xs
xsm
sm
md
lg

ซิ่นลายหงส์ ตอนที่8 พ่อเจ้าอีสานบุรี เป้าหมายใหม่ของสอาง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิ่นลายหงส์ ตอนที่8  พ่อเจ้าอีสานบุรี เป้าหมายใหม่ของสอาง

บทประพันธ์ : ณไทย ภัทรกวีกานท์ บทโทรทัศน์ : ปริศนา

เย็นวันนั้น สอางนั่งอยู่หน้ากระจกให้นางงอประแป้ง แต่งผม แต่ยังไม่แต่งตัว เพราะรอเอาผ้านุ่งผ้าซิ่นจากเสา สีแหล่ เสียงทั้งคู่เปิดประตูห้องเข้ามา นางงอหันไปมอง แต่เห็นทั้งสองมาตัวเปล่าไม่มีซิ่นสวยมาด้วย

“อีเสา อีแหล่ ไสล่ะผ้าซิ่นของสอาง เป็นหยังยังบ่อแต่งบ่อเตรียมให้เรียบร้อย”
เสากระอึกกระอัก “พวกข้อยเตรียมอยู่จ้ะแม่งอ แต่ว่า... เอ่อ...”
สอางรำคาญ “อ้ำอึ้งอยู่นั่นล่ะ สูบ่อเห็นติว่ากูฟ่าว ไปเอาผ้ามาให้กู เดี๋ยวสิแต่งโตบ่อทัน”
“เอ่อ...” สีแหล่ตัดสินใจพูด “ซิ่นลายหงส์ของแม่สอาง ยาแม่เอาไปแล้วจ้ะ”
สีหน้าสอางตกใจในเบื้องแรก และเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นที่โดนยาแม่ชิงซิ่นสวยไปจนได้

ฝ่ายยาแม่กำลังช่วยสะออนจัดแจงเครื่องแต่งตัว ผ้านุ่ง ผ้าห่มให้เป็นพิเศษ สะออนเหลือบเห็นซิ่นลายหงส์ก็ตกใจ
“นั่นมันผ้าซิ่นลายหงส์ของยาเอื้อยสอาง บ่อแม่นหรือจ๊ะยาแม่”
ยาแม่จะปฏิเสธ แต่สอางเปิดประตูผ่างเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับนางงอ มองมาอย่างเอาเรื่อง
“เด็กน้อยอย่างสะออนยังฮู้จักความ แล้วเหตุใด๋คนหัวหงอกถึงบ่อได้ละอายแก่ใจ ยาดผ้าซิ่นของสอางมาอย่างหน้าบ่ออาย”
ยาแม่โมโหตะเพิดส่ง “อีงอ มึงถือสิทธิ์อีหยังเข้ามาเหยียบห้องลูกกู ออกไป”
“อีงอมันเว้าแทงใจดำยาแม่แม่นบ่อ ข้าน้อยออกปากขอแล้ว ว่าสินุ่งซิ่นผืนนี่ไปงานสะหลอง หรือว่ายาแม่หูตึง ถึงบ่อได้ยิน” สอางตัดพ้อต่อว่าแกมด่าประชดในที
“สอาง”
“ยาแม่ใจดำ”
แม่ลูกโต้เถียงกันไปมาเสียงดังลั่นเรือน “ไผกันแน่ที่ใจดำ โตเองเอาไปนุ่งแล้วเป็นหยังถึงบ่อคึดเผื่อแผ่ผู้อื่น ลืมแล้วซั่นบ่อว่าที่เจ้าได้ซิ่นไปนุ่งจนมีผัว ก็เพราะเอื้อยของเจ้าเสียสละให้”
สอางเยาะเย้ย “อ้อ บาดที่แท้ ยาแม่ก็ย่านว่าอีสะออนสิบ่อได้ผัวในงานสะหลองนี่เอง”
สะออนหน้าตาตื่นเลิ่กลั่ก มองคนนั้นที คนนี้ที เลิ่กลั่ก จนพ่อแพทย์ได้ยินเสียงทะเลาะกันจึงเข้ามาดู
“มีเรื่องอีหยังกัน รถจากวังอินทนิลสิมาฮับแล้ว เป็นหยังมาวิวาทผิดเถียงกันยามนี่”
สอางฟ้อง “ก็ยาแม่ลำเอียง สิยกผ้าซิ่นลายหงส์ให้อีสะออนมันใส่ ก็ข้อยบอกไปแล้วยาพ่อก็ได้ยิน ว่าข้อยจะนุ่งซิ่นนี้ไป”
พ่อแพทย์เอ็ดเอา “มันก็ถืกต้องของเพิ่นแล้ว งานสะหลองนี่สำคัญต่อสะออนหลายกว่าเจ้า เพราะสะออนนับว่าเป็นแขกคนสำคัญของเจ้าศรีธาราใจคอเจ้า สิให้น้องนุ่งเสื้อผ้าเก่าๆ ไปซั่นบ่อ”
“ยาพ่อ นี่ยาพ่อก็เห็นดีเห็นงามไปกับเขา อร๊าย”
สอางกรี๊ดด้วยความน้อยใจ และไม่พอใจที่ไม่มีใครเข้าข้างตน สะออนเห็นท่าไม่ดี รีบไกล่เกลี่ย
“ยาพ่อยาแม่จ๊ะ ข้าน้อยนุ่งซิ่นผืนอื่นก็ได้จ้ะ คืนซิ่นลายหงส์ให้ยาเอื้อยไปสา”
“สะออน เจ้าบ่อได้ยินที่ยาพ่อบอกหรือ เจ้าเป็นคนสำคัญของเจ้าภาพ สิแต่งโตน้อยหน้าคนอื่นได้จั่งได๋ ซิ่นลายอื่นมีตั้งหลวงตั้งหลาย ให้เอื้อยของเจ้าไปหาเอาใหม่ ถ้าหาที่ถืกใจบ่อได้ ก็บ่อต้องไป” ยาแม่พูดใส่หน้าสอาง
สอางกำมือแน่นอยากจะกรี๊ดอาละวาด แต่มีเสียงเรียกปนเสียงร้องไห้ของนางสายดังขึ้นมาจากทางหัวบันได
“พ่อแพทย์จ๊ะ พ่อแพทย์”

พ่อแพทย์ กับ ยาแม่ รีบร้อนออกมาดูที่ชานเรือน เห็นนางสายนั่งทรุดตัวร้องไห้สะอื้นอยู่ที่หัวบันได มือไม้เนื้อตัวมีเลือดเต็มไปหมด พ่อแพทย์ตกใจ
“แม่สาย เป็นหยังเลือดท่วมโตเจ้าเซ่นนี่ เป็นอีหยังหรือบ่อ”
นางสายสะอื้นไม่หยุด “บ่อแม่นเลือดข้าน้อยดอกจ้ะ เลือดบักโซ่ทอง...”
สะออนได้ยินชื่อโซ่ทองก็รีบตามออกมา พร้อม สอาง และ นางงอ
“บักโซ่ทองมันถืกเขาฟันจ้ะ พ่อแพทย์ไปซ่อยมันแหน่”
นางสายพูดเท่านั้นก็ร้องไห้โฮ ทุกคนตกอกตกใจ เว้นสะอางและนางงอ

ทุกคนรีบพากันมาที่เรือนแพทย์ เห็นโซ่ทองนอนอยู่บนเสื่อ บ่าวรับใช้ชายหญิงและชาวบ้าน 2 คน ที่พามาส่งรุมล้อมดูอาการอยู่ สะออนแหวกเข้ามากรีดเสียงด้วยความตกใจ
“อ้ายโซ่ทอง”
สะออนปราดเข้าไปหาโซ่ทองที่ยังพอได้สติ สีหน้าเจ็บปวด ยาแม่พยายามห้าม แต่ไม่ทัน
“เกิดหยังขึ้นกับอ้ายโซ่ทอง ไผบอกข้อยแหน่”
“หมอโซ่ทองมาตรวจหลานซายข้อย แล้วก็เดินลัดสวนเมือเฮือนไป ข้อยคึดว่าเพิ่นไปยามคนไข้บ้านอื่นต่อ แต่พอตกแลง ข้อยเข้าไปในสวนก็เห็นเพิ่นถืกฟัน นอนสลบอยู่” ชาวบ้าน ในนั้นบอก
นางสายเข้ามาจับเนื้อตัวโซ่ทอง ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด สะออนใจเสียพลอยมีน้ำหูน้ำตาไปด้วย
“พ่อแพทย์ ซ่อยลูกข้าน้อยแหน่ ข้าน้อยกราบล่ะจ้ะ อย่าปล่อยมันตายเด้อพ่อแพทย์”
นางสายก้มกราบต่อหน้าพ่อแพทย์อย่างน่าเวทนา พ่อแพทย์กังวลเข้ามาดูอาการโซ่ทอง
“ทุกคนถอยออกไปก่อน ขอกูเบิ่งมันแหน่”
พวกชาวบ้าน บ่าวไพร่ถอยออกมา ยาแม่เข้าไปดึงตัวสะออน
“สะออน เจ้าออกมาก่อน เดี๋ยวเสื้อผ้าสิเปื้อน”
“เปื้อนก็ซ่างมัน ข้าน้อยสิซ่อยอ้ายโซ่ทอง”
สะออนสะบัดพลางเข้าไปฉีกเสื้อ ดูแผลโซ่ทอง โดยไม่กลัวเปรอะเปื้อนเลือด ยาแม่เห็นแล้วจะเป็นลม
“อ้าย... เฮ็ดใจดีๆ ไว้เด้อ อ้ายต้องบ่อเป็นหยัง” สะออนร้องไห้ออกมา
“อย่าเอาแต่ร้องไห้เลยลูก สิซ่อยพ่อก็ไปตำใบหางปลาค่อมาห้ามเลือดเร็วๆ เข้า” พ่อแพทย์บอก
สะออนปาดน้ำตาแล้วลนลานออกไป ยาแม่มองตาขุ่นไม่ชอบใจที่สะออนวุ่นวายจน
สอางมาด้วยมองดูโซ่ทองที่กำลังต่อสู้กับความตายอย่างชิงชัง
“คนกำลังสิไปงานสะหลองม่วนซื่นโฮแซวอยู่แท้ๆ ก็ต้องมามีมาร มึงนี่มันโตกาลกิณีแท้ๆ บักซาติอีกา”
โซ่ทองพยายามเอี้ยวตัวมองตามสอางด้วยสายตาตัดพ้อ สอางหงุดหงิดไม่หาย
“อีสะออนนี่ก็อีกคน เอาเลือดขี้ข้าซั้นต่ำอัปมงคลมาแปดผ้าซิ่นงามๆ ของกู บ่อฮู้จักบ่อนต่ำบ่อนสูง”
พ่อแพทย์ตรวจอาการอยู่ชักเริ่มรำคาญ “สอาง เจ้านิมีประโยชน์ประยาอีหยัง ถ้าเจ้าบ่อมีอีหยังสิเฮ็ด ก็ไปแต่งเนื้อแต่งโตสา บ่อมีไผว่าเจ้าใจดำดอก”
สอางขัดใจแทบกรี๊ด “ยาพ่อ”
“ไปกันเถาะ สอาง เจ้าอย่าเฮ็ดให้ยาพ่อลำบากใจเลย”
สอางหน้างอ นางงอดึงออกไป พ่อแทพย์มองตามส่ายหน้าระอาใจ แล้วหันมาดูอาการโซ่ทองต่อ

