xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องย่อ “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เรื่องย่อ “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง”

บทประพันธ์ : จินโจว
บทโทรทัศน์ : สร้างสรรค์/นุขหน้าจอ
กำกับการแสดง : ชุดาภา จันทเขตต์
แนวละคร : พีเรียด คอมเมดี
ผลิต : บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ผู้จัด : ปิยะ เศวตพิกุล, ชุดาภา จันทเขตต์
วันเวลาออกอากาศ : ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.20 - 22.50 น.ทางช่อง 3, ช่อง 33 และรับชมผ่านทาง Application 3 Live
ระยะเวลาออกอากาศ : ตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562

#ทองเอกหมอยาท่าโฉลง #SonixBoom2013 #Ch3Thailand #lakornonlinefan #ลมหายใจคือละคร

ความเป็นมา :
เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนไทยสมัยก่อน ในสี่หัวข้อหลัก คือ
-ความรัก ครอบครัว ชุมชนและสังคม
-ธรรมะ และพุทธศาสนา
-ไสยศาสตร์ ภูติผีวิญญาน
-ยารักษาโรค สมุนไพรไทย

โดยมีตัวละครในเรื่อง นำพาเรื่องไปในแนวทางคอมเมดี้ และสอดแทรกความรู้ ธรรมะ ความเชื่อ ยาสมุนไพรไทย ตลอดจนการรักษาแผนปัจจุบันที่เข้ามาในท้ายเรื่อง โดยมิได้ชักนำว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก เพราะเราเชื่อว่า ศรัทธาทำให้เกิดปฏิหาริย์ได้ !

โดยการดำเนินเรื่อง จะทำให้คนดูแยกแยะ และเลือกที่จะเชื่อได้ด้วยตัวเอง เช่น ยาไทยก็ดี รักษาโรคได้มาช้านาน แต่เมื่อมียาฝรั่งและการแพทย์สมัยใหม่เข้ามา ที่รักษาตรงไปที่โรค ที่เชื้อโรค มิใช่แนวแก้อาการแบบยาไทย และยาไทยยังมิได้ถูกคิดค้น พัฒนาไป ณ จุดนั้น แต่อีกทางหนึ่ง เพียงแค่น้ำมนต์ของพระเกจิอาจารย์ดัง ก็สร้างศรัทธาหมู่ ให้ชาวบ้านหายจากโรคระบาดได้ (จากคอลัมน์ ห่าลง..โรคระบาดรุนแรงในอดีต โดย ท่าพระจันทร์ วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ 2557) ทำให้ตัวละครหลักของเรื่อง เข้าใจจิตใจมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ว่าทำไมเราถึงต้องมีศรัทธา เพราะศรัทธาสร้างกำลังใจ ทำไมมนุษย์ทุกคนต้องมีศาสนา และไม่ว่าศาสนาไหน ก็สอนให้คนเป็นคนดี

เรื่องย่อ

“การเป็นหมอที่ดี คือคำนึงถึงคนไข้ ไม่ว่ายาไทย หรือยาเทศ ถ้าทำให้คนป่วยหายได้รักษาชีวิตไว้ได้ ยานั้นย่อมมีสรรพคุณที่ดี ไม่มีแบ่งแยกว่าอะไรวิเศษไปกว่ากัน”

พุทธศักราช ๒๔๑๙ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทองเอก หรือเจ้าเอก ถือกำเนิดมา ณ มณฑลกรุงเก่า ในครอบครัวของหมอยาที่สืบเนื่องวิชาแพทย์แผนไทยโบราณมาแต่ครั้งอยุธยายังเป็นราชธานี แต่เมื่อถึงวัยเพียง ๘ ปีโรคร้ายก็มาคร่าชีวิตของพ่อกับแม่ที่ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงในฐานะหมอยา เพื่อรักษาคนไข้โรคห่า(กาฬโรค) ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนั้น ทิ้งเจ้าเอกที่ถูกแยกตัวให้ไปอยู่กับปู่ต้องเป็นกำพร้าแต่นั้นมา

พ่อหมอทองอิน ปู่ของเอก เคยเป็นหมอยาชื่อดัง แต่ครั้งหนึ่งขุนนางใหญ่แห่งกรุงเก่าได้สั่งให้ปู่รักษาลูกที่โดนหมาบ้ากัด ปู่อินรักษาอย่างสุดกำลังก็ไม่อาจยื้อชีวิตของเด็กน้อย หมอยาคู่แข่งของปู่ยุยงจนขุนนางนั้นโกรธแค้นว่าปู่รักษาไม่ดี เนรเทศปู่ไม่ให้รักษาใครอีก ปู่อินไม่ได้เกรงกลัวอะไรแต่รู้สึกเสียใจที่ทำให้เด็กตาย จึงย้ายมาอยู่บ้านท่าโฉลงอันไกลแสนไกลพร้อมกับวัยของทองเอก ที่กำลังเป็นหนุ่มหน้ามน มีความซุกซน และรักสนุก โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง

ด้วยจรรยาแพทย์ที่มีอย่างท่วมท้น ปู่หมอทองอินก็ไม่อาจเพิกเฉยเมื่อเห็นชาวบ้านที่น่าสงสารเจ็บป่วย ปู่ยื่นมือเข้าช่วยโดยได้รับการสนับสนุนจากหลวงตาเพชร ผู้เป็นที่เคารพนับถือประหนึ่งศูนย์รวมใจของชาวบ้าน หลวงตาส่งลูกศิษย์วัดคือ เปียก กับตุ่น มาศึกษาตำรายาของปู่หมอทองอิน คู่กับทองเอก ปู่หวังว่าจะช่วยทำให้ผู้คนในบ้านท่าโฉลงสุขภาพแข็งแรง จะได้เกิดปัญญา อยู่ในศีลในธรรม แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะคนในชุมชนบ้านท่าโฉลง มีความเชื่อในภูติผีอยู่เป็นทุน และยังมีหมอผีเล่นอาคมได้ครอบงำจิตใจชาวบ้านจนแยกแยะไม่ได้ระหว่างศรัทธากับงมงาย

มีตำนานเล่าขานสืบกันมาว่าตรงท่าโฉลงนี้คือที่เอาศพลงทิ้งน้ำ คนจึงกลัวฝังใจไม่ใคร่จะมีคนกล้าย้ายมาอยู่จนกลายเป็นหมู่บ้านเงียบๆเหงาๆ ไม่ครึกครื้นเหมือนใครเขา ตกเย็นก็พากันปิดบ้านหนีผี มีแต่ความเงียบไม่มีใครกล้าออกมาเดินเพ่นพ่าน ทองเอก เปียก และตุ่น หนีปู่ไปเที่ยวซุกซน จนไปเจอกับผีปอบ(คนป่วย) ต้องหนีกันวุ่นวาย พอเช้ามาทองเอกก็ยังมาได้เห็นวิธีการไล่ผีอันแสนทารุณของหมอผีมั่นอีกด้วย

“กรี๊ดดด” “อีผีร้าย มึงออกไปจากร่างของเด็กสาวประเดี๋ยวนี้!” หมอผีมั่นฟาดหวายอาคมไปที่สาวน้อย ยิ่งสาดน้ำมนต์ใส่นางก็ยิ่งตัวสั่น ยิ่งสั่นหมอผีก็ยิ่งฟาด ยิ่งฟาดนางก็ยิ่งกรี๊ดจนเป็นลมไป“ผีออกแล้ว”ผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญความเก่งกาจของหมอผีมั่น แต่ทองเอกอดรนทนไม่ได้ตะโกนบอกว่าเด็กสาวเป็นเพียงไข้สูงกำลังเพ้อมาโดนน้ำแบบนี้จะยิ่งไปกันใหญ่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ตกใจว่าทองเอกลบหลู่วิญญาณ แต่ก็มีบางคนเห็นคล้อยตามทองเอก ทำให้หมอผีมั่นโกรธจัดประกาศตัวเป็นศัตรูกับทองเอกแต่นั้นมา

ท่าน ขุนกสิกรรมบำรุงขุนนางที่ยศใหญ่สุดในตำบล มี คุณนายสายหยุด ภรรยาหลวง และแม่เอื้อนเป็นภรรยารอง ทั้งสองต่างเป็นลูกศิษย์ที่แอบมาให้แม่หมอมั่นทำเสน่ห์ให้ขุนหลวงรักหลงด้วยกันทั้งคู่

