรอ ชั้นได้ข่าวมาว่า
ปีนี้ พี่สุชาติ ก็จะได้เป็นพนักงงานดีเด่นอยู่นะ"
นพเถียงไม่ออก
"ต....แต่ตั้งแต่เปิดออฟฟิศมา ชั้นยังไม่เคยเห็นพี่หนูดีมีปัญหากับใครเลยนะ"
"ก็ชั้นคนแรกไง"
"ไม่ได้นะ เธอจะฆ่าพี่หนูดีไม่ได้ ขอเลือดกันดีๆไม่ได้หรอ อย่าฆ่ากันเลยนะ นะ"
"เลือดเป็นสิ่งที่แวมไพร์หวงแหนที่สุด แวมไพร์ไม่ให้เลือดง่ายๆแบบที่นายคิดหรอก"
นพถอนใจ นิ่งคิด
"แล้ว...ถ้าเธอฆ่าคนผิดล่ะ"
"นั่นมันปัญหาของชั้น หาข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตประจำวันพี่หนูดีเพิ่มเติมมาให้ชั้นที ชั้นจะได้เลือกวันลงมือ อ่อ ขอข้อมูลคืนนี้นะ"
แล้วรสรินก็เดินออกไป นพหนักใจไม่เบา

บริเวณหน้าคอนโดฯ นพเดินกลับมาด้วยอาการหงอยๆ แต่ก่อนจะเดินเข้าคอนโดฯ เขาเจอใครคนหนึ่งรออยู่ คือรสริน
รสรินนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์เท่ๆ นพเดินมา
"ชั้นยังยืนยันเหมือนเดิมนะ พี่หนูดีเป็นคนดี เธอไม่ควรฆ่าเค้า"
"ชั้นอยากได้ข้อมูลอื่นที่นอกเหนือจากความดีน่ะ"
"เธอรู้มั้ย ตอนที่ชั้นเข้างานใหม่ๆ ชั้นไม่มีเพื่อนสักคน พี่หนูดีเป็นคนเดียวที่ช่วยชั้น คอยสอนงานให้ชั้น ชั้นย้ำอีกครั้ง ว่าอย่าทำอะไรพี่หนูดี"
"สุชาติก็สอนงานชั้น ช่วยงานชั้น นี่แสดงว่าสุชาติโอเคใช่มั้ย" นพนิ่งไป "รู้มั้ยนายมันใจอ่อนเกินไป โลกของแวมไพร์นายจะพลาดไม่ได้ นายต้องเด็ดขาด"
นพขำอย่างเจ็บๆ
"เธอมันเลือดเย็น รู้ตัวมั้ย อื่ม... ก็เธอไม่ใช่มนุษย์นี่นะ เลยไม่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์"
รสรินนิ่งไปชั่วขณะ เธอตัดสินใจพูดบางอย่างอย่างโมโห
"ชั้นตามหาน้องสาวมา51ปี เนี่ยนะไม่มีความรู้สึก"
นพอึ้งไป
"แวมไพร์ที่ชั้นฆ่าทั้งหมดมันเหมือนจิ๊กซอร์ที่ชั้นต้องต่อให้เต็ม พวกมันต้องรับผิดชอบ" รสรินมองนพด้วยแววตาเจ็บแค้น "ชั้นจะไม่หยุดจนกว่าจะเข้าใกล้ความจริง ถ้านายขวางชั้นอีกชั้นก็คงต้องฆ่านาย"
รสรินสีหน้าเอาจริงและเจ็บปวด นพนิ่งไป
"ทำสิ่งที่นายควรทำซะ"
ก่อนรสรินจะสตาร์ทรถและขับออกไป ทิ้งนพมองเธอไปสุดสายตา
แววตานพเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น