เวลาผ่านไป พ่อแพทย์กับสะออนช่วยกับเย็บแผลให้โซ่ทองเสร็จ และเอายาทาแผล ห้ามเลือด เนื้อตัวทั้งสองเปื้อนเปรอะไปด้วยเลือด แต่ทั้งสองก็ไม่มีท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด
โซ่ทองหมดสติไปเพราะความอ่อนเพลียที่สูญเสียเลือดไปมาก แต่พ่อแพทย์กับสะออนก็ยังนั่งเฝ้าดูอการต่อ จนยาแม่ร้อนใจทนไม่ไหวขึ้นเรือนแพทย์มาตาม
“รถของวังอินทนิลมาฮอดแล้ว”
“สะออน เจ้าไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างโตสา อย่าให้เพิ่นต้องรอท่า มันบ่องาม” พ่อแพทย์ บอก
“ข้าน้อยบ่อไปแล้วล่ะ ยาแม่” สะออนบอกแม่โดยไม่ต้องคิด
ยาแม่ตกใจ “หา เป็นหยังเจ้าสิบ่อไปล่ะ”
“อ้ายโซ่ทองแผลลึกมาก บ่อฮู้ว่าเลือดสิออกมาอีกหลายปานได๋ ต้องคอยเฝ้าเบิ่งอาการบ่อห่าง”
“ก็ให้แม่สายเป็นคนเฝ้า บ่อแม่นธุระเวียกงานหยังของเจ้า แม่ลูกเขาเบิ่งกันเองได้”
“แม่สายบ่อได้ฮู้เรื่องว่านเรื่องยา ข้าน้อยย่านว่าแผลเพิ่นสิแตก เลือดออกเหมิดโต ตอนเฮาไปเที่ยวกันเหมิดบ้าน ข้าน้อยทิ้งเพิ่นไปไสบ่อได้”
ยาแม่โมโหมาก เสียงแข็งใส่ “แล้วสิให้แม่บอกเจ้าศรีธาราว่าจั่งได๋ เพิ่นอุตส่าห์เซิญเฮา เจาะจงว่าอยากสิพาเจ้าไปกราบแม่เจ้าปทุมรัตน์”
“เจ้าศรีธาราเพิ่นต้องเข้าใจจ้ะ เพราะถ้าบ่อได้อ้ายโซ่ทองซ่อยซีวิตไว้ เพิ่นก็คงบ่อมีวาสนาได้อยู่จัดงานสะหลองดอก”
“สะออน เจ้าสิมาเว้าเอาแต่ใจแบบนี่บ่อได้ ไปแต่งโตเดี๋ยวนี่”
ยาแม่พยายามดึงสะออนให้ลุกขึ้น แต่สะออนขืนตัวไว้เต็มแรง
“แม่คำอ่อน เจ้าล่วงหน้าไปกับสอางก่อน ให้ข้อยกับสะออนสิอยู่เบิ่งอาการบักโซ่ทองอีกจักหน่อย แล้วค่อยให้รถเพิ่นกลับมาฮับ”
ยาแม่ไม่พอใจ “พ่อแพทย์ นี่เจ้าเห็นดีเห็นงามไปกับลูกด้วยซั่นบ่อ”
“ซีวิตคนสำคัญหนา แม่คำอ่อน แล้วนี่ก็บักโซ่ทอง ลูกแม่สาย ผู้เป็นเพื่อนเป็นเสี่ยวของเจ้ามาแต่อ้อนแต่ออก บ่อแม่นคนอื่นคนไกล ใจคอเจ้าสิบ่อห่วงมันเลยหรือ”
ยาแม่สะอึก เหลือบมองนางสายนั่งเช็ดน้ำตาเงียบๆ อยู่ พอมองไปเห็นอาการโซ่ทองก็เริ่มอ่อนลง ด้วยสายใยความผูกพันแม่ลูกเมื่ออดีตชาติ
“เอาอย่างที่ข้อยว่านั่นล่ะ บอกทางวังว่าข้อยมีคนเจ็บต้องปิ้นปัวรักษาด่วน ถ้าเฮียบฮ้อยแล้ว ข้อยสิฟ่าวตามไป”
ยาพ่อบอกเสียงเข้ม

ยาแม่เดินเซ็งๆ ลงจากเรือนแพทย์ ตรงไปที่รถของวังอินทนิลที่มาจอดรอรับอยู่
สอางยืนมองจากระเบียง หลังจากแต่งตัวเสร็จ
“กูคึดไว้แล้ว ว่าอีสะออนมันบ่อไปดอก มันฮักบักโซ่ทองคือสิตาย” สอางหัวเราะ
นางงอสะใจ “ยาแม่คำอ่อนคงหวังสิจับคู่ลูกสาวหล่ากับเจ้าศรีธาราให้ได้ในงานสะหลองนี่ สงสัยสิฝันสลายแล้วล่ะ สอาง โอกาสงามเทือนี่ เจ้าอย่าปล่อยให้หมาคาบไปกินก็แล้วกัน”
“มึงสิให้กูเฮ็ดอีหยัง”
“จั่งได๋ก็ตาม เจ้าศรีธาราก็มีศักดิ์ศรีบ่อด้อยกว่าพระขัตติยะรามังกูร หากสะออนบ่อสนใจเพิ่น เจ้าก็น่าสิลองผูกไมตรีกับเพิ่นเบิ่ง ถึงจั่งได๋ เพิ่นกะคือว่าที่เจ้าเมืองคนต่อไป”
สอางคิดตาม สีหน้าดีขึ้น
“แล้วผ้าซิ่นลายหงส์ล่ะ”
“อย่าไปยึดติดกับผ้าเลย ลายหงส์ที่แท้จริง มันอยู่ในกายเจ้าแล้ว เจ้าฟ่าวไปสา ก่อนที่ยาแม่สิสกัดบ่อให้เจ้าไปออกงาน”
พอนางงอชี้ช่องให้ สอางพรายยิ้มเริ่มมีความหวังขึ้นมา รีบตามไปขึ้นรถทันที

งานเลี้ยงต้อนรับเจ้าศรีธาราเริ่มขึ้นแล้ว บริเวณสนามหน้าวังอินทนิล มีการประดับประดาตกแต่งไฟและซุ้มต่างๆ สวยงาม มีแขกเหรื่อเดินทางมาถึงงานแล้วประปราย โดยมีศรีธารากับพ่อเจ้ารับแขกอยู่

ที่เรือนครัววังอินทนิล พวกบ่าวไพร่คนงานกำลังวุ่นวายเตรียมอาหารอยู่ในนั้น โดยมีสะอาดที่แม้จะแต่งตัวดีแล้ว แต่ก็ยังวุ่นวายช่วยเตรียมอาหารนู้นนี้นั้น โดยไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย จนกระทั่งสายวารีเดินเข้ามาหา
“พี่สะอาด มาอยู่นี่เอง”
สะอาดวางมือจากงาน “ท่านนางมีอะไรจะให้ข้าน้อยทำหรือจ๊ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก พี่สะอาดเตรียมงานได้สมบูรณ์พร้อมทุกอย่างแล้วจ้ะ”
สายวารีเข้าไปเกาะแขนอย่างสนิทสนมรักใคร่ สะอาดกังวลกลัวถูกมองว่าตีเสมอ เลยยังดูเก้อๆ เกร็งๆ อยู่
“ท่านแม่ให้ฉันมาพาพี่สะอาดไปแต่งเนื้อแต่งตัว”
สะอาดก้มมองตัวเอง “ข้าน้อยแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนี่จ๊ะ”
“ยังไม่พอหรอก น่านะ มากับฉันเถอะ”
สายวารีดึงแขนสะอาดออกไปจนได้

แม่เจ้าปทุมรัตน์แต่งตัวสวยงามกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง เห็นสายวารีจูงสะอาดที่ถูกจับไปทำผม แต่งหน้าเพิ่มดูสวยมีสง่าราศีขึ้น เข้ามาหา
“มาแล้วหรือสะอาด นี่ถ้าฉันไม่ให้สายวารีไปตาม เธอก็คงจะปล่อยตัวให้หน้ามันเยิ้มอยู่ในครัวทั้งคืนเป็นแน่”
สะอาดเขินๆ “ข้าน้อยกลัวว่าจะเตรียมอาหารการกินให้แขกเหรื่อไม่พร้อมเจ้าค่ะแม่เจ้า”
“ปล่อยให้คนครัวเขาจัดการไปเถอะ เธอออกไปต้อนรับแขกดีกว่า” แม่เจ้าบอก
สะอาดตกใจ “แต่... ข้าน้อยไม่ใช่เจ้าภาพนะเจ้าคะ”
“เธอเป็นแม่งาน ก็เท่ากับเป็นเจ้าภาพคนหนึ่ง มานี่สิ มาใกล้ๆ ฉัน”
สายวารีอมยิ้มดันสะอาดเข้าไปหาแม่เจ้า แม่เจ้าเปิดหีบเครื่องประดับ หยิบสายสร้อยเส้นสวยออกมา
“ใส่สร้อยอีกซักนิด คอจะได้ไม่ดูโล่ง”
สะอาดเกรงใจมาก “ไม่เป็นไรดีกว่าเจ้าค่ะ”
“ฮื้อ ไม่ได้ แม่งานจะแต่งเนื้อแต่งตัวมอซอไม่ได้ หันหลังมานี่ ฉันจะใส่ให้”
สะอาดยังอิดออด จนสายวารีเข้าไปจับตัวสะอาดหันหลังให้แม่เจ้าสวมสร้อยให้ พ่อเจ้าเดินเข้ามาพอดี
“ลูกเจอแม่หรือยังสายวารี...”
พ่อเจ้าหยุดชะงัก เมื่อสะอาดหันมาเผชิญหน้า ความงามของสะอาดที่แต่งแต้มด้วยเครื่องประดับ และการแต่งหน้าทำผมของสายวารีทำให้สะอาดดูสวยซึ้ง
แว่บหนึ่งนั้น พ่อเจ้าเห็นใบหน้าสะอาดเป็นอัญญานางศรีสะอาดในความฝัน
แม่เจ้าเห็นสายตาพ่อเจ้าตะลึงมองสะอาดก็พอใจ แต่สายวารีเรียกขัดจังหวะ
“ท่านพ่อจำพี่สะอาดไม่ได้หรือคะ มองเสียนิ่งเชียว”
พ่อเจ้าได้สติ ถอนสายตากลับมา สะอาดก้มหน้าขวยเขิน พ่อเจ้าพูดตะกุกตะกัก
“พ่อ...พ่อจะมาตามแม่ของลูกไปรับแขก แขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่เริ่มมากันแล้ว แม่บัว เธอเดินไหวไหม”
“สบายมากค่ะท่าน วันนี้อิฉันรู้สึกว่า กำลังวังชามันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว สงสัยจะถูกกับยาของพ่อแพทย์พุทไธ”
แม่เจ้าปรายตามองมายังสะอาดยิ้มๆ สะอาดยิ้มรับ แล้วเข้าไปช่วยพยุงแม่เจ้า พาเดินออกไป