คุณนายสายหยุดเคยเป็นพนักงานอยู่ในวังเจ้านาย เลยถือตัวเองว่าเป็นชาววัง มีความเจ้าระเบียบจู้จี้จุกจิก คุณนายมีลูกสาวกับท่านขุนชื่อชบา สายหยุดอบรมสั่งสอนชบาอย่างเคร่งครัดจนเชื่อว่าอลูกเป็นกุลสตรีเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้เป็นที่ชื่นใจแก่บิดามารดา แต่หารู้ไม่ว่าลับหลังแล้ว ชบามีนิสัยแก่นแก้วโลดโผนเกลียดการนั่งนิ่งทำงานฝีมือเป็นที่สุด ชบาเป็นคนฉลาดรอบรู้ รักการผจญภัย สนใจใฝ่ศึกษา ต่างจากหญิงอื่นในสมัยนั้น ลับหลังพ่อแม่ชบาจะออกไปเที่ยวเตร่ซุกซน จนได้ปะทะฝีปากกับกลุ่มทองเอก เปียกและตุ่น ทองเอกทั้งทึ่ง ทั้งขยาดกับชบาที่ดูฉลาดรู้ทัน ไม่มีเขินอายลดราวาศอกให้ผู้ชายเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ทั้งที่หน้าตาก็สะสวย แต่จะให้ทองเอกชอบอย่างคู่รักเห็นจะเป็นไปไม่ได้เพราะชบาดูกล้าแกร่งเกินหญิง ส่วนชบาอยากศึกษาวิชาหมอยาจากปู่ทองอินจึงเพียรมาฝากตัวเป็นศิษย์ ชบาแอบชื่นชมทองเอกที่รอบรู้ฉลาดเฉลียวเรื่องยา แต่จะให้แสดงออกว่าชอบทองเอก ชบาทำไม่เป็นและไม่คิดจะทำ

ภรรยาคนที่ ๒ ของท่านขุนที่ชื่อแม่เอื้อนเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับคุณนายสายหยุด เพราะต่างคนต่างแอบมั่นใจว่ามีมนต์ดำยาเสน่ห์มัดใจสามีได้มากกว่าอีกฝ่าย หารู้ไม่ว่าที่ท่านขุนไม่ออกลายเพราะเห็นเมียทั้งสองกลมเกลียวสามัคคีกันเป็นพลังงานคูณสอง ท่านขุนจึงกลัวจะพลาดโดนรุม แม่เอื้อนมีลูก ๒ คน ลูกชายคนโตชื่อนายเพิ่ม หน้าตาคมเข้มแต่จิตใจอ่อนโยนและกิริยาออกจะนุ่มนวลกว่าชบาด้วยซ้ำ เพิ่มมีน้องสาวอายุ ๑๐ขวบชื่อรำเพย รายนี้ก๋ากั่นเหมือนชบา เป็นพี่สาวน้องสาวคู่หูสนิทสนมกลมเกลียวยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวกันบางคู่ เวลาหนีเที่ยวก็ชวนกันไป ลำบากมาถึงเพิ่มที่ต้องคอยตามไปดูแล ๒ สาวที่ลับหลังพ่อแม่จะแก่นเป็นม้าดีดกะโหลกอยู่เสมอ

ทองเอกช่วยรักษาหญิงสาวที่มีสภาพป่วยเหมือนผีปอบ หายดีจนกลับกลายเป็นสาวงามมีนามว่าผ่อง ซึ่งความจริง ผ่องคือลูกสาวของแม่หมอผีมั่นที่รักษาลูกตัวเองไม่ได้ จึงเอาลูกมาไว้ในที่สันโดษ
เพราะกลัวคนจะรู้ และหมดศรัทธา เมื่อผ่องหายดี แม่หมอผีมั่นจึงดีใจ เอาลูกกลับไป และอยากให้แต่งงานกับผู้ชายรวยๆ ผ่อง เป็นคนสวย แต่ก็หัวอ่อนไม่ใคร่จะขัดใจแม่ ลึกๆเองแล้ว ผ่องก็มีความทะเยอทะยาน อยากจะสุขสบาย เพราะเข็ดกับความลำบากในยามที่แม่ทิ้งจนเกินทน

แรกเริ่ม ทองเอกมีความชอบในตัวผ่อง ทั้งสองมีใจให้กัน แต่ต่อมา ทองเอกจึงรู้ว่า ผู้หญิงที่คอยกวนใจ คอยวุ่นวายกับเขาตลอดเวลาอย่างชบาต่างหาก ที่เขามีความรักให้อย่างแท้จริง

เรื่องราวในชุมชนบ้านท่าโฉลง ที่ทองเอก ชบา และทุกคนต้องเจอ ทั้งเรื่องผีสางที่โดนหลอกกันจนต้องกลับมา ให้หลวงตารดน้ำมนต์ ปู่หมอไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่หลวงตาหากลวิธีรอมชอม ด้วยการเอายาไปแจกจ่ายชาวบ้านแถมผ้าห่มลงยันต์จากหลวงตาเพราะการแพทย์แผนไทยนั้นไม่ได้รักษาแค่ร่างกายแต่ฝ่ายเดียว แต่ดูแลไปถึงจิตใจด้วย ชาวบ้านเองก็ยังมีความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติถ้าไม่ได้ของขลังก็จะไม่รู้สึกว่าหายดี เดี๋ยวก็ต้องไปพึ่งหมอผีอีก เลยต้องอาศัยพุทธคุณมาร่วมด้วยช่วยกัน ส่วนตัวยาแม้จะเป็นยาจริงๆ ก็ให้บอกว่าเป็นยาผีบอกก็เพื่อความเข้มขลัง

ทองเอกเอายามาแจกถึงบ้านท่านขุน ชบาที่กำลังอยากหนีออกข้างนอกอยู่พอดีเลยได้โอกาส ทำอุบายหลอกพ่อแม่ว่าสาวใช้ป่วยจะส่งไปรักษาที่บ้านทองเอก พอถึงเวลาทองเอกจะกลับ ชบาก็เอาผ้าคลุมหน้าปลอมเป็นสาวใช้เดินตามทองเอกออกจากบ้านไปด้วย พอมาถึงกลางทาง ทองเอกจับได้ว่าเป็นชบาปลอมตัวออกมาก็จะลากตัวไปส่งบ้าน แต่มีหรือชบาจะยอมง่ายๆ จนทองเอกต้องเป็นฝ่ายยอมแทน

ทองเอกได้มาเจอกับผ่องอีกครั้ง หลังจากที่ผ่องหายไป แต่เจอในฐานะลูกสาวคนงของหมอมั่นที่สวยหยาดเยิ้ม ทองเอกดีใจรีบตรงเข้าไปหา แต่ก็ได้แค่เพียงเห็นหน้ายังไม่ทันได้พูดจากัน ทองเอกกับเพื่อนก็โดนหมอผีไล่ตะเพิด ทองเอกกับพวกทนถูกไล่เหมือนหมูเหมือนหมาไม่ไหวต้องล่าถอยกลับไป ผ่องอารมณ์เสียที่แม่เอาแต่คอยไล่ อย่างนี้แล้วเมื่อไหร่ตนจะมีผัวเป็นตัวเป็นตน ที่ตอนตนเน่าเหม็นไม่เห็นแม่จะเคยสนใจ หมอผีจึงเกลี้ยกล่อมสั่งสอนลูกว่า คนงามอย่างผ่องต้องได้เนื้อคู่ที่สูงส่งจึงจะเหมาะสมกัน ให้รอไปก่อน แต่ตอนนี้ต้องมาช่วยแม่กอบกู้หน้าคืน หมอผีมั่นวางแผนเพื่อจะทวงศรัทธาชาวบ้านคืนมาให้ได้ จากที่โดนพวกทองเอกหักหน้าไปคราวก่อน

