xs
xsm
sm
md
lg

ซิ่นลายหงส์ ตอนที่10 ศรีธาราสารภาพกับโซ่ทองว่าชอบสะออน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิ่นลายหงส์ ตอนที่10  ศรีธาราสารภาพกับโซ่ทองว่าชอบสะออน

บทประพันธ์ : ณไทย ภัทรกวีกานท์ บทโทรทัศน์ : ปริศนา / ณไทย ภัทรกวีกานท์

ทั้งสองคนแค่กระโดดหลบห่างออกมา แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะถอย แม่ใหญ่กองหวาดระแวงหนัก เดินไปตักน้ำมาสาดไล่ใส่ตัวสะออนและโซ่ทองอีก ปากตะโกนไล่ไม่หยุดหย่อน

“ออกไป กูบอกให้ออกไป พวกคนใจบาป ออกไป”
“ใจเย็นๆ ก่อนเด๊อ แม่ใหญ่กอง” สะออนงงพยายามจะถามไถ่
“ยังบ่อไปแม่นบ๊อ สิเอาอีกบ๊อ”
“พอแล้วจ้ะ แม่ใหญ่ พวกข้อยเปียกเหมิดแล้ว”
“ไปให้พ้นหน้ากู พวกคนใจบาป”
แม่ใหญ่โยนขันลงมาจากบนบ้าน เฉียดหัวโซ่ทองไปหวุดหวิด
“อ้าย แม่ใหญ่เพิ่นเป็นหยังไป”
สองคนงงหนัก โซ่ทองหารือสะออน “ท่าทางสิบ่อดีแล้วล่ะสะออน เฮาไปกันเถาะ”
“แล้วพ่อใหญ่มีล่ะอ้าย”
“เอาน่า ค่อยกลับมา เดี๋ยวเพิ่นดึกค้อนดึกมีดลงมา หัวสิแตกเอา”
ทั้งสองรีบหลบ เดินลัดเลาะไปตามบ้านเรือนชาวบ้าน

ไม่นานต่อมา สะออนและโซ่ทองมาถึงบ้านนางเที่ยง เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับโซ่ทอง ที่ได้ลูกได้ผัวแล้ว นางเที่ยงกำลังหิ้วตะกร้าผ้าลงบันไดมา ตั้งใจจะไปซักที่หนองน้ำใหญ่
“เอื้อยเที่ยง”
นางเที่ยงได้ยินเสียงสะออนก็ตกใจ ตั้งสติได้แล้วรีบไต่บันไดขึ้นเรือนหนีไป
โซ่ทองงง “อีเที่ยง มึงสิไปไส ลงมาก่อน”
นางเที่ยงค่อยๆ ไต่บันไดลงมา เยี่ยมหน้ามาถาม
“สะออน บักโซ่ทอง สูมีธุระหยังกับกูบ่อ”
“บ่อจ้ะ เอื้อยเที่ยง พวกเฮาแค่มารักษาคนเจ็บไข้ เอาว่านเอายามาแผ่”
เที่ยงมีท่าทีแปลกๆ ปฏิเสธ “เอื้อยบ่อได้เจ็บได้ไข้ดอก อีหล่า สูพากันกลับไปสา”
“อ้าว เพื่อนฝูงมาเยี่ยมยามฮอดบ้าน ไล่กันได้ลงคอ ได้ผัวแล้วลืมเพื่อนซั่นบ่อ” โซ่ทองเซ็งบ่นเอา
เที่ยงตัดบท “บ่อแม่นอย่างนั่นดอก บักโซ่ทอง มึงพาน้องกลับคืนไปสา กูสิขึ้นไปเบิ่งลูก ลูกกูมันเป็นไข้แดด”
“ขอข้อยจับเบิ่งอาการบักหล่าน้อยแหน่ได้บ่อ”
“อย่าเลย พวกสูกลับไปซะ กูยังบ่อพร้อม ยังบ่อพร้อมให้ลูกให้ผัวกูตาย ไปซะ”
นางเที่ยงรีบเดินหนีขึ้นเรือนไป โซ่ทองกับสะออนมองหน้ากันแอย่างงงๆ

สะออนและโซ่ทองเดินลัดเลาะมาตามทางมุ่งหน้าจะกลับเรือนพุทไธเทพ
“เฮ่อ... มื่อนี่มันเป็นมื่อหยังน้อ เป็นหยังเจอแต่เรื่องแปลกประหลาด” โซ่ทองครุ่นคิดทบทวน “ทุกเทือ คนป่วยไข้มีแต่สิมาขอว่านขอยาจากเฮา แต่เทือนี่ ทำทีท่าปานสิถืกผีปอบเข้าสิง”
“ซ่างเถาะอ้าย เดี๋ยวมื่อใหม่เฮาค่อยมายามใหม่ เทือหน้าเพิ่นอาจสิอารมณ์ดีขึ้น”
“อืมม์ ป๊ะเฮากลับบ้านไปหากินข้าวกินน้ำ พักเอาแฮงก่อน บ่ายๆ ค่อยเอาว่านยาไปซ่อยไทบ้านทางอื่น”
“จ้ะอ้าย ว้าย”
สะออนพูดๆ อยู่ ร้องกรี๊ดออกมาเมื่อมีลูกมะตูมหล่นใส่ สะออนโผเข้ากอดซบกับอกโซ่ทองด้วยความตกใจ โซ่ทองพลอยตกใจไปด้วย กอดสะออนไว้อย่างปกป้องโดยอัตโนมัติ
“เป็นหยังของเจ้า สะออน ตื่นตกใจปานกระต่ายตื่นหมากตูม”
“ขอสมมาจ้ะอ้าย ข้อยตกใจตื่น”
สะออนถอยออกมา เริ่มเขินอายที่ตัวเองไปซบอก มองทางต้นเหตุ เห็นลูกมะตูมสุกเกลื่อนเต็มพื้นใต้ต้น
“หมากตูมนิ…อ้าย มีแต่หมากตูมสุกๆ หอมๆ ทั้งนั่นเลย ข้อยสิเก็บไปต้มให้ยาเอื้อยสอางกิน ยาเอื้อยเพิ่นมักน้ำต้มหมากตูมหอม”
“เจ้านิ ซ่างเป็นน้องที่กตัญญูฮู้คุณแท้ มา อ้ายสิซ่อยเก็บ”
โซ่ทองและสะออนช่วยกันเก็บลูกมะตูมใส่ถุงย่าม
สะออนชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้น เดินไปดูแล้วกอบขึ้นมา
“อ้าย... เบิ่งนี่ นกแก้วแม่นบ่อ”
โซ่ทองสนใจเดินมาดูใกล้ๆ เห็นนกแก้วนอนอยู่ในฝ่ามือสะออน พยายามกระพือปีกแต่บินไม่ขึ้น
“แม่นแล้ว ขามันเจ็บนี่”
“โถ... บ่อเป็นหยังเด๊ออีแก้ว” สะออนลูบหัวนกด้วยความสงสารแล้วรีบบอกโซ่ทอง “เอาล่ะอ้าย บ่อมีคนให้ปิ้นปัวรักษา เฮาก็มาซ่อยกันรักษานกก็แล้วกันเนาะ”
โซ่ทองมองนกแล้วพยักหน้ายิ้มให้ สะออนยิ้มตอบรู้สึกดีขึ้น

ที่ห้องบรรทมในคุ้มอัญญาเจ้าราชบุตรศรีโซ่ทอง เวียงคำนาคในอดีต
เจ้าหญิงสีออนลุกขึ้นจากที่นอน เอาผ้าแพรบางมาคลุมหลัง นั่งลง เปิดหีบไม้ หยิบเอาผ้าซิ่นลายหงส์ ลุกขึ้น หันซ้ายแลขวา แล้วรีบหลบเดินออกไปข้างนอก

เจ้าหญิงสีออนเดินลัดเลาะมาตามทางในมือถือผ้าซิ่น โดยมีนางข้าหลวงสองคนถือคบไฟเดินนำหน้าและตามหลัง สามคนมาหยุดหน้าคุ้มหูกคำ
“พวกเจ้ารออยู่ข้างนอกนี้ล่ะ”
“เพคะ”
เฮือนนอนอัญญานางหูกคำอยู่ติดกับโรงทอไหม มีคบไฟจุดให้แสงสลัวๆ ตามทางเดิน สีออนเดินลัดเลาะเข้ามา จนพบแม่ไอ่กำลังใช้ผ้าเช็ดกระสวยทอผ้าอยู่
“แม่เฒ่า”
แม่ไอ่หันมาหา มองฉงน “นั่นไผ มืดค่ำแล้ว ข้อยแนมบ่อเห็น”
“ข้าเจ้าเอง สีออน”
“เจ้าหญิงสีออน มีธุระอันใดหรือเพคะถึงได้เสด็จมามืดค่ำก่ำตาอย่างนี่”
“อัญญาเอื้อยหลับแล้วหรือยัง ข้าเจ้าอยากจะมาขอสุมาน่ะเจ้า”
แม่ไอ่มองเห็นซิ่นลายหงส์ในมือสีออน มองท่าทีดูออกว่ามาดี
“อัญญานางหูกคำยังบ่อบรรทมเพคะ เซิญเสด็จข้างในก่อนเพคะ”
“ขอบใจ๋เจ้า”
แม่ไอ่วางกระสวยลง ลุกเดินงกๆเงิ่นๆ พาสีออนเข้าไปข้างใน

