xs
xsm
sm
md
lg

มัจจุราชฮอลิเดย์ ตอนที่24 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มัจจุราชฮอลิเดย์ ตอนที่ 24 | คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

บทประพันธ์ : อรุณรุ่ง | บทโทรทัศน์ : วาทินีย์, สิริวัฒน์69

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

มัจจุราชเขต7 กลับจากบำเพ็ญเพียรภาวนา เพื่อมอบกุศลให้รุจิภา เดินเข้ามาในห้องออฟฟิศนรกภูมิเขต7 มีสุวรรณ สุวาน เดินตามเข้ามาพร้อมๆ กัน สุวานถามว่า
“ไปบำเพ็ญภาวนาเป็นเวลานาน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
“สงบดี พวกท่านสองคนว่างๆ ก็ควรไปบ้าง”
สุวรรณยิ้มรับเอาคำ “ครับท่าน”
“เราไปเพียรภาวนาหลายเพลา ทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย”
“เขตเราเรียบร้อยดีครับ แต่ที่เขต 8 สิครับ เละ”
คำพูดของสุวานเรียกความสนใจของเขต7 ได้ชะงัดนัก
“เกิดเหตุอะไรขึ้นที่เขต8”

ที่ออฟฟิศเขต8 สุวรรณกับสุวานเดินสลับกันไปมา ใช้ความคิดหนักเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของเจ้านาย
“ทำไมท่านถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้” สุวรรณปรารภหน้าเครียด
“จะอะไรเล่าถ้าไม่ใช่เรื่องมนุษย์ผู้นั้น”
“ท่านอาจจะนิ่งขรึมไปเพราะเครียดเรื่องงาน”
“เอายังไงดีเรา”
เขต7 วาร์ปมา ทั้งคู่หันมาเห็นมองหน้ากันเชิงหารือว่าเอาไงดี สุดท้ายสุวรรณพยักหน้าให้ พากันเดินหนีไป
“ก็แยกย้ายกันไปทำงานสิ”
เขต7 เรียกไว้ “เดี๋ยว ท่านเขต 8 อยู่ที่ใด”
“ทำงานอยู่ข้างในครับ”
“ทำงานหรือทำใจ”

มัจจุราชเขต8 นั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะทำงาน ขณะที่เขต7 เดินข้ามา
“ทำอะไรอยู่ท่านเขต8”
เขต8 ก้มหน้าเซ็นเอกสาร “ทำงาน”
“อีกตั้งหนึ่งอาทิตย์กว่าท่านจะหมดเวลาพักร้อน ทำไมรีบกลับซะละ”
“เรามีงานค้างอยู่เยอะ ต้องรีบกลับมาทำ” ยมบอก
“รีบกลับมาทำงาน หรือว่าหนีมาทำใจ” เขต7 ดักคอ
เขต8 เงยหน้ามองเขต7
“ท่านมาทำไม พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า”
“เห็นว่าท่านกลับจากพักร้อนแล้ว เลยจะมาถามว่า ที่ท่านตั้งใจจะไปค้นหาความรักของมนุษย์ ท่านเข้าใจถ่องแท้หรือยัง แต่ถ้าให้เดา เราว่าท่านน่าจะรู้ว่าความรักเป็นเช่นใด แต่ท่านคงไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้”
เขต8 มองหน้าเขต7 รู้ว่ากำลังหาเรื่องตนอยู่
“ท่านต้องการอะไรจากเรา”
“ไม่ได้ต้องการอะไร เพราะเรามีหมดแล้ว”
“งั้นก็เชิญกลับไปเพราะเรามีงานต้องทำ”
“ข้าเคยคิดว่ามีคู่แข่ง แต่พอเห็นท่านตอนนี้จึงรู้ว่าคิดผิด เพราะคู่แข่งเราคงไม่หนีลงมาทั้งทียังไม่ได้แก้ปัญหาที่ไปก่อไว้”
เขต8ฉุน เสียงดังใส่ “เราไม่ได้หนี แต่ทุกคนมีหน้าที่และมีวิธีจัดการของตัวเอง”
“ท่านเลยเลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่าง เป็นเหมือนเรื่องตลกสำหรับมนุษย์พวกนั้น เพราะท่านเป็นมัจจุราช จะเล่นกลอะไรกับใครก็ได้เช่นนั้นหรือ”
เขต7 กับเขต8 จ้องหน้ากันอย่างไม่ยอมกัน

ที่โลกมนุษย์ นิดหน่อยไม่สบาย เดินสะลึมสะลือลงมาชั้นล่าง สมรกำลังตักข้าวต้มเตรียมยกไปให้ลูกหันไปเห็นก็รีบเข้าไปพยุงพามานั่งที่โต๊ะ
“ลงมาทำไมลูกแม่กำลังจะยกข้าวต้มไปให้”
“อยากออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง”
“งั้น นั่งๆ”
สมรพยุงนิดหน่อยเข้ามานั่ง จุกเดินลงมาสมทบแม่กับพี่สาว
“กินข้าวซะ เสร็จแล้วจะได้กินยา”
นิดหน่อยเงยหน้ายิ้มบางๆ ให้แม่เชิงขอบคุณ สมรลูบหัวลูก
“สวีทกันแต่เช้าเลย” จุกยิ้มแซว
“อย่ามัวแต่แซว กว่าจะลงมาได้เดี๋ยวสายกันพอดี”
“แม่ไม่เห็นเรียกจุกกินข้าวเลย แบบนี้จุกป่วยแบบพี่ก็ดี จะได้อ้อนแม่”
สมรด่าเอา “ตบปากเดี๋ยวนี้ ปากแบบนี้ป่วยชั้นก็ไม่ดูแกหรอก โน้นข้าวต้มอยู่ในครัวไปตักกินเอง”
นิดหน่อยแปลกใจ “จะไปไหนกันคะ”
“ก็เปิดร้านแทนเอ็งน่ะสิ”
“แม่เค้างกพี่ ให้หยุดก็ไม่หยุด งกอะไรนักหนา ตายไปก็เอาไปใช้ไม่ได้” จุกบ่น
“ข้าไม่ได้โง่นะไอ้จุก ไอ้ลูกยอดกตัญญู”
“อ้าวทำไมแม่ไม่ด่าจุกแล้วอ่ะ”
“เขาว่าปากพ่อแม่ศักดิ์สิทธิ์ ข้าก็ต้องพูดแต่สิ่งดีๆ สิวะ” สมรว่า
“ไม่เสียแรงเข้าวัดฟังธรรม”
ดาวเปิดประตูเดินเข้ามาในร้าน สีหน้านิดหน่อยตื่นเต้นคิดว่าเป็นยม
“ใครมาแต่เช้า...หรือว่า...”
พอหันไปเห็นว่าเป็นดาวก็หน้าเศร้าลง
“สวัสดีค่ะแม่”
“พี่ดาวนี่เองนึกว่าใคร” จุกมองจ้อง
“ไม่ดีใจเหรอที่พี่มา”
ดาวเหลือบมองเห็นนิดหน่อยก้มหน้าเศร้า ก็นึกสงสารเพื่อน
“ไหนบอกว่าจะมาสายๆ ไง”
“พอดีร้านอาหารเลื่อนนัด ดาวเลยรีบมาอยู่กับเพื่อนรัก”
ดาวขยับไปนวดไหล่ให้เพื่อนอย่างเอาใจ
“เป็นไงบ้าง”
“ไม่ได้เป็นอะไร จริงๆ หนูอยู่คนเดียวก็ได้แม่”
“ไม่ได้หรอกแม่เป็นห่วง งั้นฝากด้วยนะดาว แม่กับเจ้าจุกต้องเปิดร้านแล้ว”
“แล้วข้าวต้มจุกละ”
“ไม่ต้องกินแล้ว เปิดร้าน”
สมรลากจุกออกไปช่วยกันเปิดร้านทันที
ดาวมองตามยิ้มๆ “แม่แกดูสดใสมีความสุขขึ้นเยอะเลยนะ”
นิดหน่อยพยักหน้ารับเนือยๆ “อืม”
“แกได้เจอเขาบ้างมั้ย”
นิดหน่อยส่ายหน้า
“เดี๋ยวเขาพร้อมก็คงกลับมาเอง”
“คงไม่แล้วละ เพราะ...” นิดหน่อยหยุดพูดไปดื้อๆ
“เพราะอะไร”