มหานครเมืองใหญ่ ตึกสูงใจกลางเมืองดูหรูหราตึกหนึ่ง ขึ้นป้าย Center Care Group
C.C.G
ภายในห้องหรูชั้นบน วิวดี หนุ่มใหญ่ดูภูมิฐานอย่าง “มหาสมุทร” กำลังให้สัมภาษณ์รายการ เขาอยู่ในมาดดีดู น่าเชื่อถือ
พิธีกรถาม "นอกจากเครือโรงพยาบาล Center Care ของคุณมหาสมุทรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว ได้ข่าวว่าคุณมหาสมุทรจะมีโครงการวิจัยทางการแพทย์ใหม่ออกมาในต้นปีหน้า ที่จะมีประโยชน์กับผู่ป่วย"
"ใช่ครับ ตอนนี้ทางเครือของเรากำลังเริ่มทำวิจัยอยู่ เป็นโครงการที่เกี่ยวกับเลือด ตอนนี้ผม
คงบอกได้เท่านี้ ถ้าหากโครงการนี้เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนเมื่อไหร่ ผมรับรองคนทั้งโลกต้องเซอร์ไพรส์แน่นอน"
"พูดอย่างนี้ดิชั้นชักอยากเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้วสิคะ"
มหาสมุทรยิ้มสุขุม
มหาสมุทรพูดอย่างติดตลก "ตอนนี้ให้สัมภาษณ์ได้เท่านี้ก่อนครับ"
พิธีกรและมหาสมุทรหัวเราะ
"เอาล่ะค่ะ คิดว่าวันนี้เราคงเห็นมุมมองความคิดของคุณมหาสมุทรเจ้าของเครือโรงพยาบาลเอกชนที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศแล้วนะคะ ยังไงวันนี้ขอขอบคุณ คุณมหาสมุทร เตะชะเจริญสุข ที่มาร่วมรายการกับเราด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ"
สองคนไหว้ก่อนภาพจะถอยออกมา จนเห็นทีมงานจำนวนหนึ่ง บางส่วนปิดการบันทึกภาพ นักข่าวถอดหูฟัง ยังนั่งคุยกับมหาสมุทร
"วันนี้ดีใจนะคะที่ได้มาสัมภาษณ์คุณมหาสมุทร ชั้นไม่ค่อยเห็นนักธุรกิจคนไหนบริจาคเงิน
ให้มูลนิธิต่างๆ เยอะขนาดนี้ แถมยังรับอุปการะผู้ป่วยไร้ญาติอีกตั้งหลายราย"
"มันเป็นหน้าที่ของคนในสังคมน่ะครับ คุณก็มีหน้าที่ของคุณ ผมก็มีหน้าที่ของผม ผมเชื่อเรื่องหน้าที่ทางจริยธรรมต่อเพื่อนมนุษย์น่ะครับ"
อยู่ๆเด็กผู้ช่วยคนหนึ่งเดินมาถอดไมค์ออกจากเสื้อโดยไม่ขออนุญาติ มหาสมุทรมองเขาด้วยแววตาดุร้ายน่ากลัวจนเด็กคนนั้นอึ้ง ก่อนมหาสมุทรจะคุมข่มตัวเอง หันมายิ้ม
อยู่ๆมีโทรศัพท์เข้ามาพอดี มหาสมุทรรับ
"ฮัลโหล ...เดี๋ยวชั้นลงไป" ก่อนวางสายหันมาพูดกับทุกคน "ยังไงวันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ
สวัสดีครับทุกคน"
ทุกคนลากัน แล้วมหาสมุทรก็เดินยิ้มออกไปจากทีมงานทุกคน

เมื่อเข้าลิฟท์ สีหน้าที่ยิ้มแย้มของมหาสมุทรเริ่มเปลี่ยนเป็นเฉยชา ลิฟท์ค่อยๆลงต่ำขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แววตาก็เริ่มดุและเฉยเมยมากขึ้น

บรรยากาศชั้นใต้ดิน เป็นเหมือนโรงงานผลิตและจัดสรรแปรรูปเลือด มีเลือดหลายรูปแบบวางบนเชลฟ์ ทั้งแบบขวด แบบแช่แข็ง แบบแยกเกรด และมีคนงานจัดส่งอย่างเป็นระบบ

