xs
xsm
sm
md
lg

ซิ่นลายหงส์ ตอนที่20 พ่อแพทย์ช็อกตายหลังรู้ว่าสอางแย่งผัวพี่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิ่นลายหงส์ ตอนที่20 พ่อแพทย์ช็อกตายหลังรู้ว่าสอางแย่งผัวพี่

บทประพันธ์ : ณไทย ภัทรกวีกานท์ บทโทรทัศน์ : ปริศนา / ณไทย ภัทรกวีกานท์

นางงอถือสมุดตำรับยาไว้คามือ ซ่อนไม่ทัน พ่อแพทย์มองเห็น แต่ก็แกล้งทักถาม

“เจ็บป่วยเป็นหยังอีกล่ะแม่งอ จั่งได้มาเปิดตำรับยาเบิ่ง”
นางงอคิดหาข้อแก้ตัวไม่ทัน ได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง พ่อแพทย์ยิ่งแน่ใจ แกล้งถามซ้ำอีก
“หรือว่าสิเอาไปให้บักสมิงพันดง”
นางงอสะดุ้ง “พ่อแพทย์ เจ้าเว้าหยังของเจ้า”
“ก็ข้อยได้ยินว่าเจ้าไปมาหาสู่กับบักสมิงพันดงอยู่ บ่อแม่นบ้อ”
นางงออึ้ง รู้ทันทีว่าโซ่ทองเป็นคนพูด ตวาดเสียงขุ่นออกมา
“บักโซ่ทองมันบอกเจ้าบ้อ”
พ่อแพทย์ถามแทบเป็นตวาด “แล้วมันแม่นความจริงบ่อล่ะ”
นางงอเม้มปากแน่นด้วยความกดดัน ตาแข็งกร้าว ไม่ยอมตอบ พ่อแพทย์เห็นแล้วยิ่งผิดหวัง
“ข้อยบ่อคึดเลยว่า เจ้าสิรวมหัวกับศัตรูหันมาแว้งกัดคนไทเฮือนเดียวกัน”
“ข้อยบ่อได้แว้งกัดไผ แต่พ่อครูสมิงพันดงกำลังสิซ่อยข้อย”
“ซ่อยหยัง”
“ก็ซ่อยข้อยให้เซาจากโรคงอโรคง่อยที่ข้อยกำลังเป็นอยู่นี่เด้ ถ้าพ่อแพทย์บ่อฮู้ว่าข้อยดีขึ้นหลายปานใด๋ ก็เบิ่งสาให้เต็มตา”
พร้อมกับว่านางงอก็เหยียดตัวขึ้น ให้พ่อแพทย์เห็นร่างกายถนัดๆ ว่าอาการค่อมที่เคยมีหายไปเกือบปกติ
“ยาของพ่อครูสมิงพันดงกำลังสิซ่อยข้อยให้คืนมามีซีวิตคือคนปกติ อย่างที่เจ้าบ่อมีปัญญาสิซ่อยข้อยได้”
พ่อแพทย์มองนางงอเต็มตาอย่างตกตะลึง แต่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจ เพราะลึกๆ ก็เป็นห่วงนางงอ
“แต่บักสมิงพันดงมันเป็นหมอผี เล่นคุณไสยมนต์ดำ มันอาจสิเฮ็ดของใส่เจ้าให้อาการดีขึ้นซั่วครั้งซั่วคราว ยาผีบอก มันฤทธิ์แฮงปานใด๋ เจ้าฮู้บ่อ”
“พ่อแพทย์ซ่อยข้อยบ่อได้ ก็เลยริษยาเพิ่นก็ว่ามาโลด”
นางงอนางงอยิ้มเยาะเมินใส่ แล้วหอบยาที่โกยมาได้จะลงเรือนไป พ่อแพทย์เคลื่อนตัวไปขวางไว้
“ข้อยยอมให้เจ้าลักตำรับยาของข้อยไปให้มันบ่อได้”
“หน้าบ่ออายเนาะ มันเป็นของพ่อข้อยซั่นดอก เจ้าลืมไปแล้วบ้อ พ่อแพทย์”
นางงอจะไป พ่อแพทย์ฉุดแขนไว้ นางงอสะบัดพ่อแพทย์ออกได้เพราะแรงเยอะกว่าแล้วเดินหนีไป

นางงอเดินจ้ำออกมาจากห้องเก็บยา เจอกับญาแม่ที่ขึ้นเรือนมาพอดี
“อีงอ” ญาแม่ชะงัก เมื่อเห็นนางงอยืนตัวตรง “นี่มึง...”
“เห็นแล้วตื่นเล้ยบ้อ ที่เห็นกูยืนได้เที่ยงคือมึง”
“มึงไปเฮ็ดหยังมา”
พ่อแพทย์เดินตามออกมา แต่เริ่มเหนื่อยเดินไม่ไหว ต้องยึดเกาะเสาไว้
“แม่งอกินยาของบักพ่อครูสมิงพันดง แล้วตอนนี่ กำลังสิลักตำรับยาของเฮาไปให้มัน ข้อยขอร้องล่ะแม่งอ อย่าเฮ็ดอย่างนี่ อย่าทรยศต่อพ่อแพทย์จันทกุมารเลย”
“เจ้าซ่างกล้าใซ้คำนี่กับข้อยเนาะ โตเจ้าเองแท้ๆที่ทรยศต่อพ่อของข้อยมาเป็นสิบปีซาวปี”
นางงอหัวเราะเยาะออกมาทั้งน้ำตา ทั้งเจ็บแค้นและสะเทือนใจ
“เจ้าเมินเสยต่อคำขอร้องของพ่อข้อย ที่ฝากฝังให้เฮาแต่งดองกัน ย้อนว่าไปหลงอีคำอ่อนกับโลภอยากได้ทรัพย์สินของโคตรเหง้ามัน แล้วข้อยผิดซั่นบ้อ ที่อยากสิหลุดพ้นไปจากขุมนรกนี่”
“เจ้าบ่อต้องไปเพิ่งพามัน แม่งอ ข้อยสิซ่อยเจ้าเอง”
“เฮอะ ที่ผ่านมา เจ้าบ่อเคยซ่อยหยังข้อยได้ บ่อเคยแม้แต่สิสนใจสุขทุกข์ของข้อย แล้วสิมีหน้ามาซ่อยหยังข้อยตอนนี่”
“อีงอ อีเนรคุณ ถ้าพ่อแพทย์บ่อเมตตามึง ป่านนี่ มึงตายตกนรกไปโดนแล้ว”
นางงอหันมาตวาดทั้งน้ำตา “ถึงกูบ่อตาย ก็ส่ำว่าตกนรกเทิงเป็นมาโดน เป็นสิบปีซาวปีแล้ว ที่ต้องทนให้มึงยาดแย่งเทิงพ่อแพทย์ เทิงเฮือนพุทไธเทพไปครอง อีคำอ่อน กูผิดหลายซั่นบ้อ ที่สิบ่ออดทนอีกต่อไปแล้ว”
ญาแม่เลือดขึ้นหน้า “เอ้อ ซั่นมึงก็ไปเลย ไปตายทางใด๋ก็ไป ไสหัวไป”
พ่อแพทย์ร้องห้ามไว้ “อย่า แม่คำอ่อน อย่าให้แม่งอเอาตำรับยาของเฮาไป”
“ข้อยสิบอกเอาบุญเป็นเทือสุดท้ายว่านี่มันเป็นของพ่อข้อย บ่อแม่นของเจ้า เจ้าได้จากพ่อข้อยไปหลวงหลายแล้ว ข้อยขอคืน”
นางงอพูดจบก็รีบลงจากเรือนไป พ่อแพทย์ตะกายตาม
“อย่า แม่งอ อย่าไป แม่จันทร์ กลับมาก่อน แม่จันทร์”
พ่อแพทย์รีบร้อนจะตามนางงอไป แต่เกิดก้าวพลาดล้มกลิ้งตกบันไดยกพื้นห้องเก็บยาลงไปนอนอยู่ที่พื้น หน้าห้องโดยที่นางงอไม่มีโอกาสรู้เลย ญาแม่เห็นพ่อแพทย์นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงก็ร้องกรี๊ดรีบวิ่งไปดู
“พ่อแพทย์”
ญาแม่ประคองพ่อแพทย์ที่หมดสติขึ้นมา แล้วกรีดร้องลั่นเรือน

ที่วัดป่าเวลานั้น ชาวบ้านต่อแถวยาวรอรับน้ำมะตูมที่สะออนกับสะอาดช่วยกันตัก
สะออนเห็นคิวยาวก็เร่งมือตักน้ำ จนล้นหกรดมือพี่สาว สะอาดตกใจปล่อยแก้วหลุดมือหล่นแตก
“ญาเอื้อย ข้าน้อยขอสมมา เดี๋ยวข้าน้อยเก็บเองจ้ะ”
สะออนก้มลงเก็บเศษแก้ว แต่รีบร้อนจนโดนแก้วบาดเลือดออก
“ตายแล้วน้องหล่า มานี่ก่อน” สะอาดหันไปบอกแม่ชี “ท่านแม่ขาว ฝากจักคราวแนเจ้าค่ะ”
จากนั้นสะอาดรีบดึงสะออนเดินห่างออกมานั่งที่แคร่ หาผ้าสะอาดมาเช็ดให้ ระหว่างนี้ เห็นเพ็ง กะ เภาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
เพ็งกระหืดกระหอบบอก “กลับเฮือนกันเถาะจ้ะ แม่สะออน แม่สะอาด”
“แม่นหยังน้อ เพ็ง เฮือนเฮามีหยัง” สะอาดมองฉงน
“พ่อแพทย์เจ้าค่ะ พ่อแพทย์ตกคันไดเฮือน”
เภาเสียงเครือแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ สองพี่น้องสังหรณ์ใจไม่ดี

สะอาดกับสะออนรีบร้อนขึ้นเรือนมา เห็นบ่าวไพร่อยู่กันเต็มเรือน มีโซ่ทองกับญาแม่นั่งเฝ้าพ่อแพทย์อยู่
“ญาพ่อ ญาพ่อแข็งใจไว้ก่อนเด้อ อย่าฟ่าวเป็นหยังเด้อจ้า ญาพ่อ”
สะออนกับสะอาดปรี่เข้าไปหา เห็นพ่อแพทย์นอนไม่รู้สึกตัว เนื้อตัวเขียวช้ำ หน้าผากมีรอยแตก
“ยามใด๋ญาพ่อเพิ่นสิฮู้เมือ อ้ายโซ่”
“อ้าย... อ้ายก็บ่อฮู้คือกัน น้องหล่า”
โซ่ทองพยายามบีบนวด แล้วเอาลูกประคบมาวางบริเวณปากแผลบวมปูด
พ่อแพทย์ยังคงนอนนิ่ง แต่หากสังเกตจะเห็นมีน้ำตาไหลออกมาจากหางตา หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต

เวลานั้นทองจันทร์นอนตัวงอร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่ในห้องนอนบนเรือน จนพุทไธเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับยาสมุนไพร
“กินยาจักหน่อยแหน่เด้อ จันทร์”
“อย่ามายุ่งกับข้อย”
“สิให้ข้อยทนเห็นเจ้าปวดเนื้อปวดโตอยู่ได้จั่งใด๋ กินสาเถาะ อาการสิได้ดีขึ้น”
“กินแล้วข้อยสิเซาเจ็บเซาปวดซั่นบ้อ”
พุทไธเจื่อน เพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่หาย ได้แต่พูดย้ำ
“อย่างน้อยเจ้าก็สิดีขึ้นเด้ จันทร์”
จันทร์มองพุทไธอย่างลังเล แต่เห็นความจริงใจ เลยเอื้อมมือจะรับ แต่คำอ่อนเข้ามาปัดถ้วยยาทิ้ง
“คำอ่อน”
“เป็นหยังพ่อแพทย์ต้องไปซ่อยให้มันดีขึ้น ในเมื่อเฮาก็ตกลงกันแล้ว ว่าสิยอมฮับผลของการเสี่ยงดวงเทือนี่”
พุทไธอึดอัดใจ “แต่จันทร์...”
คำอ่อนจ้องหน้าจันทร์ “มึงเป็นคนขอเสี่ยงดวงซาตาท้าทายกับกูเอง พอพ่ายแพ้ขึ้นมา ก็สิบ่อยอมฮับว่าแพ้ซั่นบ้อ อีจันทร์ กราบตีนกูแม้ แล้วกูสิเมตตา ขอให้พ่อแพทย์ปรุงยาแก้ให้มึง กราบตีนกู”
คำอ่อนยกเท้าขึ้นมาตรงหน้า จันทร์มองอย่างเจ็บปวด น้ำตาไหลด้วยความคับแค้น
“ถ้าบ่อยอมกราบ ก็ทนฮับความพ่ายแพ้ต่อไป แต่ถ้าทนบ่อได้ มึงก็ตายไปซะ”
พุทไธทนไม่ไหว “คำอ่อน เซาเดี๋ยวนี่”
จันทร์ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บใจ ตวาดลั่น
“ออกไป๊ ไปให้พ้นหน้ากูเดี๋ยวนี้ ออกไป๊”
จันทร์รวบรวมคว้าอะไรขว้างใส่ทั้งคู่ คำอ่อนยิ้มสะใจแล้วดึงพ่อแพทย์ออกไป
จันทร์ทรุดฟุบหน้าลงร้องไห้กับที่นอน ทั้งเสียใจ และเจ็บปวดกับอาการรุนแรงหลังกินยาสลายกระดูก