นิดหน่อยค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาในโกดังร้างริมน้ำ ร่างยมเลือนรางเต็มทน ก่อนที่จะหายไปยมจับมือนิดหน่อยไว้ นิดหน่อยปรือตาสะลึมสะลือมอง
“นิดหน่อย เราขอโทษสำหรับทุกอย่าง ลาก่อนนะ”
ร่างของยมค่อยๆ เลือนหายไป นิดหน่อยจะคว้ามือไว้ แต่ไม่ทัน ร่างยมหายไปแล้ว นิดหน่อยลุกขึ้นมานั่งหันมองหายมไปรอบๆ ตัว แต่ไม่เจอแม้เงา

ทางฝั่งมัจจุราชเขต8 นั่งมองสร้อยจี้ไหลน้ำพี้อยู่บริเวณริมทางเดินในนรกภูมิ จนได้ยินสุวานกับสุวรรณเหมือนกำลังถกเถียงกันไม่ลงตัว เขต8 จึงลุกเดินไปหา
“มีอะไรรึเปล่า”
“ไม่มีครับ” สุวานบอก
สุวรรณกลับบอกว่า “มีครับ”
เขต8 เสียงขุ่น “ตกลงมีหรือไม่มี”
“มีครับ ตอนนี้มีวิญญาณมาให้ท่านตัดสินแล้ว” สุวรรณบอก
“แต่ท่านยังไม่หมดเวลาพักร้อนเลย อย่าไปฟังสุวรรณ” สุวานท้วง
“พาเข้ามาเลย” เขต8 บอก
“ท่านพร้อมแล้วใช่หรือไม่ สำหรับการตัดสินวิญญาณที่ฆ่าตัวตายเพราะความรัก” สุวานถามในที
เขต8 พยักหน้ารับเอาคำ สุวานส่งบัญชีหนังหมาให้ เขต8ก้มอ่าน
สุวานออกไปพาวิญญาณเข้ามา เป็นหญิงสาวชื่ออุ๊
“เจ้าฆ่าตัวตายเพราะชายที่เป็นที่รักไปมีคนอื่นใช่หรือไม่”
หญิงสาวพยักหน้า
“สิ่งที่เจ้าทำลงไปนั้นบาปนัก มันจึงดึงเจ้าลงมาสู่นรกอเวจีนี้ เราให้สิทธิ์เจ้าได้อธิบายสิ่งที่เจ้าได้กระทำลงไป ก่อนที่เราจะตัดสิน”
สุวานกันสุวรรณแปลกใจในท่าทีสุขุมมากขึ้นของเขต8
อุ๊พยักหน้าด้วยความหมดอาลัยตายอยาก เล่าออกมาด้วยความเสียใจ
“ชีวิตหนูมีเค้าแค่คนเดียว เรารักกันตั้งแต่สมัยมหา’ลัย เราคุยกันทุกเรื่อง ร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาตลอด เขาคอยอยู่ข้างๆ หนูเสมอ เราคุยกันจนถึงขั้นแต่งงาน จนวันหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา แล้วมันมายั่ว มาพรากเขาไปจากหนู”
“แน่ใจหรือว่าเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้น” เขตซัก
“ค่ะ”
“แล้วถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้น แต่เป็นผู้หญิงคนอื่น ที่เข้ามายั่วหรือหลอกลวงแฟนของเจ้าอย่างที่เจ้ากล่าวอ้าง เจ้าคิดว่าเขาจะเปลี่ยนใจจากเจ้ามั้ย”
หญิงสาวอึ้งไป ตอบได้ไม่เต็มปาก
“อาจจะ...”
“ทุกอย่างบนโลกล้วนไม่จีรัง ความรักของแฟนเจ้าเช่นกัน ย่อมมีวันเปลี่ยนแปลง แม้แต่ตัวเจ้าเอง วันหนึ่งหากได้พบเจอผู้คนที่เจ้าถูกใจ ก็มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ หากศีลในใจเจ้าไม่มากพอ ความรักหรือเลิกรักไม่ผิดหรอกมนุษย์เอ๋ย แต่ผิดที่เมื่อเจ้ารักแล้ว เจ้ามองรักเพียงด้านเดียวจากคนๆ เดียวที่ทิ้งเจ้าไป แต่กลับไม่มองความรักจากคนอื่นที่มอบให้เจ้ามาโดยตลอด โดยที่ไม่เคยลดลง”
อุ๊มองหน้ายมทูต
“ในวันที่เจ้าตายมาอยู่ตรงนี้ คนที่ทำให้เจ้าตายเขาจะทุกข์เพียงวันหรือเดือน แต่คนที่จะทุกข์ไปตลอดคือใคร” เขต8 รอฟังคำตอบ
อุ๊นิ่งคิด ก่อนตอบออกมาว่า “พ่อกับแม่”
“ใช่ พ่อ แม่ คนที่เขารักเจ้ามาตั้งแต่แรกเกิดจนเติบใหญ่ บิดาและมารดาเป็นคนที่รักเจ้ามากที่สุด ให้ชีวิตเจ้า ดูแล เจ้าด้วยชีวิต แต่เมื่อเจ้าจะทิ้งชีวิตนั้นกลับไม่คิดถึงพวกท่าน”
วิญญาณอุ๊ร้องไห้ออกมาอย่างสำนึกผิด
“หากเจ้าเพียงนึกถึงรักที่ยิ่งใหญ่ของบิดามารดาสักนิด เจ้าคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้เพราะรักจากชายที่เจ้าพร่ำบอกว่าเป็นรักแท้ของเจ้าหลอก ข้าขอตัดสินให้เจ้าชดใช้กรรมจากการฆ่าตัวตายครั้งนี้ สุวาน สุวรรณ พาออกไป”
สุวานกับสุวรรณพาอุ๊ออกไป แต่เธอร้องขอขึ้น
“เดี๋ยวก่อนค่ะ”
ยมมองจ้อง
“ถ้าหนูชดใช้กรรมหมดแล้ว ขอกลับไปเกิดเป็นลูกของพ่อกับแม่ได้มั้ย”
“สิ่งนั้นเราเองกำหนดไม่ได้หรอก แต่โอกาสมักมีเพียงแค่ครั้งเดียว มนุษย์เอ๋ย”
เสียงเขต8 ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องพิพากษา วิญญาณอุ๊ถูกพาออกไป
เขต8 ใคร่ครวญครุ่นคิดคำพูดของตนเช่นกัน

เหตุการณ์ในโลกมนุษย์ รุจิภานั่งทอดอารมณ์อยู่ที่โถงบ้าน เลื่อนอ่านนั้นนี้จากเน็ตด้วยไอแพด ท่าทางไม่มีสมาธิเอาเลย ตรงหน้าแม่บ้านจัด น้ำส้ม ผลไม้ มาเสิร์ฟให้
ไฮโซสาวทอดถอนใจ เหลียวมองไปรอบๆ คฤหาสน์หลังใหญ่โตแต่กลับดูเงียบเหงาและอ้างว้าง รุจิภาถอนหายใจ
รุจิภาจมอยู่ในความคิด แม่บ้านเดินมาเรียกแต่เธอไม่ได้ยิน
“คุณคะ...คุณคะ”
จนแม่บ้านต้องสะกิดเรียก รุจิภาจึงดึงสติกลับมา
“คุณคะ”
“มีอะไร”
“คุณเอมอรโทร.มาชวนคุณออกไป...”
รุจิภาโพล่งสวนออกไปว่า
“ไปบอกเขาว่าชั้นไม่ว่าง”
“ถ้าเธอถามว่าไม่ว่างทำอะไรอยู่ ให้ตอบว่ายังไงคะ”
รุจิภามองแม่บ้านตาขุ่น ไม่ค่อยพอใจที่ถูกซักไซร้ บอกปัดๆไป
“อะไรที่ชั้นเคยทำก็บอกๆ ไปเถอะ”
แม่บ้านโพล่งขึ้นว่า “ปกติคุณก็ออกจากบ้านไปเที่ยวกลับมาก็เมาแอ๋”
รุจิภาฉุนกึก มองแม่บ้านอย่างโกรธขึ้ง จนเมื่อคิดตาม ก็เห็นจริงอย่างที่แม่บ้านว่า เธอจึงสงบลง
“งั้นก็ไปบอกว่าชั้นออกไปข้างนอกก็แล้วกัน”
“ค่ะๆ”
แม่บ้านเดินออกไป รุจิภานั่งคิดอยู่ลำพัง