ที่ท่าน้ำ เพิ่มกับรำเพยตามมาเจอชบาที่ออกมาเที่ยวตลาด ชบากำลังตื่นเต้นกับรถถีบ(จักรยาน) ที่พ่อค้าเอาขึ้นเรือมาจากกรุงเทพฯ ขณะที่กำลังจะลองขี่ กล้าและกลิ่น ๒ พี่น้องลูกคุณนายกิ่งแข เศรษฐีนีเจ้าของโรงสีก็เข้ามา กล้าเป็นคนหล่อ มั่นใจเรียนดี นักกีฬาบวกรวยเข้าไปอีก กล้าเลยติดจะขี้โอ่ คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้ กล้าหลงรักชบา พยายามตามจีบมาตั้งแต่ชบาแตกเนื้อสาว แต่ชบาไม่มีวี่แววว่าจะรับรัก แถมบางครั้งยังกระทบกระเทียบเปรียบเปรยเอาเจ็บๆปวดๆ แต่กล้าไม่เคยโกรธไม่เคยเข็ดหลาบ อาจจะเป็นเพราะฟังไม่เข้าใจหรือมั่นใจตัวเองจนไม่คิดว่าชบาจะปฏิเสธชายที่เพียบพร้อมอย่างเขาได้ ส่วนกลิ่นน้องสาวเป็นหญิงหงิมๆซื่อๆ ตุ๋มติ๋มขี้อาย กลิ่นแอบชอบเพิ่มมาตั้งแต่เด็กแต่ก็ไม่เคยกล้าแสดงความในใจ เพิ่มเองก็ชอบกลิ่นอยู่เหมือนกัน แต่ความที่เป็นคนประเภทเดียวกันความรักของทั้งสอง เลยไปไม่ถึงไหนเสียทีเพราะมัวแต่อายกันอยู่นั่นแล้ว มากสุดของสองคนคือพูดกลอนตอบโต้กันไปมา

ชบา และกลิ่น มีเพื่อนสนิทคือ ชงโค เป็นหญิงก๋ากั่น ตรงข้ามกับยุคสมัย ชอบอ้อล้อผู้ชาย ใจกล้า และยังเป็นกูรูคอยสอนชบา และกลิ่นให้ เสริมมารยาหญิงให้ผู้ชายหลง สร้างความลำบากให้สาวห้าวอย่างชบา และสาวเรียบร้อย อย่าง “กลิ่น” เป็นที่สุด

กล้าเห็นชบาชอบรถถีบ เลยอวดรวยตกลงซื้อทันทีด้วยเงินก้อนโตเป็นครั้งแรกที่ชบาแสดงความสนใจ ไม่ใช่สนใจกล้าแต่สนใจอยากลองหัดขี่รถถีบมากกว่า และยังแอบลองใช้วิธีชะม้ายชายตาที่ชงโคสอนกับกล้า เพราะอยากได้จักรยานจนกล้าเคลิ้ม

ท่านขุนและแม่สายหยุดต้องแปลกใจเมื่อชบาไม่เคยปฏิเสธเวลาถูกใช้ให้ไปธุระบ้านแม่กิ่งแข แถมยังหาเรื่องไปเองบ่อยๆอย่างผิดสังเกต จนท่านขุนและแม่สายหยุดมีหวังว่าจะได้กล้ามาเป็นเขย ท่านขุนดูสมใจมากเป็นพิเศษเพราะฐานะกำลังย่ำแย่ เหตุเพราะแอบไปเล่นการพนันแล้วเสียจนใกล้จะหมดตัว หากมีเขยมั่งคั่งอย่างกล้าคงจะช่วยกู้ฐานะเอาไว้ได้ ท่านขุนจึงเปิดโอกาสให้ชบาไปพบกล้าได้อย่างเต็มที่ ทองเอกเองเมื่อเห็นชบาสนิทสนมกับกล้าก็หงุดหงิดใจบอกตัวเองว่าเพราะห่วงเพื่อนที่ไปคบกับคนไม่ดี เมื่อห้ามแล้วชบาไม่ฟัง ทองเอกก็ปล่อยไปคิดว่าชบาก็เห็นแก่เงินเหมือนคนอื่นๆ คนที่ทองเอกสนใจตอนนี้จึงมีเพียงผ่อง คนสวยที่ต้องแอบลักลอบไปพบหลบซ่อนหมอผีมั่น ยิ่งได้เจอกันเพียงระยะเวลาสั้นๆยิ่งเพิ่มความเร้าใจให้วัยหนุ่มยิ่งนัก

ครั้งหนึ่งเย็นย่ำใกล้ค่ำแล้ว ทองเอก เปียก และตุ่นจะไปช่วยงานจุลกฐินที่ต้องปั่นฝ้ายทอ ย้อมและเย็บให้เป็นผ้ากฐินภายในวันเดียว กลุ่มทองเอกมาเจอชบาเพิ่ม และรำเพยจึงออกเดินไปพร้อมกันระหว่างทางก็ได้ยินชาวบ้านร่ำลือกันถึงผีที่ทำให้เจ็บป่วยอีก ทองเอกไม่กลัวเรื่องโรคเพราะมียาป้องกัน แต่แล้วก็ได้เจอกับผีเข้าจังๆ ทั้งหมดแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ทองเอกกับชบาจับคู่หนีไปด้วยกันทะเลาะกันไปตลอดทาง ฝั่งกล้ากับกลิ่นที่จะมางานเดียวกันก็เจอผีเหมือนกัน กล้าแบกจักรยานวิ่งหนีไปไม่ห่วงน้องสาวเลย ทิ้งให้กลิ่นนั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่คนเดียว พอดีกับเพิ่มวิ่งมาเจอกลิ่นจึงพากันหนีทองเอกกับชบา และเพิ่มกับกลิ่นได้มีโอกาสร่วมทุกข์หนีผีด้วยกันห่วงใยกัน ได้ใกล้ชิดกันพอให้ใจเต้นหวั่นไหว แต่ขณะนั้นต้องหาทางเอาตัวรอดจากผีร้ายที่ทองเอกไม่แน่ใจว่าจะใช่ผีจริงหรือไม่ มีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆอยากจะพิสูจน์แต่ผีก็หายไปอย่างลึกลับ ทิ้งปริศนาไว้ให้ชวนให้ขบคิด

วันต่อมา หมอผีมั่นเอาของขลังมาแจกจ่ายชาวบ้าน แถมยังบอกว่ายาของทองเอกกินไปก็กันผีไม่ได้ และเมื่อชาวบ้านโดนผีหลอกแล้วเอาของขลังออกมา ผีก็หนีหายไปจริงๆ ชาวบ้านจึงหันกลับมาศรัทธาหมอผีมั่นอีกครั้ง ทองเอก เปียก และตุ่นช่วยกันสืบโดยเข้าไปคลุกคลีกับผ่องเพื่อล้วงความลับ ทองเอกถือโอกาสจีบผ่องไปด้วย ทำเอาชบาอดขวางหูขวางตาด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

เมื่อสืบไปได้สักพัก ทองเอกก็ได้รู้ความจริงว่าผีที่ออกอาละวาดเป็นคนของหมอผี แต่พอหลวงตาไปตักเตือนหมอผีมั่นว่าให้เลิกหลอกลวงชาวบ้านเสียที หมอผีมั่นกลับไม่ยอมรับแถมยังท้าทายให้หลวงตาหาหลักฐานมายืนยันกันต่อหน้าหากไม่มีจะถือว่าหลวงตาไม่มีความเที่ยงธรรม ทุกคนโกรธที่หมอผีมั่นจาบจ้วงหลวงตา แต่ยังหาหลักฐานชัดๆมามัดตัวหมอผีมั่นไม่ได้ จึงจำเป็นต้องยุติไปก่อน

วันหนึ่งนางกิ่งแขเศรษฐีนีเจ้าของโรงสีเกิดป่วย หมอผีมั่นเอาของขลังคุณไสยไปลูบตามเนื้อตามตัวก็ไม่หาย เมื่อทองเอกรู้เรื่องก็เอายาไปให้ แต่ต้องเผชิญกับการดูหมิ่นดูแคลนของกล้า เพราะกล้าไม่ชอบหน้าทองเอก ทองเอกเลยฝากยาไว้กลับกลิ่น ให้กลิ่นแอบผสมยาในอาหารให้กิ่งแขกิน ไม่กี่วันอาการของกิ่งแขก็ทุเลาลง หมอผีมั่นกลับยึดสมอ้างว่าเป็นฤทธิ์จากของขลังของตน คราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่พอชาวบ้านป่วยก็พากันไปพึ่งแต่ของขลัง จนถึงตานางสายหยุดแม่ของชบาป่วย ทองเอกร่วมมือกับชบาเพื่อให้แม่กินยาให้ได้ ทองเอกต้องไปบ้านชบาทุกวันเกิดเป็นความใกล้ชิดเห็นอกเห็นใจกันโดยไม่รู้ตัว ชบาได้ฝึกความรู้เรื่องยาเพิ่มเติมจนสามารถปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทองเอกได้ ทองเอกสนุกกับการสนทนากับชบาเหมือนเพื่อนสนิท แต่ชบาไม่ได้ทำให้ทองเอกหวั่นไหวใจเต้นเลือดสูบฉีดแรงอย่างที่รู้สึกกับผ่อง ส่วนเพิ่มก็ออกจากบ้านไปเยี่ยมกลิ่นถึงที่บ้านทุกวัน จนกิ่งแขชักจะสงสัยเลยถามไปตรงๆว่าเพิ่มรักกลิ่นใช่ไหม เพิ่มรีบปฏิเสธพัลวันด้วยความเก้อเขิน บังเอิญกลิ่นมาได้ยินตอนเพิ่มปฏิเสธทำให้กลิ่นเสียใจเป็นที่สุด