อัญญานางหูกคำนอนไม่หลับ นั่งอยู่ในห้องกำลังรินน้ำตูมร้อนใส่ถ้วยจิบดื่มเบาๆ สภาพของนางดูซูบผอมร่างกายทรุดโทรมอ่อนระโหยโรยแรงไปมาก ด้วยความทุกข์เทวษสาหัสที่เกาะกินใจ ทั้งผิดหวังที่เจ้าราชบุตรแต่งงานกับหญิงอื่น และซ้ำร้ายผ้าซิ่นลายหงส์แสนรักยังถูกยึดไปให้หญิงสาวนางนั้นใส่อีกด้วย
“อัญญานางเพคะ”
“มีหยังหรือ แม่ไอ่”
“มีผู้มาขอพบเพคะ”
หูกคำแปลกใจ “ไผกันหนอถึงมาในยามมืดค่ำอย่างนี่ อัญญาเอื้อยศรีสะอาดแม่นบ่อ”
หูกคำมีท่าทีหวาดกลัว กลัวว่าศรีสะอาดจะมาทำร้ายตนอีก
“บ่อแม่นดอกเพคะ ท่านผู้นี่เพิ่นมาดี”
“เซิญเพิ่นเข้ามาเถิด”
แม่ไอ่ออกไปเชิญเจ้าหญิงสีออน
“เซิญเจ้าหญิงเพคะ”
สีออนเดินเข้ามา คุกเข่าลง คลานเข่าเข้ามาหาหูกคำและนั่งพับเพียบกับพื้น วางซิ่นสวยบนตัก
“ขอสุมาเพคะ” โดยไม่ทันได้ถามไถ่สีออนก็ก้มลงกราบหูกคำกับพื้น
หูกคำอึ้งประหลาดใจมาก “เจ้าหญิงสีออน…”
สีออนเงยหน้าขึ้นมอง “ข้าเจ้าเพิ่งได้ฮู้ความจริงว่าข้าเจ้าได้แย่งชิงของฮักของอัญญาเอื้อยมาถึงสองสิ่ง”
หูกคำนั่งนิ่งมองดูท่าทีของสีออน น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาอีก
“หนึ่งคืออัญญาอ้ายศรีโซ่ทองผู้เป็นยอดดวงใจของอัญญาเอื้อย และสอง คือผ้าซิ่นหงส์สวรรค์สุวรรณภูษาผืนนี่”
“ผ้าซิ่นลายหงส์...”
“ข้าเจ้าฮู้สึกสำนึกผิดบาป กลัวว่าตายไปจะตกนรกหมกไหม้ ด้วยผิดศีลใหญ่ถึงสองข้อ เพื่อให้พ้นบาปเวร ข้าเจ้าจึงลอบมาในเวลานี้เพื่อกราบขอสุมา”
หูกคำน้ำตาคลอ รับผ้าซิ่นลายหงส์ที่รักและหวงแหนสุดหัวใจมามอง และยิ้มให้เจ้าหญิงสีออนผู้อ่อนโยน
“ข้าเจ้าขอสุมาเพคะ”
สีออนกราบลงพื้นแทบเท้าของหูกคำอีกครั้ง
“บ่อเป็นหยังดอก ข้อยให้อโหสิภัย” หูกคำน้ำตาไหลนองหน้าลดตัวลง ลูบเรือนผมสีออนที่กราบแช่อยู่แทบเท้าสัมผัสมือที่กราบ รับขวัญเชิญลุกขึ้นมา
“ลุกขึ้นมานั่งนำกันก่อนเถิด”
สีออนลุกขึ้นมานั่งด้วย
“ข้าเจ้าทำผิดบาปไปด้วยบ่อได้ตั้งใจ วันนี้ทนอัดอั้นตันใจอยู่บ่อไหว จึงได้เอาผ้าซิ่นลายหงส์มาคืนอัญญาเอื้อย ขออัญญาเอื้อยจงฮับไว้เถิดเพคะ”
“ขอบใจเจ้าหลาย เจ้าหญิงสีออน”
“ข้าเจ้าคืนผ้าซิ่นลายหงส์ให้อัญญาเอื้อยแล้ว แต่อัญญาอ้ายศรีโซ่ทองนั้น สุดปัญญาที่ข้าเจ้าจะคืนให้ได้ เพราะได้อภิเษกสมพงศ์เป็นผัวเมียกันตามโบราณราชประเพณีแล้ว ขอให้อัญญาเอื้อยจงได้โปรดอโหสิภัยให้ข้าเจ้าด้วยเพคะ”
“เอื้อยบ่อถือโทษโกรธแค้นเจ้าดอก ขอให้เจ้าได้ครองฮักกันกับอัญญาอ้าย สุขกะเษิมสำราญไปทุกภพทุกซาติ”
หูกคำลูบไล้ผ้าซิ่นลายหงส์แสนรัก น้ำตาไหลอาบแก้ว สะอื้นไห้ออกมา มองขอบคุณสีออนแล้วยิ้มให้ปาดสายน้ำตาทิ้ง เชิญแขกผู้มาเยือนกลางดึกดื่มน้ำมะตูม
“เจ้ามีบุญคุณต่อเอื้อยหลาย เฮ็ดให้เอื้อยมีลมหายใจต่อไปได้อีก เดินลัดมาไกล เจ้าคงสิเมื่อยล้า กินน้ำหมากตูมหอมนี่ให้มีแฮงซื่นใจเถิด”
“ขอบพระทัยเพคะ”
หูกคำรินน้ำต้มมะตูมหอมใส่ถ้วย ยื่นให้เจ้าหญิงสีออนดื่มตอบแทนน้ำใจ
“น้ำหมากตูมนี้ช่างหอมหวานชื่นใจยิ่งนัก รสชาติน้ำหมากตูมถ้วยนี้ ข้าเจ้าจะจำไว้บ่อมีวันลืม หากแม้นมีโอกาส ข้าเจ้าจะขอต้มน้ำมะตูมหอมถวายอัญญาเอื้อยนะเพคะ”
สีออนชื่นชอบรสชาติน้ำมะตูมหอมหวานมาแต่ชาติปางนี้

สอางนอนกุมหัวร้องโอดโอยท่าทีทรมานอยู่บนเตียงในห้องนอน นางงอ เสา สีแหล่วิ่งวุ่นเข้ามาดูอย่างตกใจ
“สอาง”
“กูปวดหัว จนหัวกบาลฮ้อนปานไฟ โอ๊ย...”
นางงอ เสา สีแหล่ตกใจทำอะไรไม่ถูก รีบพยุงสอางลุกขึ้นนั่ง แล้วหาน้ำท่าให้กิน
“โอ๊ย” สอางยังร้องโอดโอยครวญครางไม่หยุด
“เป็นหยังถึงปวดหัวได้ เจ้าบ่อสำบายหรือสอาง”
นางงอจะแตะหน้าผากดูอาการ แต่สอางปัดมือทิ้ง แถมตวาดใส่
“กูบ่อได้อยากฟังมึงไล่หาเหตุว่ากูเป็นหยัง พวกมึงไปเอิ้นยาพ่อกูมา ให้เอายามารักษากูไวๆ ไป”
“พ่อแพทย์กับญาแม่บ่ออยู่จ้ะ ไปเบิ่งไทบ้านขนข้าวไปถวายวังอินทนิล จัดงานบุญครบฮ้อยมื่อแม่เจ้าสุรคต แล้วก็คงสิเข้าวังไปพบพ่อเจ้า”
สอางทนทรมาน “แล้วอีสะออนล่ะ มันไปตายทางได๋ ไปเอิ้นมันมา”
“แม่สะออนก็บ่ออยู่จ้ะ ออกไปเบิ่งคนไข้ที่ท้ายบ้านกับบักโซ่ทอง” สีแหล่บอก
“อ๊าย...มันสิแล่นไปเบิ่งคนอื่นเฮ็ดหยัง เอื้อยมันปวดกบาลทรมานสิตายโหงแล้ว”
สอางร้องกรี๊ดขัดใจ ร้องบ่นบ้าคร่ำครวญ อาการปวดหัวรุนแรงมากขึ้น
“โอ๊ย พ่อแม่พี่น้องกูแต่ละคน มัวแต่สาละวนไปเสือกกะโหลกเรื่องไทบ้านกันเหมิดปละปล่อยให้กูตายคาเฮือนอยู่ผู้เดียว ฮึ้ย มันเวรกรรมหยังของอีสอาง ถึงได้เกิดมาบ่อมีไผหัวซาอย่างนี่โว้ย... โอ๊ย…” (หัวซา (คุณศัพท์) = สนใจ, ใยดี)
สอางดีดดิ้น ตีโพยตีพาย นางงอสงสาร รวบตัวไว้ พูดร้อนรน
“สอาง...เจ้าต้องบ่อเป็นหยัง เดี๋ยวข้อยหายาให้ อดทนจักหน่อยก่อนหนา”
สอางร้องคร่ำครวญ ดิ้นไปมาในอ้อมกอดนางงอ เสากับสีแหล่ช่วยกันลูบเนื้อลูบตัวปลอบ

ในอดีตชาติ ที่โรงทอเวียงนาคคำ ศรีสะอาดกับมหาเทวีเข้ามาในโรงทอผ้า พร้อมกับนางข้าหลวง
ศรีสะอาดสั่งข้าหลวง “พวกมึงค้นเบิ่ง ว่ามันเก็บผ้าไว้ไส”
พวกนางข้าหลวงรับคำ ระดมกันค้นหา เปิดดูหีบต่างๆ ภายในโรงทอ รื้อค้นผ้าออกมา มหาเทวีรับผ้าจากนางข้าหลวงที่รื้อค้นขึ้นมาดูอย่างพอใจ อดชื่นชมไม่ได้
“หลายปีมานี่ ฝีมือทอผ้าของอีหูกคำมันประณีตขึ้นหลาย เฮ็ดให้เส้นไหมธรรมดากลายเป็นของมีราคาได้ สมพอล่ะ สมเด็จพระเจ้าล้านซ้างเวียงจันทน์จึงพอพระทัย”
“ฝีมือมันสูง แต่วาสนามันต่ำ บ่อมีวันเทียมข้าน้อยได้ดอก” ศรีสะอาดรับผ้ามาส่งต่อให้นางข้าหลวง “พวกสู ขนออกไปให้เหมิด ส่วนอีที่เหลือ จงเร่งมือค้นอีก กูแน่ใจว่ามันยังมีเสี่ยงซ่อนอยู่อีกหลายผืน กูสิยึดเอาไปถวายสาธุบาทเจ้าให้เหมิด”
นางข้าหลวงลงมือค้นต่อทันที แม่ไอ่ถือกระจาดหม่อนเดินเข้ามาจากด้านในโรงทอเห็นเข้า
“หยุดเดี๋ยวนี่หนา พวกมึงสิเฮ็ดหยัง” แม่ไอ่ชะงักเมื่อเห็นศรีสะอาดกับมหาเทวีอยู่ด้วย รีบทรุดกายลง “อัญญานางศรีสะอาด อัญญานางมหาเทวี”
“ลูกกูสิเอาผ้าซิ่นผ้าแพรไปถวายสาธุบาทเจ้ารามังกูร มหาอุปฮาตแห่งสมเด็จพระเจ้าล้านซ้างเวียงจันทน์”
แม่ไอ่อ้ำอึ้ง ไม่กล้าปฏิเสธเต็มปาก
“ต…แต่ผ้าทั้งเหมิดนี่เป็นของอัญญานางหูกคำเด๊ะเพคะ”
ศรีสะอาดตวาด “แล้วสิเป็นหยัง อีหูกคำมันก็ทอผ้าซิ่นผ้าแพรพวกนี่ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องราชซะบรรณาการอยู่แล้วบ่อแม่นหรือ”
“แม่นแล้ว ข้าน้อยทอผ้าขึ้นมาถวายเป็นเครื่องราชซะบรรณาการสมเด็จพระเจ้าล้านซ้างเวียงจันทน์”
หูกคำเดินเข้ามาทางประตูโรงทอ ศรีสะอาดกับมหาเทวีหันไปมอง
“แต่ปีนี่ ข้าน้อยสิเป็นผู้เอาไปถวายเอง บ่อได้ยกให้ผู้ใด๋สวมฮอยไปแทน”
ศรีสะอาดหน้าเผือด รู้ว่าหูกคำว่ากระทบตน มหาเทวีเสียงดังขึ้นด้วยความโมโห
“อีจองหอง ไผสิให้มึงไป วาสนาส่ำมึง มันต่ำเตี้ยเกินกว่าสิเอาขึ้นเสลี่ยงไปออกหน้าให้อัปยศอดสูแก่เวียงคำนาค สาธุบาทเจ้ามหาอุปฮาตบ่อโปรดมึงดอก ตักน้ำใส่กะโหลกซะโงกเบิ่งเงาโตเองเถาะ ลูกกูทอนั่นที่สิมีสิทธิ์ไป”
หูกคำเชิดหน้าทะนงในศักดิ์ศรี “ถ้าอย่างนั่น ก็เซิญอัญญาเอื้อยกับอัญญาแม่ เสด็จไปเวียงจันทน์แต่เพียงโตเปล่าเถิดเพคะ อย่ามาปล้นเอาผ้าของข้าน้อยไป”
หูกคำกระชากผ้าจากมือของศรีสะอาดเต็มแรง ศรีสะอาดตั้งตัวไม่ทัน ตกใจ
หูกคำสั่งข้าหลวงตัวเองว่า “พวกเจ้าไปเอาผ้าข้อยคืนมา”
นางข้าหลวงของหูกคำขยับเข้าไปจะชิงผ้า ศรีสะอาดตวาดลั่น สั่งคนของตัวเอง
“พวกมึง อย่าให้มัน ไผเอาให้มัน กูสิสั่งฟันกบาล”
หูกคำโกรธ ตรงเข้าไปดึงผ้าอีกพับจากมือมหาเทวีอย่างไม่เกรงใจ
“อีหูกคำ อีลูกงูเห่างูจงอาง มึงกล้าลองดีกับกูซั่นบ้อ”
มหาเทวีโมโห แย่งผ้าคืน แต่หูกคำกอดไว้แน่นไม่ยอมให้ พวกนางข้าหลวงเห็นเข้าก็ตรงเข้าแย่งผ้าจากคนของศรีสะอาด เกิดการชุลมุนตบตีกันวุ่นวาย
ศรีสะอาดโมโห ตะโกนลั่น “ทหาร ไผอยู่ข้างนอก มาซอยกูแหน่”
พวกทหารด้านนอก 4-5 คนกรูกันเข้ามาในโรงทอทันที หูกคำ แม่ไอ่ นางข้าหลวงตกใจ
ศรีสะอาดประกาศก้อง “จับพวกมันทุกคน”
“อย่าเข้ามา อย่าเฮ็ดคนของข้อย”
ทหารตรงเข้าจับกุมหูกคำกับพวก หูกคำดิ้นรนขัดขืน แต่มือไม่ยอมปล่อยผ้าในมือ
“อย่า... อย่าเอาผ้าข้อยไป ข้อยบ่อให้”
“มึงหวงคักแม่นบ่อ” ศรีสะอาดจ้องหน้าหูคำประกาศกร้าว “ยึดเอาผ้ามันมาให้เหมิด”
“อย่า...”
หูกคำกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บใจ ขณะที่ทหารแย่งผ้าออกมาจากมือหูกคำและพวกไปจนหมด