ฝ่ายยมพาตัวเองมายืนอยู่ในมุมมืดหน้าบ้านนิดหน่อยเงียบๆ นานแล้ว จนเห็นดาวกับต่อเดินออกจากร้านมาด้วยกัน ต่อแวะมารับดาวและกำลังพากันกลับบ้าน
“ขอบคุณนะตัวเองที่มารับ” ดาวยิ้มปลื้ม
“ต้องมารับสิ แฟนน่ารักขนาดนี้ เดินคนเดียวเดี๋ยวอันตราย”
ต่อกับดาวหันไปเห็นเงาตะคุ่มๆ ก็หยุดเดินระวังตัว
“ใคร...ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”
ต่อตั้งการ์ดมาดแมน เตรียมต่อยเต็มที่ หยิบท่อนไม้ใกล้ๆ มาทำอาวุธ ยมเดินออกมาจากมุมมืด
“คุณ...มัจจุราช”
ดาวหลบหลังต่ออย่างหวาดกลัว ต่อโกรธยมที่หนีหน้านิดหน่อยไปเฉ้ย ต่อว่าเอา
“ไอ้คนนี้ใช่มั้ยที่ทำให้นิดหน่อยเสียใจ”
“นิดหน่อยเป็นอย่างไรบ้าง” ยมถาม
“ยังกล้ามาถามอีก อยู่ดีๆ ก็มา อยู่ดีๆ ก็มา ผลุบๆ โผล่ๆ เป็นผีรึไง”
ดาวพยายามสะกิดๆ ห้ามต่อ
“ไม่ใช่ผี”
“ใช่ ไม่ใช่ผี แต่เป็นคนมักง่าย”
ดาวตกใจ “ไม่ใช่”
“หายไปแล้วก็หายไปเลย ไม่ต้องกลับมา คุณมาทำให้เพื่อนผมรัก แล้วคุณก็หายไปเฉยๆ แบบนี้ได้ยังไง” ต่อโกรธจัด เขายังไม่รู้ว่ายมคือมัจจุราช
“เราขอโทษ”
“ไม่ต้องมาขอโทษ ถ้าจะขอโทษ ไปขอโทษนิดหน่อยโน่น”
นิดหน่อยได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงเดินออกมาดู
“พวกแกโวยวายอะไรกัน ไหนว่าจะกลับ”
ดาวดึงมือต่อออกไป ดาวกลัวยมนิดๆ อยากรีบไปให้พ้นๆ
“ไปต่อกลับ เคลียร์กันเองละกันเรื่องนี้ดาวจะไม่ยุ่ง”
ดาวรีบดึงต่อพาเดินออกไป
“กล้ามากนะตัวเอง”
“ทำไมจะไม่กล้า ก็ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำร้ายใจเพื่อนเรา มากกว่านี้ยังทำได้” แต่โวยวายไม่หยุด
“หยุดพูด เดี๋ยวเค้าจะเล่าให้ฟัง”

นิดหน่อยกับยมนั่งอยู่กันคนละมุม นิดหน่อยก้มหน้า ยมมองหน้า
“ท่านกลับมาทำไม หรือท่านยังเรียนรู้โลกมนุษย์ไม่พออีก”
ยมนั่งนิ่ง ไม่ตอบโต้
“งั้นก็เชิญเรียนรู้โลกมนุษย์ให้พอใจ”
นิดหน่อยลุกเดินหนีไป แต่ยมลุกขึ้นคว้าแขนเธอไว้
“อย่าเพิ่งไป”
นิดหน่อยหันหน้ามาหา ทั้งคู่ยืนสบตากันนิ่งนาน
“ขอให้เราได้เรียนรู้สิ่งที่ทำให้เราต้องขึ้นมาบนโลกนี้ให้ถ่องแท้อีกหน่อย”
นิดหน่อยตัวชา
“เรื่องอะไร”
“ความรัก”

ทางด้านรุจิภานั่งอยู่ตรงโถงรับแขก อ่านบทความจากเน็ตในไอแพดสีหน้าเครียด
“คนที่รู้สึกเหงาตลอดเวลา ชอบเรียกร้องความสนใจ เห็นใครดีกว่าไม่ได้ ไม่ชอบอยู่คนเดียว สามารถสานสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเพศตรงกันข้าม และยอมมีเพศสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว หึงหวงรุนแรง ไม่สามารถรักษาความรักไว้ได้ เข้าข่ายเป็น โรคขาดความรัก”
เสียงเขต7 ดังขึ้น “ แน่ใจเหรอว่าชีวิตเจ้าไม่ได้ขาดอะไร ๆๆๆ”
รุจิภากำลังอ่านบทความเรื่อง “การขาดความรัก”
“โรคนี้เป็นเพียงความรู้สึกสามารถรักษาได้”
รุจิภาอ่านต่อ ภาพการใช้ชีวิตอย่างไร้สติที่ผ่านมาผุดซ้อนขึ้นมาระหว่างอ่านบทความดังกล่าว
“คนที่ขาดรักต้องยอมเปิดใจว่า หลายอย่างเป็นปัญหากับชีวิต ทำให้ตัวเองและคนรอบข้างไม่มีความสุข และควรทำความเข้าใจว่า อาการขาดรักเป็นเพียงความรู้สึก สิ่งที่ควรทำคือ
1. กลับมาที่ตัวเองที่ปัจจุบัน เพราะไม่สามารถย้อนกลับไปในวัยเด็กได้อีก เหตุการณ์ในวัยเด็กคือประวัติศาสตร์ เป็นอดีต วันนี้เราอยู่กับปัจจุบัน ควรเดินไปข้างหน้า ควรรักตัวเอง การเริ่มรักตัวเองคือการหยุดอะไรที่เป็นการทำร้ายตัวเอง เติมความรักให้กับตัวเอง โดยไม่ต้องรอใครมาเติมความรักให้
2. หยุดความคิดที่จะอยากได้ เลิกคิดไขว่คว้าสิ่งที่อยู่ไกลตัว แต่อยู่กับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวหรือที่เป็นตัวตนของเรา ซึ่งจะช่วยให้เราจิตใจเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าพยายามแล้ว ไม่สามารถทำจิตใจให้เข้มแข็งได้ ให้เปิดใจที่จะบำบัดตัวเอง”
รุจิภาเอนตัวพิงพนักพิงเก้าอี้ ด้วยสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด
“นี่เราต้องบำบัดเหรอ”
รุจิภานิ่งนึก ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดโทรศัพท์หาเป็นพ่อ
รอสักครู่ มีเสียงพ่อดังจากปลายสาย “รุจิว่าไงลูก”
“พ่ออยู่ที่ไหนคะ”
“พ่อกับแม่มาดูงานที่ญี่ปุ่น เป็นอะไรรึเปล่าลูก”
“เปล่าค่ะ รุจิอยากทำงาน”
“ทำงาน” เสียงพ่ออุทานดังมากจนรุจิภาต้องเอามือถือออกห่างหู
“พูดจริงเหรอลูก”
“ค่ะ รุจิขอเริ่มงานพรุ่งนี้เลยค่ะ”
มัจจุราชเขต7 ยืนมองรุจิภาอยู่เงียบๆ ตรงมุมหนึ่ง ยิ้มออกมาอย่างดีใจ

วันนี้ สมรตื่นแต่เช้าจัดเตรียมข้าวของใส่บาตรเสร็จ เดินออกมาจากในครัว เห็นนิดหน่อยหลับพับอยู่ที่โซฟาก็แปลกใจ
“นิดหน่อยๆ ลูก มาหลับตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
นิดหน่อยงัวเงียตื่น ก่อนมองไปรอบๆ อย่างงุนงงสงสัย
“ละเมอรึเปล่าเนี่ย”
นิดหน่อยไม่เห็นยมก็แปลกใจ
“หนูนอนอยู่ตรงนี้คนเดียวเหรอ”
“ก็ใช่นะสิ เป็นอะไรรึเปล่าลูก
“เปล่าจ้ะ”
“แม่กำลังจะไปใส่บาตรให้พ่อแก ไปด้วยกันสิ”
นิดหน่อยพยักหน้ารับ แต่ก็ยังสงสัยเรื่องยมอยู่ไม่คลาย

