xs
xsm
sm
md
lg

ซิ่นลายหงส์ ตอนที่9 ยาแม่หมายมั่นให้สะออนแต่งกับศรีธารา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิ่นลายหงส์ ตอนที่9 ยาแม่หมายมั่นให้สะออนแต่งกับศรีธารา

บทประพันธ์ : ณไทย ภัทรกวีกานท์ บทโทรทัศน์ : ปริศนา / ณไทย ภัทรกวีกานท์

สอางนอนร้องไห้น้ำตาไหลอยู่บนเตียง สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย ฝันนั้นยังติดตาจนเกิดความโกรธแค้นชิงชังในตัวบักโซ่ทองเป็นทวีคูณ

“บักโซ่ทอง บักซาติอีกา กูขี้เดียดมึงปานใด๋ ก็ยังสาระแนมาเข้าฝันหลอกหลอนกูอยู่ หรือกูมันเป็นบ้าป่วงไปแล้ว ถึงได้ฝันอัปรีย์ว่าไปหลงฮัก หลงหวังดีกับคนอย่างมึง บักโซ่ทอง บักห่า กูซังมึง กูซังมึง”
ระหว่างนี้ มีเสียงโซ่ทองดังมาทางหน้าต่าง สอางลุกไปแอบดู มองลงไปข้างเรือนใหญ่
เห็นโซ่ทองถือกระบุงข้าวเปลือกเดินมาหานางสาย ตั้งใจจะเอาข้าวไปตำเพิ่ม นางสายถือกระด้งตากปลาแห้งจะเอาไปทำครัว
“เมื่อยก็พักก่อน ลูกเอ๊ย ข้าวสารที่ตำไว้แล้ว ก็ยังมีเหลืออยู่อีกหลวงหลาย”
“ข้อยสิตำข้าวไว้อีกสักสองสามกระบุงจ้ะอีแม่ เผื่อว่ามื่อใด๋ยากเวียกยากงานปิ้นปัวรักษาคนเจ็บคนไข้ ก็สิได้มีข้าวไว้นึ่งกิน”
“จ้ะลูก แม่สิปิ้งปลาแห้งไว้ให้เจ้ากินกับข้าวเหนียวนึ่งใหม่ฮ้อนๆ สิปิ้งเผื่อแม่สอางกับแม่สะออน แม่สอางเพิ่นมักกินปลาแห้งปิ้งกับตำหมากหุ่ง”
นางสายเดินไปยังโรงครัว โซ่ทองยิ้มมองตาม แล้วถือกระบุงข้าวเปลือกเดินผ่านเรือนใหญ่มาด้วยความขยัน
สอางเห็นหน้าโซ่ทองก็เกลียดชัง หมั่นไส้โดยไม่มีเหตุผล ฉวยได้ถ้วยกระเบื้องที่วางอยู่ตรงมุมห้อง ก็ขว้าง ลงไปเต็มแรงเฉียดหัวโซ่ทอง ตกแตกกระจาย สอางฉากหลบหนีจากหน้าต่างโดยไว
โซ่ทองตกใจ มองดูถ้วยที่แตกงงๆ ก่อนจะหันไปมองที่มา พบว่ามันคือห้องนอนสอาง
นางสายเดินไปไม่ไกลได้ยินเสียงของแตกก็ตกใจ วางกระด้งปลาแห้งไว้ รีบวิ่งมาดูลูกชาย
“โซ่ทอง เกิดอีหยังขึ้น ลูกเป็นหยังบ่อ”
โซ่ทองจ้องมองหน้าต่างห้องสอางอย่างน้อยใจที่สอางคิดร้ายกับตนโดยไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนตำข้าวไว้ให้คนในบ้านกิน รวมทั้งหล่อนด้วย
“ข้อยบ่อเป็นหยังดอกจ้ะ อีแม่ อีแม่อย่ามายืนแถวนี่ อย่าเดินกรายแถวนี่ เดี๋ยวคนบ้าห้าร้อยจำพวกมันสิเอาถ้วยดึกใส่หัวแตกเอา”
โซ่ทองวางกระบุงลง ตั้งใจจะเก็บเศษถ้วย แต่ในใจยังเจ็บปวดอยู่
“ลูกเอาข้าวไปตำสา เศษถ้วยนี่ แม่สิเก็บไปถิ่มเอง”
นางสายนั่งลงหยิบเศษถ้วยกระเบื้อง
“แม่ย่านว่าคนเทิงเฮือนสิลงมาเหยียบบาดตีนบาดขาเพิ่น”
ไม่ทันขาดคำ เศษกระเบื้องก็บาดมือนางสาย เลือดไหล
“อีแม่ อีแม่บ่อต้องเฮ็ด เห็นบ่อ บาดมือเลือดไหลเลยนั่นน่ะ”
โซ่ทองถอดผ้าขาวม้ามาซับเลือดแม่
สอางโผล่หน้ามาดู เห็นเลือดนางสายไหลซึม ก็อดสงสารไม่ได้ ด้วยความผูกพันชุบเลี้ยงดูแลกันมาแต่ชาติปางก่อน รำพึงรำพันอย่างรู้สึกผิด
“อีสาย กูบ่อได้ตั้งใจ แล้วมึงเป็นหยังต้องมาเลือดตกยางออกแทนมัน คนที่ควรสิเลือดตกยางออก คือบักโซ่ทองลูกมึง กูซังมัน บักห่าโซ่ทอง”

เมื่ออดีตกาล ตอนค่ำวันหนึ่ง อัญญานางหูกคำนั่งกอดเข่าเจ่าจุกน้ำตาไหลอยู่บนแท่นนอนในคุ้ม สักครู่หนึ่ง แม่ไอ่ก็ยกพาข้าวเข้ามาให้ในห้องนอน
“อัญญานางเพคะ เสวยข้าวน้ำซ่ามปลาก่อนเถิด ค่ำมืดปานนี่แล้ว อัญญานางยังบ่อยอมเสวยหยังเลย”
“ขอบใจหลาย แม่ไอ่ ข้อยกินหยังบ่อลงดอก มันขมทั้งใจ ขมทั้งคอ”
แม่ไอ่เข้ามานั่งข้างๆ จับเนื้อตัวด้วยความเมตตา
“ทูนหัวของข้าน้อย อัญญานางสิจ่อยแห้งเป็นกระดูกแล้วเด้เพคะ เสวยข้าวปลาให้ข้าน้อยมีแฮงใจแหน่”
หูกคำยิ้มเศร้าๆ มองดูแม่ไอ่ น้ำตาไหลอาบแก้ม
“แม่ไอ่ดีกับข้อยหลาย ประเสริฐเลิศล้นปานแม่บังเกิดเกล้า แม่ไอ่อย่าตายจากข้อยเด๊อ อย่าทอดถิ่มข้อยไปไส”
แม่ไอ่ถอนหายใจ สงสารหูกคำที่ผิดหวังจากความรักที่มีต่อราชบุตรพี่ชายต่างมารดา
“ข้าน้อยบ่อจากไปไสดอกเพคะ อัญญานางเสวยข้าวให้อิ่ม ข้าน้อยสิพาไปไหว้ขอพรองค์พระมหาพรหม ให้เพิ่นลิขิตซีวิตเฮาให้สุขสมหวัง”
นางไอ่ หูกคำ และชาวเวียงนาคคำเคารพนับถือพระพรหม จนนำมาสู่การทอซิ่นลายหงส์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นพาหนะของพระพรหมนั่นเอง
แม่ไอ่ปั้นข้าวเหนียวยื่นให้ หูกคำหยิบไปจิ้มลงในถ้วยป่นปลา หยิบผักลวกมากินเคียงกัน
ทันใดนั้นเอง อัญญานางศรีสะอาดก็พรวดพราดเข้ามาพร้อมกับพวกนางข้าหลวง
“อีหูกคำ”
“อัญญาเอื้อย” หูกคำตกใจ
“อัญญานางศรีสะอาด เป็นหยังจึงเสด็จบุกมาในยามมืดค่ำก่ำตาอย่างนี่เพคะ” แม่ไอ่ตำหนิ
ศรีสะอาดตวาดแว้ด “อีเฒ่า อาณาบริเวณนี่ มันเป็นเขตโฮงเฮือนหลวงของอัญญาพ่อกู กูสิไปไสมาไส สิเหยียบซายคาเฮือนไผ มันก็เป็นเรื่องของกู”
“อัญญาเอื้อยมีธุระหยังกับข้าน้อย”
“มึงมีผ้าซิ่นใหม่ๆ งามๆ บ่อ เห็นข้าหลวงบอกว่าปีนี่ มึงทอไว้หลาย มีแต่ลายจบๆ งามๆ เอามาให้กูใส่เล่นจักสิบผืนซาวผืนแหน่”
“มีเพคะ แต่บ่อพอสิบผืนซาวผืนดอก”
“มึงมีเท่าใด๋ ก็ส่งมาให้กูเท่านั่น”
แม่ไอ่หมั่นไส้ สอดขึ้นว่า “อย่างนี่เขาเอิ้นว่าปล้นกันเด้เพคะ อัญญานางศรีสะอาด”
ศรีสะอาดแหวใส่อีก “อีเฒ่า อีขี้ข้า มึงอย่ามาสอดปากสอดคำกับกู”
“ข้าน้อยทนเห็นอัญญานางหูกคำถืกเอาเปรียบบ่อได้”
“บ่อเป็นหยังดอก แม่ไอ่”
“ดี อีหูกคำ หมอบราบคาบแก้วอย่างนี่ล่ะ หัวสิได้ตั้งอยู่เทิงบ่าไปโดนๆ”
หูกคำรับเอาคำ เพราะไม่อยากมีเรื่อง
“แล้วมึงสินั่งง่อยอยู่เฮ็ดหยังล่ะ ไปหามาให้กูเดี๋ยวนี่”
“ข้าน้อยสิไปเอามาให้ อัญญาเอื้อยรอจักคราวก่อนเพคะ”
หูกคำเดินไปตรงมุมห้อง เปิดหีบไม้ใหญ่ซึ่งมีอยู่สี่ห้าใบ ศรีสะอาดเห็นก็รู้ว่าจริงๆ แล้วหูกคำมีผ้าอยู่มาก แม่ไอ่มองดูหูกคำ แล้วหันมามองดูหน้าศรีสะอาดอย่างรู้ทัน ศรีสะอาดขึงตาใส่ แม่ไอ่ไม่กลัวเพราะเป็นข้าหลวงเก่าแก่ของอัญญาหลวง
“ข้าน้อยให้อัญญาเอื้อยได้เท่านี่เพคะ ในห้าผืนนี่ ให้อัญญาเอื้อยเลือกเอาสามผืน”
“เป็นหยังกูต้องเลือก” ศรีสะอาดฉวยเอาไปทั้ง5 ผืน “กูสิเอาทั้งเหมิดนี่ล่ะ บักใด๋อีใด๋มันสิกล้าขัดขีน”
หูกคำพยายามข่มอารมณ์ “อัญญาเอื้อย”
“อัญญานางศรีสะอาด เป็นหยังเฮ็ดโตเป็นโจรเถื่อนอย่างนี่ล่ะเพคะ” แม่ไอ่ทนไม่ไหวจะดึงคืน
หูกคำร้องห้าม “แม่ไอ่ อย่าจ้ะ”
“อีเฒ่า มึงว่าไผเป็นโจรเถื่อน มึงอยากลองดีกับกูซั่นบ้อ อีขี้ข้า กูสิฟ้องอัญญาแม่ให้ฟันหัวกบาลมึงหลุดจากบ่า”
“อัญญาเอื้อย ข้าน้อยขอสมมา อัญญาเอื้อยอย่าได้หึงสาพยาบาทแม่ไอ่เลย อย่าได้มาดร้ายหมายขวัญลงโทษลงทัณฑ์เพิ่นเลย เพิ่นเป็นผู้เลี้ยงข้าน้อยมาแต่น้อย ได้โปรด อโหสิภัยเถิดเพคะ”
ศรีสะอาดโกรธที่แม่ไอ่นั่งเฉย “อีเฒ่า เป็นหยังมึงบ่อขอสมมากู”
“ข้าน้อยขอสมมาเพคะ อัญญานางศรีสะอาด” แม่ไอ่เห็นแก่หูกคำ กราบลงนิ่งๆ น้ำเสียงเรียบเย็น
“ดี อีพวกขี้ข้าโฮงต่ำผ้า กูได้ผ้าซิ่นแล้ว กูสิเมือเฮือน”
ศรีสะอาดหัวเราะเยาะเย้ย แล้วหอบผ้าซิ่นเดินออกไปกับพวกนางข้าหลวง แม่ไอ่เจ็บใจยกมือพนมสาปแช่งต่อองค์มหาพรหม
“องค์พระมหาพรหม ถ้าซาติหน้ามีจริง ขอให้เฮาได้ดักดานอยู่ในโฮงต่ำผ้านำกัน สิได้ฮู้ซึ้ง ว่าคนต่ำผ้านั่น มันลำบากตรากตรำปานใด๋”
หูกคำมองดูแม่ไอ่แล้วสงสารที่นางปกป้องทั้งที่อำนาจน้อย แม่ไอ่มองตามศรีสะอาดและแช่งส่ง

วันบุญข้าวสาก หรือบุญเดือนสิบ ศรีธารามาร่วมทำบุญที่วัดบ้านแคนหลวงพร้อมกับยาแม่และสะออน เวลานี้กำลังถวายเครื่องสังฆทานยาครูอยู่บนกุฏิ พลางก้มลงกราบ ยาครูมองศรีธาราอย่างเอ็นดู
“ไทบ้านแคนหลวงต่างก็ดีใจหลายที่ท่านซายมาฮ่วมงานบุญข้าวสากปีนี่”
“บุญออกพรรษาเดือนสิบเอ็ดนี้ ถ้ามีโอกาส ผมก็อยากจะมาทำบุญที่นี่ อยากจะทำสังฆทานถวายยาครูและพระรูปอื่นๆ”
“แค่ใจที่บริสุทธิ์ก็เป็นบุญแล้ว การปฏิบัติธรรมนั่นเป็นพุทธบูซา เป็นบุญกุศลสูงสุด ขอให้ท่านซายจงเจริญ ยอๆยิ่งๆขึ้นไป ฮ่ำเฮียนสูงๆ กลับมาพัฒนาอีสานบุรีให้เจริญฮุ่งเฮืองและสุขสงบ”
“ผมก็ตั้งใจไว้เช่นนั้นเหมือนกันครับ ยาครู”
“พ่อแพทย์กับแม่คำอ่อนมีคนสักการะนับถือหลาย หากท่านประสงค์สร้างแปลงสิ่งใด๋ ก็ไหว้วานเพิ่นได้ ไทบ้านไทเมืองสิได้ฮ่วมแฮงโฮมใจ ซ่อยกันให้ราบรื่น”
ศรีธาราหันไปทางสะออนกับยาแม่ยิ้มให้ ยาแม่รีบรับเอาคำ
“พวกเราเต็มใจช่วยเหลือท่านชายอยู่แล้ว มีสิ่งใดให้รับใช้ ขอให้บอกเถิดเจ้าค่ะ”
“ผมคงต้องได้รบกวนพ่อแพทย์กับยาแม่อีกหลายเรื่องแน่ๆ ครับ”
ยาครูยิ้มพึงพอใจกับท่าทางนอบน้อมถ่อมตนไม่ถือตัวของศรีธารา แล้วเหลือบมองสะออนที่เอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งอันผิดวิสัย
“สะออน เป็นหยังเจ้าจึงบ่อปากบ่อจา เจ้าบ่อได้เอาปากมานำหรือมื่อนี่”
สะออนสะดุ้ง ตอบเสียงอ่อย “บ่อมีหยังดอกเจ้าค่ะยาครู ข้าน้อยบ่อฮู้สิเว้าแนวใด๋ เรื่องสร้างบ้านแปลงเมือง เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เพิ่น ข้าน้อยบ่อฮู้จักนำดอกเจ้าค่ะ”
ยาครูขำ และอดหมั่นไส้ไม่ได้ “บ๊ะ เว้าปานว่าโตเองเป็นเด็กน้อยหัดเดิน เป็นสาวเป็นนางแล้วเด้เจ้าน่ะ”
สะออนทำหน้าม่อย ไม่กล้าเถียง ยาครูพูดต่อเสียงจริงจัง
“ดวงซะตาของเจ้า มันบ่อพ้นต้องได้มาฮ่วมแฮงโฮมใจสร้างบ้านแปลงเมืองดอก”
ยาแม่หูผึ่ง “หมายความว่าจั่งได๋หรือเจ้าคะ ยาครู”
“สะออนมันมีบุญผลา วาสนาสูง อนาคตสิได้เป็นคนสำคัญของเมืองอีสานบุรี ต้องเกี่ยวดองกับผู้ยิ่งใหญ่อีกหลวงหลาย”
ยาแม่หน้าบานในใจคิดเตลิดไปไกลว่ายาครูคงจะเห็นนิมิตว่าสะออนจะได้แต่งงานกับศรีธาราในอนาคต แต่สะออนรีบบอก
“ผู้ยิ่งใหญ่แนวใด๋หนอ ข้าน้อยบ่ออยากเป็น ข้าน้อยอยากเป็นนางสะออน คนธรรมดาอย่างทุกมื่อนี่ล่ะเจ้าค่ะ ยาครู”
“ดวงซะตาคนเฮานี่ มันขีนกันไม่ได้ดอก สะออนเอ้ย เจ้าคอยเบิ่งเอาเองเถาะ”
ยาครูพูดยิ้มๆ โดยไม่ได้ขยายความต่อว่า แท้จริงท่านมองเห็นอนาคตของสะออนกับโซ่ทองในฐานะแพทย์หลวงเจ้าเมืองอีสานบุรีต่างหาก