ญาแม่สังเกตเห็นว่าพ่อแพทย์น้ำตาไหล ก็ขยับเข้ามาใกล้ ช่วยบีบมือกระซิบบอกพ่อแพทย์อีกแรง
“พ่อแพทย์ ข้อยอยู่นี่แล้ว ลูกๆ ก็อยู่นี่ มืนตาขึ้นมาเว้านำข้อยแหน่”
“ญาพ่อจ๋า... ได้ยินข้าน้อยบ่อ”
สะอาดจับมือพ่อแพทย์อีกข้าง ในที่สุดพ่อแพทย์ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง ทั้งสามยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
“ญาพ่อ... ญาพ่อสิต้องบ่อเป็นหยังเด้อ เดี๋ยวจักหน่อยก็หาย” สะออนยิ้มทั้งน้ำตา
“แม่นแล้ว พ่อแพทย์ต้องหาย แล้วข้อยสิให้คนไปจับอีงอมาให้เจ้าลงโทษ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี่” ญาแม่ว่า
พ่อแพทย์ค่อยๆ หันไปมองญาแม่ไม่มีแรงจะพูด ส่ายหน้าช้าๆ เป็นเชิงห้าม
“ข้าน้อยอยากแบ่งเบาความเจ็บของญาพ่อมาไว้กับเจ้าของแท้น้อ ญาพ่อจ๋า... ญาพ่อต้องเข็มแข็งเด้อ”
พ่อแพทย์หันกลับมามองสะออนอีกครั้ง น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย พยายายกมือขึ้นไปลูบแก้มลูก
สะออนยิ่งสะเทือนใจก้มหน้าลงซบ สายตาพ่อแพทย์เหลือบมองไปยังบ่าวไพร่ที่นั่งซับน้ำตากันเป็นแถบๆ โซ่ทองทำตาแดงๆ นั่งเยื้องอยู่ด้านหลังสะออน พ่อแพทย์กวักมือเรียก
โซ่ทองขยับเข้ามา “พ่อแพทย์สิเอาหยังจ๊ะ”
พ่อแพทย์จับมือโซ่ทองดึงเข้ามากุมมือสะออนไว้ แล้วพยักหน้าทั้งน้ำตา โซ่ทองน้ำตารื้นอย่างเข้าใจความหมาย
พ่อแพทย์พุทไธรวบรวมแรงที่เหลือพูดออกมา “ฝาก...เฮือนนี่แหน่”
สะออน กับ สะอาดสะอื้นหนักขึ้น ญาแม่รีบร้องห้าม
“พ่อแพทย์... เจ้าอย่าเว้าอย่างนั่น” ญาแม่คำอ่อนร้องไห้โฮ
เสียงสอางดังเข้ามา “ญาพ่อเป็นหยัง”
ทุกคนหันขวับไปตามเสียง เห็นสอางเดินขึ้นเรือนมา สีหน้าพิศวงเพราะเห็นใครๆ เต็มเรือนไปหมด

สอางเดินเข้าไปหาพ่อแพทย์ที่นอนซมอยู่กลางชานเรือนยกพื้น พอเห็นสภาพทรุดโทรมของพ่อแพทย์ก็น้ำตารื้นขึ้นมา
“ญาพ่อ... เกิดหยังขึ้น ไผฆ่าตีญาพ่อกู”
พ่อแพทย์เรียกเสียงแผ่ว “สอาง...”
“ญาพ่อตกคันไดจ้ะ ญาเอื้อย” สะออนบอก
สอางเข้าไปจับมือพ่อแพทย์ น้ำตาไหลออกมาอย่างสะเทือนใจ พ่อแพทย์เองก็พลอยตื้นตันไปด้วย
“เจ้ากลับมาหาพ่อแล้ว... สอาง”
“จ้ะ ข้าน้อยมาหาญาพ่อแล้ว ญาพ่อต้องเซาเจ็บเซาปวดเด้อ ถ้าบักโซ่ทองมันบ่อมีปัญญาซ่อยได้ ข้าน้อยสิหามดหาหมอมาจากทางอื่น หมอฝรั่งก็ได้ ข้าน้อยสิให้พ่อเจ้าจัดหามาให้ ญาพ่อเป็นพ่อตาเพิ่น เพิ่นต้องหาหมอดีๆ มารักษาได้”
แววตาของพ่อแพทย์อึ้งไป ดูประหลาดใจนิดๆ ที่สอางพูดถึงพ่อเจ้าราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
สอางยังไม่รู้ตัวสะอื้นไห้อยู่อย่างนั้น “ข้าน้อยอยากให้ญาพ่อแข็งแฮง สิได้มีแฮงอุ้มหลานน้อย”
แววตาของพ่อแพทย์ประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ สะออน สะอาด ญาแม่ โซ่ทองมองหน้ากัน
สอางพูดต่อ โดยไม่รู้ตัว “อีกบ่อจักเดือน ญาพ่อก็สิได้เห็นหน้าหลานแล้ว”
พ่อแพทย์เสียงเบา “หลาน...”
“สอาง” ญาแม่ส่ายหน้าปราม
สอางไม่ได้มองมัวแต่สนใจพ่อแพทย์ “แม่นแล้วจ้ะ หลานของญาพ่อ ลูกของข้าน้อย...กับพ่อเจ้ากำลังสิมาเกิด”
พ่อแพทย์ช็อก ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจถึงขีดสุด ญาแม่เข้าไปดึงสอางออกมา
“พอได้แล้วสอาง เซาเว้า”
“แม่นหยัง ญาแม่”
สอางหันไปแหวใส่แม่ แล้วหันกลับมามองพ่ออีกที เห็นสีหน้าพ่อแพทย์ช็อก ตัวสั่นเทิ้ม หายใจติดๆขัดๆ
สอางนึกได้ “แล้วนี่ ญาพ่อยังบ่อฮู้อีกบ้อ ว่าข้าน้อยเป็นหยังกับพ่อเจ้า”
ญาแม่ตวาดสุดสียง “แม่บอกให้เซาเว้า”
“แล้วเป็นหยังต้องปิดบังนำล่ะ ข้าน้อยกำลังสิมีทายาทให้พ่อเจ้า มันบ่อแม่นเรื่องน่ายินดีบ้อ ถึงข้าน้อยสิมาทีหลังญาเอื้อย แต่ลูกข้าน้อยก็เป็นหน่อเป็นแนวของไทเฮือนนี่ บ่ออยากเห็นข้าน้อยได้ดิบได้ดี จนต้องรวมหัวกันปิดบังญาพ่อเลยบ้อ”
พ่อเจ้าฟังแล้วยิ่งตกใจมากขึ้น ช็อกจนตัวสั่น ตาตั้ง
“สอาง...นี่เจ้า เจ้าทำเฮ็ดหยังลงไป”
สอางผละจากญาแม่ เข้ามาหาพ่อแพทย์ “ญาพ่อ…”
พ่อแพทย์ใจสั่น “เป็นหยังเจ้า...ถึงเฮ็ดเรื่องอัปรีย์สีกบาลปานนี่”
“แต่พ่อเจ้าเพิ่นฮักข้าน้อยเด๊ะ บ่อได้ฮักญาเอื้อย ลูกของข้าน้อยเกิดจากความฮักของพ่อเจ้า” สอางบอก
“อีสอาง กูบอกให้มึงเซาเว้า” ญาแม่ใจไม่ดี หันไปหาพ่อแพทย์ “พ่อแพทย์...”
ญาแม่ผลักสอางออกไป แล้วโผเข้าไปหาพ่อแพทย์ โซ่ทองเริ่มใจคอไม่ดี พยายามบีบนวด ปลอบใจพ่อแพทย์
พ่อแพทย์ชี้มือสั่นๆ ไปตรงหน้าสอาง สะออน สะอาด เห็นอาการพ่อแพทย์ก็ตกใจ ร้องกันระงม
สอางมองพ่อแพทย์อย่างตกใจ เห็นพ่อแพทย์ตาเบิกค้างมองมาทั้งน้ำตาคลอเต็มไปด้วยความผิดหวัง เสียใจอย่างสุดๆ
ญาแม่ โซ่ทอง สะออน สะอาดร้องเรียกเสียงดังระงม “พ่อแพทย์” / “ญาพ่อ”
พ่อแพทย์ตัวสั่นกระตุกซ้ำๆๆ หลายที เหมือนลมหายใจติดขัดอยู่ที่ทรวงอก ก่อนที่จะแน่นิ่งไปในที่สุด
ญาแม่ สะออน สะอาด กรีดร้องเสียงโหยหวนลั่นเรือน โซ่ทองรีบใช้มือกดหน้าอกเขย่าๆๆ พวกบ่าวไพร่ร้องไห้ระงมจะเข้ามาช่วย
สอางตาค้าง ช็อกเมื่อเห็นว่าพ่อแพทย์ตายไปต่อหน้า พอได้สติก็รีบโผเข้าไปหา
“ญาพ่อ ญาพ่อ...”
สอางแทรกตัวเข้าไปกอดเขย่าตัวพ่อแพทย์กับแม่และพี่น้องด้วยความเสียใจอย่างที่สุด

ญาแม่ลากสอางออกมานอกชานหน้าบันไดเรือน แล้วเหวี่ยงออกไปหาเสากับสีแหล่ที่ยังร้องไห้ระงมอยู่
“ไป ออกไปจากเฮือนกูเดี๋ยวนี้ มึงฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของมึงเองแล้ว อีสอาง อีงูจงอาง อีลูกเนรคุณ ได้ยินบ่อ มึงฆ่าพ่อมึงเองแล้ว”
สอางร้องไห้ไม่ยอมรับผิด “ข้าน้อยบ่อได้ฆ่า ญาแม่นั่นแหละที่ฆ่าญาพ่อทางอ้อม”
“มึงหุบปากไปเลยนะ อย่ามาเว้า”
“เป็นหยังข้าน้อยสิเว้าบ่อได้ ก็ญาแม่นั่นล่ะโตดี ปิดบังเรื่องของข้าน้อย บ่อให้ญาพ่อฮับฮู้ ทั้งที่ควรสิให้ญาพ่อได้ดีใจกับข้าน้อย” สอางชี้ไปที่สะอาดที่ตามออกมา “ญาเอื้อยก็คือกัน ที่บ่อปากบ่อเว้า อยากให้ไทบ้านไทเมืองเขายังนับถือว่าเป็นแม่เจ้าอยู่ซั่นบ้อ”
สะอาดพูดทั้งน้ำตา “เอื้อยบ่อเคยเป็นบ้าสนใจเรื่องแบบนั่น เอื้อยบ่อได้เป็นบ้าคือเจ้า”
“เอ้อ แม่นตั้ว ย่อนบ่อเคยคึดสิสนใจ ญาพ่อถึงได้ถืกปิดหูปิดตาบ่อให้ฮู้ว่าข้าน้อยกำลังได้ดิบได้ดี ญาเอื้อยกับไทเฮือนนี่อิจฉาข้าน้อย บ่ออยากให้ข้าน้อยยิ่งใหญ่ได้ดี เป็นนางพญาหงส์”
ญาแม่สุดทน “มึงมันบ้าไปแล้ว อีสอาง ในหัวมึงมีแต่แนวซั่วทราม สมแล้วที่อีงอมันเสี้ยมสอนมา มึงสองโตนี่ล่ะ ที่เฮ็ดให้พ่อแพทย์ตาย จำใส่กะโหลกสูเอาไว้”
สอางกัดฟันข่มความเจ็บปวดใจ น้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความคับแค้นใจ
“มึงหนีไปไกลๆจากเฮือนนี่ แล้วอย่ากลับคืนมาอีก งานเผาพ่อมึง อย่าให้เห็นว่ามึงมา กูบ่ออยากให้ผัวกูตกนรกหมกไหม้ย่อนเห็นหน้าลูกทรพีอย่างมึง ถ้ากูตายก็บ่อต้องมา นับจากมื่อนี่ไป ผีบ่อเผา เงาบ่อเหยียบ ไป๊ อีเสา อีสีแหล่ มึงพาอีนางพญาหงส์จากนรกอเวจีนี่หนีไปไกลๆ จากเฮือนกู”
ญาแม่ตะโกนไล่สาปส่ง แล้วร้องไห้กอดกับสะอาดร้องไห้โฮ เสากับสีแหล่ปาดน้ำตาแล้วรีบดึงสอางที่ยังน้ำตาไหลอยู่ลงเรือนไป