หมอผีมั่นทำตัวเป็นคู่แข่งขัดขวางการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพรตำรับปู่หมอทองอินทุกวิถีทาง ศึกชิงศรัทธาเป็นไปอย่างดุเดือดแต่แล้วก็ถึงวันที่ผ่องล้มป่วย ทองเอก เปียก และตุ่นแย่งกันไปรักษา หมอผีมั่นกลัวจะเสียลูกไปต้องจำใจยอมให้มารักษาเพราะรู้ดีว่าของวิเศษของตนรักษาโรคไม่ได้ อาการของผ่องค่อยดีขึ้นตามลำดับ ผ่องเริ่มมีใจเอนเอียงชอบทองเอกเพราะรักษาเก่งดูแลดี เปียกกับตุ่นทนไม่ได้เลยต้องหาทางลัดเพื่อให้ผ่องหันมาชอบบ้าง วิธีที่พอจะคิดออกคือเอาน้ำมันพรายมาดีดใส่ผ่องตามตำราทำเสน่ห์ที่เคยได้ยินมา แต่เรื่องนี้จะต้องแอบทำเพราะหลวงพ่อสั่งไว้นักหนาว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์เด็ดขาด เปียกกับตุ่นนั้นเป็นคนปอดแหกแต่เพื่อผู้หญิงแล้วถึงกับยอมเข้าป่าช้าไปหาน้ำมันพรายเจอผีจริงผีปลอมเป็นที่โกลาหล พอได้น้ำมันพรายมาแล้วเอาไปดีดใส่ผ่องแต่ผ่องก็ยังไม่หันมาสนใจอยู่ดี แต่ตุ่นกับเปียกกลับจับไข้หนักเพราะออกไปวิ่งหนีผีมาทั้งคืน เสียเวลาเปล่าและยังเกือบเสียชีวิต

ทองเอกหายหน้าไป ไม่ได้มารักษาสายหยุดเพราะต้องดูแลทั้งผ่องและเพื่อนเปียกกับตุ่น และคิดว่าชบาดูแลแม่ได้เองแล้ว ชบาเป็นห่วงทองเอกจึงหาเรื่องสงสัยว่าทำไมแม่ยังอ่อนเพลียไอไม่หยุดแล้วมาตามทองเอก เลยได้รู้ว่าทองเอกมัวไปรักษาผ่องจนทิ้งแม่เธอ ชบาเกิดความหมั่นไส้แต่บอกตัวเองว่า ไม่ได้หึงหวงแต่โกรธที่ทองเอกใจดำทิ้งคนไข้ได้ลงคอ ปู่ทองอินเองก็กำลังสงสัยว่าเหตุใดคนไข้หลายคนอย่างแม่สายหยุดและผ่องมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ปู่หมอทองอิน ทองเอกและชบาช่วยกันวิเคราะห์และสรุปว่า ยาตัวอื่นรักษาไม่หาย ก็ต้องหาตัวยาสำคัญที่จะช่วยแก้อาการอ่อนเพลียบำรุงหัวใจที่หายากหาเย็นต้องข้ามน้ำไปหาแถวชายทะเลนั่นคือ อำพันทอง (ขี้วาฬ) ทองเอกอาสาจะไปหามา โดยมีชบาแอบติดตามไปด้วย

เมื่อชบาได้ใกล้ชิดทองเอกมากๆเข้าก็ยิ่งรู้ตัวว่ารัก แต่ทองเอกหลงคิดว่าหัวใจของเขามีแต่ผ่อง แต่ทำไมเขากลับรู้สึกหวั่นไหวกับชบาได้ เพื่อกันไม่ให้ตัวเองหวั่นไหว และห่วงกลัวชบาเสียชื่อที่เดินทางกันเพียงลำพังสองต่อสอง ทองเอกบังคับให้ชบาแต่งเป็นชายและไม่ยอมนอนร่วมที่กับชบา แทนที่ชบาจะรู้สึกสบายใจกลับขัดเคืองที่ทองเอกไม่เคยหวั่นไหว ไม่มีใจให้ชบาเลย

ขณะที่ชบาหนีไปหาตัวยากับทองเอก ท่านขุนและแม่สายหยุดที่เพิ่งรู้ว่าลูกหายไปก็เดือดร้อนแทบลุกเป็นไฟ ปู่ทองอินพยายามชี้แจงว่าชบาทำไปด้วยความกตัญญู แต่ท่านขุนก็กลัวว่าชบาจะเสียชื่อที่ไปค้างอ้างแรมตามลำพังกับผู้ชาย กลัวว่าชบาจะขายไม่ออกเลยบีบบังคับให้ทุกคนปิดเป็นความลับ กล้าเห็นชบาหายไปก็มาหาถึงบ้าน แต่ท่านขุนให้ทุกคนโกหกว่าชบาป่วยเป็นโรคติดต่อ ห้ามเยี่ยมสักพัก เมื่อกล้ายืนยันจะพบก็ขอให้ชงโค คลุมหน้าคลุมตาสวมรอยทำเป็นป่วยแทน กล้าถือโอกาสจับไม้จับมือ ชงโคก็ไม่บ่ายเบี่ยง แถมมีปฏิกริยาโต้ตอบ ทำให้กล้ามั่นใจว่าชบาคงมีใจให้เขาเป็นแน่

ทองเอกและชบา ได้มีโอกาศช่วยเหลือคนป่วยระหว่างทาง โดยมีชบาเป็นลูกมือ จนชาวบ้านคิดว่าเป็นผัวเมียที่เหมาะสมกันมาก และชาวบ้านยังพาไปหาขี้วาฬ ที่มักจะถูกพัดมาเกยหาดจนพบ ทองเอกกับชบาได้ตัวยาสำคัญกลับมา ทองเอกรีบปรุงยาเอาไปให้ผ่อง ยิ่งเพิ่มความน้อยใจให้ชบา เธอบอกตัวเองให้ตัดใจจะไม่สนใจทองเอกอีกต่อไป ชบาใช้เวลาดูแลแม่สายหยุดจนทุเลา เมื่อแม่สายหยุดเมียหลวงหายจากไข้ ท่านขุนก็กลับไปเข้าบ่อนอีกแต่คราวนี้โชคร้ายเสียหนักถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวแต่จะบอกลูกเมียไม่ได้ ท่านขุนเลยรวบรัดไปคุยกับกิ่งแขว่า จะยกชบาให้โดยหวังจะเอาค่าสินสอดมาใช้หนี้พนัน แม่กิ่งแขไม่ปฏิเสธ เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะกล้ามาบอกไว้แล้วว่าให้แม่ไปขอชบา ชบารู้เรื่องว่าจะถูกจับแต่งกับกล้าในยามที่กำลังน้อยใจทองเอกก็ประชดว่ายังไงก็ได้