ใส่บาตรเสร็จพระให้ศีลให้พร นิดหน่อย สมร และจุก กรวดน้ำให้ชนกด้วยกัน นิดหน่อยกรวดน้ำแผ่กุศลเผื่อยมด้วย พระเดินจากไป สมรลุกขึ้นจุกช่วยพยุง
“นิดหน่อย วันนี้แม่กับน้องจะไปจัดการที่ ที่พ่อแกที่ซื้อไว้ที่หัวหินนะ”
“หนูไปด้วย”
“ไม่ต้องหรอก แกยังไม่หายดี ดูร้านเถอะ อย่าออกไปข้างนอกเลย”
นิดหน่อยพยักหน้ารับเอาคำ
“แหม...ยักงกเหมือนเดิมนะแม่” จุกล้อเลียนแม่ “ดูร้านเถอะ อย่าออกไปข้างนอกเลย”
“ไอ้จุกมันดีแต่พูด ไป ไปเตรีมตัว เดี๋ยวไม่ทันรถ”
“นี่มันสมัยไหนแล้วแม่ ไม่ต้องกลัวไม่ทัน รถเขามีหลายเที่ยว”
“เออ...แม่อยู่หลายวันหน่อยนะ ตื่นเต้นอยากนอนริมทะเลมานานแล้ว”
“ถ้าจะให้ดีแม่ต้องลองกินน้ำทะเลด้วยเค้าว่าอร่อย”
“ข้าไม่ได้โง่นะโว้ย ไอ้ลูกคนนี้นี่ เดี๋ยวเถอะ”
สมรไล่เขกหัวลูกชาย จุกวิ่งหนีขึ้นห้องไป สมรวิ่งตาม
นิดหน่อยมองขำๆ ก่อนจะหันหน้าออกไปมองที่ถนน เห็นยมยืนมองอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และส่งยิ้มมาให้ นิดหน่อยคิดว่าตัวเองฝันไป ต้องหยิกแขนและตบหน้าตัวเองเรียกสติเบาๆ ยมวาร์ปมาใกล้ๆ นิดหน่อย มองอย่างรู้ทัน
“คุณไม่ได้ฝันหรอก ผมอยู่ตรงนี้จริงๆ”
“งั้นเรื่องเมื่อคืนก็...”
“เป็นเรื่องจริง...”
นิดหน่อยยืนตัวแข็ง
“ขอบคุณนะที่ทำบุญให้”
นิดหน่อยปากไม่ตรงกับใจเช่นเคย “อืม...เจ้ากรรมนายเวรจะได้ไปให้พ้นๆ”
“ผมจะไม่ไปไหนแน่ๆ จนกว่าจะหมดเวลาฮอลิเดย์”
“ไม่เกี่ยวกับชั้น”
นิดหน่อยเดินหนีไป

นิดหน่อยเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มและแซนด์วิชให้ลูกค้าชายหญิงคู่หนึ่งในร้าน
“ขอโทษด้วยนะคะวันนี้มีแค่เครื่องดื่ม กับแซนด์วิชนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ยมเดินเข้ามาหานิดหน่อย
“หิวมั้ยคุณ ยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“ไม่”
ปากตอบว่าไม่ แต่เสียงท้องร้องชนิดไม่ไว้หน้า ลูกค้ายิ้มๆ นิดหน่อยงอนเดินหนีไป ยมคิดบางอย่างออก

เวลาผ่านไป ยมยืนยิ้มมองอาหารวางเต็มโต๊ะ นิดหน่อยเดินเข้ามาดูอย่างไม่พอใจ
“นี่มันอะไรกัน”
“ก็เห็นคุณหิว แต่ไม่รู้ว่าคุณชอบอะไร”
“ว้าว...น่ารักอ่ะ” ลูกค้าหญิงเป็นปลื้มแทน
“ชั้นไม่กิน ชั้นไม่หิว แล้วคุณก็ไปได้แล้ว เอาของๆ คุณออกไปด้วย” นิดหน่อยโวยวาย
ลูกค้าสยอง “อูย”
“บอกแล้วไงว่าชั้นไม่อยากจำ แล้วก็ไม่อยากมีเวลาร่วมกับนายอีก”
ยมมองอาหารหน้าเศร้า เดินคอตกออกไป ดาวกับต่อเดินสวนเข้ามา
“คุณมัจจุราช...ผมขอโทษ”
ยมไม่ทันได้สนใจ ท่าทีของต่อที่มีอาการกลัวยมหลังรู้ว่าเขาเป็นใคร
“คุณยมจะไปไหน” ดาวถาม แต่ยมเดินไปโดยไม่ตอบ
“พี่เค้าไล่แฟนเค้าออกไปค่ะ” ลูกค้าหญิงบอกแทน
นิดหน่อยมองหน้าลูกค้าอย่างไม่พอใจนิดๆ ลูกค้าก้มหน้าดูดกาแฟต่อ ดาวมองหน้าเพื่อนอย่างเหนื่อยใจ นิดหน่อยเดินหนี ดาวตามไปคุยด้วย
“ทำแบบนี้ทำไม ชั้นรู้ว่าแกก็เจ็บ”
“ชั้นไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอก”
“เวลามีน้อย แกต้องใช้เวลาที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด โอกาสที่เราจะได้อยู่กับคนที่เรารักมันอาจจะมีเพียงแค่ไม่กี่วัน เพราะฉะนั้น แกต้องรีบมีความสุข ไม่งั้นแกจะย้อนกลับไปไม่ได้”
นิดหน่อยสะท้อนใจเมื่อคิดถึงวันที่พ่อเสียชีวิต โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้บอกอโหสิกรรมและยกโทษให้ต่อหน้าพ่อ

ฟากฝั่งรุจิภาเข้าออฟฟิศแต่เช้า โดยมีเลขาที่ผู้เป็นพ่อสั่งให้มาคอยต้อนรับและดูแล พาไปยังห้องทำงานที่เตรียมไว้ให้
ในระหว่างที่เลขาเดินพาไปดูแผนกอื่น รุจิภาได้ยินเสียงพนักงานเม้าท์มอย มองจิกแล้วเดินผ่านไป
“ไม่รู้ว่าจะมาได้กี่วัน”
“จริงด้วย เห็นบอกว่าไม่เคยทำงาน ไม่เกินชั่วโมงก็คงกลับแล้ว”
“เลิกเม้าท์แล้วเอาเวลาไปทำงานดีกว่านะ คนที่พวกหล่อนกำลังนินทาอยู่คือลูกเจ้าของบริษัท อย่าทำอีก” เลขาด่า
พนักงานสองคนหน้าเสียเดินหนีไปโดยไว เลขารีบตามรุจิภา
“คุณรุจิจะไปไหนคะ”

กลางดึก รุจิภาเมาแอ๋ออกมาจากผับเช่นทุกคืน เด็กรับรถเห็นแล้วส่ายหน้า
“เมาอีกแล้วเหรอคุณ”
“เรื่องของชั้น”
เด็กรับรถมองห่วงใย ถามอย่างหวังดี “มีเรื่องอะไรรึเปล่า”
รุจิภาตวาดแว้ด “อย่ามายุ่งกับชีวิตชั้น”
“ใช่ชีวิตเป็นของคุณ แล้วคุณจะไปแคร์คำพูดคนอื่นทำไม”
พร้อมกับว่า เด็กรับรถปิดประตูดังปัง
“ไอ้บ้า!”
รุจิภาหัวเสีย และโกรธที่เด็กรับรถมาสั่งสอนเธอ