สอางเดินกลับเข้ามาในวัง มีเสา สีแหล่เดินเช็ดน้ำตาป้อยๆ ตามมา ทุกคนเสียใจที่พ่อแพทย์ตาย
ภาพญาแม่ไล่ตะเพิดลงจากเรือน โทษว่าเป็นต้นเหตุให้พ่อตายผุดขึ้นมาในหัวสอาง
“มึงมันบ้าไปแล้ว อีสอาง ในหัวมึงมีแต่แนวซั่วทราม สมแล้วที่อีงอมันเสี้ยมสอนมา มึงสองโตนี่ล่ะ ที่เฮ็ดให้พ่อแพทย์ตาย จำใส่กะโหลกสูเอาไว้”
สอางกัดฟันข่มความเจ็บปวด น้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความคับแค้นใจ
“มึงหนีไปไกลๆ จากเฮือนนี่ แล้วอย่ากลับคืนมาอีก งานเผาพ่อมึง อย่าให้เห็นว่ามึงมา กูบ่ออยากให้ผัวกูตกนรกหมกไหม้ย่อนเห็นหน้าลูกทรพีอย่างมึง ถ้ากูตายก็บ่อต้องมา นับจากมื่อนี่ไป ผีบ่อเผา เงาบ่อเหยียบ ไป๊ อีเสา อีสีแหล่ มึงพาอีนางพญาหงส์จากนรกอเวจีนี่หนีไปไกลๆ จากเฮือนกู”
สอางนึกถึงสิ่งที่ญาแม่ทำด้วยความเจ็บช้ำ ทรุดตัวลงนั่งหมดเรี่ยวหมดแรง เสากับสีแหล่มองสงสาร
“แม่เจ้าสอางเจ้าขา”
ทั้งสองขยับเข้าใกล้ จะปลอบ สอางสะบัดออก แล้วตวาดเสียงดัง ทั้งน้ำตา
“ไป๊ อย่ามายุ่งกับกู”
เสากับสีแหล่ชะงัก ร้องไห้ออกมา พ่อเจ้าเข้ามามองงงๆ
“สอาง เป็นอะไรไป”
สอางเหลือบมองพ่อเจ้า น้ำตาไหลรินลงมาอย่างขาดที่พึ่ง
“พ่อเจ้า...” สอางลุกขึ้นโผเข้ากอดผัว “ญาพ่อ...ญาพ่อของข้าน้อยตายแล้วเจ้าค่ะ”
พ่อเจ้ามีสีหน้าตะลึงคาดไม่ถึง สอางปล่อยโฮลั่น ร้องไห้ในอ้อมอกของพ่อเจ้าที่ยึดเป็นที่พึ่ง

บรรยากาศงานศพบนเรือนแพทย์เต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีชาวบ้านมาร่วมฟังพระสวดแน่นขนัดเรือน
ส่วนที่วังอินทนิล สอางสวมชุดดำได้แต่จุดธูปบอกพ่อแพทย์ในห้องพระ ร้องไห้ด้วยความเศร้าไม่แพ้กัน
สะออน โซ่ทอง สะอาด ญาแม่ ป้าคำอุ่นทุกคนล้วนอยู่ในอาการเศร้าโศกสุดจะประมาณ
ตรงมุมลับตาติดเรือนใหญ่ที่มีการสวดศพอยู่ มีร่างตะคุ่มๆ ค่อยๆ โผล่หน้าออกมามองขึ้นไปบนเรือน แสงไฟส่องให้เห็นว่าเป็นนางงอนั่นเอง
นางงอมองขึ้นไปบนเรือนแพทย์ฟังเสียงพระสวด แล้วร้องไห้ออกมาอย่างเงียบๆ
“พ่อแพทย์...ข้อยบ่อได้ตั้งใจทำร้ายเจ้าปานนี่ อโหสิกรรมให้ข้อยสาเด๊อ”
นางงอยกมือไหว้ไปบนเรือน แล้วทรุดลงร้องไห้ด้วยความเสียใจ ถึงจะแค้นยังไงแต่ก็ยังรักพ่อแพทย์ไม่คลาย

หลังฟังพระสวดศพเสร็จ โซ่ทองเดินไปส่งสะออนที่หน้าเรือนใหญ่ สีหน้าสะออนซีดเซียว เหมือนยังอยู่ในช่วงโศกเศร้า
“คนโฮมกันมาเผาพ่อแพทย์ หลวงหลายปานนี่ อ้ายเห็นแล้วก็ซื่นใจว่าเพิ่นยังเป็นที่ฮักของไทบ้านอยู่ พ่อแพทย์เองก็คงดีใจ
“แต่ถ้าเลือกได้ ข้อยก็บ่ออยากให้มื่อนี่มาฮอด ญาพ่อควรอยู่กับข้อยไปอีกโดนๆ”
สะออนถอนสะอื้นแล้วโผเข้าซบอกโซ่ทองร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น โซ่ทองกอดปลอบ
“น้องหล่าเอ๋ย ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจัง มื่อนี่ เจ้าฮ้องไห่ใส่อกอ้ายให้พอ แต่ขอว่า มื่ออื่นเป็นต้นไป เจ้าต้องเข้มแข็ง เจ้าต้องเป็นเสาหลักให้ทุกคนในเฮือนนี่ จำได้บ่อว่าเฮาสัญญากับพ่อแพทย์แล้วว่าสิซ่อยกันเบิ่งเฮือนพุทไธเทพต่อไป”
สะออนพยักหน้ารับในอกโซ่ทองและยังไม่หยุดสะอื้น โซ่ทองกอดปลอบประโลมอย่างสงสารและเห็นใจ

วันเวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี เรือนพุทไธเทพวันนี้ มีแต่ความสดใส เสียงร้องบูชาผีแถนดังขึ้น
ที่เรือนแพทย์ โซ่ทองกำลังทำพิธีบูชาผีแถนเทวดาเพื่อมารักษาคนป่วยที่นอนอยู่กลางชานลานพิธี มีชาวบ้านกลุ่มไม่ใหญ่นักมาร่วมพิธี สะออนอยู่เคียงข้างโซ่ทอง ช่วยดำเนินพิธีต่างๆ โซ่ทองทำพิธีตามที่พ่อแพทย์พุทไธสอนทุกประการ
เมื่อพิธีรำถวายผีแถนจบลง สะออนแจกยาที่เตรียมไว้ให้ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่มารอขอรับยา ทักทายอย่างมักคุ้น
“อ้ายทิดเคนกับเมียเป็นจั่งใด๋แหน่...พ่อใหญ่ ข้อยบ่อเห็นมาเอายาไปกินเลย เซาเจ็บเซาป่วยแล้วบ้อ”
ชาวบ้าน1 ร้องบอกขึ้นว่า “โอ๊ย มันไปขึ้นหาพ่อครูสมิงพันดงกันเหมิดแล้ว คนแถวบ้านข้อยก็ไปตั้งหลายคน มันว่าได้ยาดี”
สะออนกับโซ่ทองหน้าเสีย ชาวบ้าน2 ที่มาด้วยกันรีบปลอบใจ
“แต่พวกเฮาบ่อไปดอก เฮาเชื่อถือพ่อแพทย์โซ่ทองคือกันกับที่เซื่อถือพ่อแพทย์พุทไธนั่นล่ะ”
สะออนยิ้มรับแล้วยกมือไหว้ชาวบ้านขอบคุณ จนทุกคนทยอยกันลงเรือนไปจนหมด
“ไทบ้านขึ้นไปหาบักสมิงพันดงหลายขึ้นเรื่อยๆ คงเป็นย่อนตำรับยาที่แม่งอลักไป” สะออนว่า
“มันคงเอาไปแต่งเติมให้พิสดารตามวิถีหมอผี ไทบ้านที่เห็นว่าแปลกใหม่ บ่อคือของเก่าของเฮา ก็เลยหลงศรัทธา แต่อย่าห่วงเลย สะออน คนที่ศรัทธาเฮาก็ยังมี”
“อ้าย... ข้อยบ่ออยากเห็นคนเลวๆ เอาตำรับตำรายาของญาพ่อไปต้มตั๋วไทบ้าน”
“ตอนนี้ เฮาคงเฮ็ดหยังบ่อได้ดอก แต่อ้ายเซื่อว่าคนซั่วทรามก็ต้องแพ้ภัยโตเองจักมื่อนึง อย่าคึดหยังหลายเลย ไปกันเถาะ เจ้าสิไปถวายเพลบ่อแม่นบ้อ”
สะออนนึกได้ หันมายิ้มกับโซ่ทอง แล้วเดินโอบโซ่ทองลงจากเรือนไป

ที่วัดป่า ญาแม่นั่งสมาธิอยู่ในกลด ลืมตาขึ้นมามองสะออนกับโซ่ทอง
สะออนยิ้มให้ “ข้าน้อยแต่งภัตตาหารมาถวายแม่ซี เลยแต่งพาข้าวมาเผื่อญาแม่นำจ้ะ”
“สิลำบากแต่งมาเฮ็ดหยัง ข้าวน้ำซ่ามปลาอยู่วัดก็มีอยู่หลวงหลาย”
“แต่ข้าน้อยกับอ้ายโซ่ทองคึดฮอดญาแม่ อยากมานั่งกินข้าวนำกัน เฮาบ่อได้พ้อกันมาตั้งหลายมื่อแล้ว”
ญาแม่มองโซ่ทองที่เตรียมตั้งสำรับอาหารด้วยท่าทีมึนตึงอยู่
“ถ้าอยาก ก็กินกันไปก่อนโลด แม่สิไปเดินจงกรม”
ญาแม่ลุกออกไป สะออนลุกขึ้นจะตาม แต่เสียงสะอาดดังขึ้น
“ปล่อยญาแม่เพิ่นไปสา สะออนน้องหล่า”
สะออนและโซ่ทองหันมามองทางเสียง เห็นสะอาดนุ่งห่มขาวโกนหัวบวชชี มองมาด้วยท่าทางอันสำรวม

สะออน โซทองนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น คุยกับแม่ชีสะอาด
“ญาแม่ยังทรงเคียดขมข้าน้อยกับสะออนอยู่ ข้าน้อยก็บ่อฮู้ว่าสิเฮ็ดจั่งใด๋”
“ความฮู้สึกของคนเฮามันบ่อมีแนวใด๋เยียวยาได้ดอก นอกจากเวลา แต่แค่นี่ เอื้อยก็เห็นว่า ทิฐิมานะของญาแม่เพิ่นก็อ่อนลงหลายแล้ว”
“แต่นี่ก็ล่วงเลยมาเป็นปีแล้วเด้เจ้าคะ แม่ซี แล้วอีกบ่อจักมื่อ ก็สิเป็นงานแต่งดองออกเฮือนของข้าน้อยกับอ้ายโซ่ทอง ถ้าญาแม่บ่อยอมฮับเฮาสองคน…”
“ญาแม่บอกกับเอื้อยเอง ว่าสิไปผูกข้อต่อแขนอยู่ บ่อต้องกังวลดอก ลึกๆ เพิ่นก็ฮู้ว่าเป็นมื่อสำคัญในซีวิตเจ้า คนเป็นแม่ จั่งใด๋ก็อยากจะมีส่วนร่วมในมื่อที่ลูกมีความสุขที่สุด”
สะออนยิ้มให้กับโซ่ทองอย่างดีใจ
“แต่เอื้อยคงสิไม่ได้ไปดอกเด้อ สะออน”
“เป็นหยังล่ะเจ้าคะ แม่ซี”
“เอื้อยอยู่คนละโลกกับเจ้าแล้ว คงได้แค่อวยพรให้เจ้า ขอให้บุญกุศลที่เจ้าเทิงสองเคยสร้างฮ่วมกันมา บันดาลให้ซีวิตคู่ของเจ้าเจริญฮุ่งเฮือง อยู่ดีมีสุขตลอดไป”
สะออนกับโซ่ทองกราบสะอาดอย่างซาบซึ้งใจ สะอาดลูบหัวน้องอย่างเมตตา
“ถึงเอื้อยสิไปฮ่วมงานบ่อได้ แต่เจ้าก็ยังมีสอาง ได้ส่งข่าวบอกกันแหน่บ่อ”
สะออนกับโซ่ทองอึกอัก เพราะไม่ได้พบปะทราบข่าวกันนานแล้ว

เสียงเด็กชายร้องดังลั่นไปทั่วตำหนักวังอินทนิล พ่อเจ้าเดินเข้ามาในห้อง เห็นอังกูรนอนอยู่บนอู่ข้างๆ เตียงนอนร้องไห้งอแง ขณะที่สอางหลับไม่รู้เรื่อง (อู่ = เปลนอน)
“อังกูร ลูก”
พ่อเจ้าเข้าไปอุ้มอังกูรขึ้นมากล่อมๆ เสียงอังกูรยังร้องดัง พ่อเจ้ามองไปที่สอาง เห็นเอาแต่หลับ ข้างเตียงมีขวดเหล้าไวน์วางเต็มโต๊ะ
“สอาง ได้ยินบ้างไหมลูกร้องไห้ ทนนอนอยู่ได้ยังไง”
สอางงัวเงียนิดหน่อย พ่อเจ้าจับแขนเขย่า
“สอาง”
สอางงัวเงียไม่ลืมตา “ฮื้อ อีหยังอีก โอ๊ย อยากไล่” (อยากไล่=รำคาญ)
สอางพลิกตัวหนีเอาหมอนอุดหู พ่อเจ้ามองไม่ชอบใจ แต่เห็นเสากับสีแหล่เข้ามา
“ไปไหนกันมา ฉันบอกแล้วว่าให้คอยดูลูกฉันให้ดีๆ”
“ข้าน้อยไปอุ่นนมมาให้ท่านซายน้อยเจ้าค่ะ”
เสารีบส่งขวดนมให้ พ่อเจ้ารับมาป้อนอังกูร แล้วเหลือบมองสอางพลางถอนใจแรง
“เอาอู่กับข้าวของเครื่องใช้ไปไว้ในห้องทำงานฉัน ฉันจะดูลูกเอง”
พ่อเจ้าอุ้มอังกูรออกไปอย่างฉุนเฉียว เสากับสีแหล่ ช่วยกับเก็บของ แล้วตามออกไป จบที่สอางนอนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น

