xs
xsm
sm
md
lg

มัจจุราชฮอลิเดย์ ตอนที่18

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มัจจุราชฮอลิเดย์ ตอนที่ 18 | มัจจุราชร่อแร่

บทประพันธ์ : อรุณรุ่ง | บทโทรทัศน์ : วาทินีย์, สิริวัฒน์69

มัจจุราชเขต 7 นั่งหน้าเครียดอยู่ในออฟฟิศ หลังจากทราบข่าวว่ามัจจุราชเขต8 ได้ความดีความชอบจากกรณีของสนไปไม่น้อย สุวรรณกับสุวานเดินหน้าจ๋อยเข้ามาเพื่อแจ้งข่าว แต่เห็นสีหน้าเจ้านาย ก็เดาได้ว่ารู้เรื่องแล้ว

“ทราบข่าวแล้วเหรอครับท่าน”
เขต7 พยักหน้ารับ “อืม”
“ท่านเขต8 อยู่ในช่วงพักร้อนแท้ๆ แต่ผลงานก็ปรากฏอยู่เรื่อยๆ แต่พวกเรานี่สิ...”
สุวรรณถอนหายใจเซ็งๆ
“แค่วิญญาณตกสำรวจอย่างไอ้สน แต่พวกเขต8 ได้ความดีความชอบ อย่างกับปิดคดีสำคัญได้อย่างนั้นแหละ” สุวานหมั่นไส้
“เอาเถอะ ยังไงเราก็ยังมีงานสำคัญรออยู่” เขต7 เอ่ยขึ้น
“อะไรหรือครับท่าน”
“เรื่องนิดหน่อยไง ข้าจะต้องนำวิญญาณนิดหน่อยลงมาสอบสวนให้ได้”
เขต7 บอกด้วยสีหน้ามุ่งมั่น สุวรรณกับสุวานมองหน้ากันอึ้งๆ
“นำวิญญาณนิดหน่อยลงมาที่นี่อย่างนั้นเหรอครับ” สุวรรณถามย้ำ
“ใช่ ข้าจะนำวิญญาณนิดหน่อยลงมาที่นี่”
สุวานทัดทาน “แต่มันก็เสี่ยงอยู่นะครับท่าน เพราะวิญญาณมนุษย์ ถ้าออกจากร่างเกินสามวัน จะกลับเข้าร่างไม่ได้นะครับ”
สุวรรณเห็นด้วย “นั่นสิครับ แล้วถ้านิดหน่อยไม่ใช่วิญญาณที่หายไปจริงๆ ความผิดจะมาตกที่เขตเราเอานะครับ”
“ก็อย่าให้เกินสามวันสิ ปัญหาคือเอาวิญญาณนิดหน่อยลงมาให้ได้ก่อนเถอะ”
เขต7 มีสีหน้ามาดหมาย ที่จะภารกิจนี้ให้สำเร็จ

ข่าวโกดังเก็บยาบ้าถูกทลายรู้ถึงหูวิวัฒน์ในตอนเช้า เขาโกรธจัดทุบโต๊ะกลางอย่างแรง ลูกน้องยืนก้มหน้ากุมไข่ ท่าทีหวาดผวาอยู่
“หมดกัน ไอ้หน้าไหนมันไปแจ้งตำรวจ”
“ทางโน้นแจ้งว่าเจอชายหญิงคู่นึงมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านก่อน ก็เลยจับตัวมาสอบสวน ก่อนที่พวกของมันจะมาช่วยและพาตำรวจมาด้วยครับ”
“อยู่ดีไม่ว่าดี ไปจับมันมาทำซากอะไร เห็นมั้ยเนี่ย เสียหายขนาดไหน”
วิวัฒน์โมโห ด่าว่าอย่างเกรี้ยวกราด มองหน้าลูกน้องสีหน้าดุดัน ลูกน้องหลบหน้าวูบ
“บอกมันไปนะ จะทำยังไงก็ได้ เอาภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านนั้นมาให้กู กูอยากเห็นหน้าไอ้พวกนั้นว่ามันเป็นใคร”
“ครับนาย”
ลูกน้องเดินออกไป วิวัฒน์มีสีหน้าเครียดจัด

สมรใช้สายยางรดน้ำต้นไม้อยู่บริเวณหน้าบ้าน ไม่นานนักก็มีชายฉกรรจ์ 2 คน ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
ชาย2 คน ลงจากรถ แล้วเดินอาดๆ ตรงเข้ามาหาสมร สมรยิ้มทักทายเหมือนคนมักคุ้นกัน
“หวัดดีจ้า ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“ใช่สิพี่หมอน ถึงได้มาหานี่ไงล่ะ” ชาย 1 บอก
สมรยิ้มปูเลี่ยนๆ “แหะๆ มาหาทำไมเหรอ”
ชาย1 เสียงแข็งใส่ “ยังจะมาถามอีก”
สมรสะดุ้ง ก่อนจะตีเนียนเดินเข้าบ้าน แต่ชาย1 ก็คว้าแขนไว้หมับ ตะคอกเสียงดังใส่
“เงินที่กู้คุณนายอาวรณ์มาน่ะ ไม่ส่งมาเดือนกว่าแล้วนะพี่หมอน”
“ใจเย็นๆ สิ ช่วงนี้ฉันหมุนไม่ทัน ขอผลัดไปก่อนแล้วกันนะ”
“จะเข้างวดสองแล้ว จะผลัดไปไหนอีก”
สมรโวยวายใส่ “ก็บอกแล้วไงว่ายังไม่มี ยังจะหน้าด้านทวงอยู่นั่นแหละ”
ชายทั้งสองอึ้งกันไปเล็กน้อย สมรด่าอีกชุด
“สมบัติผู้ดีน่ะมีกันบ้างมั้ย โตๆ กันแล้ว พูดกันให้รู้เรื่องสิ บอกว่าตอนนี้ยังไม่มีก็คือไม่มี มีเมื่อไหร่เดี๋ยวจะเอาไปให้เองแหละ”
“ก็จริงของเค้านะ เค้าไม่มี เราก็อย่าไปคาดคั้นเอาจากเค้าเลย” ชาย2 ว่า
“มึงไม่กราบขอโทษเค้าซะเลยล่ะ” ชาย1 ด่า
ชาย2ยกมือขึ้นไหว้แบบสายัณห์ สัญญา แต่ในมือมีปืนอยู่ด้วย
“กราบขอโทษนะจ๊ะ พี่หมอนจ๋า”
สมรสะดุ้ง “เฮ้ยๆ นี่ขู่กันเหรอ”
ชาย2 ยิ้มเหี้ยม “ไม่ขู่จ้ะ ถ้ามีคำสั่งเมื่อไหร่ก็ยิงเมื่อนั้นล่ะจ้ะ พี่หมอนจ๋า”
สมรหัวหมอ ขู่กลับ “รู้มั้ย ทวงเงินแบบนี้มันผิดกฎหมายนะโว้ย เดี๋ยวชั้นจะไปฟ้องศูนย์ดำรงธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดิน..อบต. อบจ. สคบ. อย. จะฟ้องให้หมดเลย”
“คิดจะเล่นแง่กับคุณนายอาวรณ์อย่างนั้นเหรอ” ชาย1 เสียงเข้ม
“ข่าวกวาดล้างนายทุนดอกเบี้ยโหดออกแทบทุกวัน จะลองดูมั้ยล่ะ”