มหาสมุทรมองหน้าลูกน้องนิ่งๆ
"แกทำงานกับชั้นมากี่ปี"
"6 ปีครับ"
"แกรู้มั้ยแกเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่ชั้นเลี้ยงไว้ ชั้นคาดหวังกับแกมาก แกไม่ควรส่งของผิดแบบนี้"
"ขอโทษครับผมลืม"
"อืม...มนุษย์ย่อมทำผิดพลาดได้...มันไม่น่าเกิดขึ้นเลยจริงๆ แกตามชั้นมา"
มหาสมุทรเดินพาลูกน้อง เดินผ่านเชล์ฟเลือดไปที่โซนเตียงรถเข็น ที่มีถุงดำจำนวนมากอยู่
"ที่แกต้องส่งให้ลูกค้าคือเลือดแบบดั้งเดิม เลือดแบบดั้งเดิมหมายความว่าไงรู้ไหม?"
มหาสมุทรเปิดซิปที่เป็นถุงดำวางบนรถเข็น ปรากฏมันคือร่างคนที่มีชีวิต เพียงแต่ไม่รู้สึกตัว
"ผู้ป่วยไร้ญาติพวกนี้ หายไปก็ไม่มีใครตาม ทั้งหมดเนี่ย แกจะเอาถุงไหนไปก็ได้ แต่ไม่ใช่เลือดที่มันอยู่ในขวดแบบนี้ ลูกค้ารายนี้สำคัญกับเรามาก รีบเอาไปส่ง และเพิ่มไปอีกชุดนึงด้วย เพื่อขอโทษเขา
"ล..แล้วอีกชุดเอาเสป็คไหนดีครับ ผู้หญิงหรือผู้ชาย"
"เอาแบบแก"
ลูกน้องนิ่งไปงง ยิ้มแหยๆ
"ยังไงนะครับ ผมไม่เข้าใจ"
"แก ไปนอนในถุงดำนั่น"
มหาสมุทรไม่พูดอะไรต่อ สีหน้าเอาจริง
"ชั้นคงไม่เลี้ยงมนุษย์อีกแล้ว"
ลูกน้องคนนั้นคิดออกก็เตรียมวิ่งหนี มหาสมุทรเคลื่อนที่เร็ว ไปดักเขาแล้วบีบคอจับเขากดลงถุง เขาดิ้นทุรนทุราย มหาสมุทรกดที่อกอย่างแรงไปทีนึง ก่อนได้ยินเสียงกระดูก กร๊อบ! ร่างลูกน้องนิ่ง เลือดค่อย ๆ ไหลออกจมูก มหาสมุทรชิมเลือด
"เอาไปส่งลูกค้าที"
ลูกน้องแถวนั้น จัดการรูดปิดถุงดำ มหาสมุทรเดินออกไป พลางมอง มองอาณาจักรเลือดของตน

บรรยากาศออฟฟิศทำงานตามปกติ ที่โต๊ะของนพกำลังมองอะไรบางอย่าง
นพมองไปที่หนูดี เธอกำลังสอนงานพนักงานเด็กใหม่ ทั้งหมดดูเข้ากันดีมีความสุข
พอสอนเสร็จ หนูดีเดินถือเอกสารหนักมาตามทาง อยู่ๆแฟ้มเธอร่วง ไม่มีใครช่วยเธอเก็บ
นพตัดสินใจเดินออกไปยังทางเดิน นพเดินมาช่วยหนูดีเก็บแฟ้มอีกแรง
"พี่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"
"สบายมากจ๊ะ นพนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ มีน้ำใจตลอด"
หนูดียิ้ม รับแฟ้มจากนพแล้วเดินต่อไปที่แผนกตน นพหนักใจก่อนจะหันกลับ เขาก็ต้องตกตกใจเมื่อเห็นรสรินดักอยู่
"เรื่องพี่หนูดีว่าไง"
นพพยายามเลี่ยง "ชั้นยังไม่แน่ใจ ยังไงขอเวลาเก็บข้อมูลอีกหน่อยละกัน"
รสรินมองหน้านพอยู่สักพัก เธอคิดอะไรบางอย่างก่อนเดินกลับไป