ตลอดสองสามวันมานี้ รุจิภามุ่งมั่นตั้งใจกับการทำงานมากๆ เพื่อพิสูจน์ตัวเองโดยไม่ย่อท้อ
เธอตื่นเช้าแต่งตัวออกจากบ้านไปออฟฟิศทุกวัน โดยมีสายตาแปลกใจของแม่บ้านมองตามทุกวัน
รุจิภาเดินเข้าบริษัทอย่างมั่นใจ พนักงานพากันมองๆ แล้วจับกลุ่มซุบซิบเม้าท์มอยอย่างไม่เชื่อถือ พอรุจิภากวาดตามอง บรรดาขาเม้าท์ก็หลบไป
รุจิภาตั้งใจเรียนรู้งาน โดยมีเลขาเป็นผู้ช่วย
เมื่อลงไปกินข้าวที่โรงอาหาร พนักงานแทบทุกคนหลบหลีก สุดท้ายเธอต้องสั่งขึ้นมากินในห้องลำพัง
รุจิภาสั่งงาน ทว่ากลับไม่ได้รับการตอบรับจากพนักงาน ทั้งตั้งแง่และหนักข้อถึงกับคัดค้าน เธอกลับบ้านไปด้วยท่าทีอ่อนล้า ทิ้งตัวลงนั่งโซฟาอย่างเหนื่อยใจ แต่ยิ้มได้เมื่อเห็นพ่อแม่กลับจากต่างประเทศ มารออยู่ มอบความรัก และกำลังใจ ที่เธอไขว่คว้ามาให้
รุ่งขึ้น แม่ทำอาหารเช้าให้ พ่อ แม่ ลูก ทานมื้อเช้าพร้อมหน้า รุจิภาออกไปทำงาน รุจิภาเรียนรู้งานจากผู้เป็นพ่ออย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
รุจิภาพรีเซนต์งานต่อหน้าบอร์ดบริหารอย่างมั่นใจ เธอทำได้ดี จนพ่อ และหุ้นส่วนปรบมือให้
เขต7 ยืนมองรุจิภาอยู่มุมหนึ่ง ยิ้มออกมาอย่างดีใจและสมใจ

ฝ่ายท่านท้าวพญามัจจุราชดูภาพยมและนิดหน่อยผ่านกระทะทองแดง โกรธมากสั่งสุวรรณอาวุโสว่า
“ไปตามท่านมัจจุราชเขต7 มา”
ด้วยน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดดุดัน ดูออกว่าท่านท้าวฯ โกรธมาก สุวรรณรีบออกไป

มัจจุราชเขต7 ยืนอยู่ต่อหน้าท่านท้าว บนบัลลังก์
“ท่านเขต7 ท่านรู้เรื่องที่เขต8 ไปทำที่โลกมนุษย์หรือไม่”
เขต7 อึกอักๆ หลุดปากบอกความจริงออกไป
“ครับ เขต8 คงมัวแต่ลงไปค้นหาความหมายของความรักของมนุษย์”
เสียงท้าวมัจจุราชดังขึ้น
“ว่าอย่างไรนะท่านเขต7”
เขต7 ตกใจกับสิ่งที่เผลอพูดออกไป

คืนนั้นนิดหน่อยเดินออกมาส่งดาวและต่อ มียมเดินตามมาเงียบๆ ห่างๆ ดาวหันไปมอง
“แกก็คุยกับคุณยมเขาดีๆ ไม่ได้เหรอ”
นิดหน่อยนิ่ง
“แต่เอาเถอะชั้นเพื่อนแก ชั้นแค่อยากให้แกคิดให้ดี ว่าถ้าแกอยากทำแบบนี้แล้วแกจะไม่เสียใจภายหลัง ถ้าแกตัดสินใจยังไงก็ตามนั้น”
นิดหน่อยกำลังจะเดินเข้าบ้านไป สุวรรณโผล่ออกมาหน้าตาตื่น
“ท่านครับๆ”
นิดหน่อยกับดาวและต่อหันไปมอง
“ว่ายังไง”
“ท่านพญามัจจุราชโมโหมากเรียกตัวท่านกับท่านเขต 7 ด่วน สงสัยจะเป็นเพราะเรื่อง...”
ยมเอามือปิดปากสุวรรณทันที ไม่อยากให้นิดหน่อยไม่สบายใจ
“รีบไปกันเถอะ”
ยมเดินมาหานิดหน่อย
“เราจะรีบกลับมานะ”
ร่างยมหายวับไปพร้อมกับสุวรรณ
นิดหน่อยมีสีหน้าไม่สบายใจ

ท่านท้าวพญามัจจุราชนั่งประทับอยู่บนบัลลังก์ในวิหาร ท่าทางทรงอำนาจและน่าเกรงขาม
เขต7 ยืนอยู่ตรงหน้า ส่วนเขต8 เพิ่งมาถึง ก้มหน้ายอมรับความผิด
ท่านท้าวพญามัจจุราชกระทืบเท้าจนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งนรกภูมิ
“เกิดเหตุเช่นนี้ได้อย่างไร มัจจุราชกับมนุษย์มีความรักต่อกัน ท่านท้าวคาดคั้นเสียงดังมากขึ้น “บอกเรามา”
เขต8 คุกเข่าลง “ลงโทษผมได้เลยครับ”
“แปลว่าท่านยอมรับผิดทุกอย่าง ใช้พลังยมฑูต เผยตัวเองให้มนุษย์รู้ และที่สำคัญจับต้องตัวมนุษย์ที่กำลังจะตายจนฟื้น เจ้ารู้ถึงโทษทัณฑ์ที่เจ้าจะได้รับใช่หรือไม่ ท่านเขต8”
“ครับ”
เขต7 หน้าเสีย รู้สึกผิดด้วยเช่นกัน ที่รู้ทั้งรู้ แต่ไม่ได้ขัดขวางเขต8 อย่างจริงจัง
“ผมเองก็มีส่วนผิด ที่รู้แล้วไม่จัดการ ไม่รายงานท่าน”
“ท่านทั้งสองจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม”
เขต8 อยากกลับไปเคลียร์เรื่องคั่งค้างกับนิดหน่อยให้จบเสียก่อน
“ท่านครับ ผมขอ...”
ท่านท้าวฯสวนออกมา “ท่านไม่มีสิทธิ์จะร้องขอต่อรองอะไรทั้งสิ้น เพราะความผิดที่ท่านทำมันใหญ่หลวงนัก กฎมีไว้ให้ยึดปฏิบัติ แต่ท่านกลับเอาแต่แหกกฎ”
สุวรรณกับสุวาน มายืนคุมตัวเขตไว้ ยมคอตกรู้ว่าสิ้นหวังแน่
เขต7 มองอย่างเห็นใจ เพราะตนได้เคลียร์สิ่งที่ค้างคาใจกับรุจิภาไปแล้ว จนไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว
“ท่านครับ ถึงแม้ว่าผิดครั้งนี้ของเขต8 จะใหญ่หลวงนัก แต่เหตุที่เกิด เรื่องแบบนี้ขึ้น เพราะเขต8 ต้องการจะหาข้อมูลเรื่องความรัก เพื่อมาตัดสินโทษต่อดวงวิญญาณที่ชอบอ้างถึงความรัก แบบนายสน” เขต7หันไปมองเขต8 “แม้ว่ามันจะเกินลยเรื่องความรู้สึกไปมาก แต่ท่านเขต8 ควรจะได้ไปเพื่อเคลียร์เรื่องต่างๆ ตามกฎของเรา ก่อนที่จะได้รับโทษ”
ท้าวท้าวฯ แปลกใจ “เขต7 ทำไมท่านจึงช่วยคนที่เป็นคู่แข่งท่านมาตลอด”
“ผมไม่ได้ช่วย เพียงแต่ตัดสินตามสิ่งที่มัจจุราชพึงทำครับ”
“ได้ เราจะให้เขต8 กลับไปเคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่สร้างไว้ แล้วจากนั้นกลับมารับโทษ ท่านเขต7 ต้องเป็นคนลบความทรงจำของเขต8 ด้วยตัวท่านเอง”
เขต8 มองเขต7 เชิงขอบคุณ แต่ดูออกว่าไม่อยากให้ลบความทรงจำ

ทั้งคู่เดินออกมาจากวิหาร
“เราขอโทษ”
เขต7 อึ้งที่อีกฝ่ายกล่าวขอโทษตนออกมา
“ต่อไปนี้สิ่งใดที่เราผูกไว้ เราจะลงไปแก้มันเอง”
“ท่านควรทำตามกฎตั้งแต่แรก จะได้ไม่เกิดเรื่องร้ายเช่นนี้ และไม่ใช่แค่ท่านที่ได้รับผลของมัน แต่ยังมีคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับผลของมันด้วย”
เขต7 เดินออกไปเลย ทิ้งเขต8 ให้ยืนหน้าเครียดอยู่เพียงลำพัง