อาวรณ์อยู่ในออฟฟิศที่อพาร์ตเมนต์ แค้นจัดเมื่อลูกน้องมารายงานเรื่องสมรเบี้ยวหนี้
“ก็เอาสิ ถ้ามันกล้า”
ชายฉกรรจ์ทั้งสอง ยืนอยู่ในสำนักงานของอาวรณ์
“คุณนายไม่กลัวตำรวจเหรอครับ”
อาวรณ์ดุ “กลัวสิ”
ชายฉกรรจ์ทั้งสองทำหน้าแหยๆ
“แต่คนอย่างฉัน จะไม่ปล่อยให้มันได้มีโอกาสพูดหรอก”
“คุณนายจะทำยังไงครับ” ชาย2 ถาม

ฝั่งสมรออกไปเจ๋อที่ตลาดละแวกบ้าน เพื่อหาแนวร่วมกับบรรดาแม่ค้าพ่อค้าลูกหนี้อาวรณ์
“ชั้นก็จะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการปล่อยเงินกู้ แล้วก็เก็บดอกเบี้ยเกินควรน่ะสิ”
“แบบนี้คุณนายคงโกรธมาก” แม่ค้าว่า
“ก็มันเรื่องจริง คนทำผิดกฎหมายก็ต้องลงโทษ”
“แต่เราติดหนี้เค้าเราก็ต้องใช้” แม่ค้าบอก
“ใช่ แต่ต้องใช้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่มาขูดเลือดขูดเนื้อกันแบบนี้”
พ่อค้าพยักหน้าเห็นด้วย
“พูดไปก็เท่านั้นสุดท้ายก็ต้องจ่ายอยู่ดี” แม่ค้าสรุป
“แต่ถ้าใครร่วมมือกับชั้น เราก็ไม่ต้องทนจ่ายดอกเบี้ยแพงๆ แบบนี้แล้ว” สมรสำทับ
บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามองหน้ากัน
“ถ้าใครเอาด้วยยกมือขึ้น”
พบว่าพ่อค้าแม่ค้าแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย บ้างก็ยกมือเห็นด้วย บางคนก็ส่ายหน้าไม่เอาด้วย

ลูกค้าในร้านเพิ่งกลับออกไป นิดหน่อยนั่งเปิดดูรูปสนกับอารดาในมือถือเมื่อครั้งไปเที่ยวทะเลด้วยกัน นิดหน่อยซาบซึ้งใจกับความรักของสองคนมาก
ดาวกับต่อเข้าร้านมาเห็นนิดหน่อยเศร้าๆ ก็แปลกใจ
“เป็นอะไรทำหน้าเศร้าเหมือนเต่าป่วยเลย”
“เปล่า...”
ดาวแย่งมือถือมาดูเห็นว่าเพื่อนดูรูปของอารดาและสน
“คิดถึงคุณอารยากับคุณสนอยู่เหรอ”
“อืม”
“คิดถึงได้แต่อย่าเศร้า” ต่อมองรูปแล้วยิ้ม “คุณสนเค้าไปสบายแล้ว พวกเราที่อยู่สิต้องสู้ต่อไป ส่วนอารยาก็เก่งจนยืนด้วยตัวเองได้แล้ว”
นิดหน่อยได้สติ
“แทนที่จะเศร้า คุณสนคงอยากให้เรามีความสุข และเป็นกำลังใจให้คนที่อยู่อย่างคุณอารยามากกว่า”
“งั้นเราก็ควรเก็บรอยยิ้มและความสุขของตอนนั้นเอาไว้ ยิ้มให้ได้แบบนี้” ดาวชี้ที่ใบหน้าอารยาในรูป “แล้วก็จดจำภาพความสวยงามที่เกิดขึ้นในวันนั้น”
ดาวกับนิดหน่อยยิ้มให้กัน
ต่อมีสีหน้าเครียดขึ้นมา เมื่อนึกถึงเรื่องยม
“เออ เกือบลืม มีเรื่องคุณยมจะเล่าให้ฟัง”
นิดหน่อยสนใจ “เรื่องอะไรเหรอ”
“ก็ที่นิดหน่อยให้เราช่วยสังเกตคุณยมเค้านั่นแหละ ตอนเข้าไปช่วยคุณสนกับคุณอารยา เราโดนพวกที่เฝ้าบ้านเล็งปืนจะยิงใส่น่ะ
ดาวตกใจ “เหรอ”
“ใช่ แต่อยู่ๆ พวกนั้นก็หันปากกระบอกปืนไปยิงพวกเดียวกันเองเฉยเลย”
นิดหน่อยงง “อ้าว เกิดอะไรขึ้นล่ะ”
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก่อนหน้านั้น เราเห็นคุณยมชี้มือไปทางผู้ชายคนนั้น ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป้าหมายการยิงไปที่พวกเดียวกันเองน่ะ”
ดาวกับนิดหน่อยพากันอึ้งนิ่งงันไป
“ชี้มือไปที่พวกนั้นแล้วเปลี่ยนไปยิงพวกเดียวกันเองงั้นเหรอ แปลกมาก” นิดหน่อยคิดตาม
“แรกๆ เราก็เฉยๆ กับเรื่องที่คุณยมมีอะไรแปลกๆ ในตัวนะ แต่ช็อตนี้ทำให้เราเริ่มที่จะเปลี่ยนความคิดแล้วล่ะ”
นิดหน่อยฟังที่ต่อเล่า ยิ่งสงสัยในตัวยมทบทวี