แขกผู้ใหญ่ของอีสานบุรีและใกล้เคียงที่รักใคร่กัน ทยอยเข้ามาในงานไม่ขาดระยะ โดยมีพ่อเจ้า แม่เจ้า และสายวารีคอยต้อนรับ สะอาดคอยดูแลแม่เจ้าที่นั่งเก้าอี้อยู่ข้างๆ ไม่ห่าง พอเห็นยาแม่กับสอางเดินเข้ามาในงานก็ดีใจ
“ยาแม่ สอาง...”
สะอาดรีบเดินไปรับแม่กับน้องสาว พามาไหว้เจ้าภาพ พ่อเจ้าแนะนำสอางกับแม่เจ้า
“แม่บัว นี่ลูกสาวคนรองของยาแม่คำอ่อนกับพ่อแพทย์พุทไธ ชื่อสอาง”
แม่เจ้ารับไหว้ “หน้าตาหมดจดงดงาม สมกับที่ฉันได้ยินกิตติศัพท์ว่าลูกสาวคนรองของแม่คำอ่อนเป็นคนสวย”
สอางยิ้มปลื้มใจที่ได้รับคำชม ไหว้ขอบคุณกระชดกระช้อย ยาแม่มองแม่เจ้าอย่างชื่นชม
“ข้าน้อยดีใจหลายเจ้าค่ะ ที่เห็นแม่เจ้าดูสดชื่นกระฉับกระเฉง”
“ก็ฉันสบายใจ สะอาดดูแลฉันดีทุกอย่าง แล้วยังอุตส่าห์ช่วยเตรียมงานวันนี้ให้ด้วย ขอบใจแม่คำอ่อนอีกทีนะ ที่ยอมให้ลูกมาอยู่กับฉัน ได้ตัวมาแล้ว ก็ไม่อยากจะส่งคืนกลับไปเลยจริงๆ”
แม่เจ้าพูดพลางโอบเอวสะอาดอย่างเอ็นดูสอางเริ่มหมั่นไส้ แล้วสังเกตเห็นสะอาดมีเครื่องประดับสวยงามที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน ความริษยายิ่งเพิ่มทวีคูณ ชักไม่สบอารมณ์ขึ้นมา จนเห็นศรีธาราเดินออกมารับแขก
“นั่น ศรีธารามาพอดี เชิญแขกไปนั่งที่โต๊ะสิลูก”
ศรีธารายิ้มไหว้ยาแม่กับสอาง แต่สายตาเหลือบแลหาสะออนไปทั่ว สอางพยายามจะสบตาด้วยแต่ไม่สำเร็จ จึงทำเป็นเอ่ยทัก
“ข้าน้อยขอต้อนรับท่านสู่เมืองอีสานบุรีอีกครั้งนะเจ้าคะ”
ศรีธาราจำต้องหันมายิ้มรับ “ขอบคุณมากครับ”
“เสียดายที่ตอนท่านมาอาศัยอยู่ที่เรือน ไม่ค่อยได้มีโอกาสสนทนากัน แต่ข้าน้อยก็คิดอยู่แล้วเชียว ว่าท่าทางของท่านดูมีสง่าราศีผิดจากชาวบ้านธรรมดา แต่ไม่รู้ทำไมแม่สะออนถึงเอาท่านไปใช้งานกลั้วกับพวกบ่าวไพร่”
สอางพูดเอาดีใส่ตัว จงใจใส่ไฟน้องสาวให้พ่อเจ้ากับแม่เจ้าฟัง ศรีธารายิ้มรับเจื่อนๆ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าสอางเป็นคนตอแหลหน้าด้านๆ แถมเคยด่าตัวเองยังกะหมูกะหมา
“ดีแล้วล่ะครับ เพราะถ้าผมไม่ได้ไปเป็นคนงานที่เรือนพุทไธเทพ ผมก็คงจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับสะออน”
สอางหน้าเจื่อน หุบยิ้มทันที ศรีธาราถือโอกาสถามยาแม่แล้ว
“แล้วนี่ สะออนกับพ่อแพทย์อยู่ที่ไหนหรือครับ”
ยาแม่หน้าเจื่อน ไม่กล้าบอกความจริงกับศรีธารา

อีกฟาก โซ่ทองค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น หลังจากสลบเพราะอาการเจ็บแผล แล้วเหลือบมองเห็นสะออนยังเฝ้าอยู่ใกล้ๆ
“สะออน”
“ฮู้สึกโตแล้วบ่ออ้าย กินยาแก้ปวดอีกจักหน่อยแหน่”
สะออนรินยาใส่ถ้วย แล้วประคองให้โซ่ทองดื่มยา โซ่ทองยิ้มให้สะออนอย่างอ่อนแรง
“ว่านยานี่ เจ้าต้มเองหรือ”
“แม่นแล้ว” สะออนมองค้อน เหน็บแนมอย่างหมั่นไส้เรื่องที่เขาถูกทำร้ายมาเพราะชอบไปไหนมาไหนคนเดียว “อ้ายหนออ้าย อยากกินว่านกินยาฝีมือข้อย ก็บ่อเห็นต้องลงทุนเจ็บโตขนาดนี้ดอก”
โซ่ทองขำ เผลอหัวเราะออกมาแล้วนิ่วหน้าเจ็บแผล สะออนรีบประคองให้นอน
“บ่อต้องมาหัวขวนเลย เข็ดแล้วหรือยัง แอบหนีข้อยไปรักษาคนไข้คนเดียว เป็นหยังขึ้นมา นี่ถ้าบ่อมีไผไปเห็นเข้า สิเป็นจั่งได๋” (หัวขวน = หัวเราะ)
“อ้ายบ่อเข็ดดอก หากให้ย้อนเวลากลับไป อ้ายก็ยังสิไปคนเดียวคือเก่า”
สะออนขมวดคิ้ว กำลังจะอ้าปากต่อว่า แต่โซ่ทองพูดต่อ สีหน้าจริงจังขึ้น
“เพราะหากเจ้าไปนำ คนที่สินอนเจ็บอยู่นี่ อาจสิเป็นเจ้าก็ได้ ถ้าเป็นเซ่นนั่น อ้ายคงสิบ่อมีวันให้อภัยโตเองเลย”
สะออนอึ้งไป รับรู้ถึงความห่วงใยของอีกฝ่าย พอเห็นสายตาจริงจังของโซ่ทองก็ยิ่งทำให้ประหม่าขึ้นมา
“แต่ถ้าเฮาไปกันสองคน ยังสิได้ซ่อยกันสอดส่องเบิ่งแยง ไผมันสิมากล้า ก็บ่อฮู้ล่ะ คราวหน้าข้อยสิบ่อปล่อยให้อ้ายไปคนเดียวอีกแล้ว”
โซ่ทองยิ้มซาบซึ้งใจ

พ่อเจ้าและครอบครัวยังคงรับแขกอยู่ที่หน้างาน เห็นแขกทยอยเข้ามาเรื่อยๆ
ส่วนที่โต๊ะเจ้าภาพ ศรีธาราหน้าเจื่อน ผิดหวังมากที่สะออนไม่มา ฝ่ายสอางยังคงพยายามเอาอกเอาใจ
“ท่านอย่าถืออย่าสาน้องสาวของข้าน้อยเลยนะเจ้าคะ สะออนคงไม่มีกะจิตกะใจจะมาสังสรรค์ม่วนซื่น ถ้าบักโซ่ทองเจ็บแบบนี้ เพราะมันเป็นผู้ชายที่สำคัญที่สุดในชีวิตของสะออน”
ยาแม่หันขวับมองสอางตาเขียว สอางแกล้งหัวเราะ
“นอกเหนือจากยาพ่อน่ะเจ้าค่ะ”
ศรีธาราฟังแล้วยิ่งซึมลง ยาแม่รีบแก้ให้
“พ่อแพทย์บอกว่ารอดูอาการโซ่ทองซักพัก ถ้าดีขึ้นก็จะรีบตามมาพร้อมสะออนเจ้าค่ะ”
“สิมาได้บ่อ ยาแม่ ถืกฟันขนาดนั่น คงต้องห้ามเลือดกันเหมิดคืน นี่ถ้าสะออน กรีดเลือดโตเองไปรักษาบักโซ่ทองได้ มันก็คงสิเฮ็ดไปแล้วล่ะ”
สอางเหลือบมองท่าที เห็นศรีธาราเครียดหนัก เลยขยี้ใส่ไฟต่อ
“สองคนนี้ เขารักกันมาตั้งแต่เป็นเด็กเป็นเล็ก เป็นเพื่อนเล่นกันมา ผูกพันยิ่งกว่าพี่น้องเสียอีก ติดอยู่ที่ฐานะบักโซ่ทองมันต่ำเตี้ย มันก็เลยยังไม่กล้าอาจเอื้อมมาขอสะออน จากยาแม่”
ยาแม่ขึงตาจ้องสอางอย่างเป็นเดือดดาล สอางลอยหน้าเย้ย ขณะที่ศรีธาราคิดแล้วยิ่งร้อนใจลุกขึ้น
“ถ้าเช่นนั้น ผมขอไปเยี่ยมอ้ายโซ่ทองหน่อยดีกว่าครับ จะได้ไปรับสะออนมาด้วย”
“อุ๊ย ไม่ต้องดอกจ้ะ ประเดี๋ยวท่านจะเสียเวลาเปล่า”
ศรีธาราไม่ฟังสอาง หันไปพูดกับยาแม่ “ผมขออนุญาตยาแม่คำอ่อนนะครับ”
ยาแม่รีบรับคำทันที “เจ้าค่ะ แม่ฝากด้วยนะ”
ศรีธาราค้อมหัวแล้วรีบลุกออกไปทันที สอางมองตามอย่างไม่พอใจ
ยาแม่มองตาเขียว “เห็นบ่อ ว่าขนาดเจ้าศรีธาราก็ยังทนฟังคำสับส่อตอแหลของเจ้าบ่อได้ แต่ก็ขอบใจหลาย ที่เฮ็ดให้เพิ่นต้องได้ออกไปฮับสะออนด้วยโตเอง”
ยาแม่ยิ้มด้วยสายตาเหมือนจะเยาะสอางนิดๆ สอางสะบัดหน้าขัดใจ