อังกูรนอนกินนมสงบลงอยู่ในเปล พ่อเจ้ามองดูแล้วถอนใจโล่งอก เสากับสีแหล่คอยไกวเปลเบาๆ
“เจ้านายเธอเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้เลย สีแหล่ ลูกพ้นอกไปไม่ทันไร ก็กินเหล้าเมายา นี่ดีนะที่ญาติของคำมูนเป็นแม่ลูกอ่อน พอให้นมได้ ไม่อย่างนั้นลูกฉันคงเมาน้ำนมแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะ”
“ข้าน้อยกับอีเสาก็บ่อได้ส่งเสริมให้เพิ่นกินเหล้าเมายาเด้เจ้าคะ ข้าน้อยเตือนแม่เจ้าแล้วว่ามันบ่อดีกับลูก แต่แม่เจ้าก็บ่อยอมฟังเลย พอบ่อหาให้กิน ก็ตบตีพวกข้าน้อย” สีแหล่ว่า
หลังคลอดอังกูร สอางบังคับให้เสากับสีแหล่เรียกตัวเองว่าแม่เจ้าตลอดไป
“แล้วพวกเธอเลี้ยงดูกันมายังไงล่ะ เขาถึงได้เป็นคนแบบนี้”
สีแหล่ก้มหน้านิ่งไม่มีข้อแก้ตัว เสาเคาะประตู แล้วรีบก้าวเข้ามา
“พ่อเจ้าเจ้าคะ แม่สะออน กับ เอ้อ” เสายังเรียกไม่ชินปาก “พ่อแพทย์โซ่ทองมาขอพบเจ้าค่ะ”
พ่อเจ้ามีสีหน้าดีขึ้นทันตาเห็น เมื่อญาติๆ พี่น้องของสอางมาหา

ป้าคำอุ่น สะออน โซ่ทองชะโงกหน้าดูอังกูรที่นอนอยู่บนเบาะ สีหน้าแช่มชื่น
“เบิ่งดู๊ล่ะ สะออน หลานเจ้าคือมาเป็นตาฮักเป็นตาแพงแท้”
สะออนกับโซ่ทองเอื้อมมือแตะตัวสะออนอย่างรักใคร่ แล้วเห็นสอางเดินงัวเงีย ออกมาเพราะเพิ่งตื่น
สะออนยิ้มทัก “ญาเอื้อย สำบายดีบ่อ”
สอางเชิดหน้าวางท่าอวด “ก็ตามอัตภาพของคนเป็นแม่เจ้านั่นล่ะ”
สะออนกับโซ่ทองวางหน้าไม่ถูก คำอุ่นค้อนหมั่นไส้
“สะออนกับพ่อแพทย์โซ่ทองมาส่งข่าวงานแต่งดอง วันมะรืนนี้” พ่อเจ้าบอก
โซ่ทองพูดเป็นการเป็นงาน “ข้าน้อยมากราบเรียนเชิญพ่อเจ้ากับแม่เจ้าไปเป็นประธาน”
สอางปรายตามองโซ่ทอง ยิ้มเหยียด แล้วหันไปหาน้องสาว
“บักโซ่ทอง มึงนี่มันขี้กลากดากด้าน หน้าบ่อมียางอาย ยาดแย่งเอาอีสะออนมาจากลูกซายของเพิ่น เจ้าศรีธาราเจ็บปวดหัวใจจนต้องหนีอายคืนไปเมืองสยาม”
สะออน กับโซ่ทองหน้าจ๋อยไปตามๆ กัน พ่อเจ้าเอ็ด
“พูดอะไรไม่เข้าท่าน่ะสอาง ศรีธาราก็แค่ไปช่วยงานญาติๆ ฝ่ายแม่เขา ไม่เกี่ยวกับเรื่องของสองคนนี้เลย”
“แต่ที่เพิ่นไป ก็ย่อนว่า บักโซ่ทองกับอีสะออนนี่ล่ะ ที่เฮ็ดให้เพิ่นทนอยู่นี่บ่อได้”
คำอุ่นแทรกขึ้น “สอาง น้องเจ้าอุตส่าห์เอาข่าวดีมาส่ง ใจคอเจ้าสิบ่ออำนวยอวยพรน้องเลยบ้อ”
สอางชักสีหน้าใส่คำอุ่น อังกูรได้ยินเสียงดังก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา พ่อเจ้ารีบตัดบท
“เสา สีแหล่ พาท่านชายน้อยไปนอนเปลที่ห้องก่อน ไหนๆ พ่อแพทย์ก็มาแล้ว ฉันฝากตรวจสุขภาพให้ลูกชายฉันด้วย”
โซ่ทองรีบลุกเลี่ยงไปอย่างยินดี ปล่อยให้สะออนกับคำอุ่นเผชิญหน้ากันกับสอางไป
“ข้าน้อยอยากให้ญาเอื้อยฮ่วมยินดีกับข้าน้อย เฮาก็ยังกันอยู่ส่ำนี่”
สอางค้อนควักใจอ่อนลงกับสะออน แต่ก็ยังไม่วายพูดจิกกัด
“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าก็เลือกแล้ว ว่าสิแต่งเอาขี้ข้าเป็นผัว ก็ขอให้อยู่ดีมีสุขกับผัวขี้ข้าที่เจ้าเลือกไปจนแก่จนเฒ่า จนได้ถือไม้เท้าซ่อยกันเด้ออีหล่า”
“ขอบใจจ้ะ ญาเอื้อย”
สะออนยิ้มออก ไม่ถือสา รีบยกมือไหว้ กราบสอางที่ตัก สอางมองน้องอย่างเอ็นดู
“จั่งใด๋ น้องมันก็สิออกเฮือนแล้ว เอาผ้าซิ่นลายหงส์มาให้สะออนนุ่งในมื่องานแนได้บ่อลูก สอาง” คำอุ่นว่า
สะออนที่กำลังจะลูบหัวสอางด้วยความเอ็นดูชะงักมือทันที มองคำอุ่นอย่างโกรธเกรี้ยว
“แล้วเป็นหยังสิต้องมายุ่งยากกับซิ่นของข้าน้อยนำล่ะ”
“เอ้า ก็มันเป็นสมบัติตกทอดมาจากย่าของเจ้า พ่อแพทย์เพิ่นก็คงอยากให้ลูกสาวได้นุ่งแต่งดองออกเฮือนคือกันกับเจ้า กับญาแม่ของเจ้า”
สอางยิ่งฟังยิ่งโกรธ ลุกพรวดขึ้นมาทันที
“อ๋อ บาดที่แท้ ที่แห่กันมานี่ ก็ย่อนสิมาเอาซิ่นของข้าน้อยนี่เอง บ่อได้อยากมาเซื้อมาเซิญไปฮ่วมยินดีงานมงคลหยังดอก”
สะออนเสียใจ รีบอธิบาย “บ่อแม่นดอกจ้ะ ญาเอื้อย ข้าน้อยตั้งใจสิมาส่งข่าวญาเอื้อยอีหลี”
“แต่มึงก็หวังว่ากูสิใจอ่อน ยกซิ่นของกูให้มึง เอาไปใส่อ้างไทบ้านไทเมืองแม่นบ่อ”
คำอุ่นอธิบาย “ป้าเป็นคนบอกสะออนเอง ว่ามันมีสิทธิ์ที่สิได้นุ่งซิ่นลายหงส์คือเจ้า”
สอางโกรธหนักกว่าเดิม “คนที่สิตัดสินว่าไผมีสิทธิ์หรือบ่อมีสิทธิ์ มีข้าน้อยผู้เดียวทอนั่น”
พ่อเจ้าขัดขึ้น “สอาง มันก็แค่ผ้าซิ่นผืนเดียว เธออยากจะซื้อใหม่อีกกี่สิบผืนก็ได้”
“บ่อมีซิ่นผืนใด๋งามเทียบกับซิ่นลายหงส์ของข้าน้อยได้ นกกระจอกอย่างอีสะออน ก็ให้มันต่ำซิ่นลายนกกระจอกนุ่งเอา”
สะออนหน้าเสีย คำอุ่นไม่พอใจ ลุกขึ้น
“ใจดำปานอีกาจั่งซี่ ยังสิเอิ้นโตเองว่าเป็นนางพญาหงส์อีกอยู่บ้อ อีสอาง”
สอางโกรธตัวสั่นจ้องหน้าคำอุ่น อยากจะด่า สะออนรีบดึงคำอุ่น
“แม่ป้า อย่าฮ้ายญาเอื้อยเพิ่นเลย งานแต่งดอง ข้าน้อยนุ่งผ้าหยังก็ได้ บ่อต้องไปเอาของญาเอื้อยเพิ่นดอก แค่เพิ่นไปฮ่วมงานข้าน้อยก็พอ”
สอางประกาศกร้าว “กูบ่อไป มึงบ่อได้ตั้งใจสิมาเซิญกูแต่แรก หวังแต่สิมาต้มเอาของจากกู กูบ่อไปเหยียบงานแต่งดองมึงให้เป็นเสนียดตีนดอก”
สอางสะบัดหน้าเดินหนีขึ้นห้องไปทันที พ่อเจ้ามองตาม แล้วหันมามองสะออนอย่างเห็นใจ

คำอุ่นเดินหัวเสียขึ้นเรือนมาด้วยอาการหงุดหงิด
“เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็นคนใจไม้ไส้ระกำอย่างอีสอาง ป้าว่าไปบอกแม่ของเจ้าให้มาจัดการเองเถาะ ป้าบ่ออยากปากเปียกกับอีหน้าหยาบนี่”
“บ่อต้องดอกจ้ะแม่ป้า ข้าน้อยเอาซิ่นงามๆ ของญาแม่มานุ่งก็ได้”
“ญาแม่บัวภา เป็นคนมอบซิ่นนั่นให้แม่คำอ่อนในมื่อแต่งดอง มันเป็นธรรมเนียมของตระกูล ถ้าเพิ่นยังอยู่ ก็คงอยากเห็นเจ้าได้นุ่ง”
“ญาพ่อคงเข้าใจดี ว่าญาเอื้อยหวงแหนซิ่นลายหงส์หลายปานใด๋ ข้าน้อยบ่ออยากให้พวกเฮามาวิวาทผิดเถียงกันย่อนผ้าผืนเดียว”
คำอุ่นถอนใจเมินหน้าหนี ยังไม่เห็นด้วยนัก ขณะที่โซ่ทองเหลือบมองสะออนอย่างเห็นใจ

สอางเปิดตู้ หยิบผ้าซิ่นลายหงส์ออกมากางดู แล้วกอดไว้อย่างทะนุถนอม พ่อเจ้าเดินเข้ามา
“เธอนี่ใจจืดใจดำแม้แต่กับน้องกับนุ่ง”
สอางหันขวับมา “พ่อเจ้าบ่อฮู้ดอก ว่าคนเฮือนนั่น จ้องแต่สิลักผ้าซิ่นลายหงส์ของข้าน้อยตาเป็นมัน ถ้าปล่อยให้หลุดมือไป ซาตินี่ ก็คงสิบ่อได้คืน”
“คนที่เรือน ก็คือญาติพี่น้องเธอเองทั้งนั้น ซิ่นผืนนี้มันก็ตกทอดมาจากรุ่นพ่อแม่ เธอได้ทอมันขึ้นมาเองซะเมื่อไร”
สอางลุกขึ้นเผชิญหน้ากับพ่อเจ้า
“แต่ตอนนี่ มันเป็นของข้าน้อย ข้าน้อยสิบ่อให้ไผจับไผบาย ให้เป็นเสนียด”
พ่อเจ้าถอนใจ “ถ้าเธอไม่รู้จักเผื่อแผ่แบ่งบันให้ใคร วันหน้า มีเรื่องเดือดร้อน ใครเขาจะเหลียวแล”
สอางหัวเราะลั่นอย่างถือดี แล้วพูดต่อด้วยความลำพอง
“พ่อเจ้า ข้าน้อยเป็นแม่เจ้าสอางแห่งเมืองอีสานบุรีเด้เจ้าคะ สิต้องบากหน้า ไปเพิ่งพาไทบ้านซั้นต่ำเฮ็ดหยัง มีแต่พวกมันนั่นล่ะ สิต้องได้มากราบตีนเพิ่งใบบุญข้าน้อย”
สอางพูดเองขำเอง เดินหัวเราะออกจากห้องไป พ่อเจ้ามองตามอย่างผิดหวัง
“ฉันไม่นึกเลยว่าเนื้อแท้ของเธอจะเป็นคนแบบนี้ สอาง”

เย็นวันเดียวกัน กำจรแต่งชุดตำรวจกลับมาบ้าน มีคำแสงเดินถือกระเป๋าขึ้นมาส่ง
“กระผมได้ข่าวว่า แม่สะออน ลูกสาวคนเล็กของพ่อแพทย์พุทไธอดีตพ่อตาท่านสารวัตรกำลังจะแต่งงานแล้วขอรับ”
กำจรหยุดฟัง อย่างสนใจ “แต่งกับใคร ดาบคำแสง”
“บักโซ่ เอ๊ย พ่อแพทย์โซ่ทอง ลูกศิษย์ของพ่อแพทย์พุทไธนั่นแหละขอรับ”
กำจรพยักหน้ารับรู้ “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวข้าฝากเงินทำบุญไปกับเอ็งก็แล้วกันนะ”
“ที่จริงท่านสารวัตรน่าจะไปเอง คราวงานศพพ่อแพทย์พุทไธ เงินที่ท่านสารวัตรฝากกระผมไป ฝ่ายโน้นเขาก็รับไว้ ไม่ได้มีทีท่าโกรธเคืองอะไรนะขอรับ”
กำจรได้ยินชื่อสอางก็หยุดคิดคำนึง เพราะลึกๆ ก็ยังไม่เคยตัดใจลืมสอางได้ลง
“ฉันไม่อยากทำให้ใครลำบากใจ”
“ไม่มีใครลำบากใจดอกท่านสารวัตร ตอนนี้ แม่สอางก็ไปเป็นแม่เจ้าของพระขัตติยะรามังกูรแล้ว กระผมว่าคงไม่มีใครติดใจเรื่องเก่าๆ แล้วล่ะขอรับ”
กำจรนิ่งคิดลังเล ลึกๆ ก็อยากจะไปสานสัมพันธ์กับครอบครัวพ่อแพทย์เหมือนเดิม