แผนกไอที นพเดินกลับมาที่แผนกก็ต้องตกใจอีกยก เมื่อเจอกุ๊บกิ๊บดักอยู่ เธอเกาะหมับเข้าที่นพ
"นี่ เดี๋ยวนี้ผ่านห้องชั้นไม่ทักเลยนะ"
"เอ่อ คือ ขอโทษครับหัวหน้า"
"หน้าเครียดๆ เครียดเรื่องงานหรือเครียดเรื่องที่เค้ากลัวๆ กันเรื่องคนหายอ่ะ"
นพยังไม่ทันได้ตอบ
"เออ ก็น่ากลัวจริงๆ ล่ะ จะกลางวันกลางคืนก็น่ากลัวไปหมดเลยเน๊อะ เอางี๊มะเพื่อลดความเครียด ต่อไปนี้นพกลับบ้านกับชั้น"
"หึ๊?"
"ก็ไม่อยากให้นพกลัว ไม่อยากให้เครียด"
"ผมคลายเครียดด้วยวิธีอื่นดีกว่าครับหัวหน้า"
"อื่ม... ก็แล้วแต่นะ แต่ถ้าวันไหนอยากกลับด้วยกัน โทร.มานะ"
"ขอบคุณครับหัวหน้า"
กุ๊บกิ๊บยังเกาะอยู่ นพค่อยๆแกะนิ้วกุ๊บกิ๊บทีละนิ้วแล้วเดินไปอย่างเกรงใจ กุ๊บกิ๊บเสียดาย

ผ่านเวลา...
นาฬิกาออฟฟิศบอกเวลาเลิกงาน พนักงานเก็บของเตรียมกลับ
ที่โต๊ะของนพ LINE เด้ง พออ่านก็เห็นเป็นรสรินพิมพ์ LINE บอกนพว่า “วันนี้กลับก่อนนะ”
นพอ่านข้อความอย่างหนักใจ ก่อนเก็บของกลับบ้าน
ในขณะเดียวกัน ที่โต๊ะของรสริน เธอกำลังมองหนูดีตาไม่กระพริบ เธอรอจังหวะหนูดีเดินออก รสรินจึงเดินตามไป พร้อมหยิบคัตเตอร์ไปด้วย

หนูดีเข้าไปในห้องน้ำ ล้างมือ รสรินมาล้างมือข้างๆ หนูดีทัก
" อ้าว น้องรสริน เป็นไงบ้างเริ่มคุ้นที่ทำงานใหม่"
รสรินแสร้ง "ค่ะพี่"
"พยายามเข้านะ"
แล้วหนูดีก็เข้าส้วมไปรสรินเดินไปห้องข้างๆ เธอปิดฝาชักโครก ทำท่าเตรียมพร้อม รสรินส่งเสียง
"เอ่อ พี่หนูดีคะ มีทิชชู่มั้ยคะ"
"มีจ๊ะ"
ที่ห้องส้วมรสริน หนูดีเธอยื่นทิชชู่มาจากด้านล่าง เมื่อเห็นข้อมือของพี่หนูดี รสรินเลื่อนใบมีดคัตเตอร์ดันคมออกมา

นพเดินออกจากอาคาร มอง LINE ที่รสรินส่งมา เขาเอะใจบางอย่าง
นึกถึงสีหน้ารสรินซึ่งมองเขาแปลกๆครั้งล่าสุด
นพตัดสินใจเดินกลับ

บรรยากาศในออฟฟิศคนเหลือหรอมแหรม บางคนเตรียมตัวกลับ
นพเดินเข้าออฟฟิศมา มีพนักงานเหลือไม่เท่าไร เขามองไปที่โต๊ะรสริน กระเป๋าเธอยังอยู่ เขามองไปที่โต๊ะหนูดี กระเป๋าก็ยังอยู่
นพมองนาฬิกา 3 ทุ่ม
"พี่หนูดีไม่เคยกลับช้า"
เขามองที่โตะรสริน เห็นกระเป๋าเธอวางซ่อนใต้เก้าอี้ที่ถูกดันไปชิดโต๊ะ
"หรือไม่ได้กลับ"
นพวิ่งออกไปทันที

นพวิ่งมาที่หน้าห้องน้ำหญิง มองเผินๆไม่มีอะไร เขามองเลียดพื้นเห็นเลือดบางหยด / เขามองตาม เห็นรอยเลือดหยดไปประตูหนีไฟ นพวิ่งตามไป