ทางฝ่ายสอางนอนคว่ำพักผ่อนสบายใจอยู่บนแคร่ ปล่อยให้เสากับสีแหล่ช่วยกันบีบนวดคลายเส้นและพัดวีคลายร้อน สายตามองออกไปที่ชายทุ่ง เห็นสะอาดเดินเข้ามา
“อีกจักหน่อยเด้อ หากแม่สะอาดได้เป็นซายาองค์ใหม่ของท่านเจ้าเมือง”
สอางขัดหู ยกเท้าถีบเปรี้ยง แต่เสาหลบทัน สอางผุดลุกขึ้นด้วยความหงุดหงิด
“มึงเฝ้าคอยอยากให้ยาเอื้อยขึ้นเป็นแม่เจ้าคักซั่นบ้อ อีเสา ถ้าอย่างนั่น มึงก็ตามไปเลียตีนเอื้อยกูที่วังพู่นเลย ไป อย่ามาวนเวียนใกล้ตีนกู”
เสารีบก้มลงกราบขอโทษ “ขอสมมาจ้ะ ข้าน้อยบ่อไปดอก ข้าน้อยสิขอฮับใซ้ จงฮักภักดีแต่แม่สอางผู้เดียวจ้ะ
สอางมองเสาอย่างหมั่นไส้ สะบัดหน้าหนี นางงอเดินเข้ามาพอดี สีหน้ายิ้มเย้ย
“อีเสามันคงเหมิดหวังที่สิได้เห็นแล้วล่ะ สอาง มื่อนี่ สะอาดเพิ่นกลับคืนมาเฮือนพร้อมกับพ่อแพทย์แล้ว”
สอางมีสีหน้าแปลกใจ

สะอาดเดินเข้ามาในโรงทอ หยิบจับข้าวของด้วยความคิดถึงเพราะห่างมือไปนาน มือลูบไล้หูกทอผ้า กระสวยด้าย มองไปรอบๆ แล้วน้ำตารื้นคลอ นางสายเดินถือกระบุงเส้นไหมเข้ามาเห็นร้องทักอย่างดีใจ
“แม่สะอาด”
“แม่สาย...” สะอาดยิ้มดีใจ
“เป็นจั่งได๋แหน่ ไปอยู่เวียงอยู่วัง สุขสำบายดีบ่อ” นางสายวางกระบุงเข้ามาจับเนื้อตัว กอดด้วยความคิดถึง
“ข้อยสุขสำบายดี แต่... ข้อยอยากคืนมาอยู่เฮือนเฮาหลายกว่า”
“อ้าว เป็นหยังล่ะ อยู่ในวังอินทนิล มีไผฮ้ายด่าเจ้าซั่นบ้อ”
“บ่อมีดอกจ้ะ มีแต่คนฮักคนหอมข้อย แต่หัวใจข้อย คึดฮอดแต่โฮงต่ำผ้า” สะอาดทอดสายตามองดูโรงทออย่างอาวรณ์ “ข้อยอยากกลับคืนมาอยู่ มาเก็บหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม เข็นฝ้าย ขึ้นหูกทอผ้ากับแม่สาย”
“อย่าฮำฮอนอาวรณ์หาเลยจ้ะแม่สะอาด งานต่ำผ้าต่ำแพรนี่มันเป็นงานของบ่าวไพร่เจ้าไปดีมีไซย สนุกสุขสำบายอยู่ในเวียงในวังแล้ว อยู่ทางนี่ เวียกงานทั้งหลาย ข้อยเฮ็ดเองได้”
สะอาดยิ้มเศร้า “ข้อยอยากทอผ้าอาบน้ำฝนใหม่ไว้ถวายพระสงฆ์องคเจ้ายามเข้าพรรษา”
“โธ่... สิใจฮ้อนไปไส เดี๋ยวแม่สะอาดก็ได้กลับคืนมาแล้ว เฮาค่อยเฮ็ดค่อยสร้าง”
“แล้วถ้าข้อยบ่อมีวาสนาได้กลับคืนมาอยู่นี่อีกแล้วล่ะ”
“หมายความว่าจั่งได๋ แม่สะอาด”
“บ่อมีหยังดอกจ้ะ แม่สาย แล้วนี่แม่สายสิเฮ็ดหยังต่อ”
“ข้อยสิออกไปเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงหนอนไหมในโฮงเลี้ยงไหม”
สอางเดินพรวดๆ ตรงเข้ามาหา ส่งเสียงเยาะเย้ยถากถากใส่ทันที
“อ้าว เป็นหยังได้กลับคืนมาล่ะ ยาเอื้อย หรือว่า แม่เจ้าเพิ่นกลับคืนบ้านเก่า ไปนอนเฝ้าฮาก-กกไม้ซะแล้ว” (ฮาก (นาม) = ราก, กกไม้ (นาม) = ต้นไม้) (ไปนอนเฝ้าฮากกกไม้ (สำนวน) = ตายถูกฝังดินไปแล้ว)
“สอาง เป็นหยังน้องเว้าจาอย่างนั่น ฟังบ่อเป็นมงคล”
“เอ้า แล้วมันจริงบ่อล่ะ สงสัยแม่เจ้าม้วยมรณาแล้ว ก็เลยต้องฟ่าวกลับมาแต่งห่อผ้าไปครองสมบัติเพิ่น”
นางสายเห็นสอางเยาะเย้ยพี่สาวแล้วไม่สบายใจ สะอาดเกรงใจจึงให้ออกไปก่อน
“แม่สายไปเก็บใบหม่อนก่อนก็ได้ หนอนไหมมันคงสิหิวแล้วล่ะจ้ะ”
แม่สายรับเอาคำ แล้วเดินพ้นตัวไป แต่ส่งสายตามองมาอย่างเป็นห่วง สะอาดหันมาตำหนิสอาง
“เอื้อยบ่ออยากให้เจ้าเว้าจาจาบจ้วงล่วงเกินแม่เจ้าปทุมรัตน์เลย แม่เจ้ายังบ่อได้สุรคต เพิ่นยังมีซีวิต และยังอยู่ดีมีแฮง เป็นหยังจึงเว้าสาปส่งเพิ่น”
สอางไม่แยแส ยิ้มเยาะอีก “บ่อได้เว้าให้ไทวังอินทนิลฟังจักหน่อย อยู่กันสองคน อย่าทำเป็นหน้าบางไปหน่อยเลย ข้าน้อยดีใจกับยาเอื้อย ใกล้ถึงวันที่สิได้ขึ้นนั่งตั่งเงินตั่งคำเป็นแม่เจ้าสะอาดแห่งอีสานบุรีแล้ว ได้ทั้งตำแหน่ง ทั้งสมบัติ ทั้งลูกทั้งผัวเพิ่น สำบายปานหมา”
สะอาดโกรธเคืองจนตัวสั่น พยายามคุมอารมณ์ “สอาง เอื้อยเป็นเอื้อยของเจ้าหนา สิเว้าจาแนวใด๋ ก็ควรมีสมมาคารวะ อย่ามาจาบจ้วงเว้าจาประมาทหยาดคุณ”
“โอ๊ย...... จุ๊ๆๆๆ” สอางยกมือจุ๊ปากเย้ยหยาม “ข้าน้อยขอสมมาเจ้าค่า แม่เจ้าสะอาด ซายาองค์ใหม่ของพระขัตติยะรามังกูร นี่ต้องให้ข้าน้อยก้มลงกราบแทบหัวโป้ตีนเลยบ่อเจ้าคะ”
“สอาง หยุดเว้าจาแดกดันเอื้อยสา” สะอาดน้ำตารื้นด้วยความอัดอั้น “เอื้อยบ่ออยากให้เจ้าเห็นเอื้อยเป็นแนวอื่น เอื้อยไปอยู่วัง เพื่อปิ้นปัวปรนนิบัติแม่เจ้าปทุมรัตน์ ถ้าเพิ่นส่วงเซาเบาบางจากโรคภัยแล้ว เอื้อยสิกลับคืนมาอยู่บ้านเฮา”
“กลับมาเพิ่มราคาโตเองซั่นบ่อ ให้พ่อเจ้าฮำฮอนอาวรณ์หา เหอะๆ หัวคึดสะหลาดอยู่บ่อน้อยเลยน้อ... ยาเอื้อยของข้าน้อยนี่”
สอางมองน้องสาว แล้วถอนใจกับอคติที่สอางมีต่อตน พยายามจะป้ายสีใส่
“คนเฮานี่หนอ ใจสูงส่ำใด๋ ก็คึดได้ส่ำนั่น ถ้าเอื้อยเป็นคนใจต่ำ มักวิวาทยาดแย่ง ป่านนี่ เจ้าคงสิยาดแย่งเอาท่านสารวัตรไปจากมือเอื้อยบ่อได้ดอก และในมื่อนี่ คนที่ต้องเป็นแม่ฮ่าง ผัวบ่อเอา ก็คงสิเป็นเอื้อย บ่อแม่นเจ้า”
สอางชักสีหน้าไม่พอใจ เจ็บปวดชอกช้ำแทบแดดิ้นเมื่อถูกรื้อฟื้นเรื่องกำจร
“เหมิดธุระเวียกงานกับเอื้อยแล้วแม่นบ่อ ถ้าอย่างนั่น ก็ผีกทาง เอื้อยสิไปเก็บใบหม่อน”
สะอาดไม่สนใจในท่าทีดิ้นเร่าๆ ของสอาง เดินเลี่ยงหนีออกไปยังสวนหม่อน
สอางเดือดดาล ขึงตามองตามสะอาดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกระนั้น

โซ่ทองนอนพักฟื้นอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงกอกแกรกที่หน้าประตู ก็พยายามขยับลุกขึ้น ก่อนจะเห็นนางสายเปิดประตูเข้ามาหา
“กินข้าวแล้วยังลูก โซ่ทอง”
“กินแล้วจ้ะอีแม่”
นางสายนั่งลงข้างๆ พลิกตัวโซ่ทองดูแผลที่หลัง แล้วหยิบตลับยามาจะทา
“บ่อต้องดอกจ้ะ เดี๋ยวข้อยรอให้สะออนมาทาให้ก็ได้ดอก”
“แม่สะออนยังบ่อกลับคืนมาเลย”
“ที่ไปกับเจ้าศรีธาราตั้งแต่มื่อเว็นนั่นบ่อ”
นางสายพยักหน้า “อืม... เห็นว่าไปกราบยาครู แล้วก็พาเจ้าศรีธาราไปเบิ่งบ้านเบิ่งเมือง กว่าสิกลับคืนมา ก็คงสิมืดค่ำพู่นล่ะ แม่ว่า”
โซ่ทองมีสีหน้าขรึมลง รู้สึกหวงๆ ที่สะออนออกไปกับศรีธาราทั้งวัน จนเผลอหลุดปากประชดออกไป
“ฮึ คงสิพากันหาเที่ยวเล่น สนุกสุขสำราญกันหลายเนาะ”
นางสายมองฉงน ยังไม่รู้ใจลูกชาย เข้าใจไปว่าโซ่ทองบ่นบ้าเพราะห่วงสะออนประสาพี่ชาย
“ยาแม่คำอ่อนเพิ่นก็ไปนำ เจ้าอย่าห่วงอย่าหวงเลย”
โซ่ทองถอนใจเบาๆ ไม่พูดอะไร แต่ยังไม่รู้สึกดีขึ้น นางสายอมยิ้ม ลูบหัว
“แม่สะออนเพิ่นโตเป็นสาวแล้ว อีกจักหน่อยก็คงสิบ่อมาเกาะติดกับเจ้า คือแต่กี้แต่ก่อนแล้วล่ะลูก เพิ่นต้องเติบใหญ่ไปมีซีวิตของโตเอง”
“อีแม่หมายถึง... เพิ่นคงสิมีคู่ฮักคู่ดองในเร็วๆ นี่ แม่นบ่อ”
“ก็คงสิเป็นอย่างนั่นล่ะ พ่อแพทย์กับยาแม่เพิ่นก็ถืกซะตากับเจ้าศรีธาราหลาย มันบ่อดีหรือลูก ให้แม่สะออนได้ดองกับเจ้าศรีธารา แม่สอางสิได้บ่อมาฮ้ายด่า หาว่าเจ้ามักใหญ่ใฝ่สูง”
โซ่ทองนิ่งเงียบ สับสนในใจ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ดีใจ

ตอนค่ำ สะออนกลับขึ้นเรือนมาพร้อมกับยาแม่ เห็นสะอาดกำลังพับผ้าอยู่บนเรือนก็ร้องทักอย่างตื่นเต้นดีใจ
“ยาเอื้อย ยาเอื้อยกลับมาแล้ว”
สะออนวิ่งเข้าไปกอดพี่สาวอย่างดีใจ สะอาดกอดตอบลูบผมสะออนอย่างเอ็นดู
“เขาบอกว่าเจ้าออกไปเที่ยวข้างนอกกับเจ้าศรีธารา เป็นจั่งได๋แหน่ ม่วนบ่อ”
“บ่อม่วนดอกยาเอื้อย ยาแม่เพิ่นบังคับให้ข้าน้อยไป” สะออนหันไปค้อนแม่
“เอ๊ะ เจ้านิ ก็แม่บอกแล้วว่าเจ้าศรีธารายังบ่อคุ้นถนนหนทาง เฮาเป็นเจ้าบ้าน ก็ต้องพาเพิ่นไปเปิดหูเปิดตา”
สะออนไม่อยากเถียงกับยาแม่ หันมากอดอ้อนพี่สาวต่อ
“แล้วยาเอื้อยล่ะจ๊ะ เป็นหยังถึงได้กลับคืนมา แม่เจ้าปทุมรัตน์เพิ่นอาการดีขึ้นแล้วซั่นบ่อ”
“ยังดอก แต่เอื้อย...เอื้อยเห็นว่าลูกๆ ของเพิ่นกลับคืนมาอยู่นำแล้ว เพิ่นก็คงอยากเบิ่งแยงดูแลกันเอง บ่อจำเป็นต้องเอิ้นหาเอื้อย”
“แต่เจ้าสายวารีอยู่อีกบ่อจักมื่อ ก็ต้องกลับคืนไปเฮียนหนังสือ บ่อแม่นรึ เจ้าบ่อน่าสิฟ่าวถิ่มเพิ่นกลับคืนมาเลย”
สะอาดมองหน้ายาแม่อย่างอึดอัดใจ แต่ยังไม่ทันพูดอะไรอีก เสียงหัวเราะเยาะของสอางก็ดังขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะเดินนวยนาดเข้ามานั่งร่วมวง
“ยาเอื้อยบ่อเต็มใจสิอยู่นั่น ยาแม่ก็อย่าไปบังคับเพิ่นเลย ให้ข้าน้อยไปแทนดีบ่อล่ะ ข้าน้อยเต็มใจที่สิอยู่ปรนนิบัติพัดวีทั้งแม่เจ้า และพ่อเจ้าเลยล่ะจ้ะ”
สอางยิ้มมีเลศนัยจนยาแม่แปลกใจ พอหันไปสบตากับสะอาดเชิงถาม แต่สะอาดก้มหน้าหลบตา