เวลาผ่านไปสอางนั่งหน้าหงิกงออยู่ที่โต๊ะ เพราะศรีธาราชิ่งไปแล้ว คนในงานก็ไม่มีใครสนใจ เห็นหน้าตนก็มองผ่าน เพราะทุกคนรู้แล้วว่าสอางแต่งงานมีสามีแล้ว ไม่ใช่สาวสวยบริสุทธิ์เหมือนแต่ก่อน
สอางหงุดหงิดพาลรีพาลขวางไปหมด พอเห็นสะอาดยืนรับแขกอยู่กับพ่อเจ้าตามลำพัง ก็เริ่มพาลขึ้นมา
“ยาแม่ก็น่าสิเตือนยาเอื้อยให้สงบเสงี่ยมเจียมตัวบ้างแหน่ เดี๋ยวก็เป็นขี้ปากคนไปทั่วดอก ว่างานโตเองก็บ่อแม่น แต่เสนอหน้าเป็นอีกาในฝูงหงส์”
“บ่อมีหยังที่แม่ต้องเตือน สะอาด เพิ่นเป็นคนดูแลงานนี่ สิให้มานั่งงอมืองอตีนอยู่ซือๆได้จั่งได๋ อีเพ็งอีเภา แม่ก็เห็นมันแล่นหน้าแล่นหลังบ่อได้พัก”
สอางยิ่งหงุดหงิด “แต่อีสองคนนั่น มันก็บ่อได้มายืนซูคออย่างยาเอื้อย เฮ็ดโตเป็นเจ้านาย ตีเสมอเจ้าของวัง ยาแม่เห็นแล้ว บ่อฮู้สึกขัดเคืองบ้างเลยรึจั่งได๋”
เสียงแม่เจ้าปทุมรัตน์ดังขัดขึ้นว่า “ฉันเป็นคนบอกให้สะอาดช่วยรับแขกกับพ่อเจ้าแทนฉันเอง”
สอางหันไปมอง เห็นสายวารีพยุงแม่เจ้ามานั่งร่วมโต๊ะ แม่เจ้ามองสอางตึงๆ เพราะได้ยินคำพูดสอางแล้วรู้สึกไม่ค่อยชอบใจขึ้นมา
“ฉันรู้สึกเหนื่อยก็เลยอยากเข้ามานั่งในงาน เธอไม่ต้องห่วงพี่สาวเธอหรอก สอาง ขนาดฉันเพิ่งรู้จักสะอาดไม่กี่วัน ฉันยังดูออกเลยว่าสะอาดเป็นคนรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”
สอางหน้าม้าน ยิ่งเห็นสีหน้าตึงๆ ของแม่เจ้า ก็ยิ่งไม่กล้าตอบโต้ ได้แต่เบือนหน้าหนี
แม่เจ้าไม่อยากถือสา หันไปคุยกับยาแม่ “ลืมไปว่าแม่คำอ่อนไม่เจอลูกสาวนานคงจะคิดถึง เดี๋ยวเรียกให้สะอาดมานั่งด้วยกันก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าน้อยรอได้”
สอางเห็นท่าทางพินอบพิเทาของยาแม่แล้วหงุดหงิด ลุกพรวดขึ้นยืนค้ำหัวอย่างไร้มารยาท
ยาแม่ตกใจปรามดุ “สอาง”
“ข้าน้อยสิไปส้วม”
สอางสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างไม่เกรงใจแม่เจ้าและสายวารีที่ทำหน้าไม่ชอบใจ

จากอีกโต๊ะหนึ่งของงาน เห็นกำจรนั่งอยู่กับพวกข้าราชการและตำรวจ กำจรกำลังคุยกับคนในโต๊ะ แต่สายตาเหลือบไปเห็นสอางเดินผ่านหน้า ก็มองตาม เกิดความอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาทันที ไฉไลไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ

สอางทำธุระอยู่ในห้องน้ำ แล้วเดินออกมาก่อนจะชะงัก เมื่อเห็นกำจรยืนรออยู่
“สอาง”
สอางช็อก ไม่คาดคิดว่าจะเจอกำจรอีก พอได้สติก็จะเดินหนีแต่ถูกกำจรจับแขนไว้
“เดี๋ยวก่อนสิ”
“ปล่อย”
“ผมเห็นคุณตั้งแต่เข้ามาในงานแล้ว ผมอยากคุยกับคุณ”
“กูบ่อมีหยังสิเว้ากับมึง กูกรวดน้ำคว่ำขันให้คนอย่างมึงไปแล้ว ซาตินี้ซาติได๋ก็อย่าได้มาพบกันอีกเลย”
สอางพยายามสะบัดมือ แต่กำจรไม่ยอมปล่อยพูดเว้าวอน
“คุณจะด่าผมหยาบๆ คายๆ ยังไงก็ได้ เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินให้อภัย แต่คุยกับผมก่อนได้ไหมสอาง”
สอางชะงักมองหน้าผัวเก่านิ่งๆ กำจรเอามือลูบแก้มสอางอย่างเสน่หาอาลัยอาวรณ์
“ผมคิดถึงคุณ”
แววตาของสอางมีวี่แววความหวั่นไหวฉายขึ้นมาแว่บหนึ่ง เมื่อเห็นสายตากำจรมองมาอย่างอาทร
“แล้วผมก็เป็นห่วงคุณมากด้วย สอาง คุณเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า”
สอางนิ่ง น้ำตารื้นเมื่อสัมผัสถึงความห่วงใยของกำจร แต่แว่บเดียวความแค้นก็แล่นขึ้นมา
“กูบ่อมีวันสบายดีดอก ถ้าบ่อได้เห็นความพินาศของมึงกับอีไฉไลนั่น ถ้ามึงฮู้สึกผิด ต่อสิ่งที่เฮ็ดกับกูไว้ มึงก็พาเมียมึงไปตายโหงตายห่าสังเวยบาปกรรมให้กูซะ มื่อนั่นล่ะ ที่กูสิมีความสุข”
สอางสะบัดแขนสุดแรง แล้วเดินหนีไปกำจรยังคว้าต่อ
“สอาง”
สอางหันกลับมา แล้วถ่มน้ำลายรดหน้ากำจรทันที
“น้ำลายที่ใซ้เว้ากับมึง เก็บไว้ก็เป็นเสนียดปากกู”
กำจรอึ้ง เอามือปาดน้ำลายออกจากหน้าตัวเอง นึกไม่ถึงว่าสอางจะกล้าทำขนาดนี้ สอางมองสะใจ แล้วหันกลังจะเดินออกไป แต่กลับเห็นไฉไลยืนอยู่ตรงหน้า มองมาราวกับจะฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ ท่าทีเดือดดาล
“นังผู้หญิงชั้นต่ำ”
ไฉไลตบเปรี้ยงเข้าที่หน้าสอางฉาดใหญ่

ทางฝั่งโซ่ทองนอนตะแคกพลิกตัวให้พ่อแพทย์ดูแผลถูกฟันกลางหลังที่พันผ้าไว้ พ่อแพทย์ลูบดูที่ผ้าพันแผลเบาๆ
“เลือดบ่อซึมออกมาแล้ว แสดงว่าแผลปิดสนิทดีแล้วล่ะ แต่มึงคงต้องนอนคว่ำไปก่อน เลือดสิได้บ่อไหลออกมาคั่งที่ปากแผล”
“จ้ะ พ่อแพทย์”
โซ่ทองพลิกตัวนอนคว่ำ โดยมีนางสายกับสะออนช่วยประคอง พ่อแพทย์ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน
“สงสัยคนขับรถของพ่อเจ้าสิมาฮับแล้ว เจ้าไปล้างเนื้อล้างโต แล้วฟ่าวเปลี่ยนเสื้อผ้าสา สะออน อย่าให้เพิ่นต้องคอยท่า”
สะออนอิดออด “ข้าน้อยบ่อไปบ่อได้หรือจ๊ะยาพ่อ ข้าน้อยเป็นห่วงอ้ายโซ่ทอง บ่อมีคนฮู้เรื่องว่านเรื่องยาอยู่ที่เฮือนจักคน เกิดหยังขึ้นมา สิได้ซ่อยอ้ายโซ่ทองได้ทัน”
พ่อแพทย์อึ้งหนักใจ เข้าใจสะออนที่ไม่ได้อยากไปงานแต่แรก โซ่ทองเห็นพ่อแพทย์นิ่งๆ ไปก็เกรงใจ
“สะออน เจ้าไปสา อ้ายอยู่ได้ แม่อ้ายก็อยู่”
“แม่นแล้วจ้ะแม่สะออน เดี๋ยวข้อยเฝ้าบักโซ่ทองเอง พ่อแพทย์เพิ่นก็บอกแล้วว่าบ่อน่าสิเป็นหยังหลาย แม่สะออนไปงานสา” นางสายกล่อม
“ก็ข้อยบ่ออยากไป งานสะหลองในเวียงในวัง คงสิมีพิธีรีตองหลาย ข้อยบ่อมัก” สะออนหันไปอ้อนพ่อ “ให้ข้าน้อยอยู่บ้านสา ยาพ่อ”
เสียงศรีธาราดังขึ้น “แต่ผมอุตส่าห์มารับนะครับ สะออน”
ทุกคนหันไป ตกใจเมื่อเห็นศรีธาราขึ้นมาบนเรือน
“เจ้า”

ฟากสอางล้มไปกองที่พื้นต่อหน้าแขกที่กำลังจะเดินมาเข้าห้องน้ำ ทุกคนผวาตกใจ
“แกกล้าดียังไงถึงถ่มน้ำลายรดหน้าผัวฉัน”
ไฉไลจะเข้าไปซ้ำ แต่ถูกกำจรกระชากแขนไว้
“ไฉไล”
“คุณทำอะไรให้มันไม่พอใจเข้าล่ะ มันถึงถุยน้ำลายใส่ หรือว่าเพราะไม่ยอมลากมันเข้าไปเสพสุขกันในส้วม”
สอางร้องกรี๊ดขึ้นมาด้วยความเจ็บใจ แล้วจะโผนเข้าใส่ไฉไล แต่สะอาดเข้ามาพอดี
“เจ้าอย่ามาดูถูกน้องสาวของข้อยนะ”
“มาก็ดีแล้ว จะได้ประกาศให้รู้กันไปเลย ว่าน้องสาวของเธอ มันมีประวัติลักกินขโมยกินผัวฉันอยู่แล้วเป็นสันดาน จะให้ฉันคิดยังไง” ไฉไลคุมแค้นมองกราดไปยังไทยมุง “ถ้าใครยังไม่รู้ ก็รู้ไว้ซะ ว่าอีนังสอางคนนี้มันเป็นแค่เมียชั่วคราวที่ผัวฉันหลอกมาเป็นนางบำเรอเท่านั้น แต่ฉันนี่แหละ คือเมียตัวจริง”
สอางเห็นสายตาที่มองมาก็ยิ่งอับอาย ก้มหน้าสะอื้นไห้ สะอาดกอดน้องสาวไว้ พ่อเจ้าเข้ามาตำหนิเสียงเข้ม
“หยุดนะ กรุณาให้เกียรติด้วย ว่าเธออยู่ในวังอินทนิลของฉัน”
ไฉไลฮึดฮัดเจ็บใจ กำจรตกใจ หน้าม้านด้วยความอับอาย
“กระผม กราบขอประทานโทษแทนภรรยาด้วยครับ ไฉไล กราบขอโทษพ่อเจ้าซะ”
“ขอโทษทำไม ก็ฉันพูดความจริง”
“ความจริงที่พูดแล้วมันไม่ได้ประจานใครเลย นอกจากเธอสองคนงั้นรึ กลับไปซะ พาภรรยาเธอกลับไปด้วย อย่าทำให้งานของฉันต้องเสียบรรยากาศเพราะความไร้มารยาทของเธอ”
ใต้น้ำเสียงทรงอำนาจ พ่อเจ้ามองไฉไลอย่างตำหนิ กำจรก้มหน้าทั้งอายทั้งเกรงกลัว รีบดึงไฉไลที่กระฟัดกระเฟียดออกไป
สะอาดสบตากับพ่อเจ้าเชิงขอบคุณ แล้วหันไปดูสอางที่ยังก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสาร

สะอาดประคองสอางเข้ามาในห้องรับรองในวัง สอางยังคงสะอื้นไห้ไม่หยุด สะอาดหยิบผ้าให้ซับน้ำตา
“เซ็ดหน้าเซ็ดตาสา สอางน้องหล่า อย่าได้เปลืองน้ำตาให้คนพรรค์นั้นอีก เจ้าหลุดพ้นจากเขามาได้ ก็นับว่าเป็นบุญแล้ว”
สอางสะอื้นแล้วนึกเจ็บปวดขึ้นมา เงยหน้ามองพี่สาวทั้งน้ำตา
“แต่ก็คงบ่อบุญหนักศักดิ์ใหญ่เท่ายาเอื้อย ข้อยเลยถืกเขาต้มตั๋วหลอกลวง จนเสียเนื้อเสียโตอยู่ผู้เดียว ยาเอื้อยคงสิคึดซ้ำตื่มในใจแม่นบ่อ”
“โธ่เอ๋ย เอื้อยบ่อเคยคึดจังซั่นเลย”
สอางเบือนหน้าหนี ซับน้ำตาแล้วร้องไห้ต่อ สะอาดมองอย่างเข้าใจ ไม่อยากถือสาน้อง
“ถ้าเจ้าบ่ออยากออกไปพบพ้อหน้าผู้คน ก็อยู่ในนี่ก่อนก็ได้ นี่เป็นห้องของเอื้อย”
สอางเงยหน้ามองรอบๆ ห้อง แต่ยังทำเมินเฉย ไม่อยากพูดกับพี่สาว เพราะเสียฟอร์ม
“เอื้อยสิออกไปต้อนฮับแขกก่อน สำบายใจแล้วค่อยตามออกไปเด้อน้องหล่า”
สะอาดบีบไหล่สอางเบาๆให้กำลังใจแล้วลุกออกไป สอางเช็ดน้ำตาหยุดร้องไห้ มองสำรวจห้องอย่างสนใจ

สะออนลงมาจากรถของวังพร้อมกับพ่อ พ่อแพทย์มองลูกสาวที่สีหน้าเหมือนฝืนใจก็กระซิบเตือน
“เฮ็ดหน้าเฮ็ดตาให้ดีๆ แหน่ลูก สะออน”
“อ้ายโซ่ทองคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ สะออน คุณอย่ากังวลไปเลย” ศรีธาราว่า
สะออนพยายามฝืนยิ้มให้ สะออนไม่ได้นุ่งซิ่นลายหงส์แล้ว
“ป่านนี้ ท่านแม่คงกำลังรออยู่ในงาน ท่านอยากพบคุณมาก เพราะอยากขอบคุณด้วยตัวเอง ที่คุณช่วยชีวิตผมไว้”
สะออนแข็งใจพูด “ข้าน้อยก็อยากมากราบเพิ่นเหมือนกันเจ้าค่ะ”
ศรีธารายิ้มออก “ถ้าอย่างนั้น เชิญข้างในครับ”
ศรีธาราเดินนำสะออนกับพ่อแพทย์ไปอย่างกระปรี้กระเปร่า

สะออนคุกเข่าลงก้มกราบแม่เจ้าที่ตัก แม่เจ้าลูบหัวสะออนอย่างเอ็นดู
“ได้เห็นหน้าค่าตากันเสียทีนะ สะออน ลุกขึ้นนั่งเถอะจ้ะ”
สะออนค่อยๆ ถดตัวขึ้นนั่งข้างแม่เจ้าด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม
“ฉันอิจฉาแม่คำอ่อนจริงๆ ที่มีลูกสาวสวยน่ารักถึงสามคน หันมาดูลูกชายลูกสาวของฉัน ไม่ค่อยจะได้อย่างใจซักคน” แม่เจ้าหัวเราะ
สายวารีมองค้อนพองาม ตัดพ้อ “ท่านแม่ขา ทำไมเอาลูกมาขายต่อหน้าแขกอย่างนี้ล่ะคะ”
“ก็ดูแม่สะออนสิ รุ่นราวคราวเดียวกับพวกเธอแท้ๆ แต่ได้เป็นถึงหมอรักษาคนไข้ แล้วลูกสองคนล่ะ ทำอะไรได้บ้าง”
สายวารีเสียงอ่อย “ก็ลูกยังเรียนไม่จบนี่คะ ท่านแม่ไล่เบี้ยเอากับท่านพี่ก่อนเถอะ จบเมืองนอกเมืองนามาแล้ว ทำอะไรเป็นบ้าง”
“พี่ทำเป็นหลายอย่างแน่ๆ สายวารี เพราะไปฝึกวิชาที่เรือนพุทไธเทพมาแล้ว ส่วนงานด้านบริหารบ้านเมือง กลับมาคราวนี้ ผมก็ตั้งใจว่าจะมาช่วยแบ่งเบาภาระของท่านพ่อ จะไม่ให้ท่านพ่อต้องเหนื่อยอีกแล้วล่ะครับ”
ศรีธาราหันไปยิ้มอ้อนพ่อ พ่อเจ้าลูบหัวเอ็นดู ยาแม่มองศรีธารายิ้มๆ เกิดความหมายมาดในใจ รู้ว่าศรีธารามีอนาคตดีงามรออยู่

เวลาผ่านไป การแสดงความยินดีของบรรดานางรำที่ผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงที่เวทีจบลง จนถึงคิวของวงดนตรีพิณแคนโปงลางเมืองอีสานเล่นเพลงจังหวะคึกคัก แขกเหรื่อชวนกันออกไปฟ้อนแอ่นร่ายรำด้วยความสนุกสนาน
ส่วนที่โต๊ะของพ่อเจ้าเวลานี้ แม่เจ้ากับสายวารีเข้าไปพักผ่อนในตำหนักแล้ว เหลือพ่อเจ้ากับศรีธาราสนทนาอยู่กับพ่อแพทย์ คำอ่อนและสะออน แขกผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะที่เหลือนั่งดูคนฟ้อนรำอย่างเบิกบาน
“นี่ถ้าเจ้าบ่อมัวแต่ไปรักษาบักโซ่ทอง ก็คงสิได้นุ่งซิ่นงามมาให้แขกคนเพิ่นได้เบิ่ง บ่อน่าเล้ย สะออน”
“ดีแล้วจ้ะ ยาแม่ ข้าน้อยมันนกกระจิบนกกระจอก บ่อคู่ควรกับซิ่นลายหงส์ดอกจ้ะ ถึงบ่อมีบุญได้ใส่มาให้คนเบิ่ง ก็บ่อเป็นหยังดอก เก็บไว้ให้นางพญาหงส์อย่างยาเอื้อยสอางเพิ่นนุ่งคนเดียวสา”
ยาแม่ค้อนสะออนที่ไม่ได้อย่างใจตน
ศรีธาราฟังท่วงทำนองเพลงอีสานจังหวะคึกคัก และเห็นหนุ่มสาวออกไปรำฟ้อนคู่กันก็นึกสนุก
“สะออน คุณรำเป็นไหมครับ”
สะออนอ้าปากจะปฏิเสธ เพราะไม่มีอารมณ์ แต่ยาแม่รีบบอก
“ท่านชายชวนถูกคนแล้วล่ะเจ้าค่ะ เพิ่นชอบนักล่ะ มีงานบุญบ้านไหนก็อดไม่ได้ ต้องออกไปฟ้อนไปรำกับเขา ไปสาลูก”
สะออนเห็นศรีธาราท่าทางกระตือรือร้น ก็ไม่กล้าปฏิเสธ จำต้องออกไปรำคู่กัน ยาแม่กับพ่อเจ้ามองตามปลื้มๆ แล้วยิ้มให้กัน พ่อแพทย์นึกขึ้นได้ มองหาสอางแต่ไม่เจอจึงหันไปถามสะอาด
“แล้วนี่สอางไปไสหรือลูก ตั้งแต่มาฮอด พ่อยังบ่อเห็นหน้าน้องเลย”
สะอาดอึกอัก ไม่กล้าบอกพ่อว่าเกิดเรื่อง รีบตอบแก้ต่างให้น้อง
“นอนอยู่ในห้องข้าน้อยจ้ะ ยาพ่อ เห็นจ่มว่าบ่อสำบาย เลยให้เพิ่นนอนพักจักคราว”

ศรีธาราพาสะออนออกไปฟ้อนรำอยู่กลางวงเวที แต่สะออนดูใจลอยไม่ค่อยสนุกสนานเท่ากับตอนฟ้อนรำกับโซ่ทอง
ศรีธาราคอยเหลือบมองคู่รำรอบๆ ตัว แล้วพยายามเลียนแบบรำต้อนฟ้อนใส่สะออนไปมา แต่ก้าวเท้าไปก็เหยียบสะออนทุกที จนสะออนต้องคอยถอยหนีเป็นระยะๆ แล้วพยายามหาทางบ่ายเบี่ยง
“อันที่จริง ท่านชายน่าจะไปเชิญสาวสวยๆ คืนอื่นในงานออกมารำมากกว่าข้าน้อยนะเจ้าคะ เพราะวันนี้ข้าน้อยแต่งเนื้อแต่งตัวไม่สวยเลย”
“ใครว่าล่ะ วันนี้คุณสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นเลยด้วยซ้ำ”
ศรีธาราพูดพลางทอดสายตามองสะออนยิ้มๆ เล่นเอาสะออนเขิน
“อาจจะเป็นเพราะท่านชายเพิ่งมาถึงอีสานบุรี ที่ผ่านมาก็อยู่แต่ในเรือนข้าน้อย ก็เลยยังไม่ได้พบเจอสาวๆคนอื่น”
“ไม่จริงดอกครับ ต่อให้ผมพบเจอหญิงงามมากแค่ไหน ก็คงไม่มีใครประทับใจผมได้เท่ากับคุณอีกแล้ว ผมจะลืมคนที่มีบุญคุณต่อชีวิตของผมได้อย่างไรล่ะครับ”
สะออนยิ้มอายๆ ฝืนใจรำคู่กับศรีธาราต่อไป แต่ไม่กล้าชวนคุยอีก เพราะกลัวจะถูกอีกฝ่ายรุกหนักกว่านี้