ดาวกับนิดหน่อยนั่งดูทีวีช่อง 8 อยู่ตรงมุมโซฟา นิดหน่อยผุดลุกผุดนั่งเดินผ่านหน้าจอทีวีไปมา จนดาวกับต่อไม่เป็นอันได้ดูละคร สุดท้ายดาวกดปิดทีวีเซ็งๆ นิดหน่อยงง
“ปิดทำไม”
“ยังจะถามอีก ก็แกเดินสวนไปสวนมาชั้นดูละครไม่รู้เรื่องแล้วเนี่ย”
“ก็ชั้นห่วงคุณยมไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง”
“นี่ละนะ ตอนเค้าอยู่ก็ไม่สนใจ ชั้นบอกแกแล้ว ว่าเวลามันสั้น จะทำอะไรให้รีบทำ”
“นั่นสิ ถ้าชั้นรู้แบบนี้ชั้นจะไม่ยอมเสียเวลาไปสักวินาที ชั้นจะ...”
จู่ๆ ยมก็เดินหล่อเข้ามาในร้าน ถามนิดหน่อยว่า
“คุณจะ...อะไร”
“คุณยม...”
ดาวพูดไม่ทันจบดี นิดหน่อยก็โผเข้ากอดยมเต็มรัก และยมก็กอดตอบนิดหน่อยอาการเดียวกัน
“ส่วนเกินสินะเรา ไปกันเถอะ”
“ไป”
ดาวคว้ากระเป๋าแล้วรีบดึงต่อเดินออกไปโดยเร็ว

นิดหน่อยกับยมกอดกันเต็มรัก ด้วยความรักความคิดถึงล้นอก และเป็นสิ่งที่ทั้งคู่อยากทำตามคำเรียกร้องของหัวใจมาตลอด
ยมนึกถึงตอนที่นิดหน่อยช่วยชีวิตตนไว้ และช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตด้วยกัน ยมรู้แล้วว่านิดหน่อยคือคนที่ตนรัก
“ชั้นรักคุณค่ะคุณยม”
ยมพูดไม่ออกได้แต่ยืนอึ้ง ใจเต้นโครมคราม
นิดหน่อยละตัวออก จ้องหน้ายมซึ้งๆ และเป็นฝ่ายจูบแก้มยม

ยามเช้า นิดหน่อยนอนหลับอยู่บนเตียง ยมนั่งยิ้มมองนิดหน่อย ราวกับอยากจดจำภาพนี้ตลอดกาล
ยมใจที่เต้นแรงไม่หยุด ยิ่งเมื่อนึกถึงตอนถูกนิดหน่อยบอกรัก
สักครู่หนึ่งนิดหน่อยก็ตื่นขึ้นมา พอเห็นสายตาของยมที่จ้องเอาๆ ก็เขินอาย ยมยิ้มชื่น นิดหน่อยรีบลุกจากเตียง
“เลิกจ้องได้แล้ว จะจ้องอะไรนักหน้า”
“ชั้นจะจำทุกรายละเอียดของเธอในนี้ตลอดไป”
พร้อมกับว่ายมจับมือนิดหน่อยมาวางที่หัวใจตัวเอง เล่นเอานิดหน่อยยิ้มเขิน
“นี่เธอเป็นอะไรทำไมหน้าแดง ไม่สบายรึเปล่า”
ยมเอามือแตะหน้าผากดู นิดหน่อยถอยหนีกลัวเขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม แก้ตัวส่งๆ
“ไม่มีอะไร สงสัยหิว”
ยมกลับเชื่อสนิท “เหรอ งั้นเดี๋ยวเราทำกับข้าวให้กินเอง อยากลองทำนานแล้ว”

เขต7 เรียกสุวานและสุวรรณมาพบ
“เขต8 กลับมารึยัง”
“ท่านเป็นห่วงท่านเขต8 เหรอครับ” สุวานถาม
เขต7 ส่ายหน้า “เรากลัวเขต8 จะตุกติกละสิไม่ว่า แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ ใกล้ถึงเวลาที่เขาต้องกลับมารับโทษแล้ว”
“น่าสงสารเหมือนกันนะครับ รักที่เป็นไปไม่ได้” สุวานหน้าเศร้า
“มันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่เริ่ม ก็ไม่ควรให้มันเกิดขึ้น มนุษย์เป็นเช่นนี้ แต่มัจจุราชสิไม่ควรเป็น” สุวรรณว่า
“เราต้องจิตใจเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว จึงจะสามารถตัดสินผิดให้เป็นผิดถูกให้เป็นถูก แต่ความรักมันจะทำให้เกิดการเห็นอกเห็นใจ และทำให้เราอ่อนแอ”
เขต7 สรุป

วันเวลาบนโลกมนุษย์เดินไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้ยมขลุกอยู่กับนิดหน่อยที่ร้านขนมตั้งแต่เช้า สองคนช่วยกันเข้าครัวทำอาหาร แต่เห็นควันโขมงลอยออกมาจากครัว
หลังควันจางลงยมเอาอาหารที่ทำเองมาวางให้นิดหน่อยทาน เห็นเป็นไข่ดาวไหม้เกรียมดูไม่น่ากินลง
นิดหน่อยแกล้งตักให้ยมกินเอง ยมเบี่ยงหน้าหลบหนี นิดหน่อยยื่นตามให้กินจนตกเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน ถูกยมจุ๊บหน้าผาก
สุดท้ายที่นิดหน่อยได้ทานจริงคือต้มมาม่าจ้า
บ่ายคล้อยยมหวีผมให้นิดหน่อยเสร็จ สองคนใส่เสื้อคู่รัก จูงมือกันเดินออกจากบ้านไปปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะสวยๆ
ต่อมาพากันไปกินส้มตำในสวน ยมเผ็ด นิดหน่อยหัวเราะชอบใจ

วันต่อมา นิดหน่อยกับยมช่วยกันเปิดร้านขนม ดูแลลูกค้าสองคน
เห็นนิดหน่อยเหงื่อออก ยมซับเหงื่อให้ ลูกค้าในร้านมองฟินๆ
ยมช่วยนิดหน่อยเก็บกวาดร้าน ถูพื้น พอเสร็จก็พากันนั่งดูหนังผี นิดหน่อยกลัว ยมไม่กลัวสักนิด นิดหน่อยเผลอกอดยมตกใจกลัว ยมยิ้มชอบใจ
ยมกับนิดหน่อยนอนด้วยกันอยู่บนเตียงในห้อง สองคนเอาแต่จ้องหน้ากันไม่รู้จะหลับลงไหม

บริเวณริมแม่น้ำบรรยากาศสวยซึ้งโรแมนติก ค่ำคืนนั้น นิดหน่อยกับยมนั่งดูดาวกันอยู่ตรงนั้นสองต่อสอง นิดหน่อยชี้ชวนให้ยมดูพระจันทร์ทอแสงแจ่มกระจ่างอยู่บนท้องฟ้า
“ดูพระจันทร์สิ สวยเชียว”
“นิดหน่อย”
“อย่าเพิ่งพูดได้มั้ย ชั้นขอดื่มด่ำความสุขอีกนิด”
ยมรู้ว่าถึงเวลาต้องจากบอกลานิดหน่อยแล้ว สีหน้าเศร้าลง
“เวลาของเราบนโลกมนุษย์ใกล้จะหมดแล้ว”
นิดหน่อยชะงัก “หมายความว่ายังไง”
“เรามาเพื่อจะจากไปนิรันดร์ นี่คือสิ่งที่แทนใจว่ามันจะผูกเราไปตลอดกาล”
ยมสวมสร้อยจี้ไหลน้ำพี้ให้นิดหน่อย
“ต่อจากนี้ถึงเราไม่อยู่ด้วย คุณก็ต้องเข้มแข็งนะรู้มั้ย”
นิดหน่อยส่ายหน้าอย่างอาลัยอาวรณ์ “ไม่ ชั้นทำไม่ได้ ถ้าคุณรู้ว่าจะต้องไปแบบนี้ คุณจะกลับมาทำไม” นิดหน่อยทุบตียมพัลวัน “มาทำให้ฉันเสียใจซ้ำๆ ทำไมๆๆ”
“เรากลับมา เพราะเราอยากบอกให้นิดหน่อยรู้ว่า ความรักมันมีอยู่จริง...ผมรักคุณ”
พร้อมกับว่า ยมดึงนิดหน่อยมากอดเต็มรัก”
“ฟังผมนะ ผมอยากให้นิดหน่อยใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข”
นิดหน่อยผละออก ส่ายหน้า
“ไม่ ชีวิตฉันจะมีความสุขได้ยังไง ถ้าไม่มีคุณ”
“คุณจะจำไม่ได้ว่าเราเคยรู้จักกัน”
นิดหน่อยมองยมสีหน้างุนงง
“เพราะเราต้องลบความทรงจำที่เกี่ยวกับเราทั้งหมดบนโลกนี้”
นิดหน่อยไม่ยอม “ไม่นะ ชั้นอยากเก็บทุกโมเมนต์ของเรา ฉันอยากมีคุณไว้ให้จดจำ ว่าครั้งนึงฉันเคยได้รักและถูกรัก จากคุณ”
นิดหน่อยสะอื้นไห้เบาๆ จับมือยมขึ้นมาจับตรงหัวใจตัวเอง
ยมพยักหน้ารับรู้ นิดหน่อยกับยมสวมกอดกัน
ยมละตัวออก น้ำตาซึมก่อนที่ยมจะยื่นมือออกไป เหนือหัวนิดหน่อย ค่อยๆ ดึงความทรงจำที่เกี่ยวกับตนออกไป
“เป็นครั้งแรกที่เรายินดีที่จะทำตามกฎ”
นิดหน่อยพึมพำในใจ
“อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่อยากลืมคุณ”
ยมลบความทรงจำนิดหน่อยออกจนหมดสิ้น
ในนรกภูมิอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ เขต7 ยืนรออยู่ที่ลานพิพากษา ไม่นานนักมัจจุราชเขต8 รากฏตัวขึ้นสีหน้าเศร้าหมองเห็นชัด
“เรามาตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับท่าน ช่วยลบความจำให้เราด้วยเถิด ก่อนที่ใจเราจะสลาย”
เขต7 มองอย่างเข้าใจ เห็นใจ ยื่นมืออกไปเหนือศีรษะเขต8 ช้าๆ