ยาแม่เปิดประตูเข้าห้องสะอาดมา เห็นลูกสาวคนโตนั่งเหม่อหันหลังให้
“สะอาด”
“ข้าน้อยฮู้แล้วล่ะ ว่าเป็นหยังยาแม่ถึงส่งข้าน้อยไปอยู่ที่วังอินทนิล”
ยาแม่ทรุดนั่งลง ขยับเข้าไปใกล้
“เจ้าเคียดให้แม่หรือสะอาด แม่หวังดีต่อเจ้าหนา แม่เจ้าปทุมรัตน์เอง เพิ่นก็หวังดี อยากให้เจ้าไปอยู่ เพื่อเบิ่งแยงดูแลเฮือนซาน และสืบต่อตำแหน่งของเพิ่น”
“แต่ข้าน้อยเฮ็ดบ่อลงดอกจ้ะ ข้าน้อยบ่ออาจฝืนใจโตเอง ไปกินน้ำใต้ศอก ตกเป็นเมียรองของพ่อซายคนใด๋ได้ ยาแม่ ที่สอางต้องเลิกรากับท่านสารวัตรกำจร ก็ย่อนเหตุนี่ แล้วเป็นหยังยาแม่ถึงอยากสิเห็นข้าน้อยตกอยู่ในสภาพเซ่นนั่น”
สะอาดพูดแล้วอัดอั้นตันอุรา จนเสียงเครือน้ำตาซึมอย่างสะเทือนใจ ยาแม่รีบดึงมากอด
“โธ่เอ๋ยลูก เจ้าอย่าเอาพระขัตติยะรามังกูรไปเปรียบกับพ่อซายพรรค์นั่น เจ้าบ่อมีวันเป็นแบบสอางดอก แม่สิบ่อยอมส่งเจ้าไปเป็นเมียน้อยเมียรองของไผ ลูกสาวของแม่ สิต้องเป็นเมียใหญ่และเมียเดียว”
สะอาดมองหน้าแม่อึ้งๆ ยาแม่เกลี้ยกล่อมต่อ
“ถ้ามื่อนั่นมาฮอด ดั่งที่แม่เจ้าปทุมรัตน์เพิ่นคาดการณ์ แม่ก็แค่อยากให้เจ้าได้ตอบแทนความเมตตาที่เพิ่นมีให้ ด้วยการเบิ่งแยงดูแลพ่อเจ้าแทนเพิ่น ก็เท่านั่นเองลูก”
สะอาดยังคงมีสีหน้าอึดอัด ไม่สบายใจอยู่ดี

วันเวลาล่วงเข้าสู่ปลายฤดูฝน ท้องทุ่งนาด้านหลังเรือนพุทไธเทพเขียวขจีไกลสุดลูกตา ในบรรยากาศสดชื่น แจ่มใส สะอาดออกมาเก็บใบหม่อนในสวนแต่เช้า แล้วนำไปโปรยเลี้ยงตัวไหมในโรงเลี้ยง ไม่นานนักก็หันไปเห็นสะออนเดินเข้ามาช่วยเลี้ยงไหม
“ลุกแต่ดึก ตื่นแต่เซ้าแท้ สะออน เจ้าสิไปไสน น้องหล่า”
“ข้าน้อยฮู้ว่ามื่อนี่ยาเอื้อยต้องฟ่าวมาโฮงไหมแต่เซ้าแน่ๆ ก็เลยมาซ่อยโฮยใบหม่อนจ้ะ”
“ขอบใจเจ้าหลาย น้องหล่า”
สะอาดยิ้มให้น้อง แล้วช่วยกันโปรยใบหม่อนเลี้ยงตัวไหม
“ยาเอื้อยสิบ่อกลับคืนไปอยู่วังแล้วอีหลีบ่อ”
สะอาดชะงักนิดๆ “เป็นหยังเจ้าจึงถามเอื้อย”
สะออนยิ้มเจื่อนๆ “เจ้าศรีธาราเพิ่นบอกว่าแม่เจ้าปทุมรัตน์อาการดีขึ้นหลาย ตั้งแต่ยาเอื้อยไปปิ้นปัวรักษา แต่ถ้ายาเอื้อยบ่อกลับคืนไปอีกแล้ว...”
สะอาดมีสีหน้าเศร้าลง รู้สึกเป็นห่วงแม่เจ้าเหมือนกัน แต่ก็ยังสับสนอยู่
“สะออน ว่านยาของยาพ่อต่างหากล่ะ ที่เยียวยาให้แม่เจ้าเพิ่นแข็งแฮงขึ้น บ่อเกี่ยวหยังกับเอื้อยดอก อีกบ่อโดน เพิ่นก็สิต้องส่วงเซา อยู่ดีมีแฮง”
สะอาดพูดปลอบใจตัวเองจบ เสียงยาแม่เรียกหาก็ดังแว่วมา
“สะอาด ลูกอยู่ในนี่บ่อ”

สองสาวได้ยินเสียงยาแม่เรียกพร้อมกัน รีบละจากงานเดินออกไปที่หน้าโรงทอ เห็นยาแม่กับศรีธารา และสายวารีรีบร้อนเข้ามา ทั้งสองดูสีหน้าไม่ดี
“ข้าน้อยอยู่นี่จ้ะยาแม่”
“ฟ่าวไปที่วังเถาะลูก”
“เกิดหยังขึ้นหรือยาแม่”
สะออนหันไปมองสองพี่น้อง สังเกตเห็นสายวารีตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลา
“ยาเอื้อยสะอาด ท่านแม่อาการไม่ดีเลยครับ เมื่อเช้ามืดลุกมาใส่บาตรแล้วก็เป็นลมล้มไป ผมเลยรีบมาตามพ่อแพทย์ ยาเอื้อยไปด้วยกันนะครับ”
สะออนกับสะอาดใจหล่นวูบ หน้าเสียทั้งคู่

เวลานี้แม่เจ้านอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียวปราศจากสีเลือด ท่ามกลางคนรักและคนในครอบครัวที่มารุมล้อม ข้าหลวงคนสนิททั้งหมดเข้ามาเข้าเฝ้าแหน ออกันแน่นเนืองอยู่นอกห้อง
สะอาดนั่งข้างๆ พยายามใช้น้ำมันนวดมือให้แม่เจ้าอย่างที่ทำอยู่เป็นประจำ
สะออนนั่งอยู่ข้างๆ พี่สาว คอยถือผอบยาให้ มองดูแม่เจ้าด้วยความสงสาร
พ่อแพทย์ประเมินอาการของแม่เจ้าอย่างกังวล แล้วรีบฝนยาสมุนไพร สายวารีถือกาน้ำชาเข้ามาในห้อง รีบรินใส่ถ้วยให้พ่อแพทย์ผสมยา แต่พอพ่อแพทย์จะเอายาให้กิน แม่เจ้าก็ส่ายหน้า บอกเสียงแผ่วเบา
“ไม่มีประโยชน์ดอกพ่อแพทย์ เวลานี้ ว่านยาขนานใดก็ช่วยฉันไม่ได้”
สายวารีสะอื้นไห้ “ท่านแม่คะ ท่านแม่อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ”
ศรีธารากับพ่อเจ้าขยับเข้าไปใกล้ จับมืออีกข้างของแม่เจ้าไว้
“แม่บัว... เธอจะต้องหาย” พ่อเจ้าหันมาหาพ่อแพทย์ “แม่นบ่อ พ่อแพทย์”
“ร่างกายของแม่เจ้าตอนนี้อ่อนเพลียมาก เพราะว่าเหนื่อยล้าที่ฝืนสังขารเดินเหินในงานเลี้ยงเมื่อคืน ข้าน้อยว่า ถ้าได้กินยากระตุ้นหัวใจสักหน่อย ก็คงจะดีขึ้น”
แม่เจ้ายิ้มให้พ่อแพทย์อย่างแห้งโหย
“จะดีขึ้นได้สักกี่น้ำกันหนอ สังขารมันเป็นเครื่องครองทุกข์ เป็นของไม่เที่ยง ฉันเจ็บป่วยมานาน พอที่จะรู้ทันกายรู้ทันใจของตัวเองดี”
ศรีธาราใจไม่ดี “ท่านแม่ครับ ท่านแม่เชื่อคำของพ่อแพทย์เถอะครับ ที่ผ่านมา ยาของพ่อแพทย์ก็ช่วยให้ท่านแม่อาการดีขึ้นมาก ทำไมท่านแม่จะหายขาดไม่ได้”
“ยาของพ่อแพทย์นั้นมีคุณวิเศษ...ช่วยให้แม่ขโมยเวลาจากสวรรค์เบื้องบน มาใช้รอวันที่จะได้พบหน้าลูกๆ มันวิเศษตรงที่ทำให้เราได้อยู่พร้อมหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนเราก็มีความตายเป็นที่สุดรอบ”
แม่เจ้าน้ำตาซึม ค่อยๆ ยื่นมือขึ้นมาจะจับแก้มลูกชาย ศรีธารารีบเข้าไปใกล้จับมือแม่เจ้าไว้ แล้วดึงสายวารีเข้ามาใกล้กัน
“แม่ดีใจนะ ศรีธารา ที่เห็นลูกเล่าเรียนสำเร็จกลับมาช่วยงานแผ่นดิน เหลือก็แต่สายวารี แต่แม่ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะหนูเป็นเด็กดี หนูจะมีทั้งท่านพี่ ท่านพ่อ และวงศ์วานว่านเครือ ที่จะช่วยส่งเสริมให้เจริญรุ่งเรืองไปภายหน้า”
แม่เจ้าสั่งเสียลูกทั้งสอง ทว่ายิ่งพูดก็ยิ่งอ่อนแรงลงทุกขณะ สายวารีสะเทือนใจ ซบหน้าลงสะอื้นข้างๆ มารดา
แม่เจ้าผินหน้ามองไปยังพ่อเจ้า “อิฉันห่วงก็แต่ท่าน...”
แม่เจ้าสะอื้นออกมา ตัวสั่นสะท้าน พ่อเจ้าดึงมือแม่เจ้ามากุม แล้วจูบเบาๆ ให้กำลังใจ แม่เจ้ายิ่งสะเทือนใจหนักขึ้น เหลือบไปมองสะอาด พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“สะอาด... เธออย่าใจร้ายกับฉันเลยนะ”
สะอาดค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองแม่เจ้า เห็นอีกฝ่ายน้ำตาเต็มตารู้ทันทีว่าแม่เจ้าจะพูดอะไร
“ถ้าฉันมีเรี่ยวแรงพอที่จะลงไปก้มกราบเธอ ฉันคงจะทำซะเดี๋ยวนี้”
“แม่เจ้า...” สะอาดน้ำตาคลอ
“ฉันอยากให้เธอ...อยู่ที่ตรงนี้ คอยดูแลลูกผัวฉัน เป็นแม่เจ้าต่อจากฉัน...”
แม่เจ้าพยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีบีบมือสะอาด
“ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ง่ายๆหรอกนะ ที่ลูกผู้หญิงด้วยกันจะขอร้องกันในเรื่องนี้ แต่ฉันขอร้องเธอ...ถือเสียว่าสงเคราะห์คนใกล้ตายอย่างฉันให้ได้ตายตาหลับเถอะนะ”
สะอาดน้ำตาหยดริน แต่พูดอะไรไม่ออก ได้แต่เหลือบไปมองญาพ่อกับญาแม่
“รับปากฉันสิ สะอาด ทำบุญกุศลครั้งใหญ่กับฉันเถอะนะ ถ้าชาติหน้ามีจริง ฉันสัญญาว่าจะตอบแทนเธอ”
สะอาดมองหน้าแม่เจ้า เห็นสายตาอ้อนวอนลึกซึ้ง เหลือบไปมองพ่อเจ้าอย่างลำบากใจ
สะออนมองดูแม่เจ้าแล้วรู้สึกสงสาร อ่อนไหวต่อการเจ็บไข้ของคนป่วย จับศอกพี่สาวกระตุ้นให้รับปาก
พ่อเจ้ามองสบตากับสะอาด ไม่ได้แสดงออกนอกหน้าว่าอยากได้สะอาดเป็นเมียเลย แต่สายตานั้นดูมีพลังลึกล้ำที่ทำให้สะอาดไม่สามารถถอนสายตาออกมาได้ พลันภาพสาธุบาทเจ้าขัตติยะในอดีตชาติก็ซ้อนขึ้นมารางๆ บนดวงหน้าของพ่อเจ้า สะกดให้สะอาดนิ่งงันไป
สะอาดหันกลับมา แม่เจ้าสบตาที่โรยล้ากับสะอาดขอร้องด้วยเสียงแหบโหย
“รับปากฉันสิ”
“ยาเอื้อย ข้าน้อยสงสารแม่เจ้า รับปากเพิ่นสา ยาเอื้อย”
“รับปากฉันเถิดนะ” แม่เจ้าเสียงแหบจนเลือนหายไป
สะอาดน้ำตาไหลอาบแก้ม สะอื้นไห้พยักหน้ายินยอม “เจ้าค่ะ”
แม่เจ้ายิ้มออกมาดวงตาเหม่อลอย ค่อยๆ หมดลมหายใจลงไปช้าๆ อย่างสงบ คลายความเกร็งของสรรพางค์กายลง ดวงตาหลับลงอย่างสงบ ดวงหน้างามสมวัยมีรอยยิ้มบางเบา บ่งบอกว่าพึงพอใจต่อการปลิดปลงชีพจากโลกนี้ไป
ศรีธาราร้องไห้โฮร้องเรียก “ท่านแม่” สุดเสียง สายวารีสะอื้นจนร่างสะท้าน พ่อเจ้าลูบผมแม่เจ้าบอกลาด้วยความรักสุดหัวใจทุกคนโศกเศร้าโศกาอาดูรถึงขีดสุด
สะอาดร้องไห้น้ำตาไหลพร่างพรู สะออนน้ำตาไหลพราก กอดปลอบพี่สาวไว้แน่น
“แม่เจ้าปทุมรัตน์สุรคตแล้ว...”
สิ้นเสียงประกาศของข้าหลวงใหญ่ ก็มีการจุดประทัดเสียงดังลั่นจากข้างนอกตำหนัก ข้ารับใช้ร้องไห้ระงม
สายฝนโปรยปรายลงมาราวกับท้องฟ้าร่ำไห้ในการจากไปของแม่เจ้า

ค่ำเดียวกันนั้น ลูกศิษย์คนสนิทคนเดิมวิ่งฝ่าสายฝนขึ้นมาบนเรือนพ่อครูสมิงพันดงรายงานข่าวสำคัญ
“พ่อครู ข้อยได้ข่าวใหม่มาแจ้ง”
“ข่าวหยังวะ บักโซ่ทองลูกมือบักพ่อแพทย์พุทไธมันตายห่าแล้วบ่อ สงสัยสนิมดาบพวกมึงสิฤทธิ์ฮ้ายแฮง”
“บักโซ่ทองมันยังบ่อตายดอกจ้ะ แต่มีคนอื่นตาย คนใหญ่คนโตเสียด้วยเด๊ะ”
สมิงพันดงหัวเราะหึๆ “บักพ่อแพทย์พุทไธ แม่นบ่อ”
“พ่อแพทย์พุทไธมันยังบ่อตายดอกพ่อครู แต่งานนี่ล่ะสิเฮ็ดให้มันตาย”
สมิงพันดงเริ่มรำคาญ “อุวะ บักห่านี่ มึงฟ่าวบอกกูมาแหมะ บักได๋อีได๋มันตาย”
“แม่เจ้าปทุมรัตน์ เมียของพ่อเจ้าพระขัตติยะรามังกูร เจ้าเมืองอีสานบุรีจ้ะ”
“แม่เจ้าปทุมรัตน์ ที่บักพ่อแพทย์พุทไธมันไปปิ้นปัวรักษานั่นบ่อ”
“แม่นแล้วจ้ะ พ่อครู”
สมิงพันดงยิ้มเจ้าเล่ห์ดูมีเลศนัย “บาดนี่ล่ะ บักพ่อแพทย์พุทไธมันสิได้ตายตาม”
“พ่อครู ข้อยถามแหน่ พ่อครูกับพ่อแพทย์มีแนวอาฆาตบาดหมางกันมาแต่ไส เป็นหยังพ่อครูถึงได้เคียดซังล้างผลาญเพิ่นปานนี่”
“กูก็บ่อฮู่คือกัน ฮู้แต่ว่า ยิ่งมันยิ่งใหญ่ได้ดี อยู่ดีมีแฮง มันก็ยิ่งเป็นหนามแทงใจกู”
“พ่อครูจะใส่กรรมพ่อแพทย์ยังไงหรือ ข้อยใจฮ้อนอยากฮู้” (ใส่กรรม = ก่อกรรมทำเวร)
สมิงพันดงยิ้มชั่ว คิดหาทางจัดการพ่อแพทย์ในสถานการณ์นี้