ตกกลางคืน กำจรอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะเข้านอน พอล้มตัวลงบนเตียงอยู่ๆ ก็คิดถึงสอางขึ้นมา
สอางหัวร่อต่อกระซิกกับสารวัตรบนเตียง และมุมต่างๆ ในห้อง ขึ้นมาเป็นมโนภาพ จนกำจรอดไม่ได้ เปิดลิ้นชักข้างเตียงหยิบภาพแต่งงานของสอางกับตนเองที่ซุกไว้ขึ้นมาดู
“ตอนนี้คุณคงมีความสุขกับสถานะใหม่ จนลืมผัวเก่า ลืมเรื่องของเราหมดสิ้นแล้วสินะ สอาง”
กำจรลูบใบหน้าของสอางอย่างคะนึงหา เพราะใบหน้าสอางยังติดในใจตลอดมา อันเนื่องจากคำสาบานในอดีตชาติ

เมื่อในอดีต บริเวณด้านนอกคุกหลวงบรรยากาศเงียบสงัด มืดสนิท เห็นทหารเดินตรวจตรารักษาเวรยาม
ทหารคนหนึ่งถือคบไฟเดินไปทางด้านหลังคุก แล้วหยุดยืนยาม จู่ๆ มีลูกดอกถูกปามาจากมุมไกล พุ่งเข้าปักที่คอทหารนายนั้นอย่างแรง โดยที่เจ้าตัวไม่ทันเปล่งเสียงร้องก็ล้มลงขาดใจตาย เงาชายลึกลับกระโจนลงมาจากต้นไม้ไม่ไกลนัก
ทหารยามอยู่ที่อีกด้านของคุกหลวง ก็ถูกลูกดอกชนิดเดียวกันเป่าร่วงลงไปอีกคน
ทหารอีกคนเดินยามผ่านมาเห็นชะงักมองตกใจ กระชับอาวุธอย่างระแวดระวัง ก่อนจะโดนลูกดอกพุ่งเข้าปักคอล้มขาดใจตายตามไปอีก
ชายลึกลับพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อน ตรงเข้าไปยังร่างของทหารที่นอนตายอยู่ รื้อค้นหาบางอย่าง เห็นว่าเป็นท้าวเพียคำจันในชุดสีดำใส่โม่งคลุมหน้าตา

หูกคำนอนหลับอยู่ในห้องขัง ได้ยินเสียงไขกุญแจคุกดังแกรกๆ ก็สะลึมสะลือหันมามอง
ท้าวเพียคำจันคลุมหน้าเห็นแค่ตาปราดเข้าไปถึงตัว หูกคำสะดุ้งตกใจ หวีดร้อง แต่ถูกเอามือปิดปากไว้ หูกคำดิ้นรนขัดขืน เพราะคิดว่าจะถูกทำร้าย จนถูกรวบตัวไว้แน่น จนเพียคำจันร้องบอกไป
“อัญญานางอย่าส่งเสียง นี่ข้าน้อยเอง”
หูกคำชะงักมองเพียคำจันอย่างตกใจ
“ข้าน้อยมาซ่อยอัญญานางแล้ว ฟ่าวไปกันเถาะพระเจ้าข้า”
หูกคำยังมึนงงอยู่ ขณะที่ถูกเพียคำจันประคองตัวออกไป

เพียคำจันพาหูกคำลัดเลาะหนีไปตามเงามืดภายในวังหลวง พวกทหารส่งเสียเอะอะ รู้ตัวว่ามีคนบุกรุก
“อย่ากังวลเลยพระเจ้าข้า ข้าน้อยเตรียมทางไว้ให้อัญญานางหนีแล้ว”
“ท่านมาซ่อยข้อยได้จั่งใด๋ ท้าวเพียคำจัน”
“มีคนส่งข่าวไปบอกข้าน้อยว่า อัญญานางกำลังสิต้องพระอาญาถึงแก่ซีวิต”
“ไผ” หูกคำประหลาดใจ
“ข้าเจ้าเองเพคะ”
หูกคำหันไป เห็นสีออนโผล่ออกมาจากที่ซ่อนท่าทางเร่งร้อน
“เจ้าหญิงสีออน “
“ข้าเจ้าช่วยอัญญาเอื้อยตามที่ได้รับปากแล้ว รีบไปเถอะเพคะ”
“สีออน น้องหล่า... แล้วผ้าซิ่นลายหงส์ของเอื้อยล่ะ”
สีออนอึกอัก หน้าเสีย หูกคำถามย้ำเสียงเข้มขึ้น
“ซิ่นของเอื้อยอยู่ไส เจ้าได้เอาคืนมาให้เอื้อยบ่อ”
“ข้าเจ้าพยายามแล้ว แต่อัญญาเอื้อยศรีสะอาดบ่อเปิดโอกาสให้ข้าเจ้าได้เข้าใกล้ซิ่นลายหงส์เลยเพคะ ข้าเจ้าขอสมมาที่นำมันกลับมาคืนอัญญาเอื้อยบ่อได้”
หูกคำผิดหวังมาก “ถ้าจั่งซั่น ข้อยบ่อไป”
“อัญญานาง ในยามนี่ ซีวิตของอัญญานางสำคัญกว่าผ้าซิ่นเด้พระเจ้าข้า” เพียคำจันบอก
“บ่อ หากข้อยมีซีวิตอยู่ไปโดยต้องฮับฮู้ว่าอีศรีสะอาดมันได้ครอบครองของฮักของข้อย มันก็ทุกข์ทรมานส่ำตายเทิงเป็น ท่านไปสา ท้าวเพียคำจัน หากบ่อได้ซิ่นลายหงส์ไปนำ ข้อยก็สิขอตายอยู่เวียงคำนาคนี่ล่ะ”
สีออนกับเพียคำจันหน้าเสีย เสียงพวกทหารดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองกระสับกระส่าย
“อัญญาเอื้อย ไปเถอะเพคะ หากบ่อหนีวันนี้ ก็จะบ่อมีโอกาสอีกแล้วนะเพคะ”
“บ่อไป เอื้อยบ่อไป”
หูกคำยืนนิ่งไม่ยอมขยับตามสีออน เพียคำจันกระวนกระวายแล้วตัดสินใจ
“ถ้าอย่างนั่น ข้าน้อยสิไปเอาซิ่นลายหงส์มาให้เอง ขอให้เจ้าหญิงสีออนพาอัญญานางไปรอข้าน้อยที่สวนหม่อน แล้วข้าน้อยสิฟ่าวตามไป”
เพียคำจันสวมโม่ง แล้ววิ่งหายไปในความมืด สีออนมองตามอย่างกังวล กลัวผิดแผน ก่อนจะรีบพาหูกคำหลบไป

ศรีสะอาดออกมาหน้าคุ้ม เห็นทหารวิ่งไปวิ่งมา คบไฟถูกจุดขึ้นสว่างไปทั่ว มหาเทวีเข้ามา
“อัญญาแม่ เกิดหยังขึ้นเพคะ”
“ทหารเฝ้าคุกหลวงถืกฆ่าตาย มีคนเข้ามาซ่อยอีหูกคำ”
ศรีสะอาดมีสีหน้าตกใจ องครักษ์วิ่งเข้ามาอารักขา
“ไผสิมาซ่อยมัน อีหูกคำมันยังมีพรรคพวกทางใด๋อีก” ศรีสะอาดประหลาดใจ
“พวกเฮายังบ่อฮู้พระเจ้าข้า แต่อัญเซิญอัญญานางมหาเทวีกับอัญญานางศรีสะอาดไปประทับในที่ปลอดภัยก่อน หากพวกมันมีหลาย เฮือนหลวงนี่ สิบ่อปลอดภัยพระเจ้าข้า”
องครักษ์รีบพาศรีสะอาดกับมหาเทวีและพวกข้าหลวงออกไป ศรีสะอาดไม่วายมองกลับไปมายังคุ้มตัวเองเหมือนมีห่วงอะไรบางอย่าง

สะอาดลืมตาขึ้น หลังจากเห็นภาพนิมิตของสอางกับกำจรในความฝัน
“ท่านสารวัตรกำจร ที่แท้แล้วท่านมาเกี่ยวข้องกับสอางย่อนเหตุนี่เองหรือ”
สะอาดตระหนักชัดแล้วว่าสอางกับกำจรที่เข้ามาพัวพันกันจนทำให้ตัวเองต้องเสียใจ

ลานหน้าเรือนตลอดจนบนพุทไธเทพ ถูกจัดแต่งสำหรับต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานแต่งดองของโซ่ทองกับสะออน เวลานี้โซ่ทองกำลังช่วยบ่าวในเรือนยกข้าวของมาจัดแต่งโดยไม่รู้เหนื่อย ในขณะที่สะออนช่วยตกแต่งดอกไม้อยู่บนเรือนจนเพ็งกับเภาเดินเข้ามา
“แม่สะออน มีแขกมาหาจ้ะ”
“มาหาพ่อแพทย์โซ่ทองบ้อ เพิ่นป่วยเป็นหยังมา...”
สะออนที่หันหลังทำงานอยู่ หันกลับมาคุยด้วย แล้วต้องชะงัก มีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเพ็ง เภาคือศรีธารา สายวารี สะหวีวิไลวัน
“ท่านชาย”
โซ่ทองที่ทำงานอยู่หันขวับมาทันที เห็นศรีธารายืนอยู่ตรงหน้าสะออน
ศรีธารายิ้มทักทาย “แต่งงานทั้งที ไม่ส่งข่าวบอกกันบ้างเลยนะสะออน

โซ่ทองกับสะออน ต้อนรับแขกอยู่บนเรือนด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน ทำหน้าไม่ค่อยถูก
“ข้าน้อยได้ยินว่าท่านชายย้ายไปทำงานที่สยาม”
“ผมไปช่วยงานญาติๆ ทางสยาม แล้วก็อยู่ดูแลสายวารีเลย ตอนนี้สายวารีกับน้องหญิงสะหวีวิไลวันก็เรียนจบพอดี” ศรีธาราบอก
“พวกเราได้ข่าวจากท่านพ่อว่าสะออนกับพ่อแพทย์จะแต่งงานกัน ก็เลยอยากมาร่วมแสดงความยินดี ดีใจด้วยจริงๆ นะจ๊ะ” สายวารีเสริม
สะออนฝืนยิ้ม เพราะไม่รู้ว่าทั้งสามจะมาไม้ไหน ยกมือไหว้ขอโทษ
“ข้าน้อยกับอ้ายโซ่ทองต้องขอสมมา ที่ไม่ได้ส่งข่าวให้ท่านชายกับท่านหญิงทราบ”
“ผมเข้าใจ ใครจะกล้าบอก เผื่อผมยังไม่หายบ้า บุกมาอาละวาดในงานก็เสียฤกษ์กันพอดี” ศรีธาราอำเล่น
สะหวีวิไลวันตีแขนศรีธาราเผียะ “ท่านพี่”
ศรีธาราหัวเราะ แล้วหันไปยิ้มกับสะหวีวิไลวัน สะออนกับโซ่ทองจับสังเกตท่าทีทั้งสองคน ดูออกว่าสนิทสนมเป็นพิเศษ
“พี่ก็ล้อเล่นเท่านั้นเอง น้องหญิงวัน” ศรีธาราหันมาทางสะออนกะโซ่ทอง “ผมไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอกครับสะออน อ้ายโซ่ทอง ที่กลับมาอีสานบุรีก็เพราะอยากมาร่วมแสดงความยินดีด้วยใจจริง”
“ท่านพี่ถึงกับลางานมาเลยนะคะ บอกกับหญิงว่าถึงเจ้าภาพจะไม่เชิญ ก็ต้องมาร่วมยินดีกับสะออนและพ่อแพทย์ให้ได้” สายวารีว่า
“เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา มันทำให้ผมมีสติขึ้น แล้วก็ละอายกับพฤติกรรมหลายอย่างของตัวเอง ผมไม่ใช่แค่อยากมาแสดงความยินดี แต่ต้องมาขอโทษกับเรื่องที่ทำกับอ้ายและสะออนเอาไว้ด้วย” ศรีธารายกมือไหว้จากใจจริง “อภัยให้ผมนะครับอ้าย”
สะออนกับโซ่ทองรีบรับไหว้ศรีธารา
“พวกเราไม่มีอะไรติดใจกับท่านชายแม้แต่นิดจ้ะ”
“ข้าน้อยกับอ้ายโซ่ยังระลึกถึงท่านชายในฐานะมิตรที่ดีเสมอเจ้าค่ะ”
ศรีธารายิ้มออก “ถ้าอย่างนั้น มีอะไรให้มิตรอย่างผมช่วยเหลือในงานนี้ บอกมาได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
“งานเราเป็นแค่งานเล็กๆ คงไม่ต้องรบกวนท่านชายกับท่านหญิงดอกจ้ะ แค่ได้รู้ว่าท่านจะมาร่วมยินดีด้วยก็นับเป็นเกียรติเหลือเกินแล้ว” โซ่ทองบอกอย่างเจียมตน
สายวารียิ้มบอก “มีอะไรให้ช่วยเล็กๆ น้อยๆ เราก็ยินดีนะจ๊ะ”
หญิงวันพูดอีสานกับสะออน “เมื่อกี้ เห็นสะออนกำลังตกแต่งดอกไม้อยู่หน้าเฮือน ข้อยพอสิซ่อยได้ เพราะเคยเฮียนแต่งดอกไม้มาบ้าง ให้ข้อยซ่อยเนาะ สะออน”
สะออนเกรงใจ แต่เห็นทั้งสองท่าทางกระตือรือร้น “ถ้าอย่างนั้น ก็เซิญท่านหญิงเจ้าค่ะ”
สะออนพาทั้งสองลุกลงจากเรือนไป เหลือโซ่ทองกับศรีธารานั่งคุยกันต่อ
“อ้ายโซ่ เรียกใช้ไอ้แก้วคนนี้มาได้เลยครับ จะให้ทำอะไร”
โซ่ทองยิ้มเกรงใจ แล้วนึกถึงเรื่องซิ่นลายหงส์ขึ้นมาได้
“ที่จริง...ก็อาจจะมีเรื่องนึงที่ข้าน้อยพอจะรบกวนคุณชายได้”
ศรีธารานิ่งฟังอย่างสนใจ