3 ปี ผ่านไป
ร้านสวีทนิดสวีทหน่อย กลายเป็นร้านดัง มีลูกค้าแน่นร้านแทบทั้งวัน จุกกับสมร ช่วยกันเสิร์ฟอาหารหน้าตาดีดูน่ากินให้ลูกค้าอย่างขันแข็ง สมรแต่งตัวดูดีมาดคุณนาย จุกก็ดูหล่อขึ้นตามวัย
ดาวนั่งเขียนรีวิวอยู่มุมหนึ่ง
“เขียนรีวิวให้ร้านชั้นอยู่เหรอ”
นิดหน่อยเดินมาหาเพื่อนที่โต๊ะ เธอยังสวยน่ารักสดใสเหมือนเดิม
“ร้านแกไม่ต้องเขียนคนก็เข้าเยอะแล้ว ถ้าเขียนอีกสงสัยต้องขยายร้านเพิ่ม”
“แน่นอนสิครับพี่ดาว ร้านนี้ดีจริง” จุกว่า
“ย่ะ แล้วเตรียมตัวไปเรียนต่อเรียบร้อยรึยัง” ดาวถาม
“มันตื่นเต้น เตรียมแล้วเตรียมอีก กระเป๋าก็เยอะแยะไม่รู้จะย้ายไปอยู่โน่นเลยรึไง”
“ไม่ดีเหรอ เผื่อผมได้สะใภ้แหม่มมาฝากแม่สักคนสองคน”
“มะเหงกสิ ให้ไปเรียนไม่ได้ให้ไปหาเมีย ต้องรอให้พี่มีก่อนแล้วแกค่อยมี”
“โอ๊ย ขืนรอพี่นิดหน่อย ผมคงไม่มีหวังได้เมียแน่ๆ” จุกโวย
สมรหันมาเฉ่งนิดหน่อย “อย่าให้น้องมันว่าได้นะลูก แกต้องเลือกแฟนสักคนได้แล้ว”
“ไม่เอาอ่ะแม่ แค่นี้ก็ยุ่งจะแย่”
สมรขัดใจ “นังลูกคนนี้มันไม่มีหัวใจบ้างรึยังไง แม่อยากอุ้มหลาน”
“เอาลูกดาวไปเลี้ยงก่อนสิแม่” นิดหน่อยบอก
สมรเซ็ง นิดหน่อยเดินหนีไป
“ตั้งแต่เล็กจนโต ชั้นยังไม่เห็นมันมีความรักกับเขาซะที”
“เขาอาจจะยังไม่เจอเนื้อคู่ก็ได้แม่”
“พูดมาก แกไปช่วยพี่ทำงานเลย”
“จ้ะๆๆ รีบใช้นะ เดี๋ยวผมไปอเมริกาจะไม่มีคนให้ใช้แล้ว”
จุกเดินลั้นลาไปช่วยพี่ บรรยากาศดูชื่นมื่นมีความสุข

พอลับหลังคนอื่นๆ สีหน้านิดหน่อยกลับดูเศร้าๆ อมทุกข์ เหมือนมีเรื่องติดค้างอยู่ในใจ

มัจจุราชเขต7 นั่งอยู่ในห้องทำงานรุจิภา หยิบนิตสรบนโต๊ะหลายเล่มขึ้นมาดู ทุกเล่มขึ้นปกด้วยรุจิภา ว่าเป็นไฮโซสาว เวิร์คกิ้งวูแมนคนเก่ง
รุจิภาเปิดประตูเข้าห้องมาพร้อมเลขาที่เปิดตารางงานเดินร่ายยาวตามเข้ามา
“วันนี้คุณรุจิมีประชุมบอร์ดตอน 10 โมง บ่ายโมงมีรายการมาสัมภาษณ์ แล้วบ่าย3 มี...”
เขต7 ดีดนิ้วเปาะ เลขายิ้มบอก “คุณรุจิมีแขก เดี๋ยวไปจัดการเครื่องดื่มให้ค่ะ”
เลขาเดินออกไป เขต7 ลุกเดินมาหารุจิภา
“ในที่สุดเจ้าก็รู้จักรักตัวเองซะที”
“ค่ะ ฉันต้องขอบคุณ...ท่าน”
“ไม่จำเป็น เราเป็นหนี้เจ้า ต่อไปนี้เจ้ารู้จักรักตัวเองแล้ว ก็จงเผื่อแผ่ความรักไปให้ผู้อื่น แล้วเจ้าจะรู้ว่าความรัก มีพลังมหาศาล เปลี่ยนโลกได้ทีเดียว”
พูดจบเขต7 ก็หายตัวไปทันควัน ทิ้งรุจิภาให้ยิ้มอยู่ลำพัง เห็นงามตามที่เขต7 กล่าว

เสียงเพลงลอยกระทงดังคลอขึ้น เห็นนิดหน่อย จุก และดาวนั่งทำกระทงกันอยู่ตรงระเบียงบ้าน
“แม่ๆ” จุดร้องเรียก
สมรเดินออกมาพร้อมกับดอกไม้ทำกระทงประดามี
“ว่าไง”
“แม่ว่ากระทงใครสวยที่สุด” จุกว่า
“ของใครก็ได้ที่ไม่ใช่ของแก”
“แม่ก็ชอบไปว่าจุกมัน คอยดูเถอะ น้องไปเรียนแล้วแม่จะเหงา” นิดหน่อยบอก
“แกก็รีบมีหลานให้แม่ซะทีสิ”
“ข้ามขั้นไปแล้วมั้ยแม่ มันยังไม่มีแฟนเลย” ดาวว่า
“อย่าว่าแต่แฟน คู่ลอยกระทงพี่ยังไม่มีเลย”
นิดหน่อยเขกหัวจุกดังโป๊ก
“ชั้นมีเยอะแยะ แต่ฉันไม่เอาต่างหาก”
“ถามจริงเจ๊ รอใครอยู่ปะเนี่ย” จุกจ้องพี่สาว
นิดหน่อยนิ่งคิด
“รอใคร แกก็พูดไปเรื่อย”
ต่อรีบร้อนเข้ามาพร้อมธูปและเทียน
“มาแล้วจ้ะ ธูปเทียนที่สั่ง ครบค้าบ”
“รีบทำแล้วรีบไปลอยได้แล้ว ใกล้เวลาแล้ว อย่ามัวแต่ทะเลาะกัน” สมรบอก