ตั้งแต่อดีตชาติมาแล้ว หูกคำโตเป็นสาวรุ่นวัย 14 ปีแล้ว สนมทองจันทร์เอาแต่กระวนกระวายใจเพราะอยากมีพระโอรสให้อัญญาหลวง แต่อัญญาหลวงกลับไม่ยอมเสด็จมาหา ทองจันทร์ส่องกระจกเห็นริ้วรอยความร่วงโรยของตัวเองแล้วอารมณ์เสีย
“อ๊าย กูสิเป็นบ้า”
“อัญญานาง ใจเย็นๆ ก่อนเพคะ” พิลาปลอบ
สาลีเอาใจ “มื่อนี่ อัญญานางหูกคำเพิ่นทอผ้าซิ่นไหมลายใหม่มาถวาย ลองใส่เบิ่งก่อนเพคะ”
“สูอย่ามาออกซื่อเอ่ยนามอีกาลีบ้านกาลีเมืองนั่นให้กูได้ยิน เป็นย่อนมันผู้เดียว กูถึงเหมิดวาสนาที่สิยิ่งใหญ่ได้ดี กูอยากขึ้นนั่งบัลลังก์เวียงคำนาคใจสิขาดแล้ว”
“โธ่...อัญญานาง ใจเย็นๆ ก่อนเพคะ ค่อยๆ คิดหาหนทางกัน” พิลาปลอบอีก
“ข้าน้อยทั้งสองก็เป็นทุกข์อุกใจพอๆกันกับอัญญานางนั่นล่ะเพคะ” สาลีว่า
ทองจันทร์คิดเครียด “นับมื่อ อัญญาเจ้าราดซะบุตรศรีโซ่ทองก็จำเริญวัยเติบใหญ่หลายขวบปี มีแต่สิเตรียมขึ้นนั่งตั่งเงินตั่งคำ กินบ้านกินเมืองสืบต่ออัญญาหลวง”
“แต่เพิ่นก็ยังบ่อได้ขึ้นเสวยราชย์มื่อนี่มื่ออื่นดอกเพคะ” พิลาว่า
“อีกหลายปีอยู่ดอกเพคะ เฮายังพอมีเวลาที่สิแข่งบารมี” สาลีเสริม
“แต่มันก็ใกล้สิฮอดฤกษ์ยามเข้าไปทุกมื่อแล้ว กูสิเอาหยังไปแข่งบารมีมัน นับมื่อกูมีแต่สิเฒ่าลง ถ้าเหมิดระดู กูก็เหมิดวาสนาสิได้เป็นพระพันปี บ่อได้ กูสิพ่ายแพ้อีคำอ่อนบ่อได้เด็ดขาด”
“ก็ต้องเร่งให้อัญญานางตั้งครรภ์ ประสูติพระโอรสถวายอัญญาหลวงให้ได้ไวๆ” พิลาบอก
ทองจันทร์ของขึ้น “มึงสิให้กูมานลูกกับไผ ในเมื่ออัญญาหลวงบ่อเคยเสด็จมาหลับมานอนกับกู มึงสิให้กูมานลูกกับบักแตงบักโต่นซั่นบ้อ” (มาน (กิริยา,) = ท้อง, ตั้งครรภ์)
“โอ๋ย... อัญญานางก็อย่าเว้าบาปให้โตเองหลายเพคะ มันมีวิธีอยู่เพคะ” สาลีบอก
“บ่อได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล บ่อได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยคาถาล่ะเพคะ” พิลาว่า
“เวทมนต์คาถาหยังอีก พิลา สาลี พวกมึงว่ามาพวกมึงมีมดมีหมอได้เวียกได้งานซั่นบ่อ”
สาลีนึกขึ้นได้ “มีเพคะ มดหมอผู้นี่ มีฤทธิ์เดชเวทมนต์เป็นอัศจรรย์ ปลุกเสกเลขยันต์ เป่าน้ำมนต์พ่นน้ำหมาก สั่งเป็นสั่งตายได้ อานุภาพฮ้ายกาจเพคะ”
ทองจันทร์สนใจ “มันเป็นไผ กูสนใจใคร่ฮู้ ไปลอบพามันมา”
“สมีพราหณ์แดงเพคะ เพิ่นเป็นพระที่ถืกจับสิกขา ย่อนต้องอาบัติปาราชิก เสพเมถุนบัดนี่หันไปเข้าฮีตพวกพราหมณ์แดง นุ่งแดงห่มแดง เล่นของเลี้ยงผี มีวิซาอาคม” พิลาบอก
สมีเป็นคำเรียกชายที่ถูกไล่สึกจากพระ เพราะต้องอาบัติปาราชิก สมีจะบวชอีกไม่ได้ตลอดชีวิต
“ไทบ้านไทเมือง สิบบ้านส่า ห้าบ้านลือ ว่า เพิ่นมีอิทธิฤทธิ์เป็นสำคัญ ไปมาข้ามแม่น้ำของ บ่อต้องส่วงเฮือ แค่สวดมนต์คาถาแหวกน้ำ ก็เดินลัดแม่น้ำของไปมาได้”
คำพูดของสองขี้ข้าทำให้ทองจันทร์มีหวัง ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า อยากให้สมีพรามหณ์แดงมาช่วยเล่นของใส่อัญญาหลวง
“อีกบ่อจักคืนนี่ สิเป็นคืนกาฬปักษ์ เวทมนต์คุณไสยสิขลังเป็นพิเศษ ให้พวกมึงไปลักลอบ เอาบักสมีนี่เข้ามาในเฮือนกู กูสิให้มันแต่งพิธีคุณไสยให้กู” (คืนกาฬปักษ์ = คืนข้างแรม)
แววตาของทองจันทร์วาววับ มั่นหมายในแผนการร้ายของตน

วันนี้นางงอยกพาข้าวขึ้นมาบนเรือน ได้ยินเสียงดังเอะอะโครมคราม พร้อมกับภาพเสากับสีแหล่ถูกสอางถีบกระเด็นกระดอนไปคนละทาง นางงอรีบเข้าไปดู เห็นสอางกำลังอาละวาดด่าทอสองบ่าวเสียงดังลั่น
“อีเสา อีสีแหล่ ซุมพากจกตา ซุมห่าจกตับ เป็นหยังพวกมึงบ่อปลุกกูตอนที่ยาพ่อสิออกไปวังอินทนิล” สอางพาลหันมาชี้หน้าด่านางงออีกคน “มึงก็อีกคนอีงอ มึงบอกให้กูเสนอโตไปอยู่นั่นแทนยาเอื้อย แต่ปล่อยให้กูนอนบ่อฮู้เรื่อง จนเพิ่นไปกันเหมิดเฮือน”
“ข้อยกับอีสองโตนี่ พยายามสิปลุกเจ้าแล้ว แต่เจ้าบ่อยอมลุก”
“อีหลีจ้ะ ข้อยกับอีสีแหล่เข้าไปสิจับโต แม่สอางก็ละเมอตบเฮาคนละบาดสองบาด พวกเฮาบ่อฮู้สิเฮ็ดจั่งได๋อีหลีจ้ะ” เสายืนยัน
สอางชะงัก เสียหาย แต่ก็แผดเสียงใส่อีก ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง
“แล้วเป็นหยังมึงบ่อให้ยาพ่อมาเอิ้นกู”
“พ่อแพทย์เพิ่นฟ่าวหลาย พอเจ้าศรีธารามาส่งข่าวว่าอาการแม่เจ้าทรุดลง ก็ฟ่าวออกไปเลย”
สอางทิ้งตัวลงนั่งอย่างหงุดหงิด เสากับสีแหล่ตั้งหลักได้ก็รีบประจบช่วยกันยกพาข้าวเข้าไปเอาใจ
“แม่สอางกินข้าวน้ำซ่ามปลาเสียก่อน แล้วฟ่าวตามไปก็ยังทันเด๊ะ”
“แม่นแล้ว คงอีกโดนเติบ กว่าเพิ่นสิกลับคืนมา” เสาบอก
สอางถีบคว้าจานข้าวจะขว้างใส่ทั้งสอง ทั้งสองร้องวี๊ดแล้วกระโดดหนีอีก
“แล้วมึงสิให้กูไปจั่งได๋ รถราก็บ่อมี สิให้กูดำดินไปคือขอมซั่นบ้อ อีซุมโง่ อีซุมปึกหนาสาโหด” (ปึกหนาสาโหด (สำนวน, คำด่า) = โง่บรรลัย)
“เจ้าใจเย็นๆ ก่อน สอาง มื่อนี่บ่อได้ไป มื่ออื่นค่อยไปก็ได้ จั่งได๋พ่อแพทย์ก็ต้องไปยามอาการแม่เจ้าทุกมื่ออยู่แล้ว ที่มื่อนี่สะอาดต้องไปก็ย่อนเจ้าศรีธารามาตามด้วยโตเองดอก”
นางงอเข้าไปปลอบให้สอางสงบลง แล้วรีบจัดข้าวปลาให้อย่างเอาใจ แล้วส่งสายตาไล่บ่าวทั้งสอง
เสากับสีแหล่รู้ตัวรีบเผ่นลงจากเรือนไปทันที

ตอนหัวค่ำ โซ่ทองนุ่งผ้าโสร่งมีผ้าขาวม้าพาดทับตัวหลับอยู่ข้างๆ กับขันน้ำฝนยา และถาดรากไม้สมุนไพร คว่ำหน้านอนหลับด้วยความเหนื่อยล้า
สะออนเดินขึ้นเรือนแพทย์มาด้วยท่าทีเศร้าซึม สลดใจกับการเสียชีวิตของแม่เจ้าปทุมรัตน์
“โธ่... อ้ายโซ่ทอง ซ่อยงานญาพ่อหัวบ่อได้วาง หางบ่อได้เว้น ไผน้อสิดีส่ำอ้าย บ่อมีอีกแล้ว”
สะออนทรุดนั่งลงข้างๆ โซ่ทอง เปิดผ้าขาวมาที่ปิดแผลที่หลังออก เห็นแผลที่เริ่มดีขึ้น หยิบยาสมานแผลรักษาอักเสบมาทาที่แผ่นหลังโซ่ทองเบาๆ กลัวเขาตื่น
สักระยะหนึ่ง โซ่ทองลืมตาขึ้นมาเพราะรับรู้ถึงสัมผัสอ่อนโยน คิดว่าเป็นนางสาย พูดช้าๆ เอื่อยๆ ท่าทีผ่อนคลาย
“อีแม่... นี่....ข้อยเผลอหลับไปแม่นบ่อ”
สะออนไม่ตอบ ดูว่าเขาจะพูดอะไรอีก โซ่ทองค่อยๆ พูดระบายออกมา
“ข้อยฮู้แล้วล่ะ ว่าเป็นหยัง อีพ่อถึงฮักอีแม่ ย่อนอีแม่เป็นแม่ญิงที่อ่อนโยนและห่วงใย สัมผัสของอีแม่นั่นนุ่มนวล แม่ญิงแบบนี่ พ่อซายคนใด๋ได้อยู่ใกล้ ก็อดฮักไม่ได้”
สะออนรู้สึกซาบซึ้งใจกับคำพูดอ่อนหวานที่โซ่ทองพูดจากับแม่
“ข้อยบอกอีแม่แล้วว่าบ่อเป็นหยัง บ่อต้องทายา ข้อยสิรอสะออนกลับมาทาให้ สะออนเพิ่นสิได้ภูมิใจในฝีมือแพทย์ของโตเอง แต่อีแม่ก็อดเบิ่งแยงดูแลลูกบ่อได้ ถ้ามีแม่ญิงนิสัยอ่อนโยนคืออีแม่ ข้อยก็อยากสิอยู่ใกล้ๆ ฝากทั้งซีวิตไว้กับเพิ่น อีแม่จ๋า…”
โซ่ทองยิ้มเคลิ้มสุขใจ เมื่อหันหน้ากลับมา พบว่าเป็นสะออนก็ตกใจ
“สะออน นี่...เจ้าเองบ้อ”
“จ้ะอ้าย ข้อยเอง”
“เจ้ากลับมาตั้งแต่ยามใด๋”
“ข้อยเพิ่งกลับมา สิมาส่งข่าวอ้าย เห็นอ้ายนอนอยู่ บ่อกล้าปลุก เลยทายาให้”
“อ้าย... อ้ายคึดว่าเป็นแม่อ้าย”
โซ่ทองสบตากับสะออน รู้สึกเขินอายกับสิ่งที่พูดออกไป จึงเลี่ยงพูดเรื่องอื่น
“เจ้าไปวังอินทนิล เยี่ยมยามอาการแม่เจ้ามา แม่เจ้าเป็นจั่งได๋แหน่ สะออน”
สะออนชะงักมือที่กำลังทายา ก่อนจะตอบเสียงเศร้า
“แม่เจ้าปทุมรัตน์เพิ่น...เพิ่นสุรคตแล้วจ้ะอ้าย”
โซ่ทองตกใจ “อีหลีบ้อ”
“อาการของเพิ่นทรุดลง เพราะรวบรวมแฮงกายแฮงใจที่เหลือใซ้ไปเหมิด จนธาตุขันธ์ปั่นป่วน ในที่สุด ธาตุก็แตก สุดที่ยาพ่อสิซ่อยยื้อซีวิตไว้ได้”
โซ่ทองสะท้อนใจ “โธ่... เวรกรรม เพิ่งจัดงานรื่นเริงได้บ่อจักมื่อ ก็ต้องมาจัดงานโศกเศร้าเสียแล้ว สาธุ ขอให้ดวงวิญญาณของแม่เจ้าจงไปสถิตอยู่เทิงถิ่นเมืองแถน แดนสวรรค์ซั้นฟ้า”
“เพิ่นตั้งศพที่วัง ยาแม่กับยาเอื้อยอยู่ซ่อยงานที่วัง คืนนี่ข้อยก็ต้องกลับไปอีก”
“อ้ายขอไปนำได้บ่อ”
“อ้ายนอนพักให้แข็งแฮงก่อนเถิดจ้ะ ถ้ายังบ่อหายจักเทือ สิเฮ็ดหยังก็ลำบาก ยิ่งตอนนี่ ยาพ่อกำลังวุ่นวายเรื่องที่วัง ก็มีแต่อ้ายนี่ล่ะ ที่สิแบ่งเบาเวียกงานทางนี่ได้”
“ถ้าเซ่นนั่น อ้ายฝากความอาลัยส่งไปถึงเจ้าศรีธารานำเด้อ น้องหล่า”
สะออนพยักหน้ารับเอาคำ แล้วทายาให้โซ่ทองต่อ โซ่ทองครุ่นคิด นึกสงสารศรีธาราครามครัน