หูกคำกับนางไอ่วิ่งตามออกมาที่หน้าโรงทอแล้วต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นศรีสะอาดกับพวกยืนอยู่หน้าโรงทอ
“มึงบ่ออยากให้กูยาดแย่งผ้าของมึงไป กูก็สิบ่อเอาไป แต่มึงจงเบิ่งผ้าที่มึงฮักสุดหัวใจกลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อตาซะ อีหูกคำ”
ศรีสะอาดอยืนอยู่หน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน มีผ้าซิ่นของหูกคำกองอยู่ข้าง
หูกคำหน้าเสีย ใจหายใจคว่ำ ร้องห้าม “อย่า...”
ศรีสะอาดไม่สน หันไปพยักหน้าให้ทหารกันไว้ แล้วหยิบผ้าไหมโยนใส่กองไฟทันที หูกคำใจจะขาดรอนๆ กรีดร้องลั่น จะถลาเข้าไป แต่แม่ไอ่กอดไว้
เปลวไฟลุกโชนกลืนผืนผ้าที่ทหารค่อยๆ โยนใส่ โดยมีศรีสะอาด มหาเทวีและเหล่านางข้าหลวงยืนมองอย่างสะใจ
หูกคำดิ้นอย่างคนบ้าคลั่งจะเข้าไปดึงผ้าออกมาจากเปลวเพลิง แต่แม่ไอ่กอดร้องไห้ไว้แน่นไม่ปล่อย ปากพร่ำปลอบ
“อย่าเพคะ อัญญานางอย่าเอาซีวิตไปเสี่ยงเพื่อผ้าเลยเพคะ ปล่อยมันไหม้ไป ผ้าพวกนี่ ถ้าบ่อตาย ก็บ่อเกินปัญญาที่พวกเฮาสิต่ำขึ้นใหม่ดอกเพคะ”
หูกคำทรุดลงกับพื้น น้ำตานองหน้าอย่างยอมจำนน มหาเทวีหัวเราะเยาะอย่างสะใจ
“เอาเลย อีหูกคำ ถ้ามึงหวงคักหวงแหน่ ก็ลุยไฟเข้ามาเอาผ้าของมึงเลย”
“เป็นหยังพวกท่านจึงเฮ็ดกับข้าน้อยอย่างนี่” หูกคำอัดอั้น ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ก็เพื่อเตือนให้มึงเจียมกะลาหัวไว้ ว่ามึงอยู่ใต้ตีนพวกกู ตั้งแต่มื่อแรกที่มึงเกิดมาใซ้เวรแล้ว อีลูกนอกไส้ และมึงก็สิต้องอยู่ในสภาพนี่ตลอดไป”
พูดจบมหาเทวีก็สะบัดหน้ากลับไป พร้อมกับศรีสะอาด ทิ้งกองไฟที่กำลังลุกไหม้ไว้เบื้องหลัง
หูกคำสะอึกสะอื้นด้วยความคับแค้น ตะโกนไล่หลังไป
“ข้อยยอมอยู่ใต้ตีนพวกท่านต่อไปอีกบ่อโดนดอก คอยเบิ่งเอา ให้ถึงมื่อของข้อยบ้าง ข้อยสิสู้เอาสิทธิ์ของข้อยกลับคืนมา”
มหาเทวีชะงักกึก เหลียวขวับมาจ้องหน้าหูกคำราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่พอเจอสายตาแข็งกร้าวไม่ยอมของหูกคำ แล้วเริ่มหวั่นใจประหลาด

ไม่นานต่อมา ศรีสะอาดนั่งพักผ่อนสบายใจอยู่ที่คุ้มหลวง ให้นางข้าหลวงบีบนวดคลายเมื่อย
“อีหูกคำมันสิเอาปัญญาไสมาสู้เพคะ อัญญาแม่ อย่าได้กังวลไปเลย มีแค่มันโตคนเดียวกับอีแม่เฒ่าไอ่ ส่วนอีข้าหลวงพวกนั่นก็โง่คืองัวคือควาย”
มหาเทวีใช้ความคิดหนัก “แต่เฮาก็บ่อควรประมาท อย่าลืมว่ามันกุมความจริงอยู่ในมือ หากมันเปิดเผยความจริงต่อสาธุบาทเจ้าว่ามันเป็นผู้ต่ำผ้าซิ่นทั้งเหมิด บ่อแม่นเจ้า สมเด็จพระเจ้าล้านช้างเวียงจันทน์ต้องบ่อพอพระทัยแน่ แล้วเฮาสิเดือดฮ้อนกันทั้งโคตร”
ศรีสะอาดชะงัก เริ่มกลัวขึ้นมาเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั่นก็ต้องให้อัญญาอ้ายยอยศมันขึ้นเป็นเมียอีกคนเพคะ มันสิได้หุบปาก ที่อีหูกคำมันแค้น บ่อแม่นหยังดอก ก็แค่อยากมีผัวจนตัวสั่นเท่านั่นล่ะเพคะ”
เจ้าราชบุตรที่นั่งอยู่ด้วยลุกขึ้นโวยวาย
“แล้วมันเรื่องหยัง กรรมถึงต้องมาตกที่อ้าย อย่างมันเป็นได้แค่ขี้ข้าตักน้ำล้างตีนให้อ้ายก็ถือว่าบุญสูงแล้ว ถามมันเบิ่ง ว่ามันสิยอมบ่อ”
เจ้าราชบุตรหัวเราะเยาะ ศรีสะอาดมองค้อน แล้วหัวเราะตาม แต่มหาเทวีกลับหน้าเครียดกังวลไม่คลาย
“บ่อต้องเดือดฮ้อนไปฮอดศรีโซ่ทองดอก เดี๋ยวสิเคียดขม เคืองไปฮอดสีออน เมียของเจ้า แม่สิหาวิธีเมี้ยนคอมันเอง” (เมี้ยน (คุณศัพท์) = จัดการ กำจัด)

หลายวันต่อมา
ถึงวันที่ศรีสะอาด และมหาเทวีอ่อนคำจะออกเดินทางไปยังนครเวียงจันทน์ เห็นอัญญาหลวง และราชบุตรออกมาส่ง และร่ำลากัน
ขบวนเสด็จของมหาเทวีและศรีสะอาดเคลื่อนตัวออกจากเมือง ผ่านป่าดงพงไพร ทุกที่ที่ขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านไป เหมือนกับว่ากำลังถูกจับตามองจากคนกลุ่มหนึ่งอยู่ทุกจุด
ศรีสะอาดและมหาเทวีนั่งอยู่ในเสลี่ยง ชมนกชมไม้มาตามทางอย่างมีความสุข แต่ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ขบวนเสด็จก็หยุดกึก มีกลุ่มโจรในชุดโม่งดำ ปรากฏตัวออกมาปิดล้อมขบวนเสด็จไว้ หัวหน้าโจรตะโกนก้อง
“ฆ่ามัน”
พวกโจรโม่งดำ เฮโลเข้าใส่ขบวนเสด็จ ต่อสู้กับทหารองรักษ์ในขบวน พวกนางกำนัลกรีดร้อง วิ่งเข้ามาที่เสลี่ยงของศรีสะอาดกับมหาเทวี ทั้งสองตื่นตระหนกตกใจ อกสั่นขวัญแขวน
“เกิดหยังขึ้น”
เสียงนางกำนัลตระโกนบอก “ฟ่าวหนีไวๆ เพคะ พวกเฮาถืกโจรเถื่อนซุ่มโจมตี”
เหล่านางกำนัลตรงเข้ามาจะพาทั้งสองหนี แต่ถูกโจงโม่งดำตามมาฟันฉับเข้าที่หลัง ล้มลงขาดใจตายต่อหน้า
ศรีสะอาดร้องกรี๊ดๆ ตกใจสุดขีด ตรงเข้ากอดกับแม่แน่น โจรโม่งเข้ามากระชากตัวทั้งสองจับแยกออกจากกัน
“อย่า อย่าเฮ็ดกู ปล่อยกู อัญญาแม่เพคะ”
ศรีสะอาดดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ถูกทหารคุมตัวพาไปทางหนึ่ง แยกกับมหาเทวีที่ถูกพาตัวไปอีกทาง

ขณะที่หูกคำนั่งทอผ้าอยู่ในโรงทอ โดยมีแม่ไอ่และนางข้าหลวงทำงานอยู่ใกล้ๆ จู่ๆ ทหารก็บุกเข้ามา
“อัญญาหลวงพุทธางกูรมีพระราชซะโองการให้จับกุมโตอัญญานางหูกคำเดี๋ยวนี่”
หูกคำตกใจ ลุกขึ้น แม่ไอ่ นางข้าหลวง ตกใจกันทั้งแถบ
“จับกุมข้อย โทษฐานหยัง”
“โทษฐานวางแผนลอบปลงพระซนม์อัญญานางคำอ่อนมหาเทวีกับอัญญานางศรีสะอาด”
หูกคำตกใจกว่าเดิม แม่ไอ่ นางข้าหลวงช็อกไปตามๆ กัน
“อัญเซิญพานโซ่ทองคำ” หัวหน้าทหารประกาศก้อง
ทหารตรงเข้ามา ช่วยกันหยิบโซ่ทองคำบนพานมาคล้อยมือจับกุมหูกคำทันที