ตอนเย็นวันนั้น ศรีธารากับสายวารีกำลังหยอกล้อกับอังกูรที่พ่อเจ้าอุ้มอยู่
“พอท่านพ่อส่งข่าวว่าสะออนจะแต่งงาน ผมก็รีบลางานมา แต่คราวนี้ คงอยู่ได้แค่สองวันเท่านั้น เพราะมันกะทันหัน”
“ไม่เป็นไรดอก ว่างเมื่อไร ก็ค่อยมาเยี่ยมพ่อ”
พ่อเจ้าลูบหัวศรีธาราอย่างเอ็นดู พ่อลูกค่อยๆ คลายความบาดหมางในกันและกันตามเวลาที่ล่วงผ่าน
สอางเดินออกมาเห็น ทั้งสองกำลังเล่นกับน้องก็เอ่ยทัก
“ต้องขอบใจลูกซายข้าน้อยเด้เจ้าค่ะ ที่เฮ็ดให้ท่านซายกับท่านญิงยอมกลับมาเหยียบวังอินทนิลอีกเทือ”
ศรีธารากับสายวารีชะงักหันไปมองสอาง ศรีธาราพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“สายเลือดเดียวกันยังไงก็ตัดกันไม่ขาดดอก” ศรีธาราหันไปลูบแขนน้อง “อังกูรมีเลือดของพวกเราครึ่งนึง ไม่ว่าแม่แกจะเป็นใคร แต่แกก็ยังเป็นน้องของผม”
สอางหน้าตึงไม่ชอบใจ สายวารีไม่แคร์ หันไปฉอเลาะกับพ่อ
“พรุ่งนี้เราพาอังกูรไปร่วมงานแต่งงานของสะออนด้วยดีไหมคะ ท่านพ่อ ใครๆ ก็อยากเจออยากอุ้มน้อง”
สอางไม่ยอม “บ่อได้ ข้าน้อยบ่อให้เอาลูกไปไสเทิงนั่น”
พ่อเจ้า “ทำไมล่ะสอาง”
“ในเมื่อญาแม่บ่อให้ข้าน้อยไปเหยียบเฮือนอีก ข้าน้อยก็สิบ่อให้ลูกไปให้คนพวกนั่นเห็นหน้า”
สายวารีหมั่นไส้ “อยากจะทำตัวไร้ญาติขาดมิตรก็ทำไปคนเดียวสิ เธอไม่มีสิทธิ์กีดกันน้องฉันไม่ให้รู้จักญาติพี่น้อง”
“มันเป็นลูกข้าน้อย เป็นหยังข้าน้อยสิบ่อมีสิทธิ์”
สอางเข้าไปดึงอังกูรมาอุ้มไว้ อังกูรตื่นตกใจร้องจ้า
“ถ้ามีญาติพี่น้องหลาย แล้วมันหลายเรื่องหลายราว ก็บ่อต้องมี ให้อังกูรมันมีแต่พ่อกับแม่ก็พอ”
สอางอุ้มลูกจะหนีไป สายวารีตะโกนไล่หลังอย่างโกรธๆ
“เธอนี่มันเห็นแก่ตัว ไม่นับพี่นับน้อง ตายไปก็คงเป็นผีไม่มีญาติ”
“ไม่เอาน่าสายวารี ไปเอาของฝากกับพี่” ศรีธาราหันมาบอกพ่อเจ้า “ผมซื้อเหล้าฝรั่งจากพระนครมาฝากท่านพ่อหลายขวดเลย อยู่ในรถน่ะครับ”
ศรีธาราดึงแขนสายวารีออกไป สอางหูผึ่งหันมามองตามศรีธาราทันที

โซ่ทองประคองตัวนกอีแก้วออกมาจากกรงเก่า มาที่กรงนกอันใหม่ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้
“อีแก้ว เป็นจั่งใด๋แนลูก บ้านหลังใหม่ที่พ่อเฮ็ด งามบ่อ เจ้าย้ายเข้าไปอยู่ในนี่เด้อ”
“อ้ายคึดจั่งใด๋ จั่งเฮ็ดกรงใหม่ให้อีแก้ว”
“มื่ออื่น อ้ายสิเอาไปแขวนไว้เทิงเฮือน ใกล้พาขวัญงานแต่งดองของเฮา อีแก้วมันสิได้เห็น สิได้บ่อน้อยใจว่าพ่อแม่ลักแต่งดองกันแล้วบ่อบอก”
“เฮ็ดปานว่าอีแก้วมันสิฮู้หลาย ว่าเป็นงานหยัง”
“ถ้ามันเห็นพ่อกับแม่แต่งโตงามๆ ก็ต้องฮู้อยู่แล้วว่าเป็นมื่อสันวันดีของเฮา”
โซ่ทองโอบสะออนไว้ แล้วหันไปคุยกับอีแก้ว
“หรือถ้าเจ้าย่านว่าอีแก้วมันสิบ่อฮู้ว่าพ่อกับแม่เฮ็ดหยังกัน อ้ายก็สิหอมเจ้าอ้างมันกลางงานเลยดีบ่อ”
โซ่ทองแกล้งยื่นหน้าเข้ามาขโมยหอมแก้ม สะออนตกใจผลักหนีแทบไม่ทัน
“อ้าย เฮ็ดหยังนี่”
เสียงนกแก้วตีปีกในกรง แล้วร้อง “อีพ่อฮักอีแม่ๆๆๆ” ไม่หยุด โซ่ทองหัวเราะ
“นี่เด้ เห็นบ่อล่ะ แค่นี่มันก็ฮู้แล้ว”
สะออนทุบแขนโซ่ทองด้วยความอาย แล้วยื่นนิ้วเข้าไปเล่นกับอีแก้วด้วยความเอ็นดู

เช้าวันแต่งงานโซ่ทองกับสะออน เสียงดนตรีอีสานจังหวะสนุกสนานดังแว่วมา บรรยากาศที่หน้าเรือนพุทไธเทพคึกคักแต่เช้ามืด มีการตกแต่งลานหน้าเรือนสำหรับงานฉลองแต่งดองเสร็จสมบูรณ์แล้ว พวกบ่าวไพร่ในเรือนแต่งตัวสวยงาม ช่วยกันดูแลความเรียบร้อยตามมุมต่างๆที่ได้รับมอบหมาย

ส่วนในห้องนอนของสะออน เพ็ง เภา กำลังมะรุมมะตุ้มแต่งตัวให้สะออน มีสายวารีกับสะหวีวิไลวันคอยช่วย
“สวยแล้วจ้ะ สะออน”
สะออนค่อยๆ หันกลับมาให้สายวารีกับสะหวีวิไลวันดู
“แต่ข้าน้อยไม่มั่นใจเลยเจ้าค่ะ”
“สะออนเป็นคนงามอยู่แล้ว แต่งโตแบบนี่ ยิ่งงามเด่นขึ้นไปอีก มีหยังบ่อมั่นใจอีกน้อ” หญิงวันว่า
“ก็ย้อนซิ่นผืนนี้ล่ะเจ้าค่ะ”
สะออนก้มลงมองซิ่นลายหงส์ผืนสวยที่นุ่งอยู่
“มันบ่อแม่นของข้าน้อย ญาเอื้อยสอางเพิ่นต้องว่าแน่ๆ หากเพิ่นฮู้ อ้ายโซ่บ่อน่าบอกให้ท่านหญิงเอามาให้ข้อยเลย”
เสียงญาแม่ดังขึ้น “โซ่ทองเฮ็ดถืกแล้วล่ะ”
สะออนชะงัก เห็นญาแม่เดินเข้ามา พร้อมกับหีบเครื่องประดับ
“ซิ่นผืนนี่ มีไว้ให้ลูกหลานแม่ญิงตระกูลเฮาได้นุ่งในมื่อสำคัญ ตกทอดกันมาหลายรุ่น บ่อแม่นของไผแต่ผู้เดียว” ญาแม่ยิ้มให้กับสายวารี สะหวีวิไลวัน “ข้าน้อยขอบใจท่านหญิงทั้งสองมากนะเจ้าคะที่เป็นธุระให้”
สายวารี สะหวีวิไลวันค้อมหัวเชิงรับคำแล้วค่อยๆ ล่าถอยไปพร้อมกับเพ็ง เภา
ญาแม่ดึงสะออนมานั่งที่เตียง แล้วเปิดหีบเครื่องประดับ
“สร้อยแขนแหวนกำไลพวกนี่ ก็เป็นของเก่าแก่ตกทอดมาจากย่ายายของแม่ ต่อไปนี่ แม่สิยกให้เจ้าครอบครองไว้ตกทอดให้ลูกหลานของเจ้า”
สะออนน้ำตารื้น “ญาแม่”
ญาแม่รู้ว่าลูกสาวซึ้ง แต่ยักท่าวางฟอร์มใส่ “สิมามีน้ำหูน้ำตาหยังลูก มื่อนี่ เจ้าควรสิมีความสุข บ่อแม่นฮ้องไห่ มา แม่สิใส่ให้”
“ตลอดทั้งคืน ข้าน้อยย่าน...ย่านว่าญาแม่สิบ่อยอมออกมาฮ่วมงานแต่งดองของข้าน้อย”
ญาแม่ทำตาแดงๆ ความรู้สึกเต็มตื้นไปด้วย
“เจ้ากำลังสิไปสร้างครอบครัวใหม่กับคนที่เจ้าฮัก ถ้าแม่บ่อได้เป็นคนจูงแขน พาเจ้าไปส่งให้ฮอดฝั่ง แม่สิเอิ้นโตเองว่าแม่ได้จั่งใด๋ สะออน”
สะออนพูดจบก็ร้องไห้สะอื้นออกมาอย่างสุดกลั้น แล้วโผเข้ากอดญาแม่ ญาแม่โอบสะออนไว้ น้ำตาไหลไม่ต่างกัน แต่เป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ
โซ่ทองนั่งพนมมืออยู่ต่อหน้ารูปของพ่อแพทย์ ได้ยินเสียงคนเปิดประตู ก็หันไปมอง เห็นญาแม่จูงสะออนเข้ามา ญาแม่ยังทำเมินๆ กับโซ่ทอง
“อธิษฐานบอกญาพ่อสา แม่สิลงไปฮับแขกฮับคนก่อน”
ญาแม่พูดจบก็ออกไป ไม่ได้ดูหมางเมินอย่างแต่ก่อนแล้ว เพียงแค่ไม่ค่อยอยากคุยด้วยนัก โซ่ทองหันมามองสะออนเต็มตา
“เจ้างามสมกับที่อ้ายคึดฝันไว้บ่อมีผิด”
“คงสิย่อนซิ่นลายหงส์ที่อ้ายแล่นหามาให้ข้อยใส่นั่นล่ะ”
“ไผก็อยากให้เจ้าได้นุ่งซิ่นลายหงส์เทิงนั่น บ่อซั่น ก็คงบ่อฮ่วมมือกันดอก เจ้าอย่าคึดหยังหลายเลย มากราบพ่อแพทย์กันน้องหล่า”
สะออนทรุดนั่งลงข้างๆ โซ่ทอง พนมมือไหว้รูปพ่อแพทย์
“พ่อแพทย์ ข้าน้อยหวังว่าในมื่อนี่ พ่อแพทย์สิแนมเบิ่งพิธีแต่งดองออกเฮือนของเฮาสองคนอยู่เทิงสวรรค์ซั้นฟ้า ข้าน้อยขอรักษาคำหมั่นสัญญาที่เคยให้พ่อแพทย์ไว้ ว่านับแต่มื่อนี่ไป ข้าน้อยสิครองเฮือนพุทไธเทพ ตามฮีตสิบสองคลองสิบสี่ สิอยู่ในศีลกินในธรรม สิเบิ่งแยงดูแลสะออนกับญาแม่ และบริวารทุกคนให้ดีที่สุด”
“ข้อยก็ขอให้คำสัญญาต่อญาพ่อว่า ข้อยสิเป็นเมียที่ดี ใส่ใจเฮือนสามน้ำสี่ ส่งเสริมอ้ายให้เจริญฮุ่งเฮือง เฮาสองคนสิสืบทอดเจตนาที่ญาพ่อมุ่งมาดปรารถนา”
โซ่ทองกับสะออนยิ้มให้กันแล้วก้มลงกราบรูปพ่อแพทย์