เช้าวันนี้ วังอินทนิลปกคลุมไปด้วยความเศร้าโศก
สะอาดนั่งเหม่อลอย จัดดอกซ่อนกลิ่นใส่แจกันใหญ่ถวาย ให้ข้ารับใช้ในวังช่วยกันอุ้มขึ้นไปวางไหว้เหนือโลงศพไม้สักของแม่เจ้าปทุมรัตน์
สะอาดมองดูรูปภาพในกรอบข้างโลง หวนระลึกนึกถึงช่วงวันเวลาเก่าๆ ที่ท่านเคยเมตตาตน สุดท้ายนึกถึงคำพูดอ้อนวอนก่อนตายของแม่เจ้า
“สะอาด... เธออย่าใจร้ายกับฉันเลยนะ”
สะอาดค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองแม่เจ้า เห็นอีกฝ่ายมีน้ำตากลบหน้าก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
“ถ้าฉันมีเรี่ยวแรงพอที่จะลงไปก้มกราบเธอ ฉันคงจะทำซะเดี๋ยวนี้”
“แม่เจ้า” สะอาดน้ำตาคลอ
“ฉันอยากให้เธอ...อยู่ที่ตรงนี้ คอยดูแลลูกผัวฉัน เป็นแม่เจ้าต่อจากฉัน...”
แม่เจ้าพยายามใช้เรี่ยวแรงที่มีบีบมือสะอาด
“ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ง่ายๆ หรอกนะ ที่ลูกผู้หญิงด้วยกันจะขอร้องกันในเรื่องนี้ แต่ฉันขอร้องเธอ...ถือเสียว่าสงเคราะห์คนใกล้ตายอย่างฉันให้ได้ตายตาหลับเถอะนะ”
สะอาดน้ำตาหยดริน แต่พูดอะไรไม่ออก ได้แต่เหลือบไปมองญาพ่อกับญาแม่
“รับปากฉันสิ สะอาด ทำบุญกุศลครั้งใหญ่กับฉันเถอะนะ ถ้าชาติหน้ามีจริง ฉันสัญญาว่าจะตอบแทนเธอ”
สะอาดมองหน้าแม่เจ้า เห็นสายตาอ้อนวอนลึกซึ้ง
สะอาดดึงตัวเองกลับมา มองดูรูปภาพแม่เจ้าน้ำตาไหลเอ่อ หยิบธูปหนึ่งดอกขึ้นมาจ่อไปที่เปลวเทียน ตั้งจิตอธิษฐาน ต่อหน้าโลงศพของแม่เจ้า
“แม่เจ้าไม่ต้องตอบแทนอะไรข้าน้อยดอกเจ้าค่ะ แค่ความเมตตากรุณาเท่าที่แม่เจ้ามีต่อข้าน้อยในชาตินี้ ข้าน้อยก็ถือว่าประเสริฐเลิศล้นแล้ว”

วันเวลาผ่านไป งานพระศพแม่เจ้าปทุมรัตน์เสร็จสิ้นลงแล้ว ค่ำคืนนี้สะอาดอยู่ในห้องบนเรือนพุทไธเทพ พนมมือสวดมนต์อธิษฐานจิตถึงแม่เจ้า ญาแม่คำอ่อนเดินเข้ามาหา
“คึดหยังอยู่ลูก”
“ข้าน้อยตัดสินใจถืกแล้วแม่นบ่อ ญาแม่ที่ตกปากฮับคำกับแม่เจ้าแบบนั่น ก่อนเพิ่นสิสุรคต”
“เจ้าเฮ็ดเพื่อตอบบุญแทนคุณของเพิ่น เพื่อให้เพิ่นได้เหมิดห่วงเหมิดกังวลในวาระสุดท้ายของซีวิตแม่ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วลูก”
“แต่ไทบ้านสิต้องเว้าพื้นนินทาเฮือนเฮาไปอีกโดน”
“พ่อกับแม่บ่อย่านคำเท็จคำลือดอก สิ่งที่ปรุงแต่งขึ้น มื่อนึง มันก็แตกสลายไปเอง ความจริงเท่านั่น ที่สิคงอยู่ค้ำฟ้าค้ำดิน”
ญาแม่ลูบหัวสะอาด รู้ว่าอีกฝ่ายกังวล
“ลูกของแม่มีความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง สิย่านหยังกับคำคนอื่น เฮ็ดใจให้สำบายสา”
สะอาดเอนตัวลงซบอกแม่ แต่สายตายังเหลือบมองรูปแม่เจ้าที่ส่งรอยยิ้มให้กำลังใจมา

เมื่ออดีตกาล ที่ห้องบรรทมอัญญานางมหาเทวี ในโฮงเฮือนหลวง เวียงคำนาคคืนหนึ่ง ศรีสะอาดนำเอาผ้าซิ่นไหมลายใหม่ๆ ที่ฉกจากหูกคำมาถวายมหาเทวี
“อัญญาแม่เพคะ ข้าน้อยได้ผ้าซิ่นไหมลายงามๆ มาถวายเพคะ”
“เจ้าไปได้มาจากไส ศรีสะอาดลูกแม่ เจ้าต่ำผ้าเองซั่นบ่อ? แล้วไปหัดต่ำตั้งแต่ยามใด๋ เป็นตาออนซอนหลาย มีแต่ลวดลายงามวิจิตรทั้งนั่นเลย” มหาเทวีคลี่ดู มองอย่างชื่นชอบถูกใจ
“ข้าน้อยบ่อได้ใฝ่ใจในการต่ำผ้าดอกเพคะ ของพวกนี่มันเฮ็ดยาก เสียเวล่ำเวลา อยากได้ผืนใด๋ ก็สั่งขี้ข้ามันเฮ็ดไป”
“แต่ผ้าไหมที่พวกขี้ข้าโฮงต่ำผ้ามันเฮ็ด ลวดลายบ่อได้วิจิตรพิสดารปานนี่หนา”
“ผ้าเหล่านี่ เป็นฝีมือต่ำทอของอีหูกคำเพคะ”
ท่าทีมหาเทวีเปลี่ยนไปในบัดดล “กูว่าแล้ว บ่อเห็นสิงามตรงใด๋เลย ลายมันก็ซ้ำๆกับที่พวกขี้ข้ามันต่ำ ผ้าพวกนี่ แม่มีหลวงหลายแล้วล่ะ ที่อีหูกคำมันเอามาถวายก็มีอยู่หลายผืน ลูกเอาไปสา”
“ลูกว่าผ้าที่อีหูกคำต่ำนั่นงามหลาย บ่อฮู้มีแนวใด๋เข้าฝันดลให้มันต่ำขึ้นลายพวกนี่ได้ลูกอยากไปบีบเอาจากมันอีกหลายๆผืน ผ้าฝีมืออีนี่มันงามกว่าของพวกขี้ข้า”
“เจ้าน่าสิหัดต่ำผ้าไว้แหน่ ให้เฒ่าไอ่มันสอน สิได้เฮ็ดเป็น แม่เซื่อว่าลูกสิประดิษฐ์คิดลายได้งามเลิศกว่าอีหูกคำเป็นฮ้อยเทื่อพันเทื่อ คนอย่างมันหรือ สติปัญญาสิดีได้ส่ำขี้เล็บขี้ตีนลูกแม่”
“แต่ลูกขี้คร้าน งานฝีมือแนวนี่มันน่าเบื่อ มันบ่อม่วน”
“ถ้าอย่างนั่นก็ตามใจ คนระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินบ่อจำเป็นต้องไปเฮ็ดหยังอย่างนั่นดอก แม่เองก็ต่ำบ่อเป็น อยากได้ก็สั่งพวกขี้ข้ามันต่ำมาให้ ถ้าลูกมักลวดลายฝีมืออีหูกคำ ก็หมั่นไปบีบ ไปคั้นคอเอากับมันสิ ใซ้งานมันหนักๆให้สมกับเป็นลูกอีเดนคนอย่างอีทองจันทร์”
ศรีสะอาดทำจมูกฟุดๆ ฟิดๆ “อัญญาแม่... อัญญาแม่ได้กลิ่นหยังบ่อเพคะ”
“นั่นมันกลิ่นสาปคาวเลือดมนุษย์นิ”
มหาเทวีเดินไปดูรอบๆ บริเวณก็ไม่มีเลือดสักหยด
“ไผมาฆ่ากันตายในเขตโฮงเฮือนหลวงหนอ รอบๆ บริเวณนี่ ก็บ่อเห็นสิมีเลือดสักหยด”
“กลิ่นสาปเลือดเหม็นเน่าคาวคลุ้งอย่างนี่ มันเป็นลางอัปมงคล” มหาเทวีว่า
“มันต้องมีเรื่องฮ้ายแฮงอุบัติขึ้นแน่นอนเพคะ”
“เกิดลางบอกเหตุหยังขึ้น กูอยากสิฮู้นัก”

ที่คุ้มสนมทองจันทร์ สมีพราหมณ์แดงเอาหุ่นดินปั้นเป็นรูปรอยชายหญิงมาผนึกกันแทนองค์อัญญาหลวงและทองจันทร์นั่นเอง มัดด้วยฝ้ายสายสิญจน์ ทำพิธีในแสงเทียนสลัวราง ท่องคาถาภาษาฮินดูโบราณ เป็นคาถาพวกอลัชชีนอกรีตเพื่อทำของใส่อัญญาหลวง
“ข้อยให้มดหมอที่เขาส่าลือว่าเก่งจากทั่วล้านซ้างมาซ่อย ก็บ่อเห็นมีไผเฮ็ดได้สำเร็จจักคน ท่านคงสิบ่อเฮ็ดให้ข้อยผิดหวังดอกเนาะ สมีพราหมณ์แดง”
“ถ้าอยากฮู้ว่าฤทธานุภาพเวทมนต์ของข้อยนั่นแก่กล้าปานใด๋ อัญญานางก็รอพิสูจน์ให้เห็นเองกับตา ในอีกบ่อกี่ทิวาราตรีนี้”
“ถ้าเวทมนต์คุณไสยของท่านนั่นแก่กล้า ข้อยสิปูนบำเหน็จให้อย่างงาม”
“นี่คือหุ่นฝังฮูปฝังฮอย ปั้นจากดินเจ็ดป่าซ้าจากเจ็ดหัวเมืองใหญ่ในเขตลุ่มแม่น้ำของ เคลือบด้วยน้ำมันผีตายโหง พันด้วยสายสิญจน์พราหมณ์แดง”
“ข้อยเซื่อมั่นว่าเครื่องรางของท่านนั้นมีมนตราฮ้ายแฮง”
“แม่นแล้ว อัญญานาง แต่ของเหล่านี่สิสัมฤทธิ์ผลแต่เพียงถ่ายเดียวบ่อได้ ต้องประกอบพิธีกรรมฮ่วม จึงสิศักดิ์สิทธิ์ ของจึงสิแก่กล้า”
“แล้วพิธีของท่านนี่ ต้องเฮ็ดจั่งได๋”
“ข้อยสิบอก แต่อัญญานางต้องให้อีข้าหลวงพวกนี่ออกไปก่อน” พราหมณ์แดงบอก
“พิลา สาลี พวกมึงออกไปก่อน”
ทันทีที่สองข้าหลวงพ้นตัวออกไปแล้ว สมีพราหมณ์แดงจ้องมองดวงตาพระสนมลึกซึ้ง ทองจันทร์สู้สายตาไม่ได้คิดเป็นอื่น สมีมองล่วงล้ำถึงเรือนร่างทรวดทรงของพระสนมทองจันทร์แล้วยิ้มพึงพอใจ
“หากอัญญานางอยากให้มนตราแก่กล้า บ่อมีวันเสื่อมคลาย อัญญาหลวงหลงใหลโงหัวบ่อขึ้น ก็ต้องแต่งพิธีสังเวยผีตายโหงด้วยสาปคาวกามคุณ”
ทองจันทร์สนใจ “สังเวยจั่งได๋”
“เพื่อให้ผีตายโหงพวกนี่เมามันในกามคุณและดลจิตอัญญาหลวงให้เสี้ยนราคะกามคุณในกายอัญญานาง อัญญานางสิต้องฮ่วมสังวาสกับข้อยในพิธีกรรมนี่”
“หัวกบาลข้อยสิได้หลุดจากบ่าบาดนี่ล่ะ” ทองจันทร์บ่นบ้า
“สุดแท้แต่อัญญานาง ข้อยเองก็เสี่ยงอาญาบ่อพ้นเกล้า แต่มันก็เป็นทางเดียวที่สิแผดเผามนตรานี้ให้ฮ้อนแฮง”
ทองจันทร์คิดชั่งใจหนัก
“สังวาสสามราตรี ในซ่วงคืนกาฬปักษ์ ก่อนดวงจันทร์สิคายแสงสว่างกลับคืนมา สิเฮ็ดให้อัญญานางมีเสน่ห์ฮ้อนแฮง กุมอำนาจอยู่เหนือแผ่นดิน”
ทองจันทร์เริ่มเบิกตาเมื่อได้ยินสิ่งที่ตนจะได้
“อย่าไปคึดหยังหลาย มันเป็นแค่พิธีที่เฮาต้องเฮ็ด รางวัลที่ข้อยอยากได้ คือปูนบำเหน็จเงินคำกำแก้วที่สิได้ฮับจากอัญญานางตอนขึ้นนั่งเสวยราชซะบัลลังก์ตั่งเงินตั่งคำ เป็นมหาเทวีผู้มีอำนาจราชศักดิ์สูงสุดในแว่นแคว้นแดนดิน”
ทองจันทร์ได้ยินเช่นนั้นก็ใจสั่นระรัวอยากได้ใคร่ดี จึงยอมทำๆเพื่อให้สำเร็จลุล่วงไป
“เจ้าสิเฮ็ดหยังข้อย ก็ฟ่าวลงมือเลย ข้อยกระหายอำนาจใจสิขาดแล้ว คนอย่างอีทองจันทร์ เมื่อกล้าได้ ก็ต้องกล้าเสีย”
พราหมณ์แดงสวดภาษาลัทธินอกรีต แล้วเข้าตระโบมโลมเลียพระสนมซึ่งยินยอมแต่โดยดี

ในแสงตะเกียงสลัวราง นางงออยู่ในกระท่อมที่พักลำพัง เปิดกล่องใบยาคล้ายๆ ยาเส้นบุหรี่ รินน้ำร้อนจากกาลงใส่ถ้วย คีบเส้นยาแห้งนั้นลงไปแช่ลงน้ำร้อน
“ยาพ่อเอ๋ย...ลูกขอพึ่งบารมีว่านยาของญาพ่อคืนนี่ขอให้ลูกได้หลับดี อย่าได้พัวพันฝันเห็นเรื่องร้ายๆ ที่หลอกหลอนเลย”
นางงอค่อยๆ ยกถ้วยยานั้นขึ้นดื่ม มือไม้สั่นระรัว วางถ้วยยาลง แล้วล้มลงบนฟูกที่นอน หอบหายใจเฮือกๆ เพราะฤทธิ์ของน้ำต้มว่านนั้น
“ขอให้ลูกลืมทุกอย่างในซีวิต ลืมทุกความเจ็บปวดทรมานทั้งกายทั้งใจ”
นางงอหัวเราะเบาๆ เสียงต่ำ น่ากลัว เหมือนกำลังมึนเมา ด่ำดิ่งสู่อดีตกาล

เวลานั้น แม่ไอชื่นชมผ้าแพรสไบบางผืนใหม่ที่อัญญานางหูกคำทอขึ้นมา
“แพรผืนนี่ ลวดลายงามหลาย เนื้อผ้าก็อ่อนนุ่ม แต่ผืนบางไปจักหน่อย ผืนนี่แม่นบ่อที่อัญญานางลองให้หนอนไหมกินใบหม่อนซุ่มน้ำค้างอาบแสงพระจันทร์เต็มดวงวันศีลใหญ่”
“แม่นแล้วจ้ะแม่ไอ่ ใบหม่อนซุ่มน้ำค้างแรกของคืนศีลใหญ่ เฮ็ดให้หนอนไหมทอเส้นใยที่นุ่ม เบาบางแต่อุ่น”
“อัญญานางเก่งหลายที่ประยุกต์วิซาที่ข้าน้อยสอน ต่อไปนี่ วิซาทอไหมที่อัญญานางคิดค้นก็สิตกทอดสู่คนรุ่นลูกหลาน”
“ค่ำมืดแล้ว อากาศกำลังเย็น ข้อยสิออกไปตากลมหนาว ลองเบิ่งว่าผ้าบางๆผืนนี่ สิห่มแล้วอุ่นหลายน้อยปานได๋”
“อย่าออกไปเลยเพคะ มืดค่ำก่ำตาแล้วมันอันตราย คืนกาฬปักษ์ ผีสางคางแดงแล่นตำกันผีปอบผีเป้าสิเข้าสิง”
“ผีสางคางแดงทางใด๋มันสิกล้าเข้ามาในเขตโฮงเฮือนหลวงของเฮา ท่านปู่พญามหานาคราช และพญานาคสิบห้าตระกูลเพิ่นปกปักรักษาไว้อยู่”
“ถ้าอย่างนั่น ให้ข้าน้อยไปเป็นหมู่เถิดเพคะ”
“บ่อเป็นหยังดอก แม่ไอ่จัดห้องหับบ่อนหลับบ่อนนอนสา เดี๋ยวข้อยก็กลับคืนมาแล้ว”
อัญญานางหูกคำใช้แพรสไบบางผืนนั้นพาดห่มคลุมกายแล้วเดินออกไป แม่ไอ่มองตามด้วยความเป็นห่วง พนมมือขึ้นไหว้
“ขออย่าให้มีภัยมาเบียดบังอัญญานางของข้าน้อยเถิด สาธุ”
แม่ไอ่มีท่าทีกังวลห่วงใยหูกคำไม่คลาย