อาจารย์ขาวหัวเราะร่า หลังจากอาวรณ์เล่าเรื่องสมรที่หัวหมอจะเบี้ยวหนี้ให้ฟัง โรเบิร์ตกับโรบิ้นนวดแขนทั้งสองข้างให้อาจารย์อยู่
“ปัดโธ่ เรื่องแค่นี้เองคุณนาย”
อาวรณ์นั่งหน้าเครียดอารมณ์บ่จอยอยู่ตรงหน้า
“มันหยามชั้นขนาดนี้ ชั้นยอมไม่ได้หรอกค่ะอาจารย์”
โรเบิร์ตขยับไปสับที่ต้นคอ ทำให้อาจารย์ขาวปากคอสั่นไปด้วยจนพูดแล้วฟังไม่รู้เรื่อง
“ก็เอาคนไปทวงมันไม่กลัว ก็ส่งผีไปทวงสิคุณนาย”
อาวรณ์ได้ยินไม่ถนัด “ว่าไงนะคะจารย์”
อาจารย์ขาวพูดไม่รู้เรื่องอยู่ดี “ก็เอาคนไปทวงมันไม่กลัว ก็ส่งผีไปทวงสิคุณนาย”
“อาจารย์พูดอะไรคะ ฟังไม่รู้เรื่องเลย”
อาจารย์ขาวหันมาด่าโรเบิร์ต “มึงจะสับอีกนานมั้ย กูพูดไม่รู้เรื่องเห็นมั้ยเนี่ย”
โรเบิร์ตยิ้มหน้าปูเลี่ยนๆ “โทษครับจารย์ แหะๆ”
“ก็เอาคนไปทวงมันไม่กลัว ก็ส่งผีไปทวงสิคุณนาย”
“อ๋อ...ก็ถึงได้มาหาอาจารย์นี่ไงคะ”
“โรบิ้น เอาเมนูให้คุณนายเค้าดูซิ”
โรบิ้นหยิบแค็ตตาล็อกผี ยืนให้อาวรณ์
“เลือกเอาเลย ว่าอยากได้ผีตัวไหนไปทวงหนี้” อาจารย์ว่า
อาวรณ์เปิดแคตตาล็อกเลือก “โอ้โห เดี๋ยวนี้มีเมนูขนาดนี้เลยเหรอคะ”
“ใช่ เลือกเอาเลย ว่าจะเอาโหดแค่ไหน”
อาวรณ์เปิดแค็ตตาล็อคผีดูด้วยสีหน้ายิ้มกระหยิ่ม จิ้มเลือกผีชายแก่ทวงหนี้ตนหนึ่ง

นิดหน่อยแวะมาหายมที่บ้าน ยื่นขนมที่เอามาฝากให้กับยมที่ทำหน้างงๆ
“อะไรเหรอ”
“ก็ขนมน่ะสิ คุณมองเป็นอะไรเหรอ”
“รู้แล้วว่าเป็นขนม แต่เอามายื่นให้นี่คือ เอามาให้ เอามาขาย หรือเอามาฝากใคร อะไรยังไง”
นิดหน่อยหงุดหงิด “โวะ ทำอย่างกับบ้านนี้อยู่กันเยอะ ชั้นก็เอามาฝากคุณน่ะสิ จะเอามั้ย”
“ไม่เอาก็เสียน้ำใจแย่สิ”
ยมยิ้มบางๆ รับขนมมาดู นิดหน่อยก็จ้องยมอย่างค้นหา พยายามหาสิ่งผิดปกติ จนยมละสายตาจากขนมมาเห็นนิดหน่อยกำลังจ้องอยู่
“จ้องอะไรเหรอ”
นิดหน่อยอึกอัก “ปละ เปล่านี่”
“ทำไมต้องโกหกว่าไม่ได้จ้อง ทั้งที่จ้อง”
“เออ จ้องก็จ้อง ชั้นสงสัยว่าทำไมคุณถึงเอาชนะโจรพวกนั้นได้ คุณมีพลังวิเศษในตัวใช่มั้ย”
นิดหน่อยจ้องเขม็ง เล่นเอายมอึ้งไปนิดๆ ที่อยู่ๆก็โดนถามจี้จุด
“อึ้งแบบนี้ มีอะไรแน่ๆ”
“เหลวไหลน่ะ ผมก็คนธรรมดา ไม่ได้ยิงใยได้อย่างสไปเดอร์แมน ที่แขนก็ไม่มีโล่แบบกัปตันอเมริกา หรือที่ขาก็ไม่มีไอพ่นเหาะได้แบบไอร่อนแมนซะหน่อย”
“ต่อบอกว่าเห็นคุณชี้ไปที่คนที่กำลังจะยิงต่อ จากนั้นอยู่ๆ มันก็เปลี่ยนเป้าจากต่อ ไปยิงพวกเดียวกันเอง”
ยมอึ้งนิ่งงันไปอีก นิดหน่อยจ้องตาเป๋งจับพิรุธ
“ว่ายังไง ทำไมอยู่ๆ พวกนั้นถึงหันไปยิงกันเองได้”
ยมอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง “ผม...ผมบอกกับหนึ่งในพวกนั้นว่า มีคนแอบเป็นกิ๊กกับเมียของมันน่ะ มันก็เลยโกรธมาก แล้วก็ยิงพวกเดียวกันอย่างที่เห็นนั่นแหละ”
นิดหน่อยเหวอกับคำตอบแถสุดขอบโลก
“นายนี่คนหรือปลาไหลกันแน่ ไหลไปเรื่อยเลย”
“ผมพูดเรื่องจริง”
นิดหน่อยเซ็งสุด “เชื่อตายล่ะ”
“ก็แล้วแต่คุณสิ ผมบังคับคุณไม่ได้หรอก”
“คุยกับคุณแล้วเสียเวลาชะมัด กลับไปทำงานต่อดีกว่า”
นิดหน่อยหันหลังเดินกลับ แต่ได้ยินเสียงผิดปกติ เมื่อหันกลับมาเห็นยมเป็นลมล้มตึงไปต่อหน้าต่อตาก็ตกใจ
“คุณ”

ยมถูกนำส่งโรงพยาบาล เวลานี้นอนอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้น พยาบาลพยายามจะแทงเข็มน้ำเกลือให้ยม แต่แทงไม่เข้า
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” พยาบาลแปลกใจ
นิดหน่อยนั่งรออยู่ ลุกเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีอะไรเหรอคะ”
“แทงเข็มน้ำเกลือให้คนไข้ไม่เข้าน่ะค่ะ”
นิดหน่อยอึ้ง เมื่อเห็นว่าพยาบาลแทงเข็มไม่เข้าจริงๆ
สุวานในครบนางพยาบาลเดินเข้ามาในห้อง
“นั่นเธอกำลังจะทำอะไรน่ะ”
“จะให้น้ำเกลือคนไข้น่ะ แต่แทงเข็มไม่เข้า ไม่รู้เป็นเพราะอะไร” พยาบาลบอก
“แทงไม่เป็นน่ะสิ ทำงานได้กี่วันแล้วเธอเนี่ย”
“3 ปี”
“อ่อนประสบการณ์ ออกไปเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
พยาบาลมองสุวานด้วยสีหน้าแปลกใจ “ทำไมไม่คุ้นหน้าเธอมาก่อนเลย”
สุวานมีอาการอึกอักอ้ำอึ้ง
นิดหน่อยมองหน้าสุวาน เริ่มรู้สึกคุ้นๆ หน้า
“เอ่อ...พอดีชั้นเพิ่งย้ายมาน่ะ ก่อนหน้านี้เป็นพยาบาลที่ฟรั๊งซะหลายปี”
“นี่มาจากฝรั่งเศสเหรอ” พยาบาลทึ่ง
“ฟรั๊งธนนี่ละ”
พูดจบสุวานก็แทงเข็มน้ำเกลือเข้าแขนยมได้อย่างง่ายดาย
“เห็นมั้ย ถ้ามีประสบการณ์โชกโชนอย่างชั้น ทุกอย่างมันก็ง่ายๆ”
พยาบาลอึ้งๆ งงๆ “ค่ะ”
“เธอออกไปก่อนไป เดี๋ยวชั้นจะดูแลคนไข้เอง”
“อืม”
พยาบาลเดินออกจากห้องไป สุวานหันมาหานิดหน่อย
“ญาติคนไข้ก็เชิญออกไปรอด้านนอกก่อนนะคะ”
นิดหน่อยจะเดินออกไป ก่อนหันกลับมามองสุวานอย่างพิจารณา
“ทำไมชั้นคุ้นหน้าคุณจังเลย”
สุวานหน้าเสียเหลือสองขีด ร้อนตัวว่าจะถูกจับได้ เพราะเคยปลอมเป็นนางพยาบาลมาก่อนหน้านี้ แต่คนละโรงพยาบาลกัน
“อาจจะคุ้นเพราะชุดรึเปล่า พยาบาลที่ไหนๆ ก็แต่งตัวแบบนี้ทั้งนั้นแหละ”
“แต่พยาบาลอ้วนเตี้ยขนาดนี้มีไม่กี่คนหรอกค่ะ”
สุวานหน้าเสีย นิดหน่อยพยายามนึก จนนึกขึ้นได้
“นึกออกแล้ว ชั้นเคยเจอคุณที่โรงพยาบาลอีกที่นึงนี่”
สุวานอึกอัก “เอ่อ...ก็อย่างที่บอกเมื่อกี๊ไง ชั้นเพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่”
“เหรอคะ”
“ค่ะ หายสงสัยแล้วก็เชิญออกไปก่อนนะคะ”
นิดหน่อยเดินพ้นตัวไป ประตูห้องปิดลง
“โธ่...เจ้านาย รอบนี้ดูหนักกว่าครั้งที่แล้วอีก”
สุวานมองประเมินอาการยมด้วยสีหน้าวิตกกังวล