ประตูบันดาดฟ้าเปิดผัวะ มองที่บันได เห็นรสรินกำลังไล่ต้อนหนูดีจนมุม
"รสรินอย่า!"
หนูดียกมือไหว้รสริน
"ขอร้องอย่าทำอะไรพี่เลย" หนูดีว่า
รสรินไม่ฟังใคร เธอใช้ดาบกำลังฟันเข้าที่คอพี่หนูดี แต่นพกลับวิ่งมาขวางไว้
"ไม่นะรสริน!"
รสรินยั้งมีดไว้ทัน เมื่ออยู่หลังนพ หนูดีจึงเปลี่ยนจากท่าทางน่าสงสาร กลายเป็นดุดัน หนูดีแยก
เขี้ยว คว้านพไปบังตนเอง
"ถ้าแกเข้ามาชั้นฆ่าไอ้นี่แน่!"
"พี่หนูดี!!! ทำอะไรน่ะ ผมมาช่วยพี่นะ" นพบอก
"ไม่ต้องช่วยพี่ นพก็เป็นพวกเดียวกับเขานี่"
หนูดีข่วนฉีกเนื้อที่แขนนพ นพร้องอย่างเจ็บปวด รสรินวางดาบ
พอวางดาบหนูดีกลับจะกัดที่คอนพ รสรินคว้ามีดสั้นที่เอวปาเฉี่ยวปากหนูดี หนูดีปากฉีกถึงหู
เผยให้เห็นฟันแหลมคมมากมาย ทันใดนั้น หนูดีก็กลายร่างเป็นแวมไพร์ปากกว้างน่ากลัว พุงของเธอโปนออกมา นพฉวยจังหวะวิ่งออกมา รสรินรีบเก็บดาบ แล้วผลักนพออกจากทางเขี้ยว
นพกระเด็นออกไป เขาบาดเจ็บที่แขน
รสรินและหนูดี ต่อสู้กันดุเดือดหวือหวา

ชานนท์และมู่ขับรถมาจอดหน้าตึกออฟฟิศ สองคนลงมา
มู่ถาม "เรามาทำอะไรกันที่คะ ข้อมูลเราก็เก็บหมดแล้ว"
"นี่ไงประสบการณ์ที่เธอต้องการ หรือถ้าเธอมีปัญหากับวิธีทำงานชั้นรึเปล่า จะกลับไปเลยก็ได้นะชั้นไม่ว่าหรอก" ชานนท์ว่า
"ไม่ค่ะรุ่นพี่ ชั้นก็แค่อยากรู้ อีกอย่าง ได้เป็นคู่หูตำรวจมือหนึ่งทั้งที กลับออฟฟิศไปก็หมดสนุกสิ"

ชานนท์ส่ายหัว ทั้งคู่เดินเข้าอาคารไป

การต่อสู้ยังดำเนินไปอย่างดุเดือด ฝ่ายรสรินได้เปรียบฟันหนูดีไปหลายแผล สุดท้ายรสรินช่วยนพได้ หนูดีอาการร่อแร่เต็มที เริ่มอ่อนแอกลายร่างเป็นมนุษย์ รสรินกำลังจะลงดาบฆ่าหนูดี

แต่ในจังหวะนั้นเอง ชานนท์และมู่ก็เปิดประตูเข้ามา นพและรสรินรีบฉากตัวหลบชิดกำแพง
ชานนท์ มู่ มองขึ้นไป เห็นข้างลำตัวรสรินที่หลบสายตาไม่พ้น ชานนท์ตะโกน
"หยุด!"
ทั้งสองวิ่งขึ้นไป รสรินกับนพวิ่งหนีขึ้นสูงไป
มู่มาถึงเห็นหนูดีนอนจมกองเลือด ปากฉีก ไม่ได้สติแล้ว
"เฮ้ย รุ่นพี่ คนเจ็บ!"
"เธอดูคนเจ็บ ชั้นตามล่ามันเอง"
รสรินกับนพวิ่งหนี
ชานนท์ ควักปืนออกมาวิ่งไล่ล่า
รสรินวิ่งมาสักระยะก็ผลักประตูเข้าไปสักชั้นนึง
ชานนท์ วิ่งเลยประตูที่นพและรสรินเพิ่งเข้าไป เขามองไม่เห็นใครแล้ว ชานนท์หยุดมองขึ้นไปและมองลงมา ๆไม่เห็นใคร
"บ้าเอ๊ย หนีไปได้"
ชานนท์เดินลงมาหามู่ เห็นเลือดหนูดีไหลออกมามากขึ้น
"เธอรออะไรล่ะ! เรียกรถพยาบาลดิ!"
"ค่ะๆ"
ชานนท์รีบห้ามเลือดจากแผล มู่โทร.เรียกรถพยาบาล
"รถพยาบาลหรอคะ รีบมาที่..."