ด้านสมีพราหมณ์แดงเอาหุ่นดินปั้นเป็นรูปรอยชายหญิงมาสวด เป่ามนต์พ่นลงไป พระสนมทองจันทร์ใจจดใจจ่ออยากเห็นผลลัพธ์ไวๆ
“เป็นจั่งได๋แหน่ ของที่ท่านเฮ็ดมันเข้าอัญญาหลวงแล้วยัง อัญญาหลวงต้องมนต์คุณไสยหลงใหลข้อยแล้วยัง”
พราหมณ์แดงไม่ตอบ จ้องตาทองจันทร์ลึกซึ้ง
“เป็นหยังบ่อปาก สิมาหูหนวกปากกืกหยังตอนนี่ ข้อยถามบ่อได้ยินซั่นบ้อ”
พราหมณ์แดงหยิบแผ่นทองแดงสลักมนต์ภาษาเขมรส่งให้
“คาถาที่สลักเทิงแผ่นทองแดงนี่ ให้อัญญานางเอาไว้สวดแต่งพิธีนึ่งข้าวระดูต่อหน้าเตาไฟที่ตั้งหม้อข้าว เอาเลือดระดูแดงนึ่งข้าวถวายให้อัญญาหลวงเสวย สวดร่ายคาถาอย่าให้ขาด ระหว่างข้าวกำลังสุก”
สมีชั่วจ้องตาทองจันทร์อย่างติดใจหื่นกระหายในกามารมณ์ เนื่องเพราะได้เสียกันมาสามคืนแล้ว ทองจันทร์จ้องปะทะอยู่ครู่หนึ่ง เห็นสมีไม่ลดรา ก็หันไปหยิบถุงใส่ก้อนเงินบนพานยื่นให้ สมีสมีพราหมณ์แดงฉวยเอา แล้วจ้องตาอีก ทองจันทร์จะหยิบเอาแผ่นทองแดงไป แต่สมีชักมือกลับ
“เงินคำกำแก้วข้อยก็ปูนบำเหน็จให้ท่านไปแล้ว ยังสิเอาหยังอีก เอาแผ่นคาถามาให้ข้อย ข้อยสิได้แต่งพิธีนึ่งข้าวระดู”
“ข้อยยังให้บ่อได้ อัญญานางสิต้องแต่งพิธีสังเวยสาปคาวกามคุณอีกก่อน”
“สังเวยหยังอีก ก็แต่งไปแล้วตั้งสามคืน มันก็ครบแล้วนี่ พระจันทร์คายแสงออกมาเป็นเสี้ยวแล้ว ยังสิมาพาข้อยเฮ็ดหยังอีก”
“พิธีสังเวยมันยังบ่อแก่กล้าพอ”
“อ้าว แล้วเป็นหยังตอนแรกบอกว่าฤทธิ์เดชเวทมนต์ของท่านมันขลังนักขลังหนาล่ะ”
“แต่อัญญาหลวงมีของปกปักรักษาอยู่หลาย ยากที่ดวงจิตสิมัวเมาเวทมนต์ได้ เฮาต้องเร่งแต่งพิธีสังเวยสาปคาวกามคุณอีก สิให้ได้ผล ก็ต้องแต่งอีกเจ็ดราตรี”
“บักห่าสมีลามกจกเปรต กูบ่อให้มึงเฮ็ดแล้ว พิธีจัญไรไฟไหม้อีหยังของมึงนี่ ออกไปจากเฮือนกู ออกไป กูเป็นถึงพระสนมอัญญาหลวง มึงสิมาล้อเอากูง่ายๆ ซั่นบ้อ”
“ง่ายบ่อง่าย ข้อยก็ได้มาแล้วหลายครั้งล่ะวะ มันพอเอิ้นกันว่าผัวเมียได้เต็มปากแล้วด้วยซ้ำ”
ทองจันทร์ตวาดลั่น “หุบปาก อย่าเว้าคำนี่ให้ไผได้ยินเด็ดขาด”
“ถ้าอย่างนั่น ขอผัวจูบปิดปากจักหน่อยได้บ่อ” สมีเอื้อมมือมาสัมผัสกาย สนมทองจันทร์ร้องลั่น
“บักสกปรกโสโครก มึงอย่ามาจับมาบายกู” ทองจันทร์สะบัดออกอย่างแรง
“โธ่เอ๋ย... ผัวขอล่ะ เข้าพิธีสังเวยนำกันอีก ของสิได้ขลัง เนาะเมียจ๋า”
พร้อมกับว่าสมีหื่นเข้ามาสัมผัสเนื้อกายพระสนม ทองจันทร์สะบัดผลักออกอย่างชิงชัง
“มึงอย่ามาลามปามกู ถ้าอัญญาหลวงฮู้เข้า หัวกบาลมึงบ่อได้ตั้งเทิงบ่าแน่”
“อย่าเฮ็ดปานว่าเป็นสาวพรหมจรรย์เลย เจ็ดคืนนี่ ข้อยสิแต่งทำพิธีสังเวยแบบใหม่ อัญญานางสิต้องติดใจ”
“พิธีพ่อพิธีแม่อีหยังของมึง ออกไป อย่ามาจัญไรไฟไหม้กับกู ออกไป” ทองจันทร์แค้นสุดแค้น
“สิไล่ข้อยออกไปง่ายๆ ได้จั่งได๋ ข้อยเกิดอารมณ์กระสันแล้ว” พราหมณ์แดงยั่ว
ทองจันทร์แทบเต้น “บักสมีลามกจกเปรต กูเสียฮู้มึงเข้าแล้ว กูบ่อน่าคบค้าคนซั่วทรามนามหมาอย่างมึงเลยบักซาติซั่ว บักมารศาสนา บักเดนมนุษย์ ออกไป ไผอยู่ข้างนอกน่ะ มาซ่อยกูแหน่”
พิลา กะ สาลี ตกใจ ถือดาบวิ่งเข้ามา ชักออกมาขู่
“ท่านสมีพรามหณ์แดง ท่านเฮ็ดอันตรายหยังอัญญานางทองจันทร์” พิลาไม่พอใจ
“มันต้มตั๋วหลอกลวงให้กูเสียฮู้ พวกสูไล่มันออกไป” ทองจันทร์สั่ง
สาลีใช้ดาบในมือขู่ “ถอยออกไปให้ห่างจากอัญญานาง”
พราหมณ์แดงยิ้มเย้ยเพราะตัวเองได้เปรียบ ชูถุงก้อนเงินในมือให้ดู
พราหมณ์แดงบอกสองข้าหลวงว่า “เงินคำกำแก้วบ่อจักก้อน มันบ่อคุ้มค่าวิซากูดอก อัญญานางของพวกสูต้องให้กูหลายกว่านี่”
“บักเดนนรก มึงอยากหัวกบาลขาดออกจากบ่าซั่นบ้อ”
“หัวกบาลไผกันแน่ที่สิขาด ถ้ากล้าก็ลองเบิ่ง เรื่องซั่วทรามปานนี่ อาญาก็บ่อพ้นเกล้าโตอัญญานางเองคือกัน”
“บักสารเลว บักนรกอเวจี กูเสียฮู้มึงแล้ว ออกไป! อย่าเอาเสนียดจัญไรมาแปดกู”
พิลา กับ สาลี ถือดาบประชิดเข้าไปใกล้ตัวพราหมณ์แดง
“บ่อแต่งพิธีสังเวยอีกจักหน่อยหรือ ของสิได้ขลัง”
“มึงไปสังเวยกับโคตรเหง้ามึงไป ออกไป”
พราหมณ์แดงหัวเราะร่า เดินออกไป
“พิลา สาลี ดักมันไว้ก่อน”
สองนางข้าหลวงดักสมีไว้
“เอาแผ่นคาถามาให้กู”
พิลาเอาปลายดาบจี้คอสมีไว้ ให้สาลีฉกแผ่นทองแดงออกมาจากตัว
“ไสหัวมึงไปไกลๆ แล้วอย่าเสนอหน้ากลับคืนมาอีก กูเอามึงตายบ่อได้ผุดได้เกิดแน่ บักสมีจัญไร”
พราหมณ์แดงเดินหัวเราะร่าออกไปไม่สะทกสะท้าน ทองจันทร์เครียดจัด กลัวความลับจะรั่วออกไปถึงหูคนอื่น โดยเฉพาะอัญญานางมหาเทวีคำอ่อน

ด้านอัญญานางหูกคำออกมาเดินเล่นรับลมเย็นในอุทยานหลวง และเพื่อทดสอบความอุ่นของผ้าสไบบางผืนใหม่
ระหว่างนี้สมีพราหมณ์แดงเดินฝ่าอุทยานมา เมื่อเห็นหูกคำเข้าก็หยุดซุ่มมองดูอย่างหื่นกระหาย
“สาวสนมนางในนี่มีแต่ผู้จบๆ งามๆ ทั้งนั่น ถืกใจกูหลาย กูสิฟัดเฮ็ดเมียให้ติดใจเลย”
สมีเห็นรางๆ ว่าเป็นหญิงสาวร่างอ้อนแอ้น จึงเกิดกระสันตัณหากลับ ปรี่เข้าไปฉุดคร่า
หูกคำร้องลั่น “ซ่อยแน้ ซ่อยข้อยแน้ เจ้าเป็นไผ ปล่อยข้อย”
พราหมณ์แดงตวาดพยายามเอามือปิดปาก “หุบปาก ถ้าบ่ออยากตาย ก็จงปิดปากเงียบ”
หูกคำดิ้นหนีสู้ตาย “เจ้าเป็นไผ เจ้าสิเฮ็ดหยัง ปล่อยข้อย”
“ข้อยบ่อเฮ็ดอันตรายเจ้าดอก ข้อยสิเฮ็ดให้เจ้าอยู่ดีมีแฮง”
“ปล่อยข้อย ปล่อย”
สมีชั่วลวนลาม รุกเร้าซุกไซ้ซอกคอ กุมตัวหูกคำแน่น
“ฮ้องเข้าไป เดี๋ยวเคลิ้มจักหน่อยก็ฮ้องบ่อออกแล้ว ฮ่าๆๆๆ”
“ปล่อยข้อย ซ่อยแน้ ไผก็ได้ ซ่อยข้อยแน้”
ทันใดนั้นเอง องครักษ์ท้าวเพียคำจันก็โผล่เข้ามาช่วย ถีบสมีกระเด็นไป และตามไปชกต่อย
“บักโจรเถื่อน มึงกล้าข่มเหงอัญญานางหรือ”
เกิดการต่อสู้ตะลุมบอนกันขึ้น สมีหื่นตั้งตัวได้ชกจนท้าวเพียงล้ม ดาบหลุดมือ สมีหยิบเอาดาบมาฟาดท้าวเพียจำจัน
“บักท้าวเพียกระจอก เล่ห์เหลี่ยมกลยุทธ์มึงยังอ่อน อย่ามาลองของกับกู”
“โจรเถื่อน เจ้าอย่าฆ่าตีท้าวเพียคำจัน ข้อยขอล่ะ”
“เมื่อกี้มึงถีบไผ เก่งคักหลายซั่นบ่อ กูสิเอามึงตายมื่อนี่ล่ะ”
สมีพราหมณ์แดงกำลังจะเอาดาบจ้วงแทงกลางลำตัวท้าวเพีย ทันใดนั้นก็ถูกเท้าของราชบุตรถีบกระเด็นไป
“อัญญาอ้าย”
อัญญาเจ้าราชบุตรเข้ามา สมีสู้ยิบตา แต่สุดท้ายถูกเตะก้านคอจนล้ม ท้าวเพียคำจันเข้ามากุมตัวสมีไว้
“เจ้าเป็นไผ เข้ามาในเขตโฮงเฮือนหลวงได้จั่งได๋” หูกคำแปลกใจไม่หาย
“อุกอาจนัก บักโจรเถื่อน กูสิปลิดหัวกบาลมึงเดี๋ยวนี่ล่ะ” ศรีโซ่ทองแค้นจัด
“อย่าเพคะ อัญญาอ้าย อย่าฆ่าเพิ่น”
“สาระแนหยัง อีหูกคำ มันสิข่มเหงมึงบ่อแม่นหรือ สิเก็บมันไว้หยัง หรืออยากสิเลี้ยงมันเอาไว้เฮ็ดให้มึงคลายเสี้ยนตัณหา กูสิได้ไว้ซีวิตมัน”
“อัญญาอ้ายประมาทหยาดคุณข้าน้อยเกินไป ที่ข้าน้อยบ่ออยากให้ฆ่า ก็ย่อนว่าบ่ออยากให้อัญญาอ้ายมีบาปติดโตจากการฆ่าสัตว์ตัดซีวิต มันเป็นกรรมใหญ่”
ราชบุตรโมโหพาลพาโล “อีซาติกา มึงไปบวชเป็นภิกษุณีจักห้าพรรษาก่อน ค่อยสาระแนมาเทศน์สอนกู”
หูกคำเจ็บปวดเพราะคำพูดทำร้ายจิตใจของราชบุตรยิ่งนัก ศรีโซ่ทองเดินเข้าไปถีบสมีทรุดลงนั่งคุกเข่า
“มึงเข้ามาได้จั่งได๋ ไผนำพามึงเข้ามา แล้วเข้ามาเฮ็ดเวียกงานอันใด๋”
“บักผู้บ่าวส่ำน้อยนักเลงใหม่ ถ้าเจ้าอยากฮู้ ก็ไปถามอัญญานางทองจันทร์เอาเอง” พราหมณ์แดงบอก
เสียงทองจันทร์แหวดังเข้ามาก่อนจะเห็นตัว “สาระแน บักห่าโจรเถื่อน”