นิดหน่อยเดินออกมานั่งรอบริเวณที่นั่งใกล้ๆ ห้องพักฟื้น
เขต7สุวรรณและสุวาน ตามมาซุ่มดูนิดหน่อย เห็นวิญญาณเร่ร่อนเดินผ่านไปผ่านมาให้ควัก บริเวณที่นิดหน่อยนั่งอยู่
“ท่านจะทำอย่างไรครับ” สุวานถาม
“ว่าจะลองให้วิญญาณเข้าสิงนิดหน่อย แล้วผลักวิญญาณนิดหน่อยออกมา”
มีวิญญาณดวงหนึ่งเดินเข้าใกล้นิดหน่อย แล้วเกิดแสงวาบจากสร้อยไหลน้ำพี้ วิญญาณผงะหนีไปด้วยอาการตกใจ
ทีมเขต7 มองหน้ากันอึ้งๆ
“คงไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วล่ะครับ”
สุวานคาใจ “เพราะอะไรกัน”
“น่าจะเป็นเพราะสร้อยที่ห้อยคออยู่”
“ครั้งที่แล้วที่วิญญาณเข้าสิงนิดหน่อยไม่ได้ก็น่าจะเพราะสร้อยเส้นนี้”
“เอายังไงดีครับท่าน” สุวรรณถาม
เขต7 มีสีหน้าครุ่นคิดหนัก

ยมค่อยๆ ฟื้นลืมตาตื่นขึ้นมา เจอสุวานในลุคพยาบาลที่กำลังก้มหน้าลงมามองตนอยู่ก็สะดุ้งตกใจ
“สุวานเองค่ะ เอ๊ย ครับ”
“มาทำไม”
“ถามได้ ก็มาช่วยเจ้านายน่ะสิ”
ยมมองหา “นิดหน่อยล่ะ”
“ให้รออยู่ข้างนอกน่ะครับ”
ยมถอนหายใจด้วยอาการอ่อนเพลีย
“พอเถอะครับท่าน เรื่องช่วยคนเนี่ย..มันจะยิ่งทำให้พลังท่านลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆนะครับ”
“ก็ช่วยแค่นิดๆ หน่อยๆ”
“นิดๆ หน่อยๆ เหรอครับ ช่วยสนเซอร์ไพรส์อารยา แถมเนรมิตทางช้างเผือกให้อีก แค่นี้ยังไม่พอ ไปช่วยเด็กโดนเปลือกหอยบาดอี๊ก…แล้วที่หนักเลย คือช่วยไม่ให้ต่อโดนยิง” สุวานร่ายยาว
“พอเถอะๆ บ่นเป็นคนแก่ไปได้”
สุวานถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ
“ไม่ต้องห่วงน่ะ เดี๋ยวพักหน่อยก็ดีขึ้น เหมือนครั้งก่อนๆ นั่นแหละ”
“แต่...”
“ไม่ต้องแต่ เอาเป็นว่าเราจะพยายามไม่ช่วยใครอีก โอเค๊”
สุวานงง “โอเค๊ นี่คืออะไรครับ”
“ก็ตกลงไงล่ะ”
สุวานเหน็บ “ที่ผ่านมาท่านก็รับปากแบบนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ตลอดเลย”
“พูดมากนัก เดี๋ยวหมดจากฮอลิเดย์เมื่อไหร่ เราจะหาสุวานใหม่มาแทนเจ้า”
“เง้อ...ไม่นะท่าน ผมรักท่านนะครับ”
สุวานรีบบีบนวดประจบเอาใจยม

ค่ำนั้น สมรเดินกลับบ้านมาตามทางในซอย บรรยากาศค่อนข้างเปลี่ยว ไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาจนกระทั่งเจอกับคนแก่คนหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะเป็นลม
“ลุงๆ เป็นอะไรไปน่ะ”
สมรรีบเดินเข้าไปประคองทันที
“จะเป็นลมน่ะสิหนูเอ๊ย”
สมรช่วยพยุง “มาๆ ฉันช่วย”
“ขอบใจมากนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วบ้านอยู่ไหนเนี่ย ทำไมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
“ก็อยู่แถวๆ นี้นี่แหละ”
“เหรอ ให้ฉันเดินไปส่งมั้ยล่ะ”
“เอ้อ...จริงๆ ก็ดูเป็นคนดีนะ แต่ทำไมติดหนี้แล้วไม่ยอมจ่ายล่ะ”
สมรมองหน้าลุงงงๆ
“หนี้อะไรเหรอลุง”
“ก็หนี้คุณนายอาวรณ์ยังไงล่ะ”
ฉับพลันทันใดนั้นเองใบหน้าลุงก็ถูกอาบไปด้วยเลือด
“ว้ายย ผี!”
สมรกรี๊ด พยายามจะวิ่งหนี แต่ลุงก็ดึงแขนไว้
“สรุปหนี้เมื่อไหร่จะใช้”
สมรโวยวายลั่นกลัวจับใจ “ฉันยังไม่มี”
“ติดหนี้ก็ต้องใช้ ถ้าแกไม่ใช้ แกได้ไปอยู่กับฉันแน่ๆ”
“กลัวแล้ว อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย”
สมรออกแรงสะบัด จนแขนลุงหลุดติดมือมา
“อร๊าย” สมรโยนมือทิ้ง สยองสุดขีด “ผะผะผะผีหลอกกก”
สมรวิ่งป่าราบ