ที่โถงใหญ่วังอินทนิล พ่อแพทย์พุทไธ ญาแม่คำอ่อน แม่ครูคำอุ่น พร้อม สะอาด นั่งคุยกับพ่อเจ้า และข้าหลวงส่วนตัวของพ่อเจ้า
“ที่ข้อยเชิญทุกท่านมาในมื่อนี้ ก็ย่อนต้องการสิเว้าจาเรื่องของข้อยกับแม่สะอาด ตามความประสงค์ของแม่บัว”
พ่อเจ้าพูดไม่เต็มปากเต็มคำนัก เพราะลึกๆ ก็ลำบากใจไม่น้อย ชำเลืองมองสะอาดเห็นฝ่ายนั้นก้มหน้านิ่ง ท่าทีประหม่าอยู่อย่างนั้น
ข้าหลวงรู้ว่าพ่อเจ้ากระดากใจที่จะพูด เลยเอ่ยปากแทน
“พ่อเจ้ากับข้อยเห็นว่าอีกบ่อโดน ก็สิเข้าสู่เดือนสาม อันเป็นเดือนฟ้าไขประตูฝน เหมาะแก่การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ก็สมควรแก่เวลาที่สิเฮ็ดความประสงค์ของแม่เจ้าปทุมรัตน์ที่ได้ฮับปากไว้ให้ลุล่วงในซ่วงบุญเบิกฟ้า พวกท่านคึดเห็นว่าจั่งได๋”
ญาแม่เหลือบมองพ่อแพทย์ยิ้มนิดๆ พอใจที่ทุกอย่างใกล้จะสมดังหวัง ก่อนจะปล่อยให้แม่ครูเจรจา
“พวกเฮาบ่อขัดขีนดอกจ้ะ เดือนสาม ออกใหม่สามค่ำ เป็นยอดแห่งฤกษ์งามยามดีเป็นศรีมงคล” แม่ครูหันมาทางสะอาด “เจ้าว่าจั่งใด๋ สะอาด”
สะอาดตอบเสียงอ่อย “ข้าน้อย...สุดแท้แต่ผู้ใหญ่สิเห็นดีเห็นงามจ้ะ แม่ป้า”
“ถ้าอย่างนั่น ก็เป็นอันว่า เดือนสาม ออกใหม่สามค่ำ เนาะพ่อแพทย์ แม่คำอ่อน”
แม่ครูหันไปถามความเห็นทั้งสอง จู่ๆ สะอาดก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เอ่ยขึ้น
“แต่ข้าน้อยขออย่างเดียวจ้ะ ข้าน้อยบ่ออยากให้มีพิธีรีตองเอิกเกริก ขอพิธีอภิเษกสมพงศ์จัดขึ้นตามสมมาพาควร แค่เป็นการภายใน ได้หรือบ่อ”
“เป็นหยังล่ะสะอาด” พ่อเจ้ามองฉงน
“ถึงแม้ว่าแม่เจ้าสิสุรคตไปหลายเดือนแล้ว แต่ข้าน้อยก็ยังบ่ออยากสิเข้าไปแทนที่เพิ่น ข้าน้อยอยากให้ยอยศเพิ่นเป็นแม่เจ้าในดวงใจของไทเมืองอีสานบุรีทุกคนต่อไปเจ้าค่ะ”
ทุกคนอึ้งกับความต้องการของสะอาด ญาแม่มีสีหน้ากังวลขึ้นมา พยายามพูดกล่อม
“สะอาด มันสิดีบ่อลูก ตำแหน่งแม่เจ้าสำคัญหลาย แต่งพิธีแบบเงียบๆ งำๆ ก็เป็นการบ่อคำนึงถึงเกียรติพ่อเจ้า”
“บ่อต้องห่วงข้อยดอก ข้อยพร้อมเฮ็ดตามความประสงค์ของสะอาด ย่อนสะอาดมีบุญคุณต่อข้อย ต่อแม่บัว ที่บ่อสำบายใจก็มีเพียงแต่ หากจัดอภิเษกสมพงศ์โดยบ่อเปิดเผย ก็อาจสิบ่อสมเกียรติพ่อแพทย์กับญาแม่คำอ่อนผู้เป็นพ่อดองแม่ดอง”
ญาแม่คำอ่อนพูดไม่ออกเมื่อพ่อเจ้าโยนมาให้ฝ่ายตัวเองตัดสินใจ แต่จะพูดออกนอกหน้าไปก็ดูไม่งาม ได้แต่มองพ่อแพทย์อย่างอึดอัด พ่อแพทย์รู้ทัน ส่งสายตามองปรามๆ เมีย
“ตามใจลูกสา แม่คำอ่อน”
ญาแม่คำอ่อนขัดใจ ค้อนนิดๆ เสียดายที่อดจัดงานแต่งงานเอิกเกริกเชิดหน้าชูตาอย่างที่วาดหวัง

งานศพแม่เจ้าปทุมรัตน์ผ่านไปแล้ว วันนี้สะอาดนั่งอยู่ตรงหน้าตั่งที่วางโถอัฐิของแม่เจ้า ก้มลงกราบ
เสียงพ่อเจ้าดังขึ้น “แม่บัวคงไม่มีอะไรต้องห่วงกังวลแล้วล่ะ”
สะอาดสะดุ้งหันไปมอง เห็นพ่อเจ้าเดินเข้ามาทรุดลงนั่งข้างๆ พูดกับอัฐิแม่เจ้า
“ความประสงค์ของแม่บัวบรรลุทุกอย่างแล้วนะ สายวารีกลับพระนครไปร่ำเรียนตามที่แม่บัวปรารถนา ศรีธาราก็ไปอยู่ดูแลน้อง ช่วยงานหม่อมน้าที่กระทรวงนครบาล เหลือฉันตัวคนเดียวก็จริง แต่อีกไม่นาน สะอาดก็จะมาอยู่ที่นี่”
พ่อเจ้าสบตากับสะอาด อีกฝ่ายสะเทิ้นกับสายตานั้น พึมพำ
“ข้าน้อย...จะมารับใช้พ่อเจ้า อย่างที่ให้คำมั่นสัญญาไว้กับแม่เจ้าเจ้าค่ะ”
พ่อเจ้ามองสะอาดอย่างเข้าใจ “บ่อต้องย่านไปดอก สะอาด ว่าข้อยสิบังคับน้ำใจเจ้าให้เฮ็ดในสิ่งที่เจ้าบ่อเต็มใจ แม่บัวเองก็คงเข้าใจดีว่ามันยังเร็วเกินไป”
สะอาดอึ้งมองพ่อเจ้าอย่างประหลาดใจ พ่อเจ้ามองตอบอย่างปรานี
“เฮาสิเข้าพิธีอภิเษกสมพงศ์กันแต่เพียงในนามเท่านั่น เพื่อความสำบายใจของเจ้า”

ที่สวนสวยภายในวัง ญาแม่นั่งคุยกับแม่ครู ท่าทางไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจเรื่องที่สะอาดขอเอาเลย
“แม่คำอ่อนสิขุ่นข้องหมองใจกับการตัดสินใจของสะอาดมันเฮ็ดหยัง งานแต่งของตัวเองหรือก็บ่อแม่น”
“ก็ย่อนว่าเป็นงานแต่งของลูกข้าน้อยนั่นล่ะ ใจข้าน้อยถึงอยากสิให้มันสมหน้าสมตา ซุ่มแต่งกันงุบๆ งิบๆ เดี๋ยวไทบ้านก็สิได้เว้าพื้นนินทาเอา”
“คนมันอยากสิเว้า บ่อว่าเฮาสิเฮ็ดจั่งได๋ มันก็เอาไปเว้าอยู่ดี เบิ่งอย่างงานสอางนั่นก็แต่งใหญ่โตออกหน้าออกตาบ่อแม่นรึ แล้วเป็นจั่งได๋ พอเลิกกัน ก็บ่อพ้นเป็นขี้ปากไทบ้าน”
“ก็เพราะเพพินาศจากสอางมาคนนึงแล้วนี่ล่ะ ยาเอื้อย ข้าน้อยก็อยากสิแก้หน้า ที่งานของสะอาด เฮ่อ... แต่ลูกมันก็ดันมาหน้าบางเสียก่อน”
“เอาน่า... แม่คำอ่อน จั่งได๋เสีย ลูกมันก็ต้องได้ถืกยอยศขึ้นเป็นแม่เจ้าสะอาดสมใจผู้เป็นแม่ สิต้องผ่านพิธีรีตองหรือบ่อ ก็ให้เพิ่นเลือกเฮ็ดเอาที่เต็มใจสา เจ้าเป็นผู้ใหญ่ ออกนอกหน้าหลาย แม่นี่ล่ะ สิเสียหาย”
ญาแม่เถียงไม่ออก ได้แต่ถอนใจ ขัดอกขัดใจที่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวัง

ที่เรือนพุทไธเทพวันเดียวกัน สอางกินยาที่นางงอต้มให้ไปได้ไม่กี่อึกก็พ่นพรวด
“อีงอ ยาหยังของมึง รสซาติปานน้ำล้างตีน”
“ยาแก้ปวดหัวนี่ล่ะ ข้อยผสมว่านยาหลายอย่าง มันสิได้ออกฤทธิ์ให้เจ้าสำบายโตไวๆ”
“แล้วมึงฮู้เรื่องว่านยาดีคักซั่นบ่อ เอาผสมกันทั่วทีปทั่วแดนให้กูกิน แล้วเกิดเบื่อตายขึ้นมา มึงสิปลุกผีกูขึ้นมาได้บ่อ”
“โธ่ สอาง ข้อยเป็นคนบดกล้วยเลี้ยงเจ้ามาแต่น้อย ข้อยนี่หรือสิฆ่าเจ้า”
“มึงบ่อฆ่ากูดอก แต่ว่านยาที่มึงสุ่มเดาปรุงนี่ล่ะ สิฆ่ากูสิบหายตายโหงคึดม่วนหยังถึงมาปรุงยา พ่อมึงเป็นหมอยาคือพ่อกูซั่นบ่อ ถึงได้อวดสะหลาดคัก”
นางงออึ้งพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกความจริง สีแหล่มองนางงออย่างจับสังเกต
“ข้าน้อยก็สงสัยคือกันจ้ะ แต่ถามแม่งอแล้วว่าฮู้เรื่องยามาจากไส เพิ่นก็บ่อบอก”
นางงอหันไปทำตาเขียวใส่สีแหล่ให้หยุดพูด แต่ก็ยังปิดปากเงียบ สอางยิ่งไม่ไว้ใจ ปาถ้วยยาทิ้ง
“บ่อเอา กูบ่อกินแล้ว กูบ่ออยากตายห่าตายโหง”
“สอาง... เซื่อใจข้อยแหน่ กินยาสาเถาะ”
นางงอจะเข้าไปจับเนื้อตัวแตะหน้าผาก นางเสาวิ่งขึ้นมาบนเรือนพอดี
“แม่สะออนกลับมาแล้วจ้ะ”