ภายในวิหารใหญ่ นรกภูมิ
เหล่านิรบาล และ กุมภัณฑ์ ทั้งนรกภูมิ มายืนรวมตัวอยู่ในวิหาร เบื้องหน้าบัลลังก์ของท่านท้าวพญามัจจุราช โดยเขต7และเขต8 ยืนอยู่แถวหน้าสุด
“ตลอดการทำงานที่ผ่านมา เจ้าทั้งสองขับเคี่ยวกันมาตลอด เขต7 ตรงดุจไม้บรรทัด”
สีหน้าเขต7 นิ่งขรึม
“ส่วนเขต8...”
เขต8 มีหน้านิ่งขรึม ไม่ว่าต้องเจอกับอะไรก็พร้อมยอมรับ
“แม้เจ้าจะชอบออกนอกกรอบ ไม่เดินตามกฎเกณฑ์ แต่สุดท้ายแล้วงานของเจ้าก็สำเร็จลุล่วงได้เช่นกัน”
นายนิรบาลอาวุโสชั้นสูงตนหนึ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับไม้คทาหัวกระโหลกสีดำมันขลับ ที่ดวงตามีพลอยสีแดงเม็ดโตประดับสวยงามเข้มขลัง
สุวรรณกับสุวานทั้ง เขต7 และ เขต8 จ้องตาเป็นมัน
“คทากาลทัณฑ์” สุวาน7 อุทานด้วยสีหน้าตื่นเต้น
สุวรรณ7 พึมพำ “จะมีการเลื่อนขั้นกันรึนี่”
สุวรรณและสุวานเขต8 ต่างมองลุ้น คิดว่าเจ้านายจะได้เลื่อนขั้น
นิรบาลนำคทาไปมอบให้ท่านท้าว แล้วเดินออกไป ทุกคนลุ้นว่าใครจะได้รับการเลื่อนขั้น
“การขับเคี่ยวขอเจ้าทั้งสอง บัดนี้มาถึจุดสิ้นสุดแล้ว..ตำแหน่งมัจจุราชเขต9 จะมีขอบเขตงานที่มากขึ้น และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนี้ จะต้องเคร่งครัดกับกฎเกณฑ์ และรู้จักยืดหยุ่นในขณะเดียวกัน..ซึ่งผู้ที่เหมาะกับตำแหน่งนี้ก็คือ...”
แต่ละคนต่างลุ้นว่าจะเป็นใคร
“มัจจุราชเขต7” เสียงท่านท้าวดังกึกก้อง
เขต7 รู้สึกเซอร์ไพร้ส์นิดๆ ทุกคนปรบมือให้ เขต7 เดินไปหาเขต8
“ทีนี้รู้แล้วนะว่าคนที่ชนะมาตลอดคือใคร”
“ยินดีกับท่านด้วย”
เขต8 ยื่นมือไปแสดงความยินดีอย่างจริงใจ เขต7 แปลกใจกับท่าทีดังกล่าว
“ท่านไม่ผิดหวังอย่างนั้นเหรอ”
เขต8 ส่ายหน้า พลางยิ้มให้ “เราทำงาน เราไม่เคยหวังตำแหน่งอะไรอยู่แล้ว”
สุวาน8 ยิ้มปลื้ม “หล่อไปอีก เจ้านายเรา”
“แต่เราทำงาน ก็เพื่อตำแหน่งนี้”
“ถ้าอย่างนั้น ตำแหน่งนี้ก็เหมาะสมกับท่านด้วยประการทั้งปวง”
เขต8 ยกมือเชื้อเชิญให้เขต7 ไปรับคทาจากท่านท้าว
เขต7 เดินช้าไปรับคทาช้าๆ
แม้ที่ผ่านมา เขต7 กับเขต8 มักมีปากเสียงกันเรื่องงานหลายๆ เหตุการณ์ แต่เขต8 ก็ยิ้มชื่นชมอย่างยินดีกับตำแหน่งที่เขต7 ได้รับครั้งนี้ และพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ไม่เคยคิดไขว่คว้าอะไรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เขต7 รับคทาจากท่านท้าวฯ อย่างนอบน้อม
“ด้วยความเคารพ ที่ท่านว่าตำแหน่งนี้ต้องเคร่งครัดกฎเกณฑ์ แต่ก็ต้องยืดหยุ่นในขณะเดียวกัน ท่านคิดว่ากระผมยืดหยุ่นตรงไหนหรือครับ”
“เจ้ายืดหยุ่นเรื่องอะไรกับเขต8 ไว้บ้าง อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ” ท่านท้าวดักคอ
เขต7 ก้มหน้า นึกกลัวความผิดขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองเขต8 ทั้งคู่ยิ้มให้กันขำๆ

ค่ำคืนนี้ สุวรรณ สุวาน และมัจจุราชเขต8 ขึ้นมารอรับดวงวิญญาณที่ท่าน้ำชายแดนนรกภูมิติดโลกมนุษย์
“ช่วงเทศกาลทีไร มนุษย์ก็ขยันจับกลุ่มกันตายจัง” สุวานบ่นบ้า
“จริงด้วยท่าน แค่ระวังกันสักนิดก็ไม่ได้ เก็บวิญญาณเหนื่อยนะเนี่ย”
“งั้นก็ลาออกไปสิ” เขต8 ประชด
“จริง ออกไปสิท่านสุวรรณ เราน่ะไม่เคยเหนื่อย เรารักงานของเรา” สุวานสอพลอ
“อย่ามัวแต่พูด เดี๋ยวท่านสองคนไปดูมุมโน้น ส่วนเราจะอยู่ตรงนี้เอง”
สุวานกับสุวรรณเดินออกไปทางหนึ่ง

ระหว่างนี้ นิดหน่อย สมร จุก ดาว และ ต่อ พากันมาลอยกระทง นิดหน่อยสวนกับเขต8 แต่มองไม่เห็นเขา
เขต8หยุดจ้องหน้านิดหน่อยเหมือนคนเคยรู้จัก ในจังหวะที่ลมพัดมาส่งให้ผมนิดหน่อยปลิวสยายสวยซึ้ง สัมผัสแห่งสายลมนั้นทำเอานิดหน่อยขนลุก หันมองไปรอบๆ
แต่ดันเจอเด็กซนวิ่งชนจังๆ แรงพอที่ทำให้ร่างนิดหน่อยหงายหลัง และกระทงในมือหลุดลอยกระเด็นไป เขต8 วาร์ปมาหยิบกระทงให้ และรับตัวนิดหน่อยไว้ทัน
“เป็นอะไรรึเปล่า”
ทั้งคู่สบตากันแว่บหนึ่ง นิดหน่อยละตัวออกมา
“ขอบคุณค่ะ”
เขต8 ส่งกระทงให้นิดหน่อย จังหวะที่มือทั้งคู่ชนกันเกิดพลังงานบางอย่างสปาร์กขึ้น
“ไม่เป็นไร”
สมรมองมาเห็นคนหล่อ หน้าตาดีก็ยิ้มกริ่มชอบใจ
“ลอยกระทงรึยังละพ่อหนุ่ม”
“ยัง”
“มาลอยด้วยกันสิ ป่านนี้กระทงขายหมดแล้วมาๆ ลอยกับลูกชั้นก็ได้”
“ไม่เป็นไร”
นิดหน่อยกับจุกสะกิดแม่ ดาวกะต่อขำ ที่สมรจะจับผู้ชายรูปหล่อให้นิดหน่อย
“รังเกียจลูกสาวชั้นเหรอ มาๆ มาลอยด้วยกัน”
จุกกับดาวลากสมรออกไป ยินเสียงสมรบ่นบ้าไม่หยุดปาก ว่าหาลูกเขยวันลอยกระทงมันผิดตรงไหน นิดหน่อยจะเดินไป หันกลับมาหาชายแปลกหน้า
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
นิดหน่อยกับยมหันหลังเดินห่างกันออกไป นิดหน่อยคาใจหยุดเท้า หันมาตะโกนถามออกไป
“เราเคยรู้จักกันมาก่อนมั้ยคะ”
เขต8 หันมาหาช้าๆ

ทั้งคู่ยืนจ้องหน้ายิ้มให้กัน ภายใต้ท้องฟ้าแจ่มกระจ่างของพระจันทร์เต็มดวงคืนวันเพ็ญ

จบบริบูรณ์


กำลังโหลดความคิดเห็น...