สมรขนหัวลุก วิ่งมาถึงบ้าน เจอนิดหน่อยมาส์กหน้าอยู่ก็ตกใจคิดว่าผี
“ผี”
สมรวิ่งหนีไปหลบที่มุมหนึ่ง นิดหน่อยเดินตามไปชะโงกหน้ามอง สมรผวาหนัก
“ว้ากกก”
“แม่ นิดหน่อยเอง”
นิดหน่อยดึงมาส์กออก
“นิดหน่อย”
“แม่เป็นไรเนี่ย”
สมรโผเข้ากอดลูกตัวสั่นงันงก
“ผีลูก ผีมันมาหลอกแม่”
จุกได้ยินเสียงลงจากชั้นบนโผล่มาร่วมวงด้วย
“ผีพนันหรือผีอะไร ไหนพูดสิ”
“ไอ้จุก! ใช่เวลามาพูดเล่นมั้ย ผีจริงๆ ผีมันมาทวงหนี้แม่”
“ผีทวงหนี้ สงสัยจะเป็นภาคต่อผีทวงบ้าน”
นิดหน่อยดึงแม่ออก
“ผีทวงหนี้อะไรแม่”
สมรอึกอัก “ปะปะ เปล่า”
นิดหน่อยเสียงเข้ม จริงจัง “แม่”
“ก็หนี้นอกระบบของเก่านั่นแหละ จริงๆ มันจะหมดแล้วละ”
“ถ้าจะหมดแล้ว เค้าจะส่งผีมาทวงหนี้ทำไมล่ะแม่ นี่แม่ขาดส่งเค้าใช่มั้ยเนี่ย”
สมรอึกอัก สุดท้ายสารภาพ “ก็แค่เดือนเดียวเอง”
“แล้วแม่ทำไมไม่บอกล่ะ จะได้ช่วยหาทางแก้ไขกัน นี่ดอกเบี้ยไม่บานเบอะแล้วเหรอเนี่ย” จุกว่า
“เออน่ะ เดี๋ยวแม่จัดการเอง”
นิดหน่อยเดินหนีขึ้นบ้านไปอย่างเศร้าใจเสียใจ

นิดหน่อยหลบมาร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องนอน นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่
“ก็หนี้นอกระบบของเก่านั่นแหละ จริงๆ มันจะหมดแล้วละ”
“ถ้าจะหมดแล้ว เค้าจะส่งผีมาทวงหนี้ทำไมล่ะแม่ นี่แม่ขาดส่งเค้าใช่มั้ยเนี่ย”
สมรอึกอัก สุดท้ายสารภาพ “ก็แค่เดือนเดียวเอง”
“แล้วแม่ทำไมไม่บอกล่ะ จะได้ช่วยหาทางแก้ไขกัน นี่ดอกเบี้ยไม่บานเบอะแล้วเหรอเนี่ย” จุกว่า
นิดหน่อยน้อยใจ เสียใจ เหลือแสน
“เมื่อไหร่แม่จะเลิกยืมเงินคนอื่นซะที แล้วเมื่อไหร่ครอบครัวเราจะมีเงินเหมือนคนอื่นเค้าซักที เงินๆๆ”

เวลาเดียวกันนี้ ยุพากำลังแจกทิปให้หนุ่มหล่อ เด็กบาร์โฮสต์ 3 คน ที่คลอเคลียนัวเนียรอบกายอย่างสำเริงสำราญใจ
“นี่จ้ะทิป”
“ขอบคุณครับ” หนุ่มๆ ยิ้มเอาใจ
“คอแห้งจังเลย”
3 หนุ่ม แย่งกันดูแลเอาอกเอาใจป้อนเครื่องดื่มป้อนกับแกล้มให้ยุพา
ระหว่างที่ยุพากำลังแจกเงินอยู่นั้น สายตาเธอก็ไปปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อวัยละอ่อนนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ
ยุพาส่งสายตายั่วสุดฤทธิ์ หนุ่มน้อยก็ส่งสายตาให้เธอ
ยุพาลุกเดินฝ่าวงล้อมหนุ่ม 3 คน ออกไปหาหนุ่มละอ่อน
“มานั่งด้วยกันมั้ย”
ยุพาหยิบเงินแบงค์พันให้หนุ่มคนนั้น แต่กลับมีสาวแก่วัยป้าอีกนางเดินมาคว้าเงินยุพาไว้
“คนนี้ฉันจอง” ป้าบอก
ยุพาใช้หางตาเหวี่ยงใส่ทันที ก่อนเงยหน้าขึ้นปะทะ
“ของแบบนี้มันจองกันไม่ได้ค่ะ แล้วแต่ว่าน้องเค้าสมัครใจไปกับใคร”
“ทั้งโต๊ะเธอตั้งหลายคนไม่พอเหรอ”
“คนอย่างยุพา อยากได้อะไรต้องได้”
ยุพาควักเงินเป็นฟ่อนให้ละอ่อนหนุ่มคนนั้น จนเขาลุกไปกับเธอทันที
“ขอโทษนะ ของแบบนี้ใครมีมาก คนนั้นก็ได้”
ยุพากับหนุ่มน้อยจะเดินไปที่โต๊ะ อีป้าด่าไล่หลังไป
“ไม่รู้จักพอ”
ยุพาหันไปจะเอาเรื่องแต่สาวแก่ก็เดินหงุดหงิดออกไปไกลแล้ว
หนุ่มละอ่อนก็กุมมือปลอบให้ใจเย็น ยุพายิ้มขึ้นมาได้

ยุพาเดินมาที่รถกำลังจะกลับบ้านกับเพื่อนสาวใหญ่สายเปย์ พอเพื่อนเห็นยุพาใช้รถบ้านๆ ก็เลยแซวเอา
“ตายแล้ว นึกว่าเปลี่ยนรถไปแล้วนะเนี่ย”
“ก็กำลังดูๆ อยู่น่ะ ทำไมเหรอ”
“ถ้าคิดจะเดินสายเปย์ที่แท้ทรู แกต้องเปลี่ยนรถซะใหม่นะ
“ขนาดนั้นเลย”
“เออเซ่...แกรู้มั้ย ว่าพวกน้องๆ ที่แกเปย์เมื่อกี๊น่ะ มันขับรถอะไรกัน รถยุโรปทั้งนั้นค่ะ”
“หึ...คงไปหลอกพวกสาวแก่มาได้เยอะละสิ”
“ก็เงินแกด้วยอ่ะแหละ”
“แต่ชั้นยังไม่แก่เว้ย”
ยุพามองรถตัวเองอย่างหัวเสีย
“สงสัยได้เวลาเปลี่ยนรถใหม่แล้ว”
เพื่อนยิ้มเย้า “สบายๆ น่ะ ได้ข่าวว่าสามีแห่งชาติกำลังจะยกทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่แล้วนี่”
“ใช่ ทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่ ชั้นจะอู้ฟู่ซู่ซ่าให้ดู”
ยุพายิ้มกริ่มออกอาการกระดี๊กระด๊า มั่นใจว่าจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดจากชนกเร็ววันนี้