ต่อมา ... รสรินและนพนั่งพักกันอยู่ รสรินทำแผลให้นพ เธอหัวเสียมาก
"ที่แวมไพร์ตัวนั้นหนีไปได้ และนายต้องมาบาดเจ็บ ก็เพราะความใจอ่อนของนายคนเดียว!"
"ชั้น ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้"
นพนิ่งไป เขาเจ็บ เลือดไหล
นพรู้สึกผิด
"รสริน ...ขอโทษนะ"
รสรินไม่ตอบ แต่มองนพแค่อยากให้รู้สึกตัว ทั้งคู่ในบรรยากาศโรแมนติก

โรงพยาบาล Center Care ที่ห้องพิเศษ เตียงคนไข้ ...หนูดีนอนรักษาตัว มีผ้าพันแผลเกือบทั้งตัว พยาบาลเดินมาให้เลือดจากสายน้ำเกลือ ชานนท์และมู่นั่งอยู่ข้างเตียง
"ถ้ามีอะไรกดเรียกได้ตลอดนะคะ"
"ขอบคุณค่ะ"
พยาบาลเดินออกไป ทั้งสองมองสภาพหนูดีบนเตียง
มู่ว่า "มันต้องเลวขนาดไหน ถึงทำคนไม่มีทางสู้ได้ขนาดนี้"
ชานนท์นั่งนิ่ง มองหนูดี
"รุ่นพี่เป็นอะไรรึเปล่าคะ"
ชานนท์ยังนิ่ง
"คืนนี้เธอกลับก่อนเถอะ ชั้นเฝ้าที่นี่เอง"
มู่พยักหน้าแล้วเธอก็เดินออกไป
ชานนท์นั่งมองพี่หนูดีท่ามกลางความเงียบ สักพักตาเขาเริ่มหรี่ด้วยความเหนื่อย

ผ่านเวลา...
ชานนท์นอนหลับไม่รู้เรื่อง โดยที่เขาไม่รู้ตัว
อยู่ๆพี่หนูดีก็รู้สึกตัว เธอขยับเปลือกตา ก่อนจะขยับนิ้ว
หนูดีค่อยๆถอดสายระโยงระยาง หายใจแรงแสดงอาการเหมือนหิว กรามกัดแน่น แล้วเดินตรงมาหาชานนท์ที่หลับอยู่ เธอค่อยๆแยกเขี้ยว อ้าปากกว้างขึ้น กว้างขึ้น... ยื่นหน้าเข้าใกล้คอชา
นนท์เต็มที และเมื่อพี่หนูดีกำลังจะกัด เธอได้ยินเสียงพยาบาลด้านนอกเดินผ่านห้องคุยกัน
พยาบาลคนนั้นเปิดประตูเดินเข้ามา
พยาบาลมองเห็นชานนท์อยู่คนเดียว พอจังหวะที่จะหันไปอีกทาง เธอก็ถูกกระชากไปทันที การกินเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
หนูดีมองปืนที่ข้างตัวชานนท์อยู่อย่างระวัง และพอได้ยินเสียงคนด้านนอก หนูดีก็วางศพพยาบาลลง และออกนอกหน้าต่างไป