กล้าไปหาหลวงปู่ให้ช่วยผูกดวงของเขากับชบา แต่หลวงปู่ไม่รับทำ กล้าเลยไปหาหมอผีมั่น ทำให้ได้พบกับผ่อง ผ่องเห็นกล้ามั่งคั่ง ดูดีแถมมีจักรยานขี่ก็เกิดชอบ หว่านเสน่ห์จนกล้าอดเคลิ้มตามไม่ได้ หมอมั่นเห็นว่ากล้าคือผู้ชายที่เหมาะสมกับลูกรัก จึงนัดให้กล้ามาใหม่ในวันรุ่งขึ้นพร้อมกับแม่กิ่งแข แล้วแกล้งบอกว่าดวงกล้ากับชบา เป็นกาลกิณีกัน ทำเอาแม่กิ่งแขตกใจลังเลที่จะไปสู่ขอชบา หมอผีมั่นพยายามสอดแทรกชี้ช่องว่า ผู้ที่เหมาะสมกับกล้าคือคนที่มีลักษณะตรงกับผ่อง และอยู่ในทิศที่ผ่องอาศัย ท่านขุนรู้เรื่องรีบหาทางแก้ไขให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แสดงออกชัดแจ้งว่า ยังไงยังไงก็จะยกชบาให้เป็นเมียของกล้าแน่นอน

หลังจากที่ได้พบกับกล้าผ่องก็เลิกสนใจทองเอกถึงขั้นออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำ เลยบอกทองเอกไปว่าอยากได้จักรยานอย่างที่กล้าขี่ ถ้าหามาให้ได้จึงจะรับรัก ทองเอกจนปัญญาไม่รู้จะไปหาจักรยานมาจากไหน ขณะที่ปลีกตัวออกห่างทองเอก ผ่องก็หาโอกาสพบกับกล้าและใช้เสน่ห์เล่ห์มายาหญิงล่อให้กล้าเคลิบเคลิ้มซึ่งก็ดูจะได้ผล กล้าเกิดสองจิตสองใจ เสียดายชบาแต่ขณะเดียวกันก็อยากได้ผ่องกล้าหวังจะครองเสียทั้งสองคน กล้าเทียวไปหาชบาบ่อยๆ ชบารู้ทันว่า กล้าไปติดพันผ่องอยู่ก็นึกรังเกียจจนสุดทน ชบาปรึกษากับเพิ่มและรำเพยว่าไม่ต้องการแต่งงานกับกล้า รำเพยคิดแผนให้ชบาล้มป่วยจะได้เลื่อนการแต่งงานออกไปและถ้ายิ่งเป็นโรคร้ายแรงกล้าอาจเปลี่ยนใจไม่อยากแต่งเลยก็ได้

วันรุ่งขึ้นชบาแกล้งป่วยนอนซม ท่านขุนตามทองเอกมาดูอาการ เป็นที่น่าประหลาดใจที่ตรวจแล้วไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ แต่ชบาบ่นปวดนู่นปวดนี่ไปทั้งตัว ปู่ทองอินมาตรวจก็หาสาเหตุไม่ได้ เลยตามหมอมั่นมาดูอาการ หมอมั่นบอกไปว่าโดนของเข้าตัวแต่แก้ไม่ได้เพราะของเขมรแรงมาก ถ้าใครแต่งงานด้วยคู่สมรสก็จะโดนของไปด้วย ที่หมอมั่นว่าไปอย่างนั้นเพราะอยากให้กล้าได้กับผ่องลูกสาวตน ท่านขุนประกาศว่าถ้าใครรักษาชบาหายขออะไรก็จะยกให้ ทองเอกเหลือบไปเห็นจักรยานของกล้าที่เอามาให้ชบาจอดอยู่ เลยรับปากว่าจะรักษาชบาให้หายโดยขอค่าตอบแทนเป็นจักรยานคันนั้น พอชบารู้ว่าทองเอกอยากได้จักรยานเพราะจะเอาไปให้ผ่องก็เจ็บใจ ตั้งใจจะแกล้งป่วยไปเรื่อยๆไม่ยอมหาย

ทองเอกมุ่งมั่นหาทางรักษาชบาด้วยความตั้งใจ ชบาเคลิ้มไปคิดว่าทองเอกเป็นห่วง แต่เปล่าเลยทองเอกแค่อยากได้จักรยานเอาไปให้ผ่อง ฝ่ายเปียกกับตุ่น ตอนที่ทองเอกกำลังยุ่งกับการรักษาชบาก็ไปเข้าทางไสยศาสตร์เพื่อให้ผ่องหันมาสนใจพวกตนบ้าง ส่วนผ่องก็หาโอกาสไปอ่อยกล้า ส่วนกล้าก็แวะเวียนมาเยี่ยมชบาด้วยความเสียดาย ความรักพันกันยุ่งอีรุงตุงนังไปหมด ระหว่างที่คนอื่นกำลังชุลมุนวุ่นรักกันอยู่นี้ มีคู่หนึ่งที่กะหนุงกะหนิงไม่ต้องแย่งกับใครคือเพิ่มกับกลิ่น ที่จับคู่หวานแหววเหมือนจะไปได้ด้วยดีแต่ก็ติดที่ทั้ง สองเป็นคนเหนียมอายไม่มีใครกล้าบอกรักกันตรงๆสักที

ทองเอกจับได้ว่าชบาแกล้งป่วยเลยจะแฉ แต่ชบารู้ว่าทองเอกต้องการจักรยานไปให้ผ่อง หากทองเอกแพร่งพรายจะอดได้ ทองเอกเลยต้องร่วมมือ แต่ก็แปลกใจตัวเองว่ายิ่งได้อยู่ใกล้ชบา ความอยากได้จักรยานคันนั้นยิ่งลดน้อยลงทุกที แอบร่วมมือด้วยความเต็มใจไม่อยากให้ชบาได้แต่งงานกับกล้า ทองเอกไม่รู้เลยว่าแม้จะได้จักรยานไปให้ผ่อง ผ่องก็ไม่นำพาอีกต่อไป เพราะขณะนี้ผ่องได้ครอบครองตัวกล้า และต่อไปจะครอบครองสมบัติของกล้าซึ่งมีค่ากว่าจักรยานคันเดียวหลายเท่า

กล้าเห็นทองเอกใกล้ชิดกับชบามากขึ้นก็หาทางกำจัด โดยการแข่งขันรักษาคนกับหมอฝรั่ง คนไข้ของทองเอกอาการทรุด ทองเอกถูกจับข้อหาหลอกลวงประชาชน เคราะห์ซ้ำ ปู่ทองอินล้มป่วยลงอีกคน ทองเอกหนีคุกออกมารักษาปู่ พอใกล้รุ่งก็กลับเข้าคุก ด้วยความช่วยเหลือของชบา ยิ่งทำให้ใกล้ชิดผูกพันเห็นน้ำใจกันแน่นแฟ้น เปียกกับตุ่น ช่วยกันรักษาคนไข้คนนั้นต่อมาโดยมีชบาช่วยอยู่เบื้องหลังจนหาย ทำให้ทองเอกพ้นข้อหาได้ออกจากคุก

ตอนที่ชบาไปช่วยเปียกกับตุ่น ท่านขุนจับได้คาหนังคาเขาว่าชบาแกล้งป่วยเพื่อหนีการแต่งงาน ท่านขุนโกรธมาก บังคับให้ชบาแต่งงานกับกล้าทันที โดยไปขอให้เจ้านายพระองค์หนึ่งเสด็จเป็นประธานในพิธีทำให้แม่กิ่งแขเองก็ปฏิเสธไม่ได้ ทองเอกที่เพิ่งพ้นโทษออกมารู้ข่าวชบาต้องแต่งงานแน่ก็ใจหายอกหักสิ้นหวัง ทองเอกรู้ตัวแล้วว่าที่ผ่านมาชบาคือหนึ่งเดียวในหัวใจมาโดยตลอด ผ่องเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่ แต่จะให้ชบามาอยู่กับหมอขี้คุกยากจนอย่างเขาได้อย่างไร ก่อนวันแต่งหนึ่งวันชบาเกิดอาการหอบหืดขึ้นมากะทันหัน ท่านขุนไม่เชื่อหาว่าแกล้ง ทองเอกมาดูอาการเห็นว่าชบาป่วยจริงด้วยความเครียด ต้องรักษาด้วยการสูบยาแต่ชบาสูบไม่เป็น ทองเอกต้องสูบแทนแล้วเป่าผ่านกระบอกไม้ไผ่เล็กๆเหมือนหลอดเข้าสู่ปากชบา สายตาที่ทองเอกมองชบาเมื่ออยู่ใกล้ชิดถึงเพียงนั้นเปิดเผยทุกสิ่งที่อยู่ในหัวใจ ชบาโผเข้าสู่อ้อมแขนของทองเอกแล้วร้องไห้ออกมา หมดหนทางที่จะแก้ไขทองเอกกับชบาคงไม่ได้เกิดมาคู่กัน