รุ่งเช้า ยุพาเปิดดูหุ่นเทียนเรียกจิตที่ใต้เตียง เห็นยังอยู่ในสภาพปกติ ชนกอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมา ยุพาส่งยิ้มหวานให้
“ตื่นแล้วเหรอคุณ”
“ค่ะ...”
“เมื่อคืนไปไหนมา”
“เพื่อนยุพาชวนไปบริจาคเงินช่วยเด็กยากไร้ ไม่มีเสื้อผ้าใส่น่ะค่ะ”
ชนกพยักหน้ารับ
“เอ่อ...เรื่องที่จะยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ชั้นไปถึงไหนแล้วคะ”
“ทนายกำลังทำเอกสารทุกอย่างให้อยู่น่ะจ้ะ”
ชนกยิ้มหวานพลางเดินเข้ามากอดเอาใจ ทำเหมือนยังหลงเสน่ห์ยุพาอยู่มาก
“ใจเย็นๆ นะจ๊ะที่รัก”
ยุพาหลงกลดีใจ “ขอบคุณนะคะที่รัก”
“ก็คุณซื่อสัตย์กับผม คุณก็ควรได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนสิ จริงมั้ย”
สองคนสวมกอดกัน พอลับหลังชนกยิ้มเจ้าเล่ห์มีแผน ส่วนยุพายิ้มกริ่มสมใจ

ยมหายเป็นปกติกลับมาที่บ้านเช่าแล้ว โดยมีสุวานมาส่ง
“เจ้ากลับไปได้แล้ว”
“แต่อาการท่านยังดูไม่ดีนะครับ”
“เราดีขึ้นแล้ว...”
“งานที่เขตมีสุวรรณคอยดูอยู่ ให้ผมอยู่ดูแลท่านก่อนเถอะ”
ยมเริ่มหงุดหงิด “เราไม่ใช่เด็ก ไม่ต้องมาดูแลเราหรอก”
“แต่รอบนี้อาการท่านน่าเป็นห่วงจริงๆ นะครับ”
“เอ๊ะ พูดไม่รู้เรื่องรึไง!”
เขายมงอกออกมาด้วยแรงโมโห
“มันก็เหมือนกับทุกๆครั้งนั่นแหละ เดี๋ยวเราพักผ่อน เราก็ดีขึ้น!”
“ใจเย็นๆ ครับท่าน เขางอกออกมาแล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า จะยุ่งไปใหญ่นะครับ”
“ใครจะมาเห็น”
ยมเดินไปนั่งหยิบหนังสือมาอ่านสงบสติอารมณ์ สุวานยืนจ๋อยสนิท

นิดหน่อยนั่งอยู่ที่โซฟาในร้านขนม เห็นสมรห้อยสร้อยพระพวงใหญ่เต็มคอเดินลงมาจากชั้นบน
“เฮ้ย แม่จะไปขายพระใช้หนี้เหรอ”
“ปากดีนะแก ชั้นก็เอาไว้ไล่ผีน่ะสิ”
“ระวังหมอนรองกระดูกเคลื่อนนะแม่ หิ้วขนาดนั้น”
“ข้ายอมเจ็บมากกว่าโดนผีหลอก”
“แม่ติดหนี้เค้าเท่าไหร่ แม่ก็ควรหาไปจ่ายเค้านะ”
“เรื่องของชั้นน่ะ เดี๋ยวชั้นจัดการเอง”
นิดหน่อยถอนหายใจเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับน้ำวีทกราสและขนม
“แล้วนั่นจะไปไหน”
“เอาของไปส่งลูกค้าน่ะแม่ เดี๋ยวมา”
“เฮ้ย อยู่ด้วยกันก่อนสิ แม่กลัวผี”
“พระเต็มคอขนาดนั้น จะต้องกลัวอะไรล่ะแม่”
นิดหน่อยเดินยิ้มขำๆ ออกร้านไป

ฝ่ายยมลูบๆ คลำๆ ที่เขาของตัวเองอย่างแปลกใจ
“ทำไมเขาของเรายังไม่หดกลับเข้าไปอีก”
สุวานอยู่ด้วยกันในโถงรับแขกบ้านเช่า
“นั่นสิครับ อารมณ์ท่านก็กลับมาเป็นปกติแล้วนี่”
“เพราะเจ้านั่นแหละ มากวนโมโหข้า”
“อ้าว ผมผิดเหรอเนี่ย อุตส่าห์มาช่วยแท้ๆ”
ยมแกล้งขึ้นเสียง “เถียง”
สุวานก้มหน้ารับผิด ปรารภขึ้นว่า
“ผมว่าเป็นเพราะท่านใช้พลังพิเศษมากเกินไป ร่างกายท่านก็เลยรวนซะขนาดนี้”
“เหลวไหล”
“จริงนะครับ รอบนี้ท่านใช้พลังมากเกินไปจริงๆ”
“เออน่ะ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองแหละ”
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ยมกับสุวานมองหน้ากัน
“ใครน่ะ”
“ชั้นเอง”
ยมกะสุวานอุทานขึ้นพร้อมๆ กัน “นิดหน่อย”
“เอายังไงดีครับท่าน ถ้านิดหน่อยเข้ามานี่ได้เห็น” สุวานชี้ที่เขาบนหัว
ยมครุ่นคิดหนัก

นิดหน่อยยืนรออยู่ที่ประตูบ้าน จนเห็นสุวานในชุดนางพยาบาลเปิดประตูออกมา
“เฮ้ย” นิดหน่อยสะดุ้งกับสารรูป
“สวัสดีค่ะ”
“นี่คุณมาที่นี่ได้ไงคะเนี่ย”
“อ๋อ...พอดีคุณยมให้ชั้นมาดูแลเป็นการส่วนตัวน่ะค่ะ”
นิดหน่อยงงเด้ “ถึงกับต้องจ้างพยาบาลส่วนตัวเลยเหรอ”
“ใช่ค่ะ พอดีคุณยมแกตัวคนเดียว ไม่มีใครคอยดูแลน่ะค่ะ แล้วนี่คุณมีธุระอะไรเหรอคะ”
“ชั้นเอาของเยี่ยมมาให้คุณยมน่ะค่ะ”
“เหรอคะ ต้องเช็คก่อนนะคะ ว่าคนไข้กินได้มั้ย”
สุวานคว้าขนมกับน้ำมาจากนิดหน่อยแล้วกินอย่างตะกละตะกราม
“โอเค น่าจะปลอดภัย”
นิดหน่อยอึ้ง “คุณกินจะหมดแบบนั้น แล้วคนไข้จะกินอะไรล่ะคะ”
สุวานรู้ตัว หน้าเจื่อนๆ “อุ๊ย เอ่อ...ตอนนี้คนไข้คงกินอะไรไม่ได้มากอยู่แล้วล่ะค่ะ”
นิดหน่อยทั้งร้อนใจและเป็นห่วง “คุณยมอาการไม่ดีเหรอคะ”
“อาการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกค่ะ แค่ต้องการการพักผ่อนเป็นพิเศษน่ะ”
“อ๋อค่ะ”
“หมดธุระคุณแล้วเชิญกลับนะคะ ช่วงนี้คนไข้ต้องการการพักผ่อนและงดเยี่ยมค่ะ”
นิดหน่อยชะเง้อคอยืดคอยาวมอง สุวานขยับตัวบัง กลัวจะเห็นอะไร
“เชิญค่ะ”
สุวานปิดประตูใส่ทันที
นิดหน่อยงงๆ แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงยมในขณะเดียวกัน

สมรอยู่ที่ร้านขนม ไหว้พระที่คอปลกๆ ยุพาเดินนวยนาดเข้ามาในร้าน ตรงมาสั่งของ
“อุ๊ยตาย ไม่เจอกันนาน เดี๋ยวนี้กลายเป็นเซียนพระไปแล้วเหรอยะ”
“มาทำไม”
“น้ำนางเอกปั่นแก้วนึง”
“ไม่ขายโว้ย”
“นี่ แม่ค้า ชั้นให้แก้วละสามร้อยเท่าค่าแรงขั้นต่ำเลยนะ ไม่เอาเหรอ”
“เงินจากคนอย่างแก จะกี่ร้อยพี่พันกี่หมื่นชั้นก็ไม่เอา”
“คนอย่างชั้นไม่คุยหรอก เรื่องเงินหลักพันหลักหมื่น ต้องคุยกันหลักล้านค่ะ”
“ภูมิใจมั้ยละ ใช้เงินที่ไม่ได้หามาเองน่ะ” สมรแดกดันกลับ
“ใครบอกล่ะ ชั้นใช้หยาดเหงื่อแรงกายทุกค่ำคืนนะ กว่าจะได้มา”
สมรโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง “ทุเรศ”
“ทำเป็นรับไม่ได้” ยุพามองจ้องขนม “เออแล้วขนมน่ะ ก็เอากวาดใส่ถุงดำมาให้หมดเลยนะ ชั้นเหมาจะเอาไปเลี้ยงปลาดุกที่วัดน่ะ”
“เหรอ...”
“เออ”
สมรกระแทกเสียงใส่แล้วคว้าขนมยัดปากยุพา
“อันนี้ไม่ต้องจ่ายตัง ชั้นทำบุญ”
“ว้ายนังแก่ นังบ้า”
ยุพาเงื้อมือจะตบสมร จู่ๆ นิดหน่อยเข้ามาคว้ามือหมับยั้งไว้
“นังนิดหน่อย”
“จะทำอะไรแม่ชั้น”
สมรฟ้องทันที “มันมาหาเรื่องแม่น่ะลูก”
“กลับไปที่ของเธอซะ ไม่งั้นจะหาว่าชั้นไม่เตือน”
นิดหน่อยถกแขนเสื้อเตรียมเปิดศึกสมรถกตาม พร้อมจะผสมโรงกับลูก ยุพาหน้าเจื่อนๆ ไม่กล้าทำอะไร
นิดหน่อยตะเพิด “ไป”
“ป่าเถื่อนทั้งแม่ทั้งลูก มิน่าล่ะ ถึงโดนทิ้งขว้างแบบนี้”
ยุพายิ้มเยาะทิ้งทุ่น แล้วเดินออกจากร้านไป สมรจะตามไปตบนิดหน่อยต้องดึงตัวไว้
“พอแล้วแม่”
“หนีผีมาเจอเปรตอย่างอียุพา โอ๊ย จะบ้าตาย”
สมรถอนหายใจ ทรุดลงนั่งเศร้า นิดหน่อยยิงมุกปลอบแม่
“พระปลอมทั้งพวงละมั้งเนี่ย”
“ทำไม”
“ก็ถ้าพระแท้ เปรตตัวเมื่อกี๊ก็ต้องกลัวสิแม่”
สมรยิ้มขำ “แกก็ปากร้ายได้แม่ อย่างนังนั่น พระไม่อยากยุ่ง นรกอยากได้รึเปล่ายังไม่รู้เลย”
นิดหน่อยยิ้มให้ “หายเครียดรึยัง”
“ไม่ได้เครียดหรอก ชั้นลำใยนังยุพา ทำมาอวดร่ำรวย น่าเบื่อ รอสักวันแกได้ผัวรวย ชั้นจะขับบีเอ็มไปอวดมันบ้าง”
“ใช่เหรอ เอาบีเอ็มเอ็กซ์ไปก่อนมั้ยแม่”
สองแม่ลูกยิ้มให้กัน แม้ว่าในใจจะมีโศกตรมทุกข์ขมเพียงใดก็ตาม

เปิดเทอมแล้ว จุกเริ่มไปเรียนที่มหา’ลัย เลิกเรียนก็แวะมาที่ออฟฟิศชนก เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจริงไปด้วยตามคำแนะนำของต่อ ขณะที่กำลังถ่ายเอกสารให้ต่ออยู่นั้น ชนกก็เดินเข้ามาหา
“จุก”
จุกไหว้ทัก “สวัสดีครับพ่อ”
“ไปเรียนมาแล้วเหรอ”
“ใช่ครับ วันนี้เลิกเร็ว ก็เลยแวะมาช่วยพี่ต่อน่ะครับ”
ชนกพยักหน้ายิ้มๆ “แล้วพี่เราเป็นไงบ้าง”
“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับปกติดี”
“พี่เราเป็นสาวแล้ว พ่ออยากรู้ว่ามีแฟนรึยัง”
“ยังนะครับ”
“ไม่มีสนิทกับใครเลยเหรอ”
“ก็มีพี่ต่อ พี่ดาว แล้วก็พี่ยม”
ชนกทำหน้างง “ยมไหน”
“เค้าเพิ่งมาอยู่ใหม่ครับ นิสัยดีเลยแหละ” จุกว่า
“ดีแล้ว จะได้ไม่เหงากัน”
จุกถ่ายเอกสารเสร็จจะเดินไปหาต่อที่โต๊ะ
“จุกช่วยอะไรพ่อสักอย่างสิ”
จุกมองสงสัยว่าเรื่องอะไร ต่อเดินเข้ามาพอดี
“มีอะไรกันรึเปล่าครับ”
“ต่อมาก็ดีจะได้คุยพร้อมกันทีเดียว”
ทั้งสองหนุ่มมองฉงนว่าชนกจะพูดเรื่องอะไร