ผ่านเวลา...
ชานนท์นอนหลับ เสียงจ๊อบแจ๊บจ๊อบแจ๊บเบาๆดังขึ้นเบาๆ จนชานนท์รู้สึกตัว พอลืมตาชัดๆก็เห็นเตียงว่าง พอมองไปใต้เตียงก็เห็นขาคนโผล่มา มันขยับนิดๆ พร้อมเสียงที่ดังอยู่ ชานนท์ควักปืนมาเล็ง พร้อมเดินเข้าไปหาทีละนิด
"คุณ... คุณครับ"
ไม่มีเสียงตอบ ได้ยินแต่เสียงจ๊อบแจ๊บ พอไปถึงตัว ชานนท์เอื้อมมือไปจับเตียง ก่อนผลักเตียงออกไป! เขาเห็นพยาบาลคนนั้นลูกกระเดือกเปิด! กระตุกเพราะเลือดไหลที่คอหอย เลือดนองเต็มพื้น เสียงจ๊อบแจ๊บคือเสียงหายใจสำลักเลือด
ชานนท์พุ่งตัวไปพันคอห้ามเลือด เขามองไปที่หน้าต่างเปิดโล่ง
ทันใดนั้น มู่เดินเข้ามา
"รุ่นพี่ ทำอะไรน่ะ"
มู่ตกใจ
ชานนท์หันมาเลือดเต็มตัว ภาพที่เห็นเหมือนเขาฆ่าพยาบาลคนนั้น

บรรยากาศที่ตรอกข้างโรงพยาบาล เป็นตรอกเล็กๆมืดๆ
หนูดีในชุดคนไข้ วิ่งหนี ปากเปื้อนเลือด ชายคนหนึ่งยืนฉี่ในเงามืด เธอวิ่งไปตะครุบ
เหยื่อ
หนูดีกำลังกัดคอชายคนนั้น ดูดเลือดอย่างอร่อย
และจังหวะที่เธอกำลังกินในที่ลับ ใครคนหนึ่งก็เดินมาด้านหลังเธอ
"แกเป็นพวกควบคุมความหิวไม่ได้เลยสินะ"
หนูดีหันไปด้วยสภาพเลือดเต็มปาก เหยื่อยังเลือดพุ่งปรี๊ดที่คอ รสรินและนพยืนคู่กันพร้อมอาวุธ
หนูดีหันมาตั้งท่าขู่ ตอนนี้เธอเหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง
"ชั้นไปบ้านแกมา ชั้นรู้สิ่งที่แกทำแล้ว"
นพเสียใจ "พี่ทำกับน้องเค้าได้ไง นั่นลูกพี่นะ!"
"มันไม่ใช่ลูกชั้น ชั้นเลี้ยงมันไว้กินต่างหากล่ะ"
หนูดียิ้มเลือดเย็น นพกัดฟันโกรธ กำปืนแน่น
"เสียแรงที่ผมนับถือพี่"
หนูดีเริ่มดุ
"ถ้าสงสารมันมาก พวกแกก็ตายไปกับมันแล้วกัน"
หนูดีกระโจนใส่นพ นพไม่รอช้า ยกปืนขึ้นมา ยิง ปัง!
ร่างหนูเซไปนิดนึง รสรินไม่รอช้าเข้าไปชาร์จจัดการต่อในทันทีด้วยมีด
ต่อจากนั้นไม่นาน ร่างหนูดีนอนนิ่งอยู่ที่พื้น เลือดค่อยๆไหลนองออกมา
รสรินนั่งยองๆ เอานิ้วชิมเลือดพี่หนูดี ทำให้เห็นภาพควาทรงจำบางส่วนเกี่ยวกับน้องสาวเธอ เห็นเบาะแสชิ้นต่อไป ภาพทั้งหมดไหลเข้ามาอย่างไว
สิ่งที่รสรินเห็นตอนชิมเลือด ภาพที่เห็นในสมุดสเก๊ตช์เป็นภาพเดียวกัน
หนูดีกำลังกัด ชายคนหนึ่ง เขาขัดขืนแต่ก็ไม่รอดเงื้อมมือของหนูดี

พ.ศ. 2530 ภาพเตียงโรงพยาบาล เห็นรติรมณ์ น้องสาวของรสรินเพิ่งทำคลอดเสร็จ ทั้งที่มือยังถูกมัดไว้ มหาสมุทรใส่หน้ากากในชุดหมอ อุ้มเด็กสาวคนหนึ่งออกมา พร้อมพูด
“ต่อไปนี้แกต้องดูแลเธอ” พร้อมยื่นเด็กให้ เขารับเด็กสาวแรกเกิดไว้ในครอบครอง (เด็กคนนั้นคือรำพึง)