สะออนพัดไฟเผากิ่งไม้รมยาให้นกแก้วมึนเมา ขณะที่โซ่ทองเตรียมยาทำแผลบาดเจ็บให้นก ทั้งสองหันไปคุยกับเสาและสีแหล่ที่ขึ้นมารายงาน
“ยาเอื้อยสอางบ่อสำบายหรือ เป็นหยัง”
“ปวดหัวตั้งแต่เพลแล้วจ้ะ เฮ็ดจั่งได๋ก็บ่อเซาปวด แม่งอปรุงยาให้กินก็บ่อยอมกิน” เสาบอก
สะออนถอนใจ “ยาเอื้อยสอาง เหมิดมื่อเหมิดเว็น หลังแทบบ่อพ้นที่นอน คนนอนหลายๆ ก็ปวดหัวมัวเกล้าอย่างนี่ล่ะ”
“สะออน คนป่วยคนไข้ เว้าจาซ้ำตื่ม บ่อแม่นวิสัยที่ดีของหมอเลยหนา” โซ่ทองติง
“ข้อยบ่อได้ซ้ำตื่ม แค่บอกให้เอื้อยเสาฮู้ไว้ว่าอย่าปล่อยให้ยาเอื้อยเอาแต่นอน บ่อเซ่นนั่น ก็สิมีอาการอย่างนี่เรื่อยๆ”
สะออนเห็นโซ่ทองทำหน้าไม่ชอบใจ ก็มองค้อน แล้วหันไปมองเสากับสีแหล่
“เอื้อยเสาบอกให้ยาเอื้อยรอก่อนจักคราว ข้อยสิเอายาไปให้”
เสารับคำแล้วรีบลงจากเรือนไป โซ่ทองนิ่งคิดบางอย่าง

สะออนนั่งอยู่ที่ปลายเตียงพี่สาว รินยาใส่ถ้วยให้ ขณะที่สอางเอนหลังมองอย่างวางฟอร์ม
“คึดว่าสิบ่อมีไผสนใจใยดีกูซะแล้ว”
“โธ่ เฮาเป็นเอื้อยน้องกัน เป็นหยังสิบ่อห่วงบ่อสนใจ ข้าน้อยรักษาคนอื่นได้ ก็ต้องรักษายาเอื้อยได้” สะออนจับเนื้อตัว แตะหน้าผากตรวจดูอาการ “กายยาเอื้อยก็บ่อได้ฮ้อนฮุ่ม บ่อน่าสิมีไข้ แสดงว่าถ้าบ่อนอนหลายไป ก็คึดกังวลหยังหลายเกินไป มีหยังในใจหรือบ่อ ยาเอื้อย”
สอางอึ้งๆ มองสะออนอย่างประเมินว่ามาไม้ไหน แต่ก็ยอมเปิดปากเล่า
“กูฝันบ่อดี”
“ฝันเรื่องหยังหรือ ยาเอื้อย”
“เรื่องยาเอื้อยสะอาดกับพ่อเจ้า กูฝันว่าเพิ่นสองคนสิได้แต่งดองกัน”
สะออนอึ้งๆ แล้วยิ้มออกมา
“มันก็เป็นเรื่องดีเรื่องมงคล บ่อแม่นหรือ พวกเฮาก็ฮู้อยู่แล้วว่ายาเอื้อยสะอาดฮับปากกับแม่เจ้าปทุมรัตน์เอาไว้ มันเป็นฝันบ่อดีตรงใด๋”
สอางอัดอั้น เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองอิจฉา แต่พูดออกมาไม่ได้ ยิ่งเห็นสะออนเห็นดีเห็นงามก็ยิ่งหงุดหงิด โวยวายเอ็ดตะโรขึ้นมา
“เว้าไปมึงก็บ่อเข้าใจดอกอีสะออน มึงมันโง่ ปึกหนาสาโหด มึงมันก็คือกันกับญาแม่ เห็นดีเห็นงามจัดแจงให้ยาเอื้อยไปยาดแย่งผัวคนอื่น
“นี่ล่ะ ข้าน้อยว่ายาเอื้อยคึดแนวนี่หลายเกินไป ถึงได้ปวดหัวมัวเกล้า กินยาดีกว่าเนาะ ประสาทสิได้คลาย แล้วก็คึดเรื่องอื่นที่มันเบาใจ ส่วนเรื่องของยาเอื้อยสะอาด ก็ปล่อยให้เพิ่นตัดสินใจเอง ซีวิตของเพิ่น เซื่อข้าน้อยเด๊อ”
สะออนปะเหลาะป้อนยาให้สอาง ยิ้มแย้มเอาใจ สอางยอมกินยา แต่ยังไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เพราะไม่มีใครรู้จิตรู้ใจของตัวเอง

สะออนลงจากเรือนใหญ่มาในตอนเย็น เห็นโซ่ทองมาลับๆ ล่อๆ อยู่ที่ใต้ถุน
“สอางเป็นจั่งได๋แหน่”
“ถ้าใจฮ้อนอยากฮู้หลาย เป็นหยังบ่อขึ้นไปจอบฟังเทิงเฮือนเลยล่ะอ้าย” สะออนมองค้อน “เพิ่นบ่อเป็นหยังแล้ว กินยาแล้วก็ดีขึ้น”
“เจ้าแน่ใจบ่อว่าเพิ่นบ่อได้จับไข้ ลองตรวจเบิ่งถ้วนถี่แล้วบ่อ สะออน”
“นี่เอื้อยข้อยทั้งคนเด๊ะ ข้อยสิตรวจมักง่ายได้หรือ อ้ายโซ่ทองนิ่”
สะออนมองค้อน โซ่ทองหน้าเจื่อนลง
“ก็อ้ายเป็นห่วง ถ้ายาที่ต้มไปบ่อได้ผล สิหลอยต้มไปให้ใหม่”
เสียงสอางดังเข้ามา “กูคึดแล้วบ่อมีผิด ว่ามึงสิต้องสาระแน บักโซ่ทอง บักซาติอีกา”
โซ่ทองเงยหน้าขึ้นไปมองบนระเบียงเรือนโดยไม่ทันระวัง สอางเทยาต้มร้อนๆ ราดใส่ทันที
“โอ๊ย”
น้ำยาร้อนๆ โดนหน้าตาเนื้อตัวโซ่ทอง จนเขาต้องรีบกระโดดหนี สะออนตกใจพอๆ กับโมโห
“ยาเอื้อย เฮ็ดหยังนิ่”
“มึงก็อีกคน อีสะออน อีน้องควายทรพี มึงบ่อได้ฮักได้ห่วงใยกูอย่างที่ปากเว้า แล้วยังแต้มแก่ เฮ็ดโตเป็นแม่สื่อให้บักขี้ข้านี่ สมควรที่สิถืกน้ำฮ้อนลวกทั้งคู่”
สอางสาดยาร้อนๆ ที่เหลือในกาใส่ โซ่ทองรีบดึงสะออนหลบ
“สอาง อย่า”
พ่อแพทย์ ญาแม่ และสะอาด เดินเข้ามาเห็นพอดี
“นี่มันอีหยังกัน”
สะออนฟ้องทันที “ญาพ่อ เบิ่งเอาโลด อ้ายโซ่ทองอุตส่าห์ต้มยาให้กิน แต่ญาเอื้อยกลับเอาน้ำฮ้อนมาลวกเพิ่น”
พ่อแพทย์ ญาแม่ และสะอาดมองอย่างตกใจ โซ่ทองใช้ผ้าขาวม้าเช็ดหน้าตาเนื้อตัว ข่มความเจ็บแสบ
“ข้าน้อยบ่อเป็นหยังดอกจ้ะ พ่อแพทย์”
“ก็มึงมันหนังหนาหน้าด้าน ถึงได้มาวนมาเวียนกูบ่อฮู้จักเลิก บักขี้ข้า” สอางแว้ดขึ้นอีก
พ่อแพทย์สุดทน ตวาดลั่น “สอาง หุบปาก”
“บ่อหุบ เป็นย่อนญาพ่อญาแม่นั่นล่ะ ให้ท้ายมัน บักซาติกานี่มันถึงยังได้ใจ คึดหวังสิป่ายปีนมาเอาข้าน้อย” สอางชี้หน้าด่าโซ่ทอง “ให้มึงจำจนกระดูกมึงเข้าหม้อ บักโซ่ทอง ต่อให้กูเจ็บปางตาย กูก็ยอมตาย ดีกว่าได้เพิ่งพามึง อย่ามาเผยอเป็นอีกาในฝูงหงส์”
สอางโยนกาน้ำใส่ยาลงมาใส่พื้นต่อหน้าทุกคน แล้วกลับเข้าห้องไป

ไม่นานต่อมา นางงอนั่งอยู่ต่อหน้า พ่อแพทย์พุทไธ ญาแม่คำอ่อน สะออนและสะอาด นางงอกำลังออกตัวปกป้องสอาง ที่ไม่ยอมโผล่หน้าออกมาจากห้อง
“สอางเพิ่นปวดหัว ก็เลยอารมณ์บ่อดี สะออนเองก็บ่อน่าลนหาเรื่องให้เพิ่นอาละวาดเลย”
สะอาดตำหนิ “แต่สอางบ่อควรเฮ็ดแบบนี่หนาแม่งอ อีกจักหน่อย เป็นหยังขึ้นมา ไผสิอยากมาเบิ่งผีเบิ่งไข้”
“มันเป็นย่อนมึงคนเดียวแท้ๆ อีงอ เสี้ยมกะลาหัวลูกกูจนมันเสียผู้เสียคน” ญาแม่ด่า
นางงอหน้าตึงย้อนกลับ “แล้วเจ้าล่ะ สั่งสอนสะออนจั่งได๋ ถึงได้มักยั่วโมโหโกรธา ก็ฮู้อยู่แก่ใจว่าสอางซังบักโซ่ทองหลายกว่าขี้กว่าไส้”
“ข้อยก็บ่อเข้าใจว่าสอางมันเป็นหยัง ถึงได้จงเกลียดจงซังบักโซ่ทองหลายปานนี่ มันไปเฮ็ดหยังให้” พ่อแพทย์ถาม
“อย่ามาถามข้อย คนเฮาอยู่ดีๆ สิถืกซังได้จั่งได๋ มันต้องออกลายซั่วทรามบ้างล่ะ มันบ่อได้ดีไปเหมิดดอก ก็คือกันกับคนบางคน เบิ่งทรงคือสิดี แต่แท้จริง มันซั่วทรามกว่าผีนรก”
นางงอปรายตามองญาแม่อย่างมีความหมาย ญาแม่ร้อนตัว ทนไม่ไหว ลุกขึ้น
“เอาล่ะ ฟังแล้วสิเป็นบ้าป่วง บ่อวายพ่อแพทย์ต้องได้ฝนว่านยามาปิ้นปัวประสาทข้อย ปล่อยควายมันย่างไปตามทางควายเถาะ บอกสอนบ่อเอาความ คนพวกนี่ ถ้าเว้าภาษาคนฮู้เรื่อง ป่านนี้ มันฮู้เรื่องไปโดนแล้ว”
ญาแม่ปะทะสายตากับนางงอจังๆ นางงอขึงตาจ้องสู้
“สะออน ซ่อยแม่แต่งพาข้าวไปยามบักโซ่ทอง หายาไปทาแผลให้มันนำ”
ญาแม่ลุกขึ้นเดินออกไป โดยมีสะออนเก้ๆ กังๆ ลุกตามไป