ค่ำนั้นจุกกับต่อช่วยนิดหน่อยและสมรเก็บร้าน สองหนุ่มคอยสะกิดกันไปมา จนนิดหน่อยสงสัย
“แกสองคนเป็นอะไรกันรึเปล่า”
จุกเสียงสูง “เปล๊า...”
สมรนั่งหน้าเครียดๆ อยู่ ขอตัวขึ้นบ้านไป
“แม่ไปข้างนอกก่อนนะ มีคนช่วยแล้วนี่”
“จุกไปกับแม่ไป”
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวต่อพาไปเอง กำลังจะไปหาอะไรกินพอดี ไปครับ”
ต่อรีบพยุงพาสมรออกร้านไปไม่วายหันกลับมาพยักพเยิด ให้จุกเป็นคนพูดกับนิดหน่อย
“พี่ต่อ ทำไมทิ้งกันงี้ละ” จุกเซ็ง
ต่อกับสมรออกร้านไปแล้ว จุกมัวแต่มองตามต่อ หันกลับมาอีกทีเห็นนิดหน่อยยืนจ้องหน้าเอาเรื่องอยู่
“มีอะไรปิดพี่บอกมา”
“ปะๆๆ ป่าว”
“จะบอกหรือไม่บอก”
นิดหน่อยแกล้งน้องหยิบมีดหั่นมะนาวขึ้นมาขู่
จุกนึกไปถึงตอนคุยกับพ่อ มีต่ออยู่ด้วย
“พ่ออยากให้จุกกับต่อคุยกับนิดหน่อยให้พ่อหน่อย”
“คุยว่า”
“บอกว่าพ่ออยากคุยด้วย อยากกินข้าวพูดคุยด้วยกันซักมื้อน่ะ”
จุกกับต่อมองหน้ากัน
“ชวนนิดหน่อยไปเที่ยวดวงจันทร์น่าจะง่ายกว่า” ต่อว่า
จุกเห็นด้วย “นั่นสิ”
“น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน ลองดูแล้วกันลูก”
“โอเค ผมจะคุยให้ก็แล้วกันครับ แต่ไม่รับปากนะ ว่าพี่เค้าจะมารึเปล่า”
“ขอบคุณมากลูก”
ชนกยิ้มมีความหวัง จุกมองพ่ออย่างเข้าใจและเห็นใจ

พอนิดหน่อยฟังจบแล้วกลับหน้าหนี
“พี่ไม่ไป”
“พ่อเค้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นะพี่”
“คนเราไม่เปลี่ยนนิสัยกันง่ายๆ ขนาดนั้นหรอก”
“ก็ลองไปคุยกับพ่อดูมั้ยล่ะ จะได้รู้ว่าพ่อเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ รึเปล่า”
“แต่พี่ยังไม่พร้อมจะคุย”
“ยังไงเขาก็เป็นพ่อเรานะ”
นิดหน่อยเริ่มมีอาการลังเล นิ่งคิด
“แล้วแต่พี่ก็แล้วกันนะ ปะ รีบเก็บของ แล้วขึ้นบ้านกันเถอะ”
จุกหันไปเก็บของ นิดหน่อยหน้าเครียด สับสนว่าควรเอาอย่างไรดีเรื่องพ่อ

ภาพที่แค็ปมาจากกล้องวงจรปิดเห็นเป็นรูปของสน อารยา นิดหน่อย ต่อ ดาว และยม ชัดเจน วิวัฒน์ปารูปเหล่านั้นทิ้งลงบนโต๊ะกลางอย่างมีอารมณ์
“ไอ้ยม”
“พวกมันไปโผล่ที่นั่นได้ยังไง” ลูกน้องงงมาก
“จะไปรู้มันเหรอ”
ลูกน้องก้มหน้าจ๋อยสนิท วิวัฒน์ครุ่นคิดสีหน้าเคร่งเครียด
“ครั้งนี้ชั้นจะไม่ยอมแกเด็ดขาด”
วิวัฒน์หยิบรูปยมขึ้นมอง
“ไม่ว่าแกจะเป็นใคร จะเก่งมาจากไหน วันนี้แกกับชั้นเปิดศึกกันอย่างเป็นทางการแล้ว”
สีหน้าแววตาของวิวัฒน์เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

ที่บ้านเช่า ยมนอนซมอยู่บนเตียงในห้องนอน ร่างกายเย็นลงเกือบจะเท่ามนุษย์แล้ว สุวานเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง
“ตัวท่านเย็นลงๆ ไม่หายเลย กลับนรกก่อนดีมั้ยครับ”
“ไม่”
ยมค่อยๆ ชันตัวนั่ง
“ผมขอร้องนะครับท่าน”
สุวานคุกเข่าลงทันที ขอร้อง
“อย่าใช้พลังพิเศษที่โลกมนุษย์อีก ไม่เช่นนั้นท่านจะตายเหมือนมนุษย์และแตกดับไปตลอดกาล”
ยมยิ้ม “คิดมาก ข้าไม่ใช่มนุษย์ ข้าไม่มีวันตายหรอก”
สุวานอ้อนวอน “รับปากผมก่อน ว่าท่านจะไม่ใช้พลังวิเศษอีก”
ยมรับหน้าเครียด “ข้าจะพยายาม”
สุวานหน้าเครียดเป็นห่วงยมมาก

สมรนอนอยู่บนเตียง รู้สึกไม่สบายตัวผลิกไปพลิกมา มีสร้อยพระห้อยเต็มคอ จนเสียงเคาะประตูห้องสมรดัง ปังๆๆๆๆ
“ใครน่ะนิดหน่อยเหรอลูก”
เสียงเคาะประตูยังดังต่อเนื่องสมรงัวเงียลุกไปเปิด
“มาแล้วๆ หยุดเคาะได้แล้ว”
สมรเปิดประตูมองซ้ายขวาแต่ไม่เห็นใคร
“จุก นิดหน่อย อยู่ไหนลูก”
สมรไม่เห็นใครจึงปิดประตู พอจะหันหลังกลับ ก็เผชิญหน้ากับผีชายแก่ตัวเดิม สมรถอยหลังกรูดติดกำแพงกรี๊ดลั่น
“แอร๊ย...”
ผีโผล่แว้บๆ เข้ามาประชิดตัวสมร ข่มขู่
“จ่ายหนี้เค้าไปซะถ้าไม่อยากตาย”
สมรกรี๊ดดลั่นบ้านด้วยความหวาดผวา แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นนิดหน่อยเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“แม่เป็นอะไร”
“นิดหน่อย ช่วยแม่ด้วยลูก ผีมันมาอีกแล้ว”
“ไหนล่ะแม่ ไม่เห็นมีอะไรเลย”
สมรมองไปรอบๆ ด้วยอาการหวาดกลัว
นิดหน่อยปลอบ “แม่ฝันไปน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
“แต่มันเหมือนจริงมากเลยนะ”
“บ้านเรามีศาลพระภูมิ ไม่มีอะไรเข้ามาทำร้ายเราได้หรอก”
สมรคิดตาม เบาใจขึ้นมา
“แกนอนเป็นเพื่อนแม่หน่อยนะ แม่ไม่กล้านอนคนเดียวแล้ว”
“โอเคแม่ เดี๋ยวหนูนอนเป็นเพื่อน”

นิดหน่อยมีสีหน้าไม่สบายใจมาก คิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

อ่านต่อตอนที่19


กำลังโหลดความคิดเห็น...