ผ่องสุดทนที่กล้าจะแต่งงาน ออกมาแฉว่ากล้าได้เสียกับตนแล้ว กล้าต้องรับผิดชอบ รับผ่องเป็นเมียจัดการตกแต่ง แต่แม่กิ่งแขไม่ยอมรับ กล้าที่นั่งอยู่กับแม่ดันเกลี้ยกล่อมให้ผ่องยอมรับการเป็นเมียรองทำให้ผ่องโกรธแค้น เมื่อเจ้านายเสด็จมาเป็นประธานพิธีแต่งงานระหว่างกล้ากับชบา ผ่องเข้าขวางรถม้า ทำให้รถม้าคว่ำ เจ้านายประชวรพระวาโย ทองเอกถูกตามตัวให้มารักษาเจ้านายเมื่อทรงฟื้นขึ้นมาก็ทรงคลับคล้ายคลับคลา สอบถามไปมาจึงได้รู้ว่าที่แท้ ทองเอกเป็นลูกของหมอทองอยู่ หมอประจำวังของพระเชษฐา ซึ่งทรงเพียรตามหาเพื่อให้ล้างมลทินให้ เพราะทรงรู้แล้วว่าโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อเป็นแล้วไม่มีทางรักษาหายได้ ไม่ว่าจะเป็นหมอเทวดามาจากไหน ทองเอกดีใจว่าครอบครัวพ้นจากมลทินแล้ว ต่อไปนี้ปู่และตัวเขาจะได้รักษาคนอย่างเป็นอิสระเสียทีไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ เจ้านายทรงชวนให้ทองเอกไปเป็นหมอประจำองค์ท่าน แต่ทองเอกขออยู่รักษาชาวบ้านที่บ้านท่าโฉลงต่อไป

ผ่องถูกจับ สารภาพว่าไม่ได้ตั้งใจจะมาทำร้าย เพียงแต่ต้องการร้องเรียนว่าตนได้เสียกับกล้าแล้ว เจ้านายทรงเมตตาสงสารผ่อง รับสั่งให้กล้ารับผิดชอบตกแต่งกับผ่องให้ถูกต้อง ส่วนชบาเพื่อไม่ให้ขึ้นชื่อว่าเป็นม่ายขันหมากและทรงอ่านออกว่ามีใจกับทองเอก จึงทรงจัดการทาบทามสู่ขอไว้ให้ สมใจกันทั้งสองฝ่าย ทองเอกมีสินสอดเพียงเล็กน้อยไม่พอให้ท่านขุนเอาไปใช้หนี้พนัน เจ้านายทรงตรัสว่าถ้าท่านขุนไม่ยอม จะเรียกกรรมการเมืองมาเอาตัวไปจองจำฐานมอมเมาประชาชน และทรงสอนให้ท่านขุนเป็นข้าราชการที่มีธรรมาภิบาล ต่อไปจะเป็นถึงพ่อตาหมอใหญ่ให้ทำตัวอยู่ในศีลในธรรม

ก่อนเจ้านายจะเสด็จกลับ พ่อเพิ่มตัดสินใจหยุดความอาย กราบทูลขอให้ท่านสู่ขอกลิ่นให้เพราะกลัวว่าแม่กิ่งแขจะเคืองจนไม่ยอมให้เขาคบกับกลิ่น เจ้านายทรงช่วยเจรจา แม่กิ่งแข ไม่ปฏิเสธเพราะผิดหวังกับกล้ามามากแล้ว หากมีลูกเขยดีๆอย่างเพิ่มก็ถือเป็นโชคทุกชีวิตจึงควรจะลงเอยกันอย่างมีความสุขสงบในบ้านท่าโฉลงแห่งนี้

แต่แล้วเรื่องราวก็ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อถึงวันใกล้แต่งงานของทองเอก และชบา
เกิดโรคห่า(อหิวาตกโรค)ระบาดขึ้นมา ณ หมู่บ้านใกล้เคียง และเริ่มระบาดเข้ามาในหมู่บ้านท่าโฉลงอย่างรวดเร็ว ทองเอก ชบา และทุกๆคน ต้องมาช่วยกันรักษา นอนกันเกลื่อน มีคนหาย และก็มีทะยอยเสียชีวิตลงความที่คนเจ็บป่วยมีจำนวนมากเกินกว่ายา โรคห่าระบาดไปทั่วทั้งพระนคร พระเกจิดังในหลายๆจังหวัด ต้องลุกขึ้นมาทำพิธีขับไล่ จนมีประกาศว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้จัดการรักษาพยาบาลโดยปรุงยาขึ้นมาใหม่สองขนาน โดยนำยาวิสัมพญาใหญ่ตามตำราไทยผสมแอลกอฮอล์ ทำเป็นยาหยดในน้ำ และเอาการบูรทำเป็นยาหยดอีกขนานหนึ่ง และยังใช้การบูรโรยเสื้อผ้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคควบคู่กันไป และตั้งโอสถศาลาขึ้นมา(ศาลาวัด) ก่อนจะจัดตั้งโรงพยาบาลเอกเทศ (สถานพยาบาลชัวคราว เป็นกระต๊อบ) ขึ้นเพื่อรักษา

เมื่อยาทองเอกหมดลง คนไข้ก็มิได้มีจำนวนน้อยลง ชบาที่ช่วยงานอย่างหนัก ก็มาติดไข้ไปด้วย ชีวิตชบากำลังจะตาย ทุกอย่างจะเป็นเช่นไร ต้องติดตามใน ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง....

คาแรคเตอร์ตัวละคร

ทองเอก : ,มาริโอ้ เมาเร่อ
หนุ่มหน้ามนวัย 23 ปี มีความเฉลียวฉลาด และความชำนาญในเรื่องยาสมุนไพร สามารถ สัมผัส ดู ลิ้มชิมรส ดม แยกแยะตัวยา และสรรพคุณได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน อารมณ์ดี รักสนุกตามวัย โดยเฉพาะวัยที่แตกเนื้อหนุ่ม มุ่งหวังอยากจะมีคนรัก และมุ่งหวังจะเป็นหมอยาสมุนไพรเพื่อสืบเนื่องวิชาแพทย์แผนไทยโบราณให้คงอยู่ตลอดไป

ชบา : คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส
หญิงสาวที่อ่อนหวาน เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ (เฉพาะเวลาที่ต้องออกงานหรืออยู่ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย) ความเป็นจริงแล้ว ชบาค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองสูง และนิสัยออกไปทางแก่นกล้า คล้ายเด็กผู้ชาย ไม่กลัวใคร แม้จะมีหน้าตาที่สะสวย แต่ความแก่นของชบาก็ไม่สามารถพิชิตใจของทองเอกได้ แต่ในที่สุด ความดี ความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้อื่นของชบาต่างหาก ที่เอาชนะใจของทองเอกได้ในที่สุด

กล้า : ปรมะ อิ่มอโนทัย
ลูกชายเศรษฐีนีโรงสีข้าว ที่นอกจากจะมีเงิน เขายังมีความรักที่มั่นคงต่อชบา ยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อชบา แต่กล้าก็ยังเผลอไผลไปกับความงามของผ่อง และความที่กล้าเป็นคู่อริกับทองเอก ทำให้กล้าแย่งชิงผ่องมาเป็นผู้หญิงของตนเองเพื่อเอาชนะ แต่ผู้หญิงที่กล้ารักจริงๆ และอยากจะได้มาเป็นภรรยา คือชบาคนเดียวเท่านั้น

ผ่อง : ภูริตา สุปินชุมภู
หญิงงาม กริยามารยาทเรียบร้อย ต่อหน้าคนทั่วไป ที่ครั้งนึงเคยเป็นโรคตุ่มน้ำพอง จนแม่(หมอผีมั่น) ต้องแยกให้ไปอยู่กลางป่าตามลำพัง และผู้คนยังคิดว่าเป็นผีปอบ ต่อมาทองเอกรักษาจนหาย กลายร่างเป็นสาวงามในพริบตา ทั้งสองคิดว่ามันคือ ชะตาฟ้าลิขิต ที่สวรรค์ส่งสาวงามมาเป็นคู่ของทองเอก แต่ความจริงผ่องไม่ได้มีจิตใจที่ดีอย่างที่ควรจะเป็น ผ่องกลับมีความทะเยอทะยาน เชื่อในคารมของแม่ว่า ผู้ชายรวยเท่านั้นที่จะเหมาะกับผ่อง