โซ่ทองนั่งอยู่หน้าเรือน ถอดเสื้อผึ่งแผลที่โดนน้ำร้อนลวก โชคดีที่ไม่ได้เป็นแผลหนัก แค่แสบผิวหนังเป็นรอยแดงๆ
“ญาแม่ย่านว่าอ้ายสิเผลอกินของผิดกระบูน เดี๋ยวแผลสิพุพอง ก็เลยให้ข้อยแต่งพาข้าวมาให้จ้ะ”
“ฝากขอบใจญาแม่แหน่เด๊อ สะออน”
นางสายมองดูกับข้าวกับปลาที่สะออนยกเอามาให้ด้วยความซึ้งน้ำใจ แล้วยกเข้าเรือนไป
สะออนหันมามองโซ่ทองอย่างสงสาร แล้วหยิบยามาช่วยทาให้
“ข้อยขอสมมาเด้ออ้าย ที่เฮ็ดให้อ้ายต้องเจ็บเนื้อเจ็บโต”
“บ่อแม่นความผิดของเจ้าดอก อ้ายผิดเองที่ส่อหล่อแส่แหล่ไปดักรอเจ้าใต้ล่างเฮือน บ่อฮู้ว่าสอางเพิ่นจอบฟังอยู่ เจ้าอุตส่าห์ซ่อยปิดให้อ้ายแล้วแท้ๆ”
“แล้วทีนี่ อ้ายสิเข็ดบ่อ”
“บ่อเข็ดดอก คนเป็นหมอ ฮู้ว่าไผเจ็บไข้ได้ป่วย สินิ่งเสยได้จั่งได๋ ถ้าอ้ายมีโอกาสได้เบิ่งแยงดูแลสอาง อ้ายก็ต้องเฮ็ดอีก เพิ่นเป็นเอื้อยของเจ้า เป็นลูกสาวของพ่อแพทย์ผู้มีบุญมีคุณต่ออ้าย จั่งได๋อ้ายก็คงต้องฮับใซ้ด้วยความภักดีไปตลอดซีวิตนั่นล่ะ”
สะออนสีหน้าซึมลงอย่างเข้าใจ ไม่ทำกระเง้ากระงอดเหมือนเคย
“ก็คือกันกับไทบ้านที่เฮาไปยามมื่อนี่ ถึงเขาสิมีท่าทีแปลกๆ หรือฮ้ายด่าเฮาปานใด๋ แต่ตราบใดที่คนเจ็บไข้ยังต้องการว่านยารักษา อ้ายก็คงสิใจดำบ่อลงดอก”
“ถึงสุดท้ายแล้ว แม้คนสิบ่อต้องการว่านยาเฮา บ่อให้เฮารักษา แต่สัตว์สาราสิ่งอย่างนกอีแก้วที่เจ็บซมซาน ก็ยังต้องการให้อ้ายกับข้อยซ่อยกันดูแลอยู่”
สะออนยิ้มให้ช่วยทายาต่อ โซ่ทองมองสะออนยิ้มเอ็นดู
“ข้อยขอโตไปเก็บกระด้งตากแว่นหมากตูมแห้งก่อน เดี๋ยวน้ำหมอกน้ำค้างสิลง”
สะออนเดินออกไป โซ่ทองยิ้ม มองตาม สะออนหันหน้ากลับมามอง ยิ้มอาย แล้วเดินออกไป

สมิงพันดงนั่งสมาธิอยู่ในห้องส่วนตัวบนเรือน เป็นห้องที่แยกไว้สำหรับทำพิธีในที่ลับ เช่น ลงนะหน้าทอง หงส์ร่อนมังกรรำ หรืออื่นๆ ไม่ใช่ห้องที่อยู่นอกชานเรือน สักครู่จอมอาคมก็ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลูกน้องเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับถือขันที่มีเงินใส่เต็มจนพูนขันเข้ามา
“มื่อนี่มีคนมารอพ่อครูหลายกว่าทุกมื่อเลยจ้ะ”
สมิงพันดงยิ้มพอใจ “แสดงว่าข่าวที่ปล่อยออกไป เริ่มสิได้ผลแล้ว”
“แม่นแล้วจ้ะ คนของข้อยแอบไปสืบตามหมู่บ้านที่บักหมอโซ่ทองแวะไปรักษาบ่อยๆ มันบอกว่าไทบ้านบ่อยอมฮับว่านยาจากสำนักพ่อแพทย์พุทไธแล้ว บางคนถึงกับดึกข้าวดึกของไล่ บ่อให้ขึ้นเหยียบเฮือนซาน”
สมิงพันดงหัวเราะสะใจ
“สาแก่ใจกูคัก ซื่อเสียงของบักเฒ่าพุทไธมันคงสิยิ่งมัวหมองลงไปเรื่อยๆ มันเฮ็ดโตของมันเองแท้ๆ แล้วนี่ ถ้ามื่อใด๋ลูกสาวของมันขึ้นเป็นแม่เจ้าองค์ใหม่ของอีสานบุรีแล้วล่ะก็ คนสิยิ่งส่าลือว่ากูเว้าแม่น บักเฒ่าพุทไธมันเอาวิซาแพทย์ไปเฮ็ดแนวซั่วทราม เพื่อให้ลูกโตเองได้ดี ซื่อเสียงของกูมีแต่สิฮุ่งขึ้น ส่วนมันก็มีแต่สิดับลง”
สมิงพันดงยิ้มอย่างลำพองใจ

สะอาดกับญาแม่กำลังช่วยกันพับผ้า ตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับย้ายไปอยู่วังอินทนิล
“หา ว่าจั่งได๋เกาะ ญาแม่ก็ต้องย้ายตามยาเอื้อยไปอยู่ที่วังซั่นบ่อ”
“แค่คราวเดียวดอกลูก พ่อเจ้าอยากให้แม่ไปอยู่เป็นหมู่เอื้อย เพิ่นสิได้บ่อเหงา” ญาแม่บอก
สะออนแต่ข้าน้อยคงสิเหงาหลาย บ่อมีทั้งญาแม่ ทั้งยาเอื้อยสะอาด เหลือแต่ยาเอื้อยสอาง นี่ก็ยังบ่อฮู้ว่า ผีปอบสิมาเข้า ผีเป้าสิมาสิงตอนใด๋
“ถ้าอย่างนั่น เจ้าไปอยู่นำกันกับเอื้อยบ่อล่ะ”
“เออ แม่นแล้ว สะออน เจ้าไปแทนแม่ก็ได้ เจ้าศรีธาราเพิ่นคงสิดีใจ ถ้าฮู้ว่าเจ้าไปอยู่เป็นหมู่เอื้อย เพิ่นกำลังสิกลับคืนมาจากสยามแล้ว อีกสองสามมื่อนี่”
สะออนได้ยินก็หน้าเจื่อน รีบบ่ายเบี่ยงทันที
“บ่อได้ดอกจ้ะ ข้าน้อยต้องอยู่ซ่อยงานยาพ่อกับอ้ายโซ่ทอง ถ้าข้าน้อยไป แล้วไผสิซ่อยเพิ่นปิ้นปัวรักษาคนเจ็บไข้ล่ะจ๊ะ”
“สำคัญคักหลายน้อ แม่หมอสะออนเอ๊ย”
ญาแม่กับสะอาดหัวเราะเอ็นดูสะออน
“แล้วฤกษ์แต่งดองของยาเอื้อย กำหนดไว้มื่อใด๋จ๊ะ มีหยังให้ข้าน้อยซ่อยบ่อ”

สอางกระแทกหวีที่สางผมอยู่ลงโครม หลังฟังนางงอเล่าเรื่องงานอภิเษกสมพงศ์สะอาดกับพ่อเจ้าจบ
“ฮึ ยาเอื้อยนั่นบ่อ อยากสิจัดงานน้อยๆ บ่อเซิญแขกเซิญคน เว้าให้กูงึดหลาย”
“สงสัยว่าคงสิละอายต่อบาป กระดูกแม่เจ้ายังบ่อทันสิเย็น ก็เข้าพิธีอภิเษก เอาผัวเพิ่นมาเป็นผัวโตเสียแล้ว”
“เฮอะ ใจว่าอยาก แต่ปากว่าบ่อ น่าสมเพช กูบ่อไปดอก งานกระจอกงอกง่อย กูบ่อลุกขึ้นแต่งโตให้เสียเวลาดอก”
“สอาง เจ้าบ่ออยากไปพบพระขัตติยะรามังกูรซั่นบ้อ”
“พบแล้วกูสิได้หยัง จั่งได๋พ่อเจ้าเพิ่นก็เลือกยาเอื้อย บ่อแม่นกู ปล่อยให้ยาเอื้อยสะอาดได้ดีมีสุขไปก่อนเถาะ อีกบ่อโดนสิต้องถึงคราวกูเหยียบหัวเพิ่นกลับคืนบ้าง”
สอางพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดขัดใจ

เมื่อในอดีตชาติ หูกคำถูกจำตรวนพร้อมกับนางไอ่และข้าหลวง คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอัญญาหลวงและคนอื่นๆ
“อีหูกคำ ไผเป็นคนฮ่วมมือกับมึงให้คิดการซั่วทราม ซ่องสุมกำลังไปซุ่มโจมตีขบวนเสด็จของมหาเทวีคำอ่อนกับศรีสะอาดกลางทางเสด็จไปเวียงจันทน์ บอกกูมา”
หูกคำตกใจกลัวจนตัวสั่น “ข้าน้อยสิเอาปัญญาไสมาคึดเพคะ อัญญาพ่อ ข้าน้อยบ่อฮู้เรื่อง ข้าน้อยถืกใส่ร้าย”
มหาเทวีสวนออกมาด้วยสีหน้าโกรธแค้น “อย่ามาแถลงแปลงลิ้น มึงคึดปองร้ายกูกับศรีสะอาด ย่อนว่าแค้นที่กูบ่อให้ส่งมึงไปถวายโตให้สาธุบาทเจ้ารามังกูร คำอาฆาตที่มึงขู่กูกับลูกไว้ มีพยานได้ยินอยู่หลวงหลาย”
“แต่ข้าน้อยบ่อเคยวางแผนปองร้ายไผ ข้าน้อยบ่อได้มีจิตใจซั่วทรามปานนั่น”
หูกคำตะโกน แล้วร้องไห้ออกมาขวัญเสีย
แม่ไอ่เสริมว่า “เป็นความจริงเพคะอัญญาหลวง อัญญานางหูกคำกับข้าน้อย เหมิดมื่อเหมิดเว็น ยุ่งยากอยู่แต่เวียกงานต่ำผ้า สิเอาเวลาใด๋ไปซ่องสุมโจรมาฆ่าตีอัญญานางมหาเทวีกับอัญญานางศรีสะอาดได้ล่ะเพคะ”
ศรีสะอาดไม่ฟัง “ก็ฮ่วมมือกับบักท้าวเพียคำจัน ซู้ฮักซู้สวาทของมึงนั่นเด อีหูกคำ มันถืกถอดยศปลดจากโฮงหลวง มันอาจสิแค้นขมใจ ไปเข้ากับมหาโจรต่างเมืองมาฆ่าล้างแค้นกูกับอัญญาแม่ให้มึงก็ได้”
“บ่อแม่นความจริง ข้อยกับท้าวเพียคำจันบ่อได้เกี่ยวข้องกัน อัญญาพ่อเพคะ ได้โปรดเวทนาข้าน้อยเถิด ข้าน้อยบ่อฮู้บ่อเห็นเลย ว่ามันเกิดเหตุหยังขึ้น ข้าน้อยบ่อได้เฮ็ดเพคะ”
หูกคำคุกเข่าพนมมือไหว้อ้อนวอนแล้วก้มลงกราบ ร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง
“ถ้ามึงบ่อได้เฮ็ด แล้วไผล่ะเฮ็ด” ราชบุตรหันไปไหว้อัญญาหลวง “อัญญาพ่อพระเจ้าค่ะ ลูกยืนยันได้ว่า มีกลุ่มโจรโม่งดำ บุกเข้าโจมตีขบวนเสด็จ สังหารทหารคุ้มกันและนางข้าหลวงไปหลวงหลาย บ่อแม่นเรื่องสับส่อตอแหลพระเจ้าค่ะ”
หูกคำฟังแล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างเหลืออด เพราะรู้ตัวว่าไม่มีใครปกป้องเลย อัญญาหลวงนิ่งอึ้งหนักใจ เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นลูกเหมือนกัน ศรีสะอาดประเมินเห็นท่าไม่ดี ทรุดตัวลงอ้อนวอนพ่อ ร้องไห้ให้ดูน่าสงสาร
“อีหูกคำมันเคียดแค้นลูก มันอยากเอาลูกถึงตาย ลูกขอไหว้วอนอัญญาพ่อได้โปรดไต่สวนเรื่องนี่ให้เห็นแจ้ง บ่อเซ่นนั่น ซีวิตลูกสิต้องอยู่ในมือพญามัจจุราชเพคะ”
อัญญาหลวงยิ่งหนักใจกว่าเดิม มองลูกทั้งสองที่ร้องไห้แข่งกันอย่างลำบากใจ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเด็ดขาด
“อัญญาพ่อ ได้โปรดเวทนาเถิดเพคะ เหล่าข้าน้อยทั้งเหมิดเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่าใส่กรรมหมู่เฮาเลยเพคะ อัญญาพ่อ”
หูกคำร้องไห้คร่ำครวญในขณะที่พวกทหารเข้ามาคุมตัว แม่ไอ่และนางข้าหลวงอื่นๆ ทรุดลงไปตามๆ กัน ทั้งหมดน้ำตากลบหน้า หมดเรื่ยวแรงจะขัดขืน

ทั้งหูกคำ แม่ไอ่ และนางข้าหลวงโรงทอหลายคนถูกล่ามตรวนแห่ประจานรอบเมืองมาถึงลานประหาร
แม่ไอ่และนางข้าหลวงอีกคนถูกพามาที่หลักประหาร เพชฌฆาตร่ายรำทำพิธีขึ้นดาบ นางข้าหลวงถูกฟันคอขาดกระเด็นในฉับเดียว
หูกคำมองจ้องทุกคนด้วยความอาฆาต ศรีสะอาดมองอย่างสะใจ
สุดท้ายหูกคำพึมพำคำสาปแช่งออกมา ก่อนจะถูกฟันคอขาดกระเด็น เลือดสีแดงฉานไหลลงอ่างที่รองไว้ด้านล่างจนเต็ม

ที่วังอินทนิล สะอาดสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย กรีดร้องขึ้นมาเบาๆ อย่างคนขวัญเสีย ญาแม่ที่นอนอยู่ข้างๆ ลุกตื่นตาม
“สะอาด เป็นหยังไปลูก”
สะอาดหน้าซีด “ข้าน้อย...ข้าน้อยฝันร้ายจ้ะญาแม่”
“ฝันเห็นหยัง เป็นหยังถึงฮ้องออกมาน่าขนพองสยองเกล้าอย่างนั่น”
สะอาดรำลึกภาพในความฝันยิ่งตัวสั่น
“ข้าน้อยฝัน...ฝันเห็นคนถืกฟันคอขาดจ้ะ เลือดไหลลงใส่อ่างดินจนแดงไปเหมิดเลย คน...คนในฝันนั่น มี...สอาง...กับแม่สายจ้ะ”
ญาแม่อึ้งไป สะอาดน้ำตาไหลร้องไห้ออกมาอย่างขวัญเสีย ญาแม่สงสารดึงร่าลูกมากอดปลอบ
“โถลูก เจ้าเก็บมาคึดกังวลหลายเกินไปแล้ว เจ้าน้อยใจที่สอางเพิ่นบ่อยอมมาฮ่วม งานแม่นบ่อ อย่าคึดหยังหลายเลยลูก มื่อนี่เป็นมื่อสันวันดีของเจ้า เฮ็ดใจให้สำบายเด๊อลูก”
ญาแม่ลูบหัวปลอบสะอาดที่ยังตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขน

วันเวลาล่วงเลยผันผ่านไปอย่างไม่หวนกลับ ทุกชีวิตดำเนินไปตามบุญกรรมใครมัน
สะอาดเข้าพิธีอภิเษกกับพ่อเจ้าที่วังอินทนิลอย่างเรียบง่าย มีพิธีผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณี มีการแสดงร่ายรำเฉลิมฉลองของนางรำตามบทเพลง “บายศรีสู่ขวัญ” โดยมีแม่ครูคำอุ่นเป็นต้นเสียงร้องเพลง
พ่อแพทย์ ญาแม่ สะออน และศรีธารา ร่วมอยู่ในงานมงคลนี้ ด้วยสีหน้าปลาบปลื้มดีใจ รูปแม่เจ้าปทุมรัตน์ที่ประดับอยู่ตรงผนังในห้องยิ้มอ่อนโยน ราวกับร่วมรับรู้การอภิเษกในครั้งนี้โดยยินดี
สอางยังคงฝันร้ายถึงเหตุการณ์โดนกระทำเมื่ออดีตชาติ นอนทุรนทุรายอยู่บนเตียง สอางฝันเห็นตัวเองในชุดนักโทษ ถูกคุมตัวมาที่ลานประหาร เพื่อประหารชีวิต
ด้านสะอาดกับพ่อเจ้าเริ่มออกงานด้วยกันในฐานะพ่อเจ้าแม่เจ้าเมืองอีสานบุรี โดยได้พากันมาร่วมงานบุญเบิกฟ้า นำข้าวเปลือกหลายเกวียนมาถวายทานที่วัดแคนหลวง เพื่อให้วัดนำไปใส่ยุ้งข้าวไว้แจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ และได้ร่วมทำบุญกรวดน้ำร่วมกันอุทิศให้แม่เจ้าปทุมรัตน์อีกด้วย
ส่วนพ่อแพทย์ เตรียมหยูกยาสมุนไพรไว้รักษาคนไข้ แต่ต้องประหลาดใจเมื่อมองดูเรือนแพทย์มีแต่ความเงียบเหงา ไม่มีคนไข้มาให้รักษาคับคั่งเหมือนเคย นานๆ เข้าสีหน้าของพ่อแพทย์เริ่มกังวล
ส่วนโซ่ทองลงมือเหลาไม้ไผ่ สานเป็นกรงนก แล้วขึ้นโครงทำกรงให้นกแก้วอย่างขะมักเขม้น

เช้าวันนี้สะออนหิ้วกรงเล็กๆ เก่าๆ ที่ใส่นกอีแก้วมาที่กรงนกของโซ่ทองที่ประกอบเสร็จ
“อีแก้ว เห็นบ่อ นี่อีหยัง”
สะออนพลิกกรงนกกรงใหม่ฝีมือของโซ่ทองอวด
“นี่ล่ะ บ้านใหม่ของเจ้า อ้ายโซ่ทองเพิ่นเฮ็ดให้”
“เจ้ามักบ่ออีแก้ว”
โซ่ทองก้มลงคุยกับนกแก้ว มันพูดเลียนเสียงตาม
“เจ้ามักบ่ออีแก้ว”
สะออนกับโซ่ทองหัวเราะชอบใจ
“บ๊ะ เดี๋ยวนี่ อีแก้วมันเว้าสอนความคนได้เร็วแท้ เฮาเว้าเทือเดียวก็สอนความตามเฮาได้แล้ว” (สอนความ = พูดเลียนแบบ พูดตาม)
“ใด๋ ลองเว้าอีกดู๊ อีแก้ว ถ้ามักบ้านใหม่ บอกอ้ายโซ่ทองแหน่ว่า ขอบใจเด้ออ้าย”
“ขอบใจเด้ออ้าย” นกแก้วพูดตาม
โซ่ทองหัวเราะชอบใจ เปิดกรงจับนกแก้วออกมาอย่างทนุถนอม ขณะที่สะออนเปิดกรงใหม่
“ถ้ามัก ก็อยู่นำกันไปโดนๆ เด้ออีแก้ว ข้อยกับสะออนสิเลี้ยงเจ้าอย่างดีเลย”
“ขอบใจเด้ออ้าย” นกแก้วพูดตาม
โซ่ทองหัวเราะขำ “ขอบใจเอื้อยนำเด๊อ…”
นกพูดตามอีก “ขอบใจเอื้อยนำเด๊อ…”
โซ่ทองกับสะออนหัวเราะเอ็นดูนกแก้ว ไม่ได้สังเกตว่ามีใครบางคนเดินเข้ามา
“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ น่าสนุกเชียว”
สะออนกับโซ่ทองชะงัก หันไปเห็นศรีธารายืนยิ้มแป้นอยู่

กรงนกแก้วถูกแขวนไว้บนเสาชานเรือน เรือนแพทย์ สะออนนั่งต้อนรับขับสู้ศรีธาราอยู่บนนั้น โซ่ทองเอาน้ำมาให้แล้วขยับเข้ามานั่งใกล้ชิด
“อ้ายโซ่ทอง อ้ายไม่ต้องนั่งห่างผมขนาดนั้นก็ได้”
“ไม่ได้ดอกจ้ะ ข้าน้อยเป็นแค่ข้ารับใช้ ไม่ใช่คนเสมอท่านเหมือนแต่ก่อน”
“ผมไม่เคยคิดว่าอ้ายเป็นคนอื่นเลย นอกจากพี่ชายที่ผมนับถือ”
โซ่ทองฟังแล้วซาบซึ้งใจ ยอมขยับเข้ามาใกล้อีกนิด แต่ก็ยังเว้นระยะอยู่
ศรีธาราหันมายิ้มกับสะออน สะออนยิ้มรับเจื่อนๆ แบบไม่รู้จะคุยอะไรดี ศรีธารามองกรงนก หาเรื่องคุย
“ผมไม่ยักรู้มาก่อน ว่าสะออนชอบเลี้ยงนก ไม่เช่นนั้น จะหานกสวยๆ จากพระนครเมืองสยามมาให้”
“ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจดอกเจ้าค่ะ เผอิญไปเห็นมันบาดเจ็บระหว่างทาง ข้าน้อยกับอ้ายโซ่ทองก็เลยเก็บมันมารักษา ไปๆ มาๆ อีแก้วมันก็ติดกรง ไม่ยอมหนีไปไหน เราก็เลยตัดสินใจว่าจะเลี้ยงเสียเลยเจ้าค่ะ”
“ชื่อแก้วด้วยเหรอครับ” ศรีธาราหัวเราะชอบใจ “แหม เหมือนผมไม่มีผิด ตอนนั้นสะออนกับอ้ายโซ่ทองก็ไปเห็นผมบาดเจ็บ แล้วก็พามาเลี้ยงที่นี่ ดีจังเลยครับ อีแก้วมันจะได้เป็นตัวแทนของบักแก้ว”
ศรีธาราพูดพลางมองสะออนอย่างมีความหมายลึกซึ้ง สะออนยิ่งอึดอัด
“เอ้อ เดี๋ยว...ข้าน้อยไปหาผลหมากรากไม้มาให้ท่านชายนะเจ้าคะ”
ศรีธาราจะห้าม แต่โซ่ทองพูดแทรกขึ้นมาอย่างรู้งาน
“เดี๋ยวอ้ายไปเอง”
“บ่อต้องดอกอ้าย ให้เป็นหน้าที่ข้อยเถาะ มื่อนี่ ยาพ่อกับญาแม่บ่ออยู่ เดี๋ยวเพิ่นสิหาว่าข้อยต้อนฮับแขกบ่อเป็น ขอตัวประเดี๋ยวนะเจ้าคะ ท่านชาย”
สะออนสบช่องถือโอกาสลุกลงจากเรือนไป เพราะไม่อยากอยู่กับศรีธารานาน ปล่อยให้ศรีธารานั่งเจื่อนกับโซ่ทอง