ที่หน้าบ้านของรำพึง มีบ้านเลขที่ 106/17
ภาพอะไรซักอย่างที่เป็นใกล้ๆบ้าน ...ไม่นานรสรินก็กลับสู่ปรกติ
เมื่อภาพถูกฉายหมดแล้ว รสรินไม่ลืมที่จะหยิบบางอย่างออกมา มันเป็นเหล็กแหลมโบราณ รสรินเล็งด้ามแหลมลงที่อกหนูดี
รสรินตอกอย่างไร้แววตา ร่างของหนูดีก็ค่อยๆสลายไป

ต่อมา ... นพกับรสรินนั่งมองวิวสวย ๆ
"ตอนที่ชั้นจะฆ่าพี่หนูดี นายมาขวางชั้นไม่กลัวตายหรอ"
"ชั้นไม่อยากให้เธอต้องฆ่าคนดีๆ"
รสรินยิ้ม "นายคงมีปัญหากับคำว่าคนดีแล้วล่ะ สำหรับชั้น นายดีกว่ายัยนั่นเยอะ"
นพแอบเขินนิดๆ รสรินยังหน้านิ่งมองเปลวไฟเล็กๆ

ที่ออฟฟิศ ทุกคนนั่งทำงาน มีดอกไม้วางที่โต๊ะพี่หนูดี
นพมองโต๊ะหนูดี
"ดีเลวเราวัดกันตรงไหน ผมไม่แน่ใจ ทุกคนยกย่องว่าพี่หนูดีเป็นคนดี แต่คนดีคนนั้น กลับซ่อนความโหดร้ายอยู่ภายใต้หน้ากาก"
นพมองเหม่อ

บริเวณหน้าอาคารตอนเลิกงาน สุชาติที่เพิ่งแซวน้องๆกลับออกจากที่ทำงาน น้องๆดูรังเกียจสุชาติ แต่เมื่อเดินคนเดียว และผ่านมุมตึก สุชาติได้ยินเสียงเห่าก็ใจอ่อน เขาหยิบเศษอาหารให้หมาตัวนั้น
"แต่บางคน คนที่เราตัดสินว่าเลว กลับมีแง่มุมดีๆที่คนอื่นไม่เห็น ซ่อนอยู่"
สุชาติยิ้มจริงใจ มองหมากินอาหาร

"และนับวัน ความดีและความเลวก็เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ"
มหาสมุทรกำลังเจาะเลือดเด็กผู้ช่วยที่ทำเขาหงุดหงิด คนที่มาสัมภาษณ์เขาคราวก่อน เขานอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง มหาสมุทรมองเด็กคนนั้นอย่างเย็นชา
"เพราะบางคนไม่ใช่แค่ใช้ความดีเป็นหน้ากาก แต่กลับใช้มันเป็นเครื่องมือ ในการหาประโยชน์ให้ตัวเอง"

ในห้องสอบสวน บรรยากาศเครียด ชานนท์ถูกเจ้าหน้าที่ยึดปืน และตรา มู่มองด้วยความสงสาร ที่หน้าเขามีรูปคนตายคือพยาบาล
"มันยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อความดีของคนๆนึงที่สร้างมาทั้งชีวิต ถูกทำลายลงในชั่วข้ามคืน"
บนกระดาน มีรูปหนูดีอยู่ในนั้น และสะเก็ดเงินของอาวุธแปะอยู่

ในที่พักของรสริน เธอกำลังนั่งจัดอาวุธพร้อมฆ่า
"แต่สำหรับผม หลังจากเสียงปืนนัดนั้น ผมไม่มีคำว่าดี...หรือเลว ไม่มีมิติที่ซับซ้อน ..หรือเรียบ
ง่าย มีแต่พื้นที่สีเทาที่ผมยืนอยู่ พื้นที่ผมกับรสริน ยืนอยู่ด้วยกัน"

รสรินปราดตามองมาพอดี แววตาเธอน่ากลัว

อ่านต่อตอนที่ 2


กำลังโหลดความคิดเห็น...