กลิ่น :ชญานิศ จ่ายเจริญ
น้องสาวผู้เรียบร้อยของกล้า ในขณะที่พี่ชายเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย กลิ่นกลับมีนิสัยตรงกันข้าม พูดน้อย(ต่อยหนักไม่รู้ตัว) เรียบร้อย ชอบอ่านบทกวี ร่ายคำกลอนแอบหลงรักเพิ่ม ก็ไม่กล้าจะคุย จะพูดจาด้วย จะมีก็แต่ต่อบทกวีกันไปมาให้ได้เขินอายกันไป

เพิ่ม : สาริน รณเกียรติ
หนุ่มผู้เรียบร้อย หัวอ่อน เชื่อฟังแม่ ต่างกับน้องสาววัยเล็กที่โตเกินวัย เพิ่มยังเป็นน้องร่วมพ่อของชบา วัยใกล้กับชบา และมีความรักให้กับกลิ่น สาวน้อยเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ เพิ่มไม่กล้าจะจีบไม่จะบอกรัก เมื่อรู้ว่ากลิ่นชอบโครง ฉันท์ กาพย์ กลอน เพิ่มก็เพียรหาคำกลอนมาต่อกลอนกับกลิ่น

ชงโค : ณปภา ตันตระกูล
สาวสวยใจกล้า ที่เกิดมาผิดยุคสมัย ชงโคคิดว่า ถ้าจะมีผัวทั้งที่เราต้องเลือกของเราเอง ไม่ใช่รอให้ผู้ชายมาเลือกเรา ชงโคจึงมักคอยหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายหน้าตาดีที่ชงโคพบเจอ และเป็นคู่กัด ไม้เบื่อไม้เมากับเปียก จนสุดท้ายทั้งสองก็ได้ครองคู่ถูกฝาถูกตัว

เปียก : ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์
เพื่อนสนิทของทองเอก เฮฮา ร่าเริง มุขเยอะ หาสาระไม่ค่อยมี เพราะความฉลาดของเปียก ถูกในไปใช้ในเรื่องสาระจนหมด แต่เปียกก็ได้เรียนรู้ ได้เติบโตไปพร้อมๆกับทองเอก และอยู่เป็นผู้ช่วยทองเอก จนสุดท้ายได้เป็นหมอยาไทยไปด้วยอีกคน

ตุ่น : จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม
เพื่อนสนิทของทองเอก และเปียก ตุ่นมีแต่ความเฉลียว ไม่ค่อยฉลาดจำชื่อยาแค่วันละสองชื่อ ยังสลับไปมาทุกวัน ความฝันของตุ่น คืออยากจะเป็นหมอยาเท่ๆ เก่งๆอย่างทองเอก และสุดท้าย ตุ่นก็ได้เป็นผู้ช่วยเปียก เป็นหมอปรุงยา ถึงแม้จะไม่ได้ตามที่ฝันก็ยังถือว่าใกล้เคียง

รำเพย : ด.ญ. ภัทรภร มุกโชควัฒนา
สาวน้อยวัย 10 ขวบที่โตเกินวัย คล้ายกับผู้ใหญ่ คอยดุแม่ อบรมพ่อ สั่งสอนพี่สาว และพี่ชาย รวมไปถึงเพื่อนๆพี่ และกลุ่มของทองเอก ทุกคนกลัวรำเพยดังเช่นผู้หลักผู้ใหญ่คนนึง เหตุเพราะเวลารำเพยดุว่าใคร เธอไม่เคยไว้หน้า และโดนเด็กด่า มันน่าอายจริง

แม่หมอผีมั่น : รัดเกล้า อามระดิษ
หมอผีที่สร้างฐานะจากการเล่นกับศรัทธาของชาวบ้าน เป็นที่ยอมรับนับถือ และหวาดกลัวของคนในชุมชน เพราะคนในชุมชนเชื่อว่า หมอผีมั่น สามารถชี้เป็นชี้ตายคนด้วยยาสั่งได้ มั่นมีความทะเยอทะยาน อยากได้ใคร่มีและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทองเอก

ขุนกสิกรรม : จักรกฤษณ์ อำมรัตน์
พ่อของชบา เพิ่ม และ รำเพย มีเมีย 2 คน ก่อนเคยเจ้าชู้ แต่ปัจจุบันไม่กล้า เพราะกลัวลูกอย่างรำเพยเป็นที่สุด ความลับของขุนกสิกรรมที่ไม่มีใครรู้คือ ติดการพนัน เล่นจนหมดเนื้อหมดตัว จึงอยากให้ชบาแต่งงานกับคนรวยอย่างกล้า เพื่อนำเงินค่าสินสอดไปใช้หนี้สิน

คุณนายสายหยุด : จินตหรา สุขพัฒน์
เมียหลวงของขุนกสิกรรม แม่ของชบา เจ้ายศเจ้าอย่าง ทำตัวเป็นคนมาจากในรั้วในวัง ดูรักใคร่กลมเกลียวกับแม่เยื้อน เมียน้อย แต่ความจริงก็แอบแข่งขันกันในที ไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างไปทำเสน่ห์ให้ผัวรักผัวหลง เพื่อคงความเป็นที่หนึ่งเอาไว้ แต่แม่สายยหยุดก็มีความรักให้กับเพิ่มและรำเพยเหมือนลูกตัวเอง

แม่เยื้อน : ศรีพรรณ ชื่นสมบูรณ์
เมียน้อยของขุนกสิรรม ทำเป็นยอมอ่อนข้อให้แม่สายหยุด แต่จริงๆแล้ว ก็พยายามชิงความเป็นหนึ่ง แต่แม่เยื้อนก็ไม่ใช่คนมีพิษมีภัย ความเอาชนะ หรือเหน็บกันลับหลัง จึงเป็นเรื่องขบขัน น่าเอ็นดูซะมากกว่า และแม่เยื้อนก็ยังเอ็นดูชบาเหมือนลูกในไส้ด้วยอีกคน

ปู่หมอทองอิน : รอง เค้ามูลคดี
เป็นผู้มีความรู้ในตำรายาสมุนไพรไทยเกือบทุกชนิด แต่ก่อนก็เคยทำงานรับใช้อยู่ในวังเจ้านายพระองค์หนึ่ง ก่อนจะถูกเนรเทศออกมา ปู่ทองอิน ยังคงมุ่งมั่นถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีทั้งหมดให้กับทองเอก หลานชายเพียงคนเดียว เพื่อสืบทอดตำรายาไทยโบราณ

หลวงตาเพชร : โยธิน มาพบพันธ์
หลวงตาผู้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านท่าโฉลง มีความเมตตาธรรม และเข้าใจจิตใจชาวบ้าน ที่ฝักไฝ่ในเรื่องไสยศาสตร์ มนต์ดำ หลวงตาสามารถปรับความงมงาย ผสมผสานความศรัทธา สอดแทรกธรรมะ และคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าไปในจิตใจของผู้คน โดยมิต้องไปกล่าวร้ายผู้ใด และช่วยโน้มใจชาวบ้าน ให้คอยเดินตามทางที่ถูกที่ควร ไม่หลงมัวเมาในไสยศาสตร์และอบายมุขจนมากเกินไป

กิ่งแข : เจนนิเฟอร์ คิ้ม
แม่ของกล้า และ กลิ่น เศรษฐีนีเจ้าของโรงสี มีเชื้อจีน แต่บอกทุกคนว่าตัวเองเป็นไทยแท้ ทั้งที่พูดไทยไม่ค่อยจะชัด (พ่อแม่เป็นคนซัวเถา) แม่กิ่งแขก็บอกว่า "พ่อแม่เป็งคงไท แค่เคยปายโตอยู่ซัวเถวแค่นั้งเอง" ความฝันของกิ่งแข คืออยากได้ลูกสะใภ้ และอยากมีหลานชายเร็วๆ และขอมีหลายๆคน เพื่อเอามาสืบทอดวงค์ตะกูล กิ่งแขจึงไม่ค่อยได้สนใจกลิ่น เพราะว่ากลิ่นเป็นลูกสาว นางก็แค่คาดหวังว่า กลิ่นจะได้สามีที่ดีที่ดูแลกลิ่นได้ ตามธรรมเนียมไทยที่ผู้หญิงควรจะมีเหย้ามีเรือนเมื่อถึงวัยอันควร