ฝ่ายสอางออกมจากห้องสะอาด เข้ามาเดินดูความโอ่อ่าอยู่ในวัง เห็นข้าวของเครื่องใช้ที่ตั้งโชว์เป็นระยะๆ ก็เข้าไปดูหยิบจับอย่างสนใจ
“คนเป็นเจ้าเมืองนี่ มีทรัพย์สมบัติหลวงหลายปานนี่เลยบ่อ”
สอางเดินเรื่อยๆ มาหยุดตรงหน้ากรอบรูปถ่ายขนาดใหญ่ของพ่อเจ้ากับแม่เจ้า ในชุดเครื่องทรงที่แสดงถึงตำแหน่งเจ้าเมืองอีสานบุรีเต็มยศ ประดับอยู่บนผนังห้องโถง
สอางเงยหน้ามองอย่างทึ่งจัด เห็นตัวหนังสือสลักชื่อใต้รูป
“พระขัตติยะรามังกูร แม่เจ้าปทุมรัตน์ ขัตติยะราช
สอางมองดูรูปบนผนังนั้นนิ่งนาน
“แม่เจ้าสอาง ขัตติยะราช”
สอางฝันเฟื่องเห็นใบหน้าแม่เจ้าปทุมรัตน์เป็นใบหน้าของตัวเองยืนเคียงข้างพ่อเจ้า ยิ้มออกมาอย่างมาดมั่น ได้เป้าหมายใหม่ในชีวิตแล้ว

สอางเดินดูอะไรเรื่อยๆ มาจนถึงหน้าห้องแม่เจ้าโดยไม่รู้ตัว และได้ยินเสียงสายวารีดังลอดออกมา
“ท่านแม่พูดจริงหรือคะ ที่ว่าจะยกพี่สะอาดให้เป็นชายาอีกคนของท่านพ่อ”
คำพูดนั้นกระแทกเข้าหน้าสอางจังๆ จนหล่อนหยุดกึก หันไปมองที่ประตูห้องแม่เจ้าอย่างสนใจ
ภายในห้องบรรทม แม่เจ้านอนเอนพิงหัวเตียง คุยกับสายวารีที่มาดูแล จัดยาให้กินก่อนนอน
“แม่แก่แล้วนะ สายวารี ยิ่งมาป่วยกระเสาะกระแสะแบบนี้ มีแต่จะทำให้ท่านพ่อของลูกเป็นทุกข์”
“แต่ท่านแม่ก็ดูแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ นี่คะ”
“ถึงจะแข็งแรงขึ้นอย่างไร แม่ก็คงไม่มีกำลังจะปรนเปรอความสุขให้ท่านพ่อได้ดอก ท่านพ่อควรจะมีใครอีกสักคนที่จะคอยปรนนิบัติดูแล ทำในสิ่งที่แม่ทำไม่ไหว”
ส่วนที่ประตูนอกห้อง เห็นสอางแอบมองจากช่องประตูที่ปิดไม่สนิท
“แล้วท่านพ่อ...”
“ลูกเห็นสายตาท่านพ่อเวลาแอบมองสะอาดไหมล่ะสายวารี” แม่เจ้าพูดยิ้มๆ ตอนท้าย “สายตาแบบนั้น ทำให้แม่รู้ว่าแม่เลือกคนไม่ผิด”
“แล้วท่านแม่ไม่เสียใจหรือคะ หากท่านพ่อจะปันใจไปรักคนอื่น”
“ชีวิตแม่ มาถึงวันนี้ ก็ไม่มีอะไรที่แม่ต้องการอีกแล้ว นอกจากเห็นคนที่แม่รักมีความสุข”
สายวารีนิ่งเงียบไตร่ตรอง ก่อนจะตอบอย่างทำใจได้
“ลูกยอมรับว่าถูกชะตากับพี่สะอาด เพราะนิสัยใจคอเราเข้ากันได้ แต่ก็ไม่รู้ว่า หากวันหนึ่ง พี่สะอาดเปลี่ยนสถานะจากผู้พยาบาลท่านแม่ ไปเป็น...ชายาอีกคน ของท่านพ่อ เขาจะเปลี่ยนไปไหม”
“แม่ว่าสะอาดเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ต่อให้วันหน้าที่เขาต้องขึ้นเป็นแม่เจ้าแทนแม่ แม่ก็เชื่อว่า เขาจะยังเป็นสะอาดคนเดิม”
“ถ้าท่านแม่เชื่อมั่นอย่างนั้น ลูกก็คงไม่มีอะไรต้องขัดเคืองดอกค่ะ”
แม่เจ้ายิ้มพอใจ ลูบหัวสายวารีอย่างเอ็นดู แล้วดึงตัวมาซบอกด้วยความรัก
สอางแอบมองสองแม่ลูกได้ยินทุกคำ รับรู้ได้ว่าสะอาดจะมีโอกาสได้เป็นถึงแม่เจ้าก็ยิ่งริษยา

สอางเดินหน้าบึ้งตึงออกมาจากวัง เห็นสะอาดสวนเข้ามาพอดี
“เอื้อยกำลังสิไปเอิ้นเจ้าพอดี ยาพ่อกับยาแม่กำลังสิเมือเฮือนแล้วจ้ะ”
“พากันย่านว่าข้าน้อยสิอยู่เป็นก้างขวางคอยาเอื้อยหรือจั่งได๋ ถึงได้ฟ่าวเมือ” (ฟ่าวเมือ = รีบกลับ)
สะอาดงง “ก้างขวางคออีหยัง สอาง”
“ตอนแรก ข้อยก็คึดว่าเป็นแต่ยาแม่กับยาเอื้อยมักใหญ่ใฝ่สูง อยากสิได้ท่านเจ้าเมืองเป็นผัว แต่ก็เพิ่งฮู้เดี๋ยวนี่เอง ว่าเมียหลวงเพิ่นก็เห็นดีเห็นงามไปนำกัน” สอางแสยะยิ้ม “เจ้าแผนการกันทั้งนั่น”
สะอาดได้ฟังสอางพูดแล้วยิ่งงงหนัก เพราะตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย
“สอาง เจ้าเว้าหยังของเจ้า”
“ก็เรื่องที่ยาเอื้อยสิได้เป็นเมียรองของพ่อเจ้าพระขัตติยะรามังกูรนั่นเด”
สะอาดตกใจมาก “เจ้าเอาอีหยังมาเว้า”
“อย่าทำท่าตีหน้าซื่อไปเล้ย ที่ยาเอื้อยเข้ามาซูคออยู่ในวัง ก็บ่อแม่นเพราะเหตุผลนี่ดอกหรือ” สอางพี่สาวมองหัวจรดเท้า “อ้างว่าต้องมาฮับใซ้คนแก่ใกล้ตาย แต่ก็ประจบจนได้สร้อยได้แหวน จนตอนนี่ เพิ่นใจอ่อน สิแถมผัวให้อีกคน”
สะอาดตกใจสุดขีด “สอาง”
“ข้าน้อยได้ยินกับหูว่าแม่เจ้าสิให้ยาเอื้อยเป็นเมียพ่อเจ้า ล้างเนื้อล้างโตไว้ให้พร้อมเถาะ สมใจบ่ล่ะ”
สะอาดตัวชาตะลึงตะไล สอางมองหมั่นไส้แล้วเดินเชิดจากไป

กลับมาถึงเรือนพุทไธเทพ สอางมีสีหน้าบูดบึ้งอารมณ์ไม่ดี นางงอรีบออกมาต้อนรับ ขณะที่สะออนรีบถอดเครื่องประดับออกวางๆ ด้วยท่าทางรีบร้อนจนยาแม่แปลกใจ
“สะออน นั่นเจ้าสิไปไสอีกล่ะ ดึกดื่นแล้วเด้ลูก”
“ข้าน้อยสิฟ่าวไปเบิ่งอ้ายโซ่ทอง ไปบ่อโดนดอกจ้ะยาแม่”
“เดี๋ยวก่อน...”
สะออนไม่สนใจเสียงเรียกของยาแม่ รีบลงจากเรือนไปทันที ยาแม่ถอนใจหงุดหงิด สอางมองแล้วหัวเราะเยาะ
“ลูกสาวคนโตกำลังสิได้ผัวเป็นเจ้าเมือง ส่วนลูกสาวหล่าสิเอาลูกขี้ข้าเฮ็ดผัว ยาแม่อย่าคึดกังวลไปเลย เอาของสูงของต่ำถ่วงกัน เดี๋ยวมันก็พอดีเอง”
ยาแม่ตวัดสายตามองสอางอย่างขุ่นเคืองและไม่พอใจ สอางเดินหุนหันเข้าห้องนอนไป

เสา สีแหล่ช่วยกันเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวให้สอาง นางงอกำลังช่วยจัดที่นอน พลางชวนคุย
“ตกลงว่า แม่สะอาดได้เป็นเมียพ่อเจ้าแล้วหรือ”
“ยัง แต่ก็คงอีกบ่อโดนดอก แม่เจ้าปทุมรัตน์นั่น เพิ่นกำลังวางแผนสิเฮ็ดบุญใหญ่ ถวายยาเอื้อยใส่พานให้ผัว เอาไว้เป็นนางทาสบำเรอกาม” น้ำเสียงสอางเต็มไปด้วยความริษยา
“จังซี่นี่เอง อีเพ็งอีเภามันถึงได้แล่นไปรับใซ้ฮอดในวัง คงหวังสิได้เป็นขี้ข้าคนสนิทของแม่เจ้าคนใหม่” เสาว่าอย่างหมั่นไส้
สีแหล่ผสมโรงว่า “วุ้ย ถ้าแม่สะอาดได้เป็นแม่เจ้า หมู่เฮาสิบ่อต้องได้กราบตีนอีสองโตนี่ด้วยบ่อ”
เสาคิดตาม ร้อนใจ “แม่สอางสิยอมให้เพิ่นได้ดีเกินหน้าเกินตาซั่นบ่อ”
“แล้วสิให้กูเฮ็ดจั่งได๋ เจ็บใจแท้ กูบ่อน่าไปเสียเวลากับคนกระจอกงอกง่อยอย่างบักห่าสารวัตรกำจรเลย บ่อเซ่นนั่นป่านนี่คนที่สิได้ครองวังนั่นก็คงเป็นกู”
สอางคุมแค้น นึกเจ็บใจตัวเอง