สะออนเข้ามาในครัว มองหาเพ็งกะเภาจนเห็นทั้งสองเดินมาเรียกด้วยท่าทีรีบร้อน
“แม่สะออน ข้อยกำลังตามหาเจ้าอยู่พอดีเลย” เพ็งมีสีหน้าตื่นเต้น
“มีหยังจ๊ะเอื้อย”
“เมื่อเซ้า พวกข้อยไปตลาด ได้ยินคนเว้ากันว่ามื่อนี่สิมีคนแต่งพิธีไล่ผีปอบ” เภาว่า
“ไล่ผีปอบ”
“แม่นแล้วจ้ะ เขาว่าผีปอบเข้าสิงแม่ใหญ่กลอย พี่น้องเพิ่นก็เลยพากันไปหาหมอผีมาไล่ปอบ” เพ็งเสริม
สะออนหูผึ่ง “แม่ใหญ่กลอย เดือนก่อน เพิ่นเพิ่งสิมาขอว่านยาที่บ้านเฮานิ่ แล้วหมู่บ้านเฮามีหมอผีซั่นบ่อ”
“มีจ้ะ เขาว่ามาจากทางเขมร ซื่อว่า พ่อครูสมิงพันดง ข้อยกับอีเพ็งว่าสิจอบไปเบิ่งจักหน่อย แม่สะออนสิไปนำกันบ่อ แต่อย่าบอกไผเด้อ” เภาชวน
สะออนสนใจมากขึ้น เมื่อได้ยินชื่อของสมิงพันดง

ด้านโซ่ทองนั่งเผชิญหน้ากับศรีธาราด้วยท่าทีอึดอัด วางตัวไม่ถูก
“เอ้อ ท่านชาย...สบายดีไหมจ๊ะ”
“ก็สบายดี แต่ถ้าเทียบกับตอนสมัยอยู่ที่นี่ ถึงจะไม่สบาย แต่ก็สนุกกว่า อ้ายโซ่ทองล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง แผลหายดีแล้วใช่ไหม”
“หายนานแล้วล่ะจ้ะ”
“ตอนนั้นผมมัวแต่ยุ่งกับงานศพท่านแม่ เลยไม่มีเวลามาเยี่ยมยามถามไถ่เลย ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ”
“ไม่เป็นไรดอกจ้ะ”
“นี่ผมก็เพิ่งกลับจากไปอยู่เป็นเพื่อนน้องสาวที่พระนครหลายเดือน ตอนนี้คงมีเวลาอยู่อีสานมากขึ้น คงจะแวะมาหาที่เรือนพุทไธเทพได้บ่อยๆ”
โซ่ทองฟังแล้วได้แต่ยิ้มรับ เพราะไม่รู้ว่าศรีธาราบอกทำไม
“ผมจะพูดอย่างไม่อ้อมค้อมล่ะนะ อ้ายคงจำได้ที่ผมเคยบอกอ้ายไว้ว่า ผมชอบสะออน”
โซ่ทองอึ้งนิ่งงันไป เมื่อศรีธาราจู่โจมเข้าตรงประเด็น

ขณะเดียวกันนางงอเดินเข้ามาในครัว เห็นเสากับสีแหล่ กำลังจัดพาข้าวด้วยอาการกระแทกกระทั้น เสียงข้าวของดังเคล้ง
“เอ้า มึงสองโต เบาๆ มือแหน่ ข้าวของแตกหัก เพพินาศสิบหายเหมิด”
“ซ่างหัวปอดแม่มันเถาะ แม่งอ ถ้าอีหยังเพพัง ข้อยก็สิส่อว่าเป็นฝีมืออีเพ็งอีเภา มันอยากโยนเวียกโยนงานมาให้พวกข้อยดีหลาย” เสาบอก
“เวียกงานหยัง แล้วนี่มึงสิแต่งพาข้าวไปให้ไผ”
“เจ้าศรีธาราจ้ะแม่งอ เพิ่นอยู่ที่เฮือนแพทย์พู่นน่ะ ส่วนอีสองโตนั่น พาแม่สะออนไปหาเที่ยวหาเล่นทางใด๋ก็บ่อฮู้” สีแหล่บอก
“เบิ่งเอาโลด สะดิ้งไปสะดิ้งมา ถิ่มแขกไว้ แม่งอต้องส่อพ่อแพทย์ให้เมี้ยนคอมันเด๊อ”
นางงอมีสีหน้าสนใจ เมื่อรู้ว่าศรีธารามา

ไม่นานต่อมา นางงอกุลีกุจอช่วยสอางแต่งตัวให้สวย เพื่อให้ออกไปรับแขก
“ฟ่าวไปเถาะ สอาง เวลานี่ เป็นโอกาสดีที่สุด”
“โอกาสดีหยังของมึง อีงอ”
“ก็เจ้าศรีธาราเพิ่นมารออยู่ที่เฮือนแพทย์ แต่สะออนหายไปไสแล้วก็บ่อฮู้ เจ้าฟ่าวไปต้อนฮับเอา เพิ่นสิได้เห็นน้ำใจ เผื่อว่าเพิ่นเปิดหน่ายเอือมระอานิสัยสะออนขึ้นมา ก็เป็นโอกาสงามของเจ้า”
สอางครุ่นคิด ยิ้มร้ายออกมา รีบแต่งเนื้อแต่งตัว

เพ็ง กะ เภา พาสะออนลัดเลาะมาถึงสำนักของสมิงพันดงท้ายหมู่บ้าน เห็นชาวบ้านนั่งกันสลอนเต็มชานเรือน สะออนพยายามแหวกผู้คนเข้าไปดูใกล้ๆ เพราะอยากเห็นหน้าสมิงพันดง
บนชานเรือนมีชาวบ้านล้อมอยู่รอบๆ หญิงชราผมเผ้ารุงรังที่นอนอยู่บนเสื่อ เนื้อตัวเปียกชุ่มเพราะถูกน้ำทั้งตัว ร้องครวญครางเพราะความหนาวเหน็บ
“สิบอกกูได้หรือยัง ว่ามึงมาจากไส อีปอบเฒ่า”
เสียงยายกลอยร้องครวญคราง พนมมือหนาวสั่นแต่ไม่ยอมบอก
“มึงสิบอกหรือบ่อบอก บ่อบอกแม่นบ่อ เอาน้ำมา”
สมิงพันดงเรียกหาน้ำจากลูกศิษย์ ลูกศิษย์เอาน้ำถังใหญ่สาดโครมลงบนตัวยายกลอยอีก
สามสาวดูอย่างตื่นเต้นโดยไม่มีใครสนใจ เพราะปะปนอยู่กับชาวบ้านไกลใกล้เต็มชานเรือน
“โอย... ข้อยย่านแล้ว อย่าเฮ็ดข้อยเลย”
“มึงบอกมาแม้ ว่าบักได๋อีได๋ส่งมึงมา บอกมา”
สมิงพันดงหันไปคว้าไม้แหลมเรียว หวดขวับๆ ลงบนตัวยายกลอย ทำเอายายกลอยสะดุ้งสุดตัวร้องวี้ดๆ กลุ่มคนดูหวาดเสียวไปตามๆ กัน
“บอกมา ไผเป็นนายมึง บักเฒ่าพุทไธแม่นบ่อ”
สะออนชะงักกึก ไม่พอใจ สมิงพันดงยังไม่รู้ตัว เพราะไม่รู้จักสะออน เอาไม้หวดยายกลอยคาดคั้นถาม
“บักเฒ่าพุทไธส่งมึงมาเข้าแม่ใหญ่กลอยแม่นบ่อ อีปอบ บอกกูมา”
ยายกลอยร้องโอดโอยๆ ดิ้นหนีไม้ที่หวดใส่ สมิงพันดงหวดซ้ำหันมาพูดกับพวกชาวบ้าน
“นี่ล่ะ ไผที่ไปฮับว่านยาจากบักเฒ่าพุทไธ จงเบิ่งไว้เป็นตัวอย่าง มันเป็นยาผี ยาสั่งตาย กินแล้วสิมีอันเป็นไป ถ้าโซคร้าย ก็สิบหายตายโหง เป็นผีคือแม่เจ้าปทุมรัตน์นั่นเด แม่นความกูบ่อ อีปอบ”
สมิงพันดงหวดร่างยายกลอยแล้วตะคอกถาม
ยายกลอยตอบเพราะเกิดอุปาทาน หวาดกลัว “แม... แม่นแล้วจ้ะ”
สมิงพันดงหันมาพูดกับชาวบ้านอีก
“บักเฒ่าแพทย์พุทไธมันวางยาฆ่าแม่เจ้าปทุมรัตน์ เพื่อสิยกลูกสาวมันให้เป็นเมียพระขัตติยะรามังกูร เห็นแล้วยัง ว่าแม่นความกูเว้าบ่อมีผิด พวกมึงทุกคนบ่อฮู้เท่าทันคนซั่วทรามอย่างมัน”
“บ่อแม่นความจริง เจ้ามันเว้าสับส่อตอแหล”
สะออนทนไม่ไหว ลุกขึ้นมากลางวง ท่ามกลางความตกใจของเพ็ง เภา สมิงพันดง ลูกน้อง และชาวบ้านชะงักมองสะออนเป็นตาเดียว
“ยาพ่อข้อยบ่อแม่นคนซั่ว ยาพ่อข้อยบ่อได้ฆ่าแม่เจ้าปทุมรัตน์ คนซั่วทรามคือเจ้านั่นล่ะ บักหมอลวงโลก บักสมิงพันดง บักคนซั่วทรามนามหมา”

สมิงชั่วจ้องหน้าสะออนอย่างโกรธแค้น

อ่านต่อตอนที่ 11


กำลังโหลดความคิดเห็น...