ท่านหญิง (เสด็จ) : ธัญญา โสภณ (รับเชิญ)
เจ้านายพระองค์หนึ่ง เป็นผู้มีบุญญาธิการ น้ำเสียงก้องกังวานน่าเกรงขาม แต่มีใจเมตตากรุณา

อื่นๆ อาทิ สาวรับใช้บ้านชบา(เฮฮาหน้าซื่อ), สาวรับใช้บ้านชบา(เฮฮาหน้าเจ้าเล่ห์), บ่าวรับใช้บ้านกล้า(คอยช่วยเหลือเจ้านาย และตามใจเจ้านายทุกอย่าง)

ร่วมด้วย
เพิ้ง (บ้านแม่หมอ) : ภิชาภัช มหาทิตยากุล

ไอ้จิ๋ม (บ้านกิ่งแข) : สมัชญ์ เนียมสอาด

ลุงขาว : หน่อย เชิญยิ้ม

นางอิ่ม : เจริญสุข นาคสวัสดิ์

นางฉุย : กิ่งกาญจน์ ไตรยสุทธิ์

หมายเหตุ - ความรู้เรื่อง "ยาไทยโบราณ" :

ยาไทยโบราณ พื้นความรู้จากยาแผนโบราณ เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพดี จากคัมภีร์วิชาเภสัชกรรมไทยแผนโบราณกล่าวไว้ว่า

เภสัชวัตถุประเภทสัตว์ (สัตววัตถุ) ได้จากสัตว์ทุกชนิด และอวัยวะของสัตว์ทั้งหลาย เช่น ขน หนัง เขา นอ เขี้ยว งา ฟัน กราม ดี หัว เล็บ กีบ กระดูก เนื้อ เอ็น เลือด น้ำมัน มูล ฯลฯ สัตววัตถุแบ่งออกเป็น

@ จำพวกสัตว์บก เช่น กวาง (เขาแก่ เขาอ่อน) งูเห่า (หัว กระดูก ดี) แรด (เลือด หนัง นอ กีบเท้า) คางคก (ทั้งตัว) แมลงสาบ (มูล) แมงมุม (ตายซาก) ฯลฯ

@ จำพวกสัตว์น้ำ เช่น ปลาช่อน (ดี หาง เกล็ด) ปลาไหล (หาง หัว) ปลาหมึก (กระดอง หรือลิ้นทะเล) ปูม้า (ก้าม กระดอง) ฯลฯ

@ จำพวกสัตว์อากาศ เช่น อีกา หรือ นกกา (หัวกระดูก ขน) นกยูง (กระดูก แววหาง ขนหาง) ผึ้ง(น้ำผึ้ง) นกนางแอ่น (รัง) นกกระจอก (ใช้ทั้งตัวถอนขนออก) ฯลฯ

@ จำพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น หอยโข่ง(เปลือก) เต่านา (หัว กระดองอก) จระเข้ (ดี) ปูทะเล(ก้าม) ปูนา (ทั้งตัว) กบ (น้ำมัน กระดูก) ฯลฯ

ได้มีการใช้แบบบอกเล่าต่อๆ กันมา ไม่มีการค้นคว้าวิจัยเหมือนอย่างยาแผนปัจจุบันเช่น

กระสายยาจากสารพัดดีสัตว์ ดีสัตว์ต่าง ๆ ที่นำมาทำเป็นยาได้แก่ดีสัตว์พวก ดีหมี ดีจระเข้ ดีงูเหลือม ดีโคเถื่อน ดีกาน้ำ ดีตะพาบน้ำ ดีหมูป่า ดีค่าง

สรรพคุณ : ดีสัตว์นี้จะมีรสขมหวาน ซึ่งใช้เป็นยาแก้พิษเพ้อคลั่ง ดับพิษภายใน ช่วยบำรุงน้ำดี ทานแก้สติเลื่อนลอยหรือตาลอยทำให้หัวใจชุ่มชื่น ขับรสยาให้แล่นทั่ว และใช้เหน็บสวนอุจจาระเด็กอ่อน ๆ ได้ ดีกาน้ำผสมเป็นยาทาให้ผมดำ

@ ดีจระเข้ใช้แก้โลหิตสตรีที่คลอดบุตรแล้ว ดีตะพาบน้ำใช้ขับลมต่างดีงูเหลือมได้จากงูเหลือมเป็นกระเปาะเหมือนกับถุงใส่เงิน สีดำ ขั้วยาวเล็กสรรพคุณ รสขมติดจะหวาน ระบายพิษไข้ ทำฤทธิ์ยาให้แล่นเร็ว กระตุ้นลำไส้ให้ทำงาน แก้ตาบวม ตาอักเสบ

@ ทำกระสายยาดีหมูป่าได้จากหมูป่า เป็นกระเปาะเล็กๆ สีขุ่นมัวสรรพคุณ รสขมคาว บำรุงโลหิต บำรุงดี ทำฤทธิ์ยาให้แล่นเร็ว

@ ดีโคเถื่อน(วัวป่า) ได้จากวัวป่าเป็นกระเปาะกว้างประมาณ 2 นิ้ว สีน้ำตาลเข้มสรรพคุณ รสขมหวาน แก้ไข้เพื่อลม แก้ไข้เพื่อดีพิการ แก้ไข้ดีซ่าน

@ ดีจระเข้ได้จากจระเข้ เป็นกระเปาะคล้ายดีงูเหลือมขั้วมีพังผืดมากสรรพคุณ รสขมคาว ขับโลหิตร้าย ขับน้ำคาวปลา ทำให้ยาแล่นเร็วดีสัตว์เป็นกระสายยา น้ำกระสายยา เป็นส่วนประกอบในตำรับยาไทยทุกขนาน เป็นได้ทั้งของแข็ง และของเหลว

**อำพันขี้ปลา หรืออ้วกปลา วัตถุสีเทาหรือสีเหลือง มีกลิ่นหอมลอยอยู่ในทะเลหรือริมฝั่งทะเลของประเทศแถบร้อน ใช้เป็นเครื่องยาไทย

@ อำพันขี้ปลาหรืออำพันทอง สรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย แก้ลมวิงเวียน แก้เสมหะแก้ลม บำรุงโลหิต

@ พิมเสนที่ได้จากธรรมชาติ จะมีกลิ่นหอมเย็น รสหอม ฉุน เย็นปากคอ ในสมัยก่อนจะใช้ใส่ในหมากพลูเคี้ยว

@ ดีงูเหลือม ดีจรเข้ มีสรรพคุณในการช่วยบำรุง โลหิต และแก้โรคทางสายตา น้ำดีจากจระเข้มีสรรพคุณที่ป้องกันและรักษาโรคได้สารพัด

ตำรับยาไทยต่างๆ ที่เราใช้รักษาโรคนั้น โดยส่วนมากนิยมทำเป็นยาผงหรือยาลูกกลอน ส่วนในปัจจุบันก็พัฒนามาเป็นยาเม็ดแคปซูลเพื่อใช้รับประทานได้ง่ายขึ้น การใช้ยาไทยแต่เดิมนั้นจะมีการระบุวิธีใช้ควบคู่กับน้ำกระสายยา ยาบางตำรับเมื่อเข้าน้ำกระสายยารับประทานจะเกิดประสิทธิภาพในการรักษาโรคแตกต่างกัน และถือได้ว่าน้ำกระสายยาคือพาหะที่นำยาไปรักษาโรคและอาการนั้นโดยตรงเพื่อช่วยให้ยานั้นแสดงฤทธิ์หรือออกฤทธิ์ได้เร็วและดีขึ้น ทั้งยังช่วยแก้ไข้ ป้องกันไข้ ป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการใช้ยาได้ นอกจากนี้ยังเสริมฤทธิ์กับตัวยาหลัก น้ำกระสายยาที่หมอโบราณเคยใช้สืบเนื้อต่อกันมาและได้ผล หมอโบราณยังใช้กันมาทุกวันนี้ เพราะบางอย่างเป็นของหาง่ายทำใช้ได้ง่าย บางท่านก็มียาหอมประจำตัวอยู่แล้ว ถ้าได้น้ำกระสายยาที่ดี ตรงกับอาการที่เป็นก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น






















กำลังโหลดความคิดเห็น...