อีกฟากหนึ่ง แม่เจ้านอนพิงหมอนอยู่บนเตียง ให้พ่อเจ้านวดมือให้ แล้วหันไปเห็นสะอาดเข้ามาในห้อง
“อ้าว สะอาด เข้ามาสิ”
“ข้าน้อยดูแลให้คนงานเก็บข้าวของเสร็จหมดแล้วเจ้าค่ะ ว่าจะเข้ามานวดให้แม่เจ้า”
“บ่อต้องดอก เดี๋ยวข้อยนวดให้เอง มื่อนี่เจ้าคงสิเมื่อยหลาย ไปพักผ่อนสา”
สะอาดก้มหัวรับเอาคำ แล้วค่อยๆ ปลดสร้อยคอ ส่งคืนให้แม่เจ้า
“ข้าน้อยขอคืนสายสร้อยนี้ให้แม่เจ้าก่อนนะเจ้าคะ เกรงว่าเดี๋ยวจะทำหาย”
“เอาเก็บไว้เถอะ ฉันยกให้ บางที เธออาจจะต้องได้ใส่อีกหลายงาน”
แม่เจ้าพูดยิ้มๆ มีเลศนัยบางประกาศ สะอาดมองสร้อยแล้วคิดถึงคำพูดสอาง สีหน้าเครียดเคร่ง ยิ่งไม่สบายใจ
แม่เจ้าเหลือบมองพ่อเจ้าที่ก้มหน้าก้มตานวดมือ แล้วคิดอะไรบางอย่าง
“ท่านก็เหมือนกัน รับแขกเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปนอนเถอะค่ะ ฝากท่านส่งสะอาดด้วย เดี๋ยวอิฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน”
พ่อเจ้าชะงักเงยหน้าขึ้น แม่เจ้าเอนตัวลงนอน แล้วยิ้มให้พ่อเจ้าอย่างรู้กันสองคน พ่อเจ้ากระอักกระอ่วนใจ เผลอหันไปสบตากับสะอาด

พ่อเจ้ากับสะอาดเดินมาด้วยกันอย่างเกร็งๆ ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าพูดกัน จนมาถึงหน้าห้องสะอาด พ่อเจ้าก็ตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้น
“ขอบใจเจ้าอีกเทือเด้อ สะอาด ที่เป็นธุระให้งานสะหลองมื่อนี่ได้มีขึ้น”
“ถ้ามีหยังผิดพลาดไป ข้าน้อยกราบขอสมมาพ่อเจ้านำเด้อเจ้าค่ะ”
“บ่อมีหยังผิดพลาดดอก ทุกอย่างทุกแนวสมบูรณ์บ่อมีที่ติ แขกคนยังมาชมกับข้อย ว่าจัดงานได้ดีหลาย มันคงสิเกิดขึ้นบ่อได้ หากบ่อมีเจ้า”
พ่อเจ้าส่งสายตาลึกซึ้งมองมา จนสะอาดสะท้าน
“ไปพักผ่อนสา”
“เจ้าค่ะ”
สะอาดรับคำแล้วหันหลังจะเปิดประตู จังหวะเดียวกับที่พ่อเจ้าเอื้อมมือไปผลักประตูให้ จนทั้งสองสัมผัสกันอีกครั้ง สะอาดตัวเกร็ง รีบดึงมือออก ก่อนจะค้อมตัวเข้าห้องไป แล้วปิดประตูลง พ่อเจ้ามองบานประตูที่ปิดลงด้วยความรู้สึกหวั่นไหวเช่นกัน

สะอาดเข้ามาในห้อง จับมือตัวเองที่สัมผัสกับมือพ่อเจ้าด้วยความว้าวุ่น แล้วนึกถึงความรู้สึกเดียวกันเมื่อวันก่อน รวมถึงภาพฝันสมัยอดีตชาติ จนเสียงด่าว่าของสอางที่พูดไว้ก่อนกลับบ้านแว่วขึ้นมาในหู
“อย่าทำท่าตีหน้าซื่อไปเล้ย ที่ยาเอื้อยเข้ามาซูคออยู่ในวัง ก็บ่อแม่นเพราะเหตุผลนี่ดอกหรือ” สอางมองพี่สาวหัวจรดเท้า “แถลงแปลงลิ้นว่าต้องมาฮับใซ้คนแก่ใกล้ตาย แต่ก็ประจบจนได้สร้อยได้แหวน จนตอนนี่ เพิ่นใจอ่อน สิแถมลูกแถมผัวให้”
สะอาดตกใจ “สอาง”
“ข้าน้อยได้ยินกับหูว่าแม่เจ้าสิให้ยาเอื้อยเป็นเมียพ่อเจ้า ล้างเนื้อล้างโตไว้ให้พร้อมเถาะ แม่เจ้าเพิ่นสิเฮ็ดบุญใหญ่ ทานลูกทานผัวให้”
สะอาดนิ่งนึกทบทวน ถึงวันก่อนหน้านั้น ที่แม่เจ้าสั่งย้ายห้องนอนของเธอ
“ฉันสั่งให้ย้ายของเธอไปนอนที่ห้องอีกฝั่ง ใกล้ห้องนอนพ่อเจ้า เพราะวังด้านนี้มันอมแดด ตอนกลางคืนจะร้อนจนไม่หลับเอา”
สะอาดเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วทรุดนั่งลงสีหน้าสับสน ไม่สบายใจ

เช้าวันนี้ สะออนช่วยพยุงตัวโซ่ทองให้ลุกขึ้นนั่ง การเคลี่อนไหวยังช้าๆ ระบมอยู่
“อ้ายอยากเบิ่งแผลที่หลัง”
สะออนหยิบกระจกใกล้มือมาส่งให้ โซ่ทองพยายามแกะกระดุมเสื้อตัวเอง แต่ไม่ถนัด
“เดี๋ยวข้อยเฮ็ดให้”
สะออนค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อสะออนทีละเม็ด ภาพใกล้ที่หน้าอกโซ่ทองข้อยๆ เผยออกมาใกล้ๆ สายตาสะออนเป็นครั้งแรก
สะออนอดเขินไม่ได้ ต้องชำเลืองสายตาไปทางอื่น แล้วไล่ลงมาแกะเม็ดต่อไป ทันใดโซ่ทองก็จับหมับ สะออนสะดุ้ง
“แกะกระดุม แต่ตามัวแต่แนมเบิ่งทางอื่น ยามได๋มันสิแล้ว มาอ้ายสิแกะเอง”
โซ่ทองยังไม่รู้ตัวว่าสะออนเขิน รีบแกะกระดุมถอดเสื้อออก แล้วเห็นสะออนนั่งก้มหน้า (แว่น=กระจก)
“ถือแว่นให้อ้ายส่องแหน่ นี่เจ้าเป็นหยังไป สะออน เฮ็ดเงอะๆ งะๆ”
“ข้อย...ข้อย บ่อได้เป็นหยังจักหน่อย”
สะออนบ่นอุบอิบ หยิบกระจกขึ้นมาส่องตรงหน้าโซ่ทอง แต่หน้าแดงๆ โซ่ทองเอี้ยวตัวเองมองแผล
“ปากแผลยังเปิดอยู่ หยิบใบหางปลาค่อมาให้อ้ายแหน่”
“ทำทรงเก่งหลาย หันหลังไป เดี๋ยวข้อยสิทาให้ดอก”
โซ่ทองหันหลัง ปล่อยให้สะออนหยิบกากยาสมุนไพรที่ตำไว้มาทาให้
“เบาๆ มือแหน่เด้อสะออน เดี๋ยวแผลมันสิแหก”
“ฮู้แล้ว เฮ็ดปานว่าข้อยบ่อฮู้ประสีประสาหยังหลาย อ้ายโซ่นิ”
สะออนดุ เอามือป้ายสมุนไพรลงที่แผลโซ่ทองเบาๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ
โซ่ทองยิ้มพราย มองดูสะออนผ่านกระจกที่ยกขึ้นส่องอยู่อย่างนั้น

เช้าวันเดียวกัน
ที่เรือนไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ในป่าอันลึกลับห่างไกลบ้านผู้คน บรรยากาศรอบด้านดูวังเวงและไม่น่าไว้วางใจ
ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหยุดล้างเท้า แล้วรีบปีนบันไดขึ้นเรือนนั้นไปอย่างรีบร้อน
ตรงบริเวณชานเรือนกว้างขวาง สมิงพันดง นั่งสมาธิหลับตาพึมพำสวดมนต์อยู่
ด้านหลังเป็นโต๊ะหมู่บูชาจัดวางข้าวของรูปสักการะบูชาประหลาด และข้าวของน่ากลัวๆ ทั้ง กะโหลกคน เขาควาย ซากสัตว์ บ่งบอกว่าสมิงพันดงคือหมอผี จอมอาคม ที่หากินกับความเชื่อเรื่องเวทมนต์คาถาทางไสยศาสตร์ ลูกน้องคนดังกล่าวรีบคลานเข้ามาหยุดตรงหน้าสมิงพันดง รีบรายงาน
“บักโซ่ทอง ลูกศิษย์พ่อแพทย์พุทไธ บัดนี่ มันนอนเจ็บอยู่ที่เฮือน คงสิออกตรวจคนป่วยบ่อได้ไปอีกโดนเลยจ้ะ พ่อครูสมิงพันดง”
สมิงพันดงลืมตาขึ้นช้าๆ สายตามีแววยิ้มยินดี ลูกน้องพูดเอาใจอีกว่า
“แต่มันน่าสิตายไปซะเลย สิได้ไม่อยู่เป็นเสี้ยนหนามพ่อครู”
“ก็ลองเบิ่ง ว่าบักหมอพุทไธมันยังสิกล้าส่งคนมารักษาซาวบ้านในถิ่นกูอีกบ่อ ถ้าศิษย์เอกของมันเจ็บปางตายเทือนี่ แล้วยังบ่อหลาบ กูบ่อปล่อยไว้แน่”
สมิงพันดงคำรามในลำคอ

ด้านพ่อแพทย์ลงจากรถที่จอดอยู่หน้าตำหนัก เห็นสะอาดมายืนรอรับอยู่แล้วก็ยิ้มทัก
“มาฮับพ่อหรือ สะอาด แม่เจ้าเป็นจั่งได๋แหน่ มื่อนี่”
“มีอาการอ่อนล้าจักหน่อย ย่อนเมื่อคืนนอนดึกจ้ะยาพ่อ แต่อย่างอื่นก็ปกติดี”
พ่อแพทย์พยักหน้า แล้วจะเดินไปที่ห้องแม่เจ้า แต่สะอาดมองตามแล้วเรียกไว้
“ยาพ่อ...หลังตรวจแม่เจ้าแล้ว มื่อนี่ข้าน้อยขอเมือบ้านไปกับยาพ่อได้บ่อ”
พ่อแพทย์หันกลับมาหาลูกสาว มองด้วยสีหน้าแปลกใจ
“เป็นหยังล่ะลูก”
สะอาดสีหน้าอึกอักลำบากใจ พ่อแพทย์ยิ่งกังวล เข้ามาจับแขน
“มีอีหยังบ่อสำบายใจหรือบ่อ หรือว่าไผฮ้ายด่า ขับไล่ไสส่งเจ้า”
“บ่อมีดอกจ้ะ”
“ถ้าจั่งซั่น เจ้าเป็นหยังถึงอยากเมือเฮือน”
สะอาดมองหน้าพ่อแพทย์อย่างชั่งใจ “ข้อยถามยาพ่อตรงๆ ได้บ่อจ๊ะ เป็นหยังข้อยถึงต้องมาอยู่ที่นี่”
พ่อแพทย์อึ้ง รู้แล้วว่าสะอาดมีอะไรในใจ