ทุกคนมองไปเห็นพระสนมทองจันทร์ และนางข้าหลวงรับใช้สองคนตามเข้ามายังอุทยาน
“อัญญาเจ้าราชซะบุตร บักโจรอลัชซีนอกฮีตนี่มันบุกเข้ามาปล้นเอาเงินคำ เกือบสิสังหารข้าหลวงของน้าตาย”
“จริงแท้หรืออัญญานางน้า มันอุกอาจคัก อีหูกคำยังสิให้ข้าน้อยปล่อยมันไป” ราชบุตรเห็นด้วย
แม่ไอ่เดินออกมาดูเหตุการณ์ เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วอุทยาน
“สิไปฟังความมันเฮ็ดหยัง หลานก็ฮู้ ว่าอีหูกคำมันโง่ดักดานคืองัวคือควาย ฮึ มันซ่างบ่อถืกบักโจรนี่ปาดคอขาด สิได้ตายๆไป บ่อต้องได้อยู่เป็นคน”
หูกคำได้ยินเช่นนั้นก็น้อยใจ สะอื้นไห้ น้ำตาไหลริน เนื้อตัวสั่นเทา แม่ไอ่เข้ามากอดปลอบ
“ข้าน้อยบ่อได้เซื่อความมันดอก อัญญานางน้า ข้าน้อยสิต้องจัดการกับบักโจรนี่”
“อย่าได้ร่ำไรเลยหลาน เอาดาบในมือเจ้าปาดคอส่งมันลงนรกอเวจีไปซะ”
“มึงสิส่งไผลงนรกอเวจี อีทองจันทร์”
อัญญานางมหาเทวี อัญญาหลวง และข้าหลวงตามเสด็จลงมาในอุทยาน
“นี่มึงมีอำนาจราชศักดิ์สิมากุมธุระเวียกงานสั่งฆ่าคนแล้วหรือ”
“ข้าน้อยขอสมมาเพคะ อัญญานางมหาเทวี”
อัญญาหลวงหันมาทางราชบุตร “นี่มันเกิดหยังขึ้น ศรีโซ่ทอง”
“บักโจรเถื่อนลัทธิพราหมณ์แดงนอกฮีต มันบุกเข้ามาข่มเหงปล้นเงินคำคนในเขตโฮงเฮือนหลวงพระเจ้าค่ะ”
อัญญาหลวงแปลกใจ “พวกพราหมณ์แดงซั่นบ่อ”
“อลัชซีนอกฮีตพวกนี่ มันแก่กล้าวิซาคุณไสยมนต์ดำ เล่นของเลี้ยงผีนิ่เพคะ” มหาเทวีว่า
ทองจันทร์สบช่อง “แม่นแล้วเพคะ ฆ่ามันเลยเพคะ อัญญาหลวง อย่าได้ไว้ซีวิตมัน อย่าได้ไปถามมันหลายความ เดี๋ยวมันสิคายอาคมสะกดดวงวิญญาณเอาหนาเพคะ”
มหาเทวีหมั่นไส้ “ส่อหล่อสู่ฮู้คัก อีทองจันทร์ อีสนมหางแถว”
ทองจันทร์คุมแค้นโกรธจัดที่ถูกมหาเทวีดูถูกต่อหน้าคนอื่น แสดงได้เพียงสายตา พูดอะไรสู้เขาไม่ได้
“มึงบุกเข้ามาในเขตโฮงเฮือนหลวงได้จั่งได๋ บักโจรพราหมณ์แดง” อัญญาหลวงถาม
พราหมณ์แดงยักท่า “เข้ามาได้จั่งได๋ ก็ลองถามอัญญานางทองจันทร์เบิ่งพระเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์แว้ดใส่ “มึงสิมาเสือกหยังกับกู มึงเข้ามาหาปล้นเงินคำข้าหลวง ก็บอกเพิ่นไปแม้”
“เจ้าฮู้เห็นเป็นใจกับมันนำบ่อ ทองจันทร์”
“บ่อเลยเพคะ ข้าน้อยบ่อได้เกี่ยวดองหนองยุ่ง ซ่องสุมสมาคมหยังกับอลัชซีพวกนี่”
พราหมณ์แดงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเยาะออกมา
“สับส่อตอแหลแท้ อัญญานาง... เว้ามาอีก ประจานข้อยออกมาอีก ข้อยอยากฟัง”
ทองจันทร์หวาดหวั่นกลัวความลับแตก “ฟันคอมันเลยเพคะ อย่าได้เก็บไว้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน”
มหาเทวีตวาด “อีทองจันทร์ มึงหุบปากไปซะ ให้อัญญาหลวงสอบสวนทวนพยานเอง”
อัญญาหลวงซักต่อ “มึงเข้ามาเฮ็ดหยังในเขตนี่ ไผนำพามึงเข้ามา”
“อัญญานางทองจันทร์ให้ข้าน้อยเข้ามาแต่งพิธี...” พราหมณ์แดง
อัญญาหลวงถามสวนออกมา “อีทองจันทร์ซั่นบ่อ สูแต่งพิธีหยัง”
ทองจันทร์ตกใจ กลัวถูกแฉ
“พิธีแต่งแก้เสียเคราะห์พระเจ้าค่ะ อัญญานางฝันอัปมงคลติดกันมาสามคืน” พราหมณ์แดงยิ้มเจ้าเล่ห์
ทองจันทร์กลัวความแตก “อย่าไปฟังคำมันเพคะ บักพรามหณ์นอกฮีตนี่มันสับส่อตอแหล”
“แล้วเป็นหยังมึงบ่อบอกกู กูสิได้แต่งพิธีบายศรีสู่ขวัญหลวง เอิ้นขวัญให้ กูเป็นผัวมึงแท้ๆ เป็นหยังหันไปเพิ่งพาคนอื่น มึงเห็นอลัชซีนอกฮีตพวกนี่มันวิเศษกว่ากู ซั่นบ้อ ท้าวเพียข้าหลวง ไปเซิญพานโซ่ทองมาลากอีทองจันทร์ไปลานลงทัณฑ์ เฆี่ยนสั่งสอนมันห้าสิบไม้ แล้วปลดฐานันดรลงเป็นนางข้าหลวงฮับใช้ในโฮงครัวไฟ”
พราหมณ์แดงยิ้มสาสมใจ ขณะที่ทองจันทร์ตกใจสุดขีด หน้าซีดเผือด ทรุดกายลงกับพื้น

หลายวันมานี้อาการของโซ่ทองดีขึ้นเป็นลำดับ นางสายนั่งทำงานอยู่หน้าเรือนคอยดูอาการลูกไปด้วย จนเห็นโซ่ทองลุกเดินลงเรือนมา พยายามสวมเสื้อเหมือนจะไปข้างนอก นางสายรีบลุกมาประคอง
“โซ่ทองเอ๊ย สิไปไสล่ะลูก เป็นหยังบ่อนอนพัก”
“ข้อยสิไปเฮือนแพทย์จ้ะ”
“โธ่เอ๋ย... เดี๋ยวแผลก็แตกอีกดอก”
“แผลข้อยดีขึ้นหลายแล้วจ้ะอีแม่ นอนมาตั้งหลายมื่อ ตอนนี่บ่อฮู้สึกเจ็บแล้ว ให้ข้อยไปเฮ็ดเวียกเฮ็ดงานสา ซ่วงนี่ พ่อแพทย์บ่อมีข้อยซ่อยงาน คงสิยุ่งยาก”
นางสายได้แต่ถอนใจ รู้ว่ายังไงก็ขัดใจลูกชายไม่ได้
“ถ้าอย่างนั่น สิลุกสินั่งก็ระวังแหน่ อย่าเพิ่งใซ้แฮงหลายเด้อลูก ถ้าเฮ็ดหยังบ่อไหวก็บอกเพิ่น แม่ว่าพ่อแพทย์เพิ่นเมตตาเจ้าอยู่”
“จ้ะ ข้อยไปเด้อ อีแม่”
โซ่ทองบอกแม้ แล้วเดินออกไป โดยมีนางสายมองตามอย่างเป็นห่วง รำพันเบาๆ
“ลูกเอ๋ย บ่อฮู้ซาติก่อน เจ้าไปเฮ็ดเวรเฮ็ดกรรมกับไผเขาไว้ ซาตินี่ถึงต้องมาเจ็บโตด้วยคมหอกคมดาบ ทั้งๆที่เจ้าก็เป็นคนจิตใจดี มีเมตตากรุณาต่อผู้อื่น”
นางสายเป็นกังวล แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยวางเมื่อนึกถึงกฎแห่งกรรม
“แต่เวรกรรมมันเป็นของจำเพาะ บาปไผบุญมัน ใซ้หนี้กรรมเขาให้เหมิด สิได้เหมิดเวร”
นางสายปล่อยปลง ก้มหน้าทำงานต่อ

ค่ำนั้น สมิงพันดงที่ชาวบ้านนับถือเป็นพ่อครูนั่งอยู่หน้าเครื่องไหว้บนเรือน บริกรรมคาถา เคี้ยวหมาก บ้วนน้ำหมากลงกระโถน
“เป็นบุญของพวกมึงแล้วที่ได้มาฮอดเฮือนซานของพ่อครูสมิงพันดง ครูบาอาจารย์ผู้มีวิซาอาคมแก่กล้า ให้เพิ่นฮาดน้ำมนต์พ่นน้ำหมาก”
สมิงพันดงเคี้ยวหมากไปถามอาการไป “มึงเจ็บป่วยหยัง ถึงได้มาหากูมื่อนี่”
“เอ่อ.. ข้อยเจ็บตาจ้ะ ตาพล่ามัว แนมหยังก็มืดมัวฝ้าฟาง ข้อยย่านว่าตาสิบอด” คนไข้บอกอาการ
“มึงบ่อต้องย่านดอก บอดแน่นอน ถ้าบ่อมาหาพ่อครู แล้วเคยไปปิ้นปัวรักษาทางอื่นมาบ่อ” ลูกน้องซัก
“ไปจ้ะ ไปหาพ่อแพทย์พุทไธ เพิ่นฝนว่านฝนยาให้กิน แล้วบอกให้เซาเวียกเซางาน พักอยู่เฮือน ให้นอนหลับตาโดนๆ บ่อให้แนมเบิ่งหยัง”
“ให้นอนหลับตาโดนๆ นี่ มันส่ำว่าบอกลางพวกมึง ให้เตรียมตาบอดได้แล้ว ย่อนว่ามันเหมิดปัญญารักษามึง กินว่านกินยาของมันแล้วตามึงดีขึ้นบ่อล่ะ” สมิงพันดงถาม
ญาติที่มาด้วยกันบอกว่า “ถ้าดีขึ้น คงบ่อได้ดั้นด้นมาเพิ่งบารมีพ่อครูดอกจ้ะ”
“พวกมึงไปรักษาผิดหมอผิดครู ระวังสิได้ทุกข์ใหญ่หลวงถึงตายหนา” ลูกน้องขู่
คนไข้ผวา “จ้าๆ ข้อยย่านแล้ว ข้อยย่านตายนี่ล่ะ ถึงได้มาขอเพิ่งบุญพ่อครูสมิงพันดง”
“ข้อยบ่ออยากให้เสียเวลา พ่อครูลงมือรักษาเถิดจ้ะ” ญาติคนไข้ว่า
พ่อครูยักท่า บ้วนน้ำหมาก คายคำหมากทิ้งไป แล้วเอาน้ำในขันมาบ้วนปากทิ้งลงในกระโถน
“สิรักษาได้จั่งได๋ ยังบ่อให้ค่ายกอ้อยอครู วิซาของครูบาอาจารย์ก็กัดกินดวงวิญญาณพ่อครูพอดี”
“จ้ะๆๆ ข้อยลืมไป”
“ใส่ขันให้พ่อครูยกอ้อยอครูไปเลย บ่อต้องเสียดายเงินคำกำแก้ว” คนไข้บอก
ลูกน้องเอาขันน้ำมนต์มายื่นให้พ่อครู สมิงพันดงทำปากขมุบขมิบร่ายมนต์บริกรรมคาถา มาดดูเข้มขลัง
“จับมันถ่างตา”
“พ่อครูสิเฮ็ดหยัง ข้อยเจ็บตา ข้อยย่าน” คนไข้ตกใจ
“ถ้าบ่อไว้ใจกู ก็อย่ามารักษากับกู เอาค่าครูมึงคืนไป ไปรักษากับหมออื่นให้มันบอดไปเลย อีกบ่อถึงสามมื่อเจ็ดมื่อดอก มึงตาบอดแน่นอน”
ญาติด่า “มึงสิมาใจเสาะใจปลาซิวหยังตอนนี่ อยากตาบอดซั่นบ้อ”
“บ่อๆๆๆ เอาเลยจ้ะพ่อครู ปิ้นปัวรักษาข้อยให้เซา”
“จับมันไว้ ถ่างตามันไว้ให้กู” สมิงพันดงสั่ง
ลูกน้องและญาติช่วยกันจับคนไข้ถ่างตาออก พ่อครูอมน้ำมนต์ในขันใส่ปาก บริกรรมคาถา แล้วพ่นน้ำใส่ตาคนไข้ร้องโอยโอย
“โอ๊ย ข้อยแสบตา”
พ่อครูสมิงพันดงไม่สน ยิ่งพ่นน้ำมนต์ใส่ตาซ้ำๆ ติดๆ กัน
“แสบมึงก็ทนเอา อีกจักหน่อยก็ดีขึ้น พ่อครูนี่ล่ะ เพิ่นศักดิ์สิทธิ์กว่าพ่อแพทย์”
คนไข้ร้องโอดโอยดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดทรมาน ลูกน้องและญาติต้องช่วยกันกุมตัวไว้