บริเวณหน้าเรือนพุทไธเทพเริ่มคึกคักหนาตาขึ้นด้วยแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี สายแต่งตัวงดงามสมวัยพูดคุยกับแขกฝ่ายตัวเอง ด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย ไม่แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของงานมากนัก
ญาแม่ที่ยืนพูดจาทักทายกับแขกอยู่อีกด้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส คำอุ่นเดินเข้ามาหา
“แม่คำอ่อน มานี่ เอื้อยสิพาไปฮับแขก”
“แขกมาแต่ไส ญาเอื้อย ญาติพี่น้องฝ่ายเฮาบ้อ”
“ฝ่ายแม่คำอ่อนนั่นล่ะ”
คำอุ่นยิ้มให้พลางจูงมือญาแม่เดินแยกห่างออกมาจากกลุ่มคน เห็นศรีธารายืนอยู่กับพ่อเจ้าที่ยืนหันหลังอยู่
“ท่านชาย...พ่อเจ้า”
พ่อเจ้าค่อยๆ หันมาหา เห็นว่าอุ้มอังกูรไว้แนบอก
“ข้อยพาลูกชายมากราบแม่ใหญ่ ไหว้แม่ใหญ่สิลูก อังกูร”
พ่อเจ้าจับมืออังกูรยกประกบกันในท่าไหว้ ญาแม่มองดูอังกูรแล้วน้ำตารื้น รู้ว่ามีหลาน แต่ยังไม่เคยพบกัน
“อังกูร เจ้ามาเป็นตาฮักตาแพงแท้ ลูกหล่า”
“ไปหาแม่ใหญ่นะลูก”
พ่อเจ้าส่งอังกูรให้ ญาแม่รับหลานมาอุ้ม พอได้กอดอังกูรก็น้ำตาไหลตื้นตันใจ กอดหอมหลานอย่างรักใคร่

อีกฟาก เห็นขวดเหล้าฝรั่งถูกดื่มจนหมดขวด สอางค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น แต่มีอาการปวดหัว เสากับสีแหล่เปิดประตูเข้ามา
“แม่เจ้า ตื่นแล้วบ๊อเจ้าคะ” เสาถาม
“เป็นหยังกูคือปวดหัวจั่งซี่ สูเอาเหล้าหยังมาให้กูกิน”
“ก็เหล้าที่แม่เจ้าบอกว่าเจ้าศรีธาราเพิ่นซื้อมานั่นเด้เจ้าค่ะ” สีแหล่ว่า
สอางลุกขึ้นนั่ง สีหน้าหงุดหงิด
“เหล้าเวรตะไล แดกแล้วปวดประสาท หัวสิระเบิด หรือว่าซุมห่านี่มันสิวางยากู” สอางมองหาลูก “แล้วนี่ อังกูรอยู่ไส ไปอุ้มมาให้กู”
เสากับสีแหล่มองหน้ากัน แล้วตอบอย่างอึดอัดใจ
“เอ่อ... ท่านซายน้อยเพิ่น เพิ่น ไป...ไปเฮือนพุทไธเทพเจ้าค่ะ”
“หา มันเอาลูกกูไปงานแต่งอีสะออนซั่นเบาะ”
สีแหล่พยักหน้าเกรงๆ “เจ้าค่ะ”
“ซุมเจ้าสาระแน มึงไปเตรียมซิ่นลายหงส์ให้กู กูสินุ่งไปด่าพวกมัน สะหลองมื่อสันวันดีของอีสะออน”
สอางลุกขึ้นจะไปล้างหน้าล้างตา แล้วชะงักเมื่อเห็นเสากับสีแหล่ยังนั่งอยู่ที่เดิมด้วยอาการอึกอัก
“พวกสูหูแตกซั่นบ้อ หรือคำสั่งกู มันบ่อมีความหมายกับพวกสูคือกัน”
“บ่อแม่นจั่งซ่นเจ้าค่า แม่เจ้า อั่น...” เสาถองให้สีแหล่พูด
“อั่น ตอนที่แม่เจ้านอนหลับอยู่ เจ้าศรีธารากับเจ้าสายวารีเพิ่นมาเอาซิ่นลายหงส์ไปเจ้าค่ะ”
“หา มึงว่าหยังเกาะ”
สอางแค้นจัด เมื่อรู้ว่าถูกฉกผ้าซิ่นแสนหวงไป

พิธีแต่งงานของสะออนกับโซ่ทองถูกจัดขึ้นเล็กๆ ในหมู่ญาติพี่น้องแต่งดงามตามประเพณี จนถึงการผูกข้อไม้ข้อมือ แขกเหรื่อญาติผู้ใหญ่ทยอยกันเข้ามาผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาว สีหน้าทุกคนดูชื่นมื่นมือความสุข
สายวารี ศรีธารา สะหวีวิไลวัน สาย คำอุ่น ทยอยเขามาอวยพรบ่าวสาว มาจนถึงญาแม่กับพ่อเจ้าเข้ามาอวยพรให้บ่าวสาวปิดท้าย สะออนยิ้มรับคำอวยพรของทั้งสอง
เสียงสอางแหลมเข้ามา “จั่งแม่นม่วนซื่นโฮแซวกันเนาะ ซุมขี้ลักขี้ขโมย”
ทุกคนหันขวับไปมองสอางเป็นตาเดียว สะออนกับโซ่ทองตกใจ เมื่อเห็นสอางเดินเข้ามา
“ญาเอื้อย”
สอางจ้องหน้าด่า “โดยสะเพาะมึง อีสะออน มึงใฝ่ต่ำสมสู่กับผัวขี้ข้าชาติอีกา มึงก็ต้องเจียมโตว่าเป็นหน่อแนวซาติอีกา บ่อแม่นนางพญาหงส์อย่างกู แล้วเป็นหยังมึงจั่งหน้าด้าน ลักเอาผ้าซิ่นลายหงส์กูมานุ่ง”
ศรีธาราเห็นท่าไม่ดี ปราดเข้ามาดึงแขนแยกห่างพาขวัญ
“ญาเอื้อยสอาง มีอะไรเดี๋ยวค่อยคุยกันได้ไหม”
“อย่ามายุ่ง อย่าคึดว่าข้อยบ่อฮู้เด้อว่าบักใด๋อีใด๋มันสาระแนลักผ้าซิ่นลายหงส์ข้อย ก็เจ้านั่นล่ะ ท่านซายศรีธารา ป้าดโธ้…เอาเหล้ามามอมข้อย แล้วก็ลักซิ่นข้อยไป เป็นถึงหน่อแนวเจ้าฟ้าเจ้าเมือง แต่เฮ็ดโตต่ำเป็นพวกขี้ขโมย”
สอางสะบัดแขน แล้วก้าวฉับๆ เข้าไปกลางวง กระชากตัวสะออนขึ้น
“มึงเอาซิ่นกูคืนมาเดี๋ยวนี่ อีสะออน”
สะออนปัดป้องตกใจ เมื่อสอางทำท่าจะเข้ามาถอดผ้านุ่งต่อหน้าแขกเหรื่อ โซ่ทองรีบเข้ามาช่วย
“สอาง อย่า”
โซ่ทองเข้ามาจับมือห้าม สอางสะบัดมือตบหน้าโซ่ทองอย่างแรงจนหน้าหัน
“ปล่อยกู บักห่าขี้ข้า”
ญาแม่โมโหมาก “สอาง หยุดเดี๋ยวนี่”
“ญาแม่กับบักซั่วอีซั่วทุกโตเทิงเฮือนนี่ล่ะ ที่ต้องหยุด ไสว่าตัดญาติขาดมิตรกับข้าน้อยแล้วเด้ เป็นหยังคือใช้สันดานโจรมาลักมาฉกเอาของข้าน้อย หรือว่าอายที่ได้ลูกเขยเป็นขี้ข้าชั่นต่ำ ก็เลยต้องให้อีสะออนเอาผ้าซิ่นของข้าน้อยมาห่มโตให้สูงส่ง”
สะออนน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ โซ่ทองโอบกอด ทุกคนนิ่งงันมองมาที่ทั้งสี่เป็นสายตาเดียว
“มึงถอดคืนกูมาเดี๋ยวนี่ เอามา”
สอางโผนเข้าใส่สะออนอย่างไม่ปรานีปราศรัย โซ่ทองกับญาแม่ช่วยกันปัดป้อง แต่สู้แรงไม่ไหว พ่อเจ้าต้องเข้าช่วยดึงสอางอีกแรง ตวาดลั่น
“สอาง หยุด”
สอางบ้าเลือดไม่สนใจหน้าไหน “เอาผ้าซิ่นกูมา”
“ฉันบอกให้หยุด”
พ่อเจ้าเสียงดังมากขึ้นแต่ไม่เป็นผล พ่อเจ้าโมโหจัดกระชากร่างสอางเหวี่ยงกระเด็นไปคว่ำลงไปที่พื้นเรือน สอางทั้งเจ็บทั้งอาย
“พ่อเจ้า นี่เห็นดีเห็นงามกับพวกมันซั่นบ้อ”
“ฉันไม่ได้เห็นแก่ใคร แต่วันนี้เป็นวันมงคล แต่เธอกำลังทำให้มันอัปมงคล กลับไปซะ”
สอางน้ำตาคลอแค้นใจ ผุดลุกขึ้น
“ข้าน้อยนี่บ้อ เป็นโตอัปมงคล ข้าน้อยมาทวงของฮักของข้าน้อยคืนแท้ๆ”
พ่อเจ้าเน้นคำเสียงเข้ม “กลับไปก่อน แล้วฉันจะเอาผ้าซิ่นของเธอไปคืนให้”
สอางกัดฟันแค้นใจ แล้วสายตาเหลือบไปเห็นกรงนกแก้ว หันไปหาสะออนอย่างเคียดแค้น
“ข้าน้อยกลับแน่ แต่ขอสั่งสอนอีน้องขี้ลักให้มันสำนึกก่อนเถาะ มึงอยากฮู้บ่อ อีสะออน ว่ายามที่ของฮักของมึงถืกพรากไป มันเจ็บปวดทรมานปานใด๋”
สะออนยังเหวอๆ ไม่รู้สอางหมายถึงอะไร แต่ไม่ทันได้พูดอะไรสอางก็ปราดไปกระชากกรงนกออกมา
“มื่อนี่ มึงสิต้องฮู้สึก ว่าหัวใจกูมันเจ็บปานใด๋”
สอางคว้ากรงนกออกไปยังโอ่งน้ำล้างเท้าตรงนอกชาน เสียงอีแก้วกระพือปีกร้องตกใจ ก่อนที่กรงจะค่อยๆ ถูกกดจมลงไปในโอ่ง สะออน โซ่ทอง ช็อก
สะออนกรีดร้องคาดไม่ถึงในความอำมหิตของสอาง “ญาเอื้อย”
สะออนวิ่งถลันไปที่โอ่งน้ำกับโซ่ทอง แล้วทรุดลงเข่าอ้อน เพราะคว้ากรงไว้ไม่ทัน สะออนกรีดร้องโหยหวนด้วยความเสียใจ โซ่ทองหน้าซีดเผือดเข้าประคองไว้สองคนมองสอางด้วยแววตาเจ็บปวด
“มึงสองโตจำไว้ พวกซาติอีกา นี่ล่ะเวรกรรมที่ตามสนองพวกมึง”
สอางมองภาพสะออนที่ร้องไห้ในอ้อมกอดโซ่ทองอย่างสะใจ แล้วผลุนผลันออกไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน

กำจรเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนด้วยท่าทีลังเล ในมือถือซองเงินทำบุญ นึกถึงคำพูดของคำแสง
“ไม่มีใครไผลำบากใจดอกสารวัตร ตอนนี้แม่สอางเพิ่นก็ไปเป็นแม่เจ้าของพ่อเจ้าพระขัตติยะรามังกูรแล้ว ข้าน้อยว่าคงไม่มีใครติดใจเรื่องเก่าๆ แล้วล่ะขอรับ”
กำจรนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจจะขึ้นเรือนไปร่วมงาน แต่จู่ๆ สอางก็วิ่งสวนลงมาชนอย่างจัง กำจรประคองไว้ทัน
“สอาง”
กำจรมองสอางที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างตะลึง สอางมองเห็นกำจรก็ตกใจ พอได้สติก็รีบปัดออก
“ปล่อยกู”
“คุณจะไปไหน”
“อย่ามายุ่งกับกู โอ๊ย”
สอางพยายามสะบัด แล้วเอามือกุมข้อศอก กำจรสังเกตเห็นแผลที่โดนพ่อเจ้าผลักล้ม
“คุณมีแผล เป็นอะไรมาหรือ สอาง”
สอางลูบแขนตัวเอง เห็นเลือดซึม กำจรทำเสียงอ่อนโยน
“เจ็บมากไหม”
สอางค่อยๆ ช้อนตามขึ้นมองกำจร เห็นสีหน้ากำจรอ่อนโยน ความรู้สึกเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง

สอางนั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านพักกำจร ท่าทางเหม่อลอย ปล่อยให้กำจรทำแผลไป
“ดาบคำแสงบอกว่าสะออนกับโซ่ทองแต่งงาน ผมก็เลยไปร่วมแสดงความยินดี ยังคิดอยู่เลยว่าจะได้เจอคุณไหม”
“แล้วเป็นหยังท่านถึงอยากสิเจอข้อย”
“ผมก็อยากจะรู้ว่าคุณเป็นยังไงบ้าง เราไม่ได้พบกันตั้งนานแล้ว ตั้งแต่...ผมได้ข่าวว่าคุณแต่งงานกับพ่อเจ้า”
สอางทำเป็นเมินหนีไม่มองหน้ากำจร ไม่อยากฟังคำหวาน กำจรเปลี่ยนเรื่อง
“คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าไปทำอะไรมาถึงได้เป็นแผล”
สอางน้ำตาคลอ นึกเจ็บใจ “ก็พ่อเจ้านั่นล่ะเฮ็ดข้อย”
“เกิดอะไรขึ้น”
“ข้อยมันคนอาภัพ ได้ผัวจักคนๆ ก็พบพ้อแต่คนเลวๆ ตอนแรกมันก็เฮ็ดดีกับข้อย เอาใจสารพัด แต่ยามมันเบื่อ ข้อยก็เป็นแค่หมาโตนึง ให้มันเตะมันถีบเล่น”
สอางก้มหน้าปาดน้ำตา เจ็บใจจริงๆ กำจรถอนใจ
“ผมไม่รู้ว่าพ่อเจ้าท่านเป็นคนยังไง แต่ผมไม่เคยคิดกับคุณแบบนั้น”
“อย่ามาปากดีหลาย ท่านสารวัตร ท่านนั่นแหละโตดี ต้มตั๋วข้อยให้ฮัก หลวมโตแต่งดองออกเฮือน บาดยามเมียโตจริงโผล่หัวมา ก็ถีบหัวส่งส่ำหมูส่ำหมา”
“ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมเห็นแก่ตัว เพราะครอบครัวผมต้องพึ่งพาเงินทองจากไฉไล ผมจำเป็นต้องยอมเขา”
สอางฟังแล้วยิ่งโกรธ ลุกขึ้นปึงปัง จะเดินหนีออกไป กำจรโพล่งขึ้นมา
“แต่ตอนนี้ผมเลิกกับเขาไปแล้ว”
สอางหยุดกึกอยู่หน้าประตู กำจรลุกขึ้น พูดไล่หลังไป
“ตั้งแต่วันที่ไฉไลมีเรื่องกับคุณที่งานบุญผะเหวด ผมก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าคงทนเขาไม่ได้อีก ไฉไลทำให้ผมเสียทั้งมิตรและความนับถือจากคนอื่นๆ เพราะพฤติกรรมของเขาจนผมเกินจะทนได้”
สอางนิ่ง ท่าทีลังเล “ทนได้ทนบ่อได้ แล้วมาบอกข้อยหาสะแตกหยัง”
“เพราะผมยังไม่ลืมคุณอย่างไรล่ะ สอาง”
สอางอึ้ง หัวใจหวั่นไหวกับคำหวานนั้นขึ้นมาทันที กำจรเดินเข้าไปใกล้ จับไหล่สอางให้หันมา
“ลองดูรอบๆ สิ สอาง บ้านหลังนี้ยังเหมือนเดิม ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไป เพราะผมอยากจะรักษาบรรยากาศเก่าๆไว้ ผมยังจำทุกคืนวันที่เราสองคนอยู่กินกันฉันผัวเมียได้เสมอ”
“ฮึ แล้วจำมื่อที่อีเวรตะไลนั่นมันมาอาละวาดแสดงโตเป็นเมียหลวงได้บ่อล่ะ จำมื่อที่สารวัตรฆ่าตีทำร้ายข้อยต่อหน้าญาพ่อญาแม่ได้บ่อ”
“ผมไม่เคยลืมวันที่ตัวเองทำบาปที่สุดในชีวิตได้เลย สอาง”
สอางนึกถึงวันนั้นด้วยความแค้นใจ เงื้อมือตบหน้ากำจรอย่างแรง กำจรไม่ตอบโต้หรือมีท่าทีโกรธใดๆ
“คุณจะตบผมอีกกี่ทีก็ได้ แต่ขอให้รู้ไว้ ว่าผมก็เจ็บปวดไม่ต่างกับคุณ”
“บ่อต่างซั่นบ้อ”
สอางตบหน้ากำจรซ้ำอีก กำจรหน้าหัน แต่ไม่มีทีท่าโกรธ กลับบอกอย่างสำนึกผิด
“ผมได้รับผลจากการกระทำของตัวเองแล้ว ตั้งแต่ให้ไฉไลเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตในอีสานบุรี ถ้ามันยังไม่พอก็ขอให้คุณลงโทษผมให้พอใจเถอะ”
สอางยิ่งฟังก็ยิ่งหมั่นไส้ ตบหน้ากำจรซ้ำๆ แต่พลันน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างสะเทือนใจเพราะทั้งรักทั้งแค้น
“ท่านเป็นคนที่ทำร้ายข้อยได้อย่างเจ็บแสบที่สุด บาดแผลใด๋ก็ไม่เท่ากับที่ท่านเฮ็ด”
กำจรก้มหน้านิ่งยอมให้สอางตบ สอางน้ำตาคลอมองหน้ากำจรที่แดงด้วยรอยมือของตัวเอง
“แต่ข้อยมันก็โง่เอง ที่ตัดใจลืมท่านบ่อได้”
กำจรค่อยๆ เงยหน้ามองสอาง เห็นสอางพูดออกมาทั้งน้ำตาก็รู้ทันทีว่าสอางยังมีเยื่อใยกับตนเช่นกัน เลยค่อยๆ โน้มตัวสอางมากอด สอางสะอื้นแรงขึ้น แล้วกอดตอบด้วยความรู้สึกโหยหา
“กลับมาหาผมเถอะนะสอาง เห็นใจผมเถอะ ผมยังรักคุณเสมอ”
สอางน้ำตาไหลออกมาด้วยความสะเทือนใจ เพราะลึกๆ แล้วก็ยังรักกำจรอยู่เช่นกัน ไออุ่นของกำจรทำให้ความรู้สึกเก่าๆ หวนกลับมาอีก กำจรประคองหน้าสอางเข้ามาใกล้แล้วจูบด้วยความคิดถึง
นอกจากไม่ขัดขืน สอางยังโอบโน้มคอของกำจรเข้าหาตัวเองจูบตอบอย่างดูดดื่ม

อีกฝั่งกรงนกแก้วเปียกชุ่มถูกวางลงตรงหน้าทุกคน สะออนปรี่เข้ามาเปิดกรงเอานกแก้วออกมาแต่นกจมน้ำตายแล้ว
“อีแก้วลูกแม่”
สะออนกอดอีแก้วไว้แนบอกแล้วร้องไห้โฮ โซ่ทองกอดประโลม ศรีธาราเดินเข้ามาหน้าซึมๆ
“ผมขอโทษ เพราะผมเป็นต้นเหตุแท้ๆ”
โซ่ทองสีหน้าเศร้า “ข้าน้อยต่างหากที่เป็นคนเริ่มต้นทุกอย่าง”
“อีสอางนั่นล่ะที่ผิด อีสอางผู้เดียว เอาแต่โตเองเป็นใหญ่ บ่อเห็นหัวจิตหัวใจของไผจักคน”
ญาแม่แค้นไม่หายหยิบผ้าซิ่นลายหงส์คืนให้พ่อเจ้า สะออนเปลี่ยนซิ่นใหม่แล้ว
“พ่อเจ้าเอาผ้าซิ่นของมันคืนไปเถอะเจ้าค่ะ แล้วฝากให้มันจดจำด้วยว่าซิ่นของมันได้เปื้อนเลือดแล้ว ถึงมันจะเป็นเลือดสัตว์เล็กสัตว์น้อยอย่างนกอีแก้ว แต่ก็อย่าให้มันลืมบาปกรรมที่มันทำในวันนี้”
พ่อเจ้ารับผ้าซิ่นเอาไว้ สีหน้าเคร่งเครียด โกรธสอางเหมือนทุก ๆคน

พ่อเจ้ากลับเข้ามาที่วังพร้อมกับสายวารี ศรีธารา เจอแต่เสากับสีแหล่
“สอางอยู่ที่ไหน” พ่อเจ้าถามอย่างหัวเสีย
“ยังบ่อกลับคืนมาเลยเจ้าค่ะ” สีแหล่บอก
“แล้วหายตัวไปไหนล่ะ ก่อเรื่องไว้แล้วก็หนีออกมาตั้งแต่กลางวันแล้ว หรือว่ากลัวต้องเผชิญหน้ากับคนอื่น” ศรีธาราถามสองบ่าว
เสางง “ข้าน้อยบ่อฮู้เจ้าค่ะ เกิดหยังขึ้นเจ้าคะ”
“รอถามเจ้านายของเธอเองก็แล้วกัน ว่าไปแผลงฤทธิ์อะไรไว้ ทำตัวเองขายหน้าไม่พอ ยังฉีกหน้าพวกฉันกับท่านพ่อด้วย” สายวารีโมโหไม่หาย
พ่อเจ้าถอนหายใจหงุดหงิด เดินเข้าห้องทำงานไป เสากับสีแหล่หน้าตาตื่นๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

สอางกับกำจรนอนกอดกันกันอยู่บนเตียงในบ้านพัก กำจรยังพร่ำคำหวานกอดหอมดอมดม ลูบไล้เนื้อตัวอย่างหลงใหล
“ผมดีใจเหลือเกินคุณยังรักผมอยู่”
สอางสะบัดสะบิ้ง “ท่านคิดเองเออเอง”
“ถ้าคุณไม่รักผม คุณก็คงออกจากบ้านนี้ไปตั้งนานแล้ว ไม่นอนนิ่งให้ผมกอดอย่างนี้หรอก”
กำจรกอดกระชับ สอางเขิน แต่ก็ยังไม่ยอมผละออกมา
“สันดานคนอย่างท่านมันก็เป็นอย่างนี่ล่ะ ปากหวานยามอยากได้ข้อย แต่บาดยามท่านมีแม่ญิงคนอื่น ก็คงเฮ็ดกับข้อยส่ำหมาโตนึง”
“จะไม่มีผู้หญิงคนไหนในชีวิตผมอีกแล้ว นอกจากคุณ ผมสัญญา”
กำจรกระซิบข้างหู สอางค้อนหมั่นไส้
“ฮึ คำสัญญา ถ้าเซื่อลมปากคนอย่างท่านอีกเทือ หน้านาปีนี้ ไทบ้านเขาคงสิได้เอาข้อยไปไถนาแทนควายแล้วล่ะ”

สอางนั่งอยู่ที่เตียง มองกำจรที่ยกอ่างน้ำมาวางลงที่พื้นปลายเตียง แล้วค่อยๆ หย่อนเท้าลงไปล้างในอ่าง
“ท่านเฮ็ดบาปเฮ็ดเวรกับข้อยมาหลาย ฆ่าตีข้อยให้เจ็บเทิงโตเจ็บเทิงใจ ประสาลมปากหวานๆ มันบ่อมีค่าหยังสำหรับข้อยดอก”
“แล้วคุณจะให้ผมทำอะไร”
“กินน้ำล้างตีนข้อยตี้ล่ะ ข้อยก็อยากสิฮู้คือกัน ว่าท่านสิกล้าบ่อ ถ้าดีแต่ปาก ก็เอาไปเทถิ่ม แต่ถ้าใจแท้ๆของท่าน มันคือกันกับวาจาที่ท่านเว้า ก็กินน้ำล้างตีนข้อยพิสูจน์ใจกัน แล้วข้อยถึงสิเซื่อ”
กำจรอึ้งหน้าชา สอางจ้องท้าทาย
“ข้อยกะคึดอยู่คือกัน ว่าน้ำหน้าคนอย่างท่าน มันสิเก่งแท้แค่ใด๋ มันก็คงสิเก่งแต่ปากนั่นล่ะ ไป ถ้าบ่อกล้า ก็เอาไปเทถิ่ม แล้วมื่อนี่ก็สิเป็นเทือสุดท้ายที่เฮาสิได้เห็นหน้ากัน”
กำจรนิ่งงัน รู้ว่าถูกสอางดูหมิ่นจริงๆ สอางเห็นกำจรนิ่งเหมือนไม่เต็มใจก็ลุกขึ้นทันที จนกำจรรีบเรียกไว้
“สอาง...ผมจะทำให้คุณเห็น ว่าวาจาของผมนั้นศักดิ์สิทธิ์ ความรักของผมที่มีต่อคุณ มันไม่เคยน้อยลงเลย ตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน จนถึงวันนี้”
กำจรยกอ่างน้ำล้างตีนสอางขึ้นมาดื่มอึกๆๆ ราวกับหิวโหย น้ำหกรดตัวเปียกปอนพลางจ้องตาสอางนิ่ง สอางมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ

สะออนนั่งอยู่ที่เตียง ตาแดงช้ำเหมือนร้องไห้มาตั้งแต่กลางวัน เพิ่งหยุดตอนโซ่ทองเดินเข้ามานั่งด้วย
“อีแก้ว มันสิเจ็บปวดทรมานบ่ออ้าย”
โซ่ทองหน้าเศร้า “อ้ายบ่อฮู้ดอก แต่ขอให้มันทรมานน้อยที่สุด”
“เวรกรรมแท้ๆ”
สะออนรำพึง น้ำตาไหลออกมาอีก โซ่ทองดึงมากอดซบอกตัวเอง
“อย่าคึดหยังหลายเลยสะออน คิดซะว่าอีแก้วมันเหมิดบุญในชาติที่เป็นสัตว์แต่เพียงนี่ มันอาจสิกลับมาเกิดเป็นลูกของเฮาสองคนในชาติใหม่ก็ได้”
“ข้อยก็ภาวนาให้มันเป็นอย่างนั่น”
“เจ้าอย่าทุกข์อย่าโศกเลย เมียอ้าย เฮามาสวดมนต์อธิษฐานให้อีแก้วนำกันเนาะ น้องหล่า”
สะออนมองหน้าโซ่ทองแล้วพยักหน้ารับเอาคำทั้งน้ำตา โซ่ทองใช้มือเช็ดน้ำตาให้ แล้วจูบที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน

สะออนก้มหน้าซบกับอกโซ่ทองด้วยความโศกาอาดูร

อ่านต่อตอนที่ 21


กำลังโหลดความคิดเห็น...