ไม่นานต่อมา สะอาดนั่งก้มหน้านิ่งไม่สบายใจ โดยมีแม่เจ้าทอดสายตามอง หลังจากรู้ว่าสะอาดรู้เรื่องแล้ว
“ฉันผิดเอง ที่ไม่ได้บอกเจตนาที่แท้จริงของตัวเองตั้งแต่แรก อย่าไปโกรธยาพ่อกับยาแม่ของเธอเลยนะ สะอาด”
“ข้าน้อยไม่ได้โกรธใครดอกเจ้าค่ะ...แต่ข้าน้อยไม่สบายใจ”
“ไม่สบายใจที่จะต้องใช้สามีร่วมกับฉัน อย่างนั้นหรือ” แม่เจ้าถามตรงๆ
สะอาดก้มหน้านิ่งไม่ตอบ แม่เจ้ามองอย่างเข้าใจ
“ฉันเอ็นดูเธอนะ สะอาด เธอเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม สะอาดหมดจดทั้งกายและใจ กริยามารยาทอ่อนหวาน นิสัยใจคอก็อ่อนโยน เป็นที่รักของใครๆ คนในวังนี้พอได้ใกล้ชิดกับเธอ ก็ออกปากชมให้ฉันฟังกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ลูกๆ ของฉัน ฉันถึงอยากให้เธอมาอยู่ในครอบครัวเดียวกัน
แม่เจ้าเห็นสะอาดยังนิ่งอยู่ก็พูดต่อ
“ฉันอาจจะเห็นแก่ตัว ที่อยากให้เธอมาเป็นภรรยาอีกคนของท่านพ่อเจ้า แต่นั่นก็เพราะว่าสามีฉันสมควรจะได้กุลสตรีอย่างเธอเป็นเมีย ตัวฉันเองจะอยู่ดูโลกได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ ฉันก็เห็นว่าเธอนี่ล่ะ ที่เหมาะสมจะได้เป็นแม่เจ้าคนใหม่แห่งเมืองอีสานบุรี”
สะอาดสะท้อนใจ ค่อยๆ เหลือบตาขึ้นมองแม่เจ้า สายวารีช่วยเกลี้ยกล่อม
“พี่สะอาด พี่อย่าเห็นว่าท่านแม่ของฉันดูหมิ่นศักดิ์ศรีของพี่เลยนะ ท่านรักและเมตตาพี่จากใจจริง ฉันกับท่านพี่ศรีธาราก็ไม่มีข้อขัดข้อง”
สะอาดอึกอักลำบากใจสุดจะประมาณ ได้แต่เหลือบมองพ่อแพทย์
“พ่อสิบ่อบังคับใจเจ้า หากว่าเจ้าอยากสิเมือบ้าน แต่พ่อก็เซื่อว่าเจตนาของแม่เจ้า บ่อได้มีสิ่งใด๋แอบแฝง นอกจากความหวังดี แต่สิตัดสินใจจั่งได๋ ก็สุดแท้แต่เจ้า”
พ่อแพทย์ทอดสายตามองสะอาดอย่างเข้าใจความรู้สึก

นางสายเปิดดูแผลที่หลังของโซ่ทองที่แห้งสนิทแล้ว
“แผลแห้งแล้วนี่ลูก ยังเจ็บอยู่บ่อ โซ่ทอง”
“มื่อนี่มันดีขึ้นหลายแล้วล่ะจ้ะ อีแม่”
“เดี๋ยวแม่ทายาให้อีกเด้อลูก”
นางสายจะหยิบยามาทา แต่โซ่ทองห้ามไว้
“บ่อเป็นหยังดอกอีแม่ ข้อยสิท่าให้สะออนมาทา สะออนสิได้เห็นว่าแผลข้อยมันดีขึ้น ย่อนใบหางปลาข่อที่เพิ่นตำเอง ข้อยอยากให้เพิ่นดีใจ”
นางสายละมือ ยิ้มเอ็นดูความปรารถนาดีของโซ่ทอง
“ก็ตามใจ เดี๋ยวแม่สิไปเอิ้นแม่สะออนเพิ่นมาเบิ่ง”
นางสายจะลุกไป แต่สอางเดินสวนขึ้นเรือนมาเสียก่อน
“บ่อต้องไปเอิ้นให้เสียเวลาดอก สะออนมันบ่ออยู่ดอก”
นางสายรีบทรุดลงนั่งท่าทีนอบน้อม โซ่ทองตกใจที่สอางขึ้นมาบนเรือน
“มันออกไปกับเจ้าศรีธาราแล้ว”
โซ่ทองชะงัก หน้าเผือดลง สอางดูออก ยิ้มเย้ย
“ก็คงเป็นบุญวาสนาของมันที่ยังบ่อทันหน้ามืดตามัว เห็นขี้ข้าในเฮือนดีกว่าโอรสของเจ้าเมืองอีสานบุรี”
โซ่ทองมองสอางอย่างเจ็บช้ำ รู้ว่าอีกฝ่ายมาหาเรื่อง นางสายทำใจดีสู้เสือ
“แม่สอาง ขอบใจหลายจ้ะ ที่มาเยี่ยมยามบักโซ่ทอง”
“สำคัญโตผิดไปแล้ว กูแค่มาเบิ่งน้ำหน้าลูกมึงว่ายามได๋มันสิตาย”
สอางเดินเข้ามาใกล้โซ่ทอง มองเยาะเย้ยหยามหยัน
“เป็นจั่งได๋ล่ะ แผลกายยังบ่อทันหายดี ยังสิมามีแผลใจซ้ำตื่มอีก มึงคงสิคาดบ่อถึงแม่นบ่อ ว่าคนงานใหม่ที่เคยต่ำศักดิ์กว่ามึง มาบาดนี่ มันสิเหยียบหัวกบาลมึงขึ้นไปหาอีสะออนได้ นี่ล่ะหนา ศีลบ่อสูงเสมอกัน ซาติอีกาหน้าดำต่ำเตี้ยเหี้ยดินอย่างมึง เกิดอีกสิบซาติ ก็บ่อมีบุญวาสนาได้แกมฝูงหงส์ดอก”
โซ่ทองมองสอางอย่างเศร้าใจ ขนาดไม่ได้ทำอะไรให้ก็ยังเดินมาหาเรื่องด่า ตัดพ้อออกไปว่า
“ข้อยไปเฮ็ดหยังให้เจ้าเจ็บซ้ำน้ำใจ เจ้าถึงได้เคียดซังข่อยปานนี่”
“กูบ่อฮู้ ฮู้แต่ว่า กูซังหนังหน้ามึงเต็มแก่ ขี้เดียดทุกอย่างที่เป็นมึง ซังที่มึงยังมีซีวิตอยู่ คอยยาดแย่งอากาศกูหายใจ เหยียบแผ่นดินเดียวกับกู” (ขี้เดียด = รังเกียจ)
สอางแหวใส่แล้วก็เดินจากไป เหมือนได้ระบายความคับแค้นที่หาสาเหตุไม่ได้ของตน
นางสายมองตามสอางอย่างไม่เข้าใจ แล้วรีบเข้ามาปลอบโซ่ทอง
ในขณะที่โซ่ทองหน้าเศร้าหดหู่ท้อแท้กับความต่ำต้อยด้อยค่าของตน และหลับตาลงอย่างรันทดใจ

บุญกรรมทำร่วมกันมาแต่อดีตกาล สมัยนั้นราชบุตรศรีโซ่ทองนอนบาดเจ็บอยู่บนแท่นบรรทม หลังกลับมาจากเข้าป่าล่าฟาน หูกคำถือถาดยาโบราณเข้ามาถวาย
“ท้าวเพียโฮงหลวงส่งข่าวข้าน้อย ว่าอัญญาอ้ายบาดเจ็บ ตอนเสด็จเข้าป่าไปล่าฟาน ข้าน้อยเป็นห่วง เลยแต่งว่านยามาถวายเพคะ” (ฟาน = เก้ง)
ราชบุตรมองหูกคำอย่างไม่สบอารมณ์ หูกคำคะยั้นคะยอ เปิดผอบยา รินยาใส่ถ้วย
“อัญญาอ้ายเสวยจักหน่อยเถาะเพคะ อาการสิได้ทุเลาลง”
“ธุระเวียกงานหยังของมึง กูบ่อกิน”
ราชบุตรปัดถ้วยยาหูกคำทิ้ง ยาหกกระจาย
“ไผสิบอกกูได้ ว่ามึงบ่อได้กลั้วยาเสน่ห์ยาผีตายโหงมาให้กูกิน”
“เป็นหยังอัญญาอ้ายถึงได้ประมาทหยาดคุณข้าน้อยถึงเพียงนี่”
“กะอีทองจันทร์แม่ของมึง เคยเฮ็ดอุบาทว์ซาติซั่วกับพ่อกู เอาเลือดระดูของสกปรกโสโครกนึ่งข้าวถวายให้อัญญาพ่อเสวย ถืกอัญญาแม่กูสั่งกุดหัวกบาล สมพื้นน้ำหน้าแม่มึง”
หูกคำหันไปมอง เห็นพวกองครักษ์แอบซุบซิบกัน ถึงกับน้ำตาซึม
“เกิดเป็นลูกแม่ ก็บ่อแม่นว่าข้าน้อยสิต้องเฮ็ดตามอย่างแม่”
“เฮอะ มึงคงสิอยากได้กูเฮ็ดผัวจนโตสั่น มีหรือกูสิเซื่อน้ำหน้าคนอย่างมึง” ราชบุตรชี้หน้าด่า “จำใส่กบาลมึงไว้นะอีหูกคำ ต่อให้กูเจ็บหนักปางตาย กูก็ขอยอมตาย ดีกว่าสิต้องพึ่งพาว่านยาของคนขี้ทูตกุฏฐังอย่างมึง เอาไปให้พ้นหน้ากู”
ราชบุตรศรีโซ่ทองถีบถาดยาที่ตั้งอยู่บนตั่งจนข้าวของกระจาดกระจาย

หูกคำร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ

อ่านต่อตอนที่ 9


กำลังโหลดความคิดเห็น...