ความแค้นเมื่อในอดีต อัญญาหลวงกริ้วหนักกับเหตุการณ์วุ่นวายในเขตวังหลวงจากอลัชชีชั่วสมีพราหมณ์แดง และยังสั่งลงโทษสนมทองจันทร์ขั้นรุนแรง
ทองจันทร์ร้องไห้ไหว้วอนอยู่กับพื้น
“อัญญาหลวงเพคะ เมตตาสัตว์ผู้ยากเถิดเพคะ ข้าน้อยบ่อเคยคึดอย่างนั่นเลย บ่อเคยคึดคบค้าซ่องสุมสมาคมพวกนอกฮีตเลยเพคะ”
“แล้วถุงเงินคำนี่ล่ะ อัญญานาง”
ทองจันทร์ตกใจหน้าซีดเป็นกระดาษ เมื่อสมีชูหลักฐานเด็ดออกมา
หูกคำกลัวแม่คอขาด รีบทรุดนั่งไหว้วอนพระบิดา
“อัญญาพ่อเพคะ อัญญาแม่บ่อได้เฮ็ดผิดเลย อโหสิภัยให้อัญญาแม่เถิดเพคะ”
ทองจันทร์รีบอ้อนวอน “ขอเดซะ พระอาญาบ่อพ้นเกล้า บักอลัชซีโจรเถื่อนนี่มันเข้ามาปล้นเงินคำ สิฆ่านางข้าหลวง ข้าน้อยเวทนาพวกมัน จึงสละเงินคำกำแก้วส่วนตัวให้มันไปถุงหนึ่ง แล้วไหว้วอน ขอให้มันออกไป”
“กูเห็นแก่ว่าหูกคำขอร้องไว้หนา กูถึงยอม ท้าวเพียข้าหลวง ยกเลิกโทษอีทองจันทร์”
มหาเทวีทักท้วง “อัญญาหลวงเพคะ มั่นใจได้จั่งได๋ ว่าอีทองจันทร์มันบ่อได้สมคบฮ่วมคิด”
อัญญาหลวง “เอาน่า คำอ่อน ให้มันแล้วๆ กันไป ปล่อยอีทองจันทร์หลุดอาญา ส่วนบักพราหมณ์แดง...”
“ท้าวเพียคำจันบอกข้าน้อยว่าจับมันได้ตอนที่กำลังสิข่มขืนหูกคำพระเจ้าค่ะ” ราชบุตรหันไปจ้องหน้าสมีชั่ว “มึงสิแก้โตจั่งได๋”
“อุกอาจคัก บุกเข้ามาข่มเหงลูกเมียกูถึงในเขตเฮือนกู กุมมันไปเฆี่ยนฮ้อยไม้แล้วล่ามสายโซ่ขังคุกมืด”
พรามหณ์แดงท่องมนต์พึมพำจ้องสะกดจิตอัญญาหลวง เล่นเอาอัญญาหลวงถึงกับซวนเซไป
“บักอลัชซีพราหมณ์แดงนั่นมันกำลังเล่นของใส่อัญญาหลวง”
อัญญาหลวงตั้งสติได้ รีบท่องมนต์สู้
“พ่อปู่พญามหานาคราชซ่อยลูกหลานแหน่ บักพราหมณ์นอกฮีต มึงบังอาจเล่นของใส่กู กุมโตมันไปขัง มื่ออื่น จับมัดถ่วงถิ่มลงแม่น้ำของ ให้พญานาคราชทั้งสิบห้าตระกูลทำลายมนต์มัน”
พราหมณ์แดงหัวเราะเยาะ “บักอัญญาหลวงหน้าโง่ หัวกบาลมึงงอกเขายาวข้างละกิ่งแล้ว มึงมันโง่คือควาย กูสิบอกให้เอาบุญ อีทองจันทร์เมียมึงนี่ กูได้สมสู่หลายเทือแล้ว”
“บ่อแม่นความจริงเพคะ บักห่าสมีพราหมณ์แดงมันสับส่อตอแหลใส่ความข้าน้อย”
อัญญาหลวงโกรธจัด
“บักอลัชซีนอกฮีต มึงบังอาจคัก”
ศรีโซ่ทองยื่นดาบคมห้พระบิดา
“อัญญาพ่อ สังหารมันเลยพระเจ้าค่ะ”
อัญญาหลวงรับดาบไป เชือดเข้าที่คอสมีชั่วเต็มแรง แต่ปรากฏว่าฟันไม่เข้า มีเพียงรอยถลอกช้ำนิดเดียว สมีพราหมณ์แดงท่องมนต์มุบๆ มิบๆ จ้องตาสู้
ราชบุตรเห็นท่าไม่ดีร้องสั่ง “ท้าวเพียคำจัน ค้นว่ามีของดีอีหยังในโตมัน”
“พระเจ้าค่ะ”
ท้าวเพียคำจันค้นตัว สมีชั่วท่องมนต์หนักขึ้น จนอัญญาหลวงเริ่มเคลิ้ม เซจะล้ม
“สายตะกรุดทองแดงพระเจ้าค่ะ” เพียคำจันทร์ร้องบอก
ศรีโซ่ทองเดินไปใกล้ใช้ดาบเชือดสายตะกรุดจนขาดออกจากกัน
“มึงเก่งคักซั่นบ้อ”
“ฆ่ามันเพคะ อัญญาหลวง ก่อนที่มันสิฆ่าหมู่เฮาทุกคน” ทองจันทร์เร่ง
อัญญาหลวงจับดาบปาดคอฉับเดียว คราวนี้คอขาดเลือดพุ่งสมีล้มลงคอขาดวิ่น หงายหน้าขึ้นมา จ้องมองมายังอัญญาหลวง ราชบุตร และทองจันทร์อย่างอาฆาตพยาบาท
ทองจันทร์โล่ง หัวเราะชอบใจ เพราะไม่มีเสี้ยนหนามแล้ว
“ถุย บักสมีพราหมณ์แดง ในที่สุด มึงก็ตายตามกรรมของมึง สะใจกูแท้”
มหาเทวีจ้องทองจันทร์ เห็นพิรุธ
“อีทองจันทร์ อาญานี่ อย่าหวังว่าหัวกบาลมึงสิได้ตั้งอยู่เทิงบ่า มึงนำพามันเข้ามา ลักเล่นซู้สมสู่กัน แม่นบ่อ”
“บ่อเพคะ บ่อแม่นความจริงเลยเพคะ อัญญานางมหาเทวี”
ทองจันทร์ไหว้วอน ตัวสั่น ร้องไห้ หูกคำเห็นก็เวทนาแม่เข้าไปกอดปกป้อง
“ข้าน้อยเป็นพยานเพคะ อัญญานางมหาเทวี ถ้าอัญญาแม่ทองจันทร์สมสู่กับพราหมณ์แดงผู้นี่จริง เหตุใด๋มันจึงกำหนัดมาข่มเหงข้าน้อย”
อัญญาหลวงตัดบท “เอาล่ะ หูกคำก็ยืนยันแล้ว ว่าแม่บ่อได้เฮ็ด ก็ให้เลิกแล้วต่อกัน เหตุการณ์อุกอาจในมื่อนี่ อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก คืนเพ็งเดือนนี่ ให้ขื่อบ้านขางเมืองทั้งหลายแต่งพิธีสืบซะตาเมือง แต่งแก้เสียเคราะห์ล้างเสนียดจัญไรออกให้แปนเกลี้ยง” (ขื่อบ้านขางเมือง (สรรพนาม) = ข้าราชการ)
อัญญาหลวงเสด็จกลับคุ้มหลวงทันที มหาเทวีมองหน้าทองจันทร์อย่างเอาเรื่อง ก่อนจะลุกเดินตามไป ราชบุตรเดินตามหลัง หูกคำประคองแม่ลุกขึ้น ทองจันทร์สะบัดมืออกลุกขึ้นเอง
“อัญญาแม่...”
“กูยืนเองได้ อย่าสาระแนมาจับมาบายกู กูขี้เดียดมึง”
พอลุกขึ้นได้ ทองจันทร์ก็ผลักหูกคำล้มลงก้นจ้ำเบ้า แล้วเดินกลับคุ้มไปพร้อมกับข้าหลวงติดตาม
หูกคำร้องไห้สะอึกสะอื้น แม่ไอ่กอดปลอบ ท้าวเพียคำจันอยู่ใกล้ๆ มองดูอย่างเวทนา

ถึงวันงานบุญคูนลานเดือนยี่ หนึ่งในวัฒนธรรมอีสานฮีตสิบสองคองสิบสี่ จัดขึ้นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนา ชาวบ้านถือเครื่องไหว้ ขันหมากเบ็งดอกไม้ธูปเทียนบายศรีเล็ก มาไหว้ขอสมมาพระแม่โพสพ
ปีนี้ พิธีบายศรีสู่ขวัญข้าวบูชาพระแม่โพสพ พระแม่ธรณี ไหว้ผีตาแฮก วิญญาณบรรพบุรุษตลอดจนเทพเจ้าที่เฝ้าดูแลนา จัดขึ้นที่ลานข้าวใหญ่ของหมู่บ้าน มีพ่อหมอพราหมณ์มาเป็นผู้นำทำพิธี
ผู้คนในงานพนมมือถือฝ้ายสายสิญจน์ยาวต่อกันเป็นทอดๆ พ่อแพทย์พุทไธเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนำพาชาวบ้านทำพิธีนี้เช่นทุกปี ระหว่างทำพิธีพ่อแพทย์พูดอบรมสอนสั่งโซ่ทองไปด้วย
“โซ่ทอง เจ้าเบิ่งไว้ การเป็นผู้นำคน เป็นหัวหน้าคน สิต้องพาเขาสำนึกบุญคุณทั้งคนและผี เทวดาฟ้าดิน และทุกอย่างทุกแนวที่ซ่อยให้เฮามีสัมมาอาซีพ มีอยู่มีกิน”
โซ่ทองรับเอาคำ “จ้ะ พ่อแพทย์ ข้าน้อยสิจดจำไว้เป็นแบบอย่าง”
สอางมองภาพนั้นด้วยความหงุดหงิด และไม่พอใจที่ญาพ่อพุทไธให้ค่ากับโซ่ทองที่หล่อนเกลียดเข้ากระดูก
“ข้าวน้ำซ่ามปลาปีที่แล้ว อุดมสมบูรณ์ ข้าวเต็มยุ้งเต็มสาง ข้อยสิแผ่บุญข้าว สิบเกวียนใหญ่ แต่งขบวนส่งไปวังอินทนิล ถวายพ่อเจ้าเพื่อใซ้เลี้ยงไทบ้านไทเมืองอีสานบุรีในงานบุญครบฮ้อยมื่อสุรคตของแม่เจ้าปทุมรัตน์”
“เจ้าอย่าลืมให้ยาครูเบิ่งฤกษ์ยามงานอภิเษกสมพงศ์ให้ลูกนำหนา พ่อแพทย์” ญาแม่กำชับ
สะอาดนั่งพนมมืออยู่ด้วย สีหน้าครุ่นคิดกังวลใจ
สอางเงี่ยหูฟัง ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกริษยาเป็นทวี ไม่อยากเห็นพี่สาวได้ดี

หลังจากนั้นพ่อแพทย์จะไปดูชาวบ้านช่วยกันจัดแจงข้าวเปลือกใส่เกวียนเพื่อส่งไปร่วมบุญงานครบรอบร้อยวันแม่เจ้า
“โซ่ทอง เจ้าสิไปกับข้อยบ่อ ไปเบิ่งไทบ้านซ่อยกันลำเลียงข้าวจากยุ้งขึ้นใส่เกวียน สิส่งไปถวายพ่อเจ้าที่วังอินทนิล สำหรับเลี้ยงคนงานบุญฮ้อยมื่อแม่เจ้าสุรคต”
“ไปจ้ะ พ่อแพทย์ ข้อยอยากไปซ่อยพี่น้องไทบ้านขนข้าวขึ้นเกวียน”
“ดีเลย ไปเฮียนฮู้ไว้ เผื่อว่ามื่อหนึ่ง เจ้าต้องได้เฮ็ดหน้าที่ผู้นำหมู่บ้านแทนข้อย”
“พ่อแพทย์หมายความว่าจั่งได๋ ข้อยอยากเป็นคนติดตามพ่อแพทย์หลายกว่า”
“สิมัวแต่เดินตามหลังตามเงาไปเฮ็ดหยัง ในเมื่อเจ้าใหญ่พอที่สิเดินนำหน้าคนได้”
“จ้ะ พ่อแพทย์”
พ่อแพทย์หันไปเห็นสะออนกำลังฝนว่านยาอยู่ขะมักเขม้น อดยิ้มชื่นชมไม่ได้
“สะออนลูกฮัก เจ้าเฮ็ดหยังอยู่ เบิ่งทรงเอาจริงเอาจังแท้”
“ไปเบิ่งไทบ้านขนข้าวขึ้นเกวียนนำกันบ่อ สะออน”
“อยากไปซ่อยขนข้าวอยู่คือกัน แต่ให้เอื้อยเพ็งเอื้อยเภาไปแทนแล้ว มื่อนี่ข้อยต้องฝนว่านยาไปเยี่ยมยามพ่อใหญ่มี ทางท้ายบ้าน เห็นเขาว่าไอบ่อหยุด ข้อยย่านว่าเพิ่นสิไอเป็นเลือด”
พ่อแพทย์ยิ้มภูมิใจ “เจ้ามีเมตตากรุณาต่อคน สมกับเป็นลูกพ่อแท้ๆ ถ้าอย่างนั่น โซ่ทอง ไปเป็นเพื่อนน้องสา ส่วนเรื่องขนข้าวนั่น ข้อยสิเป็นคนเบิ่งแยงดูแลเอง”
“จ้ะ พ่อแพทย์”
“พี่น้องไทบ้านทางท้ายหมู่บ้านนั่น เพิ่นทุกข์ยากปากหมอง บ่อมีเงินคำ บ่อต้องเอาค่าครูค่ายากับเพิ่นหนา ซ่อยเหลือเกื้อกูลกันไป เป็นบุญเป็นกุศล พ่อไปล่ะ”
พ่อแพทย์เดินลงเรือนแพทย์ไป โซ่ทองมองตามด้วยความเคารพและศรัทธาเต็มหัวใจ ขณะที่สะออนก็ตั้งใจจัดว่านยา โซ่ทองมองดูสะออนเห็นความมีน้ำใจ ก็ยิ้มอิ่มเอมใจ สะออนเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี
“อ้ายยิ้มหยัง เป็นบ้าไปแล้วบ่อ เดี๋ยวข้อยฝนยาแก้บ้าให้กินเลยนิ”
โซ่ทองยิ้มเก้อ สะออนยิ้มเบิกบาน อารมณ์ใจที่ได้แซวอีกฝ่าย ก้มหน้าก้มตาจัดยาต่ออย่างอารมณ์ดี

ไม่นานต่อมา สองคนพากันเดินคุยกันมาทางท้ายหมู่บ้าน ตรงไปยังบ้านคนป่วย
“อ้ายดีใจ ที่เห็นเจ้ามีจิตคิดเมตตาต่อผู้อื่นอยู่เสมอ”
“ข้อยมีความสุขที่ได้ใซ้ว่านยาและวิซาของยาพ่อซ่อยเหลือคนยากไร้”
“บ่อเหน็ดบ่อเหนื่อยบ้างเลยบ่อ เจ้าเบื่อบ้างบ่อนิ”
“บ่อเบื่อดอก ม่วนดี ตอนแรกคึดว่า ถ้ามื่อนี่อ้ายไปซ่อยงานขนข้าวกับญาพ่อข้อยก็ว่าสิมาคนเดียว”
“มาคนเดียวได้จั่งได๋ คึดว่าอ้ายสิยอมซั่นบ่อ”
“เป็นหยังล่ะอ้าย”
“ก็มันอันตราย หลายเดือนก่อน อ้ายก็ถืกโจรฟันหลังเอา นี่ถ้าฟันคอ ป่านนี้คงหัวขาด ไปนอนเฝ้าฮากกกไม้อยู่ใต้ดินแล้ว”
“อ้ายก็เว้าไปทั่วทีป ข้อยเป็นแม่ญิง โจรมันสิกล้าฟันหัวขาดอยู่หรือ”
“มันบ่อฟันให้เจ้าหัวขาดดอก แต่มันสิเฮ็ดแนวอื่นแทน”
“ถ้ามัวแต่ย่าน ข้อยก็คงสิบ่อได้ซ่อยเหลือคนทุกข์คนยาก”
“สะออน น้องหล่า เจ้านี่จิตใจดีงามคือพ่อแพทย์แท้ๆ สมกับที่เป็นลูกที่เพิ่นฮักแพงหลายอ้ายดีใจหลายที่เจ้าเป็นอย่างนี่ เป็นอย่างที่เจ้าเป็น”
สะออนยิ้มเขินกับคำชม
“เจ้าฮู้บ่อ ว่าอ้ายศรัทธาและบูซาพ่อแพทย์หลายปานได๋ หลายถึงขนาด แม้สิต้องตายเพื่อปกป้องเพิ่น อ้ายก็ยินดี”
“ขอบใจหลายจ้ะอ้าย”

เมื่อถึงบ้านของคนป่วยท้ายหมู่บ้านแล้ว สะออนยืนอยู่ตีนบันไดร้องเรียกขึ้นไปบนเรือน
“แม่ใหญ่กอง ข้อยสะออน กับอ้ายโซ่ทองจ้า แม่ใหญ่กองอยู่บ่อ”
“แม่ใหญ่.... สะออน นั่นแม่ใหญ่เพิ่นมาแล้ว”
แม่ใหญ่กองเมียคนป่วยออกมายืนตรงระเบียงมองลงมา “สูมาหยัง”
“ข้อยได้ข่าวว่าพ่อใหญ่มีเพิ่นป่วยหนัก ไอติดกันมาหลายมื่อ ข้อยย่านว่าเพิ่นสิไอเป็นเลือด เลยฝนว่านยาของยาพ่อมาให้จ้ะ”
“พวกสูกลับไปซะ ออกไปจากเฮือนกู”
โซ่ทองแปลกใจ “อ้าว เป็นหยังล่ะจ๊ะ พวกข้อยเต็มใจมาซ่อย ค่าครูค่ายา พวกข้อยบ่อเอาดอกจ้า”
“แม่นแล้วจ้ะ ขอขึ้นไปเบิ่งอาการพ่อใหญ่มีแหน่ได้บ่อ แม่ใหญ่” สะออนเสริม
“กูบอกให้สูกลับไป ออกไปจากเฮือนกู อย่ามาเหยียบเฮือนกู”
“อ้าว แม่ใหญ่เป็นหยังไปจ๊ะ”
โซ่ทองและสะออนประหลาดใจมาก เพราะปรกติแม่ใหญ่กองเป็นคนที่เป็นมิตรและใจบุญสุนทาน
“แม่ใหญ่คงกังวลใจเรื่องอาการป่วยของพ่อใหญ่ ข้อยสิซ่อยเบิ่งอาการให้จ้ะ มื่อนี่จัดว่านยาของยาพ่อมาให้กินนำจ้ะ”
“ผัวกูบ่อเคยไปเบียดเบียนไผ อย่ามาฆ่ามาแกงกัน ออกไป”
“แม่ใหญ่ เจ้าเว้าหยัง พวกข้อยบ่อฮู้เรื่องเลย ฟังพวกข้อยก่อนเด๊อ”
“แม่ใหญ่ใจเย็นๆ ก่อนเด้อจ้า” สะออนช่วยพูด
“ออกไป อย่ามาเหยียบเฮือนกู ออกไป”
แม่ใหญ่กองตะเพิดไล่ ทว่าทั้งสองคนที่ไม่มีทีท่าว่าจะถอย แม่ใหญ่โมโหเดินตักน้ำจากโอ่งดินบนเรือนมาสาด ใส่ไล่สองคน
“ออกไป กูบอกให้ออกไป พวกคนใจบาป ออกไป”

โซ่ทองคว้าแขนสะออนกระโจนหนีออกมา

อ่านต่อตอนที่ 10


กำลังโหลดความคิดเห็น...